การไปเรียนต่อเมืองนอก


“จะไปเรียนต่อเมืองนอก ทำยังไงดี” ก่อนอื่นต้องถามตัวเองก่อนว่า พร้อมหรือยังที่จะไปเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างจากที่เคยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่เรียน หรือที่ทำงาน ไม่มีคนช่วยพูดภาษาต่างชาติแทนเราแน่ๆ เราอาจจะเมื่อยมือหรือมือหงิกเสียก่อนถ้าคิดจะใช้ภาษามือ เพราะฉะนั้นเราคงต้องฝึกฟุดฟิดฟอไฟให้พอช่วยตัวเองได้ก่อน ค่อยไปจะดีกว่าไหม ถ้าคิดจะไปเรียนภาษาก่อนเพื่อเตรียมตัวล่ะ คงต้องถามตัวเราก่อนว่า มีงบประมาณเท่าไร ไปเรียนภาษาเมืองอเมริกาสมัครเรียนง่ายแสนง่าย แต่ไม่รู้ว่าวีซ่าจะผ่านง่ายด้วยหรือเปล่า ถ้าวีซ่าผ่าน ได้ไปเรียนจะต้องใช้เวลาเรียนภาษานานกี่เดือน จึงจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ บางคนใช้เวลาเรียนภาษา 6 เดือน สอบ TOEFL ได้ แต่บางคนใช้เวลาเรียนภาษา 1 ปีก็มี 2 ปีก็มี ฟังแล้วไม่น่าเชื่อใช่ไหม แต่มีตัวอย่างเกิดขึ้นจริงๆนะ ค่าใช้จ่ายไปเรียนภาษาที่พ่อแม่ต้องส่งให้เรียนตกเดือนละกี่บาท คงต้องบอกกันว่า อย่างน้อยๆค่าเรียนบวกค่าใช้จ่ายส่วนตัวก็ประมาณเดือนละ 60,000 บาท อย่างดีมากๆก็ประมาณ 100,000บาท ต่อเดือน มากกว่าเดือนละแสนบาทก็มีนะ ถ้าเรียน 1 ปีก็ 1 ล้านแล้ว การที่ที่เรียนภาษามีราคาแตกต่างกันขนาดนี้วัดจากอะไร เราคงต้องดูที่เมืองที่เรียนภาษานั้นตั้งอยู่ ค่าครองชีพ คุณภาพของสถานศึกษา สถานภาพของที่เรียนภาษาว่าเป็นที่เรียนของมหาวิทยาลัย หรือเป็นโรงเรียนภาษาของเอกชน ถ้าเป็นของมหาวิทยาลัยมักแพงแต่คุณภาพเชื่อถือได้แน่นอน แต่ของเอกชนคงต้องพิจารณาเป็นรายๆไป โรงเรียนภาษาของเอกชนนี่ล่ะที่มักจะมีส่วนลดให้นักเรียน เช่น ลงทะเบียนเรียน 6 เดือน ขึ้นไป ค่าเรียนเดือนถัดไปจะลดลง หรือ ลงทะเบียนเรียน 2 เดือนแถมให้เรียนฟรีอีก 2 อาทิตย์ เป็นต้น ทำไมใช้เวลาเรียนภาษานานกว่าจะสอบได้ เพราะบางคนอ่อนตั้งแต่ไวยากรณ์ บางคนหลักการใช้ภาษาเยี่ยมแต่ขาดทักษะการนำไปใช้ในชีวิตจริง เวลาไปเรียนภาษาใช่ว่าเราจะต้องรอรับบทเรียนจากในห้องเรียนเท่านั้น เราคงต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ โดยฝึกใช้ภาษาพูดกับคนชาติอื่น หรือพูดกับเจ้าของภาษาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากพูดแล้วคงต้องอ่านให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือพิมพ์ การ์ตูน หนังสืออ่านเล่น ป้ายโฆษณา เรียกว่ากระหายหิวการอ่านกันไปเลย เพราะการอ่านจะทำให้เราได้คำศัพท์ และสำนวนเพิ่มขึ้น เรายังได้ดูดซับวิธีคิด วิธีเขียนของเขาอีกซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเขียน สามทักษะแล้วใช่ไหม แน่นอนทักษะสุดท้ายคือการฟัง คนส่วนใหญ่เวลานี้เราใช้วิธีการได้ยินมากกว่าการตั้งใจฟัง เวลาไปเรียนภาษาอังกฤษที่เมืองนอก เขาให้เราฝึกฟังข่าว บ่อยที่สุด ถ้ายังไม่ได้ไปเมืองนอกจะลองหัดฟังข่าว CNN หรือ BBC ไปก่อนก็ได้นะ เผลอๆเราอาจจะเก่งภาษาอังกฤษก่อนไปก็ได้นะ รู้ไหมนักเรียนที่ไปเรียนภาษาอังกฤษที่เมืองนอก แล้วใช้เวลาเรียนนานนะ บางคนเกิดจากไม่ยอมทำการบ้านเอง ให้เพื่อนช่วยทำการบ้านให้ ไม่น่าเชื่อแต่ก็มีคนทำแล้ว  บางคนออกจากห้องเรียนกลับหอ chat กับเพื่อนที่เมืองไทย เพราะเวลากลางวันเมืองนอกตรงกับเวลากลางคืนที่เมืองไทย วัยรุ่นทั้งหลายนอนดึก เพราะออนเอ็มคุยกัน คุยกันทาง face book  hi5 แล้วแต่จะเลือก แล้วเมื่อไหร่ภาษาอังกฤษจะพัฒนา บางคนก็ต้องแอบไปทำงานเป็นเด็ก     เสริฟที่ร้านอาหารไทย เพราะที่บ้านส่งคนเดียวไม่ไหว ที่ต้องแอบทำงาน เพราะการทำงานนอกเขตมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย อย่าให้อิมมิเกรชั่นจับได้ล่ะ ถูกจับแน่ๆ คงเคยได้ยินข่าวที่เร็วๆนี้นักเรียนไทยกว่า 50คนถูกจับที่ Florida แล้วใช่ไหม น่าจะเป็นการจับครั้งใหญ่เลยเชียว เพราะฉะนั้นวางแผนให้ดีก่อนไปเรียนภาษาที่อเมริกา ถ้าไม่พร้อมด้วยการเงินเรียนที่เมืองไทยไปก่อนนิดหน่อย แล้วลองสอบ TOEFL สักครั้งว่าได้ถึง 61 คะแนนไหม ถ้าได้ค่อยคิดไปเรียนภาษาที่อเมริกา เพราะยังพอเห็นความหวังว่าจะสามารถพัฒนาได้ถึง 79 หรือ 80 ในเวลาไม่น่าจะเกิน 6 เดือน 79-80 เป็นคะแนนมาตราฐานที่มหาวิทยาลัยจะรับเราเข้าเรียนต่อปริญญาโท  เราไม่ได้สอบแค่ TOEFL อย่างเดียวนะ ถ้าคิดจะเรียนต่อปริญญาโทบริหารธุรกิจ ต้องสอบ GMAT อีกอย่าง หรือถ้าจะเรียนต่อปริญญาโทด้านอื่นก็ต้องสอบ GRE เพราะฉะนั้นผ่อนคลายภาระไปสักหนึ่งอย่างคือสอบ TOEFL ให้ได้เสียจากเมืองไทยดีกว่าไหม

Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: