E1-E2 visa คือ วีซ่าประเภทไหน


วีซ่าเข้าไปทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกามีหลายประเภท เช่น วีซ่าประเภท E, H, L, O ในที่นี้จะกล่าวถึงวีซ่าประเภท E ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท คือ E-1 และ E-2  E-1 ผู้ประกอบการค้าสนธิสัญญา  หรือ E-2 วีซ่านักลงทุน เป็นวีซ่าสำหรับคนต่างชาติที่มีถิ่นพำนักอยู่ในในประเทศที่มีสนธิสัญญาทางการค้ากับประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติการตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ สำหรับรายชื่อของประเทศที่เข้าร่วมประเทศที่มีสนธิสัญญาศึกษาได้จากเว็บไซต์ http://travel.state.gov/visa/fees/fees_3726.html สำหรับประเทศไทย ผลของสนธิสัญญาบังคับใช้ได้เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2511 (ค.ศ. 1968) ทั้งวีซ่า E-1 และ E-2

1. คุณสมบัติของผู้ขอวีซ่า E-1 คือจะต้องเป็นพลเมืองในประเทศที่มีสนธิสัญญาทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา ปริมาณการค้าของบริษัทที่ผู้ขอวีซ่า E-1 ทำงานอยู่นั้น จะต้องมีขนาดใหญ่และเป็นธุรกิจทีทำกันมาต่อเนื่อง มากกว่าร้อยละ 50 ของธุรกิจของบริษัทแห่งนั้นจะเป็นธุรกิจระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศของผู้ขอวีซ่า E-1 ประเภทของธุรกิจดังกล่าวอาจจะอยู่ในรูปของสินค้าและงานบริการ หรืองานด้านเทคโนโลยี่ ส่วนผู้ยื่นขอวีซ่าประเภท E-1 นั้นจะเป็นลูกจ้างที่อยู่ในตำแหน่งผู้กำกับดูแล หรือผู้บริหาร หรือผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่แรงงานระดับล่าง หรือแรงงานประเภทไร้ฝีมือ บุคคลเหล่านี้ เช่น พนักงานธนาคารที่มีตำแหน่งงานเป็นผู้กำกับและดูแล หรือ ผู้บริหาร, พ่อครัว ฯลฯ

2. วีซ่า E-2 คือ วีซ่าเพื่อการลงทุน โดยสามารถนำสินทรัพย์จำนวน 100,000 เหรียญเข้าไปลงทุนในสหรัฐอเมริกา หรือเข้าไปซื้อกิจการจากบริษัทที่จะทำให้เกิดกำไร สามารถสร้างงานให้แก่เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา วีซ่าเพื่อการลงทุนนี้สามารถขยายระยะเวลา อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้

คุณสมบัติผู้ขอวีซ่าประเภท E-2 คือ อาจจะเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือเป็นนิติบุคคล ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจในองค์กรธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำจะต้องมีเปอร์เซ็นต์การลงทุนสูงกว่าการลงทุนในองค์กรทางธุรกิจที่มีต้นทุนสูง การลงทุนทางธุรกิจนั้นต้องเป็นการลงทุนที่มีการดำเนินงานจริง ไม่ใช่การเก็งกำไร และการลงทุนนั้นต้องสร้างรายได้ให้กับตัวผู้ลงทุนเองที่จะดำเนินชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกาได้ รวมทั้งยังสามารถสร้างงานให้กับชาวอเมริกันได้อีกด้วย ถ้าเป็นธุรกิจขนาดเล็กและเป็นการลงทุนร่วม ผู้ที่จะขอวีซ่า E-2 ต้องแสดงหลักฐานว่ามีการลงทุนอย่างน้อย 50 % ของธุรกิจนั้น

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่าทั้ง E-1 และ E-2 สามารถหาดูได้จากเว็บไซต์     http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_1273.html     ซึ่งประกอบด้วย

1. กรอกฟอร์ม DS-160 ออนไลน์ เช่นเดียวกับวีซ่าประเภทอื่นๆ เช่น B-1,B-2 F-1, J-1 เป็นต้น เพียงแต่เมื่อเลือกประเภทวีซ่าเป็น E-1 หรือ E-2 จะมีคำถามเพิ่มเติมอีกหลายข้อ อาทิ จะไปรับงานตำแหน่งใด ลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบของงานคืออะไร  เงินเดือนและเงินค่าครองชีพที่จะได้รับเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกา ชื่อสถานที่ทำงานและที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

2. แบบฟอร์ม DS-156E

3. หนังสือเดินทาง

4. รูปถ่ายขนาด 2 นิ้วคูณ 2 นิ้ว ด้านหลังฉากเป็นสีขาว สามารถดูตัวอย่างของรูปได้ที่เว็บไซต์ http://travel.state.gov/visa/visaphotoreq/visaphotoreq_5334.html

5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าจำนวน 390 ดอลล่าร์สหรัฐ จ่ายที่ไปรษณีย์ ผู้ยื่นขอวีซ่าประเภท E-1 และ E-2 สามารถสอบถามจำนวนเงินบาทที่ต้องจ่ายที่ไปรษณีย์ได้ เพราะจำนวนเงินบาทอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงิน จำนวนเงินดังกล่าวต้องจ่ายเป็นเงินบาทและจ่ายที่ไปรษณีย์เท่านั้น

6. จดหมายรับรองจากนายจ้างให้ไปทำงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะระบุ ตำแหน่งงาน ความรับผิดชอบ เงินเดือน เงินค่าครองชีพ และระยะเวลาที่ถูกส่งไปประจำการ ฯลฯ

7. กรณีผู้ยื่นขอวีซ่า E-2 หากเป็นการลงทุนร่วม ผู้ยื่นขอวีซ่า E-2 ต้องแสดงแหล่งที่มาของรายได้ หรือหากเป็นการเพิ่งเริ่มจะลงทุนต้องแสดงหลักฐานการโอนเงินจากบัญชีธนาคารในประเทศไทยไปยังบัญชีธนาคารของผู้ร่วมลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา, หลักฐานเกี่ยวกับบริษัทที่จะไปร่วมลงทุนด้วย, แผนการทางธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้าเป็นต้นว่า จะได้รับผลประโยชน์อย่างไร หรือผลประโยชน์ที่ได้รับจะออกดอกผลมาประมาณเท่าไรในอีก 5 ปีข้างหน้า, หรือหลักฐานจากบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ผู้ที่กำลังยื่ขอวีซ่า E-2 จะไปลงทุนจำนวนกี่หุ้น คิดเป็นกี่เปอรืเซ็นต์ เป็นต้น

ขั้นตอนการขอวีซ่าคือ เมื่อกรอกแบบฟอร์ม DS-160 และแบบฟอร์ม DS-156 E เสร็จ ให้เข้าไปที่เว็บไซต์นัดวันสัมภาษณ์ https://thailand.us-visaservices.com/Forms/default.aspx ซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์ด้วยการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตจำนวน 372 บาท หรือ 12 ดอลล่าร์สหรัฐ แต่ผู้ยื่นขอวีซ่าไม่ต้องทำการเลือกวันนัดสอบสัมภาษณ์ ให้ผู้ยื่นขอวีซ่าประเภท E-1 และ E-2 นำเอกสารทั้งหมดไปที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ด้วยการแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ประตูทางเข้าสถานทูตว่า มายื่นเอกสารขอวีซ่าประเภท E-1 หรือ E-2 เจ้าหน้าที่จะให้เดินเข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับเรื่องนี้โดยตรง หลังจากนั้นเจ้าหน้าจะโทรศัพท์ตามมาสอบสัมภาษณ์ในภายหลัง เมื่อได้รับอนุมัติวีซ่า วีซ่าประเภท E-1 และ E-2 จะมีอายุประมาณ 6 เดือน และเมื่อเดินทางเข้าไปอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว คนเหล่านี้จะมีสิทธิอยู่ในประเทศสหรัฐฯได้ 2 ปี และต้องกลับออกมาที่ประเทศของตนเองเพื่อทำเรื่องขอวีซ่าใหม่ โดยใช้เอกสารใหม่เหมือนตอนขอวีซ่าครั้งแรก และมีเอกสารเพิ่มเติมจากครั้งแรกด้วย คือ เอกสารแสดงการจ่ายภาษีของบริษัท และภาษีส่วนบุคคล เพราะเคยเข้าไปทำงานมา 2 ปี

Copyright © 2010-2011 GoVisa All rights reserved.

About these ads
Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Comments

  • panitkan  On April 16, 2012 at 11:09 pm

    ถ้าเคยถูกปฏิเสธวีซ่า E2 แต่ได้กลับเมืองไทยในระยะเวลา ไม่เกิน I 94 กำหนด และยังไม่ได้กลับไปอเมริกา ประมาณ ปีกว่าแล้ว ถ้าจะกลับไปใช้วีซ่า ท่องเที่ยวที่มีอยู่ได้หรือไม่ค่ะ

    • govisa  On April 17, 2012 at 5:26 am

      ได้ค่ะน้อง Panitkan ถ้าวีซ่านักท่องเที่ยวของน้องยังไม่ได้ถูกยกเลิกและยังมีอายุการใช้งานได้อยู่ค่ะ และขอให้น้องปฏิบัติตามกฎที่เจ้าหน้าที่ตม.หรืออิมมิเกรชั่นประทับตราวันที่อนุญาตให้อยู่ในสหรัฐ จะได้ไม่มีปัญหาเวลาขอวีซ่านักท่องเที่ยวครั้งต่อๆไปค่ะ

  • panitkan  On April 17, 2012 at 10:20 pm

    ขอบคุณมากนะค่ะ สำหรับคำแนะนำค่ะ

  • panitkan  On April 17, 2012 at 10:37 pm

    ถ้าจะสอบถามเรื่องการขอทุนเรียนในอเมริกาสำหรับลูกสาวเป็นคนไทยและได้สัญชาติอเมริกันแล้ว แต่จะเรียนมหาวิทยาลัย ที่รัฐ ฟลอริดาค่ะ ผลการเรียน GPA 3.8 และได้ทุนของFAFSA แล้ว 5500 เหรียญแต่ค่าเทอมรวมค่าหอปีแรก 19000 ต้องการคำแนะนำเรื่องขอทุนจากรัฐหรือการกู้เรียนจากรัฐค่ะ เรียนสาขา biology science ค่ะ เพื่อจะต่อ college of medicine ค่ะ ขอบคุณมากนะค่ะ หากสามารถแนะนำเพิ่มเติมได้

  • worayos  On May 11, 2012 at 11:28 am

    ได้เจวันวีซ่าเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว แต่ติดกฎสองปี อยากทราบว่าถ้ามีนายจ้างจะทำวีซ่าอีทูให้ จะต้องขอยกเลิกกฏสองปี ก่อนรึเปล่าคะ

    • govisa  On May 11, 2012 at 9:28 pm

      น้อง Worayos คะ ขึ้นอยู่กับ J-1 Visa ที่ได้ไปอเมริกาครั้งนั้นไปในลักษณะใด ถ้าเป็นทุนรัฐบาล หรือ ไปในลักษณะทุนแลกเปลี่ยนผู้ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ หรือพวกฝึกอบรมทางการแพทย์ จำเป็นต้องอยู่ที่ประเทศบ้านเกิด 2 ปีแน่นอนค่ะ ลองศึกษาเพิ่มเติมที่ http://travel.state.gov/visa/temp/info/info_1288.html
      หรือ http://travel.state.gov/visa/temp/info/info_1296.html ในหน้าที่ได้รับ visa จะต้องมีข้อความเขียนอธิบายว่า สามารถ apply หรือไม่สามารถ apply กับ กฎ 212e หรือ Waiver of the Exchange Visitor Two-Year Home-Country Physical Presence Requirement ได้หรือไม่ค่ะ

  • worayos  On May 13, 2012 at 1:44 pm

    ขอกวนถามอีกนิดนะคะ J-1ที่ได้ติดเขียนว่าbearer is subject to section 212 two year rule does apply แต่อยากทราบว่าการขอ waiverที่เมืองไทยจะเริ่มที่ไหน ยังไงดีค่ะ เวลากระชั้นชิดมาก เพราะนายจ้างเพิ่งติดต่อมาค่ะ อันที่จริงเคยขอทำเรื่องตั้งแต่ตอนอยู่ที่อเมริกา แต่เจ้าหน้าที่สอท ไม่ยอมดำเนินเรื่องให้บอกว่า เหตุผลไม่หนักแน่นพอค่ะ ขอบคุณนะคะ

    • govisa  On May 14, 2012 at 10:22 pm

      น้อง Worayos คะ ให้น้องลองอ่าน How to Apply Instructions: Waiver of the Exchange Visitor Two-Year Home-Country Physical Presence Requirement และปฏิบัติตามขั้นตอน 1-7 ในการกรอกแบบฟอร์มคำร้อง DS-3035( ลิงค์เว็บไซต์กรอกฟอร์ม DS-3035: https://j1visawaiverrecommendation.state.gov/) โดยศึกษาเพิ่มเติมเองจากเว็บไซต์ http://travel.state.gov/visa/temp/info/info_5503.html ซึ่งถ้าน้องสังเกตจาก Step ที่ 3 น้องจะต้องมีเอกสารสนับสนุนจากหน่วยงานที่เป็น Third Party ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐที่น้องต้องกลับมาใช้ทุน หรือหน่วยงานแห่งใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่จะรับน้องไปทำงานด้วย ดังนั้นถ้าทางหน่วยงานสอท.หรือสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทยต้นสังกัดของน้องไม่เห็นด้วย ซึ่งพี่คิดว่า สอท.ก็คงมีเหตุผลของสอท.เองในระดับหนึ่ง ถ้าน้องรีบต้องการจะเดินทางเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ต้องอยู่ในประเทศไทย 2 ปี ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อไปทำงานด้วยการขอวีซ่าประเภท H, L, P, R หรือแม้แต่วีซ่าแต่งงาน K ให้ลองเขียน request ไปถามที่ INA 212(e) Advisory Opinion Request, Waiver Review Division, CA/VO/L/W, U.S. State Department,2401 E Street, NW, SA-1, L-603,Washington, D.C. 20522-0106 (http://travel.state.gov/visa/temp/info/info_5502.html) ดีไหมคะ

      อย่างไรก็ตามระหว่างที่ค้นหาคำตอบให้น้อง บังเอิญผ่านไปพบข้อความที่ Post อยู่ที่ 2 เว็บไซต์ข้างล่าง ลองอ่านดูเองนะคะ

      1. http://blog.htp-usa.com/2011/08/03/the-j-1-visa-explained-1-what-is-the-two-year-rule-2/

      2. http://hlplab.wordpress.com/2009/04/20/information-on-applying-for-a-waiver-of-the-j1-visa-foreign-residence-requirement/

      พี่ขออนุญาตไม่ออกความคิดเห็น แต่คิดว่า ปัญหาอย่างที่น้องกำลังประสบมีอีกหลายคนก็แสวงหาคำตอบอยู่ จะอย่างไรก็ตาม เมื่อคำนวณระยะเวลาที่กว่าจะได้รับคำตอบอาจจะทำให้ความกระวนกระวายใจของน้องลดลงได้บ้าง เพราะบาง case ใช้เวลานาน 6 เดือนขึ้นไปในการรอคอยการดำเนินการขอ Waive เรื่องการที่ต้องกลับมาอยู่ที่ประเทศภูมิลำเนาเกิด 2 ปี ถ้าน้องคิดว่า เวลาการดำเนินงานที่เนิ่นนานเช่นนั้น และตัวน้องเหลือเวลาที่ต้องรออีก 1 ปี เพราะน้องกลับมาอยู่ที่เมืองไทยนาน 1 ปีแล้ว พี่คิดว่า น้องน่าจะรอให้ครบกำหนด 2 ปีดีกว่าไหมคะ ให้คิดปลอบใจตนเองว่า หนึ่งปีผ่านไปเร็วมากนะคะ ลองอ่าน Step 6 เรื่องระยะเวลาในการดำเนินงานใช้เวลานนานเท่าไรจากเว็บไซต์ http://travel.state.gov/visa/temp/info/info_5503.html

      “Processing times for waiver recommendations by the Department of State, Waiver Review Division vary depending on the basis under which you request a waiver of the two-year home-country physical presence requirement. The times listed below are estimates only. The processing time for your application begins when your file is complete. Your file is complete after we have received your waiver application, processing fee, copies of DS-2019/IAP-66 forms (Step 2), and all required documents (Step 3).

      No Objection Statement 6 to 8 weeks

      Interested U.S. Federal Government Agency 4 to 8 weeks

      Persecution 3 to 4 months

      Exceptional Hardship 3 to 4 months

      State Public Health Department (Conrad State 30 Program) 4 to 6 weeks

      Advisory Opinion 4 to 6 weeks “

  • oil  On May 15, 2012 at 4:12 pm

    คำถามสำหรับการส่งเอกสาร E2ค่ะ จำเป็นหรือไม่ที่ต้องไปส่งเอกสารด้วยตนเอง สามารถส่งไปรษณีย์ได้หรือไม่คะ

    • govisa  On May 15, 2012 at 7:50 pm

      น้อง Oil ควรจะไปยื่นเอกสารขอวีซ่า E-2 ด้วยตนเองค่ะ เผื่อเจ้าหน้าที่มีการซักถาม หรือเมื่อตรวจเอกสาร พบว่า มีสิ่งใดขาดไป เจ้าหน้าที่จะได้พูดจากับผู้ยื่นให้เป็นที่ชัดเจนไปเลยค่ะ พี่ไม่คิดว่า ทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาจะอนุญาตให้น้องยื่นเอกสารทางไปรษณีย์ค่ะ

  • worayos  On June 19, 2012 at 12:07 pm

    สวัสดีค่ะ คือเหตุการณ์พลิกผันอีกรอบค่ะ ดิฉันมีพี่สาวอยู่ที่อเมริกาแต่งงานกับอเมริกันซิตีเซ่นที่นู่นค่ะ พอดีเพื่อนพี่เขยโทรมาหา เขาเป็นเจ้าของธุรกิจศูนย์การค้าค่ะ แล้วก็เปิดร้านอาหารในศุนย์การค้าด้วย แต่เนื่องจากเขาไม่อยากทำแล้ว และโทรมาปรึกษาพี่เขยของดิฉัน
    พี่เขยของดิฉันจึงบอกเขาไปว่ามีน้องภรรยา เป็นเชฟ(ซึ่งหมายถึงตัวดิฉันเอง ดิฉันเรียนจบมาทางด้านนี้ และทำงนทางสายงานนี้มาตลอด)ตัวเพื่อนเขาสนใจเพราะไม่อยากทิ้งให้พื้นที่ร้างนานค่ะ โดยการให้หุ้นดิฉัน 50% อยากทราบว่าถ้าดิฉันจะขอวีซ่าE-2 จะต้องใช้เอกสารอะไรจากทางเจ้าของหลักบ้างคะ และสมควรจะต้องมีโครงร่างแผนธุรกิจไปให้เขาดูด้วยไหมคะ
    โดยส่วนตัว ดิฉันมีเงินในบัญชีไม่มาก ถ้าแสดงให้ดูจะมีผลกระทบไหมคะ เพราะเข้าไปอ่านรายละเอียดของในวีซ่าประเภทนี้มีบางตอนเขียนเหมือนสาระสำคํญอยู่ที่การเป็นเจ้าของ และเป็นผู้ที่จะเป็นตัวหลักในการดำเนินธุรกิจน่ะค่ะ รบกวนอีกรอบด้วยนะคะ

    • govisa  On June 19, 2012 at 10:27 pm

      น้อง Worayos คะ การขอวีซ่า E-2 ถ้าต้องการไปในฐานะผู้ลงทุน 50 % ก็จะต้องแสดงหลักฐานการโอนเงินจากบัญชีของน้องที่ประเทศไทยไปซื้อหุ้นในร้านอาหารจำนวน 50 % ในประเทศสหรัฐอเมริกาตามที่น้องเขียนมาปรึกษาค่ะ แต่ที่น้องเขียนมาแจ้งว่า “โดยส่วนตัวเงินในบัญชีธนาคารมีไม่มาก” แล้วน้องจะมีหลักฐานว่าน้องได้ทำการโอนเงินจากบัญชีน้องในเมืองไทยไปซื้อหุ้นที่ร้านอาหารแห่งนั้นจำนวน 50% ได้อย่างไรคะ พี่อยากแนะนำว่า ในเมื่อน้องเป็นเชฟ น่าจะลองขอวีซ่าไปทำงานเป็นแม่ครัวในร้านอาหารไทยดังกล่าวดีกว่าไหมคะ โดยให้เพื่อนพี่เขยทำหลักฐานการว่าจ้างน้องไปเป็นเชฟ และดำเนินการจัดส่งเอกสารการว่าจ้าง ซึ่งถือว่าโดยทั่วไปทางร้านอาหารไทยจะต้องส่งเอกสารกลับมาที่เมืองไทยให้น้องเพื่อนำไปยื่ขอวีซ่าค่ะ หากเพื่อนพี่เขยทำไม่ถูก ควรจะต้องปรึกษาทนายความที่สหรัฐฯให้ทำเอกสารส่งมาให้น้อง เพื่อน้องจะได้นำไปประกอบกับเอกสารอื่นๆคือ DS-160, DS-156E ตามบล็อกที่พี่เขียนไว้ข้างบนค่ะ

      หมายเหตุ พี่ได้ลองสอบถามท่านผู้ชำนาญการเรื่องวีซ่าประเภท E เพิ่มเติมว่า น้องต้องแสดงหลักฐานการโอนเงินจากไทยไปสหรัฐฯและหลักฐานว่าเงินก้อนที่โอนไปที่สหรัฐฯนั้นได้มาได้อย่างไร เช่น เป็นเงินของตนเอง, เงินที่ขอยืมมา, หรือเป็นเงินที่ขอกู้มาค่ะ ส่วนเพื่อนพี่เขยต้องแสดงหลักฐานการได้รับเงินโอนมาจากไทยของน้องและเงินนั้นเข้าบัญชีไหน เมื่อไร, หลักฐานการจดทะเบียนของบริษัท, จำนวนคนนงานในบริษัท, การเสียภาษีของบริษัท, จำนวนหุ้นที่น้องจะได้ถือในบริษัทนั้น หรือจำนวนหุ้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ และตัวน้องต้องเขียนแผนการทางธุรกิจทำนองว่า หวังผลอะไรบ้างกับธุรกิจของน้องในอีก 5 ปีข้างหน้าค่ะ ขอโทษที่ตอบช้า เพราะได้ไปเรียนถามผู้ที่มีความรู้ทางด้านนี้อีกครั้งค่ะ

      • Gib  On August 5, 2012 at 3:10 am

        สวัสดีค่า มีเรื่องปรึกษาหน่อยค่า พอดีหนูเป็นนักเรียนอยู่ มาโดยวีซ่าf1 แต่ตอนนี้optอยู่ค่า และสนใจเปิดร้ายอาหารที่นี่ จะสามรถเปลี่ยนเป็นวีซ่า e2ได้มั้ยค่ะ แล้วถ้าได้ เราควรจะเริ่มขอวีซ่าe2เมื่อไรค่า ก่อนซื้อร้านหรือหลังซื้อร้านแล้ว ร้านที่ดูไว้ราคาประมาน $120000ค่า แล้วพอจะทราบมั้ยค่าว่าหลังจากที่เราได้วีซ่าe2มาแล้ว ต้องต่อทุก2ปี เราจะต้องแสดงผลประกอบการและการเสียภาษีใช่มั้ยค่า แล้วการภาษีของร้านมียอดกำหนดมั้ยค่าว่าต้องไม่น้อยกว่าเท่าไร
        ขอบคุณมากค่า

      • govisa  On August 6, 2012 at 10:57 pm

        น้อง Gib คะ จากคำถามของน้องที่ถามมา น้องสามารถเปลี่ยนวีซ่าจากสถานะตอนนี้ที่อยู่คือจาก OPT เป็น E2 ได้โดยน้องต้องไปติดต่อกับหน่วยงาน Homeland Security Department ที่อยู่ในเมืองที่น้องอยู่ได้ค่ะ น้องอาจเริ่มติดต่อดำเนินการก่อนที่สถานภาพ OPT ของน้องจะหมดอายุประมาณ 2- 3 เดือนค่ะ เพราะพี่ไม่แน่ใจว่า น้องจะได้ I-797 นั้นจะใช้เวลานานเท่าไรค่ะ

        ส่วนการที่น้องจะลงทุนเท่าไรในธุรกิจร้านอาหารแห่งนี้ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของน้องหรือของที่บ้านที่เมืองไทย เช่น น้องจะลงทุนเต็ม 100% หรือ 50% ของ 120,000 US$ ก็ได้ค่ะ เมื่อน้องมีใบเสร็จแจ้งการชำระเงินค่าเป็นเจ้าของร้านอาหารเรียบร้อยแล้ว ให้น้องเตรียมเอกสารอื่นๆไปประกอบด้วย เช่น หลักฐานการโอนเงินจากประเทศไทยเพื่อมาซื้อร้านอาหารแห่งนี้ เมื่อได้รับอนุมติจาก Homeland Security Department น้องจะมีหลักฐานคือ I-797 นำกลับมาทำการยื่นขอวีซ่า E-2 ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพ หากสถานทูตอนุมัติ วีซ่าที่น้องจะได้รับคือ E-2 อายุวีซ่าที่น้องจะอยู่ในสหรัฐนได้นานเท่าไร คือ น้องสามารถอยู่ในสหรัฐได้ประมาณ 2 ปี หลังจากนั้นต้องทำเรื่องขออนุมัติวีซ่า E-2 อีกครั้งที่ประเทศไทยค่ะ ส่วนหลักฐานใหม่เพื่อขอวีซ่า E-2 ก็คือหลักฐานแสดงยอดเงินในบัญชีว่า ทำกำไรได้ประมาณเท่าไร กำไรนั้นจะครอบคลุมรวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆในร้านอาหารแห่งนั้นด้วย เช่น ค่าจ้างพนักงานทั้งหมด ค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ เพราะถ้าไม่มีกำไร หรือกำไรน้อย ทางสถานทูตที่เมืองไทยก็อยากทราบว่าน้องจะจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าจ้างคนงานได้อย่างไร น้องได้รับเงิน support ทีส่งไปจากประเทศไทยจำนวนเท่าไร เป็นต้นค่ะ

        น้องลองเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัว I-797 ได้จากลิงก์นี้ค่ะ http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.
        5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=87f15565d1be3310VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel
        =db029c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD
        หรือ http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?
        vgnextoid=9d4f068d9c456310VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=db029c7755cb9010VgnVCM1
        0000045f3d6a1RCRD

        อนึ่ง หากมีกำลังทรัพย์ที่สมบูรณ์ จะลองปรึกษาทนายความในสหรัฐฯควบคู่ไปด้วยก็ดีเพื่อการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศสหรัฐฯค่ะ

      • Gib  On August 29, 2012 at 6:36 am

        สวัสดีค่า มีเรื่องจะรบกวนถามอีกหน่อยค่า
        อยากทราบเกี่ยวกับการต่อวีซ่าe2หลังจากสองปีแล้ว การแสดงหลักฐานการเสียภาษีหรือรายได้ เค้ามีกำหนดมั้ยค่ะว่าต้องไม่ต่ำกว่าเท่าไร
        ขอบคุณค่า

      • govisa  On August 29, 2012 at 9:21 pm

        น้อง Gib คะ ไม่ได้มีกำหนดตายตัวนะคะ เพราะกำไรที่ได้จะสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเช่าตึก ค่าจ้างคนงาน ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในร้าน และยังมีกำไรเหลือเก็บ แต่ไม่ใช่ว่า จะทำธุกิจขาดทุนไม่ได้นะคะ เพราะถ้าขาดทุน เช่น ถ้าทำแล้วขาดทุน 2 ปีติดกัน ให้แสดงหลักฐานขาดทุนติดต่อกันสองปีกับทางสถานทูตเวลาที่จะไปขอต่อวีซ่า สถานทูตต้องการทราบว่า เมื่อธุรกิจขาดทุน ธุรกิจของน้องยังอยู่ได้อย่างไร มีเงินจ่ายค่าจ้างคนงานไหม และมีหลักฐานการโอนเงินจำนวนมากน้อยเท่าไรจากที่บ้านไปช่วยเหลือธุรกิจที่ไม่ดีในสหรัฐฯค่ะ

        น้องสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ 3 เว็บไซต์นี้

        1. http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=2ea36811264a3210VgnVCM100000b92ca60aRCRD&vgnextchannel=2ea36811264a3210VgnVCM100000b92ca60aRCRD

        2. http://www.uscis.gov/ilink/docView/FR/HTML/FR/0-0-0-1/0-0-0-30133/0-0-0-39631/0-0-0-41149/0-0-0-41230.html

        3. http://www.uscis.gov/USCIS/…/TradersInvestors.pdf

  • monh  On June 27, 2012 at 10:11 pm

    ขอรบกวนถามค่ะ คือตอนนี้ถือ F-1 visa อยู่และอยู่ในอเมริกาด้วย แต่มีเจ้าของร้านอาหารอยากให้ช่วยงายและจะช่วยเปลี่ยนวีซ่า เป็นประเภท e ให้ อยากทราบว่าจะเปลี่ยนจาก F1 ไปเป็น E นั้นทำได้จริงไหมคะ ขั้นตอนและเวลาในการทำเรื่องใช้เวลานานมากไหมคะ อีกส่วนนึงคือ ถ้าทำได้จริง แล้วได้วีซ่า E แล้ว สามารถบินกลับไทยระหว่างนั้นได้ไหมคะ

    • govisa  On June 28, 2012 at 5:45 am

      พี่อยากถามน้อง Monh 2 คำถามคือ

      1. น้องเรียนจบแล้วหรือยังคะ ถ้าจบแล้ว น้องมีสิทธิ์ขอ OPT กับมหาวิทยาลัย และทำงานได้ 12 เดือน แต่ถ้าน้องเรียนมาในสาย STEM น้องจะทำงานได้เพิ่มอีก 17 เดือนเป็น 29 เดือน
      2. น้องเรียนด้าน Hotel หรือเรียนด้านการทำอาหาร ถ้าได้ E-2 Visa น้องจะได้รับตำแหน่งอะไรในร้านอาหารนั้น คุ้มค่ากับดีกรีที่เรามีไหม บางอาชีพมีอายุการทำงานชั่วคราว ถ้าเราล่วงเลยพ้นวัยนั้นแล้วก็ไม่เหมาะที่จะทำงานนั้นค่ะ

      อนึ่ง วีซ่า E-2 มีอายุประมาณ 2 ปี ออกมานอกประเทศสหรัฐไม่ได้ เพราะวีซ่า E-2 ที่น้องได้จากสถานทูตอเมริกาที่เมืองไทยมีอายุ 6 เดือน เจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าสหรัฐฯจะอนุมัติให้น้องมีสิทธิ์อยู่ในสหรัฐฯได้นาน 2 ปี ถ้าน้องออกมานอกประเทศสหรัฐฯ วีซ่าก็จะหมดอายุไปโดยปริยาย เพราะวีซ่าในหนังสือเดินทางมีอายุแค่ 6 เดือนค่ะ ถ้าจะกลับเข้าไปในสหรัฐฯใหม่อีกครั้งด้วย E-2 visa น้องก็ต้องขอวีซ่า E-2 ใหม่ ถ้าน้องจะเข้าไปทำงานตำแหน่งเดิมค่ะ คำถามที่ถามว่าน้องสามารถเปลี่ยน status หลังจากเรียนจบเป็นวีซ่าทำงานประเภท E ซึ่งก็น่าจะเป็น E-2 คำตอบคือได้ค่ะ ส่วนระยะเวลาในการเปลี่ยนประเภทวีซ่า พี่ไม่ทราบแน่ชัดเรื่องนี้ค่ะ เท่าที่อ่านจากที่บรรดาสำนักงานทนายความในสหรัฐฯเขียนไว้ไม่ต่ำกว่า 2 เดือนขึ้นไปค่ะ

  • oummie  On July 1, 2012 at 12:33 pm

    สวัสดีครับ ขอรบกวนสอบถามเกี่ยววีซ่าE2 ครับ

    จากที่อ่านข้อความข้างบน ตัววีซ่าE2 มีอายุสองปี เมื่อหมดอายุสองปีแล้ว ต้องกลับมาต่อวีซ่าที่เมืองไทยเหรอครับ พอดีมีคนให้ข้อมูลว่า ต่อจากที่นู้นได้เลย ต่อได้เรื่อยๆ ตราบใดที่เรายังทำกิจการอยู่( ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจการเดิมที่ยื่นตอนแรกก็ได้ ) และห้ามไปทำงานเป็นลูกน้องเค้า

    ถ้าต้องกลับมาต่อที่เมืองไทยจริง แล้วธุรกิจที่เราทำอยู่ จะทำยังไงล่ะครับ

    รบกวนด้วยนะครับ คือตอนนี้ผมสนใจจะไปลงทุน แต่ยังสับสนข้อมมูลเรื่องต่อวีซ่าครับ ถ้าต้องกลับมาต่อวีซ่าที่เมืองไทยจริง สงสัยต้องคิดหนักเลยครับ

    ขอบคุณมากๆครับ

    • govisa  On July 1, 2012 at 9:45 pm

      คณ Srisomboorn คะ ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดของวีซ่าประเภท E-1 และ E-2 ได้ที่เว็บไซต์นี้นะคะ http://www.uscis.gov/USCIS/About%20Us/Electronic%20Reading%20Room/Customer%20Service%20Reference%20Guide/TradersInvestors.pdf อย่างไรก็ตามสำหรับคำตอบในคำถามของคุณ Srisomboorn ขอคัดมาให้ดังนี้คือ

      What is the maximum period of stay granted to the E2?
      E2 Treaty Investors do not have a maximum period of stay.
      Note: E2 Treaty Investors involved in start-up activities only receive 2 years since it is presumed they will conclude their activities in a two year
      period
      What is an employer held liable for, after the E2 is in their employ?
      An employer petitioning for the E2 has employment responsibilities not covered by immigration law. These inquiries should be directed to the Department of Labor.
      How can the E2 extend their status if their status is expiring?
      An extension of stay for an E2 may be authorized in increments of up to two years. Each extension must be applied for.
      Can an E2 travel outside of the U.S. and reenter with the same status?
      Yes. An E2 visa allows an alien holding that status to reenter the U.S. with a valid E2 visa and a valid passport.

      หากคุณ Srisomboorn จะต่ออายุ E-2 visa ในประเทศสหรัฐฯ วีซ่าของคุณ Srisomboorn จะต้องยังมีอายุการใช้งานได้อยู่ หากหมดอายุจะต้องกลับออกมาต่อที่สถานทูตสหรัฐฯในต่างประเทศ จากเนื่อหาที่ USCIS ให้ไว้มี 3 กรณีคือ

      How does an individual seeking E2 status for himself/herself or an employee apply for an E2 Treaty Investor status?
      The following table describes the procedures that an individual seeking E2 status for him/herself or for an employee must follow:

      1. If beneficiary is in the United States in a valid nonimmigrant status : Then the beneficiary should file the Petition for a Nonimmigrant Worker (Form I-129)

      2. If beneficiary is in the United States out of status : Then the beneficiary should find the: The beneficiary must depart the U.S. and apply for a visa at the U.S. consulate abroad.

      3. if beneficiary is outside the United States Then the beneficiary should file the Nonimmigrant Treaty Trader/ Investor Visa Application (Form DS-156E) at the United States consulate nearest their place of
      residence that accepts nonimmigrant visa applications.

