เอกสารที่ใช้ขอวีซ่านักเรียน (F-1)


ในการยื่นขอวีซ่านักเรียน ถ้าผู้ยื่นเตรียมเอกสารครบทั้งหลักฐานการเรียนและการเงิน อีกทั้งแสดงความจริงใจในการตอบคำถามให้กงสุลเห็นว่า ตั้งใจจะไปเรียนต่อจริงๆแล้วจะกลับมาอยู่ประเทศไทยหลังจากเรียนจบ ผู้ยื่นขอวีซ่าจะไม่ถูกปฏิเสธวีซ่าอย่างแน่นอน เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่ามีดังนั้คือ

1.   จดหมายตอบรับจากสถานศึกษา หรือ ที่เรียกว่า I-20

2.   ใบเสร็จแสดงว่า จ่ายค่า SEVIS -901 แล้ว จำนวน   200 US$

3.   ใบเสร็จจากไปรษณีย์แสดงว่า จ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าสหรัฐเมริกาแล้ว จำนวน 4,454 บาท

4.    รูปถ่าย จำนวน 1 ใบ ขนาด 2 นิ้ว คูณ 2 นิ้ว พื้นด้านหลังเป็นสีขาว เห็นใบหูทั้ง 2 ข้าง

5.     transcript แสดงผลการเรียน

6.     หนังสือเดินทาง

7.     กรอกแบบฟอร์ม DS-156  ในเว็บไซต์    http://evisaforms.state.gov  แล้ว print ออกมาเพื่อเซ็นต์ชื่อและติดรูปถ่าย

8.      กรอกแบบฟอร์ม DS -157 และ  DS-157 ในเว็บไซต์ http://www.state.gov/m/a/dir/forms/visa.index.htm แล้ว print ออกมา

9.      ถ้าผู้ยื่นขอวีซ่าเคยทำงานมาแล้ว ต้องมีจดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่งงานที่ทำ เงินเดือนที่ได้รับ และ วันเรกที่เริ่มเข้าทำงาน

10.    กรณีผู้เป็น sponsor sponsor ยื่นจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารที่ sponsor มีบีญชีเงินฝาก

11.     ถ้า sponsor เป็นเจ้าของธุรกิจ เตรียมนำใบจดทะเบียนการค้าไปแสดงให้กงสุลดู แต้ถ้า sponsor เป็นลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน sponsor ควรมีจดหมายรับรองการทำงานไปแสดงให้กงสุลดูด้วย

Copyright © 2010 GoVisa All rights reserved.

Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Comments

  • beck  On March 17, 2010 at 1:28 pm

    เอกกะสารยังมาไม่ครบเลยหนักใจ

  • dizzy  On May 12, 2012 at 7:31 pm

    ขอความกรูณา ผู้รู้ช่วยตอบด้วยค่ะ

    อยากถาม ค่ะ เผอิญตอนจ่ายค่าSEVIS I-901 fee แล้วใส่ที่อยู่ผิดตรงstreet address ที่แปลว่าบ้านเลขที่ สับสนกับคำว่า PO.BOX เลยทำให้เอกสารส่งไม่ถึงบ้าน แต่saveใบยืนยันการจ่ายเงินไว้แล้ว เลยอยากถามว่า ถ้าไม่มีใบเสร็จ ตัวจริง วันไปสัมภาษณ์ จะมีผลกับวีซ่าไหม

    • govisa  On May 12, 2012 at 7:44 pm

      น้อง Dizzy คะ ในวันสัมภาษณ์ใช้ใบที่ Print ออกมาจากเครื่อง Printer หลังจากที่น้องตัดเงินจากบัตรเครดิตจำนวน 200 US$ กรณีเป็น F-1 visa ได้เลยค่ะ และเวลาเดินทางเข้าสหรัฐฯ อย่าลืมนำใบเสร็จ Sevis ที่ Print มาติดตัวไปด้วยเผื่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองท่านจะขอดูเอกสาร เราก็พร้อมเสมอค่ะ ท่านไม่ดูก็ไม่เป็นไรเพราะที่จริงท่านสามรถตรวจสอบจากหมายเลข N Number ของน้องได้ว่าน้องจ่ายค่า Sevis แล้วหรือยังค่ะ

  • pinky  On May 23, 2012 at 3:53 pm

    รบกวนถามด้วยค่ะ เอกสารDS-156 และ DS -157 ยังต้องทำด้วยใช่ไหมค่ะ เอกสาร2ตัวนี้ คนละตัวกับ DS-160 หรือเปล่าค่ะ

