เมื่อไรต้องขอTransit Visa


วีซ่าระยะสั้นที่อนุญาตให้คนเดินทางเดินทางผ่านเข้าไปประเทศหนึ่งก่อนที่จะเดินทางไปสู่ประเทศเป้าหมายปลายทางมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง คือ

1. Airport Transit Visa  หรือ Airside Transit Visa คือ วีซ่าใช้แวะเปลี่ยนเครื่องบินที่สนามบินในกลุ่มประเทศ Schengen โดยจะอนุญาตให้ผู้เดินทางเดินทางเข้าไปในเขตที่ใช้เป็นเส้นทางเดินทางระหว่างประเทศ (International Zone) ของสนามบิน และอยู่ที่สนามบินจนกระทั่งถึงเวลาเที่ยวบินที่จะออกเดินทางไปยังประเทศจุดหมายปลายทาง คนไทยไม่อยู่ในรายการที่ต้องทำวีซ่าประเภทนี้

ผู้ทีมีสัญชาติดังต่อไปนี้เท่านั้นที่ต้องยื่นขอวีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่องในสนามบิน  Angola, Cameroon, Republic of Congo (Congo-Brazzaville), Cote d´Ivoire, Cuba, Dominican Republic, Guinea-Bissau, Haiti, India, Mali, Mauritania, Senegal, Sudan, South Sudan, Chad, Togo.

ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มมากกว่านี้ ลองเข้าไปศึกษาคำอธิบายได้ทีเว็บไซต์การขอวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศส https://www.tlscontact.com/th2fr/help.php?id=airport_transit_visa&l=th

อนึ่ง คนไทยไม่ต้องทำ Airport Visa และ Transit Visa ในกลุ่มประเทศเชงเก้น แต่ถ้ามีความต้องการเดินทางเข้าไปในประเทศกลุ่มเชงเก้นมากกว่าหนึ่งประเทศ คนไทยหรือคนต่างชาติอื่นต้องทำวีซ่าเชงเก้นเลย ดูจากตัวอย่างจากเว็บไซต์สถานทูตฝรั่งเศศในประเทศสหรัฐอเมริกา http://www.consulfrance-washington.org/spip.php?article383

และเว็บไซต์สถานทูตเนเธอร์แลนด์ในประเทศอังกฤษ http://www.dutchembassyuk.org/consular/index.php?i=133

เมื่อคลิกที่ “require a Schengen Visa” จะเห็นมีชื่อประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องขอ Schengen Visa ด้วย

2. Transit Visa คือ วีซ่าที่อนุญาตให้คนเดินทางผ่านประเทศนั้นๆเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามตามรายละเอียดของการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีเงื่อนไขกำหนดว่า หากคนเดินทางจะเดินทางไปประเทศแคนาดา โดยสายการบินที่เลือกใช้บริการต้องบินผ่านเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อน คนเดินทางจะต้องทำ Transit Visa เพื่อขอเดินทางผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศแคนาดา คนเดินทางสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_4383.html   เพื่อศึกษารายละเอียดเรื่องการขอ Transit Visa และการเตรียมเอกสารขอวีซ่า

หมายเหตุ  หากคนเดินทางมีวีซ่าประเภท B เช่น B-1 หรือ B-2 หรือ B-1/B-2  เพื่อเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขอ Transit Visa เพื่อเดินทางผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาอีก

2. ประเทศแคนาดา หากคนเดินทางจำเป็นต้องเดินทางผ่านเขตแดนประเทศแคนาดาไม่เกิน 48 ชั่วโมง เพื่อเข้าไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คนเดินทางจะต้องทำ Transit visa ซึ่ง Transit Visa ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ คำอธิบายเกี่ยวกับ Transit Visa ของประเทศแคนาดาศึกษาได้ที่เว็บไซต์   http://www.canadainternational.gc.ca/costa_rica/visas/temporary-resident-temporaire.aspx?lang=eng&view=d

อย่างไรก็ตาม ประเทศแคนาดามีการอนุญาตให้คนเดินทางเดินทางผ่านประเทศแคนาดาได้โดยไม่ต้องมี Transit visa หรือเรียกชื่อโครงการนี้ว่า Transit Without Visa Program(TWOV) โดยจะมีหลักการพิจารณาคุณสมบัติของ TMOV ตามที่กำหนดไว้ที่เว็บไซต์  http://www.cbsa-asfc.gc.ca/travel-voyage/twov-tsv/it-iiv-eng.html

1. เป็นคนที่มีสัญชาติต่อไปนี้ คือ อินโดนีเซีย ไทย ไต้หวัน และ ฟิลิปปินส์

2. ผ่านสนามบินที่ได้กำหนดไว้ คือ

**Vancouver International Airport in British Columbia, Canada.

** Toronto Lester B. Pearson International Airport (Terminal 1 only)

3. ใช้สายการบินเฉพาะที่กำหนดไว้

** Air canada

** Jazz Aviation LP

** Cathay Pacific

** China Airlines

** Philippine Airlines

** Air China

3. ประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์   จากเว็บไซต์ http://www.immi.gov.au/visitors/transit/no-visa.htm   คนเดินทางที่ต้องเดินทางผ่านประเทศออสเตรเลียไปยังประเทศนิวซีแลนด์ คนเดินทางสามารถใช้ Transit without visa arrangements ได้หากแวะประเทศออสเตรเลียไม่เกิน 8 ชั่วโมง

จากเว็บไซต์  http://www.immi.gov.au/visitors/transit/  การขอ Transit Visa สำหรับประเทศออสเตรเลียหมายความว่า  คนเดินทางจะเดินทางเข้าไปในประเทศออสเตรเลียไม่เกิน  72  ชั่วโมง หรือ  3 วัน หรือ น้อยกว่านั้น

4. ประเทศญี่ปุ่น มี ข้อกำหนดการเข้าประเทศระยะสั้น ไม่เกิน 15 วัน ไว้ 2 ประเภทคือ Shore Pass กับ Transit Visa จากเว็บไซต์การประชุมสุขภาพระหว่างประเทศเว็บไซต์หนึ่งที่ได้กล่าวอ้างอิงถึงข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น

http://www.hl7.org/documentcenter/public_temp_379511C6-1C23-BA17-0CB052FE454367CE/calendarofevents/wgm/kyoto052009/A%20Guide%20to%20Japanese%20Visas%20-%20Exemption%20of%20Visas.pdf

ทำให้พอสรุปความหมายของ Shore Pass และ Transit Visa ได้ดังนี้ คือ

Shore Pass  อนุญาตให้คนเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเพื่อช้อปปิ้งก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามได้ด้วยระยะเวลาไม่เกิน  72  ชั่วโมงหรือ 3 วัน โดยคนเดินทางสามารถขอ Shore Pass ได้ที่สนามบินหรือท่าเรือ และมีเงื่อนไขกำหนดว่าจะต้องพักอยู่ในโรงแรมในละแวกเดียวกันกับสนามบินหรือท่าเรือ

Transit Visa   จากเว็บไซต์การประชุมด้านสุขภาพระดับโลกดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับเว็บไซต์ Japan National Tourism Organization:  http://www.jnto.go.jp/eng/ttp/sg/05-EntryProcedures/MediumIndex/02-Visas/A-Visa.html  ได้อธิบายเกี่ยวกับ Transit Visa ไว้เป็น 2 ประเภท คือ

  • ความหมายที่ 1 อนุญาตให้ชาวต่างประเทศเข้าไปในประเทศญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 15 วัน และชาวต่างชาติท่านนั้นจะต้องมีตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วเดินเรือที่แสดงว่าจะต้องเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม และใช้สายการบินเดียวกันหรือเรือบริษัทเดียวกันออกเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามโดยอาจจะออกเดินทางจากสนามบินที่ไม่ใช่สนามบินเดียวกันกับสนามบินแรกที่แวะเข้าประเทศญี่ปุ่น หรือท่าเรือที่ไม่ใช่ท่าเรือแห่งเดียวกับท่าเรือแห่งแรกที่แวะประเทศญี่ปุ่น
  • ความหมายที่ 2 อนุญาตให้คนเดินทางไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยทางเครื่องบินหรือเรือเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามโดยแวะที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน และเดินทางโดยใช้สนามบินหรือท่าเรือในบริเวณใกล้เคียงกับแห่งแรกที่แวะเข้าประเทศญี่ปุ่น เช่น ขาเข้าประเทศญี่ปุ่นใช้สนามบินนาริตะ ขาออกจากประเทศญี่ปุ่นใช้สนามบินฮาเนดะ เป็นต้น Transit Visa ในความหมายที่ 2 นี้ จะมีระยะเวลาการได้รับอนุญาตเพียง 3 วัน

 อนึ่ง ไม่สามารถขอ Transit Visa ได้ หากเป็นการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นที่สนามบินนาริตะ และเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นที่สนามบินคันไซ

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนไทยที่สนใจเรื่อง Transit Visa เพราะค่าธรรมเนียม Transit Visa ประเทศญี่ปุ่น มีราคาถูก คือ 260 บาท ขอแนะนำให้โทรศัพท์ไปสอบถามความชัดเจนกับสถานกงสุลญี่ปุ่น หรือ สอบถามกับ JVAC  ว่า วัตุประสงค์ของคนเดินทางจัดอยู่ในวีซ่าประเภทท่องเที่ยว หรือ Transit Visa ได้ตามที่อยู่ต่อไปนี้

ข้อสรุป เนื่องจากมีประเทศต่างๆมากมายที่น่าสนใจเดินทางไปท่องเที่ยว การพิจารณาว่า คนเดินทางต้องทำ Transit Visa หรือไม่นั้น ให้คนเดินทางตรวจสอบจากเว็บไซต์ของสถานทูต และสอบถามสายการบินก่อนการยืนยันเที่ยวบินและชำระค่าตั๋วเครื่องบิน เพราะไม่ใช่ทุกประเทศที่กำหนดเงื่อนไขให้ คนไทยต้องทำ Transit Visa

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

คำถามที่ถามบ่อยๆเกี่ยวกับการกรอกแบบฟอร์ม DS-160


ในการกรอกแบบฟอร์มวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา หลายท่านที่เกิดคำถามในการกรอก นับตั้งแต่ปัญหาในการเข้าหน้าเว็บไซต์การกรอกแบบฟอร์มวีซ่า DS-160 การ SAVE ข้อมูลโดยที่ยังกรอกแบบฟอร์มไม่เสร็จสมบูรณ์ ขอแนะนำให้ผู้ประสบปัญหาหรือเพิ่งกรอกแบบฟอร์ม DS-160 เข้าไปอ่านหัวข้อ FAQS ในหน้าเว็บไซต์  https://ceac.state.gov/GENNIV/Default.aspx

มี 2 คำถามที่น่าสนใจคือ การแก้ไขคำตอบในแบบฟอร์มวีซ่าหลังจากยื่นแบบฟอร์ม DS-160 ไปแล้วแต่ถูกปฏิเสธ

สถานทูตสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้

1. ผู้ยื่ขอวีซ่าหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2010 เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์การกรอกฟอร์ม DS-160 คลิก Retieve ใส่ Application ID และแก้ไขแบบฟอร์มวีซ่าได้

2. ผู้ยืนขอวีซ่าหลังวันที่ 1 เมษายน 2010 แต่ก่อนหน้าวันที่ 1 พฤศจิกายน 2010 สามารถใส่หมายเลข Barcode หรือ Confirmation Number ในช่อง Application ID เพื่อตอบคำถามเพิ่มเติม หรือเพื่อแก้ไขคำตอบที่ต้องการกรอกในแบบฟอร์ม DS-160 ได้

กรณีกรอกแบบฟอร์ม DS-160 เป็นกลุ่ม หรือเป็นครอบครัวเดียวกัน ให้คลิกเลือก create a family หรือ group application ในหน้า Thank You ผู้กรอกแบบฟอร์มจะสังเกตเห็นว่า มีบางส่วนของเนื้อหาได้ถูกนำมาใส่ไว้ในแบบฟอร์มที่กำลังจะกรอกใหม่ เช่น สถานที่จะเดินทางไป หากคนที่เดินทางไปในกลุ่มคนละนามสกุล สามารถพิมพ์แก้ไขนามสกุลให้ตรงตามความเป็นจริงได้ ดังนั้น ก่อนคลิก Start An Application ให้อ่านวิธีการกรอก และเอกสารที่ต้องใช้ให้เรียบร้อยก่อน

ส่วนขนาดของรูปถ่ายที่ถูกต้องนั้นให้คลิกเลือก Photo Standard Guide หรือเข้าไปที่  http://travel.state.gov/visa/visaphotoreq/photocomptemplate/photocomptemplate_5330.html  เพื่อศึกษาขนาดของรูปถ่าย

ก่อนลงมือกรอกแบบฟอร์ม ผู้ที่จะยื่นขอวีซ่าอาจเข้าไปศึกษาวิธีการกรอกที่อยู่ภายใต้หัวข้อ Tooltip Language จะมีลูกศรเคลื่อนไหวแนะนำวิธีการกรอก

และสุดท้ายเลือภาษาที่ต้องการใช้ในการแปล และนำ mouse ไปวางไว้ใกล้ๆประโยคที่สงสัย ภาษาที่ได้เลือกไว้ในตอนต้นจะช่วยแปลประโยคนั้นให้เข้าใจดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

หลังจากนั้นค่อยคลิก Start  An  Application และลงมือกรอกแบบฟอร์ม DS-160

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

งานนิทรรศการ US Higher Education Fair ครั้งที่ 27


สถาบันการศึกษานานาชาติ (Institute of International Education) จะจัดให้มีงานนิทรรศการ US Higher Education Fair ครั้งที่ 27 ในวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2555 ระหว่างเวลา 12.00-16.00 น. ณ โรงแรมแลนด์มาร์ค (สถานีรถไฟฟ้า นานา)

ผู้สนใจสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ที่ http://www.iiethai.org/web/iiethailand.php?subsection=3&detail=68  สำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า ( Pre-Registration) มีสิทธิ์ที่จะเลือกลองทำข้อสอบ  TOEFL ฟรีได้ ซึ่งมีให้เลือก 2 ช่วงเวลา คือ 11.30 น.หรือ 15.30 น.

ส่วนรายละเอียดการบรรยายในวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.iiethai.org/web/advising.php?subsection=2

นักศึกษาที่ต้องการทราบรายชื่อมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมงานสามารถเข้าไปดูรายชื่อมหาวิทยาลัยได้ที่ http://www.iiethai.org/web/advising.php?subsection=2

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

แหล่งรวมเว็บไซต์โรงเรียนสอนภาษาในประเทศสหรัฐอเมริกา


สถาบันการศึกษานานาชาติ ( Institute of International Education) เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ผลิตหนังสืออ้างอิงที่เชื่อถือได้ในการไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้สนใจสามารถเข้าไปค้นคว้ารายชื่อหนังสือเพื่อการสั่งซื้อได้ที่ http://www.iie.org/Research-and-Publications/Publications-and-Reports

หนังสือที่น่าสนใจเล่มหนึ่งคือ แหล่งรวมสถาบันสอนภาษาอังกฤษในประเทศสหรัฐอเมริกา

ผุ้สนใจที่ไม่ต้องการอ่านหนังสือทั้งเล่มและต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถเข้าไปอ่านชื่อสถาบันสอนภาษาอย่างคร่าวๆได้ที่เว็บไซต์ http://www.intensiveenglishusa.org/ โดยอาจเริ่มต้นจากการคลิกเลือกพื้นที่ที่สนใจจะไปศึกษาต่อจากแผนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อน

ยกตัวอย่างเมื่อเลือกรัฐทางภาคตะวันตกจะมีรายชื่อสถานสอนภาษาที่ตั้งอยู่ในรัฐ California, Oregon, Washington, Montana, Idaho, Wyoming, Nevada, Utah, Colorado และ Alaska

หลังจากนั้นผู้สนใจลองเลือกคลิกเข้าไปดูที่ชื่อสถาบันใดสถาบันหนึ่ง จะได้รายละเอียดเกี่ยวกับขนาดของเมือง ปีที่สถาบันแห่งนั้นเปิดสอน การได้รับการรับรองวิทยฐานะ การเป็นสมาชิกของสถาบันกำกับดูแลการสอนภาษา ชื่อเว็บไซต์ของสถาบัน และอีเมล์ในการติดต่อ พร้อมรายละเอียดอื่นๆ ผู้สนใจยังสามารถคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ของสถาบันสอนภาษาแห่งนั้นเพื่อศึกษาวันเวลาที่สถาบันแห่งนั้นเปิดสอน ค่าใช้จ่าย วิธีการสมัคร และที่พัก เป็นต้น และดำเนินการติดต่อได้ด้วยตนเองจนกระทั่งได้รับการตอบรับ (I-20) จากสถาบันภาษาแห่งนั้น

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

แนะนำเว็บไซต์รวมโรงเรียนสอนภาษาในประเทศออสเตรเลีย


English Australia เป็นหน่วยงานสูงสุดที่ดูแลโรงเรียนภาษาในประเทศออสเตรเลีย มีสมาชิกมากกว่า 100 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนภาษาทั้งภาคเอกชนและภาครัฐบาล ,โรงเรียนมัธยมศึกษา,TAFE College, โรงเรียนวิชาชีพ และมหาวิทยาลัย

ผู้สนใจศึกษาหาที่เรียนภาษาที่ตั้งอยู่ในประเทศออสเตรเลีย และติดต่อสถานที่เรียนภาษาด้วยตนเอง สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่  http://www.englishaustralia.com.au/college_courses.php?id=118    โดยเลือกรัฐที่สนใจจะไปศึกษาต่อ และประเภทของหลักสูตรภาษาอังกฤษที่ต้องการเรียนรู้ เมื่อเลือกคลิกไปที่คำว่า “More” ใกล้กับชื่อสถานสอนภาษาแต่ละแห่ง จะพบรายละเอียดอื่นๆ เช่น ที่อยู่ หมายเลข Cricoscode ของที่เรียนภาษา เว็บไซต์ และอีเมล์ของสถานที่สอนภาษาแห่งนั้น

นอกจากนี้ในเว็บไซต์ดังกล่าวจะมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์ใหม่ของการศึกษาต่อประเทศออสเตรเลีย คือ Future Unlimited ได้อีกด้วย

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 101 other followers