      • oummie  On July 2, 2012 at 9:18 pm

        สวัสดีครับ

        ขอบคุณนะครับที่ช่วยตอบ ผมว่ายังไงผมก็ต้องยื่นต่อวีซ่าก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุอยู่แล้ว
        เพราะฉนั้นข้อนี้ ไม่น่ามีปัญหา

        ขอรบกวนถามอีกข้อเดียวนะครับ การวีซ่าวีซ่าE2 ทางผมควรตั้งทนายอเมริกันมั้ยครับ
        จะได้ช่วยดูเรื่องสัญญาซื้อขาย และก็เรื่องวีซ่า ผมเข้าใจว่า ต้องจ้างทนาย 2 คน ถูกมั้ย
        ครับ คือคนหนึงดูเรื่องสัญญา อีกคนดูเรื่องวีซ่า หรือว่า ผมไม่จำเป็นต้องจ้างทนายครับ

        ขอบคุณมากๆอีกครั้งครับ

      • govisa  On July 2, 2012 at 11:39 pm

        คุณ Srisomboorn คะ การจ้างทนายความก็ดีนะคะ เพราะการไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง โดยเฉพาะประเทศสหรัฐฯเขาค่อนข้างจะรักษากฎหมายเข้มงวดมากพอสมควร คุณ Srisomboorn จะได้ไม่ทำอะไรพลาดในแง่กฎหมายค่ะ เพียงแต่ไม่ทราบว่า ค่าทนายความที่ประเทศสหรัฐฯคิดราคาเท่าไร ทราบแต่เพียงว่า ทนายความเป็นอาชีพที่ได้รับการยกย่องมากในสหรัฐฯและเงินรายรับสูงมากอาชีพหนึ่งค่ะ

      • oummie  On July 3, 2012 at 11:10 pm

        ครับผม ค่าทนายของเค้าแพงใช้ได้เลยครับ แต่ตอนนี้ผมพยายามหาทนายที่เป็นคนไทยที่อยู่ที่นู้น มีหลายคนเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าถูกกว่าหรืออะไรหรอกนะครับ เพียงแต่ผมคิดว่า เค้าน่าจะประสบการณ์ดำเนินเรื่องแบบนี้ให้คนไทยมากกว่าครับ

        ขอบคุณมากๆครับ

      • govisa  On July 4, 2012 at 5:24 am

        ด้วยความยินดีค่ะ คุณ Srisomboorn ขอให้คุณ srisomboorn โชคดีค่ะ และหวังว่า วันหนึ่งคุณ Srisomboorn จะนำประสบการณ์ที่ได้รับมาถ่ายทอดให้คนไทยรุ่นต่อๆไปที่จะไปลงทุนทางธุรกิจแบบคุณ Srisomboorn บ้างนะคะ

      • oummie  On July 4, 2012 at 9:54 pm

        เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยสมบูรณ์ดีแล้ว ผมต้องแชร์เรื่องราวผมต่อแน่นอนครับ
        เพราะผมก็ได้ความรู้จากผู้ทีีเค้าทำวีซ่าe2 แล้วเค้าก็แชร์ต่อ แต่ประสบการณ์ของแต่ละคน
        ก็ดูแตกต่างในรายละเอียดอยู่บ้าง แล้วก็ได้ผู้รู้ท่านอื่นมาช่วยเสริมข้อมูล( รวมทั้งคุณด้วยครับ )

        ขอบคุณมากๆอีกครั้งครับ ที่อุตสาห์ตอบ และให้เสริมข้อมูลให้กับผม

      • govisa  On July 4, 2012 at 10:12 pm

        ขอบคุณมากๆค่ะคุณ Srisomboorn :)

  • Justine  On August 21, 2012 at 12:03 pm

    เคยยื่นคำขอทำ E2 วีซ่ามาแล้ว 1 ครั้งแต่ถูกปฎิเสธเพราะไม่มีหลักฐานการโอนเงินที่แน่ชัดมาจากเมืองไทย แต่ตอนนี้ธุรกิจที่ลงทุนก็ยังดำเนินอยู่และไปได้ด้วยดี พอมีวิธีไหนบ้างมั้ยคะ ที่จะทำการ re คำขอขึ้นมาใหม่ โดยที่ไม่ต้องมีการโอนเงินมาจากเมืองไทย / ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On August 21, 2012 at 6:02 pm

      น้อง Justine คะ น้องมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอวีซ่า E-2 ใหม่ได้ต่ะ และก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแจ้งรายละเอียดการเป็นหุ้นส่วนจำนวกี่เปอร์เซ็นต์ หลักฐานการโอนเงินไปจากธนาคารในเมืองไทยเมื่อไร จำนวนเท่าไร มีกำไรคิดเป็นเท่าไรค่ะ ถ้าไม่ต้องการอยู่ในฐานะหุ้นส่วน ก็ต้องยื่นในฐานะลูกจ้างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น เป็นแม่ครัว หลักฐานที่ต้องยื่น คือเคยมีประสบการณ์การทำงานเป็นแม่ครัวที่ใดมาก่อน เป็นเวลานานเท่าไร ถ้ามีพวกใบประกาศนียบัตรการเคยผ่านหลักสูตรการทำอาหารมาก็จะดีมากค่ะ

  • STAR  On August 31, 2012 at 3:12 pm

    สวัสดีครับ ผมมีเรื่องขอถามครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ USAเตรียมกำลังจะลงทุนทำธุรกิจที่นี่ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องกลับไทยกลางเดือนกันยายน การขอvisa E2ที่อเมริกา หรือ กลับไปขอที่เมืองไทย อย่างไหนน่าจะมีโอกาสมากกว่ากันครับ ถ้าสมมติผมขอที่อเมริกาแล้ว พอกลับไปไทยแล้วจะกลับเข้ามาUSใหม่ ผมจะต้องยื่นเรื่องE2ที่ไทยอีกรอบไหมครับ และ ถ้าสมมติผมขอที่อเมริกา ในช่วงระหว่างpendingในการขอE2 ผมสามารถเดินทางเข้าออกUSได้หรือไม่ครับ. สุดท้ายในการขอE2 ผมควรจะทำสัญญาการซื้อขายกิจการก่อนยื่นเรื่อง หรือ ได้วีช่าและค่อยทำการซื้อขายครับ ขอบคุณครับ

    • govisa  On August 31, 2012 at 9:20 pm

      น้อง Star คะ ถ้าเตรียมจะลงทุนแปลว่ายังไม่ได้ลงทุนนะคะ และกำลังจะกลับประเทศไทยกลางเดือนกันยายนนี้ พี่คิดว่าน้องน่าจะทำเรื่องโอนเงินจากธนาคารในประเทศไทยเพื่อไปลงทุนทำธุรกิจที่อเมริกาเลยดีไหม และให้ทางอเมริกาส่งหลักฐานมาว่าเราลงทุนไปเท่าไร 100% หรือ 50% ของกิจการนั้น รวมทั้งจัดทำแผนการทางธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า ผลประโยชน์ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีผลลัพธ์ประมาณเท่าไร หลังจากนั้นเตรียมเอกสารตามที่เว็บไซต์นีกำหนดไว้คือ http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_1273.html#5

      “Each applicant for a treaty investor (E-2) visa must submit these forms and documentation, as explained below.
      -Online Nonimmigrant Visa Electronic Application, Form DS-160. Visit our DS-160 webpage to learn more about the DS-160 online process.
      -Nonimmigrant Treaty Trader/Treaty Investor Application, Form DS-156E, completed and signed, if you are an Executive/Manager/Essential Employee.
      -A passport valid for travel to the U.S. and with a validity date at least six months beyond the applicant’s intended period of stay in the U.S. (unless country-specific agreements provide exemptions). If more than one person is included in the passport, each person must complete a Form DS-160 application.
      -One (1) 2×2 photograph. See the required photo format explained in Photograph Requirements.”

      ส่วนคำถามที่ว่าจะยื่นเรื่องขอ E-2 วีซ่าที่อเมริกานั้น พี่แนะนำให้กลับมายื่นเรื่องที่เมืองไทยง่ายกว่าค่ะ ส่วนถ้าวีซ่าหมดอายุ ต้องกลับมาทำเรื่องต่ออายุที่เมืองไทยค่ะ

      สำหรับคำถามที่ถามว่าถ้ายังไม่ได้ E-2 แล้วจะเดินทางเข้าออกอเมริกา น้องจะเข้าออกอเมริกาด้วยวีซ่าอะไรคะ ถ้าเป็นวีซ่าท่องเที่ยว ลองเข้าไปดูที่

      http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=94d12c1a6855d010VgnVCM10000048f3d6a1RCRD

      จะเห็นว่า วีซ่านักท่องเที่ยวไม่สามารถเปลี่ยนเป็น E-2 ได้ค่ะ

      การขอวีซ่า E-2 ต้องมีสัญญาการซื้อขายกิจการก่อนยื่นเรื่องค่ะ

  • grocerystore  On September 24, 2012 at 1:17 am

    ทำไมเดี๋ยวนี้เค้าให้วีซ่าอีทูแค่หกเดือนคะ เห็นเมื่อก่อนมีคนบอกว่ากลับไปต่อที่เมืองไทยจะได้วีซ่าอีทู สองปีถึงห้าปี ถ้าให้แค่หกเดือน เวลามีอะไรเร่งด่วนต้องกลับบ้านหลังหกเดือน พออกจากอเมริกาไปก็ต้องไปขอวีซ่าใหม่ทุกครั้ง แค่รู้สึกว่ามันไม่สะดวก อยากทราบว่าเดี๋ยวนี้ทำไมเค้าให้วีซ่าแค่หกเดือนค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On September 24, 2012 at 5:22 am

      น้อง Grocerystore คะ วีซ่าให้ 6 เดือน แต่เมื่อเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นจะประทับตราให้อยู่ได้สองปีค่ะ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ U.S.Citizenship and Immigration Services ค่ะ http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=dadfd76a750fc210VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=dadfd76a750fc210VgnVCM100000082ca60aRCRD
      พี่คัดลอกบางส่วนมาจกเว็บไซต์ข้างต้นนะคะ จะเห็นได้ว่ามีการขอขยายเวลาวีซ่าออกไปได้ด้วยการกรอกฟอร์ม I-129 ค่ะ
      Length of Stay
      “Your E-2 CNMI investor status is valid in the CNMI initially for two years. If you have a spouse or minor children accompanying or following to join you in the CNMI, they will have the same validity period as you. An E-2 CNMI Investor status is extendable in 2 year increments ending on December 31, 2014.
      Extending Your Stay
      To apply for an extension of stay, you must file a new Form I-129 and Supplement”

  • Big  On September 26, 2012 at 12:03 am

    ขอรบกวนถามเรื่องวีซ่าE2หน่อยนะครับ ผมกลุ้มใจและสงสัยมากๆๆเลยครับ พอดีเพิ่งsearchเจอครับ ยาวหน่อยนะครับ…

    เรื่องมีอยู่ว่าผมเคยไปเที่ยวที่อเมริกาและได้รู้จักกับเจ้าของร้านอาหารไทยที่นั่นชวนผมไปทำงานเป็นเชฟที่ร้านเค๊า(ซึ่งผมก็ทำงานเป็นกุ๊กที่ร้านอาหารในไทยอยู่แล้ว)ผมจึงได้ลองทำงานที่ร้านเค๊าจนอยู่เต็มระยะเวลาของวีซ่าท่องเที่ยวที่ตม.ปั๊มให้ตอนเข้าประเทศ ก่อนกลับไทยนายจ้างกลับชวนไปทำงานที่ร้านเค๊าโดยนายจ้างบอกว่าจะทำสมัครวีซ่าทำงานให้คือE2 ผมกลับมามีนาคมปีที่แล้วครับปี54

    หลังจากนั้นสักพักใหญ่นายจ้างก็ส่งเอกสารสมัครวีซ่ามาให้ผมปึกใหญ่ ในนั้นก็จะมีรายละเอียดพวก โครงสร้างบริษัท, แผนการดำเนินงาน, ผลประกอบการ, ผู้ถือหุ้น, จำนวนพนักงาน, การจ่ายเงินเดือน สัญญาณจ้่งงานผม อะไรพวกนี้ครับ โดยให้ผมไปจ่ายเงินที่ไปรษณีย์ 390$และเข้าไปยื่นเอกสารทั้งหมดที่สถานทูตได้เลยโดยไม่ต้องนัดวันสัมภาษณ์เหมือนของวีซ่าท่องเที่ยว หลังจากนั้น3-4วันมีเจ้าหน้าที่โทรมาสอบถามขอข้อมูลเพิ่มนิดหน่อย และบอกว่าจะโทรนัดสัมภาษณ์อีกครั้ง แต่แล้วตั้งวันนั้ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครโทรมานัดสัมภาษณ์เลยครับ

    เหตุเกิดตั้งแต่ต้นเดือนมีนาฯปีนี้ครับ ปี55

    1.รบกวนถามว่าปกติแล้วถ้าวีซ่าไม่ผ่านนี่จะมีใครโทรมาแจ้งมั้ยครับ หรือว่าจะเงียบไปเลยแบบนี้ แล้วเหตุใดถึงไม่มีการโทรนัดสัมภาษณ์ก่อนครับ

    2.ผมไม่สามารถติดตามเรื่องได้เลยเหรอครับ เพราะโทรไปที่เบอร์หน้าเว็บเจ้าหน้าที่ก็บอกให้เมล์ไปถาม แต่ก็ไม่มีการตอบกลับใดๆเช่นกัน

    3.ผมงงครับว่าE2นี่เป็นวีซ่าลงทุน(อ่านจากข้างบน)แต่ทำไมผมจะไปเป็นลูกจ้างนายจ้างจึงสมัครวีซ่านี้ให้ผม สามารถออกให้ลูกจ้างได้ด้วยหรือครับ แต่ที่เจ้าของก็เคยสมัครให้คนไทยไปทำตำแหน่งเชฟแล้ว4คนก่อนผม เคยไปโพสต์ถามที่พันทิพก็ยังโดนประชดเลยว่าเป็นวีซ่าทำงานของเกาหลีรึเปล่า หรือโดนหลอกรึเปล่า

    4.พอจะช่วยวิเคราะห์ได้มั้ยครับว่าเหตุใดวีซ่าผมจึงไม่ผ่าน(เงียบไปนี้ขนาดนี้คงไม่ผ่านแล้วมั้ยครับ ผมก็ไม่หวังแล้วแต่ก็อยากทราบอยู่ดี) เคยถามเจ้าของก็งงเช่นกันเพราะปกติก็ได้ตลอด

    5.ถ้าเรื่องคาราคาซังแบบนี้ ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าผมสามารถกลับไปเที่ยวอเมริกาได้มั้ยครับ แบบว่าเค้าจะคิดว่าเราขอวีซ่าทำงานแล้วไม่ได้ จะแอบเข้าไปทำงานทำนองนี้ครับ

    6.หรือว่าจะโดนตม.ซักหนักมั้ยครับว่าคราวก่อนทำไมอยู่นาน หรือไม่เกี่ยวกันเพราะผ่านมา2ปีแล้ว(ถ้านับตอนเข้าประเทศ) หรือต้องทิ้งระยะนานเเค่ไหนครับ

    7.พอจะมีช่องทางติดต่องสอบถามเรื่องวีซ่าผมมั้ยครับ หรือผมยังมีหวังมั้ยครับ(มันนานมากจนผมไม่หวังแล้วล่ะ แต่ก็ยังอยากรู้ครับ)

    ขอบคุณมากครับ

    • govisa  On September 26, 2012 at 5:41 am

      น้อง Big คะ
      1. สถานทูตสหรัฐอเมริกาไม่ค่อยจะโทรหาผู้ยื่นขอวีซ่า ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เป็นอีเมล์ค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลมีไม่มากค่ะ สำหรับการขอวีซ่า E-2 ไม่ต้องโทรนัดสัมภาษณ์ค่ะ ให้เข้าไปยื่นเอกสารแล้วรออีเมล์แจ้งให้เข้าไปสัมภาษณ์ค่ะ ซึ่งน้องสามารถติดตามเรื่องได้ด้วยการเขียนอีเมล์ไปสอบถาม ในกรณ๊ของน้องเป็นไปได้ไหมว่า เอกสารของเจ้าหน้าที่มีมาก และพลาดไปจนลืมติดตามน้องค่ะ ซึ่งน้องควรจะเขียนอีเมล์ไปสอบถามค่ะ เพราะเรื่องผ่านมานานเกิน 1 ปีแล้ว ปกติการยื่นเอกสาร E-2 ไม่ต้องรอนานถึง 1 ปีค่ะ

      2.E-2 หมายถึง ผู้ลงทุน และผู้ที่ไปเป็นลูกจ้างที่มีความชำนาญการเป็นพิเศษ เช่น พ่อครัวแม่ครัว เป็นต้นค่ะ

      3. น้องควรติดตามเรื่องด้วยการอีเมล์ไปสอบถามแจ้งชื่อนามสกุล วันที่ยื่นเอกสาร เอกสารประกอบด้วยอะไรบ้าง ใหได้คำตอบจากสถานทูตก่อนที่น้องจะใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปค่ะ เพราะอันที่จริงวีซ่าท่องเที่ยวของน้องยังมีอายุอยู่ น้องก็สามารถเดินทางเข้าไปเที่ยวได้ แต่พี่ไม่อยากให้เรื่องคาราคาซังจะกลายเป็นว่า ยื่นเรื่องค้างไว้ที่เมืองไทยไปเที่ยวอาจไปทำเรื่องต่อที่โน่น และทางโน้นจะไปถามทำเรื่องต่อ ก็จะติดว่ามีเรื่องยังค้างอยู่ที่เมืองไทย เคลียร์ที่เมืองไทยให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนนะคะ
      4. ยืนยันว่าน้องยังมีความหวัง กรุณาเขียนอีเมล์ไปทีี่ visasbkk@state.gov หรือที่ bangkokbusinesstravel@state.gov ค่ะ

  • Grocerystore  On September 26, 2012 at 12:33 am

    ขอบคุณมากพี่มากนะค่ะ สำหรับข้อมูล

  • Big  On September 26, 2012 at 1:20 pm

    ผมยังมีหวังจริงๆเหรอครับ นึกว่าทางสถานทูตไปเช็คข้อมูลแล้วเจอว่าผมเคยไปอเมริกามาแล้ว แถมยังอยู่เต็ม6เดือน เลยสงสัยว่าผมจะแอบทำงานจึงไม่อนุมัติวีซ่าผม

    ขอบคุณมากๆนะครับ

    • govisa  On September 26, 2012 at 9:22 pm

      น้อง Big คะ พี่อยากให้น้องทำสิ่งที่ควรทำเท่านั้นเองนะคะ กล่าวคือ เคลียร์ปัญหาที่น้องสงสัยให้เรียบร้อยดีกว่าที่จะสันนิษฐานคำตอบไปในทางร้ายๆค่ะ พี่ไม่ทราบว่า น้องอยุู่ที่สหรัฐอเมริกาเต็มระยะเวลา 6 เดือนและแอบทำงานถ้าน้องไม่ได้เขียนมาบอกพี่ค่ะ และพี่ก็ไม่ทราบว่า ทางท่านกงสุลจะทราบหรือเปล่าด้วย เพราะน้องยังไม่เคยได้เข้าไปสัมภาษณ์กับท่านมานานปีเศษแล้วหลังจากยื่นเอกสาร E-2 ค่ะ

      ดังนั้นพี่จึงอยากให้น้องเขียนอีเมล์ทำนองว่าขอ Follow up เรื่องที่ยื่นขอ E-2 เพราะทางนายจ้างก็มีอีเมล์ถามมาว่า จะไปช่วยงานนายจ้างได้เมื่อไร อันนี้แล้วแต่ว่าน้องจะเขียนอีเมล์ให้ออกมาดูสุภาพและนุ่มนวลได้ขนาดไหน พี่ก็ขอเอาใจช่วยให้น้องทราบคำตอบเร็วๆนะคะ ถ้ามีข่าวแล้วคิดว่าพอจะแบ่งปันข้อมูลกันได้ พี่ก็ยินดีรับฟังข่าวจากน้องเสมอ และคิดว่า มีหลายท่านที่เข้ามาอ่านก็คงอยากทราบ เพื่อเก็บไว้เป็นกรณีศึกษาสำหรับตัวเองกันด้วยค่ะ ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

  • อ๋อย  On October 10, 2012 at 8:52 pm

    มีญาติมาปรึกษาแต่มีความรู้ไม่มากอยากถามผู้รู้เรื่องการขอวีซ่าE2 ค่ะ เรื่องมีอยู่ว่าหลานเคยไปเรียนที่อเมริกานานพอสมควร รู้จักคนมากมายที่โน่นแต่ขณะนี้กลับมาเมืองไทยได้ 1 ปีแล้ว พอดีคนรู้จักที่อเมริกาทำร้านอาหารไทย มาหลายสิบปีกิจการดำเนินไปได้ดีตลอดแต่เนื่องจากเจ้าของซึ่งเป็นคนไทยมีอายุมากแล้ว อยากเซ้งให้ทำกิจการต่อในราคา150000 เหรียญ US จึงได้จ้างทนายให้ดำเนินการเรื่องเอกสารให้ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาการขายกิจการ การอนุมัติเช่าพื้นที่จาก landlord การโอนเงินมัดจำผ่านทางescrow โดยมีข้อแม้ว่าถ้าวีซ่าE2 จะโอนเงินส่วนที่เหลือ หลังจากนี้ทางทนายแจ้งว่าจะจัดเตรียมเอกสารให้เพื่อมาทำการยื่นขอวีซ่าที่เมืองไทย ไม่ทราบว่าทนายจะต้องยื่นเรื่องให้ทางimmigration ที่ทางอเมริกาเพื่อการ approveก่อนใช่หรือไม่คะ ว่าเราจะไปทำร้านอาหารจริงเพื่ออนุมัติในขั้นต้น แล้วจึงจัดเอกสารเตรียมให้ทางหลานมายื่นต่อที่เมืองไทย ช่วยแนะนำด้วยค่ะขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆที่ได้อ่านมาตั้งแต่ต้น

    • govisa  On October 10, 2012 at 9:05 pm

      ตามที่คุณอ่อยเข้าใจถุกต้องแล้วค่ะ ถ้าหลานจะไปเป็นหุ้นส่วนกับคุณอ๋อย อย่างไรก็ตาม หลานต้องมีหลักฐานการโอนเงินจากบัญชีในเมืองไทยไปซื้อกิจการร้านอาหารในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะยื่นขอวีซ่า E-2 ด้วยค่ะ แต่ถ้าหลานจะไปเป็นกุ๊ก ก็ไม่ต้องมีหลักฐานการโอนเงินจากเมืองไทยไปค่ะ ถ้าหากมีข้อสงสัยจะเขียนอีเมล์ไปสอบถามสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพดดยตรงในเรื่องวีซ่าประเภท E-2 ได้ที่ bangkokbusinesstravel@state.gov ค่ะ

  • Big  On October 10, 2012 at 9:36 pm

    พี่adminครับ ผมจะเข้ามาขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำที่พี่แนะนำให้ส่งเมล์ไปถามครับ

    วันนี้มีเจ้าหน้าที่สถานทูตโทรมานัดผมไปสัมภาษณ์แล้วครับ นัด28พย. นี้ครับ มีลุ้นขึ้นมาเลย แต่กึไม่รู้ว่าจะผ่านมั้ย พี่พอจะมีคำแนะนำมั้ยครับว่าปกติเค้าจะถามเยอะแค่ไหนครับ แล้วถามเรื่องอะไรบ้างครับ เมีบางคนให้ความเห้นว่าสัมภาษณ์เป็นพิธีจริงๆเอกสารจากนายจ้างก็ผ่านแล้วไม่งั้นก็ไม่ให้มาสัมภาษณ์ จริงมั้ยครับ

    หรือพี่admin มีอะไรแนะนำเพิ่มเติมตรงไหนยินดีครับ

    • govisa  On October 10, 2012 at 10:06 pm

      ตอบตามความเป็นจริงอย่างมีวิจารณญาณค่ะน้อง Big พี่ได้ทราบมาว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกันชอบคนพูดความจริง เขาจะไม่ไว้วางใจเราถ้าจับได้ว่า เราพูดเรื่องไม่จริงกับเขาค่ะ น้องก็คงต้องเตรียมตัวเหมือนเวลาน้องไปสัมภาษณ์สมัครงาน คือถ้าเค้าถามอะไรเรามา เราตอบได้เป็นเรื่องเป็นราวและมีเหตุผล พี่คิดว่า การสัมภาษณ์วีซ่าน่าจะผ่านค่ะ แต่ถ้าจะขอวีซ่า E-2 ไปเป็นกุีก แต่คำตอบเราดูไม่น่าจะใช่ว่า เราจะไปเป็นกุ๊กได้จริงก็คงไม่น่าเชื่อถือค่ะ ส่วนประเด็นที่ว่า ไปอยู่ที่นั่นครบ 6 เดือนในฐานะที่ตอนนั้นเป็นวีซ่าท่องเที่ยว ก็คงต้องคิดตั้งแต่บัดนี้ที่ยังมีเวลาเหลืออยู่อีก 1 เดือนว่า ควรจะตอบแบบไหนจึงจะเหมาะสม ที่จะทำให้กงสุลไว้วางใจให้วีซ่าเราค่ะ

  • Ya  On October 16, 2012 at 2:21 pm

    สัมภาษณ์วีซ่าE2 เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษค่ะ

    • Ya  On October 16, 2012 at 2:33 pm

      ขอถามอีกข้อนะค่ะ ยื่นE2ได้ที่กรุงเทพฯที่เดี่ยวใช่หรือเปล่าค่ะ. ยื่นที่เชียงใหม่ได้มั้ยค่ะ

    • govisa  On October 17, 2012 at 1:37 am

      ท่านกงสุลสามารถพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยค่ะ อย่างไรก็ตาม การจะเข้าไปทำงานในสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้ลงทุนประเภท E-2 ควรพูดภาษาอังกฤษได้อยู่ในระดับหนึ่งค่ะ มิฉะนั้นจะติดต่อกับคนอเมริกันแล้วตัวเราเองอาจจะเสียเปรียบที่ไม่เข้าใจกันด้วยปัญหาภาษาได้ค่ะ

  • Khonsiam  On October 19, 2012 at 11:33 am

    ขอรบกวนถามบ้างนะครับว่า

    ถ้ากำลังจะไปสัมภาษณ์วีซ่าทำงานโดยนายจ้างที่อเมริกาทำเอกสารให้ แต่เราเคยไปอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแล้วแอบทำงานโดยอยู่ประมาณ5เดือน แถมเคยเปิดแบงค์ที่นั่นไว้อีกแต่ปิดไปแล้วก่อนกลับไทย ทางสถานทูตจะไปสืบค้นข้อมูลตรงนี้เจอมั้ยครับ

    เป็นไปได้แค่ไหนที่เค้าไม่สืบเพราะเป็นคนละวีซ่าและยังอยู่ไม่เกินระยะเวลาที่ตม.ปั๊มให้ หรืออย่างไรครับ

    รบกวนด้วยนะครับ

    • govisa  On October 20, 2012 at 5:32 am

      น้อง Khonsiam คะ ขึ้นอยู่กับคำตอบของน้องในตอนสอบสัมภาษณ์วีซ่าค่ะว่า จะทำให้เกิดข้อสงสัยในช่วงระยะเวลาที่น้องเข้าอเมริกาครั้งแรกด้วยวีซ่าท่องเที่ยวหรือไม่ค่ะ การที่อยู่ไม่เกินเวลาที่ตม.กำหนดเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วที่น่าจะทำให้น้องสบายใจได้ว่า น้องไม่ได้ทำผิดกฎหมายนะคะ ส่วนเรื่องการสืบค้นข้อมูล พี่ขออกตัวว่าพี่ไม่มีความรู้ลึกขนาดนั้นค่ะ น้องได้ผลวีซ่าเป็นอย่างไรเขียนมาบอกบ้างนะคะ เอาใจช่วยค่ะ

  • Big  On October 23, 2012 at 5:01 pm

    ขอรบกวนพี่แอดมินอีกครั้งนะครับ ผมBigที่เคยมารบกวนแล้วครับ

    ขอถามเพิ่มเรื่องวีซ่าติดตามหรือคู่สมรสครับ(ไม่แน่ใจว่าเรียกอย่างไรถึงจะถูก)

    คือผมมีแพลนว่าจะแต่งานกับแฟนอยู่แล้วครับก่อนที่จะทราบเรื่องการนัดสัมภาษณ์(แต่วันนี้ยังไม่ได้แต่งครับ) ทีนี้อยากทราบว่าถ้าต้องการให้ภรรยาไปอยู่ด้วยที่อเมริกา(ถ้าผมผ่านสัมภาษณ์)

    1.ผมและเธอต้องจดทะเบียนสมรสกันใช่มั้ยครับ แล้วเค๊าจำเป็นต้องเปลี่ยนนามสกุลหรือใช้คำนำหน้าเป็นนางด้วยมั้ยครับ เคยถามเค้าเเต่่เค้าบอกว่าไม่อยากเปลี่ยนเพราะจะยุ่งเรื่องเอกสารอีกมาก

    2.การทำเรื่องขอวีซ่าติดตามนี้มีขั้นตอนเเละกระบวนการอย่างไรครับ ต้องให้ผมไปเริ่มงานที่อเมริกาก่อนแล้วจึงให้นายทำเรื่องให้ใหม่รึเปล่า แล้วเค้าค่อยตามไปรึเปล่า หรือว่าให้เค้าไปสัมภาษณ์กับผมได้เลยมั้ยครับ(ถ้าได้เลยต้องใช้เอกสารใดบ้างครับ) เพราะเคยถามนายจ้างบอกว่าต้องขอวีซ่าของผมให้ผ่านก่อน ถึงจะทำเรื่องของแฟนผมต่อ แต่มีเพื่อนผมที่เคยไปทำงานร้านอาหารด้วย E2 เช่นกันแต่เป็นร้านอื่น บอกว่าทำพร้อมกันไปและสัมภาษณ์ด้วยกันเลย สับสนครับ

    3.หรือว่าต้องทำอย่างไรรบกวนขอคำแนะนำด้วยนะครับ

    • govisa  On October 23, 2012 at 9:24 pm

      น้อง Big คะ

      1. ถ้าภรรยาจะไม่เปลี่ยนนามสกุลก็ย่อมทำได้ค่ะ ตามพรบ.คำนำหน้านามหญิงพ.ศ.2551 ที่ให้สิทธิ์สตรีเลือกคำนำหน้านาม และชื่อสกุลได้ตามความสมัครใจ ส่วนการที่จะให้ภรรยายื่นขอวีซ่า Derivative E Visa ในฐานะผู้ติดตามพร้อมน้อง Big ย่อมทำได้ และควรแสดงหลักฐานใบจดทะเบียนสมรสพร้อมใบแปลทะเบียนสมรสที่ได้รับการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศไทยแล้วด้วยค่ะ
      2. น้อง Big คงต้องแจ้งนายจ้างว่า จะนำภรรยาที่จดทะเบียนสมรสไปด้วย ให้นายจ้างติดต่อกับทนายความทำเอกสารส่งมาให้พร้อมน้อง ลองปรึกษากับนายจ้างดูนะคะว่า จะสามารถทำให้ได้ทันไปขอสัมภาษณ์วันเดียวกันได้ไหม ซึ่งถ้าเตรียมเอกสารได้ทัน น้องก็ควรจะเขียนอีเมล์ไปที่ BangkokBusinessTravel@state.gov ว่าจะขอเพิ่มชื่อภรรยาเข้าไปสัมภาษณ์ในวันที่ 28 พย.ได้ไหมค่ะ เพื่อภรรยาจะได้เข้าไปในประตูสถานทูตสหรัฐฯในวันั้นได้ค่ะ แต่ถ้าทางนายจ้างแจ้งกลับมาว่า ไม่สามารถเตรียมเอกสารให้ได้ทันวันที่ 28 พฤศจิกายนที่เป็นวันนัดสัมภาษณ์ ให้ภรรยาของน้อง Big ขอวีซ่าทีหลังน้องค่ะ พร้อมทั้งถ่ายสำเนาหนังสือเดินทางและหน้าวีซ่าของน้อง Big เข้าไปประกอบพร้อมหลักฐานที่นายจ้างส่งมาให้ภรรยาน้องค่ะ
      3. ตามเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_1273.html พูดถึงการนำสมาชิกในครอบครัว คือ คู่สมรสและบุตร ไปกับผู้ที่ขอวีซ่าหลักประเภท E ว่าทำได้ และคู่สมรสสามารหางานทำได้ แต่บุตรที่จะติดตามต้องมีคุณสมบัติ คือ อายุไม่เกิน 21 ปี และยังไม่ได้สมรสค่ะ ซึ่งน้อง Big สามารถหาอ่านข้อมูลนี้ได้อีกแหล่งหนึ่ง คือ ข้อมูลฉบับภาษาไทยของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพค่ะ http://thai.bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas/visa-appointments/treaty-trader-visa.html

  • Big  On October 23, 2012 at 5:29 pm

    ขอรบกวนอีกข้อนะครับ พอดีเพิ่งนึกขึ้นได้ครับ

    มีกฎเกณฑ์อะไรมั้ยครับว่าจะต้องจดทะเบียนสมรสก่อนวันสัมภาษณ์กี่วันครับ และต้องมีหลักฐานอะไรบ้างครับ

    ขอบคุณมากๆๆๆนะครับ

    • govisa  On October 23, 2012 at 9:39 pm

      น้อง Big คะ รีบติดต่อนายจ้างดีกว่านะคะว่า ถ้าจะทำเอกสารให้ภรรยาด้วยอีกคน ทางนายจ้างต้องการเอกสารเพิ่มเติมเพื่อเป็นหลักฐานว่า ภรรยาน้องเป็นภรรยาของน้องจริง ซึ่งทะเบียนสมรสนับเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่จะระบุความสัมพันธ์ระหว่างน้องกับภรรยาทางกฎหมายค่ะ เพราะภรรยาน้อง Big จะไม่เปลี่ยนคำนำหน้านามและนามสกุล ดังนั้นจะจดทะเบียนสมรสวันนี้หรือจดก่อนหน้าสัมภาษณ์กี่วันคงจะไม่ใช่เรื่องที่ทางเมืองไทยจะตัดสินใจฝ่ายเดียวแล้วค่ะ ถ้าต้องการเข้าไปสัมภาษณ์วันที่ 28 พฤศจิกายนพร้อมกันค่ะ น้อง Big ควรจะสอบถามไปทางฝั่งนายจ้างด้วยว่า ต้องการเอกสารใบจดทะเบียนสมรสไหม และที่สหรัฐฯจะใช้เวลาดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารของภรรยากี่วันจึงจะเสร็จ เพื่อส่งกลับมาประกอบหลักฐานการยื่นขอ Derivative E Visa ให้ภรรยาค่ะ เมื่อพอทราบคำตอบจากฝั่งนายจ้าง น้อง Big และภรรยาคงจะคำนวณเวลาได้แล้วว่า ควรจะจดทะเบียนสมรสกันเมื่อไหร่ค่ะ

  • Big  On October 23, 2012 at 10:00 pm

    ขอบคุณมากๆๆนะครับสำหรับคำแนะนำทุกอย่าง

    แต่ผมรบกวนถามเพิ่มหน่อยนึงครับว่า ผมเคยบอกนายจ้างไปแล้วก่อนที่ทางนายจ้างจะเตรียมเอกสารส่งกลับมาให้ผมว่า อยากพาภรรยาไปอยู่ด้วย เเต่ทางนายจ้างบอกว่าให้ทำเรื่องวีซ่าของผมให้เรียบร้อยก่อยถึงจะทำให้ภรรยาผม

    ผมไม่ทราบว่าจริงๆแล้วต้องรอผมผ่านก่อนมั้ยครับ แล้วถ้าจริงๆไม่ต้องรอ พี่พอจะให้ความเห็นได้มั้ยครับว่าเหตุใดนายจ้างถึงบอกให้รอวีซ่าผมผ่านก่อน (ที่ผมเคยประเมินคือ อาจจะเกี่ยวกับค่าทนายรึเปล่าเพราะเค้าบอกว่าถ้าวีซ่าไม่ผ่านผมไม่ต้องจ่ายค่าทนาย ให้จ่ายเมื่อผ่าน คือผมเป็นฝ่ายจ่ายค่าทนายเองครับไม่มีค่าอื่นๆ เพราะถ้าขอพร้อม2คนแล้วไม่ผ่านทางนายจ้างอาจจะต้องจ่ายค่าทนายให้ผมไป2คนฟรีๆครับ ปกติค่าทนายนี่ถ้าไม่ผ่านนายจ้างต้องจ่ายให้ทนายมั้ยครับ)

    ปกติถ้าเคสแบบนี้ถ้าวีซ่าผ่าน ทนายคิดค่าทนายx2รึเปล่าครับ หรืออย่างไรครับ

    และถ้านายจ้างยังบอกว่าต้องรอของผมผ่านก่อน ผมจะคุยกับเค้ายังไงดีครับ กลัวนายจ้างจะหาว่าผมรู้มากเรื่องมากครับ แต่จริงๆแล้วเค้าเป็นคนจิตใจดีมากครับ เท่าที่เคยสัมผัสมา3-4เดือนครับ หรือเค้าอาจจะไม่รู้รึเปล่าครับ หรือทางทนายที่ทำเรื่องให้เค้าไม่รู้รึเปล่าครับ

    ขอขอคุณมากๆๆอีกครั้งครับ

    • govisa  On October 24, 2012 at 8:50 pm

      น้อง Big คะ เนื่องจากน้องได้ยื่นเอกสารขอวีซ่า E-2 ของตัวน้องไปก่อนล่วงหน้าภรรยา และได้รับวันนัดสัมภาษณ์มาแล้ว ทางแก้ไขของปัญหาคือ ให้เขียนอีเมล์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ในสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพว่า อยากจะไปเป็นครอบครัว คือ นำภรรยาไปด้วยโดยจะขอกรอกฟอร์ม DS-160 และ DS-156 E พร้อมทั้งหากมีสำเนาเอกสารเดิมที่นายจ้างทำให้น้องแนบไปด้วยจะได้ไหม และจะต้องนำไปยื่นที่สถานทูตก่อนล่วงหน้าวันที่ 28 พฤศจิกายนหรือไม่นะคะ ถ้าสถานทูตตอบมาว่าได้ ให้น้องรีบลงมือกรอกฟอร์ม DS-160 กับ DS-156 Eในส่วนของภรรยาเลยค่ะ ส่วนเอกสารที่จะต้องใช้คือใช้เอกสารอย่างเดียวกับของน้องทุกประการค่ะ

      ส่วนเรื่องความคิดเห็นของนายจ้าง พี่ขอออกตัวไม่แสดงความคิดเห็น เพราะพี่ไม่ทราบเหตุผลค่ะ ขอให้น้องโชคดีนะคะ ได้ผลเป็นอย่างไรกรุณาเขียนมาเล่าบ้างนะคะ

  • KhunT  On October 27, 2012 at 12:24 am

    อยากทราบว่า ในการขอ E2 เค้ากำหนดอายุขั้นต่ำของผู้สมัครวีซ่าประเภทนี้ไหมคะ? คือหนูกำลังจะเรียนจบ เเละอยากไปลงทุนทำธุรกิจที่โน่น เเละเรียนต่อด้วยในเวลาเดียวกัน เเต่ทราบมาว่า เราไม่สามารถถือวีซ่าสองประเภทในเวลาเดียวกันได้ใช่ไหม? แปลว่า หนูจะไม่สามารถเรียนต่อเเละทำธุรกิจไปด้วย ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนยังงั้นหลอคะ? เช่นนี้พี่คิดว่า หนูควรเลือกทางไหนดีอ่ะคะ สับสนมาก หนูไม่อนากพลาดโอกาสทั้งสองอย่างอะค่ะ

    • govisa  On October 27, 2012 at 6:56 pm

      น้อง KhunT คะ น้องสามารถมีสองวีซ่าได้ค่ะ แต่เมื่อเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ น้องจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองว่า น้องมีวัตถุประสงค์ในการเข้าเมืองครั้งนี้เพื่ออะไร เช่น คนที่มีวีซ่าท่องเที่ยวกับวีซ่านักเรียน เมื่อเข้าประเทศสหรัฐฯเพราะต้องการเข้าไปเรียน แสดง I-20 ให้เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯดู ก็เป็นอันว่า จะไม่ใช้วีซ่าท่องเที่ยวระหว่างนั้น เมื่อเรียนจบแล้วและวีซ่าท่องเที่ยวยังมีอายุอยู่ก็สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวต่อได้ค่ะ ส่วนวีซ่านักเรียนไม่สามารถประกอบธุรกิจได้ ดังจะเห็นได้ว่า วีซ่านักเรียนไม่อนุญาตให้ทำงานนอกแคมปัสมหาวิทยาลัย ถ้าจะทำงานในแคมปัสมหาวิทยาลัยจะทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ดังนั้น น้องคงต้องตัดสินใจเองว่า จะเรียนต่อ หรือจะประกอบธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วค่ะ

      น้องลองคิดดูว่า ถ้าเป็นเจ้าของร้านอาหารก็ต้องบริหารกิจการให้มีกำไร จะไว้ใจหุ้นส่วนทุกอย่างคงไม่ได้ในการประกอบธุรกิจ ทั้งนี้เพื่อเป็น good profile ในการขอต่ออายุวีซ่า E-2 ถ้าร้านของน้องขาดทุนที่บ้านก็ต้องมีหลักฐานโอนเงินไป support เพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐานทางการเงินในการขอต่ออายุวีซ่า E-2 หรือถ้าน้องเป็นแม่ครัวน้องก็คงจะมีประสบการณ์ในร้านอาหารไทยแล้วว่า แม่ครัวงานหนักแค่ไหนนะคะ เพราะฉะนั้นน้องจะเอาเวลาที่ไหนไปทำ research ในการเรียน การบ้านเพื่อรักษาเกรดเฉลี่ย เช่น ปริญญาโทต้องได้ถึง 3.0 ถึงจะยังคงสภาพเป็นนักศึกษาใน U นั้นๆได้ค่ะ และวีซ่านักเรียนระบุว่า นักเรียนต้องเรียน Full-time ค่ะ

      ในความคิดเห็นพี่ พี่ไม่คิดว่าว่าเป็นการพลาดโอกาส เพราะสิ่งที่น้องต้องเลือกตอนนี้เท่ากับฝึกให้น้องใชวิชาการบริหารการตัดสินใจเข้ามาใช้ในชีวิตจริง เพราะในการทำธุรกิจไม่มีอะไรที่ไม่เสี่ยง และมักจะมีปัญหาท้าทายมาให้น้องต้องขบคิดและแก้ไขเสมอนะคะ เพียงแต่เวลานี้น้องอยากได้โอกาสทั้งสองอย่าง ซึ่งน้องคงต้องใช้ความคิดและเหตุผลมากกว่าอารมณ์ว่า สิ่งใดควรจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับน้องในเวลานี้ เมื่อทิ้งอีกสิ่งหนึ่งไปก็ไม่ต้องไปเสียใจว่า จะไม่ได้สิ่งนั้นกลับมาอีก ถ้าน้องยังมีวัตถุประสงค์ในสิ่งนั้น และมีความอุตสาะพยายาม น้องคงจะต้องหาทางไขว่คว้าโอกาสนั้นกลับมาอีกค่ะ

  • Big  On December 4, 2012 at 11:24 pm

    ขอเข้ามาขอบคุณพี่แอดมินอีกครั้งนะครับ สำหรับคำเเนะนำเรื่องวีซ่าE2ที่ผมเคยเข้ามาขอคำแนะนำไป ตอนนี้ผมไปสัมภาษณ์มาแล้ว เเละวีซ่าผ่านเรียบร้อยเเล้วนะครับ แต่กว่าจะผ่านก็สัมภาษณ์กันนานมาก มีให้กลับไปนั่งรอเเละเรียกมาใหม่ด้วยครับ ใช้เวลาเป็นชั่วโมงนับตั้งแต่เรียกทีเเรกเลยครับ ไม่รวมรอคิวนะครับ

    ทีเเรกก็นึกว่าจะไม่ผ่านเหมือนกัน เพราะนานมากถามเยอะมากๆๆ วนไปวนมา ถามเยอะกว่าตอนไปสัมภาษณ์ท่องเที่ยวอีก ผมว่าเอกสารจากทางนายจ้างน่าจะปึ้กมากแน่นมาก เเละผลประกอบการรวมถึงองค์ประกอบต่างๆของบริษัทนายจ้างน่าจะเข้าขั้นโอเค(ในความคิดผมนะครับ) กงศุลเลยยอมอนุมัติวีซ่าให้ผมมา

    โล่งอกมากหลังจากที่อยู่ในอารมณ์กั๊กมาเกือบปีว่าจะเรียกสัมภาษณ์หรือไม่เรียก

    ผมขอรบกวนพี่อีกนิดนะครับ เรื่องวีซ่าติดตามของภรรยาครับ คือคราวก่อนทำเรื่องไม่ทันครับ
    เลยอยากทราบว่า ภรรยาผมที่มีวีซ่าท่องเที่ยวอยู่สามารถไปพร้อมผมและไปเปลี่ยนสถานะที่นั่นได้มั้ยครับ
    ช่วยแนะนำทีนะครับ

    ผมลองถามเจ้าหน้าที่ที่สถานทูต เค้าบอกว่าไม่แนะนำให้ไปด้วยกัน เพราะทางตม.อาจจะไม่ให้เข้าประเทศได้ เเละการทำวีซ่าติดตามต้องทำที่ไทยเท่านั้น

    ขอรบกวนอีกครั้งด้วยนะครับ

    สุดท้ายขอบพระคุณพี่แอดมินอีกครั้งนะครับ ถ้าไม่ได้คำแนะนำจากพี่วันนี้กงสุลคงจะยังไม่เรียกผมไปสัมภาษณ์แน่ๆเลย

    บิ๊ก

    • govisa  On December 5, 2012 at 9:46 pm

      น้อง Big คะ ดีใจด้วยค่ะ ที่ได้รับวีซ่า E-2 เรียบร้อยแล้ว น้องเล่าน้องถูกสัมภาษณ์นานมากพอบอกบางส่วนที่ไม่เป็นเรื่องส่วนตัวมากนักได้ไหมคะว่า กงสุลท่านสัมภาษณ์อะไรบ้างค่ะ

      เรื่องของภรรยาน้อง Big น้องควรฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพนะคะว่า ภรรยาและตัวน้องไม่ควรเดินทางพร้อมกัน เพราะถ้าจะให้พี่สันนิษฐานว่า ทำไมเจ้าหน้าที่จึงตอบน้องเช่นนั้น มันก็มีเหตุผลอยู่นะคะ การเดินทางด้วยกันกับสามีที่ได้รับ E-2 visa แล้ว ภรรยาก็คงจะมีแนวโน้มเข้าไปเพื่อขอเปลี่ยนวีซ่าให้อยู่กับน้อง Big ได้นานขึ้นกว่าวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ ส่วนการจะเข้าไปเปลี่ยนในสหรัฐฯจาก B-2 เป็น E-2 ต้องใชเวลานาน ซึงพี่ก็ไม่สามารถคาดคะเนได้ว่านานแค่ไหน และไม่แน่ใจว่าจะได้รับอนุมัติวีซ่าทุกรายด้วยค่ะ นั่นคงจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เจ้าหน้าที่สถานทูตแนะนำให้ภรรยาน้อง Big กลับมาไทยเพื่อขอวีซ่าติดตามน้องดีกว่าค่ะ

      http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=2ea36811264a3210VgnVCM100000b92ca60aRCRD&vgnextchannel=2ea36811264a3210VgnVCM100000b92ca60aRCRD เว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์ของ US Citizenship and Immigration Services อธิบายเกี่ยวกับ Family of E-2 Treaty Investors and Employees

      ” If the family members are already in the United States and are seeking change of status to or extension of stay in an E-2 dependent classification, they may apply by filing a single Form I-539 with fee. Spouses of E-2 workers may apply for work authorization by filing Form I-765 with fee. If approved, there is no specific restriction as to where the E-2 spouse may work.” น้องจะเห็นคำว่า if approved คือถ้าภรรยาน้องสามารถสอบผ่านวีซ่าและได้รับวีซ่า ซึ่งหมายความว่าจะมีบางคนที่ถูกปฏิเสธวีซ่า เช่น คนที่ถูกปฏิเสธในเว็บไซต์นี้ค่ะ http://www.expatsvoice.org/forum/archive/index.php/t-712.html

  • Zin  On December 7, 2012 at 12:32 pm

    สวัสดีครับ รบกวนถามเรื่อง E-2 ครับ
    1. ตอนนี้ผมเรียนอยู่ที่อเมริกาด้านเชฟกำลังจะจบในอีกหนึ่งปี แล้วพอดีเพื่อนผมจากประเทศไทยเพิ่งมาเที่ยวที่อเมริกา แล้วก็ชวนกันลงหุ้นเปิดร้านอาหารในอเมริกาในต้นปีหน้า ผมจะสามารถเปลี่ยนจาก F-1 เป็น E-2 ได้หรือเปล่าครับ (ที่ประเทศอเมริกา)
    2. พอดีเพื่อนผมเพิ่งแต่งงาน เขากับภรรยา(คนไทย) สามารถขอวีซ่า E-2 ภายในหุ้นรวมกัน 50% ได้หรือเปล่าครับ (ผม 50% + เพื่อน(สามี,ภรรยา) 50%)
    3. แล้วถ้าเพื่อนผมถือวีซ่าท่องเที่ยว เขาสามารถเปลี่ยนเป็น E-2 ที่ประเทศอเมริกาได้หรือเปล่าครับ

    ขอบคุณมากครับ

    • govisa  On December 7, 2012 at 11:02 pm

      น้อง Zin คะ
      1. น้องยังเรียนไม่จบเหลืออีก 1 ปี หมายความว่า น้องต้องเรียนปีหน้าอีก 1 ปีถูกไหมคะ ถ้าน้องจะเปลี่ยนวีซ่าเป็น E-2 ทำได้ค่ะ อ่านได้จากเว็บไซต์นี้นะคะ http://www.uscis.gov/USCIS/Resources/C2en.pdf ซึ่งชี้แจงไว้ว่า น้องจะต้องไม่เคยทำผิดในเรื่องสถานภาพการอยู่ในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม น้องควรคำนวณด้วยว่า ถ้าน้องจะต้องใช้เวลาเรียนอีก 1 ปี น้องน่าจะเริ่มยื่นเอกสารเพื่อเปลี่ยนสถานภาพเมื่อเหลือเวลาอีกประมาณ 3 เดือนก่อนที่น้องจะจบการศึกษาดีกว่าไหมนะคะ เพราะถ้ายื่นเอกสารตอนนี้ เมื่อได้รับวีซ่า E-2 น้องไม่น่าจะลงทะเบียนเรียนต่อไปได้ค่ะ เพราะน้องต้องเลือกใช้วีซ่าประเภทใดประเภทหนึ่งค่ะ ถ้าน้องยังไม่มั่นใจในคำตอบดังกล่าว และยังไม่พร้อมที่จะสอบถามกับทนายความโดยตรง จะด้วยเรื่องค่าธรรมเนียมของทนายความหรือเหตุผลอื่นก็ตาม ให้น้องลองคุยกับ International Student Officer ประจำสถานศึกษาของน้องดีกว่าไหมคะว่า ถ้าได้ E-2 ก่อนเรียนจบจะเป็นอุปสรรคในการลงทะเบียนเรียนตามกฎหมายไหมค่ะ
      2. เพื่อนและภรรยาสามารถขอวีซ่า E-2 ได้ คู่สมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมายควรจะมีฐานะเป็นเหมือนบุคคลคนเดียวกันค่ะ
      3. คำตอบเหมือนข้อ 1 คือได้ค่ะ http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=92f23e4d77d73210VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=92f23e4d77d73210VgnVCM100000082ca60aRCRD แต่ต้องมีหลักฐานการโอนเงินจกเมืองไทยไปซื้อกิจการ และระยะเวลาการเปลี่ยนสถานภาพวีซ่าจากนักท่องเที่ยวหรือจากประเภทอื่นๆไปเป็นอีกประเภทหนึ่ง มักจะใช้เวลานานประมาณ 2-3 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะมีผลกระทบว่า ถ้าเข้าประเทศด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประทับตราวันที่ลงใน I-94 อนุญาตให้เราอยู่ในสหรัฐอเมริกานานเท่าไร 1 เดือน หรือ 3 เดือน เป็นต้นค่ะ ถ้าเราต้องรอการอนุมัติวีซ่าอยู่ในอเมริกานานเกินกว่าเวลาที่เรามีสิทธิ์จะอยู่ เพื่อนน้องก็จะทำไม่ได้ ต้องทำเรื่องขอขยายเวลาการอยู่ต่อ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะได้อนุมัติเหมือนกัน พี่คิดว่ากลับมาขอวีซ่า E-2 ที่เมืองไทยจะสะดวกกว่าไหมค่ะ

  • Zin  On December 7, 2012 at 1:24 pm

    รบกวนอีกอย่างนึงครับ
    เราสามารถซื้อในสัญญาผ่อนได้หรือเปล่าครับ
    เช่น ราคาร้าน 100,000 เราจ่ายไปก่อน 50% ที่เหลือผ่อนรายเดือน
    จะมีปัญหาในการขอ visa E-2 หรือเปล่าครับ

    • govisa  On December 7, 2012 at 11:18 pm

      น้อง Zin คะ พี่ยังไม่เคยได้ยินที่เหลืออีก 50% ให้ผ่อนเป็นรายเดือนได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีอะไรคลาดเคลื่อน พี่จะเข้ามาอัพเดทข้อมูลให้ใหม่ค่ะ

      • Zin  On December 8, 2012 at 12:44 pm

        ขอบคุณมากๆครับ ข้อมูลเป็นประโยชน์มากครับ
        มีคำถามต่ออีกนิดนึงครับพี่
        1. เนื่องจากผมเรียนด้านเชฟโดยตรง จำเป็นไหมครับที่ผมต้องลงหุ้น 50% ถ้าผมลงแค่ 30% และทำงานในฐานะเชฟของร้าน จะมีผลต่อการขอวีซ่า E-2 หรือเปล่าครับ เพราะทราบมาว่า ผู้ขอวีซ่า E-2 ต้องมีหุ้นอยู่อย่างต่ำ 50% แต่ในกรณีที่ ทำงานในฐานะผู้บริหาร หรือเฉพาะทาง เช่นเชฟ จะสามารถขอ E-2 ได้โดยไม่ต้องถือหุ้น
        2. ถ้าผมเป็นแค่ผู้ลงทุน หรือ หุ้นส่วน แต่ไม่ได้ทำงาน ขณะที่ยังถือวีซ่า F-1 นั้นผิดกฏหรือเปล่าครับ เพราะนั่นหมายถึงผมอาจมีรายได้จากการลงทุน แม้ผมจะไม่ได้ทำงานก็ตาม(ผมยังไม่มี SSN) (หรือ ทำงานในโครงการ CPT, OPT, Internship Co-ops ในร้านที่เราลงทุนเอง จะมีผลหรือเปล่าครับ)
        3. ในกรณีที่เพื่อนผมซื้อร้านไปก่อน และดำเนินการธุรกิจไปก่อนที่จะขอเปลี่ยนวีซ่า E-2 จะผิดไหมครับ แล้วเขาต้องขอ Work permit หรือเปล่าครับ
        4. เพื่อนผมเขามี SSN จากการทำงาน OPT (เขาจบปริญญาโทที่อเมริกา) เขาจะสามารถใช้ SSN ตัวนี้การทำงาน (จ่ายTax) ของเขาได้หรือเปล่าครับ เพราะรู้สึกว่าในบัตรจะระบุไว้ให้ใช้สำหรับ OPT หรือต้องไปขอใหม่ครับ

        ขอบคุณมากๆอีกครั้งครับ

      • govisa  On December 9, 2012 at 2:37 pm

        น้อง Zin คะ จากคำถามของน้อง ดูเหมือนว่า น้องก็พอจะรู้อยู่เลาๆแล้วว่า การซื้อธุรกิจร้านอาหารระหว่างยังเรียนหนังสืออยู่อาจจะเกิดอุปสรรคที่กระทบต่อวีซ่านักเรียนของน้องที่มีอยู่ในเวลานี้ได้ค่ะ พี่แนะนำว่า ทางที่ดีที่สุดคือ รอให้น้องเรียนจบก่อนแล้วค่อยซื้อกิจการร้านอาหาร ให้คุณพ่อคุณแม่โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของน้องในสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นหลักฐานประกอบชิ้นหนึ่งในการขอวีซ่า E-2 ในภายหลังด้วยค่ะ หรือหากจะซื้อธุรกิจตอนนี้ อาจจะต้องซื้อในชื่อของคนอื่น ศึกษาลู่ทางเองนะคะว่า ถ้าใส่เป็นชื่อของคนอื่นไปก่อน จะมีความไว้วางใจให้กันและกันมากน้อยเพียงใดค่ะ ส่วนคำถามของน้อง ขอตอบดังนี้ค่ะ

        1. ถ้าน้องจะลงทุน 30 % จากราคาร้านอาหารทั้งหมด จำนวนเงินที่ลงทุนนั้นจะต้องมีมูลค่าอย่างต่ำ 50,000 US$ ขึ้นไปค่ะ ให้น้องอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพ http://thai.bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas/visa-appointments/treaty-trader-visa.html หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมภายหลังอ่าน พี่ขอแนะนำให้น้อง Zin เขียนอีเมล์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯได้ที่อีเมล์ท้ายเว็บไซต์ เพื่อจะได้ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้าน E-2 visa โดยตรงค่ะ

        ส่วนคำว่าวีซ่า E-2 อาจจะหมายถึง 1. ผู้ลงทุนเป็นเจ้าของร้านอาหาร หรือ 2. อาจจะหมายถึงลูกจ้างที่มีความชำนาญการเป็นพิเศษที่ไม่มีคนสัญชาติอเมริกันจะทำหน้าที่นั้นแทนได้ เช่น เชฟร้านอาหารไทย เป็นต้นค่ะ

        2. กรณีน้อง Zin ถือวีซ่า F-1 หากต้องการลงทุนในการซื้อธุรกิจ แล้วถามว่า ผิดกฎหมายไหม เป็นการยากที่จะตอบให้ชัดเจนลงไป พี่คิดว่าให้น้อง Zin ปรึกษากับทนายความหรือผู้รู้ที่อเมริกา หากเกรงว่า จะต้องเสียค่าทนายความสูง ให้น้อง Zin เขียนอีเมล์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพได้ตามที่อยู่นี้คือ BangkokBusinessTravel@state.gov ค่ะ

        อนึ่ง พี่ได้ลองเข้าไปอ่านข้อมูลจากหลายๆเว็บไซต์ เกี่ยวกับวีซ่านักเรียน (F-1) หากนักเรียนต้องการซื้อธุรกิจเป็นของตนเอง จะต้องมีรายละเอียดในเรื่องอื่นๆตามมา อาทิ เช่น การมีรายรับหรือรายได้เกิดขึ้น, การจ่ายภาษี ในขณะที่วีซ่า F-1 จะมีเงื่อนไขทางกฎหมายให้นักศึกษาทำงานได้เฉพาะ on campus และมีจำนวนชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากยังลงทะเบียนเรียนอยู่ และไม่อนุญาตให้นักเรียนทำงาน off-campus โดยเด็ดขาด ยกเว้นกรณีที่ได้รับอนุญาตจาก International Student Office เท่านั้น ซึ่งหมายความว่า งานชิ่นนั้นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ CPT หรือ OPT ดังตัวอย่างของเว็บไซต์ Oakland Community College (http://www.oaklandcc.edu/International/Documents/F1Legalinfo.pdf) หรือ เว็บไซต์มหาวิทยาลัย เช่น University of Michigan (http://internationalcenter.umich.edu/immig/fvisa/f_optapprove.html) ดังนั้น เมื่อน้อง Zin ยังอยู่ในฐานะนักเรียน (F-1 visa) การเป็นผู้มีส่วนร่วมในการลงทุนย่อมมีรายรับประเภท active income เกิดขึ้นเช่นนี้ อาจจะเข้าลักษณะการไม่ใช่ bona fide student ที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ F-1 visa ได้ค่ะ

        เว็บไซต์อื่นๆที่พี่ได้ลองเข้าไปอ่าน ซึ่งไม่ใช่เว็บไซต์ที่เป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะพูดเป็นทำนองเดียวกันว่า อาจทำได้ แต่อาจจต้องมีวิธีการเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งพี่ไม่มีความรู้ในเรื่องของการเลี่ยงกฎหมายค่ะ เช่น

        http://answers.yahoo.com/question/index?qid=20070825115142AACiMTt

        http://answers.google.com/answers/threadview/id/772427.html

        http://www.immihelp.com/forum/showthread.php/14689-F1-students-owning-business

        http://www.faqs.org/qa/qa-14943.html

        3. เพื่อนจะเดินทางเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว เข้าไปซื้อร้านอาหาร คงต้องใช้เวลาสักพักเพื่อขอเปลี่ยนวีซ่าจากท่องเที่ยวเป็น E-2 การจะขอเปลี่ยนวีซ่ากระทันหันอาจจะมีผลกระทบที่ทำให้ไม่ได้รับวีซ่าได้ เพราะหมายถึงเพื่อนของน้องมีเจตนาแอบแฝงก่อนเข้าประเทศสหรัฐฯ หรือมีการวางแผนก่อนเข้าประเทศสหรัฐฯว่า จะเข้าไปเพื่อขอเปลี่ยนสถานภาพวีซ่าค่ะ โปรดอ่านเรื่องวีซ่า E-2 ได้เพิ่มเติมที่ http://www.uscis.gov/USCIS/About%20Us/Electronic%20Reading%20Room/Customer%20Service%20Reference%20Guide/TradersInvestors.pdf ค่ะ มีหลายกรณีที่มีบางคนเข้าไปซื้อธุรกิจ และขอเปลี่ยนวีซ่าในขณะที่ตัวยังอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเลยแล้วทำได้ก็มีค่ะ ส่วนระยะเวลาในการรอเพื่อให้ได้รับวีซ่า E-2 ของแต่ละบุคคลไม่เเท่ากัน และก็มีทั้งอย่างที่ขอทำการเปลี่ยนวีซ่าแล้วได้รับวีซ่า E-2 กับไม่ได้รับวีซ่า E-2 ค่ะ ดังนั้น เพื่อนของน้อง Zin ควรสืบดูว่า ควรจะใช้บริการจากทนายความเจ้าไหนในสหรัฐฯที่ดีและใช้ได้เพื่อเป็นทางเลือกประกอบด้วยค่ะ

        4. SSN มีการออกให้ 3 ประเภทค่ะ อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.ssa.gov/pubs/10002.html#a0=2 ดังนั้น SSN ที่เพื่อนของน้อง Zin มี SSN ตั้งแต่สมัยทำ OPT ยังสามารถใช้ได้ค่ะ

  • Zin  On December 9, 2012 at 10:40 pm

    ข้อมูลเป็นประโยชน์มากๆครับ ขอบคุณมากครับ

    • govisa  On December 9, 2012 at 11:02 pm

      ขอโทษด้วยค่ะที่ไม่ได้ตอบกลับในทันทีน้อง Zin

  • kai  On December 16, 2012 at 10:51 pm

    สวัสดีค่ะ รบกวนขอคำปรึกษาค่ะ แต่ก่อนอื่นต้องขออนุญาตเล่ารายละเอียดก่อนน่ะค่ะ
    สามีพี่ได้วีซ่า อีทู ประมาณปลายปีที่แล้วโดยนายจ้างทำให้ทุกอย่างเราแค่เสียเงินประมาณเจ็ดหมื่นห้าพันบาท จากน้ันสามีก็เดินทางมาก่อน ส่วนตัวพี่เองประมาณสามเดือนก็ทำวีซ่าท่องเที่ยวมาเยี่ยมสามีที่นี่ จากน้ัีนทางสามีพี่มีปัญหากับเจ้าของร้านเรื่องไม่ตกลงตามข้อสัญญาก็เลยว่าจะกลับ แต่เนื่องจากนายจ้างไม่ได้ยกเลิกสัญญาทันทีเขารอให้ครบกำหนดแแล้วกลับเมืองไทยแคนเซิลเองอัตโนมัติ แล้วระหว่างน้ีนพี่ก็ต้ังท้องน้องแล้วหมอไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่องเพราะหมอพบว่าพี่มีปัญหาบางอย่าง ทางพี่กับสามีก็เลยตัดสันใจที่จะอยู่ต่อจนคลอดลูก แต่ก็ต้องย้ายร้านเพราะมีปัญหากันแล้วก็ไม่สะดวกที่จะอยู่ต่อ ตอนนี้พี่คลอดลูกแล้ววีซ่าพี่ต่อได้หกเดือนและกำลังจะหมดอีกสามเดือนข้างหน้านี้พี่จำเป็นต้องเดินทางกลับ ส่วนสามีพี่ก็ทำงานที่ใหม่มาได้สักระยะแล้วซึ่่งคำถามที่พี่รบกวนถามก็คือ
    1. เมื่อพี่กลับไทยแล้ว พี่สามารถเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่าผู้ติดตามได้หรือเปล่า เพราะสัญญาของสามีพี่ยังไม่ครบกำหนด และถ้าได้ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
    2. ในกรณีที่ไม่ได้ พี่คงต้องใช้วีซ่าท่องเที่ยวเดินทางกลับเข้ามาเยี่ยมสามี ซึ่งพี่ต้องทิ้งระยะนานแค่ไหนประมาณกี่เดือน ส่วนน้องไม่น่าจะมีปัญหาเพราะน้องเป็นซิติเซ่น
    3. ถ้าหากวีซ่าของสามีพี่หมด แล้วเดินทางกลับมาตามเวลาที่กำหนด ในการเดินทางกลับเข้าไปทำงานคร้ังหน้า นายจ้างใหม่จะช่วยเหลือเป็นสปอนเซอร์ให้ต้องมีวิธีการอย่างไรบ้าง ต้องขอวีซ่าประเภทไหนและดำเนินการอย่างไร เพราะนายจ้างเป็นคนไทยที่ได้ซิติเซ่นอยู่ที่อเมริกามาเกือบสี่สิบปีแล้วมีร้านอาหารไทยหลายสาขา แต่ไม่มีความรู้ด้านนี้เลย

    ท้ังหมดที่พี่ถามไปหวังว่าจะให้คำแนะนำพี่ได้น่ะค่ะเพราะทนายที่นี่เสียเงินเยอะมากค่าปรึกษาและค่อนข้างช้า ส่วนต้วพี่ต้องรีบเพราะวีซ่าใกล้หมดแล้วต้องรีบดำเนินการให้มันถูกต้องค่ะ

    ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ
    ด้วยความนับถือ

    • govisa  On December 17, 2012 at 10:53 pm

      คุณ Kai คะ

      1. เมื่อคุณ Kai กลับเมืองไทยแล้ว สามารถขอ E-2 Dependent visa ได้ด้วยการให้ทางร้านที่สามีทำหน้าที่เป็นพ่อครัวอยู่ส่งเอกสารใคุณ Kai ทำเรื่องยื่นขอ E-2 dependent ที่สถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพค่ะ ซึ่งเอกสารจะมีความคล้ายคลึงกันกับเอกสารที่ครั้งแรกสามีเคยใช้ตอนขอวีซ่า E-2 เพียงแต่จะมีเพิ่มอีก 1 อย่างคือ เอกสารการเสียภาษีในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาของสามีค่ะ

      2. ในกรณีที่จะใช้วีซ่าท่องเที่ยวที่มีอายุ 10 ปีเดินทางเข้าๆออกๆสหรัฐอเมริกาบ่อยๆ ก็จะเกิดคำถามจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯได้ว่า เข้ามาบ่อยๆด้วยเหตุผลใดค่ะ ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาห่างในการเข้า-ออกแต่ละครั้งได้ตายตัวค่ะ

      3. หากวีซ่า E-2 หมดอายุ นายจ้างร้านอาหารแห่งใหม่จะต้องทำเอกสารให้สามีเพื่อขอวีซ่า E-2 โดยทั่วไปการดำเนินชีวิตแบบคนอเมริกันต้องพึ่งทนายความ แม้ว่าทนายจะคิดค่าบริการแพง คงต้องลองสอบถามจากคนไทยที่อเมริกาท่านอื่นๆดูว่า มีทนายความเจ้าไหนที่คิดราคาค่าบริการอย่างมีเมตตาธรรมค่ะ เพราะทนายจะช่วยให้การดำเนินการทางกฎหมายเป็นไปด้วยความราบรื่น และเขาจะรู้เทคนิคที่จะใช้โดยเฉพาะภาษากฎหมาย และช่องทางที่จะเข้าไปขอยื่นเรื่องติดต่อให้เร็วขึ้นได้ง่ายกว่าที่เราจะติดต่อเองค่ะ

      ลองอ่านเว็บไซต์อื่นๆเกี่ยวกับการไปเป็นพ่อครัวแม่ครัวในสหรัฐอเมริกานะคะ

      1. http://jobthaiusa.com/content.php?id=13
      2. http://www.dsd.go.th/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=7&id=6572&Itemid=272
      3. http://www.siammedia.org/home/inc/US_Department_Of_Labor.pdf
      4. http://www.thethaitown.com/ ลองอ่านดูว่ารับสมัครพ่อครัวร้านไทยในอเมริกาที่ไหนและลองสอบถามทางเจ้าของร้านอาหารว่าคิดค่าเตรียมเอกสารเพื่อขอวีซ่า E-2 ราคาประมารเท่าไรแล้วลองเปรียบเทียบดูเพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ

      • Kai  On December 18, 2012 at 3:39 am

        ต้องขอขอบคุณมากมากที่ช่วยเสนอข้อแนะนำดีดีให้พี่และครอบครัวค่ะ ซึ่งทำให้พี่พอจะมีแนวทางว่าควรเริ่มอะไรยังไง ถ้าพี่มีข้อมูลดีดีหลังจากนี้จะนำมาแชร์ประสบการณ์ให้ทราบค่ะ

      • govisa  On December 18, 2012 at 5:45 am

        ขอบคุณมากเช่นเดียวกันค่ะคุณ Kai เคยทราบมาคร่าวๆว่า ราคาค่าทนายจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 US$ขึ้นไปก็นานหลายปีมาแล้วค่ะ ตอนนี้อาจจะขึ้นราคาไปแล้ว ไม่ทราบว่าจะช่วยอย่างไรดี เพราะระบบต่างๆของประเทศเค้าเป็นอย่างนี้ เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม เพียงแต่คงต้องหาช่องทางที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมเท่านั้นเองค่ะ ขอให้โชคดีค่ะ

  • bobo  On December 16, 2012 at 11:32 pm

    สวัสดีครับ รบกวนสอบถามเรื่อง E2 ครับ
    ผมทำงานที่ร้านอาหารไทยในซานฟรานครับ ช่วงนี้้ทางเจ้าของร้านกำลังขยายสาขาและต้องการกุ๊กที่มีฝีมือมาจากเมืองไทย แต่ไม่มีความรู้ทางด้านนี้และอายุค่อนข้างเยอะเลยให้ผมช่วยหาข้อมุลให้ ผมอยากจะทราบว่าในกรณีที่เจ้าของร้านเป็นคนไทยก็จริงแต่ได้สัญชาติอเมริกันแล้วไม่มีหุ้นส่วนที่เป็นคนไทยเลย ยังจะขอ E2 ให้กุ๊กมาจากเมืองไทยได้หรือไม่ และถ้าไม่ได้พอจะมีวิธีไหนบ้างหรือวีซ่าอื่นที่สามารถเอากุ๊กมาจากเมืองไทยมาทำงานที่ร้านโดยเจ้าของร้านยินดีจะเป็นคนดำเนินการ
    ขอบคุณมากครับ

  • Ya  On January 18, 2013 at 10:03 am

    สวัสดีค่ะ. มีเรื่องรบกวนถามเรื่องการต่ออายุวีซ่าE2ค่ะ
    ตอนนี้มีวีซ่าE2ค่ะ. แต่ถ้าต้องการกลับเมืองไทยหลังจากมาอยู่่ได้1ปีค่ะ (กลับมาทำธุระ) และจะต้องกลับไปใหม่ เราจะต้องยื่นเอกสารใหม่ทั้งหมดเลยหรือเปล่าค่ะ. หรือแค่เอกสารบางส่วนค่ะ. ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างค่ะ
    มีคำถามอีกหนึ่งข้อค่ะ. ถ้าต้องการให้ลูกเดินทางไปอยู่ด้วย ต้องยื่นที่ไทยหรืออเมริกาค่ะ. ในกรณีที่ลูกมีวีซ่าท่ิงเที่ยวสามารถไปเปลี่ยนวีซ่าผู้ติดตามที่อเมริกาได้หรือเปล่าค่ะ (เด็กอายุ12ปี). ขอรายละเอียดและข้อมูลด้วยน่ะค่ะ. ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On January 21, 2013 at 8:31 pm

      น้อง Ya คะ ขอโทษที่ตอบช้าค่ะ ถ้ากลับมาเมืองไทยก็ต้องยื่นเอกสารใหม่ทั้งหมดค่ะ จะกลับมาเมืองไทยเที่ยวนี้ให้น้องบอกนายจ้างด้วยว่า จะพาลูกไปอยู่ด้วยนะคะ ขอให้นายจ้างช่วยจัดทำเอกสารเผื่อให้ลูกยื่นขอ derivative E-2 ไปเลยนะคะ เอกสารของลูกใช้เอกสารเหมือนกันกับของน้อง Ya ตอนขอวีซ่า E-2 ทุกประการค่ะ ถ้านายจ้างไม่สะดวกทำให้หรือทำให้ไม่ทันที่น้องจะกลับประเทศไทย ลูกของน้องคงต้องเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว โปรดระวังจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯซักถามว่า แล้วลูกจะมาอยู่ด้วยนานเท่าไร จะเดินทางกลับประเทศไทยคนเดียวได้หรือไม่ เป็นต้น ตรงจุดนี้จะน่าเป็นห่วงอยู่นะคะ หาญาติเดินทางไปด้วยดีกว่าไหม จะได้บอกว่า ลูกจะกลับประเทศไทยพร้อมญาติมาเรียนต่อที่เมืองไทยค่ะ

  • leela  On January 21, 2013 at 9:53 pm

    ได้วีซ่าอี 2 มาสองครั้งแล้ว แต่ ติดเงื่อนไขตรงที่มีอายุแค่ 6 เดือน พอหลังจากวีซ่าหมดอายุ เราไม่สามารถเข้า-ออกได้หลายครั้ง คือ สามารถส่งไปต่ออายุครั้งแรก ได้ที่ วอชิงตัน ดีซี แต่ครั้งที่่ 2 ต้องกลับมายื่นด้วยตัวเอง พร้อมเอกสาร (ซึ่งต้องให้ทนายความ ทำเอกสารทางบัญชี มายื่นทุกครั้ง (ต้องเสียค่าจ้างอีก) ถ้าหากเปลี่ยนเปนวีซ่าท่องเที่ยว (หวังว่า คงได้ 10 ปี) เราสามารถเข้า-ออกได้บ่อยหน่อย

    คือ ปีนี้อยากกลับเมืองไทยเยี่ยมคุณแม่บ่อยขึ้น เพราะท่านเดินทางไปเยี่ยมเราไม่สะดวกเหมือนเมื่อก่อน (เราอยู่ยาว 2 ปี ท่านคิดถึงก็บินไปเยี่ยมได้) คิดว่า อยู่ที่อเมริกา 5-6 เดือน ก็กลับมาเมืองไทยซัก 1-2 เดือน แล้วก็กลับไปที่โน่นใหม่ได้โดยไม่ต้องเสียเวลายื่น หรือ ต่อวีซ่าใหม่

    คือ พอดี เพิ่งอ่านในเว็บของสถานฑูต พบว่า วีซ่าท่องเที่ยว ห้ามทำงาน โดยได้รับ หรือ ไม่ได้รับค่าจ้าง คือ บริษัทของสามีเงินเดือนจ่ายให้ทุกเดือนมาหลายปีแล้วค่ะ (ถึงขอเป็นวีซ่าอี 2 ก่อนหน้านี้) สามีถือหนังสือเดินทางออสเตรเลียนะคะ แต่ทำธุรกิจในอเมริกา 20 ปีแล้วค่ะ

    ไม่ทราบว่า จะต้องขอเปนวีซ่าประเภทไหนดีค่ะ ถึงจะเข้า-ออกได้หลายครั้ง/ปี

    ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

    • govisa  On January 22, 2013 at 5:28 am

      น้อง Leela คะ สามีของน้องถือวีซ่าประเภทใด น้องก็ควรถือถือวีซ่าติดสามีประเภทนั้นค่ะ ถ้าสามีถือวีซ่าประเภท E น้องก็ควรจะถือ Derivative E-2 คือวืวีซ่าผู้ติดตาม E-2 เพราะจะอยู่ในอเมริกาได้นานหน่อยค่ะ พี่เข้าใจว่า คุณแม่อาจจะไม่สะดวกในเรื่องสุขภาพทางร่างกายที่จะบินไปหาน้อง แต่ถ้าน้องใช้วีซ่า B-2 นักท่องเที่ยวแทน E-2 ก็ขอได้อยู่นะคะ แต่จะมีปัญหาเรื่องถูกซักถามที่อิมมิเกรชั่น หากมีการเข้าและออกบ่อยครั้งค่ะ เช่น เข้าไปโดยบอกว่าไปเที่ยวครั้งแรก เจ้าหน้าที่ก็ไม่แน่นะคะ อาจจะประทับตราให้อยู่ในสหรัฐฯได้นาน 6 เดือนไหมคะ ถ้าประทับตราให้อยู่ได้นานเพียง 3 เดือน ก็ต้องทำเรื่องขอ extend วีซ่าอีก ซึ่งตรงนี้บอกไม่ได้ว่า จะใช้เวลานานในการขอ extend visa นานกี่เดือนค่ะ หลังจากนั้นเมื่อขอ extend visa ได้ เมื่อหมดเวลาของการอนุญาตให้อยู่ ก็ต้องออกมานอกสหรัฐฯอีก เพราะเป็นวีซ่าท่องเที่ยว น้องบอกว่าจะอยู่เมืองไทย 2 เดือนกับคุณแม่ พอกลับเข้าอเมริกาไปอยู่กับสามีด้วยวีซ่าท่องเที่ยวอีก ครั้งสองครั้งแรกก็ยังไม่ค่อยติดขัดอะไรนักนะคะ พอครั้งที่ 3 อาจจะถูกสัมภาษณ์นานที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองว่า ทำไมขอเข้ามาเที่ยวอีก เพิ่งจะกลับไปและจะกลับเข้ามาอีกแล้ว และทำไมต้องเข้าอยู่ครั้งละนานๆประมาณ 6 เดือน มีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงไหมนะคะ

  • Ya  On January 22, 2013 at 10:18 am

    ขอบคุณมากค่ะ. ถ้าลูกชายไปอเมริกาพร้อมกับญาติ. และเปลี่ยนใจจะอยู่ที่นั้น. เราสามารถเปลี่ยนวีซ่าของลูกชายจากวีซ่าท่องเที่ยว เป็นวีซ่าผู้ติดตามE2 ที่อเมริกาได้หรือเปล่าค่ะ ขอรบกวนช่วยตอบคำถามอีกหนึ่งคำถามน่ะค่ะ. ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On January 22, 2013 at 7:24 pm

      ได้ค่ะน้อง Ya แต่ต้องทำใจคอยหน่อย และที่สำคัญ มีสิทธิ์ถูกสงสัยช่วงสัมภาษณ์ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองได้อยู่เสมอค่ะ เด็กกับญาติน่าจะเดินทางคนละวันกับแม่นะคะ โปรดตัดสินใจเองแล้วกันค่ะ เพราะพี่คิดว่า น้องคงทราบดีอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร มันเป็นคำตอบที่อ่อนไหวต่อการเข้าใจผิดได้ง่ายค่ะ ทำไมฝรั่งไม่ไว้วางใจเรา คนของเราทำผิดกฎและระเบียบของประเทศสหรัฐฯซ้ำๆกันหรือเปล่า เมื่อเทียบกับบางชาติในเอเซียด้วยกันค่ะ พี่ขอโทษที่ไม่สามารถให้คำอธิบายได้ละเอียดมากไปกว่านี้ พี่แนะนำให้น้องปรึกษากับทนายความและเจ้าของร้าน เมื่อลูกสามารถเดินทางเข้าไปในสหรัฐฯได้แล้วค่ะ

  • leela  On January 22, 2013 at 4:32 pm

    กราบขอบพระคุณนะคะที่ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

    สามีถือวีซ่าอี2 ค่ะ เราตอบคำถามตามความจริงกับตม.ว่ามาเยี่ยมสามีได้หรือไม่ค่ะ? เพราะหนูคิดว่า วีซ่า B2 คือ มาเยี่ยมญาติได้ (ไม่ได้มาเที่ยว) เราอยากกลับเมืองไทยเยี่ยมคุณแม่ให้บ่อยหน่อยเพราะอายุมากแล้ว ไม่อยากรอนานเป็นปีตามวีซ่า E2 (ตม.คงต้องเห็นวีซ่าเก่าที่ประทับอยู่) หนูเห็นคนแก่หลายคน ถือวีซ่าท่องเที่ยวมาเยี่ยมลูก-หลาน อยู่ 6 เดือนแล้วก็บินกลับเมืองไทย พออีก 3-4 เดือนก็มาใหม่ คือ คิดว่า บอกตามความจริง

    • govisa  On January 22, 2013 at 7:40 pm

      ลองดูนะคะน้อง leela น้องก็บอกอยู่แล้วว่า คนเหล่านั้นเป็นคนแก่ที่มาเยี่ยมลูกหลาน เค้าบอกตามความเป็นจริง แต่สถานภาพของน้องแตกต่างจากคนแก่ที่ถือวีซ่ามาเยี่ยมลูกหลาน เพราะน้องเป็นภรรยาของ E-2 ชาวต่างชาติคือออสเตรเลีย และน้องก็ไม่ใช่คนแก่ คิดได้หลายอย่างว่า ทำไมน้องไม่อยู่ทำหน้าที่ภรรยา ต้องกลับไปอยู่ประเทศตนเอง ด้วยการให้เหตุผลว่า ไปดูแลแม่ และที่บ้าน ไม่มีคนอื่นดูแลแม่หรือ หรือว่า เค้าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว คนเราสามารถคิดกันไปต่างๆได้หลากหลายแบบนะคะ และเมื่อถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามา ก็อาจจะพาลสงสัยได้อีกว่า แล้วเค้าจะแอบทำงานไหมนะคะ เพราะตอนถือวีซ่า E-2 ก็ยังได้เงินเดือน อีกประการหนึ่งวีซ่า B-2 ห้ามทำงานค่ะ

      อนึ่ง พี่อยากจะบอกว่า เคยเห็นคนแก่บางท่านที่เข้าไปเยี่ยมลูกหลาน เพื่อช่วยเลี้ยงหลาน และบางท่านก็แอบเข้าไปช่วยเจ้าของร้านซึ่งเป็นลูกหลานทำงานเล็กๆน้อยๆ ถามว่าผิดไหม ที่จริงก็ผิดอยู่แล้วค่ะ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ฝรั่งไม่รู้ แต่บางทีก็จับไม่ได้เลยปล่อยไปค่ะ พี่ต้องขอโทษที่ไม่สามารถช่วยน้องคิดได้ว่า ควรจะตัดสินใจอย่างไรดี เอาเป็นว่า น้องจะลองพูดความจริงอย่างที่น้องบอกพี่มาดูก่อนก็ได้ ถ้าวีซ่าท่องเที่ยวไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น น้องอาจจะต้องตัดสินใจใหม่ว่า จะกลับไปขอวีซ่า E-2 ใหม่หรือไม่ค่ะ

  • Silvia  On January 28, 2013 at 3:40 pm

    สวัสดีค่ะ ดิฉันมีเรื่องจะรบกวนถามเรื่อง E2 ค่ะ
    คือว่า มีคนอเมริกัน จะเซ้งร้านอาหารเล็กๆให้..ตอนนี้เงินพร้อมแล้ว แต่ตัวเอง ยังไม่อยากเปลี่ยนวีซ่าเป็น E2 จะมีวิธีไหนบ้างคะถ้าอยากทำธุรกิจนี้ แต่ตัวเองยังต้องอยู่เมืองไทย (ตอนนี้ถือวีซ่านักท่องเที่ยว 10 ปีอยู่ค่ะ) มีญาติเป็นผู้จัดการร้านนี้ (เงินญาติไม่พร้อม และสามีของญาติก็ไม่อยากให้เป็นเจ้าของ เลยให้ดิฉันซื้อ )

    • govisa  On January 28, 2013 at 10:27 pm

      น้อง Silvia คะ ถ้าน้องยังไม่อยากเปลี่ยนเป็นวีซ่า E-2 จะยังคงใช้วีซ่าท่องเที่ยวก็คงจะต้องเป็นการลงทุนในนามญาติ และคงจะขึ้นอยู่กับความไว้วางใจซึ่งกันและกันด้วยค่ะ หากคำถามต่อไปคือจะใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปดูกิจการอยู่เรื่อยๆ ก็คงจะอยู่ได้นานครั้งละไม่เกิน 6 เดือน ถ้าเข้าๆออกๆบ่อยด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ก็อาจจะถูกสงสัยจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ว่า ทำไมมาเที่ยวบ่อยจัง และมาเที่ยวแต่ละครั้งจะใช้เวลาอยู่ในสหรัฐฯนาน 6 เดือน ทำไมเที่ยวยังไม่ทั่วสหรัฐฯเลยหรือ อะไรทำนองนี้นะคะ

      พี่ขออนุญาตส่ง link เว็บไซต์เกี่ยวกับคุณสมบัติของ E-2 มาให้ลองพิจารณาค่ะ http://www.state.gov/documents/organization/79963.pdf เวลาจะขอวีซ่า E-2 กรณีเป็นผู้ลงทุนหลักจะกรอกเฉพาะแบบฟอร์ม Ds-160 ค่ะ ตามคำอธิบายข้อ 14 ในเว็บไซต์นี้นะคะ http://thai.bangkok.usembassy.gov/faq_ds160.html

      บังเอิญได้ไปอ่านกระทู้ของเว็บไซต์พันทิพย์ที่น่าสนใจซึ่งน้องอาจจะเคยผ่านตามาบ้างแล้ว อยากให้ลองอ่านดูค่ะ ประสบการณ์ของท่านอื่นอาจจะเป็นบทเรียนที่มีค่ากับเราได้บ้างไม่มาก็น้อยนะคะ http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2012/06/H12220296/H12220296.html

      น้อง Silvia ตัดสินใจอย่างไรแล้ว หากน้องพอมีเวลา จะเขียนมาแชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นวิทยาทานให้ผู้ลงทุนท่านอื่น พี่ก็ขอขอบคุณน้องไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ

  • Chantra Sapsuwan  On January 28, 2013 at 9:02 pm

    ดิฉันและครอบครัวถือวีซ่าe2 เข้าอเมริกา สามีและลูกได้อนุญาติให้อยู่อเมริกาได้2ปี. แต่ดิฉันอยู่ได้1ปีเพราะพาสปอร์ตหมดอายุ. ตอนนี้ดิฉันไปทำพาสปอร์ตใหม่ได้รับเรียบร้อยแล้วแต่ใบขอเข้าอยู่ในอมริกาไม่ได้ทำ(อนุญาติให้อยู่ถึงเดือนสิงหาคม2012)มีคนบอกว่าดิฉันอยู่แบบผิดกฏหมาย ดิฉันควรแก้ไขอย่างไรคะ่

    • govisa  On January 28, 2013 at 10:49 pm

      น้อง Chantra คะ เมื่อวีซ่าของน้องมีอายุ 1 ปี ก็กลับมาขอวีซ่า E-2 ใหม่ที่ประเทศไทย โดยหากสามีเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยก็ให้สามีช่วยจัดเอกสารเหมือนครั้งแรกที่น้องเคยขอว๊ซ่า E-2 ทุกประการ หากสามีอยู่ในฐานะพ่อครัว ก็ให้ทางเจ้าของร้านช่วยจัดเตรียมเอกสารให้ ซึ่งทางเจ้าของร้านอาจจะใช้ตัวช่วยคือ ทนายความในการตระเตรียมเอกสารให้น้อง เพื่อน้องจะได้ยื่นวีซ่าที่สถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพ และเมื่่อกลับเข้าไปในสหรัฐฯอีกครั้ง พี่คิดว่าครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองน่าจะประทับตราอนุญาตให้น้องอยู่ในสหรัฐฯได้นาน 2 ปีแล้วค่ะ มิเช่นนั้นถ้าน้องจะขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปก็จะต้องเดินทางเข้าๆออกๆ ซึ่งเค้าอาจจะสงสัยได้ว่า ทำไมไม่ขอเหมือนสามี และลูก

      พี่เคยมีคนรู้จัก ท่านผู้นี้มีญาติทำธุรกิจอยู่ที่อเมริกา และท่านผู้นี้ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเดินทางเข้าและออกบ่อยๆ อยู่แต่ละครั้งใช้เวลานานประมาณ 6 เดือน กลับมาอยู่เมืองไทยประมาณ 1-2 เดือนกลับไปอยู่สหรัฐฯอีก 6 เดือน ทำอย่างนี้อยู่ 3-4 ครั้ง ครั้งสุดท้ายที่ทำให้ท่านผู้นี้รู้สึกไม่ค่อยดี คือถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯสัมภาษณ์นานมาก และซักถามละเอียดเป็นต้นว่า มาเที่ยวบ่อยๆแอบทำงานด้วยหรือเปล่า มาอยู่กับใคร เดินทางไปไหนบ้าง และฯลฯ นั่นคือสาเหตุที่พี่ได้เตือนน้องๆที่ถามเรื่องการใช้สิทธิของวีซ่าท่องเที่ยวว่า ทำไมบางคนอยู่ 6 เดือน ออกไปและกลับเข้ามาใหม่อีกอยู่เรื่อยๆค่ะ เราไม่ทราบว่า เราจะโชคดีทุกครั้งเสมอไปไหมนะคะ อนึ่ง พี่ไม่มั่นใจด้วยว่าจะมีปัญหาไหม เวลาจะการขอต่ออายุวีซ่าท่องเที่ยวเมื่อใช้งานครบ 10 ปีแล้วค่ะ

  • Chantra Sapsuwan  On January 28, 2013 at 11:22 pm

    ขอบคุณคะ่. ตอนนี้มีplanจะกลับเมืองไทยเดือนมิถุนายน(ลูกปิดเทอม)แต่กลัวเวลาตรวจเอกสารจะมีปัญหาสามีบอกวาให้ไปขอใบอนุญาติเข้าเมืองใหม่เพราะเรามีวีซ่า2ปี แต่ไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่เพราะกลัวว่าถ้าไปจะไม่ได้ และอาจถูกส่งกลับเมืองไทยเร็วกว่ากำหนด ก็จะไม่มีใครดูแลลูก อยากขอคำแนะนำว่าควรทำอย่างไรและ ที่ไหนคะ่. ขอบคุณอีกครั้งฅ

    • govisa  On January 29, 2013 at 5:39 am

      น้อง Chantra คะ การปฏิเสธวีซ่าของกงสุลมีพื้นฐานอยู่บนเหตุผลนะคะ พี่เห็นว่า เวลาคนที่ถูกปฏิเสธเขียนโพสต์กันส่วนใหญ่ก็มีจุดอ่อนให้น่าสงสัยจริงๆนะคะ แต่การที่เราจะไปวิจารณ์ประเด็นนั้นๆมันดูไม่เหมาะสมและจะยิ่งไปทำร้ายคนๆนั้นด้วยค่ะ ในกรณีของน้องนั้น พี่คิดว่าเตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อมตามที่สามีบอกน้องและถ่ายเอกสารหน้าหนังสือเดินทางและหน้าวีซ่าของสามีและลูกกลับมาด้วย พี่คิดว่า กงสุลท่านมีหลักเมตตาในใจว่า จะไม่พรากพ่อแม่ลูกจากกันค่ะ ขออย่างเดียวว่า น้องอย่าทำผิดกฎหมาย อย่าอยู่เกินเวลาตามที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประทับตราให้ในหน้าวีซ่าจากตอนที่เดินทางเข้าอเมริกาครั้งแรกค่ะ ลองไปเปิดดูในหนังสือเดินทางว่า เขาประทับวันที่ให้อยู่ได้ถึงวันไหนค่ะ

  • Chantra Sapsuwan  On January 29, 2013 at 7:22 am

    ขอบคุณค่ะดิฉันจะทำตามที่ได้รับคำแนะนำ สบายใจขึ้นมากแล้วคะ่

    • govisa  On January 29, 2013 at 8:59 pm

      น้อง Chantra คะ ขอให้น้องโชคดีค่ะ มีอีกคำแนะนำคือ น้องอาจจะลองเสี่ยงเขียนอีเมล์ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพเรื่อง E-2 visa ดดยอาจจะให้เหตุผลทำนองว่า น้องจะต้องรีบกลับไปดูแลครอบครัวคือลูกและสามีที่วีซ่า E-2 ยังไม่หมดอายุ เลยเขียนมาขอความเมตตากรุณาท่านกงสุลเพื่อสอบถามว่า เอกสาร……เท่านี้เพียงพอไหม และต้องใช้เวลาดำเนินการโดยประมาณเท่าไร เพื่อจะได้จัดแจงเป็นธุระเรื่องตั่วเครื่องบินและคนดูแลลูกที่อเมริการะหว่างที่น้องจะเดินทางกลับมาทำการขอต่อวีซา E-2 ที่กรุงเทพเป็นต้นนะคะตามอีเมล์ต่อไปนี้ คือ bangkokbusinesstravel@state.gov หรือจะดูอีเมล์ให้ถูกต้องเกี่ยวกับ E visa ด้วยตนเองที่เว็บไซต์ http://bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas/expedited-appointments.html ก็ได้ค่ะ

  • Silvia  On January 29, 2013 at 11:12 am

    ขอบพระคุณมากๆค่ะคุณพี่ govisa น้องจะค่อยๆอ่านและศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะทำแบบไหน ยินดีมาเป็นกรณีศึกษาให้กับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจแบบนี้ ยังตำหนิตัวเองเลยว่า คิดช้าไปหน่อยนึงสำหรับความต้องการที่จะเป็นเจ้าของร้านอาหารเล็กๆแบบนี้ และอีกอย่างคือญาติที่เป็นผู้จัดการร้านนี้ มีสามีทำงานให้รัฐบาลอเมริกัน เค้าไม่อยากเป็นเจ้าของ เพราะจะต้องเซ็นต์เอกสารยุ่งยาก ( เค้ามีทะเบียนสมรส จะต้องเซ็นต์เอกสารทั้งสามีและภรรยาใช่มั้ยตะ ) คิดว่านี่คือปัญหา
    อ้อ ถามเผื่อไว้ก่อนนะคะว่า ถ้าหาบุคคลมาเป็นเจ้าของได้แล้ว เราควรเริ่มคุยกับทนายตอนไหน ถ้าเราจะโอนเงินจากเมืองไทยไปอเมริกาเพื่อจ่ายค่าร้าน ต้องเริ่มต้นแบบไหนคะ ต้นทางเป็นชื่อเราเลยหรือเปล่าคะ เค้าจะสงสัยมั้ยว่าทำไมซื้อแล้ว ไม่มาทำเอง ขอโทษนะคะ คำถามเยอะไปหน่อย ขอบพระคุณค่ะ…..

    • govisa  On January 29, 2013 at 9:27 pm

      น้อง Silvia คะ ที่ถามมาเรื่องสามีและภรรยาต้องเซ็นต์เอกสารทั้งคู่ไหมก็คงจะทำนองนั้นค่ะ เรื่องการทำร้านอาร พี่เองก็ไม่แน่ใจว่า การเป็นลูกจ้างที่บอกว่าลุกจ้างรัฐบาลคือหน่วยงานอะไร หน่วยงานเขามีข้อจำกัดเรื่องห้ามการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจส่วนตัวแบบนี้หรือเปล่า และหรืออาจจะมีเหตุผลอื่นๆ อาทิ เช่น ตัวเขาอายุมากและไม่อยากเป็นภาระหรือเปล่า เพราะการเป็นเจ้าของหมายถึงต้องมีความรับผิดชอบอะไรมากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของซึ่งบางท่านอาจจะไม่ถนัดตรงนี้หรือเปล่า บางท่านอาจจะอยากมีเวลาส่วนตัวทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม พี่ไม่ค่อยจะเคยเห็นเจ้าของร้านอาหารไทยมีวันว่างแบบสบายๆกับคนอื่นเขาเท่าไรนักนอกจากธุรกิจอาจจะอยู่ตัวแล้ว หรือหาคนไว้ใจได้ดูแลธุรกิจให้ค่ะ

      ส่วนการคุยกับทนายเริ่มคุยได้เลยหลังจากโอนเงินไปแล้ว พี่ไม่เคยมีประสบการณ์การเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยในต่างประเทศ แต่เคยอ่านจากบางเว็บไซต์ และเคารพในบทความของผู้เขียนแต่ละท่านในกระทู้พันธ์ทิพย์เรื่องการเปิดร้านอาหารไทยอยู่ 2 ตอนว่าเขาเขียนได้ดีทีเดียวค่ะ ขอส่งลิงก์มาให้อ่านเลยนะคะ
      **http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/H3328054/H3328054.html
      **http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2012/06/H12220296/H12220296.html

      มีอีก 1 เว็บไซต์ที่กล่าวเกี่ยวกับร้านอาหารไทยไว้น่าสนใจคือ http://www.thaibusinesscenter.net/mcontents/marticle.php?headtitle=mcontents&id=115855

      พี่หวังว่า วันหนึ่งคงได้ยินข่าวความสำเร็จของหยิงไทยตัวเล้กๆอย่างน้องเหมือนข่าวนี้นะคะ http://www.khonthaimagazine.com/autopagev4/show_page.php?topic_id=168&auto_id=24&TopicPk=156 และอย่าลืมอ่านประเด็นอื่นๆเกี่ยวกับปัญหาลูกจ้างในร้านอาหารไทยเตรียมไว้ด้วยนะคะ http://dekmega.com/?p=4428 โชคดีค่ะ

  • HoiTak  On March 8, 2013 at 8:03 am

    สวัสดีครับคุณ admin ผมมีเรื่องรบกวนขอคำปรึกษาเกี่ยวการขอ visa E2 ขอความกรุณาด้วยนะครับ

    ผมมาอเมริกา visa ท่องเที่ยวเพื่อมาเยื่ยมพ่อและหาประสบการณ์ต่างแดน พ่อผมแต่งงานใหม่กับซิติเซนต์และเปิดร้านอาหารด้วยกันครับ
    แต่ต่อมา ผมมีความคิดจะซื้อกิจการต่อ เพราะท่านทั้งคู่อายุมากต้องการพักผ่อน

    ปัจจุบันคือผมต้องการขอ visa E2 เพื่อซื้อกิจการ สิ่งที่ดำเนินการไปแล้วคือ
    – ก่อนครบกำหนด 6 เดือน ขอ visa ท่องเที่ยว ผมยื่นเรื่องขอเปลี่ยนเป็น visa F1 เรียนภาษา (ตอนนั้นยังไม่คิดเรื่องซื้อร้าน อยากเรียนภาษาเพื่อพัฒนาตัวเองครับ)
    ได้รับเอกสาร I-797 และ เมื่อผ่านไป 2 เดือน ทาง immigration ติดต่อกลับ เพื่อขอเอกสารเพิ่มเกี่ยวกับหลักฐานการเงิน และผมต้องส่งกลับภายในวัน 30 วัน
    สรุปคือตอนนี้อยู่ระหว่างการเปลี่ยนจาก B1B2 เป็น F1 ครับผม (ตอนนี้อยู่อเมริกา 8 เดือน วีซาร์เที่ยวขาดแล้วครับ)
    – ติดต่อกับทนายที่อเมริกาเพื่อทำ E2 ซึ่งค่าบริการค่อนข้างสูงเลยครับ
    – พยายามเตรียมเอกสารเท่าที่สามารถทำได้ คุณ admin แนะนำไว้ในกระทู้

    เรื่องที่อยากรบกวนขอคำปรึกษาคือ
    1. ผมต้องทำเรื่องเปลี่ยนเป็นวีซาร์ F1 ให้เสร็จสิ้นก่อนหรือไม่ครับ หรือสามารถยกเลิกแล้วขอ E2 ได้เลยครับ
    2. มี agency ที่ไทย ที่รับเตรียมเอกสารไหมครับ (พอมีที่ไหนแนะนำไหมครับ)
    3. ในกรณีของผม มีความจำเป็นที่ต้องจ้างทนายไหมครับ เพราะตอนที่เปลี่ยนเป็น F1 ผมอ่านข้อมูลจากใน internet แล้ว เตรียมเอกสารต่างๆ ส่งด้วยตัวเอง
    แต่ตอนนี้ไม่มั่นใจครับ ว่ากลายเป็นคนผิดกฏหมายไปแล้วหรือเปล่า เลยต้องจ้างทนายมาช่วย

    ขอขอบพระคุณ คุณ admin ที่มีน้ำใจแบ่งปันความรู้ที่มีประโยชน์นี้ให้เพื่อนมนุษย์นะครับ
    และหากผมใช้คำพูด วก วน หรือ รบกวน ท่านใดกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

    • govisa  On March 9, 2013 at 4:31 pm

      น้อง HoiTak คะ พี่อยากถามน้องว่า ตอนนี้คุณพ่อของน้องมีกรีนการ์ด หรือว่าขอซิติเซ็นต์ได้แล้วค่ะ น้องไม่คิดที่จะลองปรึกษาทนายความให้คุณพ่อขอกรีนการ์ดให้หรือคะ จริงอยู่ต้องใช้เวลาเป็นปี แต่ ณเวลานี้น้องก็อยู่อย่างค่อนข้างจะผิดกฎหมายอยู่แล้วนะคะ

      การที่น้องบอกว่า น้องได้ทำเรื่องเปลี่ยนจากวีซ่าท่องเที่ยว B-2 เป็นวีซ่านักเรียน และน้องได้รับเอกสาร I-797 แล้วนั้น ปกติเมื่อได้รับ I-797 แล้วให้ไปติดต่อที่ Office of International Student ของสถานศึกษาที่ออก I-20 ให้น้อง แต่ตอนท้ายน้องบอกมาว่า น้องต้องยื่นเอกสารทางการเงินเพิ่มภายใน 30 วัน น้องยื่นเอกสารทางการเงินแล้วหรือยัง และตกลงว่า น้องได้ I-797 แน่นอนหรือยังคะ น้องแจ้งต่อไปว่า วีซ่าน้องขาดอายุ พี่งงๆกับน้องอยู่ ความหมายวีซ่าขาดคือ 1. เวลาที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯประทับตราวันที่ให้น้องมีสิทธิในการอยู่ในประเทศสหรัฐฯได้ไม่เกิน 6 เดือน น้องอยู่เกินไป 2 เดือนแล้วเพราะรอการ approve การเปลี่ยนวีซ่า หรือ 2.หมายความว่า น้องมีวีซ่าท่องเที่ยวนาน 10 ปีก่อนหน้าอยู่แล้ว แต่วีซ่าเหลืออยู่เพียง 6 เดือนตอนน้องเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯค่ะ ถ้าเป็นอย่างหลังน้องจะลำบากกว่าอย่างแรกมากๆค่ะ เพราะอย่างแรกน้องยังอยู่รอเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงวีซ่าจากนักท่องเที่ยวเป็นนักเรียนได้สำเร็จโดยไม่ต้องกังวลเรื่องวีซ่ามาก โดยทั่วไปการขอเปลี่ยนสถานะวีซ่าจะใช้เวลาแล้วแต่กรณีของแต่ละบุคคล ระยะเวลาที่ใช้อยู่ระหว่าง 3-6 เดือน น้องลองปรึกษากับ International Student Office ที่ issue I-20 ให้น้องดูนะคะ เพราะพี่ได้ลองค้นหาข้อมูลของ OISS บางสถานศึกษา เช่น

      1. ของ Butler University: http://www.butler.edu/international/immigration/changing-to-f-1-status/

      Be prepared to depart the United States immediately if the change of status application is denied.
      If you currently have an F-2, M-2, B-1, and B-2, you may not begin taking classes until the change of status is approved. You are also ineligible for F-1 benefits until your change of status is approved (i.e. on-campus employment, practical training, etc).
      It can take up to 6 months for your change of status to be approved. IF it takes longer than 6 months, contact the Office of International Student Services.
      You will receive form I-797 from USCIS when your change of status is approved. This will have your new I-94 card. Bring your form I-797 to the OISS immediately.
      If you leave the U.S. after your change of status has been approved, you will need to renew your F-1 visa before you can return to the U.S. Refer to our ‘Maintaining Your Status’ page to learn how to renew your F-1 visa.”

      2. ของ Duke University :http://www.visaservices.duke.edu/TravelAbroadReentry_Info.html

      ” F. Do not attempt to enter the U.S. in the wrong non-immigrant class with the intention of changing it to the correct one later. Some people enter the U.S. in the wrong non-immigrant class because it is easier, or faster, or they are not sure they will be able to get the proper visa. They then plan to change to the proper class after they arrive in the U.S. Examples: entering the U.S. as a tourist when the real intention is to enroll as a student or to change to J or H class in order to work. Generally this is considered visa fraud, and the DHS will examine very closely any application to change non-immigrant class under these circumstances. In addition, you cannot work or attend school until you have obtained the proper class and the necessary approval. Therefore, it is imperative that you enter in the proper non-immigrant class to avoid long delays and possible unpleasant exchanges with DHS.”

      พี่ได้ไฮไลท์ประโยคสำคัญด้วยตัวนูนไว้ให้

      พี่คิดว่า น้องควรจะรอให้ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงสถานภาพวีซ่านักเรียนเรียบร้อยมากกว่าจะเปลี่ยนต่อไปอีกเป็นวีซ่าประเภท E-2 เพราะจะเป็นการแสดงให้ USCIS สงสัยน้องทันทีว่า จริงๆแล้ววัตถุประสงค์ที่แท้จริงที่น้องเข้ามาในสหรัฐอเมริกาคืออะไรกันแน่ค่ะ ต้องการเข้ามาอยู่เลย ไม่ใช่มาเที่ยว ใช่ไหม อันนี้คือความสงสัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ และจะยิ่งทำให้สถานการณ์ในการขอเปลี่ยนแปลงวีซ่าจากนักท่องเที่ยวเป็นนักเรียนยิ่งลำบากมากขึ้น เพราะอาจเข้าข่ายการบิดเบือนข้อมูลหรือความจริง ( Misrepresentation) ตอนตอบคำถามกับ Immigration เวลาที่น้องเข้าเมืองมาค่ะ พี่ได้พยายามค้นหาข้อมูลเพื่อช่วยน้องและเห็นว่าคำตอบจากเว็บไซต์นี้ใกล้เคียงกับสถานการณ์ของน้อง http://www.justanswer.com/immigration-law/5cjlw-changing-b2-f1-visa.html

      การจะขอ E-2 visa เพื่อแสดงว่า น้องต้องการเป็นผู้ร่วมลงทุน 50 % หรือจะต้องการเป็นเจ้าของ 100 % อย่างใดอย่างหนึ่ง น้องก็ต้องแสดงหลักฐานการโอนเงินไปจากประเทศไทยเพื่อซื้อกิจการด้วยค่ะ จะทำแบบโอนลอยๆระหว่างพ่อกับลูกไม่ได้ค่ะ

      หมายเหตุ พี่คิดว่าทนายควมในสหรัฐอเมริกาน่าจะเหมาะกับสถานการณ์ของน้องมากที่สุดค่ะ เพราะทนายความในสหรัฐฯ จะรู้ช่องทางการเข้าไปติดต่อคนในหน่วยงานของประเทศเค้าเองดีกว่าทนายความในประเทศไทย และกรณีของน้องควรอย่างยิ่งที่จะปรึกษาทนายความได้แล้วค่ะ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วค่ะว่า ราคาค่าปรึกษาทนายความในสหรัฐอเมริกาค่อนข้างสูงทีเดียว ลองปรึกษาคุณพ่อและภรรยาคุณพ่อว่า รู้จักสำนักงานทนายความคนไทยในสหรัฐอเมริกาที่พอจะช่วยได้ไหม พี่ไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ที่จะแนะนำค่ะ

      อนึ่ง กรณีของน้องหากกลับมาประเทศไทยตอนนี้ น้องคงจะกลับเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาอีกลำบาก พี่ไม่เข้าใจคำว่า วีซ่าขาดของน้อง หากเป็นวีซ่าท่องเที่ยวที่มีอายุ 10 ปีของน้องหมดอายุด้วย และยังไม่ได้รับการ approve ให้เปลี่ยนสถานภาพวีซ่าได้ ทางรัฐบาลอเมริกันจะถือว่า ขณะนี้น้องอยู่เกินเวลา (Overstayed) แล้วค่ะ หากจะขอวีซ่าเข้าไปใหม่ คงจะผ่านวีซ่าได้ยากค่ะ

      • HoiTak  On March 11, 2013 at 5:33 am

        ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณพี่ admin มากครับ ที่ให้ความกรุณา

        เรื่องความหมายวีซ่าขาด คือ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯประทับตราวันที่ให้มีสิทธิอยู่ในสหรัฐฯ ได้ไม่เกิน 6 เดือน ตอนนี้ผมอยู่เกินไป 2 เดือน เพราะรอการ approve การเปลี่ยนวีซ่าครับ
        เรื่องใบ I-797 ผมกลับไปดูเอกสารที่ได้มาแล้ว ปรากฎว่าเป็น I-797C ครับ ข้อความในเอกสารบอกว่า USCIS ได้รับแบบฟอร์ม I-539 ที่ผมส่งไปแล้วแค่นั้นครับ ^^
        เรื่องคุณพ่อของผมคือ ท่านยังไม่ได้กรีนการ์ดครับ ทำเรื่องมา 3 ปี แล้ว เปลี่ยนทนายไปแล้ว 2 ครั้ง ตอนนี้เป็นคนที่ 3 กำลังทำเรื่องให้อยู่ ซึ่งผมไม่ทราบปัญหาจริงๆ ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ตอนนี้ผมไม่คาดหวังการ apply กรีนการ์ดจากคุณพ่อ
        เรื่องการซื้อร้าน เป็นการซื้อกันจริงๆ ไม่มีการโอนลอยครับ ขอมูลทุกอย่างที่จะทำ E2 เป็นเรื่องจริงครับ

        จากที่คุณพี่ admin แนะนำ กรณีผมควรทำเรื่อง apply เป็นวีซาร์นักเรียนให้เสร็จสิ้นก่อน
        จากนั้นจึงค่อยทำ E2 เพราะ ถ้าขอยกเลิกการขอเปลี่ยนวีซาร์นักเรียนตอนนี้ทาง USCIS จะสงสัยทันทีว่าผมมีเจตนาอื่นแอบแฝง
        และในกรณีอย่างผมสมควรอย่างยิ่งที่ต้องจ้างทนายความ

        ผมรบกวนถามอีกอย่างนึงครับ คือ มาสามารถขอ apply กรีนการ์ดจากแม่เลี้ยงของผมได้ไหมครับ โดยที่เรื่องขอพ่อผมยังไม่รู้ผลแบบนี้

        สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณ คุณพี่ admin ที่สละเวลาตอบคำถามและหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาให้ ขอบคุณมากครับ ^^

      • govisa  On March 11, 2013 at 9:39 pm

        น้อง HoiTak คะ ขอบคุณที่เขียนมาอธิบายให้ทราบค่ะ

        1. I-797C เป็นเพียงการแสดงว่าทาง USCIS ได้รับเอกสารของน้องแล้วเท่านั้น น้องยังไม่ได้รับการ approve ให้เปลี่ยนสถานภาพจากวีซ่านักท่องเที่ยวเป็นวีว่านักเรียนได้ คงต้องรอค่ะ ซึ่งระยะเวลาที่รอจะนานแค่ไหนตอบไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของเอกสารของแต่ละบุคคล บางคนรอนาน 6 เดือนแต่ไม่ได้ approve ต้องเดินทางกลับประเทศไทยค่ะ ไม่ได้พูดให้น้องเสียกำลังใจ แต่อยากให้น้องรับทราบไว้เป็นข้อมูลค่ะ

        2. พี่ยังคงยืนยันให้น้องปรึกษากับทนายความในอเมริกาเองค่ะ ส่วนการจะซื้อร้านอาหารไทยต้องมีหลักฐานเรื่องการโอนเงินจากธนาคารในประเทศไทยเป็นการอธิบายตามเงื่อนไขที่ทางรัฐบาลอเมริกันกำหนดไว้ค่ะ ลองปรึกษาทนายความว่าควรทำอย่างไรดี พี่มองภาพจากคนภายนอกว่า ทางการเขาอาจจะสงสัยได้ว่า ตอนสัมภาษณ์ขาเข้าเมืองชี้แจงว่า มาเที่ยวเท่านั้นเองค่ะ

        3. น้องไม่สามารถขอกรีนการ์ดโดยให้แม่เลี้ยง apply ให้ได้ค่ะ น้องควรจะขอกรีนการ์ดผ่านทางคุณพ่อซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดน้องค่ะ เพียงแต่ว่า ขณะนี้คุณพ่อของน้องยังไม่ได้รับกรีนการ์ด จึงยังไม่สามารถช่วยน้องได้ค่ะ การ apply green card จากผู้ที่ถือกรีนการ์ดจะใช้ระยะเวลานานกว่าการขอกรีนการ์ดจากผู้ที่เป็นซิตี้เซ็นต์ค่ะ กล่าวคือจะใช้เวลานานกันเป็นปีค่ะ ส่วนการที่คุณพ่อของน้องยังไม่ได้กรีนการ์ดนั้น อาจจะเป็นไปได้ว่า ทางรัฐบาลสหรัฐฯเองก็คงต้องมีการตรวจสอบหลายอย่างค่ะ พี่เคยได้ทราบจากคนรู้จักมาว่า ต้องทำการตรวจสอบเรื่องการสมรสด้วยว่า เป็นการสมรสจริงๆไหม เป็นต้นค่ะ พี่ไม่สามารถให้คำตอบเชิงลึกได้ เพราะไม่ทราบกฎหมายอเมริกันดีพอค่ะ

        พี่แนะนำให้น้องลองเข้าไปอ่านที่เว็บไซต์ของ USCIS เกี่ยวกับสิทธิของคนที่จะขอกรีนการ์ด http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=80f63a4107083210VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=80f63a4107083210VgnVCM100000082ca60aRCRD ซึ่งจะเห็นได้ว่า หากต้องการ apply green card โดยใช้หลักฐานทางครอบครัว เขาจัดเรียงลำดับคนที่จะมีสิทธิ์ขอกรีนการ์ดได้ก่อนคือ

        First Preference: Unmarried, adult (21 years of age or older) sons and daughters of U.S. citizens
        Second Preference A: Spouses of permanent residents and the unmarried children (under the age of 21)) of permanent residents
        Second Preference B: Unmarried sons and daughters (21 years or age or older) of permanent residents
        Third Preference: Married sons and daughters of U.S. citizens, their spouses and their minor children
        Fourth Preference: Brothers and sisters of adult U.S. citizens, their spouses and their minor children

      • HoiTak  On March 13, 2013 at 12:47 pm

        ขอบคุณมากเลยครับ คุณพี่ admin ตอนนี้ผมเห็นภาพและรู้่ว่าควรทำอะไรต่อไปแล้วครับ ถ้าไม่ได้พี่ช่วยแนะนำผมคงเครียดไปอีกนานครับ ขอบคุณมากนะครับ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องคุ้มครองพี่และครอบครัว รวมถึงคนที่รักทุกคน ให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ และอุปสรรคอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ให้มีแต่ความสุขความเจริญตลอดไปครับ ^^

      • govisa  On March 13, 2013 at 8:47 pm

        น้อง HoiTak คะ ขอให้น้องตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง น้องเป็นเด็กหนุ่มที่ยังมีอนาคตอีกยาวไกล คิดให้รอบคอบนะคะจะได้มีอนาคตที่ดีค่ะ ประเทศไทยก็ไม่ได้มีเหตุการณ์ที่แย่จนดำเนินธุรกิจไม่ได้ พี่ให้คำแนะนำดังนี้ เพราะคิดว่าการรอคอยบางสิ่งบางอย่างโดยไม่มีอะไรแน่นอน มีแต่จะสิ้นเปลืองเวลาและเงินทอง ให้คิดเสมอว่า เรายังมีหนทางอื่นในประเทศของเราเองค่ะ เวลานี้ชาวต่างชาติก็เข้ามาหางานทำในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นค่ะ โชคดีนะคะ และขอบคุณมากสำหรับคำอวยพรค่ะ

  • Silvia  On March 17, 2013 at 8:03 pm

    สวัสดีค่ะคุณพี่ govisa
    ตามที่น้องได้มีคำถาม ตอบ ไปตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมนั้น ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของทนายความ ซึ่งได้เข้าไปคุย และขอเอกสารการ จะซื้อ จะขายกับเจ้าของร้านแล้วค่ะ และทนายได้ขอเอกสารจากน้อง เพื่อไปเปิดบัญชีธนาคารที่อเมริกา เพื่อเตรียมโอนเงินจากเมืองไทย ตอนนี้ น้องได้ตัดสินใจว่าจะเข้าไปเป็นผู้ลงทุนร่วมกับพี่คนไทย ( เป็นพี่สาวแท้ๆ ได้ซิติเซ่น แล้ว ) ในอัตราส่วน คนไทย : น้อง = 5% : 95% น้องจะถือหุ้นมากกว่าค่ะ น้องเป็นแม่บ้าน และสามีรับราชที่เมืองไทย น้องมีคำถามค่ะ…
    1. หลักฐานในการซื้อธุระกิจร้านอาหารนี้ เราจะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างคะ ( พยายามหาข้อมูลจาก internet แล้ว ไม่เจอเลยค่ะ )
    2. การเปิดบัญชีที่อเมริกา ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
    3. จำเป็นมั้ยคะ ที่จะต้องบินไปเซ็นต์เอกสาร และเปิดบัญชี ด้วยตัวเอง หุ้นส่วนเปิดไปก่อน แล้วเราค่อยไปแก้ไขเพื่อเติมภายหลัง ได้มั้ยคะ
    4. น้องยังไม่พร้อมที่จะขอวีซ่า E-2 ถ้าทนายเตรียมเอกสารเพื่อการขอวีซ่า E-2 มาให้ แต่เรายังไม่พร้อมทำ เพราะยังมีงานที่ต้องสะสางที่เมืองไทย เราจะยังไม่ยื่นขอได้หรือเปล่าคะ

    คงจะงงนะคะว่า ในเมื่อน้องยังไม่พร้อม แล้วจะรีบเป็นเจ้าของไปทำไม ที่ต้องรีบซื้อร้านนี้ เจ้าของเดิมเร่งจะขายด้วยเหตุผลส่วนตัวค่ะ ทางหุ้นส่วน พร้อม เงิน พร้อม เพียงแต่ตัวน้องยังไม่พร้อมรับสิทธิ์ E-2 ค่ะ ขอขอบคณคุณพี่ govisa มากๆนะคะ และจะขอเป็น case study ให้กับผู้ที่สนใจต่อไป ขอบคุณค่ะ ^^

    • govisa  On March 18, 2013 at 12:24 am

      น้อง Silvia คะ น้องแจ้งว่าอยู่ในขั้นตอนของทนายความ พี่คิดว่า ทนายความคงจะชี้แจงให้น้องทราบเองว่า ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

      หากน้องต้องการทำการศึกษาข้อมูลด้วยตนเองล่วงหน้า น้องควรไปอ่านเกี่ยวกับ Restaurant Plan Review กับ Food Establishment Plan Review ของเมืองหรือ County ที่ร้านอาหารที่น้องต้องการจะซื้อตั้งอยู่ค่ะ เพราะการเปิดร้านอาหารในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องใหญ่ที่เจ้าของร้านต้องเตรียมพร้อมในเรื่องสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยและความปลอดภัยของร้านอาหาร พี่ไม่มีประสบการณ์ในการเปิดร้านอาหารไทย แต่พี่ได้ทำการค้นข้อมูลและพบว่า คุณ Q(Blue Field)เธอเขียนไว้เมื่อปลายปี 2554 ในเว็บไซต์ Pantip อ่านเข้าใจได้ดี จึงขอแนะนำให้เข้าไปอ่าน http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2011/11/H11385186/H11385186.html

      เว็บไซต์อื่นๆที่ควรเข้าไปอ่านคือ Public Health ของชื่อ County ที่ร้านอาหารแห่งนั้นตั้งอยู่ พี่ขอยกตัวอย่างบางเว็บไซต์ค่ะ
      1. http://www.fairfaxcounty.gov/hd/food/permits.htm อ่านหัวข้อการเปลี่ยนแปลงเจ้าของร้านอาหาร
      2. http://web.multco.us/health/restaurants

      ส่วนคำถามข้อ 2 เกี่ยวกับการเปิดบัญชีธนาคารในอเมริกา ให้น้องลองเข้าไปอ่าน tips ในเว็บไซต์นี้ดูค่ะ http://www.immihelp.com/newcomer/bankaccount.html อ่านหัวข้อ open an account ข้อมูลที่เขียนไว้เป็นข้อมูลกลางๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชื่อธนาคารที่น้องจะไปเปิดในเมืองนั้นๆด้วยว่ามีข้อกำหนดอะไรเพิ่มเติมไหม เช่น จะต้องฝากเงินขั้นต่ำเท่าไรเป็นต้น วิธีการไม่แตกต่างจากการเปิดบัญชีกับธนาคารในเมืองไทยซึ่งมีให้เลือกหลายแบรนด์ น้องคงต้องไปดูก่อนว่า น้องจะเปิดบัญชีกับธนาคารชื่ออะไรที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารที่จะซื้อ สมมติว่าเปิดบัญชีกับ Bank of America ก็ลองเข้าไปอ่านที่เว็บไซต์ของ Bank of America https://www.bankofamerica.com/ เพียงแค่เติมชื่อเมืองไปใต้หัวข้อ Location ก็จะเห็นสาขามากมาย ถ้ายังไม่ได้ไปที่เมืองนั้น คงจะเป็นการยากที่จะตีดสินใจwfhว่า สาขาไหนน่าจะสะดวกในการเดินทางที่สุด ทางที่ดีควรไปดูสภาพร้านอาหารและสภาพบริเวณใกล้เคียงโดยรอบด้วยตนเองค่ะ เมื่อคลิกที่คำว่า Bank จะมีประเภทบัญชีให้เลือกอ่านข้อมูล เช่นบัญชีประเภท Checking ยังมีข้อมูลให้เลือกอ่านเองว่าต้องการข้อมูลพื้นฐาน(I want the basics) หรือ I want more
      คำถามข้อ 3. การลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่ไปดูด้วยตนเอง น้องจะรู้ได้อย่างไรว่า น้องจะไม่ถูกตบตาคะ
      คำถามข้อ 4. น้องควรปรึกษาทนายความดูเองว่า จะชะลอเวลาที่น้องยังไม่พร้อมที่จะขอ E-2 ได้ไหม ยิ่งเจ้าของร้านเร่งให้ซื้อ ยิ่งควรต้องบินไปดูเอง เพราะถ้าดูจากแบบฟอร์มที่ต้องผ่านการอนุมัติจาก City แล้วจะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจในสหรัฐอเมริกาไม่ใช่เรื่องทำเล่นๆ ต้องดูให้ร้านอยู่ในสภาพที่ถูกต้องตามกฎหมาย ลองอ่าน Guideline ในเว็บไซต์การเปิดร้านอาหารใน Florida ดุูค่ะ ของรัฐอื่นก็ต้องตรวจในลักษณะคล้ายๆกัน

      ดังนั้นให้น้องลองหาจาก google ดูว่า restaurant plan review in ชื่อ city หรือ county ที่จะไปซื้อดูก็ได้ค่ะ

  • Silvia  On March 17, 2013 at 9:22 pm

    ขอโทษค่ะ พิมพ์ตกไป สามีของน้องรับราชการที่เมืองไทยค่ะ ^^

  • Silvia  On March 18, 2013 at 11:01 am

    ขอบพระคุณมากๆค่ะ ที่ให้แนวทางและข้อแนะนำดีๆ นะคะ..^^

    • govisa  On March 18, 2013 at 10:32 pm

      ด้วยความยินดีค่ะ น้อง Silvia น้องควรเดินทางไปตรวจดูสภาพร้านอาหารด้วยตนเองและดูเอกสารให้รอบคอบนะคะ ขอให้ประสบความสำเร้จในธุรกิจค่ะ

  • Apsorn  On March 24, 2013 at 6:59 am

    มีประสปการณ์มีประสบการณ์ขอe-2 visa ให้หมอนวดที่เมืองไทยไหมคะ
    อยากเดินเรื่ิงเอาหมอนวดจากไททำท่าร้านค่ะ

    • govisa  On March 24, 2013 at 11:42 pm

      พี่ไม่เคยมีประสบการณ์การขอ E-2 visaให้หมอนวดที่เมืองไทยค่ะ

      น้อง Apsorn ลองศึกษาหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการไทย อาทิ เช่น เว็บไซต์ของกรมแรงงานไทย http://www.doe.go.th/index.php หรือ เว็บไซต์อื่นๆที่อาจจะเกี่ยวข้องกับสายงานที่น้องสอบถามมา เช่น เว็บไซต์ชมรมหมอนวดนานาชาติ http://www.thaitherapist.com/index.php?lay=show&ac=webboard และ อื่นๆ ฯลฯ เป็นต้น

  • Natalie  On April 10, 2013 at 5:16 pm

    สวัสดีค่ะ พอดีมีความสนใจวีซ่าประเภท E2 อยุ่พอดี มีความสงสัยอยู่ข้อนึ่งค่ะว่า หากต้องร่วมลงทุนเป็น 50% ของกิจการ จำเป็นหรือไม่ว่า 50% คิดเป็นกี่ $ …..?

    • govisa  On April 10, 2013 at 10:59 pm

      น้อง Natalie คะ ตามที่น้องเข้าใจถูกแล้วค่ะ คือคิดเป็นจำนวนที่น้องจะลงทุนกี่เหรียญค่ะ โดยทั่วไปการลงทุนในธุรกิจขนาดเล็กด้วยจำนวนเงินประมาณ 100,000 US$ มีความเป็นไปได้ต่อการการพิจารณาวีซ่า เพราะด้วยจำนวนเงินดังกล่าว ผู้ลงทุนจะสามารถเข้าไปสร้างงานให้คนอเมริกันและก่อให้เกิดผลดีในทางเศรษฐกิจต่อประเทศสหรัฐฯค่ะ อย่างไรก็ตาม หากราคาของธุรกิจที่น้องจะไปร่วมลงทุนด้วยมีต้นทุนราคาอยู่ที่ 150,000 US$ น้องก็สามารถที่จะร่วมทุนด้วยจำนวนเงิน 75,000 US$ ได้ค่ะ

      น้อง Natalie ลองเข้าไปศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์สถานทูตสหรัฐฯที่กล่าวถึง E-2 visa http://thai.bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas/visa-appointments/treaty-trader-visa.html พี่ได้ก็อบปี้บางตอนที่สำคัญเกี่ยวกับเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องใช้ยื่นให้กับสถานทูตสหรัฐฯที่กรุงเทพดูประกอบการขอวีซ่า E-2

      สำหรับ E-2 ผู้ลงทุนตามสนธิสัญญาที่สมัครวีซ่าเป็นครั้งแรก

      หลักฐานที่แสดงว่ามากกว่าร้อยละ 50 ของธุรกิจจะเป็นของบุคคลสัญชาติไทย
      หลักฐานที่ระบุว่าได้มีการลงทุนเกิดขึ้น หรือนักลงทุนอยู่ในกระบวนการลงทุน หรือจะดำเนินการลงทุนในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเตรียมหลักฐานที่แสดงถึงการซื้อที่เกิดขึ้นและ/หรือสัญญาที่มีการลงนาม และสัญญาเช่าที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ไม่ใช่เพียงแค่การโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารในสหรัฐฯ เท่านั้น
      หลักฐานที่แสดงว่าการลงทุนดังกล่าวมีความสำคัญ และหลักฐานที่ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้อยู่ในภาวะขาดทุน หากผู้สมัครวีซ่ากำลังลงทุนในบริการที่ดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว ต้องส่งแบบฟอร์มคืนภาษีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาในแถบนี้ โดยผู้สมัครจะไม่มีคุณสมบัติได้รับอนุมัติวีซ่า E-2 หากว่าการลงทุนนั้นให้ผลตอบแทนที่เพียงพอสำหรับการยังชีพของผู้ยื่นคำร้องและครอบครัวเท่านั้น

      สำหรับผู้สมัคร E-1 และ E-2 ที่กลับมาขอวีซ่าอีกครั้ง

      หลักฐานที่ระบุว่ามากกว่าร้อยละ 50 ของธุรกิจเป็นของบุคคลสัญชาติไทย
      สำเนาที่ได้รับการรับรองเอกสารแล้ว ที่แสดงการขอคืนภาษีประจำปีของบริษัท และงบดุลในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาของธุรกิจในสหรัฐฯ หากดำเนินธุรกิจน้อยกว่า 3 ปี ให้แนบข้อมูลที่สามารถย้อนไปได้ถึงเมื่อตั้งบริษัท
      สำเนาใบคืนภาษีของผู้สมัครแต่ละคนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

      • Natalie  On April 11, 2013 at 11:41 am

        ว้าววว ขอบคุณ คุณ Govisa มากๆนะค่ะ คำตอบเหนือความคาดหมายและเป็นประโยชน์มากจริงๆค่ะ

      • govisa  On April 11, 2013 at 9:11 pm

        ถ้าน้อง Natalie ได้รับวีซ่า E-2 จากสถานทูตอเมริกาแล้ว เขียนมาแชร์ประสบการณ์ด้วยนะคะ เพื่อข้อมูลจากน้องจะเป็นประโยชน์กับคนไทยท่านอื่นๆที่เข้ามาอ่านและอยากขอวีซ่าผู้ลงทุนประเภท E-2 เหมือนน้องค่ะ พี่ขอขอบคุณล่วงหน้าไว้ก่อนเลยค่ะ

  • Big  On May 16, 2013 at 1:50 pm

    สวัสดีครับพี่ webmaster ขอรบกวนสอบถามข้อมูลเรื่องวีซ่า E2 เพิ่มหน่อยนะครับ

    คือตอนนี้ผมได้มาทำงานร้านอาหารไทยด้วยวีซ่า E2 เรียบร้อยแล้วครับ มาได้เกือบครึ่งปีแล้วครับ ขอรบกวนถามนะครับ

    1. ได้ยินพี่ๆที่ทำงานด้วยกันบอกว่าถ้ามาทำงานด้วยE2 ครบ 3contact หรือ 6ปี จะสามารถยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดได้ จริงมั้ยครับ ถ้าจริงมันจะมีขั้นตอนยุ่งยากมากน้อยแค่ไหนครับ หรือว่าต้องใช้เงินในการทำเรื่องมากแค่ไหนครับ และอีกอย่าง อีก6ปีหน้า จะมีสิทธิ์ยกเลิกกฏหมายนี้มั้ยครับ

    2. ถ้าเรื่องดังกล่างเป็นจริง ถามต่อนนะครับ ตอนนี้มีพี่อยู่คนนึงเค้าทำร้านอื่นมาได้ประมาณ2contact แต่contact ที่3 ได้มาทำที่ร้านใหม่ที่ผมทำอยู่ การนับปีหรือ contact จะนับต่อหรือไม่ครับ หรือต้องเริ่มใหม่ครับ (เค้านับปีแบบเต็มๆ6ปีเลยรึเปล่าครับ หรือว่าดูที่รอบของ contact มีcontactที่2 อยู่แค่ปีครึ่งครับ)

    3. ถ้าเรื่องดังกล่างเป็นจริง ถามต่อนนะครับ การจะทำกรีนการ์ดนี่เป็นสิทธิ์ของเจ้าของร้านเท่านั้นเลยใช่มั้ยครับ ว่าจะทำให้หรือไม่ ไม่ทำก็ได้ใช่มั้ยครับ เพราะมีคนพูดเหมือนกันว่าเจ้าของไม่น่าทำให้หรอก เพราะถ้าทำกรีนการ์ดให้ก็จะไม่งานกับเค้าต่อแน่เพราะเป็นอิสระแล้ว

    4. ถ้าทำให้ได้จริงเค้าจะต้องเสียภาษีหรือค่าใช้จ่ายจากกรณีนี้เยอะมากๆ อันนี้จริงมั้ยครับ

    ขอรบกวนพี่เท่านี้นะครับ
    ขอบคุณมากๆนะครับ

    • govisa  On May 20, 2013 at 11:07 pm

      น้อง Big คะ ขอให้น้องเข้าไปอ่านเว็บไซต์ของ U.S. Citizenship and Immigration Services(http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=daa2a6c515083210VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=daa2a6c515083210VgnVCM100000082ca60aRCRD ) จะมีคำอธิบายเกี่ยวกับการขอ Permanent Resident หรือ Green Card ผ่านการทำงาน (Green Card through a Job)และ ผ่านการลงทุน (Green Card through Investment)

      สำหรับการขอกรีนการ์ดผ่านการจ้างงานนั้น การจ้างงานหลายประเภทเลยทีเดียวที่เริ่มต้นด้วยการที่นายจ้างจะต้องขอ labor Certificate และยื่น I-140 ให้ลูกจ้าง แต่ในบางกรณีนายจ้างจะยื่น I-360 แทน I-140 ในขณะที่ลูกจ้างจะต้องยื่นฟอร์ม I-485 เพื่อเปลี่ยนสถานภาพจาก E-2 เป็น Green Card ส่วนการยื่น I-485 กับ I-140 ในเวลาเดียวกันนั้น น้อง Big สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

      http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=32d80a5659083210VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=32d80a5659083210VgnVCM100000082ca60aRCRD

      ขั้นตอนในการดำเนินการขอ Green Card น้อง Big เข้าไปศึกษาเพิ่มเติมที่เว็บไซต์นี้เองนะคะ http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=d5663a4107083210VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=d5663a4107083210VgnVCM100000082ca60aRCRD

      พี่ขอแนะนำให้น้องปรึกษานักกฎหมายหรือทนายความในสหรัฐอเมริกาจะดีกว่าค่ะ พี่ไม่ได้มีประสบการณ์ตรงทางด้านนี้คงให้คำตอบที่ชัดเจนลงไปไม่ได้ค่ะ เรื่องระยะเวลาก็เช่นเดียวกัน คงจะเป็นกรณีๆไปซึ่งหมายความว่า แต่ละบุคคลคงใช้ระยะเวลาในการยื่นขอกรีนการ์ดไม่เท่ากันโดยเฉลี่ย 5 ปีถึงมากกว่า 5 ปีขึ้นไปค่ะ ส่วนค่าใช้จ่ายก็คงจะเป็นไปตามอัตราค่าครองชีพในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถ้าเทียบกับวิถีชีวิตของบ้านเมืองเราคงจะแพงอยู่แล้วค่ะ

      ขอโทษที่พี่ตอบน้องช้านะคะ เพราะพยายามหาข้อมูลให้น้องอยู่ค่ะ อยากให้น้องได้ลองอ่านกระทู้ๆหนึ่งในเว็บไซต์ Yahoo! Answers (http://answers.yahoo.com/question/index?qid=20080121221237AAn4Jm9 ) มีคำถามที่ใกล้เคียงกับคำถามน้อง และคำตอบที่คล้ายคลึงกับที่มีปรากฏอยุ่ในเว็บไซต์ของ USCIS ค่ะ

  • Big  On May 21, 2013 at 1:10 pm

    ขอขอบคุณพี่Govisa มากๆๆๆๆเลยนะครับ ที่สละเวลาช่วยหาข้อมูลมาให้ผม

    ขอบคุณอีกครั้งนะครับ

    • govisa  On May 22, 2013 at 5:26 am

      ด้วยความยินดีค่ะน้อง Big พี่ก็ได้โอกาสในการเพิ่มพูนความรู้ไปพร้อมกับน้องด้วยค่ะ

  • Noodeedee  On June 26, 2013 at 11:54 am

    คุณ govisa ค่ะ
    ดิฉันมีญาติซึ่งเป็นซิติเซ่นเปิดร้านอาหารไทยในอเมริกามาหลายปีแล้ว กิจการดำเนินไปได้ด้วยดีคะ ดิฉันมีความคิดอยากจะไปร่วมลงทุนกับญาติและขอวีซ่า E-2 ดิฉันอยากทราบว่าการอนุมัคิวีซ่าของเคสที่ผ่านๆมา ความเป็นไปได้มีมากน้อยแค่ไหนค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On June 26, 2013 at 1:03 pm

      เท่าที่เคยมีน้องถามเข้ามาและเค้าบอกผลวีซ่า คือมีผ่านได้วีซ่าค่ะ ขอให้ทำให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของการขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯค่ะ น้อง Noodeedee

  • Noodeedee  On June 26, 2013 at 1:55 pm

    ดิฉันมีเงินลงทุน ประมาณ 100,000 เหรียญ จะเข้าไปซื้อหุ้นในร้านอาหารของญาติได้หรือไม่ค่ะ ถ้าร้านอาหารของญาติลงทุนไป 250,000 เหรียญในการลงทุนครั้งแรก ถ้าญาติจะขายหุ้นให้ดืฉันครึ่งหนึาวจะทำได้ไหมค่ะ ดิฉันควรจะต่องมีเงินมากกว่า 125,000 เหรียญเพื่อไปซื้อหุ้นใช่ไหมค่ะ

    • govisa  On June 26, 2013 at 8:02 pm

      น้อง Noodeedee คะ ลงทุน 100,000-125,000 เหรียญได้ค่ะ มีหลักฐานแสดงการโอนเงินจากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกาเพื่อการลงทุน สรุปว่าน้อง Noodeedee จะถือหุ้นร้านอาหารนี้เป็นจำนวนกี่หุ้น ซึ่งทางร้านอาหารของญาติคงต้องปรึกษาทนายความที่อเมริกาเรื่องหนังสือรับรองเพื่อให้การเตรียมเอกสารต่างๆถูกต้องตามกฎหมายสหรัฐฯ มีแผนการทางธุรกิจของร้านอาหารอีก 5 ปีข้างหน้า คาดการณ์ผลประโยชน์คร่าวๆว่า ผู้ถือหุ้นส่วนร้านอาหารนี้น่าจะได้รับผลประโยชน์อย่างไรบ้าง เป็นต้นนะคะ เมื่อได้รับหนังสือรับรองจากทางร้านอาหาร และมีหลักบานการโอนเงินไปอเมริกาจากธนาคาร ค่อยกรอกฟอร์ม DS-160 และ DS-156 E ค่ะ

    • Mink  On June 13, 2014 at 11:00 am

      สวัสดี พี่แอดมินค่ะ
      มิ้งได้รับ วีซ่า อี 2 เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่มีข้อสงสัย นิดหน่อยค่ะ รบกวน พี่แอดมิน ด้วยนะคะ
      คือ วีซ่า ที่ได้ หมด อายุ เดือน ธันวา 2014 นี่เองค่ะ มิ้งสงสัยว่า สามารถ อยู่ที่อเมริกาได้แค่ นั้นเองเหรอคะ ถ้าต้องการอยู่ต่อ แบบถูกต้อง ต้องทำยังไงคะ เพราะ มิ้งจะเดินทางประมาณ กลางเดือน กค นี่ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ
      ขอบคุณค่ะ

      • govisa  On June 14, 2014 at 11:55 pm

        น้อง Mink จะได้รับการ stamp ในหน้าหนังสือเดินทางว่าอยู่ได้ในอเมริกาได้นาน 2 ปีค่ะ

  • Jeab  On July 29, 2013 at 1:57 pm

    อยากสอบถามเรื่อง e2 visa ค่ะ ได้คุยกับเจ้าหน้่าที่สถานฑุตซึ่งให้คำแนะนำที่ดีมาก แต่มีเรื่องสงสัยค่ะ พบพื้นที่ว่างให้เช่า ทำเลดี ต้องการเปิดเป็นร้านอาหารไทย สถานฑูตแนะนำว่า ต้องเซ็นสัญญาเช่าที่ก่อน ตกแต่งให้เรียบร้อย มีเมนู และเอาสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาเป็นหลักฐานในการขอ e2 บวกกับหลักฐานอื่นๆ เช่น business plan in 5 years, หลักฐานในการโอนเงิน เรื่องการโอนเงินเนียค่ะ เราโอนให้เพื่อนที่อยู่ usa ได้ใช่ไหมคะ เพราะว่า เราไม่มีbank account ที่อเมริกา แล้่วอีกอย่างจะโอนตรงให้กับ landlord ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเราต้องได้เซ็นต์สัญญา กัน่ก่อน รวมทั้งเงินที่จะใช้ในการตกแต่งร้านด้วยค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On July 29, 2013 at 10:51 pm

      น้อง Jeab คะ สิ่งที่เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯแนะนำเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศสหรัฐฯแล้วนะคะว่า ต้องเซ็นต์สัญญาก่อน หากน้องโอนเงินให้เพื่อนที่อยู่ทีอเมริกาโดยยังไม่เซ็นต์สัญญา จะมีหลักฐานที่ชี้ชัดได้อย่างไรคะว่า เพื่อนของน้องจะนำเงินก้อนที่น้องโอนเข้าบัญชีไปใช้ในการลงทุนธุรกิจร้านอาหารไทย หรือว่าเพื่อนของน้องก็จะลงทุนร่วมกับน้องในการเปิดร้านอาหารไทยร้านนี้ด้วยคะ พี่คิดว่าน้องควรที่จะเซ็นต์สัญญากับ Landlord ว่าจะซื้อร้านนี้ก่อนนะคะ จะได้มีหลักฐานการโอนเงินไปเพื่อเซ้งร้านนี้ค่ะ

      น้องควรเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเลยเพื่อไปดูสถานที่และพูดคุยกับทาง Landlord ให้เป็นกิจจลักษณะ การลงทุนร้านอาหารเป็นการลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก น้องควรเดินทางไปดูให้เห็นกับตาตนเองว่าร้านอาหารตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมหรือไม่ สภาพร้านเป็นอย่างไร และน้องควรเปิดบัญชีในอเมริกาทิ้งไว้ด้วยสัก 1,000 เหรียญพร้อมทั้งขอเปิดบริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตทิ้งไว้ด้วยค่ะ เมื่อเดินทางกลับมาไทยจะได้โอนไปเข้าบัญชีที่น้องเปิดทิ้งไว้แล้วค่ะ

      อนึ่ง พี่อยากแนะนำให้น้องหาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบก่อนการลงทุน ได้แก่
      1.ปรึกษากับกรมส่งเสริมการส่งออกว่า ทางกรมมีหนังสือแนะนำการทำธุรกิร้านอาหรไทยในอเมริกาหรือเปล่า เช่น ทางกรมทำหนังสือแนะนำการเปิดร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร http://www.thaicomuk.dial.pipex.com/openrest.htm
      2.ลองอ่านเว็บไซต์อื่นๆจากผู้มีประสบการณ์ในการเปิดร้านอาหารไทยในอเมริกา เช่น เว็บไซต์ pantip, เว็บไซต์ “ผู้จัดการ” ที่สัมภาษณ์เจ้าของร้าน Thai Smile ในอเมริกา และ ฯลฯ

  • Jeab  On July 30, 2013 at 7:25 am

    ขอบคุณค่ะ เจี๊ยบก็ตั้งใจไปดูสถานที่เองในเดือนกันยายนค่ะ แต่มีข้อกังวลคือ ทาง landlord จะยอมเซ็นสัญญากับเราหรือคะ โดยที่เรายังถือ B1/B2 visa แล้วด้วย visa ชนิดนี้จะเปิดบัญชีที่ USA ได้หรือคะ ขอคภแนะนำอีกอย่างค่ะ อ่านข้อมูลใน website ของ USCIS ว่า ขณะที่อยู๋ที่นั่น และเรามี non-immigrant visa เราสามารถยื่น แบบ 1.-129 เพื่อเปลี่ยนเป็น e2 ได้ อันนี้พี่มีความเป็นว่า จะดีกว่าการยื่นขอจากประเทศไทยไหมคะ แล้ว ระยะเวลาจะนานไหว เพราะเข้าใจว่า ถ้าเราไม่มี e2 เราห้ามทำงาน แต่การที่จะอยู่ที่ อเมริกา ขณะรอ visa แล้วไม่ได้ทำงานในร้านเลยมันน่าจะเป็นไปไม่ได้ค่ะ ไม่อยากถูกตัวส่งกลัยไทย แล้วไม่ได้เข้าอีก

    • govisa  On July 31, 2013 at 12:35 pm

      น้องเจี๊ยบคะ ความหมายของ B-1/B-2 หมายความได้ทั้งวีซ่านักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ถ้านักธุรกิจไม่สามารถใช้วีซ่า B-1/B-2 ติดต่อทำสัญญาทางธุรกิจใดๆได้ ธุรกิจก็จะดำเนินต่อไม่ได้นะคะ

      การขอเปลี่ยนสถานภาพวีซ่าไปเป็น E-2 ด้วยการกรอกฟอร์ม I-129 หลังจากยื่นฟอร์ม I-129 Homeland Security จะต้องใช้เวลาพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัตินานเป็นเดือนๆ หากน้องอยู่รอที่สหรัฐอเมริกาไม่ได้ ให้กลับมารอรับ I-797 ที่เมืองไทยแล้วกันนะคะ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเองที่

      http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=f56e4154d7b3d010VgnVCM10000048f3d6a1RCRD&vgnextchannel=db029c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD

      การเปิดบัญชีธนาคารในสหรัฐอเมริกา ใช้เอกสารดังนี้ คือ หนังสือเดินทาง,ใบขับขี่ และหมายเลข Social Security หรือ SSN ยื่นให้เจ้าหน้าที่ธนาคารดู ธนาคารจะใช้เอกสารทั้ง 3 หรือใช้แค่ 2 ชนิดขึ้นอยู่กับธนาคารที่น้องเลือกจะไปเปิดบัญชีธนาคาร ให้เพื่อนที่อยู่ที่อเมริกาขอข้อมูลเตรียมไว้ให้น้องก่อนที่น้องจะเดินทางไปถึงก็ได้ค่ะ

  • kai  On August 4, 2013 at 2:36 pm

    สวัสดีค่ะ

    รบกวนสอบถามเรื่องขั้นตอนการเปิดร้านอาหารไทยค่ะ ตอนนี้สามีพี่ใช้วีซ่า E2 และกำลังจะหมดในอีกสี่เดือนข้างหน้า ตอนนี้มีโครงการจะเปิดร้านอาหารไทยที่นั่น และหาร้านได้เรียบร้อยแล้วเป็นเจ้าของคนไทยที่ดูแลกิจการไม่ทั่วถึงแล้วเซ้งต่อให้ แต่ในขั้นตอนนี้ทั้งสองฝ่ายไม่มีความรู้เลย และได้ทำเรื่องผ่านทนายแต่ทางทนายเองผ่านมาเดือนกว่าแล้วก็ยังไม่เริ่มทำอะไร พี่ก็เลยรบกวนสอบถามว่าพี่ควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างและดำเนินการได้อย่างไร และ ในส่วนของการซื้อร้านต่อพี่มี หจก.ของตัวเองที่อยู่ในเมืองไทยอยู่แล้ว เราใช้ห้างซื้อดีกว่าหรือ ใช้ชื่อสามีพี่เป็นผู้ซื้อ ส่วนเรื่องของทนายเพื่อความสะดวกมีทนายทีประจำอยู่เมืองไทย ที่รับให้บริการเรื่องนี้หรือเปล่า

    ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    • govisa  On August 6, 2013 at 11:15 pm

      คุณ kai คะ คุณไก่ควรใช้บริการทนายความในเมืองหรือในรัฐที่คุณ kai จะเซ้งร้านอาหารไทยต่อดีแล้วค่ะ อาจจะต้องหมั่นตามเรื่องกับทนายความหน่อยนะคะ เพราะทนายความในพื้นที่น่าจะมีความเชี่ยวชาญกฎหมายในรัฐนั้นๆดีกว่าการจ้างทนายความในต่างประเทศ หากต้องการจ้างทนายจากประเทศไทยน่าจะเลือกสำนักงานทนายความที่มีนักกฎหมายที่ชำนาญในรื่องกฎหมายระหว่างประเทศมากกว่าการจ้างทนายที่ชำนาญเฉพาะกฎหมายในประเทศไทยค่ะ

      พี่ขอแนะนำให้คุณไก่เข้าไปศึกษาเว็บไซต์ต่างๆที่พูดถึงเรื่องการเปิดร้านอาหารไทย มีท่านผู้รู้เขียนไว้ในหลายเว็บไซต์ต่อไปนี้นะคะ

      1. สิ่งที่นักลงทุนควรทราบก่อนทำธุรกิจร้านอาหารไทยในอเมริกา http://www.ryt9.com/s/ryt9/90450
      2. การสนับสนุนทางการเงินแก่ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ http://www.thaifoodtoworld.com/home/newsdetail.php?cms_id=12
      3. จะเปิดร้านอาหารไทยในอเมริกาต้องทำอย่างไร http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2011/11/H11385186/H11385186.html
      4. การเปิดร้านอาหารไทยในอเมริกา http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/H3328054/H3328054.html
      5. การเริ่มกิจการส่วนตัวในอเมริกา ว่าด้วยเรื่อง การขอ limited Liability company (LLC) http://gogoamerica.com/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2/

  • phptidrem  On August 19, 2013 at 1:57 pm

    ผมอยู่เมืองไทยอยากเปิดบัญชีที่อเมริกาหรือธนาคารเพื่อเป็นหลักฐานการโอนเงิน
    ขอวีซ่าอี2

    • govisa  On August 20, 2013 at 9:47 pm

      น้อง phptidrem คะ โดยปกติธนาคารในสหรัฐฯมีบริการให้เปิดบัญชีออนไลน์ หากผู้เปิดบัญชีมีถิ่นฐานที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา น้องสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ในเว็บไซต์ธนาคารที่น้องสนใจจะเปิดบัญชี

      ในกรณีที่น้องอยู่เมืองไทยไม่มีเพื่อนที่อยู่ที่อเมริกาที่จะไปสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารให้ พี่แนะนำให้น้องลองปฏิบัติดังนี้คือ เข้าเว็บไวต์ธนาคารอะไรก็ได้สักหนึ่งชื่อ เช่น Bank of America, Citibank เมื่อคลิกเลือกบริการ open book bank online จะมีคำถามให้เลือกว่าน้องอยู่รัฐไหน หรือบอก zip code รหัสไปรษณีย์ของเมืองที่น้องอยู่ เมื่อน้องลองใส่รหัสไปรษณีย์ไปเล่นๆสัก 5 ตัวเลข จะมีชื่อธนาคารที่ตั้งอยู่ในเมืองนั้น เว็บไซต์บางธนาคารจะมีเจ้าหน้าที่คอยตอบคำถาม online เมื่อน้องให้รายละเอียดเรื่องที่พักว่า น้องยังอยู่ที่ประเทศไทย คำตอบที่ได้รับมักจะไม่อนุญาตให้น้องเปิดบัญชีออนไลน์ ที่พี่ต้องตอบคำถามน้องในลักษณะนี้แทนที่จะตอบไปเลยว่าเปิดบัญชีออนไลน์ไม่ได้ค่ะ เพราะประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ มีระเบียบและกฎหมายแตกต่างกันเล็กน้อยในบางรัฐ จึงคิดว่าน่าจะเป็นการเปิดโอกาสที่ดีกว่าที่ให้น้องได้ลองสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารในเมืองที่น้องจะไปอยู่ทางออนไลน์เลยโดยตรงค่ะ ธนาคารมักจะต้องการให้ผู้ที่จะเปิดบัญชีแสดงหลักฐานที่แสดงตัวตนของเจ้าของบัญชีคือ Social Security Number, Driver License, Passport ดังที่ธนาคาร Citibank (https://online.citibank.com/US/JRS/pands/detail.do?ID=AOProductSelection) ในอเมริกาเขียนไว้

      ” To apply online…You must be:A U.S. citizen or resident alien, and 18 years or older.
      You must have: A U.S. address, a social security number, and a driver’s license or state issued ID”

  • nickie  On September 11, 2013 at 3:20 am

    อันดับแรกต้องขอขอบคุณน้ำใจของคุณ admin ที่สละเวลามาตอบทุกๆคำถามให้กับพวกเราที่เริ่มแรกมักมีความกังวลใจต่างๆนาๆในการขอวีซ่า E-2 ดิฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความสนใจแต่จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรดี เพราะการลงทุนในต่างแดนไม่ใช่เรื่องง่ายและใช้ทุนสูง ขณะนี้ดิฉันได้วีซ่า F-1 และเรียนภาษามาเกือบ 2 ปีแล้ว ทางบ้านอยากให้กลับไปทำธุรกิจเล็กๆที่เมืองไทย แต่แฟนของดิฉันอยากจะเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ (ซึ่งขณะนี้ถือวีซ่า F-1) พอดีมีเพื่อนคนไทยที่แต่งงานมีสามีเป็นคนอเมริกัน อยากทำร้านอาหารไทยที่นี่จึงชวนดิฉันร่วมลงทุนคนละ 50% ซึ่งดิฉันได้ปรึกษาทางบ้านแล้ว หากมีความเป็นไปได้ก็จะลองให้ทำดู จึงอยากทราบว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเปลี่ยนวีซ่าจาก F-1 เป็น E-2 ขอคำแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On September 11, 2013 at 11:03 pm

      น้อง nickie คะ ผู้ที่ได้วีซ่านักเรียนเมื่อเรียนจบแล้วอาจจะอยากลงทุนดำเนินธุรกิจต่อในอเมริกา นักเรียนท่านนั้นก็จะสามารถเปลี่ยนสถานภาพจากวีซ่านักเรียน F-1 เป็นวีซ่าผู้ลงทุน E-2 ได้ค่ะ เพียงแต่ขั้นตอนตลอดจนการเตรียมเอกสารทางกฎหมายเป็นเรื่องยุ่งยากพอสมควรสำหรับคนต่างชาติ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่น้องจะเห็นคนอเมริกันส่วนใหญ่เวลาจะทำอะไรมักจะต้องปรึกษาผู้รู้จริงในเรื่องนั้นๆ เช่น ทนายความจะรู้กฎหมายของประเทศเขาดี ยิ่งสหรัฐฯมีการปกครองที่ประกอบด้วยหลายมลรัฐมารวมกัน ทำให้แต่ละรัฐอาจจะมีกฎหมายย่อยๆที่แตกต่างจากอีกรัฐหนึ่งได้ ซึ่งก็คือความยุ่งยากสำหรับคนต่างชาติ พี่แนะนำให้น้องปรึกษากับทนายความที่อยู่ในเมืองของน้องหากน้องตัดสินใจจะลงทุนทำร้านอาหาร ค่าทนายความน่าจะเป็นเลขหลักพันะคะ นอกจากนี้ น้องต้องมีหลักฐานการโอนเงินจากประเทศไทยไปลงทุนคนละ 50% กับเพื่อนด้วยค่ะ

      • Nickie  On September 12, 2013 at 3:05 am

        ขอบคุณมากค่ะ การโอนเงินจากประเทศไทยสามารถโอนเข้าบัญชีเราในอเมริกา หรือโอนเข้าบัญชีเพื่อนค่ะ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าโอนมาเพื่อธุรกิจ ส่วนสำหรับเรื่องทนายเค้าคิดค่าปรึกษา 150$ คิดว่าโอเคมั้ยค่ะสำหรับราคานี้ ส่วนเรื่องดำเนินการคงเป็นหลักพันอย่างที่คิดไว้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำ ^^

      • govisa  On September 12, 2013 at 5:29 am

        น้อง Nickie คะ การโอนเงินน่าจะโอนเข้าบัญชีน้องดีกว่าไหมคะ ในการทำธุรกิจควรจะต้องมีการเซ็นต์สัญญาระหว่างกันที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีเรื่องการจดทะเบียนการค้า และมีรายละเอียดการลงทุนว่าคนชื่อนี้ลงทุนกี่เหรียญ เป็นต้นนะคะ น้องก็จะมีหลักฐานจำนวนเงินที่โอนที่เท่ากันกับจำนวนที่ลงทุนตามสัญญา ถ้าจะโอนเข้าบัญชีเพื่อนก็ควรจะมีหนังสือสัญญานี้เป็นหลักฐานก่อนค่อยโอนเข้าบัญชีเพื่อนดีกว่าไหม นั่นคือเหตุผลที่พี่ให้ปรึกษากับทนายความค่ะ

        ส่วนเรื่องราคาที่แท้จริงของค่าชั่วโมงของทนายความในสหรัฐฯพี่ไม่มีข้อมูลจึงวิจารณ์ให้น้องฟังไม่ได้ค่ะ แต่มีเรื่องเล่าหนึ่งเรื่องให้ฟังค่ะ เมื่อวานพี่ทดลองส่งคำถามหนึ่งคำถามเหมือนที่น้องๆถามพี่ไปที่หน้าเว็บไซต์ของสำนักงานทนายความแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ เขาคิดค่าบริการ 34$ ต่อคำถามหนึ่งคำถาม ถ้าเราโอเคและบอกเบอร์บัตรเครดิตไปทนายคงจะส่งคำตอบมาให้ แต่พี่ไม่ได้ทำ เพียงแค่อยากทราบเท่านั้นว่าค่าบริการประมาณเท่าไรค่ะ

  • nickie  On September 12, 2013 at 6:25 am

    ถ้าอย่างนั้นค่อยดีหน่อยที่สามารถโอนเข้าบัญชีเราได้ แล้วใช้เป็นเอกสารประกอบการจดทะเบียนร่วมลงทุนแทนก่อน ขอบคุณมากนะค่ะ แล้วถ้ามีโอกาสได้ทำสำเร็จจะมา update ให้ทราบกันนะค่ะ

    • govisa  On September 12, 2013 at 7:57 pm

      น้อง nickkie คะ จะอย่างไรก็ตาม การจะขอวีซ่า E-2 ก็ต้องมีหลักฐานเรื่องการจ่ายเงินร่วมลงทุนจริงๆด้วยค่ะ น้องควรปรึกษาทนายความให้ชัดเจนด้วยนะคะในเรื่องที่ถามพี่มา พี่เข้าใจค่ะว่า การลงทุนด้วยเงิน 50,000-100,000$ ไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆเลย ต้องทำด้วยความรอบคอบและระมัดระวังอย่างดีที่สุดค่ะ ขอให้น้อง nickie โชคดีค่ะ

      • Nickie  On September 12, 2013 at 9:29 pm

        ขอบคุณมากค่า ^_^

      • govisa  On September 12, 2013 at 11:29 pm

        ด้วยความยินดีค่ะน้อง Nickie

  • Mink  On September 13, 2013 at 10:23 am

    อยากรบกวน admin ช่วยตอบคำถามให้ด้วยนะคะ
    1.ดิฉันเคยได้วีซ่า นร 5 ปีค่ะ แต่อยู่แค่ 2 ปี ก็กลับมาเมืองไทย กลับมาเมื่อปี 10 ค่ะ
    2. ระหว่างที่อยู่อเมริกา ดิฉันสอบไม่ผ่าน ไม่สามารถ ลงเรียนต่อโทได้ค่ะ ดิฉันเรียนภาษาอยู่แค่ หกเดือนค่ะ เวลาที่เหลือ ดิฉันก็ กินเที่ยว กับเพื่อนคนไทยค่ะ พอดีที่บ้านเริ่มสงสัยก็เลยกลับไทยค่ะ
    3.เมื่อประมาณ เดือนพฤษภาปีนี่ค่ะ ดิฉัน สามี และ คุณพ่อ คุณแม่ ได้ไปขอวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ ผ่านค่ะ แต่ดิฉันและสามีไม่ผ่านค่ะ เค้าให้เหตุผลว่า ไม่แน่ใจว่าดิฉันเข้าไปแล้วจะกลับออกมาตามระยะเวลาที่กำหนดค่ะ เนื่องจาก ดิฉันไม่สามารถตอบเค้าได้ว่า ไปเรียนแค่หกเดือน เวลาที่เหลืออยู่ทำอะไร แล้วทำไมพูดอังกฤษไม่คล่อง ก็เลยไม่ผ่านค่ะ
    4.พอดี พี่สาวดิฉัน แต่งงานกับคนไทยที่เกิดที่อเมริกา และได้กรีนการ์ด เค้าชวนดิฉันไปร่วมทุนซื้อร้านอาหารที่นู่นค่ะ เป็นร้านอาหารไทย เมืองที่ดิฉันเคยไปเรียนค่ะ เจ้าของร้านเป็นคนไทย และเป็นคนจังหวัดเดียวกันรู้จักกันค่ะ ตอนนี้ เค้ามีประมาณ สามร้านค่ะ แล้วเค้าอายุมากแล้ว ก็เลยอยากหาผู้ร่วมทุนมาดูแลซักร้านนึงค่ะ
    5.ดิฉันก็สนใจค่ะ ตอนนี้ ได้จ้างทนายที่อเมริกา เตรียมเอกสารให้ค่ะ และได้โอนตังค์ไปเป็นการซื้อหุ้นแล้ว 100,000 เหรียญค่ะ ตอนนี้รอทนายส่งเอกสารกลับมาที่ไทย และนำเอกสารไปยื่นที่สถานฑูตค่ะ
    6.ร่ายซะยาวเลย เข้าคำถามนะคะ ตอนนี้ดิฉันตื่นเต้นมากค่ะ เพราะกลัวเรื่องสัมภาษณ์ค่ะ เพราะดิฉันพูดอังกฤษไม่เก่งเลยและยิ่งเวลาตื่นเต้นจะพูดแทบไม่ออกเลยค่ะ
    7.สถานฑูตเค้าจะรู้มั๊ยคะ ว่าดิฉันเคยถูกปฏิเสธวีซ่า
    8.ดิฉันเป็นกังวลมากค่ะ กลัวเค้าจะถามเรื่องวีซ่าเก่าค่ะ
    9.ดิฉันควรทำอย่างไรคะ แต่พี่สาวดิฉันเค้าบอกว่า เค้าจะถามเฉพาะเรื่องที่เรายื่นขอนะตอนนั้น คงไม่ถามเรื่องเก่าหรอก จริงรึเปล่าคะ
    10.ทนายทำเรื่องของดิฉันและสามีพร้อมกันค่ะ สามีดิฉันต้องเจ้าไปสัทภาษณ์ด้วยมั๊ยคะ เพราะเค้าพูดอังกฤษไม่ได้เลยค่ะ
    ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ พิมม์มายาวมากเลย รบกวนไขข้อข้องใจด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On September 14, 2013 at 12:02 am

      น้อง Mink คะ คำถามของน้องจะอยู่ที่ข้อ 7-10 ส่วนข้อ 1-6 เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ทำให้พี่ทราบความเป็นมาของน้องได้ ขอเริ่มตอบคำถามของน้องเลยนะคะ
      7. สถานทูตเก็บประวัติของทุกคนที่เคยยื่นเอกสารสัมภาษณ์วีซ่าค่ะ พี่จึงไม่แปลกใจกับเรื่องเล่าในข้อ 3 ว่าทำไมน้องจึงถูกปฏิเสธวีซ่าท่องเทียวค่ะ เพราะน้องเคยมีประวัติ overstay อยู่ในอเมริกาโดยไม่ได่ลงทะเบียนเรียนค่ะ ดังนั้นถ้าน้องถามว่า สถานทูตทราบไหมว่าน้องเคยยื่นขอวีซ่านักเรียน และเคยยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2556 สถานทูตทราบประวัติน้องหมดค่ะ และสถานทูตทราบว่าน้องเคยภูกปฏิเสธวีซ่าท่องเที่ยวมาแล้วด้วยค่ะ ดังนั้นในการกรอกฟอร์มวีซ่า DS-160 online จึงควรตอบคำถามตามความเป็นจริงในเรื่องที่น้องเคยถูกปฏิเสธวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ
      8. สถานทูตมีสิทธิ์ที่จะสอบถามว่่า ทำไมท่านจึงถูกปฏิเสธวีซ่า และสถานทูตเค้าทราบคำตอบอยู่แล้วว่า น้องถูกปฏิเสธวีซ่าเพราะเหตุใด เนื่องจากกงสุลท่านที่เคยสัมภาษณ์น้องคนก่อนจะต้องพิมพ์เหตุผลของการปฏิเสธวีซ่าน้องไว้เป็นหลักฐานให้กับงสุลท่านต่อๆไปทราบในการสัมภาษณ์ครั้งใหม่ด่วยค่ะ การสอบถามก็เพื่อจะได้ทราบว่า น้องตอบตามความเป็นจริงหรือมีอะไรปิดบังหรือเปล่าค่ะ
      9. พี่ไม่สามารถตอบน้องได้ว่า กงสุลท่านจะสอบถามย้อนหลังไปถึงเรื่องเก่าที่น้องเคยถูกปฏิเสวีซ่าไหมนะคะ แต่ถ้าหากมีการสอบถามพาดพิงไปถึงเรื่องการถูกปฏิเสธวีซ่าครั้งก่อน โปรดตอบไปตามความเป็นจริงว่า ในตอนนั้นน้องอาจจะเป็นเด็กอยู่ ความคิดยังไม่เป็นผู้ใหญ่ดีพอ จึงไม่ได้ตั้งใจเรียนเต็มที่ แต่น้องก็ได้ปฏิบัติตนถูกต้องคือ เมื่อไม่ได้เรียนก็กลับประเทศไทย ทั้งๆที่วีซ่านักเรียนยังไม่หมดอายุ เพียงแต่ในช่วงเวลานั้นน้องอาจจะทำผิดขั้นตอนอยู่บ้างคือไม่ได้ลงทะเบียนเรียนต่อเนื่องจึงอยู่ในสภาพ Overstay อยู่ประมาณ 1 ปีครึ่งก่อนกลับประเทศไทย แต่ตอนนี้น้องแต่่งงานมีครอบครัวแล้ว และประกอบธุรกิจอะไรอยู่ที่เมืองไทย มีหลักทรัพย์ที่มั่นคง และน้องเห็นว่ามีลู่ทางที่จะไปประกอบธุรกิจในอเมริกา จึงได้ลงทุนร่วมกับพี่สาวเพื่อประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยค่ะ คิดว่าน้องจะไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ผิดพลาดเหมือนครั้งเป็นเด็กวัยรุ่นอีกค่ะ
      10. สามีต้องเข้าไปสัมภาษณ์ด้วย เพราะผู้ยื่นขอวีซ่าทุกคนต้องผ่านการแสกนลายนิ้วมือทั้งสิบนิ้วในเวลาสัมภาษณ์ด้วย สามีจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปสัมภาษณ์ด้วยค่ะหากว่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ในการกรอกฟอร์มนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าออนไลน์ จะมีให้เลือกว่าจะถนัดใช้ภาษาอะไรในการสอบสัมภาษณ์ ให้สามีเลือกสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยได้ค่ะ ความกังวลน่าจะอยูที่เมื่อไปทำธุรกิจร้านอาหารไทย และมีคนต่างชาติข้ามาใช้บริการสามีจะสื่อสารกับชาวต่างชาติได้หรือไม่ ซึ่งสามีควรจะให้คำตอบกงสุลในทางบวกคือ สามีพร้อมจะปรับตัวในการเรียนรู้ใหม่โดยจะพยายามหาเวลาว่างลงทะเบียนเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมแบบ part time หรือแบบไม่เต็มเวลากีบพวกวิทยาลัยประเภท community college ในเมืองนั้น เพื่อจะได้สื่อสารกับแขกที่มาใช้บริการที่ร้านอาหารได้ค่ะ

  • Mink  On September 13, 2013 at 10:43 am

    อีกเรื่องที่อยากรบกวนค่ะ
    อยากรบกวน คุณ Big ที่ได้สัมภาษณ์วีซ่า e2 ผ่านแล้ว อยากรบกวน แชร์ประสบการณ์ เกี่ยวคำถามที่ทางสถานฑูตถามได้ไหมคะ จะได้เป็นความรู้ และ ดิฉันจะได้เตรียมตัวถูกค่ะ จะดีมากมากเลยค่ะ

    • govisa  On September 14, 2013 at 12:40 am

      หากน้อง Mink เข้าไปอ่านที่น้อง Big เขียนเข้ามาถามพี่ จะเห็นอีเมล์ของน้อง Big ลองส่งอีเมล์ไปให้น้อง Big เธอเปิดอ่านกระทู้ในบล็อกนี้ดูนะคะว่ามีคำถามจากน้องเพราะน้อง Big อาจจะทำงานยุ่งและไม่ได้เข้ามาอ่านกระทู้ที่น้องเขียนถามน้อง Big ผ่านบล็อกนี้นะคะ และพี่ก็ไม่แน่ใจว่า น้อง Big เธอจะรู้สึกแปลกใจหรือเปล่าที่น้องทราบเรื่องของเธอ น้องอาจจะอ้างอืงว่าได้อ่านเรื่องของน้อง Big ผ่านบล็อกที่พี่เขียน และถ้าน้อง Big จะสะดวกตอบคำถามน้อง Mink ผ่านบล็อกที่พี่เขียนน้อง Big ก็ทำได้ค่ะ

  • เอ  On October 8, 2013 at 2:06 pm

    ขอปรึกษาด้วยครับ ถ้าจะขอวีซ่า E-2 แต่ไม่ใช้เงินของตัวเองเพราะไม่มี คือ ญาติพี่น้อง จะโอนเงินเข้าบัญชีมาให้ยืม แล้วผมค่อยโอนไปร่วมหุ้นกับญาติที่อยู่อเมริกา แล้วเดินเรื่องขอวีซ่า … อยากถามว่า
    1. จะมีปัญหาเรื่อง ที่มาของเงินทุนหรือไม่ครับ ถ้าให้ยืมโดยโอนเข้ามาเฉยๆ หรือควรทำเป็นสัญญาที่ญาติให้ผมกู้ยืมมาลงทุนดีกว่ากันครับ ?
    2. ผมไม่มีประวัติงานด้านร้านอาหารเลย แต่ทางญาติที่อเมริกาต้องการให้ไปช่วยเพราะกำลังจะเปิดร้านใหม่เพิ่มและไว้ใจเราได้ จะมีปัญหาในการขอวีซ่ามั้ยครับ ?
    ปัจจุบัน มีวีซ่าท่องเที่ยว 10 ปี เคยไปเที่ยวทางโน้นแล้ว 2 ครั้ง เหลือวีซ่าอีก 5 ปี
    ขอบคุณมากครับ นั่งอ่านตั้งแต่กระทู้แรกกว่าจะจบ ได้ควรรู้ดีมากครับ แอดมินเก่งมากเลย

    • govisa  On October 8, 2013 at 9:07 pm

      น้องเอคะ อ่านดูจากที่น้องเขียนมา เหมือนน้องจะลงทุนเป็นหุ้นส่วนในร้านอาหารไทยที่อเมริกามากกว่าไปทำงานเป็นพ่อครัว ถ้าน้องไม่มีเงินในบัญชีของตนเอง น้องควรจะทำเป็นสัญญากู้ยืมเงินมาลงทุนจะดีกว่ามั๊งคะ อย่างน้อยก็เป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรแสดงที่มาของเงินในบัญชีธนาคาร แต่จะอย่างไรก็ตาม พี่ก็ยังคิดว่า หากน้องสามารถแสดงว่า น้องมีบัญชีเงินฝากกับธนาคารเป็นชื่อของน้องเองด้วย จะดูเป็นหลักฐานที่มั่นคงกว่าไหม และถ้าน้องยังไม่พร้อมเรื่องเงินในบัญชีธนาคาร น้องจะยืดเวลาไปอีกสักพักด้วยการที่ถ้ามีเงินของญาติโอนเข้ามาในบัญชีของน้อง น้องอย่าเพิ่งโอนต่อไปลงทุนในร้านอาหารที่อเมริกาเลยทันที ให้ทิ้งเงินก้อนนั้นไว้ในบัญชีสักหกเดือนก่อนดีไหม หรือถ้าการเงินยังไม่พร้อมหรือยังไม่สะดวกที่จะขอวีซ่าเป็นผู้ลงทุน น้องจะลองขอวีซ่าเป็นวีซ่าไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านอาหารของญาติคือเป็นพ่อครัวก่อนดีกว่าไหม ลองพิจารณาดูนะคะ น้องเออาจจะเข้าไปอ่านรายละเอียดเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลอเมริกันที่ชื่อว่า USCIS http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.2f0cb9a8ddc86a6d856fed10526e0aa0/?vgnextoid=0707e116a31da310VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=54e72d07e05a8310VgnVCM100000b92ca60aRCRD ขออนุญาตคัดลอกมาให้ดูบางส่วนประกอบค่ะ
      Requirement 4 – You must be able to provide the source of your funding.You must show a clear and legitimate path regarding the source of the capital you will be investing. You must also demonstrate that the funds you are investing have not been obtained through criminal means.
      + How do I demonstrate the source of my capital?
      Some of the evidence you may submit to demonstrate the source of your capital includes:
      Wire transfers, money orders, and/or canceled checks
      Foreign and domestic bank statements
      Foreign tax returns
      Pay records

      Property records
      Loan and/or mortgage agreements

      ส่วนการที่น้องเอยังมีวีซ่าท่องเที่ยวที่มีอายุเหลืออยู่อีก 5 ปี ก็เป็นโอกาสดีที่น้องจะเข้าไปดูทำเลความเหมาะสมของร้านที่จะไปร่วมลงทุนว่า มีโอกาสที่จะขายดีมากน้อยแค่ไหน จะคุ้มกับการลงทุนไหมด้วยค่ะ การลงทุนทำร้านอาหารไทยในอเมริกาเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดจุกจิก ไม่ว่าจะทำอะไรต้องขออนุญาตเป็นเรื่องๆไป ซึ่งการขออนุยาตก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่นับเป็นการลงทุนเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน และร้านอาหารไทยต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดเป็นอย่างมาก อาจจะทำให้เงินที่ใช้ลงทุนเพิ่มขึ้น พี่เป็นห่วงตรงที่น้องบอกว่า น้องไม่มีเงินในบัญชีเป็นของตนเอง จึงอยากให้น้องคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนเรื่องการคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ค่ะ

      พี่ขอขอบคุณน้องเอที่ให้กำลังใจมาค่ะ และขอขอบคุณล่วงหน้าถ้าจะกรุณาส่งข่าวความสำเร็จในการได้รับวีซ่าประเภท E-2 มาด้วยค่ะ

      • เอ  On October 9, 2013 at 11:55 am

        ขอบคุณพี่แอดมินที่ตอบเร็วมากครับ ^^ เรื่องจะเปลี่ยนให้ทำเรื่องไปเป็นพ่อครัว ก็น่าจะติดปัญหาที่ตัวผมไม่มีประวัติและประสบการณ์เลยอีกใช่มั้ยครับ ?? หรือมีวิธีทำเรื่องอยู่ ^^ ส่วนเรื่องจะลงทุนนั้น ที่จริงแล้ว แม่ของเอเองแหละครับที่เป็นคนอยากให้เอไปช่วย แต่ติดปัญหาคือ แม่เป็นแม่จริงๆ แต่ไม่ใช่แม่ในใบแจ้งเกิด เข้าใจมั้ยครับ ?? แม่จะเปิดร้านใหม่เลยอยากให้เอทำเรื่องไปทำงานแบบถูกต้องโดยใช้วีซ่า E2 โดยให้เอเป็นหุ้นส่วนด้วยคนละครึ่ง … แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเอาเงินจากแม่มาให้เอ แล้วทำให้เอเอาไปซื้อร้านเพื่อเป็นเจ้าของด้วยวิธีการใด ( มึนหัวมากๆ จากการหาข้อมูล ) เนื่องจากแม่ก็อายุมากแล้ว อีก 2-3 ปี ก็เกษียณได้แล้ว ทำงานหนักๆ ไม่ไหวแล้ว จึงอยากให้ผมไปดำเนินกิจการต่อ พี่แอดมินว่า ?? พอจะมีความเป็นไปได้มั้ยครับ ถ้าผมจะขอวีซ่าไปทำงานแบบถูกต้องได้ ( ใจผมว่าจะถามว่า ถ้าแม่จะยกร้านให้เป็นมรดกจะได้มั้ย แต่ก็ดันเป็นแม่ที่ไม่ใช่ในใบเกิดอีก เลยไม่ได้คิดต่อ ) พี่แอดมินมีใครพอช่วยรับทำเรื่องได้มั้ยครับ แม่จะจ้างเพราะอยากให้เรื่องเสร็จไวไว กลัวไม่ทันเรื่องจะซื้อร้านใหม่
        + ส่วนเรื่องแชร์ ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าหาทางออกได้และได้รับวีซ่า จะมาแบ่งปันแน่นอน ขอบคุณพี่แอดมินครับ

      • govisa  On October 10, 2013 at 5:33 am

        น้องเอคะ น้องเอเข้าใจถูกต้องแล้วค่ะถ้าไม่มีใบระกาศนียบัตรว่าผ่านการฝึกอบรมการทำอาหารหรือไม่เคยมีประสบการณ์การทำอาหารมาก่อนคงจะทำให้การยื่นขอวีซ่า E-2 ลำบากมากขึ้นค่ะ

        พี่แนะนำให้คุณแม่ปรึกษากับทนายความในอเมริกา การหาทนายความในอเมริกาอาจจะใช้ทนายความคนไทยก็ได้ค่ะ พี่ไม่แน่ใจว่า ราคาที่คิดคนไทยด้วยกันเองจะมีราคาที่ย่อมเยากว่าใช้ทนายความฝรั่งไหมนะคะ น้องลอง search จาก google คำว่าทนายความคนไทยในอเมริกา จะพบว่ามีหลายคน หลายสำนักงาน และมีบางคนเขียนบล็อกด้วยค่ะ แต่แน่นอนอย่างหนึ่งว่า ค่าปรึกาาทนายความเป็นอะไรที่แพงพอสมควรในอเมริกาค่ะ หนังสือพิมพ์คนไทยเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่จะใช้หาข้อมูลเพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะอยู่ในอเมริกาน่าจะมีข้อมูลทางกฎหมายที่อัพเดทกว่าคนที่อยู่ในเมืองไทย ลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ http://www.thethaitown.com/ , http://www.thaitowntoday.com/usa.php , http://www.thailanewspaper.com/ และฯลฯ โชคดีค่ะ

  • Mink  On October 11, 2013 at 1:14 pm

    ขอบคุณแอดมินมากค่ะ สำหรับคำแนะนำ มีประโบชน์มากเลยค่ะ เพราะ มิ้งค์ ยังคิดคำพูดที่น่าฟังแบบแอดมินไม่ออก ขอบคุณมากค่ะ ที่ไกด์ให้ค่ะ พออ่านแล้ว ได้แนวทางในการตอบสัมภาษณ์ จริงจริงค่ะ จะนำคำแนะนำของแอดมินไปปรับใช้นะคะ ถ้าทราบผลอย่างไรจะเข้ามาแชร์ประสบการณ์นะคะ ขอขอบคุณอีกครั้ง ค่ะ

    • govisa  On October 11, 2013 at 10:46 pm

      โชคดีค่ะน้อง Mink

  • เอ  On October 13, 2013 at 11:08 pm

    ขอบคุณพี่มากครับ แต่ขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกนิดเดียวครับ แม่อยากให้เอเมลล์ไปถามสถานทูต ว่า … ถ้าเป็นเงินของพี่สาวเอ โอนเข้าบัญชีมาให้เอเพื่อให้เอเดินเรื่องไปลงทุนที่อเมริกา จะได้หรือไม่ ?? เออยากรบกวนพี่แอดมินเขียนเมลล์เป็นภาษาอังกฤษให้เอได้มั้ยครับ ไม่รู้จะไปถามสถานทูตว่ายังไง ^^ ใช้กูเกิลแปลแล้วมันไม่น่าจะ … แนวคิดเอคือ อาจให้พี่สาวเขียนหนังสือรับรองการเป็นสปอนเซอร์ และขอสำเนาบัญชีและหลักฐานของพี่สาวแนบไปเป็นหลักฐานด้วย
    รบกวนด้วยนะครับ ^^

    • govisa  On October 14, 2013 at 8:41 pm

      น้องเอคะ พี่ไม่คิดว่าน้องจะได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่า น้องสามารถใช้เงินของพี่สาวที่โอนมาเข้าบัญชีน้องไปลงทุนร่วมในร้านอาหารไทยในอเมริกาได้หรือไม่ได้จากสถานทูตสหรัฐฯค่ะ ตามปกติแล้วคนที่จะทำธุรกิจหรือจะไปลงทุนควรจะต้องมีเงินเป็นของตนเองในระดับหนึ่งด้วยค่ะ เพื่อแสดงให้เห็นว่า เรามีความมั่นคงทางการเงินที่จะไปลงทุนสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับประเทศสหรัฐฯค่ะ ถ้าการลงทุนนั้นใช้เงิน 30,000 เหรียญคิดเป็นเงินไทยก็เกือบจะหนึ่งล้านบาทอยู่แล้วนะคะ โดยทั่วไปการลงทุนในร้านอาหารไทยต้องไม่ต่ำกว่า 50% ของการลงทุนของร้านอาหารแห่งนั้น ซึ่งน่าจะอยู่ที่ราคาประมาณ 40,000-50,000 US$ หรือประมาณ 1,250,000-1,550,000 บาท บางร้านอาจจะถึง 100,000 US$ ด้วยค่ะ พี่คิดว่า ถ้าน้องอยากลองเขียนอีเมล์ไปสอบถามสถานทูตก็ลองเขียนถามดูด้วยประโยคง่ายๆสั้นๆเพียงประโยคเดียวก็ได้ ไม่ต้องใช้คำศัพท์ยากๆหรอกค่ะ เช่น
      Dear Sir
      Is it possible if my eldest sister transfers her money to my account in order that I can invest as a shareholder of a restaurant in California? และก็อาจจะลงจบด้วย Best regards, ใส่ชื่อน้องไปเลยก็ได้ค่ะ โชคดีนะคะ

      • เอ  On October 14, 2013 at 11:41 pm

        ขอบคุณมากครับ จะได้หาคำตอบให้แม่ได้ซะที คือแม่พร้อมจะโอนเงินมาเดินบัญชีให้เอ แสนเหรียญ ก่อนจะโอนกลับไปเดินเรื่องซื้อร้าน แล้วขอวีซ่าต่อไป แค่แม่ติดใจตรงที่ว่า จะผ่านญาติที่มีธุรกิจดีๆ อยู่แล้วหรือโอนผ่านพี่สาวแท้ๆ แล้วค่อยเดินเข้าบัญชีเอ อย่างไหนจะมีปัญหาน้อยกว่ากันเวลายื่นเรื่องขอวีซ่า เพราะคงโดนถามถึงที่มาของเงินแน่นอน แต่ทางผมก็ต้องเตรียมเอกสารหลักฐานแสดงให้ชัดเจน ผ่านไม่ผ่านคงไม่มีใครตอบได้ แต่อยากเดินเรื่องให้ถูกทางอ่ะครับ รัดกุมรอบคอบเท่าที่ทำได้ครับ … ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำที่จะส่งเมลล์ครับ จะลองดู ^^

      • govisa  On October 15, 2013 at 5:15 am

        เอาใจช่วยขอให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งมั่นค่ะน้องเอ แม้ว่าอุปสรรคอาจจะดูมากไปนิดหนึ่ง แต่ถ้าน้องเอมีความพยายามตั้งใจหาเอกสารหลักฐานที่ทำให้กงสุลมั่นใจได้ว่า น้องเอไปสร้างรายได้ให้กับประเทศสหรัฐน น้องเอก็จะสามารถผ่านวีซ่าได้ค่ะ

  • por  On October 25, 2013 at 7:54 pm

    สวัสดีค่ะ ขอรบกวนถามเกี่ยวกับวีซ่าทำงานเชพที่อเมริกานะค่ะ คือดิฉันอยากจะทราบเกี่ยวกับวีซ่าเชพ ที่จะไปทำงานที่อเมริกาค่ะ ว่าจะเป็นแบบE2 หรือH1b ค่ะ แล้ววีซ่า2แบบนี้ใช้เวลาในการยื่นขอนานไหมค่ะกว้่าวีซ่าจะอนุมัติค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบนะค่ะ

    • govisa  On October 25, 2013 at 10:56 pm

      น้อง por คะ เชฟสามารถขอวีซ่า H-1B ได้ หากเชฟท่านนั้นแสดงหลักฐานการศึกษาจบปริญญาหรือคุณวุฒิที่เทียบได้เท่ากับวุฒิปริญญาตรีหรือสูงกว่า หากเป็นงานสายอาชีพต้องมีใบประกาศนียบัตรแสดง ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของ USCIS: http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=73566811264a3210VgnVCM100000b92ca60aRCRD&vgnextchannel=73566811264a3210VgnVCM100000b92ca60aRCRD พี่ขออนุญาตคัดบางตอนของคุณสมบัติ H-1B มาให้อ่านค่ะ

      For you to qualify to accept a job offer in a specialty occupation you must meet one of the following criteria:
      1. Have completed a U.S. bachelor’s or higher degree required by the specific specialty occupation from an accredited college or university
      2. Hold a foreign degree that is the equivalent to a U.S. bachelor’s or higher degree in the specialty occupation
      3. Hold an unrestricted state license, registration, or certification which authorizes you to fully practice the specialty occupation and be engaged in that specialty in the state of intended employment
      4. Have education, training, or progressively responsible experience in the specialty that is equivalent to the completion of such a degree, and have recognition of expertise in the specialty through progressively responsible positions directly related to the specialty.”

      เว็บไซต์ http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_1271.html ก็แสดงให้เห็นว่า วีซ่า H-1B Requires a higher education degree or its equivalent.หรือเว็บไซต์กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ http://www.foreignlaborcert.doleta.gov/h-1b.cfm# ได้แสดงให้เห็นถึงเงื่อนไขของการได้วีซ่า H-1B ไว้ที่เว็บไซต์ http://www.foreignlaborcert.doleta.gov/h-1b.cfm#

      พ่อครัวที่ได้วีซ่า E-2 (http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_1273.html) ก็จะถูกพิจารณาว่ามีทักษะความชำนาญเป็นพิเศษซึ่งจากเนื้อหาไม่ได้ระบุว่า E-2 visa จะต้องได้รับการศึกษาระดับปริญญาขึ้นไป ” If you are not the principal investor, you must be considered an essential employee, employed in a supervisory, executive, or highly specialized skill capacity. Ordinary skilled and unskilled workers do not qualify.” นอกจากนี้ E-2 visa ไม่มีจำนวนโควต้าที่จำกัดเช่นเดียวกับ H-1B ลองอ่านคำถาม-คำตอบของสำนักงานทนายความ Lin&Valdez ใน Texas ( http://www.linandvaldez.com/e2faq.asp#4 ) ดูนะคะ ใกล้เคียงกับที่พี่ตอบน้องไปก่อนหน้าแล้ว คือถ้ายึดตามกฎหมายที่ USCIS กำหนดไว้ H-1B visa ควรจะต้องมีการศึกษาระดับปริญญาหรือเทียบเท่า ส่วน E-2 visa ไม่ได้มีเงื่อนไขนี้ค่ะ

      เว็บไซต์ของศูนย์ US Watch กลุ่มงานโครงการตามยุทธศาสตร์ กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศของไทยอธิบายประเภทวีซ่าต่างๆของอเมริกาว่า วีซ่าพ่อครัว แม่ครัวแบบมืออาชีพ คือ วีซ่าประเภท E-2 http://uswatch.mfa.go.th/uswatch/th/services_visa/visa/detail.php?ID=431

      หรือน้องจะลองเขียนอีเมล์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่สถานทูตเพื่อเป็น second opinion ให้น้อง por ติดต่อไปที่อีเมล์ BangkokBusinessTravel@state.gov ค่ะ ส่วนระยะเวลาในการยื่นเพื่อขอมีวีซ่าทั้สองประเภทใช้เวลาใกล้เคียงกันคือ ประมาณ 2-6 เดือนเป็นอันเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนค่ะ น้องติดต่อไปแล้วได้ผลเป็นอย่างไร ส่งข่าวให้พี่ทราบบ้างนะคะ โชคดีค่ะ

  • por  On October 26, 2013 at 4:30 pm

    ขอบคุณพี่มากๆนะค่ะ ชัดเจนทุกคำตอบเลยค่ะ ได้ผลเรื่องวีซ่ายังไงจะรีบแจ้งให้ทราบค่ะ

    • govisa  On October 26, 2013 at 8:18 pm

      โชคดีนะคะน้อง por อย่าลืมบอกพี่ด้วยนะคะว่า ตกลงตัดสินใจขอวีซ่าประเภท H-1B หรือ E-2 ค่ะ

      • por  On November 2, 2013 at 12:39 am

        นายจ้างทำเรื่องให้อยู่ค่ะ น่าจะเป็นE2ค่ะ

      • govisa  On November 2, 2013 at 9:18 pm

        ขอบคุณนะคะน้อง por โคดีค่ะ

      • por  On November 26, 2013 at 8:20 pm

        สวัสดีค่ะพี่ ตอนนี้นายจ้างแจ้งมาว่าวีซ่ามี่อเมริกาผ่านแล้วค่ะตอนนี้รอทนายมาแล้รอสัมภาษณ์ที่สถานทูตอเมริกาที่่ไทยค่ะ แต่ตอนนี้กังวลเล็กน้อยไม่รู้ว่าจะสัมภาษณ์ว่าอะไรบ้างและเค้ามีสิทธิ์ปฎิเศษวีซ่าเราได้ไหมค่ะและปกติสัมภาษณ์เป็นภาษาอะไรค่ะ ขอบคุณค่ะ

      • govisa  On November 27, 2013 at 5:31 am

        น้อง por คะ เวลาน้องจองคิวนัดวันสัมภาษณ์ให้น้องระบุในหน้าจองนัดวันสัมภาษณืว่า น้องอยากใช้ภาษาไทยในการสัมภาษณ์ได้ค่ะ แต่การสัมภาษณ์จริงอาจจะมีหลุดสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษนิดหน่อยได้ค่ะ ให้น้องคิดเสียว่าเราต้องพร้อมถ้าจะไปอยู่ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษควรจะพูดได้บ้างนิดหน่อยค่ะ ส่วนตำถามก็ไม่น่าจะยากจนเกินไปนะคะ เช่น อาจจะถามว่า ทำไมอยากไปทำงานที่สหรัฐฯ ที่บ้านทำอาชีพอะไร มีรายได้เท่าไร น้องเคยทำงานอะไรมา ฯลฯ ขอให้น้องมีความเชื่อมั่นในตนเองในการตอบคำถามก็พอแล้วค่ะ และแสดงความจริงใจว่าน้องอยากไปทำงานหาประสบการณ์ และยังอยากที่จะกลับมาอยู่ที่เมืองไทยค่ะ

      • por  On December 2, 2013 at 4:39 pm

        สวัสดีค่ะพี่ เราต้องเอาเอกสารที่ทางนายจ้างส่งมาให้ไปยื่นให้กับสถานทูตแล้วรอเจ้าหน้าที่โทรมานัดวันสัมภาษณ์ จะใช้เวลาประมาณกี่วันหรอค่ะกว่าเราจะได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ค่ะ

      • govisa  On December 3, 2013 at 5:31 am

        น้อง Por คะเป็นอาทิตย์บางคนเป็นเดือนเลยค่ะ

  • Nursh  On October 28, 2013 at 1:36 pm

    สวัดดีค่ะ พอดีหนูมีเรื่องไม่สบายใจค่ะ ขอเล่าก่อนน่ะค่ะ …ปััจจุบันหนูอยู่ที่เมกาด้วยวีซ่า นักเรียนแบบ F-1 จะ2ปีแล้วค่ะ แต่ก่อนหน้านี้ หนูเคยมาโครงการ work and travel ค่ะ ดังนั้น หนูจึงมีเลข SSN ตอนนี้เนิสกับเพื่อนมีโครงการจะเปิดร้านอาหารในปีหน้า แล้วคิดว่าจะขอวีซ่าประเภทE2 โดยถือหุ้นคนล่ะ 50% โดยใช้เงินลงทุนประมาณ$ 80,000-100,000 หรือคนล่ะ 4-5 หมื่นค่ะ (จะทำร้านDesserts Bar) ซื้งงบประมาณไม่เยอะ อย่างงี้ จะมีสิทธฺ์ขอมั้ยค่ะ ?? อีหนึ่งเรื่องค่ะ ที่ไม่สบายใจมากคือ ในขณะที่เนิสอยู่ที่นี้มา ถือ F-1 แต่เนิสได้ใช้ SSN ในการไปทำงาน มีข้อมูลการจ่ายภาษี และข้อมูลการทำงานของเรา แต่เนื่องจากการทำงานครั้งนี้ มันถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะวีซ๋านักเรียนห้ามทำงาน หนูอยากรู้ค่ะว่า ตอนที่ยื่นขอวีซ่า เค้าจะตรวจสอบเรามั้ยค่ะว่า เรามีเลขSSN มั้ย แล้วถ้าเค้ารู้ว่ามี เค้าจะเอาข้อมูลนั้นมาร่วมตัดสินมั้ยค่ะ แล้วอย่างนี้ หนูจะมีวิธียังไงมั้ยค่ะ ถ้าเกิดเค้าค้นเจอ แล้วรู้่ว่าเคยทำงาน อันนี้เครียดมากเลยค่ะ

    • govisa  On October 28, 2013 at 10:25 pm

      น้องเนิสคะ โดยทั่วไปเท่าที่พี่ทราบคือวีซ่านักเรียนสามารถทำงาน on-campus ได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลองดูเว็บไซต์บางมหาวิทยาลัยเป็นตัวอย่าง ในที่นี้พี่ขอยกตัวอย่าง U. of California-Santa Barbara http://oiss.sa.ucsb.edu/Students/F-1StudentEmployment.aspx มาให้น้องลองอ่านดูนะคะ

      ส่วนเรื่องการขอวีซ่า E-2 คนต่างชาติที่ต้องการไปลงทุนทำธุรกิจในอเมริกามีสิทธิ์ยื่นขอวีซ่า E-2 ได้ค่ะ แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าแต่ละ case จะใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะได้รับอนุมัต E-2 visa พี่แนะนำให้น้องว่าจ้างทนายความในเรื่องการเตรียมเอกสารที่จะยื่นขอวีว่า E-2 เพื่อประหยัดเวลาและเพื่อความถูกต้องในเรื่องเอกสารค่ะ น้องสามารถสอบถามทนายความดูอีกครั้งว่า จะแก้ไขปัญหาเรื่องไปทำงานระหว่างเรียนที่อเมริกาได้อย่างไรพื่อผ่อนคลายปัญหาให้เบาบางลงค่ะ สิ่งที่น้องไม่แน่ใจว่าเค้าจะตรวจสอบเจอไหมจากหมายเลข SSN พี่คิดว่าสหรัฐฯมีวิธีการเช็คเรื่องคนที่เดินทางเข้าสหรัฐฯด้วยวีซ่าประเภทอะไร และมาอยู่นานเท่าไร ได้จากข้อมูลหลายแหล่ง เช่น ข้อมูลจากการขอวีซ่า และการซื้อตั๋วเครื่องบิน ทางการจะทราบตลอดว่า คนชื่อนี้เข้าประเทศมาด้วยวีซ่าอะไรอยู่แล้วค่ะ

  • Nursh  On October 31, 2013 at 4:35 am

    ขอบคุณมากๆน่ะค่ะสำหรับข้อมูลดีๆ …ส่วนเรื่องงานที่กังวลเพราะใช้ทำงาน SSNทำงานร้านอาหาร ไม่ได้ทำในหาลัยเลยค่ะ หนูหวังว่าจะมีทางออกที่ดีเช่นกันค่ะ ม่ายอยากให้มีปัญหามากเลยค่ะ แอบกลัวนิดๆเลยค่ะ ยังไงต้องของคุณข้อมูลด้วยล่ะ เนิสนั่งอ่านตั้งแต่โพสแรก ได้ข้อมูลเยอะเลยค่ะ

    • govisa  On October 31, 2013 at 5:30 am

      น้องเนิส พี่เอาใจช่วยค่ะ พี่พยายามหาข้อมูลที่ถูกต้องที่ควรจะเป็นให้ทุกคำถามนะคะ เพราะไม่อยากให้คนไทยทำผิดกฎระเบียบการเข้าเมืองของประเทศอื่น และเป็นบันทึกประวัติที่ไม่ดีและอาจมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการขอวีซ่ากับคนสัญชาติเดียวกันในเรื่องพฤติกรรมการเลียนแบบค่ะ หากน้องมีความคืบหน้าในผลลัพธ์วีซ่าที่จะขอไป และเขียนแชร์ประสบการณ์มาในบล็อกพี่ น่าจะมีส่วนช่วยอีกหลายๆท่านที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้ได้นะคะ พี่ขอบคุณน้องล่วงหน้าค่ะ

  • ฺํธนา  On December 16, 2013 at 5:07 am

    สวัสดีครับ ผมมีเรื่องอยากจะสอบถามน่ะครับคือตอนนี้ผมศึกษาและถือวีซ่านักเรียนอยู่ที่อเมริกาครับ แต่พอดีมีโอกาศได้ศึกษาแผนการลงทุนขายเครื่องจักรอาหารมาจากจีนน่ะครับเป็นเทคโนโลยีใหม่ครับ คาดว่าคงทำเป็นตัวกลางไปคุยธุรกิจกับทางบริษัทที่อเมริกาครับ แต่มีคำถามว่าถ้าตัวผมดำเนินการเป็นเซล นี่คือต้องมีวิธีการอย่างไรบ้างครับบางคนบอกว่าไปจดทะเบียนบริษัทกับเปิดบัญชีที่ให้เสียภาษีให้ถูกต้องโดยอาจจะเป็นชื่อนิติบุคลก็พอเพราะไม่ได้ไปซท่อหรือใช้เงินลงทุน แล้วคืออยากถามว่านอกเหนือจากการจดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำอะไรเพิ่มอีกไหมครับ ต้องไปขอเปลียนวีซ่าก่อนไหมครับแต่ตอนนี้คือไม่ได้เอาเงินมาลงทุนน่ะครับเป็นเหมือนคนกลางมากกว่าแต่เงินอาจจะต้องผ่านบัญชีของบริษัทไม่ก็ส่วนตัวน่ะครับ ยังไงรบกวนตอบหน่อยนะครับคือไม่ทราบเรื่องกฎหมายเท่าไหร่ครับแต่อยากทำให้ถูกต้องน่ะครับ

    ขอบคุณครับ

    • govisa  On December 19, 2013 at 12:02 am

      น้องธนาคะ พี่ขอแนะนำให้น้องติดต่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่ Homeland Security ในเมืองที่น้องอยู่ หากไม่มีอาจจะเป็นเมืองใกล้เคียงที่อยู่ไม่ไกลจากรัฐที่น้องอยู่มากนักค่ะ พี่ได้ลองอ่านเว็บไซต์นี้มีคำถามคล้ายคลึงกับที่น้องถามพี่มา ลองอ่านคำตอบข้อ 36 ดูค่ะ http://www.incorporationanswers.org/threads/0/26/63/ อนึ่ง พี่ตอบช้าเพราะพยายามหาคำตอยให้น้องอยู่ค่ะ เป็นสิ่งที่ดีมากค่ะที่น้องจะทำให้ถูกต้องด้วยการจดทะเบียนบริษัทและเปลี่ยนประเภทวีซ่าที่ถืออยู่ เพราะถ้าน้องเรียนจบแล้ว น้องจะมีสิทธิ์อยู่ในสหรัฐฯได้อีกเพียง 60 วันเท่านั้น ดังนั้นน้องควรเปลี่ยนสถานภาพวีซ่าเป็น E-2 มากกว่าค่ะ น้องลองศึกษาจากเว็บไซต์นี้ http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_1273.html จะมีคำอธิบายว่าวีซ่าชนิดนี้คือวีซ่าเกี่ยวกับอะไร และจะมีวิธีการดำเนินการขอได้อย่างไรค่ะ โชคดีนะคะ

  • Thai Goldenboy Simsbury  On December 21, 2013 at 6:59 pm

    สวัดดีครับ ผมได้ยื่นเรื่องทั้งหมดไปที่กงสุนเชียงใหม่12วันแล้วสำหรับE2 ไม่ทราบว่าสามารถเร่งเวลาสัมภาษณ์ ได้หรือไม่ถ้าได้ต้องทำอย่างไร เพราะผมได้เซ็นสัญญาเช่าแล้ว
    ค่าเช่าจะเริ่มเดินเดือนกุมภาพันธุ์ แต่ผมต้องไปตกแต่งร้าน และครัวและยังต้องยื่อเอกสารขออนุญาติอีกหลายอย่าง รบกวนชี้แนะด้วยครับ

    • govisa  On December 22, 2013 at 2:52 pm

      น้อง Thai Goldenboy คะ ถ้าอ่านเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ภายใต้หัวข้อ Business Visa Centers: FAQ น้องมีสิทธิ์ขอเร่งรัดวีซ่าอยู่แล้วค่ะ ทhttp://www.travel.state.gov/visa/temp/types/types_2665.html#7 ซึ่งถ้าอ่านไปจนจบจะเห็นได้ว่า ทางเจ้าของเว็บไซต์คือกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯมีคำแนะนำให้ผู้สมัครขอวีซ่ายื่นขอวีซ่าก่อนล่วงหน้านานๆ เช่น อาจจะนานประมาณ 2 เดือนขึ้นไปก่อนเดินทาง และไม่ได้หมายความว่าทุกท่านจะได้รับการตอบรับให้เร่งรัดคิวนัดสัมภาษณ์วีซ่าได้ค่ะ ดังนั้นพี่แนะนำให้น้องลองเขียนอีเมล์ไปที่ Investors (E visas): Contact bangkokbusinesstravel@state.gov อธิบายเหตุผลของน้องไปโดยละเอียด และรออีเมล์ตอบกลับมว่า จะได้รับอนุญาตให้เลื่อนวันสัมภาษณ์เร็วขึ้นหรือเลื่อนไม่ได้ค่ะ

  • Pat  On January 5, 2014 at 5:31 pm

    รบกวนสอบถามหน่อยค่ะว่า หากต้องการซื้อร้านอาหารที่ดำเนินกิจการอยู่แล้ว น้องสาวเป็นเจ้าของกิจการค่ะ ในสัญญาซื้อขายเราจะระบุการชำระเงินเป็น 2 ครั้งคือค่ามัดจำ 10% แล้วเอาหลักฐานการโอนเงินมัดจำนี้ไปยื่นขอ E2 กับอีกครั้งคือ เมือขอวีซ่า E2 ผ่าน หากเราระบุแบบนี้ในสัญญาซื้อขายโอกาสที่จะขอวีซ่า E2 ผ่าน จะได้หรือเปล่าคะ

    ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On January 7, 2014 at 5:31 am

      น้อง Pat คะ ถ้าอ่านตามที่ USCIS แจ้งไว้เกี่ยวกับสถานะของชาวต่างชาติที่จะเข้าไปลงทุนร่วมโดยทั่วๆไป (General Qualifications of the Employee of a Treaty Investor)ชาวต่างชาติควรจะต้องแสดงว่าตนเองลงทุนกึ่งหนึ่งหรือประมาณ 50% http://www.uscis.gov/working-united-states/temporary-workers/e-2-treaty-investors และพี่ขออนุญาตก็อปปี้บางส่วนมาให้น้องอ่านค่ะ ” Have invested, or be actively in the process of investing, a substantial amount of capital in a bona fide enterprise in the United States……The capital must be subject to partial or total loss if the investment fails. The treaty investor must show that the funds have not been obtained, directly or indirectly, from criminal ” ดังนั้นจำนวนเงิน 10% ในการโอนเงินไปครั้งที่ 1 นั้นจะต้องมีจำนวนเงินที่มากพอที่จะแสดงให้เห็นว่า น้องจะต้องการขอวีซ่า E-2 ในฐานะที่ไปเป็นผู้ลงทุนในสหรัฐฯและสร้างรายได้ให้แก่ปรเทศสหรัฐฯค่ะ เป็นต้นว่าเงินลงทุนครั้งที่ 1 ควรจะมีประมาณ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐค่ะ

      • Pat  On January 7, 2014 at 9:13 am

        ขอบคุณค่ะ
        ขอให้รายละเอียดเพิ่มเติมนะคะ คือ ในสัญญาซื่อขาย เป็นการซื้อขายหุ้นที่ 55% ค่ะ เป็นจำนวนเงิน $80,000 แต่แบ่งชำระเป็น 2 งวด คือ มัดจำ 10% และที่เหลือ เมื่อ E2 ผ่าน ถ้าระบุในศัญญาซื้อขายประมาณนี้ จะได้หรือเปล่าคะ

      • govisa  On January 8, 2014 at 5:32 am

        น้อง Pat คะ หากน้องทำสัยญาซื้อขายดดยผ่านทนายความลองปรึกษากับทนายความทางอเมริกาดูด้วยอีกทางหนึ่งนะคะ เพราะทางหน่วยงานที่เป็นผู้ออกวีซ่าให้เขาจะไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจนออกมา แต่พออนุมานได้ว่าควรเป็นไปตามเงื่อนไขในภาษาทางกฎหมาย ดังนั้นให้น้องมีกำลังใจยื่นเอกสารขอ E-2 ดูนะคะ แต่ถ้าหากทำได้และไม่ยุ่งยากมากนัก พี่อยากแนะนำให้มากกว่า 40,000 นิดหน่อยคือพี่คิดว่าตัวเลข 50,000 ดูน่าจะสวยกว่าค่ะ ลองปรึกษากับทนายทางโน้นดูอีกครั้งนะคะ หรือจะลองเขียนอีเมล์ไปสอบถามที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐดูตรง How to contact us ค่ะ http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_2664.html

      • Pat  On January 9, 2014 at 9:44 am

        ขอบคุณมากค่ะ
        ^___^

      • govisa  On January 9, 2014 at 8:51 pm

        น้อง Pat คะ ขอให้โชคดีค่ะ พี่หวังว่าถ้าน้อง Pat ผ่านวีซ่า E-2 แล้ว น้อง Pat คงจะมีโอกาสกลับมาแชร์ประสบการณ์การขอวีซ่า E-2 นะคะ พี่ขอขอบคุณน้อง Pat ล่วงหน้าค่ะ

  • Mooyor  On February 17, 2014 at 7:12 pm

    สงสัยเรื่องการต่ออายุขอววีซ่า E2 ค่ะ ครั้งแรกได้ 6 เดือนแต่เมื่อเข้าประเทศเจ้าหจ้าหน้าที่ ต.ม. จะปั๊มให้อยู่ได้ 2 ปี หากไม่ต้องเดินทางออกนอกอเมริกา 2 ปีก็ทำเรื่องต่ออายุ i-94 โดยส่งเรื่องกรอก I-129 ไปที่ California หรือ Texus และจะได้ต่ออีกครั้งละ 2 ปี โดยใช้เอกสารเหมือนตอนขอวีซ่าครั้งแรกเพียงแต่ต้องแนบ Tax return ของร้านและของผู้ต่อ และ W-2 ของผู้ต่อด้วย

    แต่หากต้องออกนอกอเมริกาต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ที่สถานทูตอเมริกาเหมือนกับการขอครั้งแรกแนบ Tax return ของร้านและของผู้ต่อ และ W-2 ของผู้ต่อด้วย โดยสถานทูตจะให้วีซ่า 6 เดือน หรือ 2 ปี หรือ 5 ปี ก็แล้วแต่สถานทูต

    เท่าที่ศึกษาข้อมูลมาเป็นแบบนี้ดูกต้องไหมค่ะ แต่มีข้อสงสัยค่ะ
    1.หากมีเรื่องด่วนต้องกลับเมืองไทยก็ต้องเอาเอกสารมาต่อที่สถานทูตอเมริกาในประเทศไทยทุกครั้งเลยใช่หรือไม่ค่ะ หากวีซ่าหมดอายุแล้ว (หากได้วีซ่าแค่ 6 เดือน)
    2.การต่อในประเทศอเมริกาเป็นการต่อแค่ I-94 ไม่ใช่การต่อวีซ่า ใช่หรือไม่ค่ะ ค่าต่อเท่าไหร่ค่ะทั้งคนหลักและผู้ติดตาม
    3.แล้วการยื่นขอวีซ่าที่ DC. คืออะไรค่ะ อ่านแล้วงงๆ ค่ะ คือวีซ่าหายหรือขอต่อค่ะ หากเราไม่อยากกลับมาต่อที่เมืองไทยเราต่อที่ DC. ได้ไหมค่ะ
    4.ถ้าหากไม่เดินทางออกจากอเมริกาเลยก็ขอต่อ i94 ไปได้เรื่อยๆครั้งละ 2 ปีใช่ไหมค่ะ
    5.หากได้วีซ่า 5 ปีแต่การอยู่ก็จะอยู่ได้แค่ครั้งละ 2 ปี หากครบ 2 ปีแล้วต้องเดินทางออก นอกประเทศเพื่อได้ I94 ใบใหม่ หรือยื่นเรื่องขอต่อที่ California หรือ Texus ใช่ไหมค่ะ
    6.หากกลับมาต่อที่เมืองไทยเราต้องยื่นเอกสารทั้งหมดเลยหรือยื่นเฉพาะ Tax return ของร้านและของเราค่ะ

    รบกวนผู้รู้ให้ความกระจ่างด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On February 18, 2014 at 9:54 pm

      น้อง Mooyor คะ
      1. ถูกต้องค่ะ
      2. เมื่อวีซ่าที่อนุญาตให้น้องเข้าประเทศสหรัฐฯหมดอายุ น้องต้องกลับมาขอวีซ่าใหม่ที่ประเทศไทยค่ะ
      3. พี่ก็งงกับคำถามข้อ 3 น้องเลยย้อนกลับไปอ่านบล็อกที่พี่เขียนและคำถามที่มีผู้สอบถามเข้ามา ดูเหมือนจะมีนักเรียนทุนท่านหนึ่งที่สอบถามเรื่อง ” Waiver of the Exchange Visitor Two-Year Home-Country Physical Presence Requirement ” ซึ่งพี่ให้น้องเค้าเขียนอีเมล์ไปถาม INA ที่ DC ดูเหมือนน้องท่านนั้นจะถือวีซ่า J-1 ค่ะ น้องไม่สามารถต่ออายุวีซ่าที่ DC ได้ค่ะ ที่ DC ส่วนใหญ่คนไทยอาจจะมีธุระไปขอต่ออายุหนังสือเดินทางไทยที่สถานทูตไทยมากกว่าค่ะ
      4. เท่าที่พี่ทราบ น้องควรจะต่ออายุ E-2 visa ก่อนที่ I-94 จะหมดอายุค่ะ ลองอ่านรายละเอียดในเอกสารของ USCIS http://www.uscis.gov/sites/default/files/USCIS/Resources/C1en.pdf ภายใต้หัวข้อ ” What if I file for an extension of stay on time but USCIS doesn’t make a decision before my I-94 expires?” ถ้าน้องไม่กลับออกมานอกประเทศสหรัฐฯเพื่อขอ E-2 visa ใหม่ น้องก็เหมือนจะเดินทางออกไปเที่ยวนอกสหรัฐฯ เช่น ไปเที่ยวเม็กซิโก หรือไปเที่ยวแคนาดาไม่ได้เลย เพราะวีซ่าน้องหมดอายุแล้วค่ะ
      5. การจะได้ E-2 visa ที่มีอายุ 5 ปีคงจะเป็นเฉพาะบางกรณีเท่านั้นค่ะ ส่วนใหญ่แล้วจะได้กันคนละ 2 ปีค่ะ น้องไม่สามารถขอต่อวีซ่า E-2 ที่ California หรือ Texas ค่ะ
      6. ยื่นเอกสารทั้งหมดเหมือนตอนที่น้องยื่นขอวีซ่า E-2 ครั้งแรกค่ะ

      ในประเทศสหรัฐฯน้องสามารถเข้าไปขอสอบถามเจ้าหน้าที่ Department of Homeland Security ที่มีอยู่ในรัฐนั้นๆได้ค่ะ

  • teaurjMooyor  On February 18, 2014 at 10:58 pm

    ขอบคุณค่ะ แต่ขอถามเพิ่มเติมนะค่ะ

    ไปอ่านข้อมูลมาจาก http://www.hooyou.com/e2/reissue.htm
    เลยงงๆว่าต่อที่ visa office in Washington, D.C. ได้ หรือส่งทางไปรษณีย์มาต่อที่ไทยได้ แต่ไม่เคยได้ยินใครพูดค่ะ และวีธีที่ 3 คือ ต่อด้วยตนเองตามปรกติ

    ทนายบอกค่ะว่าถ้าไม่ออกนอกประเทศก็ไม่ต้องต่อวีซ่า ต่อแค่ status โดยเป็นการต่อ I94 ค่ะ ต้องการๆ confirm ค่ะ ไม่อยาก status โดยไม่ได้ตั้งใจค่ะ

    http://www.hooyou.com/e2/duration.htm

    Extension of Stay:

    There are two ways to extend stay:

    First, every time the treaty alien travels out of the United States, he or she is admitted for a new one-year period on readmission.

    Second, when a treaty investor does not travel out of the United States prior to the expiration of a period of admission, he or she must apply for an extension of stay in the United States through the USCIS Texas or California service centers.

    อันนี้หมายความว่าเราหากเราไม่มีเพลนที่จะเดินทางออกจากอเมริกา เราก็ไม่ต้่องต่อวีซ่าต่อแค่ status ผ่าน USCIS Texas or California service centers ใช่ไหมค่ะ

    • govisa  On February 19, 2014 at 10:36 pm

      น้อง teaurjMooyor คะ พี่ได้สอบถามไปยังผู้มีความรู้ด้านนี้ ท่านอธิบายว่า ตัววีซ่า E-2 ของน้องและ I-94 จะต้องยังไม่หมดอายุ และน้องไม่เคยกระทำอะไรผิดกฎหมายสหรัฐฯ น้องจะสามารถไปยื่นเอกสารที่ USCIS ที่ตั้งอยู่ใกล้บ้าน โดยน้องอาจจะเข้าไป search จากเว็บไซต์ของ USCIS เพื่อหา office ที่อยู่ใกล้ที่พัก https://egov.uscis.gov/crisgwi/go?action=offices.type&OfficeLocator.office_type=LO น้องอาจจะใส่ zip code หรือคลิกที่รัฐในแผนที่เพื่อดู local office และเข้าไปปรึกษาว่าจะขอ extend visa หากหน่วยงานนั้นให้ Approval Notice หรือฟอร์ม I-797 น้องได้ ภายหลังจากการยื่น I-129 แล้ว ก็เป็นอันว่าน้องมีสิทธิ์ได้ extend visa status โดยที่น้องไม่ต้องกลับประเทศไทยค่ะ ซึ่งหากได้ I-797 ต่อก็มักจะต่อได้ประมาณ 2 ปี I-94 ก็จะขยายเวลาออกไปเป็น 2 ปีด้วย

      พี่ได้สอบถามเรื่องการจะต้องยื่นเอกสารที่ TX หรือ CA หรือ DC ตามที่น้องถามมา ดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็น คำแนะนำคือให้ยื่นกับ USCIS Local office ที่อยู่ใกล้บ้านได้ค่ะ เช่น USCIS ที่ 300 North Los Angeles Street เขียนไว้ว่า ” This office serves the counties of Southern areas of Los Angeles County.”

      พี่ไม่ทราบว่าคำตอบที่พี่ให้ไปจะตรงกับที่น้องต้องการไหม หรือจะลองไปสอบถาม USCIS ใกล้บ้านดูก่อนค่ะ อนึ่งพี่ได้ลองค้นดูเว็บไซต์ของบางสำนักงานกฎหมาย เช่น http://www.immilawyers.com/e-2visa.html ซึ่งอธิบายถึงวิธีการ extend E-2 visa ใน USA มีลักษณะคล้ายกับที่พี่ตอบน้อง และเว็บไซต์ดังกล่าวบอกไว้ว่า การรอฟังผลจะใช้เวลานานประมาณ 40 วัน หากไม่ได้ให้เดินทางกลับไทยก่อนวีซ่าและ I-94 จะหมดอายุ หรือข้อมูลของสำนักกฎหมายนี้ http://www.immihelp.com/visas/extend-nonimmigrant-stay.html พี่ไม่ได้หมายความว่าลิงก์เว็บไซต์ที่น้องให้มาไม่น่าเชื่อถือ แต่พี่คิดว่า เราควรหาหลายๆแหล่งข้อมูล รวมทั้งสอบถาม USCIS ใกล้บ้านถึงขั้นตอนการขอ extend visa status ด้วยค่ะ ได้ผลเป็นอย่างไรแล้วเขียนมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ

  • Mooyor  On February 20, 2014 at 11:33 am

    ขอบคุณมากๆเลยค่ะพี่ ได้คำตอบชัดเจนเลยค่ะ

    • govisa  On February 20, 2014 at 8:45 pm

      ด้วยความยินดีค่ะ น้อง Mooyor หากน้องขอ extend visa สำเร็จแล้ว ส่งข่าวมาให้อ่านกันบ้างนะคะ

  • takky  On March 1, 2014 at 9:26 pm

    อยากไปเปิดร้านอาหารไทยใน Florida ครับ ไปดูร้านไว้แล้ว
    ตั้งใจทำร้านใหม่เลย มีเรื่องอยากรู้เต็มไปหมดเลยครับ
    1. จะไปทำสัญญาเช่าด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวได้ไหมครับ เพราะเท่าที่ลองmailติดต่อถามทาง
    agent ทางนั้นส่งแบบฟอร์ม Lease Application มาให้กรอกปึกใหญ่ ซึ่งต้องมี Social Security No, Bank Reference etc วีซ่านักท่องเที่ยวไม่มีเอกสารพวกนี้แน่ๆ
    2. ผมตั้งใจจะไปลงทุนในฐานะนักลงทุน E2 เคยถามสถานทูต ตอบว่าให้ผมไปจัดการเรื่องเช่าร้านด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวก่อนแล้วค่อยกลับมายื่นเรื่องพร้อมเอกสารขอ E2 ก็เลยงงครับว่า ผมทำสัญญาเช่าร้านด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวได้เหรอ
    3.สมมติว่าทำสัญญาเช่าได้แล้ว ต้องทำอย่างไรต่อไปครับ ไปที่countyเพื่อขอรายละเอียด ข้อบังคับต่างๆ หรือต้องหาคนออกแบบร้านติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆก่อน แล้วเอาแบบไปยื่นcountyครับ ต้องทำอะไรก่อนหลังครับ
    4. หรือจะให้ง่ายผมควรจ้างทนายช่วยจัดการครับ ถ้าต้องจ้างควรเป็นทนายที่โน้นหรือทนายที่ทำงานระหว่างประเทศได้จากเมืองไทย และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ

    สรุปแล้วผมคือมือใหม่สุดๆครับไม่ทราบรายละเอียดอะไรเลย แต่อยากไปเปิดร้านเป็นนักลงทุนE2 เพราะลูกย้ายไปเรียนอยู่ที่นั่นเลยอยากย้ายทั้งบ้านไปอยู่ด้วยกันครับ

    รบกวนผู้รู้ช่วยให้ความรู้ด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

    • govisa  On March 2, 2014 at 5:52 am

      น้อง takky คะ
      คำถามข้อ 1 กับข้อ 2 คล้ายๆกันนะคะ ถ้าน้องถามสถานทูตแล้ว คำตอบนั้นก็เป็นทางการแล้วค่ะว่า ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปทำสัญญาเช่าได้ค่ะ การเปิดบัญชีธนาคารที่สหรัฐฯ บางแห่งไม่ได้มีข้อกำหนดว่าต้องมี social security number ค่ะ ต้องติดต่อสอบถามธนาคารที่อเมริกาเอง หรือหากมีเพื่อนอยู่ใน Florida ให้เพื่อติดต่อสอบถามธนาคารให้นะคะ
      คำถามข้อ 3 และข้อ 4 ก่อนทำสัญญาเช่า น้องควรหารายละเอียดต่างๆก่อนการลงทุน เช่น ขอข้อมูลจาก county ที่ร้านนั้นตั้งอยู่ว่า เงื่อนไขในการเป็นเจ้าของร้านอาหารจะต้องถูกตรวจสอบเรื่องเกี่ยวกับ safety เรื่องความสะอาดในร้านอาหารอย่างไรบ้าง เพื่อให้ร้านอาหารของน้องถูกต้องตามกฎระเบียบของเมืองเค้านะคะ เวลาที่น้องจะยื่นเรื่องขออนุมัติเปิดร้านอาหารนั้น หรือแม้แต่จะเช่าก็ตามค่ะ และเนื่องจากภาษาในสัญญาเช่าเป็นภาษาทางกฎหมาย เราอาจจะพลาดในบางสิ่งบางอย่างด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณืนะคะ น้องควรว่าจ้างทนายความในสหรัฐอเมริกามากกว่าทนายความทางเมืองไทยที่ทราบกฎหมายระหว่างประเทศแต่อาจไม่ทราบลึกซึ้งกฎหมายในสหรัฐฯหรือใน county นั้นๆค่ะ ค่าทนายความพี่ไม่ทราบว่าเท่าไร พี่ได้แต่คาดการณ์ว่า น่าจะอยู่ที่ 1000 เหรียญขึ้นไปค่ะ

  • Pai  On April 9, 2014 at 5:31 pm

    สวัสดีครับ
    ผมไผ่ ครับ ตอนนี้มี วีซ่า ท่องเที่ยว 10 ปี อยากทำ ธุรกิจเปิดร้าน store retail ขาย Vegan frozen, dry food ที่อเมริกา ที่นั้นครับ คำถามคือ
    1.ผมจะเข้าไป survey เมืองที่ต้องการทำธุรกิจ และเช่าร้าน lease agreement , LLC ผมสามารถ เปลี่ยนสถานะเป็น visa E2 ที่อเมริกาได้หรือไม่
    2.เปลี่ยนสถานะเป็น visa E2 ที่อเมริกา โอกาสได้มีสูงหรือเปล่าครับ
    3.การ renew Visa E2 สามารถทำได้ที่อเมริกาได้หรือไม่ครับ
    3. แหล่งที่มาของเงิน ผมสามารถ ทำ draft หรือ cashier check จากเมืองไทย แล้วไปเปิดบัญชีที่อเมริกา และ เอาเงินเข้า ได้หรือไม่ครับ
    4. เงินที่จะเข้าไปในบัญชี ต้องเป็น บ/ช LLC หรือ ส่วนตัวก็ได้เหมือนกันครับ
    5. โอกาสที่จะได้ Green Card มีหรือเปล่าครับ ถ้าเปิด ไปประมาณ 10 ปี ครับ
    6. จะต้องจ้าง คนที่เป็น พลเมืองที่นั้น ขั้นต่ำ กี่คนครับ

    • govisa  On April 12, 2014 at 11:29 am

      น้องไผ่คะ

      1 + 2 + 3. ควรปรึกษาทนายความในสหรัฐฯ เพราะจริงอยู่ว่า วีซ่าท่องเที่ยวอาจจะนำไปเปลี่ยนแปลงสถานภาพเป็นวีซ่า E-2 ได้ แต่ระยะเวลาในการดำเนินการไม่ต่ำกว่า 2 ปีขึ้นไป และน้องไม่ควรเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐฯ หากออกมานอกประเทศสหรัฐฯ และจะกลับเข้าไปดูแลธุรกิจตัวเองอีกครั้ง น้องก็ต้องขอวีซ่า E-2 จากสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพให้ได้ค่ะ ซึ่งตรงนี้ไม่ทราบว่าต้องใช้เวลารอนานเท่าไรค่ะ case by case ค่ะ ส่วนการเปลี่ยนแปลงสถานภาพจากวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่า E-2 ขึ้นอยู่กับหลักฐานที่ทนายความในสหรัฐฯที่น้องจ้างเป็นที่ปรึกษาแนะนำให้น้องยื่นกับ USCIS ในเมืองที่น้องอยู่ค่ะ การจะได้รับหรือไม่ได้รับวีซ่าพี่ตอบไม่ได้หรอกค่ะ ปรึกษากับทนายความในสหรัฐฯนะคะ คงต้องยอมจ่ายเงินค่าทนายความค่ะ พี่เขื่อว่า ถ้าน้องทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และน้องสร้างรายได้ให้กับพลเมืองสหรัฐฯในเมืองที่น้องอยู่ก็พอมีโอกาสได้วีซ่าอยู่ค่ะ

      4. draft หรือ traveler check เป็นหลักฐานที่ดูไม่ชัดเจนเท่ากับการโอนเงิน เพราะรายละเอียดใน invoice ของการโอนเงิน จะระบุ ชื่อบุคคลที่ได้รับเงิน ชื่อและที่อยู่ของธนาคารของผู้ได้รับเงินโอน จำนวนเงิน และเหตุผลในการโอนเงิน โดยน้องไผ่สามารถแจ้งธนาคารของน้องในไทยให้ระบุใน remark ได้ว่า โอนไปเพื่อซื้อ store retail for Vegan frozen and dry food ค่ะ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถบรรจุอยู่ใน draft หรือ traveler check ได้ค่ะ (ขอเปลี่ยนหมายเลขข้อ เพราะน้องใส่หมายเลข 3 ซ้ำกันสองครั้งค่ะ)

      5. น่าจะเป็นบัญชีของร้านดีกว่าไหมคะ

      6. หลังจาก E-2 น้องน่าจะเขยิบไปขอวีซ่า EB-5 หรือ Permanent Investor ดีกว่าไหมคะ น้องต้องแสดงหลักฐานการลงทุนที่เพิ่มขึ้นมากกว่า US$ 500,000 ถึง US$ 1,000,000 และน้องสามารถสร้างงานได้มากถึง 10 ตำแหน่งงานให้คนอเมริกัน และคนเหล่านั้นยังคงอยู่กับบริษัทน้อง ส่วนระยะเวลาการขอเปลี่ยนแปลงวีซ่า E-2 เป็น EB-5 ใช้เวลานานมากว่า 2 ปีขึ้นไป ที่เรียกว่า case by case นะคะ

      ลองศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของ USCIS และ เว็บไซต์บรรดาสำนักงานทนายความในสหรัฐฯค่ะ

      http://www.uscis.gov/working-united-states/permanent-workers/employment-based-immigration-fifth-preference-eb-5/eb-5-immigrant-investor

      http://legalservicesincorporated.com/the-6-steps-required-to-apply-for-an-eb-5-visa-how-to-get-a-million-dollar-green-card/

      http://www.whicheb5.com/blog/e-2_investor_visa_eb-5_green_card/

      7. ตอบรวมๆไปแล้วในข้อ 6 นะคะ คือ 10 คนขึ้นไปค่ะ

  • Pai  On April 18, 2014 at 1:49 pm

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ
    ขอทราบเอกสารที่ต้องยื่นขอ E2 Visa มีอะไรบ้างครับ เช่น bank statement, passport, birth cert , marriage cert, resume , college cert , business plan.
    เอกสารเปล่านี้ต้องเป็น ตัวจริงทั้งหมดหรือเปล่าครับ

    • govisa  On April 18, 2014 at 11:38 pm

      ตัวจริงทั้งหมดค่ะน้อง Pai เอกสารทั้งหมดที่ต้องใช้มีตามที่ปรากฏในเว็บไซต์นี้นะคะ http://travel.state.gov/content/visas/english/employment/treaty.html
      1. หนังสือเดินทาง
      2. DS-160 online กรอกเสร็จ print DS-160 Confirmation Number ออกมา
      3. ค่าธรรมเนียมวีซ่า 270 US$ ของเมืองไทยเพิ่มอีก 15US$ ( http://travel.state.gov/content/visas/english/fees/reciprocity-by-country/TH.html )
      4. ฟอร์ม DS-156 E
      5. ทะเบียนสมรส หรือ หย่าแล้วแต่สถานภาพของแต่ละคนที่ยื่นขอวีซ่าค่ะ
      6. สูจิบัตร หรือ ใบเกิด
      7. หนังสือรับรองความประพฤติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
      8. หนังสือรับรองจากบริษัทที่จ้างงานน้องในสหรัฐน หรือหากเป้นการลงทุนร่วม ใช้หนังสือรับรองการลงทุนในบริษัทหรือร้านที่น้องร่วมลงทุนด้วยว่าลงทุน 50% ในกิจการนั้นๆ
      9. หากเป็นการลงทุนร่วม หลักฐานการโอนเงินจากประเทศไทยเพื่อไปลงทุนที่ร้านหรือบริษัทในสหรัฐฯ
      10.เอกสารชี้แจงเกี่ยวกับบริษัทหรือร้าน เช่น บัญชีบริษัท หรือ จำนวนลูกจ้างในบริษัท ฯลฯ เอกสารเกี่ยวกับบริษัทเหล่านี้น่าจะได้รับคำแนะนำจากทนายความในสหรัฐฯ

      พี่ขอแนะนำให้อ่านเพิ่มเติมที่เว็บไซต์นี้ http://www.uscis.gov/sites/default/files/USCIS/About%20Us/Electronic%20Reading%20Room/Customer%20Service%20Reference%20Guide/TradersInvestors.pdf ตั้งแต่หน้า 13-24 เกี่ยวกับ E-2 visa ค่ะ

  • Pas  On May 5, 2014 at 6:00 pm

    อยากทราบว่าเอกสารเอาไปตอนไหนคะ เพราะเยอะมากเคยขอแล้ว ตอนนี้มาต่อวีซ่าไม่เหมือนครั้งที่แล้วเลยค่ะ และก็ไม่เหมือนกับขั้นตอนที่เขียนไว้น่าจะเป็นแบบเก่า แบบใหม่กรอกเอกสารทางเมล์และนัดทางเมล์ครั้งที่แล้วไปยื่นเอกสารได้เลยแล้วเขาโทรนัดเอง เลยงงว่าเอกสารตั้งเยอะเขาจะดูตอนไหน ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ภาษาไม่ค่อยดี

    • govisa  On May 7, 2014 at 10:04 pm

      น้อง Pas คะ สถานทูตสหรัฐฯเปลี่ยนไปใช้เว็บไซต์นี้ในการขอวีซ่าค่ะ http://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-visaapply.asp ภาษาอังกฤษไม่ค่อยถนัดก็ไม่มีปัญหา เพราะเว็บไซต์ที่ให้ไว้ข้างต้นจะมีคำแปลภาาาไทยให้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ การกรอกฟอร์มวีซ่า การจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่า และการนัดหมายค่ะ ปัจจุบันไม่ต้องไปซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์ที่ไปรษณีย์ และไม่ต้องไปชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ไปรษณีย์ แต่ให้ชำระด้วยการจ่ายเป็นเงินสดได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาค่ะ http://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-paymentinfo.asp และการขอว๊ว่าแบบใหม่วึ่งเริ่มเมือวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 จะรวมค่านัดวันสัมภาษณ์กับค่าธรรมเนียมวีซ่าเป็นราคาเดียวกัน ซึ่งถูกกว่าแบบเก่าค่ะ ส่วนเอกสารเอาไปยื่นในวันสัมภาษณ์ และเจ้าหน้าที่ในสถานทูตมีจำนวนหลายคน ที่จะช่วยดูเอกสารอยู่แล้ว เอาเป็นว่า ผู้ยื่นเตรียมเอกสารไปให้ครบ ดีที่สุดค่ะ

      • Mink  On May 28, 2014 at 7:36 pm

        มีเรื่องปรึกษาค่ะ
        คือ ดิฉัน ทำเรื่องขอ วีซ่า อี 2 ตั้งแต่ มิย ปี 56 แต่ติดขัด เรื่องเอกสารไม่ครบ กว่าจะครบ ก็ 1 ปี เต็มๆค่ะ ดิฉันได้วันสัมภาษณ์แล้วค่ะ คือ วันที่ 9 มิย นี้ค่ะ ดิฉัน ได้เตรียมตัวตามที่ แอดมิน ได้เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ค่ะ แต่มีปัญหาใหม่ที่อยากจะถามค่ะ คือ ตอนนี้ ดิฉันตั้งครรภ์ ได้ สามเดือนแล้วค่ะ ดิฉันต้องแจ้ง สถานฑูตมั๊ยคะ ถ้าแจ้งจะมีผลกับวีซ่ามั๊ยค่ะ หรือ ว่าไม่ต้องแจ้งดีคะ รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ (คำถามอาจจะไร้สาระไปนิดนะคะ แต่มันคือเรื่องจิงค่ะ)

      • govisa  On May 28, 2014 at 8:04 pm

        ถ้าน้อง Mink ตั้งครรภ์คงจะพอสังเกตเห็นรูปร่างได้ค่ะ แต่ไม่จำเป็นต้องพูดถ้ากงสุลไม่ได้ถามน้องค่ะ ตอบในสิ่งที่กงสุลถามน้องค่ะ

  • Pas  On May 28, 2014 at 9:37 pm

    สวัสดีค่ะ pas ค่ะที่ถามเกี่ยวกับว่าเอกสาร วีซ่าE2 ให้นำไปตอนไหนปรากฏว่าเตรียมไปวันสัมภาษณ์วันที่28 พคฺ เจ้าหน้าที่บอกว่าเอกสารต้องส่งก่อนเป็นเดือนถึงจะมาสัมภาษณ์ พอไปแล้วปรากฏว่าเขาดูคร่าวๆ แล้วขอเอกสารเพิ่มเลยไม่รู้ว่าจะสัมภาษณ์เมื่อไรถ้่าส่งก่อนหน้านี้ขาดเขาก็จะขอมาแล้ววันที่28พคคิวสัมภาษณ์เราก็รู้เลยว่าผ่านไหม ก่อนหน้าประมาณ2อาทิตย์ก็โทรไปถามเจ้าหน้าที่ก็บอกให้เอามาวันสัมภาษณืเรายังยำ้เลยว่าเอกสารเป็นร้อยแผ่นจะดูทันเหรอะเขาบอกว่าไม่ต้องกังวลพอถึงเวลาจริงไปโดนว่า ทำไมไม่ส่งมาก่อน. งง จริงๆ ต้องเสียเวลารอเอกสารอีก เพราะต้องรอส่งมาจากUSA เซ็งมากๆเลยค่ะ

    • govisa  On May 29, 2014 at 5:35 am

      ขอบคุณค่ะน้อง pas ที่เขียนมาแชร์ค่ะ พี่ขอโทษด้วยถ้าลืมแจ้งน้องให้ละเอียดว่า น้องเอาเอกสารไปยื่นที่สถานทูตก่อนแล้วจึงจะรอเรียกสัมภาษณ์อีกครั้ง จะไม่เหมือนกับวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน หรือวีซ่าธุรกิจค่ะ การรอสัมภาษณ์อาจจะเป็นเดือนได้ขึ้นอยู่กับเอกสารครบสมบูรณ์ไหมคะ ถ้าเป็นวีซ่าประเภทพนักงานที่ถูกส่งไปทำงานที่สำนักงานสาขา พวกนี้จะเป็นเคสที่ถูกเรียกสัมภาษณ์เร็วค่ะ แต่ถ้าเป็นประมาณว่า ไปเป็นกุ๊ก ผู้ช่วยกุ๊กอะไรทำนองนี้จะช้านิดหนึ่งค่ะ

  • SAm Tan  On June 6, 2014 at 8:51 am

    Say Hi ครับ ผม sam ครับ ผมรบกวนหน่อยครับ ผมได้ติดต่อทนายทาง USA เตรียม ขอ E-2 โดยจะไปทำเรื่องขอที่ USA ,u8e5k,fy’ouh8iy[

    1. I-94 คืออะไรครับ เพราะหากกรอก application DS-160 เมื่อ อนุมัติ จะได้ I-94 ใช่ไหมครับ และE-2 จะอนุญาติให้ดำเนินกิจการได้ 2 ปี
    2 หากครบ2 ปี การต่อ e-2 ต้องอยู่ที่ USA ต่อได้ไหม
    3 หากกลับเมืองไทย ได้ไหม และมีผลให้ e-2 สิ้นสุดลงหรือไม่ เช่น ได้e-2 แล้ว และอยู่ 1 ปี และกลับมาเมืองไทย ตอนกลับไปใหม่ ต้องเริ่มต้นใหม่ โดยขอ e-2 ที่เมืองไทยใช่ไหม และ e-2 ที่ขอไว้ใน usa ยังคงมีอายุ อีก 1 ปี จะทำอย่างไร และจะกลายเป็น e-2 ซ้อนกันหรือไม่
    4 ผมต้องการrun business ไปเลื่อยๆ และอยากกลับประเทศไทย ปีละหน ทำอย่างไรดีครับ

    • govisa  On June 7, 2014 at 12:33 am

      น้อง Sam คะ คำตอบของน้องนะคะ
      1. ถ้าอ่านจากเว็บไซต์ https://help.cbp.gov/app/answers/detail/a_id/880/~/definition-of-an-i-94 I-94 คือบันทึกการเดินทางเข้า-ออกสหรัฐอเมริกาค่ะ แต่หลังจากวันที่ 30 เมษายน 2013 การลงบันทึกใน I-94 จะทำด้วยวิธีการกรอกฟอร์ม I-94 online ค่ะ เมื่อกรอก DS-160 เรียบร้อย ให้เตรียมเอกสารที่จะยื่นขอวีซ่า หากวีซ่า ถึงจะเดินทางค่ะ ปัจจุบันผู้เดินทางไม่ต้องกรอกฟอร์ม I-94 คนที่อาจจะต้องกรอก คือ คนที่มีวัตถุประสงค์และมีวีซ่าเข้าไปอยู่ที่อเมริกานานๆค่ะ ส่วน E-2 visa มักจะมีอายุประมาณ 2 ปีค่ะ อ่านข้อมูลใต้หัวข้อ ” Period of Stay “, http://www.uscis.gov/working-united-states/temporary-workers/e-2-treaty-investors
      2. น้องสามารถขอต่อวีซ่า E-2 โดยตัวน้องอยูที่สหรัฐฯก็ได้ค่ะ ถ้าน้องไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายของประเทศสหรัฐฯ และทำการขอต่ออายุวีซ่าก่อนหน้าที่ I-94 จะหมดอายุนะคะ คำแนะนำคือ ทำเรื่องต่ออายุก่อนหน้าที่ I-94 จะหมดอายุ 6 เดือน มีเขียนอธิบายเรื่องนี้ไว้ที่เว็บไซต์ http://www.uscis.gov/sites/default/files/USCIS/Resources/C1en.pdf
      3. น้องเข้าใจถูกแล้วค่ะ เมื่อวีซ่า E-2 หมดอายุหรือใกล้หมด มีความจำเป็นต้องกลับไทย ลองไปติดต่อหน่วยงาน USCIS และเตรียมเอกสาร ได้แก่ Approval Notice (I-797), เอกสารการเสียภาษีของบริษัทหรือของบุคคลตอนที่เข้าไปทำงานในสหรัฐฯกลับมาด้วย เพื่อสะดวกในการขอวีซ่า E-2 กลับเข้าไปใหม่ค่ะ และเมื่อเดินทางกลับเข้าไปในสหรัฐฯด้วยวีซ่า E-2 อีกครั้ง วีซ่าก็จะเริ่มต้นมีอายุ 2 ปีใหม่ค่ะ เว็บไซต์ของ USCIS หน้านี้มีคำอธิบายค่ะ http://www.uscis.gov/sites/default/files/USCIS/About%20Us/Electronic%20Reading%20Room/Customer%20Service%20Reference%20Guide/TradersInvestors.pdf อาทิเช่น ” What is the maximum period of stay granted to the E2?, How can the E2 extend their status if their status is expiring?, How can the E2 extend their status if their status is expiring? ……….
      4. คงต้องพิสูจน์การทำงานไปเรื่อยๆก่อนนะคะว่าจะได้รับอนุญาตให้ต่ออายุวีซ่าได้ทุกสองปีหรือเปล่าค่ะ ลองศึกษาข้อมูลจาก http://www.uscis.gov/working-united-states/temporary-workers/e-2-treaty-investors

  • mink  On June 13, 2014 at 11:10 am

    สวัสดี พี่ แอดมิน
    มิ้งได้รับ วีซ่า อี 2 เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่หมดอายุ เดือน ธันวา 2014 นี่เอง
    มิ้ง จะเดินทาง กลางเดิน กค นี่ค่ะ สงสัยว่า มิ้งสามารถ อยู่ ที่เมกา ได้ถึงแค่เดือนธันวา เองเหรอคะ ทำไม น้อยจังคะ แล้วถ้า มิ้งต้องการอยู่ต่อ แบบถูกต้อง ต้องทำยังไงคะ รบกวน พี่แอดมินด้วยนะคะ

    • govisa  On June 14, 2014 at 11:56 pm

      พอน้องเข้าไปที่่ Port of Entry เจ้าหน้าที่ ตม.จะสัมภาษณ์น้องและโดยทั่วไปจะ stamp ให้อยู่ได้นานประมาณ 2 ปีค่ะ

  • Anucha  On June 18, 2014 at 12:36 am

    สวัสดีครับ

    ตอนนี้กำลังเขียนbusiness plan เพื่อ apply Visa E2 มีคำถามครับ
    1. ผมจะลงทุน หุ้นกับเพื่อน US citizen ผมสามารถมีหุ้น 50% เท่ากัน หรือต้องมากกว่า หรือเปล่าครับ เช่น 51% ( เงินผมขั้นต่ำ 100 K USD) ส่วนของเพื่อนประมาณ 100 K USD

  • Amie  On June 30, 2014 at 10:56 pm

    อยากขอวีซ่า E2 ด้วยเงิน $25,000 สำหรับการถือหุ้น 50%ของร้าน retail clothing shop พอจะมีลุ้นผ่านวีซ่าไหมค่ะ.หรือไม่กำลังคิดจะซื้อ 55% ด้วยเงิน$30,000 มีโอกาสผ่านไหมค่ะขอบคุณค่ะ

    • govisa  On July 1, 2014 at 6:01 am

      น้อง Amie คะ ตามที่กฎหมายประเทศสหรัฐฯกำหนดว่า วีซ่า E-2 ต้องแสดงหลักฐานการโอนเงินจากจากไทยไปอเมริกาตั้งแต่ 50 % ขึ้นไปค่ะ ลองยื่นเอกสารดูนะคะ ส่วนหลักฐานพ่อเสีย น่าจะติดต่อหน่วยราชการ เช่น อำเภอ หรือที่ว่าการเขตเพื่อปรึกาาเรื่องการออกสำเนาใบมรณบัตรย้อนหลัง และการยื่นเอกสารเพื่อขอวีศ่าเป็นเรื่องเฉพาะของแต่ละบุคคล ไม่ได้มีกำหนดวันที่แน่นอนว่าเมื่อไรได้ มีตั้งแต่ 3 เดือนถึง 1 ปีค่ะ

  • Amie  On June 30, 2014 at 11:16 pm

    ขอคำปรึกษทแการโอนเงินด้วยค่ะ คือมีบบญชีที่ไทยและอเมริการต้องการโอนไปที่อเมริจากไทย$10,000 และบัชญชีที่อเมริกาอีก $15,000 รวม $25,000 สำหรับ 50%หุ้นจะมีปัญหาไหมค่ะ และที่มาของเงินอีกส่วนมาจากพ่อที่เสียไปแล้วไม่มีหลักฐานที่แสดงเพราะพ่อเสียนานแล้วค่ะจะมีปัญหาไหมค่ะ

  • Amie  On June 30, 2014 at 11:27 pm

    โดยปกติใช้เวลานานไหมค่ะที่เค้าจะเรียกสัมพาทหลังจากยื่นเอกสารค่ะ

  • Anucha  On July 15, 2014 at 10:41 pm

    สวัสดีครับ
    ตอนนี้ผมถือ B1/B2 และจะเปลี่ยนเป็น F1 ที่อเมริกา
    อยากทราบว่า F1 สามารถ เปลี่ยน เป็น E2 ได้หรือเปล่าครับประมาณ อีก 1-2 ปี

    • govisa  On July 16, 2014 at 5:18 am

      น้อง Anucha คะเปลี่ยนได้ค่ะ ขอให้ระหว่างที่น้องไปศึกษาอยู่ที่อเมริกา ลองศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับเปลี่ยนแปลงสถานะวีซ่าไปก่อนล่วงหน้า เช่น เรื่อง ” How do I know if I am eligible to change my status in the United States ” จากเว็บไซต์ของหน่วยงาน U.S.Citizenship and Immigration Services ค่ะ http://www.uscis.gov/sites/default/files/USCIS/Resources/C2en.pdf

  • Pas  On July 23, 2014 at 9:17 pm

    สวัดีค่ะ pas ได้วีซ่าอี2 แล้วค่ะ แต่ขอคำแนะนำเรื่องพลาสปอรต์หน่อยค่ะว่าวีซ่าอยู่ได้2ปี แต่พลาสปอร์ตเหลือแค่ 8 เดือนเราต้องไปต่อที่ไหนคะ สามารถทำจากประเทศไทยได้ไหมคะ รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

  • ตั๊ก  On August 4, 2014 at 8:51 pm

    สวัสดีค่ะ
    รบกวนข้อสอบถามเกี่ยวกับขั้นตอนในการขอ วีซ่าE2 ในกรณีนี้คือ ได้แต่งงานกับชาวอิตาเลียนที่ถือวีซ่าE2 สามีเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งในอเมริกา และได้แต่งงานกัน ขณะนี้ถือวีซ่า F1เป็นนักเรียน แล้วจะกลับเมืองไทยไปขอวีซ่าเป็นผู้ติดตามสามี (spouse of E2 visa)ค่ะ ได้กรอกเอกสาร DS-160 และได้หมายเลขแล้ว เลยอยากทราบว่าในกรณีนี้เราจะต้องกรอกเอกสารอื่นด้วยหรือไม่ เพราะในกรณีสามีเขาจะมี 2เอกสาร คือ DS-160 และDS-156E แล้วเขายังต้องแนบเอกสารเกี่ยวกับธุรกิจและการเงินด้วยค่ะ เลยไม่แน่ใจว่าสำหรับ spouse of E2 visa จะต้องทำอย่างไรบ้าง ในเรื่องเอกสารสมัครขอวีซ่า ขั้นตอนในการยื่นขอมีอะไรบ้าง และวิธีการชำระเงิน แล้ว การนัดจองวันสำภาษณ์
    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On August 5, 2014 at 5:28 am

      น้องตั๊กคะ เตรียมเอกสารเหมือนของสามีเลยค่ะ ให้สามีส่งเอกสารมาให้น้องอีกชุดหนึ่ง และอาจจะต้องให้สำนักงานทนายความที่อเมริการับรองสำเนาถูกต้องมาด้วยนะคะ อาทิ ฟอร์ม I 797, สำเนาเอกสารสามีที่มี E-2 visa,ทะเบียนสมรส หลักฐานกิจการที่สามีลงทุน, สำเนาI-797 ของน้องที่ขอเปลี่ยน status จาก F-1 ไปเป็น E-2 ค่ะ น้องต้องกรอก DS-156Eด้วยเหมือนของสามีค่ะ น้องตั๊กอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯเรื่องวีซ่า E-2 ส่วนขั้นตอนการขอวีซ่าที่ไทยต้องกรอกฟอร์ม DS-160 online ก่อนและนำ Virtual ID code ไปชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาค่ะ เมื่อไชำระเงินเรียบร้อยต้องรอวันรุ่งขึ้นหลังเที่ยงจึงจะจองวันนัดสัมภาษณ์ได้ค่ะ เข้าไปอ่านรายละเอียดในการกรอกฟอร์ม DS-160 ที่ http://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-visaapply.asp รวมทั้งการชำระเงินค่าจองวันนัดวีซ่าก็ใช้เว็บไซตื ustraveldocs.com ด้วยเหมือนกันค่ะ

  • pat  On August 4, 2014 at 9:44 pm

    พอจะมีใครแชร์เรื่องของคำถามที่ทางสถานทูตตอนไปสัมภาษณ์ วีซ่า E2 บ้างคะว่าทางเจ้าหน้าที่ถามอะไรบ้าง อยากทราบพอเป็น guideline ค่ะ
    ^—^

    • govisa  On August 5, 2014 at 5:31 am

      น้อง pat คะส่วนใหญ่ก็ถามคล้ายกับวีซ่าประเภทอื่นๆ มีพิเศษเพิ่มเติมในเรื่องการลงทุนทำนองว่า น้องลงทุนเท่าไร รู้จักเพื่อนที่ร่วมลงทุนมานานแค่ไหน รู้จักได้อย่างไร กิจการนี้เป็นอย่างไร พี่คิดว่า ถ้าน้องรู้ความเป็นไปเป็นอย่างดีในกิจการที่น้องจะไปทำ ไม่มีปัญหาในการขอวีซ่าค่ะ เพราะสหรัฐฯเค้าชอบที่จะให้มีผู้ไปลงทุนทำธุรกิจและสร้างงานให้คนอเมริกันมีรายได้ค่ะ

  • abadaby  On August 5, 2014 at 7:21 am

    มีข้อสงสัยเพิ่มค่ะ คือเอกสาร DS-156E จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสามีและบริษัทใช่ไหมค่ะ

    • govisa  On August 26, 2014 at 8:50 pm

      ใช่ค่ะ

    • govisa  On August 26, 2014 at 8:52 pm

      ใช่คนเดียวกับน้องตั๊กนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลของสามีและบริษัทค่ะ

  • ปอ  On September 4, 2014 at 2:15 pm

    สวัสดีค่ะ คือตอนนี้ดิฉันถือวัซ่า E2 อยู่แล้วทางนายจ้างทำเรื่องให้สามีตามมา ได้วันนัดสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว อยากจะรบกวนถามคุณแอดมิท หน่อยค่ะว่าทางเจ้าหน้าจะถามคำถามประมาณไหนค่ะ แล้ววีซ่าติดตามประเภทE2 ทำงานได้ไหมค่ะ จะได้เตรียมตัวถูกค่ะ ขอขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ

    • govisa  On September 5, 2014 at 5:34 am

      น้องปอคะ คำถามควรจะอยู่ที่ประมาณว่า สามีต้องตอบคำถามให้ชัดเจเรื่องเกี่ยวกับการแต่งงานประมาณว่าแต่งงานกันมานานเท่าไร สามีทำงานอะไร ทำไมต้องติดตามไป จะติดตามไปทำงานอะไรหรือเปล่า ภรรยาทำงานอะไรในสหรัฐฯ มีรายได้เป็นอย่างไร หรือธุรกิจของภรรยาคืออะไรอะไรทำนองนี้ค่ะ ส่วนสามีทำงานได้ไหม ทำงานได้เพราะพี่ค้นหาให้จากหลายเว็บไซต์กล่าวว่า derivative E-2 visa ทำงานได้ เช่น ไม่ได้โฆษณษให้สำนักงานทนายความแห่งนี้เพราะไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรกัน แต่เห็นว่ามีอะไรน่าสนใจสำหรัฐวีซ่าไปทำงานที่สหรัฐฯ อยากให้น้องอ่านพิจารณาและใคร่ครวญเองค่ะ http://www.maneygordon.com/Thai/Visa-Guide/E-2-Visa.aspx ส่วนเรื่องการทำงานจะสอบถามผู้รู้ให้แน่นอนอีกครั้งค่ะ

    • govisa  On September 6, 2014 at 10:13 am

      น้องปอคะ สามีสามารถทำงานได้โดยการกรอกฟอร์ม I-765 ถ้าได้รับอนุมัติสามารถทำงานได้ค่ะ อ่านเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของ U.S.Citizenship and Immigration Services: http://www.uscis.gov/working-united-states/temporary-workers/e-2-treaty-investors อ่านหัวข้อ Family of E-2 Treaty Investors and Employees…พี่คัดมาให้ดูประโยคหนึ่งค่ะ…. Spouses of E-2 workers may apply for work authorization by filing Form I-765 with fee. If approved, there is no specific restriction as to where the E-2 spouse may work….

  • Krit  On September 5, 2014 at 11:19 am

    สวัสดีครับ ผมมาเปลี่ยนสถานะจาก B1 เป็น E2 ที่อเมริกา ตอนนี้ผมได้รับหนังสือ I-797 แจ้งได้รับการอนุมัติ E2 แล้ว โดยทั่วไปแล้วต้องรออีกนานเท่าไรถึงจะได้รับ I-94 และสามารถเดินทางออกนอกอเมริกาได้โดยไม่ถูก bar ครับ

    • govisa  On September 6, 2014 at 10:00 am

      น้อง krit คะพี่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรอ I-94 ค่ะ เพราะปัจจุบันผู้เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาไม่ต้องกรอก I-94 จากฟอร์มที่ในอดีตแอร์ดอสเตสจะแจกให้บนเครื่องบินเพื่อกรอกและยื่นกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ปัจจุบัน ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าสหรัฐนและจะต้องอยู่นาน เช่น นักเรียนหรือคนไปทำงานนานๆ ก็จะเข้าไปกรอกฟอร์ม I-94 ออนไลนืและ print ออกมาเพื่อไปยื่นกับหน่วยงานที่คนเหล่านั้นมีความจำเป็นต้องยื่น I-94 เป็นแค่บันทึกการเดินทางเข้าประเทส เพราะสิ่งที่น้องต้องกรอกคือ ชื่อ นามสกุล วันเดินปีเกิด เดินทางเข้าประเทศเมื่อไร หากมีข้องสงสัยลองเข้าไปศึกษารายละเอียดคำถาม-คำตอบที่หน่วยงาน CBP หรือ U.S.Customs and Border Protection จัดทำไว้ที่ https://i94.cbp.dhs.gov/I94/request.html;jsessionid=4xFzJK2FTVtQdkkT1nxLZgpDHqjn2bxTPKB5l7hpnVpdvSmv3wtS!-505218032 ส่วนเว็บไซต์ต่อไปคือเว็บไซต์ที่เข้าไปกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทาง คลิก yes I have read and understand…. และ submit จึงจะเห็นหน้า form I-94 online แนะนำให้กรอกเมื่อไปถึงสหรัฐแล้ว เพราะที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯไม่ต้องการขอดูเอกสารชิ้นนี้ค่ะ https://help.cbp.gov/app/answers/detail/a_id/1696/~/how-to-retrieve-the-i-94-online ชม video เกี่ยวกับ I-94 ได้ที่ https://i94.cbp.dhs.gov/I94/demo.jsp

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 99 other followers

%d bloggers like this: