Category Archives: Visa

วีซ่าทำงานประเภท H-1B


วีซ่าทำงานประเภท H-1B เป็นวีซ่าสำหรับผู้ประกอบอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ โดยมากมักจะเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าในสาขาวิชาเฉพาะทาง อาทิ เช่น
1. ชาวต่างประทศที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ ที่ปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการ นักหนังสือพิมพ์ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักบัญชี นักวิเคราะห์การเงิน ทนายความ สถาปนิก แพทย์ ศัลยแพทย์ ทันตแพทย์ นักวิเคระห์ระบบ ที่ปรึกษาทางกฎหมายต่างประเทศ นักจิตวิทยา นักเขียนเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยี่ต่างๆ ครูโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นักวิเคราะห์วิจัยการตลาด รวมทั้งนักศึกษาที่จบปริญญาตรีในสาขาดังกล่าว
2.ชาวต่างประเทศที่เข้าไปทำงานด้านวิจัยและพัฒนาในโครงการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา
3. พยาบาล และ ผู้ที่มีความชำนาญเกี่ยวกับการสาธารณสุขศาสตร์
4. นางแบบที่มีชื่อเสียง
5. บริษัทในสหรัฐอเมริกาสามารถขอ H1B Visa ให้แก่ลูกจ้างระดับมืออาชีพ ที่มีความรู้ในระดับผู้เชี่ยวชาญ
H-1B Visa มีอายุของวีซ่านานเท่ากับที่บริษัทนั้นๆตกลงทำสัญญาว่าจ้าง อาจจะเป็น 2-3 ปี แต่จะจำกัดไว้ที่ระยะเวลานานไม่เกิน 6 ปี
ในแต่ละปี รัฐบาลสหรัฐฯจะกำหนดจำนวนผู้มีสิทธฺืยื่นขอวีซ่าประเภท H-1B ไว้อยู่ที่ประมาณ 65,000 คน ในจำนวนนี้อาจจะสงวนสิทธิ์ไว้ให้กับพวกที่ขอวีซ่าประเภท Free Trade visa สำหรับชาวชิลีและสิงค์โปร์อีกประมาณ 6,800 คน นอกจากนี้  USCIS  ยังจะให้สิทธิ์ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาโท และสูงกว่าระดับปริญญาโทขอวีซ่า H-1B ได้อีกปีละประมาณ 20,000 คน ดังนั้นผู้มีสิทธิ์ขอวีซ่าประเภท H-1B ปีหนึ่งๆจะอยู่ที่ราวประมาณ 78,200 คน การประกาศจำนวนผู้มีสิทธิ์ยื่นขอวีซ่า H-1B จะประกาศก่อนล่วงหน้า 1 ปี เช่น การขอวีซ่า H-1Bสำหรับปี 2013 ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปตั้งแต่เดือนเมษายน 2012 ดังนั้นเดือนเมษายน 2013 จะเป็นการประกาศให้ยื่นคำร้องขอวีซ่า H-1B สำหรับปี 2014
นักศึกษาที่สนใจจะทำงานโดยถือวีซ่า H-1B ควรสมัครงานให้ได้จดหมายตอบรับเข้าทำงาน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม เพื่อจะได้ให้บริษัทที่รับเข้าทำงานขอวีซ่า H-1B ได้ทันในวันที่ 1 เมษายน ถ้าบริษัทยื่นเอกสารขอวีซ่า H-1B หลังวันที่ 1 เมษายน อาจจะหมดโอกาสเริ่มทำงานในวันที่ 1 เดือนตุลาคม ยกตัวอย่าง  นักศึกษาสาย STEM หลังจากจบการศึกษาไม่ว่าจะเป็นระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก ภายหลังจากที่ได้ทำงานในช่วงที่ขอ OPT ได้แล้ว หากการทำงานของนักศึกษาท่านนั้นเป็นที่พอใจของนายจ้าง นายจ้างสามารถที่จะช่วยเหลือทำเรื่องขอวีซ่า H1 B ให้ได้ และนับเป็นความจำเป็นที่นายจ้างควรยื่นขอวีซ่า  H-1B ก่อนที่ OPT จะหมดอายุ ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดการต่อเนื่องในการจ้างงาน
ความหมายของคำว่า Cap-Gap คือ ช่วงระยะเวลาที่เป็นรอยต่อระหว่างการจบสิ้นสภาพวีซ่านักเรียน (F-1) และจุดเริ่มต้นของวีซ่า H-1B อนึ่ง กรณีนายจ้างไม่สามารถยื่นเอกสารขอ H-1B มากกว่า 6 เดือนให้นักศึกษา เช่น นายจ้างยื่นคำร้องวันที่ 2 เมษายน แต่การจ้างงานจะเริ่มต้นได้ในวันที่ 1 ตุลาคม และสถานภาพวีซ่านักเรียนสิ้นสุดลงก่อนหน้าวันที่ 1 ตุลาคม และนักศึกษาไม่อยู่ในสถานะที่จะขอขยายระยะเวลา Cap-Gap ได้  นักศึกษาก็จำเป็นต้องเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาและดำเนินการขอวีซ่า H-1B เพื่อกลับเข้าไปทำงานในสหรัฐฯใหม่ การขอวีซ่า H-1B  หากนักศึกษาได้งานในมหาวิทยาลัย International Student Office จะเป็นผู้ทำเรื่องยื่นเอกสารขอวีซ่า H-1B ให้นักศึกษา หากนักศึกษาได้งานนอกมหาวิทยาลัยก็จะเป็นนายจ้างหรือบริษัทนั้นๆเป็นผู้ทำเรื่องยื่นเอกสารขออนุมัติวีซ่า  H-1B
ขั้นตอนการขอวีซ่า H1B  นักศึกษาสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ USCIS

http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=73566811264a3210VgnVCM100000b92ca60aRCRD&vgnextchannel

=73566811264a3210VgnVCM100000b92ca60aRCRD

หรือเว็บไซต์ของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา http://www.dol.gov/whd/immigration/h1b.htm

หรือเว็บไซต์ของ International Student Office ของแต่ละสถานศึกษา

ขั้นตอนที่จะกล่าวต่อไปนี้ นักศึกษาอาจจะไม่จำเป็นต้องทราบโดยละเอียด ที่นำมาเขียนไว้เพื่อนักศึกษาจะได้คำนวณเวลาคร่าวๆได้ว่า แต่ละขั้นตอนจะใช้เวลาโดยประมาณเท่าไร เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนจนกระทั่งได้รับ I-797 Approved Notice นั้น ต้องใช้เวลาโดยประมาณนาน 5-7 เดือน เป็นต้น ขั้นตอนต่างๆมีดังนี้คือ

1.  นายจ้างกรอกฟอร์ม Labor Condition Application Form (LCA) ศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.doleta.gov/regions/reg05/Documents/eta-9035.pdf  เพื่อส่งไปขออนุมัติที่ U.S.Department of Labor
2.  นายจ้างยื่นแบบฟอร์ม I-129 ( http://www.uscis.gov/files/form/i-129.pdf ) ที่กรอกเสร็จแล้วให้ USCIS
3.  นายจ้างยื่น LCA ในข้อ1 ที่ได้รับอนุมัติแล้วพร้อม I-129 ในข้อ 2 ให้ U.S.Department of Labor พร้อมค่าบริการประมวลผล 325US$ และค่า Fraud Prevention and Detection อีก 500 US$
4.  เมื่อแบบฟอร์ม I-129 ได้รับการอนุมัติแล้ว กรณีลูกจ้างที่อยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถนำเอกสาร  I-797  (ได้รับหลังจาก I-129 ได้รับอนุมัติ) ไปยื่นขอวีซ่า H1B ได้ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศที่ตนถือหนังสือเดินทางได้
5.  กรณีที่ต้องการให้การดำเนินการเร็วขึ้น นายจ้างอาจใช้บริการที่เรียกว่า Premium Processing Service ซึ่งนายจ้างจะต้องยื่นแบบฟอร์ม I-907  ( http://www.uscis.gov/files/form/i-907.pdf ) พร้อมชำระเงิน 1,125 US$
ผู้สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เพื่อให้เกิดความเข้าใจแต่ละขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น  นักศึกษานอกจากจะศึกษารายละเอียดการขอวีซ่า H-1B จาก International Student Office ของมหาวิทยาลัยที่ตนเองกำลังศึกษาอยู่ หากเนื้อหาไม่ชัดเจนพอ ยังมีอีกหลายเว็บไซต์ที่ให้รายละเอียดมากพอที่นักศึกษาจะทำความเข้าใจได้ เช่น เว็บไซต์ของ University of North Carolina/Chapel Hill (hr.unc.edu/files/2012/11/0728_H-1Bdeptpacket.doc)  หรือ John Hopkins University
(http://oisss.jhu.edu/Presentations/Employment%20Visas.pdf) หรือเว็บไซต์ International Student Office ของ Ohio State University ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ค่อนข้างเป็นขั้นตอน ซึ่งทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ
Ohio
=73566811264a3210VgnVCM100000b92ca60aRCRD   เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่า H1B ต่อหน่วยงาน DOL และ USCIS มีดังนี้คือ
1. แบบฟอร์ม I-907 เพื่อใช้บริการเร่งด่วนประเภท Premium Processing Fee
2. แบบฟอร์ม G-28 (กรณียื่นโดยทนายหรือตัวแทน)ซึ่งไม่ค่อยพบกรณีนี้มากนัก
3. แบบฟอร์ม I-129
4. ฟอร์ม I-94
5. Sevis Form I-20
6. สำเนาแบบฟอร์ม LCA ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว
7. จดหมายรับรองการทำงานจากบริษัท
เมื่อได้รับอนุมัติจาก DOL และ USCIS แล้ว หากนักศึกษามีโอกาสกลับประเทศไทย ให้ยื่นเอกสารขอวีซ่า H-1B ให้เรียบร้อยที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพมหานคร โดยเอกสารที่ต้องใช้ประกอบด้วย
1. DS-160 Confirmation Number
2. ใบนัดวันสัมภาษณ์
3. Original I-797 Approve Notice
4. สำเนาแบบฟอร์ม I-129
5. จดหมายรับรองการทำงานของบริษัท
6. หนังสือเดินทาง
7. ค่าธรรมเนียมวีซ่าาทำงานจำนวน 190 US$ ชำระที่ไปรษณีย์ หรือ 5,890 บาท ( http://www.thailandpost.com/upload/service/PDF/_20130121_083612.pdf)
8. เอกสารทางการเงินของผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องแสดงให้กงสุลดู แต่ถ้าจะนำไปเป็นเอกสารเสริมเพื่อประกอบให้กงสุลเห็นว่า นักศึกษามีความผูกพันกับครอบครัวและเศรษฐกิจที่จะกลับมาอยู่ประเทศไทยก็ย่อมทำได้
ผู้สนใจอาจจะศึกษาเพิ่มเติมได้จากบางเว็บไซต์ เช่น เว็บไซต์ของ  U.of Wisconsin (http://www.ohr.wisc.edu/ifss/imminfo/H-1B/H-1B.pdf)
Wis
Copyright © 2010-2013 GoVisa All rights reserved.

วีซ่าเชงเกน


วีซ่าเชงเกน (Schengen Visa) เป็นความตกลงของบรรดาประเทศสมาชิกในเขตเชงเกนที่อนุญาตให้ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าไปในกลุ่มประเทศสมาชิกเชงเกนไม่ต้องขอวีซ่าจากทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของเขตเชงเกน อาทิ ผู้เดินทางสามารถเลือกที่จะขอวีซ่าจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศประเทศแรกที่ผู้เดินทางมีวัตถุประสงค์จะเดินทางเข้าไปก่อนประเทศอื่น หรือขอวีซ่าจากประเทศที่ผู้เดินทางจะใช้เวลาอยู่ในประเทศแห่งนั้นนานกว่าประเทศอื่นๆ ผู้เดินทางจะได้รับวีซ่านานไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลานาน 6 เดือน และสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าแบบเดินทางเข้า-ออกครั้งเดียว (Single Entry) หรือเดินทางเข้า-ออกหลายครั้ง(Multiple Entry) ก็ได้

ประเทศสมาชิกในเขตเชงเกนมีอยู่ทั้งหมด 26 ประเทศ  ศึกษาเพิ่มเติมได้จากแผนที่ในเว็บไซต์ของสหภาพยุโรป http://ec.europa.eu/dgs/home-affairs/what-we-do/policies/borders-and-visas/schengen/index_en.htm

  • สมาชิกในปัจจุบันที่เป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปมีทั้งหมด ดังนี้  คือ ออสเตรีย เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี ไอซแลนด์ อิตาลี กรีซ ลัตเวีย ลิกเตนสไตน์ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลต้า เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวาเกีย สโลวีเนีย สเปน และสวีเดน สวิสเซอร์แลนด์
  • สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ บัลแกเรีย และ โรมาเนียซึ่งต่างเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกประเทศเชงเกน

วีซ่าเชงเกนมีทั้งหมด 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่

1. วีซ่าประเภท A  หรือ วีซ่าสนามบิน (Airport Transit Visa) ตามคำจำกัดความในหน้าเว็บไซต์การขอวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศส  https://www.tlscontact.com/th2fr/help.php?id=airport_transit_visa&l=th

วีซ่าสนามบิน คือ วีซ่าการเดินทางผ่านพื้นที่นานาชาติของเขตท่าอากาศยาน(วีซ่าสนามบิน) นั้นจำเป็นสำหรับผู้เดินทางบางสัญชาติ ซึ่งใช้ในการอนุญาตให้เข้าถึง หรือ การรอ อยู่ในเขตพื้นที่นานาชาติของเขตท่าอากาศยาน แต่วีซ่าดังกล่าวนั้นไม่ได้รวมถึงการมีสิทธิในการเข้าพำนักในเขตเชงเกน ประเทศในเขตเชงเกน

2. วีซ่าประเภท B  หรือ วีซ่าทรานซิท (Transit Visa)  คือ วีซ่าที่อนุญาตให้คนเดินทางผ่านประเทศนั้นๆเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามตามรายละเอียดของการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง วีซ่าประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 5 วัน หมายถึง ผู้เดินทางต้องการจะเดินทางไปยังประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกเชงเกน แต่จำเป็นต้องเดินทางผ่านเข้าไปในประเทศเชงเกน ไม่ว่าจะเป็นทางรถยนต์ ทางเครื่องบิน ผู้เดินทางจะต้องขอมีวีซ่าทรานซิส

3. วีซ่าประเภท C (Short-Term Stay Visa)  วีซ่าเพื่อการพำนักระยะสั้น เช่น วีซ่าเพื่อวัตถุประสงค์ท่องเที่ยว วีซ่าประเภทนี้อยู่ในสหภาพยุโรปได้ไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 6 เดือน (ซึ่งหมายความว่า จะใช้เวลาเข้าไปท่องเที่ยวกี่ครั้งก็ได้ใน 6 เดือน แต่จะต้องไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 6 เดือน)

4. วีซ่าประเภท D (Long Stay Visa) เป็นวีซ่าที่อยู่ได้นานเกินกว่า 3 เดือน ได้แก่ วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน หรือวีซ่าสำหรับคนที่เกษียณแล้ว  เป็นต้น

หลักฐานทั่วๆไปในการยื่นขอวีซ่าของแต่ละสถานทูตจะมีลักษณะคล้ายๆกัน อาจจะมีบ้างที่บางสถานทูตจะต้องการเอกสารอื่นเพิ่มเติมเป็นพิเศษ อาทิเช่น สำหรับการขอวีซ่าเพื่อไปศึกษาต่อในประเทศนั้นๆ เอกสารทั่วไปได้แก่

1. แบบฟอร์มการขอวีซ่า ซึ่งผู้ขอต้องกรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาท้องถิ่นประเทศนั้นๆ

2. แบบสอบถามเกี่ยวกับการเดินทาง (Appendix B)

3. ใบแสดงถึงสมาชิกในครอบครัว (Appendix D)

4. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

5. สำเนาหนังสือเดินทาง รวมถึงหน้าที่มีการต่ออายุ/การเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)

6. รูปถ่ายแบบไบโอเมตริก หรือบางสถานทูตอาจจะกำหนดขนาด  2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ ศึกษาลักษณะรูปถ่ายจากเว็บไซต์ที่แต่ละสถานทูตกำหนด เช่น เว็บไซต์สถานทูตเยอรมนีกำหนดเรื่องรูปถ่ายไว้ที่

http://www.bangkok.diplo.de/contentblob/3431148/Daten/2062571/Fotomustertafeldownloaddatei.pdf

7. แบบฟอร์มหนังสือเชิญจากผู้รับรอง (Reference Bilaga E/ Appendix E) ซึ่งระบุชื่อผู้ได้รับเชิญ 1 คน  ต่อ 1 แบบฟอร์ม

8. หลักฐานการทำงานที่ระบุรายได้ของผู้ที่เป็น Sponsor หรือหลักฐานทางการเงินของ Sponsor เช่น จดหมายรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคารและสมุดบัญชีเงินฝากที่แสดงการเคลื่อนไหวทางการเงินย้อนหลังสามเดือนหรือหกเดือนแล้วแต่แต่ละสถานทูต พร้อมสำเนา

9. หลักฐานการทำงานที่ระบุรายได้และระบุว่าจะกลับมาทำงานที่เดิม

10.หลักฐานการประกันการสุขภาพและอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางตลอดระยะเวลาที่ขอพำนัก วงเงินคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 30,000 ยูโร ก่อนที่จะซื้อประกันจากบริษัทประกัน จะต้องแน่ใจว่าบริษัทนั้นจะคืนเงินให้หากวีซ่าของท่านถูกปฏิเสธ

11. หลักฐานการสำรองเที่ยวบิน ระบุวันเดินทางทั้งไปและกลับ

12.ค่าธรรมเนียมวีซ่าโดยทั่วไป 60 ยูโร แล้วแต่อัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละวัน และบางสถานทูตอาจจะมีค่าดำเนินการให้กับหน่วยงานกลาง เช่น VFS , TLS Contact ที่เป็นผู้รับเอกสารวีซ่า หรือมีค่าจัดส่งหนังสือเดินทางกลับทางไปรษณีย์ EMS หรือ บริการ SMS ติดตามใบสมัคร เป็นต้น รายละเอียดอยู่ในเว็บไซต์ของแต่ละสถานทูต

*หากผู้ขออายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องนำสำเนาใบสูติบัตร สำเนาใบอุปการะบุตร และหนังสือยินยอมอย่างเป็นทางการจากผู้ปกครองที่ระบุว่าให้บุคคลนั้นเดินทางไปต่างประเทศได้มาแสดงด้วย*

เว็บไซต์คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยจะเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีในเรื่องที่อยู่ของสถานทูตแต่ละประเทศในสหภาพยุโรป หากมีข้อสงสัยในเรื่องการเตรียมเอสารวีซ่า อาจจะใช้วิธีการโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลก่อน         http://eeas.europa.eu/delegations/thailand/eu_travel/embassies/index_th.htm

eeas

 ตารางข้างล่างจะแสดงเว็บไซต์ที่ใช้ในการค้นหารายละเอียดเรื่องการทำวีซ่าของแต่ละประเทศสมาชิกกลุ่มเชงเกน

 

ชื่อประเทศ

เว็บไซต์

1 Austria http://www.bmeia.gv.at/th/botschaft/bangkok/ratgeber/reisen-nach-oesterreich/visa-informationen.html
2 Begium http://www.vfsglobal.com/belgium/thailand/thai/allaboutyourvisas.html
3 Czech http://www.mzv.cz/bangkok/th/x2005_09_20/index.html
4 Denmark http://vfsglobal-denmark.com/thailand/thai/index.html
5 Estonia http://www.finland.or.th/public/default.aspx?nodeid=35097&contentlan=25&culture=th-TH
6 Finland http://www.finland.or.th/public/default.aspx?nodeid=35097&contentlan=25&culture=th-TH
7 France https://www.tlscontact.com/th2fr/help.php?id=schengen_area&l=th
8 Germany http://www.bangkok.diplo.de/Vertretung/bangkok/th/04/Schengen/0-Schengenvisa-seite.html
9 Greece http://www.vfsglobal.com/Greece/uae/allaboutyourvisas.html
10 Hungary http://www.mfa.gov.hu/kulkepviselet/TH/th/th_konzuliinfo/th_visa_information.htm
11 Iceland http://vfsglobal-denmark.com/thailand/thai/iceland_boyfriendgirlfriend.html
12 Italy http://www.vfsglobal.com/italy/thailand/thai/index.html
13 Latvia http://www.mfa.gov.hu/kulkepviselet/TH/th/th_konzuliinfo/detailed_rules_of_applying_for_a_schengen_visa.htm
14 Lichtenstein https://www.tlscontact.com/th2ch/help.php?l=th
15 Lithuania http://www.bangkok.diplo.de/Vertretung/bangkok/th/04/Schengen/0-Schengenvisa-seite.html
16 Luxembourg http://bangkok.mae.lu/en/Visa-to-Luxembourg   ใช้โปรแกรม Internet Explorer only
17 Malta http://www.bmeia.gv.at/th/botschaft/bangkok/ratgeber/reisen-nach-oesterreich/vertretungsregeln-fuer-malta-slowenien.html
18 Netherlands http://www.vfsglobal.com/netherlands/thailand/thai/allaboutyourvisas.html
19 Norway http://www.vfsglobal.com/norway/thailand/thai/
20 Poland http://bangkok.msz.gov.pl/en/consular_information/visa_information/visa_requirements;jsessionid=A220C13FFD403BC514ACE8F2300F1FAD.cmsap2p ใช้โปรแกรม Internet Explorer only
21 Portugal  ไม่ปรากกเว็บไซต์ของสถานทูตโดยตรงในเรื่องวีซ่า
22 Slovakia http://www.slovakia.org/visainfo.htm
23 Slovenia http://www.bmeia.gv.at/th/botschaft/bangkok/ratgeber/reisen-nach-oesterreich/vertretungsregeln-fuer-malta-slowenien.html
24 Spain http://www.vfsglobal.com/spain/thailand/Thai/allaboutyourvisas.html
25 Sweden http://www.vfsglobal.com/sweden/thailand/thai/index.html
26 Switzerland https://www.tlscontact.com/th2ch/login.php?l=th

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved.

กฎเกณฑ์ใหม่ในการเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาที่นักเรียนนักศึกษาควรทราบ


ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2555 กองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาหรือ U.S.Customs and Border Protection(CBP) จะไม่มีการประทับตรา D/S หรือ Duration of Status ลงบน I-20 และ DS-2019 ให้วีซ่าประเภท F, M และ J อีกต่อไป การหยุดการประทับตราดังกล่าวเป็นขั้นตอนหนึ่งในการปฏิรูปการเปลี่ยนแปลงจากระบบกระดาษเอกสารสู่ระบบการตรวจคนเข้าเมืองแบบออนไลน์หรือ USCIS Electronic Immigration System หรือเรียกสั้นๆว่า USCIS ELIS หากนักศึกษาท่านใดประสบปัญหาในการติดต่อขอทำใบขับขี่หรือการขอมี Social Security Number ให้นักศึกษาติดต่อนัดหมายออนไลน์ผ่าน InfoPass และนำฟอร์ม I-20 หรือ Ds-2019 ไปที่ USCIS ท้องถิ่นที่อยู่ไม่ไกลไปจากสถานศึกษาแห่งนั้นเพื่อขอให้ประทับตราลงบน I-20 หรือ DS-2019

http://www.cbp.gov/xp/cgov/travel/travel_news/cbp_i20_stamp.xml

ช่วงการเปลี่ยนผ่านเพื่อการปฏิรูปนี้จะเสร็จสิ้นลงในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 ผู้ที่อยู่ในข่ายต้องกรอกฟอร์ม USCIS ELIS ให้ศึกษาคู่มือการเปลี่ยนแปลงมาใช้ระบบการตรวจคนเข้าเมืองออนไลน์ 10 ขั้นตอนนับตั้งแต่ คำแนะนำทั่วไปจนกระทั่งถึง แบบฟอร์มข้อกำหนดและองค์กรที่อ้างอิงได้ที่

http://www.uscis.gov/USCIS/USCIS%20ELIS/Resources/Instructions/ELIS_I-539_Part1.pdf

หรือจะลองอ่านคำถามยอดนิยม FAQ อธิบายแต่ละขั้นตอนโดยหน่วยงาน CBP

http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=c5f924fa49716310VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel

=c5f924fa49716310VgnVCM100000082ca60aRCRD

ซึ่งประกอบด้วย

1. การเรียนรู้เกี่ยวกับ USCIS ELIS

2. การใช้ USCIS ELIS

3. การชำระเงิน

4. การทำงานร่วมกับทนายความและตัวแทนที่ได้รับการรับรอง

หรือจะศึกษาจาก Fact Sheet  USCIS ELIS ของวีซ่าชั่วคราวประเภทนักเรียน

http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=1a191d9c18f67310VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel

=8a2f6d26d17df110VgnVCM1000004718190aRCRD

อนึ่ง เว็บไซต์ของแต่ละมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาทุกแห่งได้จัดทำคำชี้แจงเรื่องนี้ให้นักศึกษาใหม่ และนักศึกษาเก่าที่จะกลับเข้าไปศึกษาใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับทราบในเว็บไซต์ของสถานศึกษาตนเอง เช่น Princeton University :  http://www.princeton.edu/intlctr/news/

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

TLS Contact คืออะไร


TLS Contact เป็นโครงงานหนึ่งของบริษัท Teleperformance ตามคำจำกัดความของวิกิลีกส์ Teleperformance เป็นศูนย์ให้บริการลูกค้าหรือเอาท์ซอร์ส ที่บริการการสนับสนุนทางเทคนิค การจัดเก็บหนี้ สื่อสังคม และ คอลเซ็นเตอร์  Daniel Julien ผู้จัดตั้งศูนย์นี้ขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2521 (ค.ศ.1978) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ศูนย์นี้ได้รับรางวัลในปีพ.ศ.2554 (ค.ศ.2011) ด้านการเป็นผู้นำในการให้บริการเอาท์ซอร์ส จาก CRM Magazine  http://www.destinationcrm.com/Images/ArticleImages/ArticleImage.10459.jpg

งานอีกด้านหนึ่งของ TLS Contact ที่มีส่วนสัมพันธ์กับการติดต่อบุคคลทั่วโลก คือ การรับยื่นเอกสารวีซ่าของหลายสถานทูตทั้งในทวีปเอเซีย ยุโรป อาฟริกาเหนือ และเอเซียตะวันออกกลาง เพื่อให้ผู้ที่ต้องการใช้บริการการยื่นเอกสารขอวีซ่าได้ทราบว่ามีประเทศใดบ้างที่ใช้บริการจากศูนย์ TLS Contact ขอแนะนำการใช้เว็บไซต์ http://corp.tlscontact.com/?locale=en  ซึ่งกล่าวถึงประเทศที่ใช้บริการการรับยื่นเอกสารวีซ่าของ TLS Contact ไว้ดังนี้ คือ

ถ้าคุณกำลังมองหาข้อมูลการยื่นขอวีซ่า “คลิกที่นี่ ” ซึ่งภายหลังจากคลิกที่นี่เหนือภาพลูกโลกที่มีธงชาติประเทศต่างๆ จะมีข้อความให้เลือกประเทศที่ต้องการจะเดินทางไปเยือน  หรือ Visiting Country กับ ประเทศที่เป็นพลเมือง คือ Resident Country หากคลิกเลือก Visiting Country เป็นประเทศฝรั่งเศส และลองคลิกไปที่ Resident Country ว่ามีประเทศใดบ้างที่พลเมืองประเทศนั้นสามารถใช้บริการของ TLS Contact ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศสได้ จะพบว่ามีประเทศไทยติดอยู่ในกลุ่ม 9 ประเทศที่จะใช้บริการของ TLS Contact  ประเทศที่จัดว่าเป็น Visiting Country ที่ใช้ศูนย์ TLS Contact ในการยื่นคำร้องแบบฟอร์มขอวีซ่า มีด้วยกัน 6 ประเทศ คือ แคนาดา เดนมาร์ค ฝรั่งเศส อิตาลี สวีเดน และสวิสเซอร์แลนด์

บางประเทศเช่น ประเทศสวีเดน จะมีพลเมืองในประเทศอียิปต์เท่านั้นที่สามารถใช้บริการ TLS Contact ได้

ย้อนกลับไปที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเราเป็นพลเมืองประเทศไทย คลิกเลือกลูกศรที่อยู่ด้านข้างคำว่า Resident Country จะนำเราไปสู่ลิงก์หน้าเว็บไซต์การขอวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศสจากผู้ที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

เมื่อไรต้องขอTransit Visa


วีซ่าระยะสั้นที่อนุญาตให้คนเดินทางเดินทางผ่านเข้าไปประเทศหนึ่งก่อนที่จะเดินทางไปสู่ประเทศเป้าหมายปลายทางมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง คือ

1. Airport Transit Visa  หรือ Airside Transit Visa คือ วีซ่าใช้แวะเปลี่ยนเครื่องบินที่สนามบินในกลุ่มประเทศ Schengen โดยจะอนุญาตให้ผู้เดินทางเดินทางเข้าไปในเขตที่ใช้เป็นเส้นทางเดินทางระหว่างประเทศ (International Zone) ของสนามบิน และอยู่ที่สนามบินจนกระทั่งถึงเวลาเที่ยวบินที่จะออกเดินทางไปยังประเทศจุดหมายปลายทาง คนไทยไม่อยู่ในรายการที่ต้องทำวีซ่าประเภทนี้

ผู้ทีมีสัญชาติดังต่อไปนี้เท่านั้นที่ต้องยื่นขอวีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่องในสนามบิน  Angola, Cameroon, Republic of Congo (Congo-Brazzaville), Cote d´Ivoire, Cuba, Dominican Republic, Guinea-Bissau, Haiti, India, Mali, Mauritania, Senegal, Sudan, South Sudan, Chad, Togo.

ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มมากกว่านี้ ลองเข้าไปศึกษาคำอธิบายได้ทีเว็บไซต์การขอวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศส https://www.tlscontact.com/th2fr/help.php?id=airport_transit_visa&l=th

อนึ่ง คนไทยไม่ต้องทำ Airport Visa และ Transit Visa ในกลุ่มประเทศเชงเก้น แต่ถ้ามีความต้องการเดินทางเข้าไปในประเทศกลุ่มเชงเก้นมากกว่าหนึ่งประเทศ คนไทยหรือคนต่างชาติอื่นต้องทำวีซ่าเชงเก้นเลย ดูจากตัวอย่างจากเว็บไซต์สถานทูตฝรั่งเศศในประเทศสหรัฐอเมริกา http://www.consulfrance-washington.org/spip.php?article383

และเว็บไซต์สถานทูตเนเธอร์แลนด์ในประเทศอังกฤษ http://www.dutchembassyuk.org/consular/index.php?i=133

เมื่อคลิกที่ “require a Schengen Visa” จะเห็นมีชื่อประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องขอ Schengen Visa ด้วย

2. Transit Visa คือ วีซ่าที่อนุญาตให้คนเดินทางผ่านประเทศนั้นๆเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามตามรายละเอียดของการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีเงื่อนไขกำหนดว่า หากคนเดินทางจะเดินทางไปประเทศแคนาดา โดยสายการบินที่เลือกใช้บริการต้องบินผ่านเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อน คนเดินทางจะต้องทำ Transit Visa เพื่อขอเดินทางผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศแคนาดา คนเดินทางสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_4383.html   เพื่อศึกษารายละเอียดเรื่องการขอ Transit Visa และการเตรียมเอกสารขอวีซ่า

หมายเหตุ  หากคนเดินทางมีวีซ่าประเภท B เช่น B-1 หรือ B-2 หรือ B-1/B-2  เพื่อเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขอ Transit Visa เพื่อเดินทางผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาอีก

2. ประเทศแคนาดา หากคนเดินทางจำเป็นต้องเดินทางผ่านเขตแดนประเทศแคนาดาไม่เกิน 48 ชั่วโมง เพื่อเข้าไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คนเดินทางจะต้องทำ Transit visa ซึ่ง Transit Visa ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ คำอธิบายเกี่ยวกับ Transit Visa ของประเทศแคนาดาศึกษาได้ที่เว็บไซต์   http://www.canadainternational.gc.ca/costa_rica/visas/temporary-resident-temporaire.aspx?lang=eng&view=d

อย่างไรก็ตาม ประเทศแคนาดามีการอนุญาตให้คนเดินทางเดินทางผ่านประเทศแคนาดาได้โดยไม่ต้องมี Transit visa หรือเรียกชื่อโครงการนี้ว่า Transit Without Visa Program(TWOV) โดยจะมีหลักการพิจารณาคุณสมบัติของ TMOV ตามที่กำหนดไว้ที่เว็บไซต์  http://www.cbsa-asfc.gc.ca/travel-voyage/twov-tsv/it-iiv-eng.html

1. เป็นคนที่มีสัญชาติต่อไปนี้ คือ อินโดนีเซีย ไทย ไต้หวัน และ ฟิลิปปินส์

2. ผ่านสนามบินที่ได้กำหนดไว้ คือ

**Vancouver International Airport in British Columbia, Canada.

** Toronto Lester B. Pearson International Airport (Terminal 1 only)

3. ใช้สายการบินเฉพาะที่กำหนดไว้

** Air canada

** Jazz Aviation LP

** Cathay Pacific

** China Airlines

** Philippine Airlines

** Air China

3. ประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์   จากเว็บไซต์ http://www.immi.gov.au/visitors/transit/no-visa.htm   คนเดินทางที่ต้องเดินทางผ่านประเทศออสเตรเลียไปยังประเทศนิวซีแลนด์ คนเดินทางสามารถใช้ Transit without visa arrangements ได้หากแวะประเทศออสเตรเลียไม่เกิน 8 ชั่วโมง

จากเว็บไซต์  http://www.immi.gov.au/visitors/transit/  การขอ Transit Visa สำหรับประเทศออสเตรเลียหมายความว่า  คนเดินทางจะเดินทางเข้าไปในประเทศออสเตรเลียไม่เกิน  72  ชั่วโมง หรือ  3 วัน หรือ น้อยกว่านั้น

4. ประเทศญี่ปุ่น มี ข้อกำหนดการเข้าประเทศระยะสั้น ไม่เกิน 15 วัน ไว้ 2 ประเภทคือ Shore Pass กับ Transit Visa จากเว็บไซต์การประชุมสุขภาพระหว่างประเทศเว็บไซต์หนึ่งที่ได้กล่าวอ้างอิงถึงข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น

http://www.hl7.org/documentcenter/public_temp_379511C6-1C23-BA17-0CB052FE454367CE/calendarofevents/wgm/kyoto052009/A%20Guide%20to%20Japanese%20Visas%20-%20Exemption%20of%20Visas.pdf

ทำให้พอสรุปความหมายของ Shore Pass และ Transit Visa ได้ดังนี้ คือ

Shore Pass  อนุญาตให้คนเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเพื่อช้อปปิ้งก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามได้ด้วยระยะเวลาไม่เกิน  72  ชั่วโมงหรือ 3 วัน โดยคนเดินทางสามารถขอ Shore Pass ได้ที่สนามบินหรือท่าเรือ และมีเงื่อนไขกำหนดว่าจะต้องพักอยู่ในโรงแรมในละแวกเดียวกันกับสนามบินหรือท่าเรือ

Transit Visa   จากเว็บไซต์การประชุมด้านสุขภาพระดับโลกดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับเว็บไซต์ Japan National Tourism Organization:  http://www.jnto.go.jp/eng/ttp/sg/05-EntryProcedures/MediumIndex/02-Visas/A-Visa.html  ได้อธิบายเกี่ยวกับ Transit Visa ไว้เป็น 2 ประเภท คือ

  • ความหมายที่ 1 อนุญาตให้ชาวต่างประเทศเข้าไปในประเทศญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 15 วัน และชาวต่างชาติท่านนั้นจะต้องมีตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วเดินเรือที่แสดงว่าจะต้องเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม และใช้สายการบินเดียวกันหรือเรือบริษัทเดียวกันออกเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามโดยอาจจะออกเดินทางจากสนามบินที่ไม่ใช่สนามบินเดียวกันกับสนามบินแรกที่แวะเข้าประเทศญี่ปุ่น หรือท่าเรือที่ไม่ใช่ท่าเรือแห่งเดียวกับท่าเรือแห่งแรกที่แวะประเทศญี่ปุ่น
  • ความหมายที่ 2 อนุญาตให้คนเดินทางไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยทางเครื่องบินหรือเรือเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามโดยแวะที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน และเดินทางโดยใช้สนามบินหรือท่าเรือในบริเวณใกล้เคียงกับแห่งแรกที่แวะเข้าประเทศญี่ปุ่น เช่น ขาเข้าประเทศญี่ปุ่นใช้สนามบินนาริตะ ขาออกจากประเทศญี่ปุ่นใช้สนามบินฮาเนดะ เป็นต้น Transit Visa ในความหมายที่ 2 นี้ จะมีระยะเวลาการได้รับอนุญาตเพียง 3 วัน

 อนึ่ง ไม่สามารถขอ Transit Visa ได้ หากเป็นการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นที่สนามบินนาริตะ และเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นที่สนามบินคันไซ

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนไทยที่สนใจเรื่อง Transit Visa เพราะค่าธรรมเนียม Transit Visa ประเทศญี่ปุ่น มีราคาถูก คือ 260 บาท ขอแนะนำให้โทรศัพท์ไปสอบถามความชัดเจนกับสถานกงสุลญี่ปุ่น หรือ สอบถามกับ JVAC  ว่า วัตุประสงค์ของคนเดินทางจัดอยู่ในวีซ่าประเภทท่องเที่ยว หรือ Transit Visa ได้ตามที่อยู่ต่อไปนี้

ข้อสรุป เนื่องจากมีประเทศต่างๆมากมายที่น่าสนใจเดินทางไปท่องเที่ยว การพิจารณาว่า คนเดินทางต้องทำ Transit Visa หรือไม่นั้น ให้คนเดินทางตรวจสอบจากเว็บไซต์ของสถานทูต และสอบถามสายการบินก่อนการยืนยันเที่ยวบินและชำระค่าตั๋วเครื่องบิน เพราะไม่ใช่ทุกประเทศที่กำหนดเงื่อนไขให้ คนไทยต้องทำ Transit Visa

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 94 other followers