    *นัดวันสัมภาษต้นเดือนหน้าแล้วค่ะ ตื่นเต้นมากๆ*

    ขอบคุณมากนะค่ะ สำหรับคำแนะนำดีๆ ^^

    • govisa  On May 23, 2012 at 7:46 pm

      น้อง Pinky คะ เอกสาร DS-156, 157, 158 รวมอยู่ในแบบฟอร์มแบบใหม่คือ DS-160 ค่ะ ดังนั้น ไม่ต้องกรอก DS-156,157,158 อีกต่อไปแล้วค่ะ ขอให้น้องตั้งใจเตรียมเอกสารไปเต็มที่ ใช้หรือไม่ใช้ไม่ต้องกังวลนะคะ เราควรเตรียมพร้อมไว้ก่อน และเวลาตอบคำถาม ให้น้องแสดงแผนการการเดินทางที่ชัดเจนว่าจะเข้าไปทำอะไรที่ประเทศสหรัฐฯ ใครเป็น Sponsor ถ้าคำถามทุกคำถามที่ถามน้องมา น้องสามรถตอบได้ชัดเจนไม่เกิดความคลางแคลงสงสัย ก็จะเป็นตัวช่วยให้น้องผ่านวีซ่าได่ไม่ยากค่ะ โชคดีนะคะ และอย่าลืมเขียนมาแชร์ประสบการณ์นะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

  • pinky  On June 19, 2012 at 4:05 pm

    ได้วีซ่า มาแล้วค่ะ ^^ แต่ได้มา 1ปีเองอ่าค่ะ ตาม I-20 เลย (นึกว่าจะได้สัก5ปี) 555+

    ขอแชร์ประสบการณ์นะค่ะ

    จริงๆแล้ว ไปสัมภาษณ์เนี่ย ให้ไปก่อนเวลานัด30นาทีก็พอแล้วค่ะไม่ต้องไปก่องมาก เพราะยังไงเจ้าหน้าที่ก็เรียกตามเวลาที่นัดอยู่ดีค่ะ ของPinky ที่สถาฑูตถามคำถามน้อยมากค่ะ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะการแต่งตัวกับเอกสารที่ยื่นไปหรือเปล่า 555+

    แถมกงกุสยังสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยด้วย ตกใจมากค่ะ
    จำได้คร่าวๆนะค่ะ ถามแค่ว่า ไปทำอะไร , ไปกี่เดือน , กลับมาจะทำอะไร , ใครเป็นสปอตเซอร์ , สปอตเซอร์ทำงานอะไร , เรียนที่สถาบันอะไร

    แค่นี้เองค่ะ แถมไม่ขอดูเอกสารอะไรเพิ่มเลย ที่กงลุส เอาเอกสารไป มีI-20 , ใบรับรองงาน ,ค่าธรรมเนียมต่างๆที่เราจ่ายให้สถาฑูตหน่ะค่ะ

    ต้องขอบคุณมากนะ่ค่ะ govisa สำหรับแนะนำเรื่องเอกสาร

    ไม่ต้องกลัวนะค่ะทำวีซ่า ไม่ยากอย่างที่คิดจริงๆค่ะ แค่เตรียมตัวให้พร้อมค่ะ ^^ ขอให้ทุกคนผ่านด้วยดีนะค่ะ

    • govisa  On June 19, 2012 at 8:05 pm

      น้อง Pinky คะ ดีใจมากๆค่ะที่น้องเขียนมาแชร์ประสบการณ์ ทำให้พี่ได้ทราบข่าวจากน้องด้วยว่า น้องได้รับวีซ่าแล้วค่ะ ที่น้องได้วีซ่าแค่ปีเดียว อาจเป็นไปได้เรื่องบัญชีของ sponsor อาจมีจำนวนน้อย หรือมีบางจุดในการกรอกฟอร์มวีซ่าที่อาจจะมีข้อมูลที่ทำให้กงสุลไม่ค่อยมั่นใจในตัวน้องค่ะ พี่ขอแนะนำว่า ถ้าครบหนึ่งปี วีซ่าหมดอายุแล้ว ขอให้น้องเดินทางกลับมาเมืองไทยและขอวีซ่าใหม่ ถ้าจะเป็นวีซ่านักเรียนเหมือนเดิม ควรให้มีมหาวิทยาลัยตอบรับเข้าเรียนต่อปริญญาโท ทั้งนี้เพื่อรักษาประวัติที่ดีในการขอวีซ่า กล่าวคือ ถ้าน้องแสดงให้เห็นว่า น้องมีเจตนาที่ดีเมื่อครบกำหนดวีซ่าหมดอายุกลับมาประเทศไทยเพื่อยื่นขอวีซ่าใหม่ให้เป็นเรื่องเป็นราว พี่มั่นใจว่า ครั้งที่สองน้องควรจะได้วีซ่าที่มีอายุนานห้าปีค่ะ แม้จะไม่ขอวีซ่านักเรียน คราวต่อไปจะขอวีซ่านักท่องเที่ยวก็จะไม่มีปัญหานะคะ เพราะน้องรักษากฎเกณฑ์ในการเข้าออกประเทศสหรัฐฯดีค่ะ ดีใจด้วยอีกครั้งนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: