ฟอร์มใหม่วีซ่าเข้าอเมริกา DS160


วีซ่านักเรียน วีซ่านักท่องเที่ยวเข้าอเมริกาเปลี่ยนแบบฟอร์มใหม่แล้ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 ไม่ใช้แบบฟอร์ม DS156, DS157 และ DS 158 ให้ใช้ฟอร์ม DS 160 ฟอร์มเดียว ดูเพิ่มเติมที่

http://bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas.html

หรือจะเข้าไปดู website หน้าที่มีรายละเอียดการกรอกฟอร์ม DS 160 และรูปถ่ายที่ http://bangkok.usembassy.govniv_visaforms_photoreq.html ก็ได้

รายละเอียดการกรอกข้อความ หรือคำถามที่ถามส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับแบบฟอร์มเก่า ในอดีตเราสามารถกรอกฟอร์มวีซ่าก่อน แล้วค่อยจ่ายค่า SEVIS I-901 FEE หรือจะเลือกทำการนัดหมายก่อน โดยยังไม่ได้กรอกฟอร์มวีซ่าก็ได้ แต่ฟอร์ม DS160 ในปัจจุบัน บังคับให้ต้องจ่ายค่า SEVIS I-901 FEE ก่อน เพราะต้องนำหมายเลขใน SEVIS I-901 ที่ได้ไปใช้ในการกรอกฟอร์มวีซ่า DS 160  เมื่อกรอกฟอร์มวีซ่า DS 160 เสร็จเรียบร้อย นักศึกษาจะได้รับ confirmation number ที่สามารถนำไปใช้ในการนัดหมายสอบสัมภาษณ์วัซ่าได้

สรุป จากประสบการณ์ในการเตรียมเอกสารวีซ่าให้นักศึกษา สิ่งที่ต้องทำตามลำดับมีดังนี้คือ
1. ชำระค่า SEVIS I-901 FEE ผ่านเว็บไซต์ http://www.fmjfee.com พิมพ์ใบเสร็จออกมา ในใบเสร็จจะมีหมายเลข Sevis ประจำตัวนักศึกษา (ข้อสังเกต หมายเลข Sevis ของนักศึกษาจะตรงกันกับหมายเลขตรง N number ที่อยู่เหนือ Barcode ในหน้าแรกของ I-20)

2. การกรอกฟอร์ม DS 160 ให้ไปที่เว็บไซต์  https://ceac.state.gov/GENNIV/General/complete/complete_gettingstarted.aspx?node=Getting%20Started คลิก start application เลือกเมืองที่จะสอบสัมภาษณ์ กรุงเทพ หรือเชียงใหม่   คลิก start a new application   คลิก test photo แล้ว upload รูปถ่ายขนาด 2 นิ้วคูณ 2นิ้วลงไปในกรอบที่จัดไว้ในแบบฟอร์ม สำหรับการ upload รูปถ่าย วิธีที่ง่ายที่สุดคือ scan รูปที่ร้านถ่ายรูปทำไว้ใส่ลงไปในกรอบภาพ ถ้าจะถ่ายรูปเองก็ทำได้แต่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ข้อควรระวังเรื่องรูป ให้ดูในเว็บไซต์สถานทูตอเมริกา http://bangkok.usembassy.gov/niv_visaforms_photoreq.html เมื่อ upload รูปเสร็จคลิก start a new application นักศึกษาบางท่า upload รูปไม่ได้ เพราะหลังจาก Upload รูป มีข้อความขึ้นว่า ศีรษะใหญ่ไปบ้าง หรือแสงมากไปบ้าง ไม่ต้องเป็นกังวล สามารถกรอกแบบฟอร์มให้เสร็จ และถือรูปถ่ายเข้าไปสอบสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตในวันสอบสัมภาษณ์ได้ โดยทางสถานทูตจะช่วย upload รูปให้

3.  กรอกฟอร์ม DS160 ตอบคำถามประมาณ 10 หัวข้อ ภายในเวลา 20 นาทีตามกำหนด ไม่จำเป็นต้องคลิก save ทุกหน้า ดูนาใิกาที่มุมล่างขวามือของหน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อตอบคำถามไปประมาณ 10-15 นาทีแล้ว ให้กด save ครั้งหนึ่ง ถ้าทำเสร็จไม่ทันภายใน 20 นาที ข้อมูลจะได้ไม่หายไปทั้งหมด ไม่ต้องเริ่มพิมพ์ใหม่ตั้งแต่ต้นอีก หาก save ไว้เราสามารถพิมพ์ใหม่ต่อไปได้หลายครั้งจนกว่าจะทำเสร็จ ในหน้าสุดท้ายมีคำถามเกี่ยวกับหมายเลข SEVIS NUMBER ของนักศึกษา ให้นำหมายเลขที่ได้จากข้อ 1 มาใส่ลงไปในช่องที่ต้องกรอก ถ้าเป็นวีซ่านักท่องเที่ยวจะไม่มีคำถามนี้ใน DS 160

4. หลังจากกรอกฟอร์ม DS 160 เสร็จให้ตรวจความเรียบร้อยของการกรอกข้อมูล เซ็นต์ชิ่อ e-signature โดยเราต้องกรอกหมายเลขหนังสือเดินทางและ code ตัวอักษรที่เขาให้มา

5. กด submit จะได้ confirmation number ซึ่งประกอบด้วย ชื่อ, สัญชาติ, หมายเลขหนังสือเดินทาง, วันที่กรอกข้อความเสร็จ, confirmation number, barcode, รูปถ่าย (กรณี Upload รูปไม่ได้ ตรงช่องรูปถ่ายจะเป็นเครื่องหมายกากบาท) ให้ print เอกสารที่มี confirmation number form นี้ออกมา เพราะต้องนำไปแสดงที่สถานทูตในวันสอบสัมถาษณ์

6.สำหรับการนัดสอบสัมภาษณ์วีซ่าไปที่เว็บไซต์ http:// thailand.us-visaservices.com กรอกฟอร์มทำการนัดหมายสอบสัมภาษณ์ตามปกติ มีคำถามเพิ่มขึ้นมาคือให้กรอกหมายเลข confirmation number ด้วย เมื่อได้ทำการยืนยันการนัดหมายสอบสัมภาษณ์เสร็จ ให้พิมพ์ใบนัดสอบสัมภาษณ์ออกมาด้วย

ส่วนเอกสารที่นำไปในวันสอบสัมภาษณ์ (ในเว็บไซต์สถานทูตสหรัฐอเมริกาอาจไม่ได้บอกไว้มากตามที่แสดงไว้ แต่จากประสบการณ์ที่นักศึกษาถูกถาม ขอแนะนำให้นักศึกษาเตรียมพร้อมนำหลักฐานข้างล่างนี้ไปทั้งหมด) มีดังนี้ คือ

1.   transcript

2.  ใบผ่านงาน(ถ้าเคยทำงาน) ระบุ ตำแหน่งงาน เงินเดือน วันแรกที่เข้าทำงาน

3.  ใบ confirmation number

4.  ใบเสร็จค่า  SEVIS I-901 FEE

5.  ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่าจ่ายที่ไปรษณีย์ จำนวน 4,620 บาท

6.  หนังสือรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ปกครอง

7.  บัญชีตัวจริง เช่น สมุดเงินฝาก หรือ statement ย้อนหลัง 6 เดือน

8. จดหมายรับรองการทำงานของผู้ปกครอง หากผู้ปกครองเป็นเจ้าของธุรกิจ ให้แสดงใบทะเบียนการค้าด้วย

9. นำหลักฐานการจ่ายเงินค่าซื้อ Pin นัดสัมภาษณ์จากไปรษณีย์ไปด้วย หากซื้อ Pin โดยตัดจากบัตรเครดิตให้ Print Pin Payment ไปเป็นหลักฐานให้สถานทูตประกอบการยื่นขอวีซ่า เพราะทางสถานทูตจะนำหลักฐานการซื้อ Pin ไปเช็คว่า ตรงกันกับที่นัดหมายสัมภาษณ์เข้ามาหรือไม่ ได้ทราบจากผู้ที่ไปยื่นขอวีซ่าบางท่านว่า ไม่ได้นำ Pin Payment เข้าไปให้ทางกงสุลดู ปรากฏว่า ทางสถานทูตให้ออกไปนอกสถานทูต เพื่อไป Print ใบยืนยันนี้ออกมาจากอีเมล์ของผู้ยื่นขอวีซ่า แล้วรีบนำกลับเข้าไปยื่นอีกครั้งในวันเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาได้ (Update ข้อมูล 21-07-2011)

Copyright@2010 Govisa All rights reserved

Advertisements
Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Comments

  • may  On July 15, 2010 at 10:08 am

    ขอรบกวนพี่หน่อยนะคะ พอดีเข้าไปคีย์DS 160เสร็จแล้วข้อมลูหายไปหมดค่ะแล้วหน้าจอบอกว่า session timed out ยังไงช่วยกวนตอบกลับให้หน่อยนะค๊ะ

    • govisa  On July 30, 2010 at 10:04 pm

      ให้น้องคลิกคำว่า save และทำตามขั้นตอนการ save ของเขา เมื่อเปิด website DS 160 ใหม่ ให้ตั้งต้นทำจาก upload previous file จะมีกรอบสี่เหลี่ยม และมีคำว่า browse อยู่ข้างท้าย ให้น้อง browse file ที่น้องเก็บไว้ น้องอาจเก็บไว้ที่ my document หรือ my computer อะไรก้ได้ พอ browse เสร็จจะถามชื่อให้ใส่ชื่อแรกของเรา 5 ตัวอักษร และถ้าจำไม่ผิด จะถามปีที่เกิด หลังจากนั้นก้เริ่มทำการกรอกต่อไปได้ เพราะฉะนั้นรัหว่างกรอก ถ้าน้องเห็นว่าจวนหมดเวลา ให้เริ่มต้น save ไว้เลย จะได้ไม่ต้องกรอกใหม่อยู่เรื่อยๆค่ะ ขอโทษถ้าพี่ตอบน้องช้าไปค่ะ

  • pet  On November 19, 2010 at 2:49 pm

    ใบสมัคร Ds 160 สามารถรีปริ้นได้ไหมคะในกรณีที่ไม่ได้ปริ้นใบมัครต้องทำอย่างไร
    ขอบคุณสำหรับทุคำตอบล่วงหน้า
    แพท

    • govisa  On November 23, 2010 at 12:08 am

      น้องหมายความว่าหลังจากกรอก DS 160 เสร็จสมบูรณ์จนได้ Confirmation Number ออกมาแล้วใช่ไหมคะ น้องจะ print
      1.หน้า Confirmation Number ซึ่งจะมีรูปหน้าน้อง บาร์โค้ด หมายเลข Confirmation Number ขึ้นต้นด้วย AAตามด้วยหมายเลข วันเดือนปีเกิด ฯลฯ
      2 น้องสามารถ Print Application ที่กรอกเสร็จแล้ว จะมีอยู่ประมาณ 3 หน้า สำหรับคนที่มีรายละเอียดน้อย เช่นไม่เคยเข้าอเมริกา เลยไม่ต้องให้รายละเอียดตอนกรอกฟอร์มค่ะ หรือไม่เคยขอวีซ่าเข้าอเมริกา หรือไม่เคยทำงานที่ใดเลย แต่ถ้าน้องคนใดมีรายละเอียดคำถามดังกล่าวมาก ตัว Application ที่น้องจะ print ออกมา จะมีประมาณ 4 หน้าค่ะ
      แต่ถ้าคำถามน้องหมายถึง Print ตัวฟอร์ม DS 160 ที่ยังไม่ได้กรอก ทำไม่ได้ค่ะ เพราะถ้าไม่ได้กรอกข้อความใด น้องจะไม่สามารถกรอกฟอร์มหน้าถัดไปได้ค่ะ

  • ขอรบกวนตอบหน่อยเหอะ  On December 7, 2010 at 10:35 pm

    น้องขอรบกวนหน่อยเหอะจะบ้าตายอยู่แล้ว รูปโหลดมาไม่ได้นั่งกรอกแล้วก้อหาย น้องช่วยบอกเรื่องรูปหน่อยเหอะน้องรับกรอกไหมเนี้ย ช่วยตอบหน่อยเถอะปวดหัวมากทำยากกว่าปีที่แล้วปีที่แล้วยังไม่ขนาดเนี้ยเล้ย

    • govisa  On December 8, 2010 at 5:43 am

      ถ้าโหลดรูปไม่ได้ไม่เป็นไรค่ะ เพราะให้ทำไปจนจบขั้นตอนของการกรอกคำถามวีซ่า แล้วนำรูปเข้าไปให้สถานทูตด้วยเป็นรูปขนาด 2 * 2 นิ้วค่ะ สถานทูตจะ scan รูปลงใน passport ให้ค่ะ ไม่ยากค่ะ ส่วนจะให้ทำให้ก็ยินดีช่วยนะคะ

  • chonnicha  On December 15, 2010 at 5:28 pm

    คือได้ใบคอนเฟิร์มออกมาแล้วนะคะ แต่ทีนี้มีข้อมูลบางอย่างกรอกผิด สามารถแก้ไขได้ยังไงคะ

    • govisa  On December 16, 2010 at 10:53 pm

      ถ้ายังไม่ได้เข้าไปกรอกฟอร์มจองคิวนัดสัมภาษณ์ แก้ไขได้ค่ะ ด้วยการพิมพ์ใหม่ จะได้ Confirmation Number ใหม่ค่ะ แต่ถ้าเข้าไปกรอกฟอร์มนัดสัมภาษณ์วีซ่าแล้ว ไม่ต้องแก้ไขค่ะ เหตุผลที่ไม่ต้องแก้ไข เพราะเราได้กรอกหมายเลข Confirmation Number ไปในฟอร์มนัดแล้วค่ะ ถ้าสิ่งที่กรอกผิดไม่ใชชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด และหมายเลขหนังสือเดินทาง ก็ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะเมื่อเข้าไปในสถานทูต ผู้ยื่นคำร้องสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าตรงนี้กรอกผิด จะทำอย่างไร ใช้หมึกขาวลบแก้ไขได้ไหม หรือแจ้งให้กงสุลทราบตอนถูกเรียกเข้าไปสัมภาษณ์ก็น่าจะได้ค่ะ

  • mas  On December 16, 2010 at 11:40 am

    รบกวนถามหน่อยค่ะแล้วถ้าจะขอวีซ่าท่องเที่ยว ไม่ใชวีซ่านักเรียน ขั้นตอนการขอวีซ่าเหมือนกันหรือเปล่าคะ คือต้องเข้าไปจ่ายเงิน SEVIS I-901 FEE ก่อน และทำตามขั้นตอนที่คุณแนะนำไว้ใช่มั๊ยคะ
    1.จ่ายเงิน SEVIS I-901 FEE
    2.กรอกแบบฟอร์ม DS 160 โหลดรูป และปริ้นออกมา
    3.นัดวันสัมภาษณ์
    4.เตรียมเอกสารไปสัมภาษณ์
    ช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On December 16, 2010 at 10:44 pm

      1. วีซ่านักท่องเที่ยวไม่ต้องจ่ายค่า Sevis I-901 ค่ะ Sevis I-901 จ่ายเฉพาะวีซ่านักเรียน (F-1) และวีซ่าของนักเรียนทุนที่มีชื่อเรียกว่า J-1 ค่ะ ดูรายละเอียดเรื่องค่าธรรมเนียมวีซ่าได้ที่ http://bangkok.usembassy.gov/niv_visafees.html
      2. ลำดับขั้นตอน 2,3,4 ถูกแล้วค่ะ
      3. มีเพิ่มเติมคือ วีซ่านักท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียน มีค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ต้องจ่ายที่ไปรษณีย์เหมือนกัน คือ 4,200 บาทด้วย (จากราคาเดิม 4,620 บาท) ไม่ต้องตกใจเรื่องราคาค่าวีซ่าที่ต้องจ่ายที่ไปรษณีย์ การเปลี่ยนแปลงราคาเกิดขึ้นโดยสถานทูตอเมริกาเป็นผู้กำหนด และจะแจ้งให้ไปรษณีย์ทราบ การเปลี่ยนแปลงคาดว่าสืบเนื่องจากค่าเงินบาทแข็งขึ้นค่ะ
      สรุป ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน มี 2 จำนวนใบเสร็จ คือ ใบเสร็จที่จ่าย 4,200 บาmที่ไปรษณีย์ กับใบเสร็จที่จ่ายค่า Sevis I-901 จำนวน 200 เหรียญค่ะ
      ค่าธรรมเนียมวีซ่านักท่องเที่ยวมีใบเสร็จจำนวน 1 ใบ คือ 4200 บาท จ่ายที่ไปรษณีย์ใบเดียวค่ะ

  • Benben  On December 18, 2010 at 4:17 pm

    ถ้าไม่ได้ Print out Comfirmation page และไม่ได้ให่ส่งทาง e-mail แต่จองวันสัมภาษณ์ไปแล้วจะทำอย่างไรดีคะ (print out ได้แต่หน้า Application หน้าแรกที่มี รูป และ Barcode ที่มี Comfirmation number ค่ะ)

    • govisa  On December 18, 2010 at 10:32 pm

      เอกสารที่ต้องใช้ยื่นขอวีซ่า คือ เอกสารที่มีรูปหน้าน้อง Barcode และ Confirmation Number เท่านั้นค่ะ ส่วนที่เป็นรายละเอียด ที่น้องตอบคำถามตอนกรอกฟอร์มวีซ่าไม่ได้ใช้ค่ะ น้องบางคนเก็บส่วนที่กล่าวมาใช้เป็นการทบทวนความจำว่า ตนเองกรอกอะไรไปบ้างเท่านั้นเองค่ะ แต่ถ้าหากน้องมีการกด Save บ้างระหว่างกรอกฟอร์มวีซ่า น้องสามารถกลับไปที่หน้ากรอกฟอร์ม DS160 คลิกเลือกสถานที่ และคลิกคำว่า Upload previous form แล้วคลิก browse หน้าที่น้องกด Save ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ น้องก็ยังคงสามารถหารายละเอียดที่น้องตอบไปได้ค่ะ แต่ถ้าหมายเลข visa identification number เปลี่ยนไปก็อย่าทำต่อ เพราะพี่เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อการนัดสัมภาษณ์ เนื่องจากตอนนัดใช้ confirmation number คนละหมายเลขกัน ที่ต้องแนะนำให้ตรวจตรงนี้ด้วย เพราะพี่สังเกตว่า website การกรอกฟอร์มวีซ่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เช่น ก่อนหน้านี้ตอนกรอกฟอร์ม DS 160 ใหม่ๆ จะไม่มีหมายเลข visa identification ขึ้นมาตอนช่วงที่เราเริ่มกรอกฟอร์ม ไม่นานมานี้เองเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลง มีหมายเลข visa identification ขึ้นมาตั้งแต่เริ่มกรอกฟอร์ม โดยมีคำชี้แจงว่าเพื่อง่ายต่อการ save และกลับไปเริ่มกรอกต่อจากที่เรา save ไว้ได้เลย หมายเลข visa identification กับ confirmation number ที่เราจะได้รับตอนจบการกรอกฟอร์ม จะเป็นหมายเลขเดียวกันค่ะ

  • น้องคะน้า  On December 21, 2010 at 10:01 am

    ถ้าลืม print out หน้า Application ออกมา จะกลับไป print ใหม่ต้องทำยังงัยคะ ตอนนี้ print ได้แต่หน้า comfirmation number หรือต้องไปกรอกสมัครใหม่เลยรึเปล่าคะ

    • govisa  On December 21, 2010 at 9:54 pm

      ถ้าน้องยังไม่ได้ทำการนัดสอบสัมภาษณ์วีซ่า กรอกใหม่ก็ได้ค่ะ แต่หมายความว่า น้องจะได้ Confirmation Number หมายเลขใหม่ด้วยค่ะ ถ้า Confirm คิวนัดสัมภาษณ์วีซ่าไปแล้ว ลองเข้าไปใน website ที่กรอก DS160 แล้วลองคลิกคำว่า Upload previous file ดูค่ะ จะสามารถ print application 3-4 หน้าออกมาได้ค่ะ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องทำการ Upload กับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมที่เคยกรอกฟอร์มวีซ่านะคะ พี่คิดว่ามันน่าจะยังมี Save ไว้อยู่ ถ้าไม่มีใครไปลบทิ้งนะคะ อย่างไรก็ตาม พี่เคยเห็นน้องบางคนไปกรอกเครื่องที่ร้านอินเตอร์เน็ตให้เช่า ไม่แน่ใจว่าร้านพวกนี้เขามีการ delete file ตอนเย็นหลังปิดร้านหรือเปล่าค่ะ น้องไม่ต้องเป็นกังวลกับหน้า Application ค่ะ เพราะถ้าน้องกรอกเอง น้องน่าจะจำได้ว่าเคยตอบคำถามว่าอย่างไรบ้างค่ะ เพราะสถานทูตเขาไม่ได้ขอดูหน้า Application เลยค่ะ เขาสามารถ load ได้จาก Confirmation Number และ Barcode ค่ะ

  • Ple  On December 30, 2010 at 9:18 am

    ถ้าต้องการย้ายที่เรียนภาษา
    ต้องมีการกรอก I-20 และ I-901 ใหม่หรือไม่คะ
    พอดีว่าอยากย้ายที่เรียนคะ แต่ตอนนี้ กรอกทั้ง I-20 และ เสียค่าธรรมเนียม I-901 ไปแล้ว
    รวมถึงจองวันนัดสัมภาษณ์(ผ่านทาง Call center ไปแล้วด้วยคะ )
    ควรทำอย่างไรดีคะ

    • govisa  On December 30, 2010 at 8:48 pm

      ถ้าน้องดำเนินการไปทั้งหมดแล้วตามท้ายคำถาม ขอให้น้องเดินหน้าต่อไป คือ เข้าไปสอบสัมภาษณ์ในวันที่นัดหมายไว้ค่ะ อย่างไรก็ตามขออธิบายคำถามข้างต้นซึ่งแบ่งออกเป็น 2 คำถามย่อยคือ

      1. ต้องการย้ายที่เรียนภาษาต้องมีการกรอก I-20 ใหม่หรือไม่?

      ถ้าต้องการเปลี่ยนที่เรียน ก็ต้องสมัครสถานศึกษาใหม่ ให้ได้จดหมายตอบรับที่น้องเรียกว่า I-20 ค่ะ และน้องควรแจ้งสถานศึกษาใหม่ด้วยว่าน้องเคยเรียนที่ใดมาก่อน ขณะเดียวกันน้องต้องกรอก transfer form แจ้งทั้งสถานศึกษาเก่าและใหม่ เพื่อให้สถานศึกษาใหม่ใช้หมายเลข Sevis I-901 เดิมของน้องได้ โดยน้องไม่ต้องจ่ายเงินค่า Sevis I-901 ใหม่ค่ะ
      อนึ่ง คำถามของน้องดูเหมือนว่า น้องเคยมีวีซ่านักเรียนแล้ว และเคยไปเรียนที่สหรัฐอเมริกาแล้วใช่ไหมคะ ถ้าน้องอยู่ในสหรัฐอเมริกาแล้ว การเปลี่ยนที่เรียนไม่ต้องขอวีซ่าใหม่ ยกเว้นน้องกลับมาอยู่เมืองไทยเกินกำหนด 5 เดือนที่กฎหมายสหรัฐกำหนดไว้ น้องต้องขอวีซ่าใหม่ค่ะ แต่ถ้าพี่เข้าใจผิด น้องยังไม่ได้เดินทางเข้าไปในสหรัฐอเมริกา น้องเพิ่งขอวีซ่าครั้งแรก อันที่จริงการเปลียนใจสมัครที่เรียนภาษาใหม่ ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่า Sevis I-901ใหม่ ใช้อันเดิมได้ จะได้ไม่ต้องเปลืองเงินอีก 200 เหรียญค่ะ

      2.ต้องมีการกรอก I-901 ใหม่หรือไม่?

      พี่ได้อธิบายไว้ที่ท้ายข้อ 1 แล้ว อย่างไรก็ตาม น้องสามารถเช็คว่าน้องต้องจ่ายค่า Sevis I-901 ใหม่หรือไม่ โดยการเข้าไปที่ http://www.fmjfee.com แล้วคลิกที่คำว่า check status แต่ดูจากคำถามที่น้องเขียนมาถามพี่ น้องดำเนินการทุกขั้นตอนเสร็จสมบูรณ์แล้ว จนทราบวันนัดสอบสัมภาษณ์แล้ว พี่จึงตอบน้องตั้งแต่แรกไปว่า ให้เตรียมเอกสารและเตรียมตัวให้พร้อมไปสอบสัมภาษณ์ค่ะ ถ้ามีอะไรสงสัยอีก หรือพี่เข้าใจคำถามน้องผิดไปจากที่น้องต้องการ น้องเขียนมาถามใหม่นะคะ

  • Ple  On December 31, 2010 at 12:50 pm

    ขอบคุณพี่ที่ช่วยตอบคำถามให้นะคะ
    เป็นครั้งแรกคะที่น้องจะสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา
    ยังไม่เคยไปเรียนที่อเมริกา และไม่เคยเดินทางเข้่าอเมริกาเลยคะ
    ตอนแรกเลือกที่เรียนภาษาที่นิวเจอร์ซี่ และได้ดำเนินการติดต่อโรงเรียน, กรอก DS160 และ I901 เรียบร้อยแล้ว รวมถึงการโทรนัดวันสัมภาษณ์
    แต่พอมาหาข้อมูลทีหลังพบว่ามีอีก รร.นึงที่โคโลราโด น่าสนใจเพราะมีทั้งคอร์สภาษาและคอร์ส Certificate ที่คิดว่าจะเรียนต่อ เลยอยากจะเปลี่ยนใจย้่าย รร. เพราะจะได้เริ่มที่โคโรลาโด ไปเลย
    เพราะไม่อยากจะเสียเวลาย้า่ยรัฐ (เนื่องจากเพิ่งเคยไปครั้งแรกและยังไมไ่ด้ชำนาญมาก การย้่ายรัฐจะยุ่งยากมั๊ยคะ)
    ถ้า ณ ตั้งแต่วันนี้ เปิ้ลจะส่งเอกสาร ไปที่ที่เรียนใหม่ เพื่อขอ i20 และถ้าได้การตอบรับกลับมา เปิ้ลจะต้องมากรอก DS160 ใหม่ และ ต้องเข้าไปกรอก I901ใหม่หรือไม่คะ เพราะหมายเลขของ I901 ก็คือ SEVIS ID ของ I20 (มันเกี่ยวข้องกันใช่มั๊ยคะ)
    ดังนั้นถ้าที่รร.ใหม่ออก I-20 มาให้เปิ้ลใหม่ ก็ต้องมีเลขที่ของ SEVIS ID ใหม่ด้วยใใช่มั๊ยคะพี่ ดังนั้น เราก็ต้องกรอก I901 ใหม่เพราะในระหว่างที่กรอก i901 จะมีถามเกี่ยวกับเลข SEVIS ID ซึ่งถ้ากรอกใหม่ก็ต้องเสียเงินอีก $200
    ฝากพี่ช่วยตอบให้น้องเปิ้ลหน่อยนะคะ เพราะสับสนมากว่าควรจะทำไงดี ขอบคุณมากๆ คะ

    • govisa  On January 1, 2011 at 10:10 pm

      1. น้องบอกได้ไหมคะว่าโรงเรียนที่ New Jersey กับโรงเรียนืั้ Colorado ชื่ออะไรคะ
      2. น้องเพิ่งเรียนจบ หรือทำงานแล้ว ถ้าทำงานแล้ว ทำมานานกี่ปีคะ
      คำถามทั้ง 2 ข้อพี่ต้องการดูความน่าเชื่อถือของสถานศึกษาที่จะไปเรียน และความเป็นไปของตัวน้อง ซึ่งพี่พอจะบอกได้ว่าหลังจากเห็นเอกสาร กงสุลจะเชื่อว่า น้องไปแล้วจะกลับเมืองไทยด้วยหรือไม่ ถ้าชื่อของโรงเรียนภาษาใน Colorado ดูเป็นหลักเป็นฐานก็คุ้มค่าที่น้องจะเปลี่ยน I-20 ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ค่ะ การเปลี่ยนที่เรียน น้องได้ I-20 ใบใหม่มา ต้องกรอก DS 160 ใหม่ค่ะ ส่วน Sevis I-901 ให้เข้าไปดูที่ http://www.fmjfee.com แล้วคลิกที่คำว่า check status ค่ะ พี่คิดว่าน้องอาจไม่ต้องจ่ายใหม่ ใช้ของเก่าได้ค่ะ แต่ถ้าไม่มั่นใจเขียนอีเมล์ไปถามทางโรงเรียนใน Colorado ด้วยโดยเล่าความจริงนะคะว่า เราคยสมัครที่เรียนภาษาใน New Jersey และทำการกรอก Ds160 กับจ่าย Sevis I-901 และทำคิวนัดไปแล้ว น้องต้องบอกหมายเลข Sevis ID (ที่น้องเขียนมาถามพี่) ให้โรงเรียนใหม่ใน Colorado ทราบด้วยหรือไม่ค่ะ ถ้าไม่ต้องบอกหมายเลขเก่า น้องอาจต้องเสีย Sevis I-901 ใหม่ค่ะ อย่างไรก็ตาม น้องไม่ต้องกังวล เพราะเมื่อน้องเข้าไปที่ http://www.fmjfee.com น้องกรอกชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด เครื่องมันจะตัดสินใจให้เราเลยว่าจ่ายแล้วหรือยังไม่จ่ายค่ะ

      • Ple  On January 2, 2011 at 9:13 am

        ขอบคุณพี่นะคะที่ตอบคำถาม
        สำหรับคำถามที่พี่ถามมา น้องขอตอบดังนี้คะ
        1. รร. ที่ Colorado คิอ university of colorado at boulder
        รร. ที่ NJ คือ Rutgers University (Newark campus)
        2. ประสบการณ์ทำงาน 10 ปี

        น้องได้เขียนอีเมล์ไปบอกทาง โรงเรียนที่ Colorado และเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทางโรงเรียนได้รับทราบ รวมถึงได้แจ้ง SEVIS ID ที่ได้รับมาจากทาง New Jersey ตามคำแนะนำของพี่แล้วนะคะ
        น้องควรไปเลื่อนวันนัดสัมภาษณ์มั๊ยคะ เพราะไม่แน่ใจว่า ข้อมูลของ I-901 และ DS 160 จะต้องกรอกล่วงหน้าก่อนวันไปสัมภาษณ์กี่วัน (ไม่แน่ใจว่ากฏเกณฑ์ในการกรอกเอกสารทางออนไลน์ต้องกรอล่วงหน้าก่อนวันไปสัมภาษณ์กี่วัน คะ)

      • govisa  On January 2, 2011 at 10:18 am

        ดีทั้ง 2 โรงเรียนเลยค่ะ น้องต้องเลื่อนวันสัมภาษณ์ และทำนัดสัมภาษณ์อีกครั้ง น้องต้องกะระยะเวลาดีๆว่า I-20 จะมาทันเวลาไหมค่ะ เพราะ Pin Number ที่ใช้นัดสัมภาษณ์จะเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงวันนัดได้ไม่เกิน 3 ครั้ง โดยต้องทำการยกเลิกวันนัดเก่าไปก่อนค่ะ เพราะฉะนั้น พี่ขอแนะนำให้น้องประสานกับทาง U.of Colorado at Boulder ไปเลยว่า น้องยินดีเสียค่าส่งด่วนกลับจาก USA มาไทย ค่าส่งด่วนเท่าไร จะให้น้องตัดเงินจากบัตรเครดิตก็ให้ U ส่ง Form มา แต่ถ้าจะให้ซื้อ Draft ส่งไป น้องจะส่งด่วนไปให้ค่ะ และให้เขาบอกน้องมาด้วยว่า เขาส่งออกมาเมื่อไร หมายเลข tracking number ของเอกสารคืออะไร ชื่อบริษัทที่เขาใช้ส่ง เช่น Fedex หรือ DHL น้องจะได้ติดตามสถานะเอกสารของน้องได้ และคำนวณได้ว่า ควรเลื่อนการนัดหมายไปเป็นเมื่อไรค่ะ ระหว่างนี้ก็เตรียมเอกสารขอวีซ่าไปพลางๆก่อนได้ค่ะ ส่วน DS 160 หรือ Sevis I-901 ไม่ได้มีกำหนดเวลาว่า ต้องกรอกล่วงหน้ากี่วัน เพียงแต่เราควรทำก่อน เพื่อไม่ให้ฉุกละหุกค่ะ บางคนที่บ้านไม่มี printer ต้องไปอาศัยบ้านเพื่อนค่ะ โชคดีนะคะ

  • Ple  On January 2, 2011 at 11:00 pm

    พี่คะ ขอบคุณมากๆ คะที่ช่วยตอบคำถามที่น้องสงสัยหลายอย่าง
    มีข้อสงสัยอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ PIN สำหรับใช้ในการจองวันนัดสัมภาษณ์คะ
    น้องเคยซื้อ PIN ผ่านทาง Call center โดยในครั้งแรกที่จองไปนั้น น้องจองผ่าน Call center แต่ไม่แน่ใจว่า PIN ที่ได้มา สามารถนำไปใช้จอง / เลื่อนวันทางอินเตอร์เน็ตได้ด้วยตัวเองหรือไม่เพราะว่า น้องลองเข้าไปใน https://thailand.us-visaservices.com ลองทำการ Register ก็ได้ user name และ Password มาเพื่อเข้าไปดูสถานภาพของตัวเองในการนัดสัมภาษณ์ ได้ และสามารถดูวันที่ว่างได้ด้วย
    แต่ไม่กล้าคลิกเปลื่ยนวันหรือเลื่อนนัดผ่านทางเว็บคะ เพราะเกรงว่า PIN ที่ซื้อกับ Call center จะใช้ทำการเลื่อนนัดด้วยตัวเองผ่านทางเว็บไซต์ไม่ได้
    ขอบคุณมากๆคะพี่

    • govisa  On January 3, 2011 at 4:08 pm

      ไม่ได้ค่ะ เพราะราคาไม่เท่ากัน ให้น้องไปที่เว็บไซต์สถานทูตสหรัฐอเมริกา http://bangkok.usembassy.gov เข้าไปอ่านในหัวข้อวีซ่าชั่วคราว เกี่ยวกับการนัดสัมภาษณ์วีซ่า จะมีตัวหนังสือสีน้ำเงินที่เขียนว่า ” โปรดไปที่หน้าการซื้อและการใช้งานหมายเลขเฉพาะบุคคล (Pin)” น้องลองคลิกเข้าไปดูจะเป็น power point ข้างล่าง

      http://bangkok.usembassy.gov/uploads/O0/2t/O02tTMhEsjrIRIBgOS_y2Q/pinhowto_english.pdf

      ใน power point จะอธิบายว่าราคาค่านัดสัมภาษณ์ทางอินเทอร์เน็ต 12 เหรียญ ส่วนราคาค่านัดทางโทรศัพท์ 20 เหรียญ ใน PPT หน้า 5 จะเขียนว่า “PIN are not refundable,web and live agent service Pins are not interchangeable, and ownership transfer is not possible” ถ้าน้องจะนัดทางอินเทอร์เน็ตก็ต้องไป cancel ทางโทรศัพท์ก่อน แล้วซื้อ Pin ใหม่จะเป็นที่ไปรษณีย์ หรือ ตัดเงินค่า Pin ผ่านบัตรเครดิตก็ได้ค่ะ ประมาณเงินไทยคือ 360 บาท ราคาเงินบาทเปลี่ยนแปลงได้ โดยสถานทูตเป็นผู้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม ณ เวลานั้นๆค่ะ ถ้าซื้อ Pin ที่ไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะบอกราคาให้ แต่ถ้าจะตัดจากบัตรเครดิต จะปรากฏราคาในหน้า website ที่ให้เราแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรเครดิตค่ะ

  • Fang  On January 4, 2011 at 6:17 pm

    สวัสดีค่ะ พอดีมีปัญหาเรื่องกรอกใบสมัครผิดค่ะ ขอรบกวนพี่ช่วยตอบคำถามด้วยนะคะตอนนี้เป็นกังวลมากๆ
    เป็นครั้งแรกที่หนูขอวีซ่าอเมริกาและขอวีซ่านักท่องเที่ยวค่ะ หนูยังเป็นนิสิตมหาลัยอยู่ปีสาม คือจะไปเที่ยวและไปเยี่ยมพ่อแม่แฟนที่โน่นซัมเมอร์นี้ค่ะ โดยแฟนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ตอนนี้กำลังเตรียมเอกสารอยู่แต่ทำกันเองกับแฟนก็หาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตค่ะ พอดีกรอกข้อมูลวันที่ที่จะไปผิด หนูกรอกในใบสมัครเป็น ” Intended Date of arriveal: 10 may 2011″ แต่ความจริงควรจะเป็น ” 10 March 2011″ เพราะหนูปิดซัมเมอร์สามเดือน March,April,May ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่หนูจะไปเดือนพฤษภาคมเพราะมันใกล้จะเปิดเรียนเค้าอาจจะเข้าใจผิดว่าหนูจะเลิกเรียนแล้วไรงี้เปล่า แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ยังไงหนูก็จะกลับมาเรียนพันเปอร์เซ็น แต่ปัญหาคือหนูได้วันสัมภาษณ์และจ่ายค่าธรรมเนียมทุกอย่างแล้ว วันที่สิบมกราคมนี้ มันจะมีผลอะไรมั้ยคะ ถ้าหากหนูจะทำใบสมัครใหม่แล้วหนูต้องไปสัมภาษณ์ครั้งนี้มั้ย หรือว่าหนูควรทำอย่างไรดีคะ รบกวนพี่ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ

    • govisa  On January 4, 2011 at 10:06 pm

      ไปสัมภาษณ์วันที่ 10 มกราคมนี้หมือนเดิมค่ะ เอา Transcript ของมหาวิทยาลัยที่กำลังเรียนปริญญาตรี และจดหมายรับรองความเป็นนิสิตไปด้วยค่ะ ถ้ากงสุลถามว่าจะเดินทางไปอเมริกาเมื่อไหร่ ให้บอกวันที่ 10 มีนาคมตามความตั้งใจค่ะ แต่ในแบบฟอร์ม DS 160 ที่กรอกผิด ให้ชี้แจงกงสุลตามความเป็นจริงว่าเลือกเดือนผิด แล้วตรวจทานไม่ดีตอนที่มีให้ review ตอนสุดท้ายค่ะ เมื่อทำการนัดวันสัมภาษณ์เสร็จแล้วเพิ่งเห็นค่ะ พี่คิดว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรง น้องบอกกงสุลได้อีกด้วยว่า มหาวิทยาลัยน้องปิดเทอมเมื่อไร และจะเปิดเทอมเมื่อไร หรือจะ print จากเว็บไซต์มหาวิทยบาลัยน้องว่า เปิดเทอมปี 2554 เมื่อไรไปให้เขาดูก็ได้ค่ะ ที่พี่คิดว่าน้องควรเป็นกังวล คือ ใครเป็น sponsor มากกว่า จากที่น้องเขียนมาว่า แฟนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้พีไม่แน่ใจว่า ถ้าพ่อแม่แฟนเป็น sponsor เขาก้ไม่ใช่ญาติแท้ๆของเรา ประเด็นนี้ต่างหากที่กงสุลอาจถามได้ว่า แล้วทำไมคุณพ่อคุณแม่น้องจึงไม่เป็น sponsor ให้ค่ะ และอาจถามเลยไปด้วยซ้ำว่า รายได้พ่อแม่น้องอยู่ในเกณฑ์อย่างไร เป็นต้นค่ะ

      ส่วนคำถามที่ถามว่า จะกรอกฟอร์ม DS160 ใหม่ พี่ไม่เห็นด้วย เพราะหมายเลข Confirmation Number จะเปลี่ยนไปไม่ตรงกับที่เราแจ้งไว้ในฟอร์ม DS 160เดิมค่ะ

      • Fang  On January 5, 2011 at 6:14 pm

        พี่คะขอบคุณมากนะคะที่ช่วยตอบคำถามและให้คำแนะนำ
        ตอนนี้บอกตรงๆว่ายิ่งกังวลมากกว่าเดิมอีก เหมือนรู้ตัวแล้วว่าเราต้องผิดหวังกลับมาแน่ๆเพราะตอนแรกคิดว่าจะใช้แค่statement ของแฟนและครอบครัวแฟนก็น่าจะได้ สำหรับครอบครัวหนูถึงจะไม่ยากจนแต่เราก็ไม่มีเงินหมุนเข้าออกเป็นล้านๆ พ่อแม่ก็เป็นเกษตรกรทำนาเกือบร้อยไร่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นเจ้าของนาทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่เช่าเขา และก็มีเครื่องจักร เช่น รถแมคโคร รถเกี่ยวข้าว และรถแท๊คเตอร์ รถยนต์ แต่ทรัพย์สินพวกนี้บางส่วนยังผ่อนเขาอยู่เลยและถ้าจะเอาเอกสารเกี่ยวกับ ทะเบียนหรือใบยืนยันว่าเรามีทรัพย์สินจริง ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เพราะผ่อนอยู่ใครเขาจะให้เอกสารพวกนั้นมา มีแค่ใบซื้อขายไรพวกนี้ ถ้าหากต้องเอาไปใช้สัมภาษณ์มันยิ่งจะไม่ทำให้เราดูแย่เหรอคะ บอกตรงๆว่าหนูหมดหวังจริงๆ เล่าให้แฟนฟังเกี่ยวกับคำแนะนำของพี่และอะไรที่กงศุลจะถามเรา เค้าก็ถึงกลับเศร้าไปเลย เค้าเองก็ปรึกษาญาติๆเค้าว่าจะเอาไงดี ถ้าไม่ได้จริงคงต้องแต่งงาน แต่ถึงหนูจะไม่ได้วีซ่าครั้งนี้แฟนเองเค้าก็จะกลับมาเมืองไทยค่ะ แต่เค้าก็อยากให้เราไปเจอพ่อแม่เค้าไรงี้ เค้าถึงกับบอกว่า ผมไม่ไหวละจะจ้างใครก็ได้ให้ช่วยคุณทำเรื่องวีซ่านี้ “it makes me sick in my stomach this is unbelievable!” พี่คะรบกวนอีกนิดขอคำแนะนำด้วยนะคะ
        ขอบคุณล่วงหน้ามากๆเลยค่ะ

      • govisa  On January 6, 2011 at 10:17 pm

        ให้น้องลองดูกฎเกณฑ์การทำวีซ่าคู่หมั้น K1 พี่ไม่มีความถนัดในเรื่อง visa K-1 อย่างไรก็ตาม พี่ลอง search ดู มีบางเว็บไซต์เขียนเกี่ยวกับเรื่องวีซ่าคู่หมั้นได้น่าสนใจ คือ
        1. http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=640a3e4d77d73210VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=640a3e4d77d73210VgnVCM100000082ca60aRCRD เว็บแรกเป็นเว็บที่เป็นทางการของรัฐบาลอเมริกันที่อธิบายเรื่องวีซ่าคู่หมั้นและแบบฟอร์ม
        2. http://www.siam-legal.com/US_Visa/k1-visa-thailand-thai.php
        3. http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=mrsmurtaugh&month=20-07-2007&group=2&gblog=6
        ถ้าน้องค้นดูใน google จะมีอีกหลายเว็บไซต์ ลองดูหลายๆเว็บไซต์เปรียบเทียบกันค่ะ แต่ถ้าน้องจะขอวีซ่านักท่องเที่ยวตามความตั้งใจเดิม ลองถามคุณพ่อคุณแม่ว่า เรามีญาติคนไหนที่สนิท และมีฐานะการเงินดีพอที่จะเป็น sponsor ให้ได้บ้างหรือไม่ค่ะ

  • Pat  On January 4, 2011 at 9:30 pm

    ถ้า passport information ใน DS160 ไม่เหมือนกับตอนที่ไปสัมภาษณ์จะมีปัญหามั๊ยคะ คือpassportหมดอายุปลายAug2011อ่ะคะ เลยจะยังต่ออายุไม่ได้จนถึงปลายFeb แล้วกลัวว่าถ้ารอpassportใหม่แล้วค่อยนัดวันสัมภาษณ์ มันจะเต็มอะคะ ต้องเดินทางกลางMayอ่ะคะ ทำยังไงดีคะ
    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On January 4, 2011 at 10:20 pm

      พี่คิดว่าน่าจะรอ passport เล่มใหม่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ดีกว่าค่ะ คิวนัดสัมภาษณ์คงไม่เต็มมากขนาดนั้นหรอกค่ะ เพราะถ้าน้องไปทำ passport ใหม่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ทันที จะใช้เวลา 3 วันในการไปรอรับ Passport เล่มใหม่ที่กรมกงสุลด้วยตัวเอง กลับมาถึงบ้านวันนั้น ให้รีบกรอกฟอร์ม DS 160 เลยค่ะ วันที่ว่างที่จะให้นัดได้โดยทาง Outsource ของสถานทูตจะปล่อยวันว่างออกมาให้ทำการจองนั้นจะไม่เกินประมาณ 2-3 อาทิตย์เท่านั้น เช่นถ้าน้องเข้าไปในเว็บไซต์ที่นัดในวันที่ 1 มีนาคม น้องจะเห็นวันว่างประาณ2-3 อาทิตย์แรกของเดือนมีนาคมเท่านั้นค่ะ ปลายเดือนมีนาคมจะยังไม่มีแถบสีเขียวระบายในช่องสี่หลี่ยม เพื่อแสดงว่าว่างค่ะ

  • mas  On January 7, 2011 at 7:41 pm

    *เข้าไปดูวันนัดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2011 แล้วน่ะค่ะ จนวันนี้ยังไม่เห็นมีวันว่างเลยค่ะ
    ไม่ทราบว่าควรจะเข้าไปเช็คตอนไหนดีคะ ถึงจะได้วันนัดซักกะที
    *กรอกแบบฟอร์มไว้ว่าจะเดินทางประมาณ 10 มกราคม 2011 ไม่คิดว่าจะไม่มีคิวว่างเลย
    อย่างนี้ต้องกรอกแบบฟอร์มใหมรึเปล่าคะ แล้วใช้ PIN เดิมได้มั๊ยคะ
    หรือว่าต้องซื้อ PIN ใหม่ด้วยคะ
    หรือว่าสามารถแจ้งเค้าตอนสัมภาษณ์ได้คะว่าเราต้องเลื่อนวันเดินทางเพราะยังไม่ได้วีซ่า
    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On January 7, 2011 at 10:07 pm

      พี่คิดว่าน้องรีบเขียน ที่จริงคือเดือนธันวาคม 2010 ใช่ไหมคะ ขอตอบคำถามน้องเป็นข้อๆดังนี้ คือ
      1. ปกติ outsource ของสถานทูตจะปล่อยวันนัดที่ว่างๆออกมาให้ทุกคนจองแค่เดือนเดียวค่ะ เราจะไม่เห็นของเดือนอื่นๆ ยกเว้น ถ้าเป็นปลายเดือนนี้ อาจจะเห็นประมาณอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ของเดือนหน้าเท่านั้นเองค่ะ เมื่อวานนี้พี่แนะนำน้อง 2 ท่าน เลยทำให้พอทราบมีวันว่างเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2011 อยู่ประมาณ 5 หรือ6 วันค่ะ
      2. น้องกรอกฟอร์ม DS160 ไปแล้วไม่ต้องกรอกใหม่ เพราะถ้ากรอกใหม่ confirmation number น้องจะเปลี่ยนไปอีก เรื่องวันที่เดินทางที่กรอกไปแล้ว น้องไปแจ้งกะสถานทูตได้ ถ้าเขาสัมภาษณ์เรา โดยบอกเขาไปว่า ตอนกรอกวางแผนจะไปวันที่ 10 มกราคม แต่พอจะทำนัด ไม่มีวันนัดที่ว่างเหลืออยู่ให้จองเลยค่ะ
      3. Pin ใช้อันเดิมได้ไหม คำตอบคือ ถ้าน้องยังไม่ได้ confirm วันนัดก็ยังใช้ Pin อันเดิมได้ค่ะ เพราะ Pin มีอายุ 3 เดือน แต่ถ้าconfirm วันนัดแล้ว Pin จะเหลืออายุการใช้งาน 10 วันที่จะขอ cancel วันนัดเดิม เพื่อเปลี่ยนวันนัดใหม่ค่ะ น้องสามารถอ่านได้จาก link ที่พี่ให้ค่ะ
      https://thailand.us-visaservices.com/Forms/SelfServiceFAQ.aspx
      4.กรณียังไม่เห็นวันนัดสีเขียวซึ่งหมายถึงวันว่าง ที่เราจะทำการจองวันนัดได้ ทำได้ทางเดียว คือ หมั่น log in เข้าไปดูวันละหลายรอบ เปลี่ยนเวลาเป็นเช้า สาย บ่าย เย็น กลางคืน ว่า เขาปล่อยวันนัดออกมาแล้วหรือยังค่ะ มีน้องที่ขอคำแนะนำ 1 ท่าน รออยู่ 1 อาทิตย์จึงได้วันนัดค่ะ

  • Minaminn  On January 9, 2011 at 11:25 pm

    แล้วเรายังต้องไปยืนต่อแถวยาวๆยื่นเอกสารเหมือนเมื่อก่อนอยูหรือเปล่าคะ

    • govisa  On January 11, 2011 at 1:01 am

      ไม่ต้องคอยนานอย่างเมื่อก่อนค่ะ เพราะผู้ยื่นขอวีซ่ามีสิทธิ์ได้เข้าไปในสถานทูต ก่อนเวลานัดหมายเพียง 30 นาทีเท่านั้นค่ะ

  • aui  On January 11, 2011 at 7:12 pm

    ได้เข้าไปกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม DS-160 ทางเว็บไซต์แล้วค่ะ และได้เข้าไปกรอกเลขที่ยืนยันการสมัคร หรือ confirmation number และทำตามขั้นตอนทุกอย่างนะคะ แต่เห็นแถบบาร์โคด ถือว่าแบบฟอร์มนี้ใช้ไม่ได้ใช่ไหมคะ และไม่สามารถเข้าไปนัดวันสัมภาษณ์ได้ ซึ่งไม่ทราบว่าเกี่ยวกับที่เราไม่มีแถบบาร์โคดหรือเปล่า ช่วยตอบด้วยนะคะ ตอนนี้มืดแปดด้านมาก ๆ ค่ะ

    • govisa  On January 11, 2011 at 11:36 pm

      ถ้าน้องเห็นแถบบาร์โค้ด แปลว่าทำถูกต้องตามขั้นตอนแล้วค่ะ น้องสามารถนำ confirmation number ไปใช้นัดสัมภาษณ์วีซ่าได้เลยค่ะ แต่คำถามที่เขียนถัดไปว่า “ไม่ทราบว่าเกี่ยวกับที่เราไม่มีบาร์โค้ดหรือเปล่า” ทำให้พี่งงว่า ตกลงน้องได้หรือไม่ได้บาร์โค้ดค่ะ ช่วยอธิบายมาอีกครั้งนะคะ พี่จะได้ช่วยคิดว่า จะแก้ไขอย่างไรค่ะ

    • govisa  On January 12, 2011 at 6:19 am

      พี่ขอตอบเพิ่มอีกนิดเกี่ยวกับวันที่นัดสัมภาษณ์ ถ้าไม่เห็นวันที่สีเขียว เห็นแต่สีเหลือง กับสีฟ้าอมเขียว แปลว่า ทาง outsource ยังไม่ได้กำหนดว่า สถานทูตจะมีวันว่างวันที่เท่าไรออกมาให้จองได้บ้างค่ะ ต้องหมั่น log in เข้าไปดูว่า ปฏิทินที่จะเปิดให้จองวันนัดสัมภาษณ์ เริ่มมีวันที่ที่ระบายสีเขียวในช่องสี่เหลี่ยม เพื่อให้จองวันนัดสัมภาษณ์ได้แล้วหรือยัง น้องต้องเข้าไปดูอยู่เรื่อบๆ วันละหลายครั้ง เพราะบางทีพอเห็นวันที่ระบายสีเขียวแป๊บเดียว ก็หายไป ไม่ว่างแล้ว เพราะคนจองเต็มไปอีกแล้วค่ะ

  • kedsarin  On January 13, 2011 at 4:48 pm

    อยากสอบถามการกรอก DS 160 ค่ะ
    พอดีนามสกุลในพาสพอร์ทมีเครื่องหมายขีดอยุ่ค่ะ FONG-NGERN เเต่กรอกใน DS 160 ไม่ได้ จึงกรอกไปดังนี้ค่ะ FONG NGERN ไม่ทราบว่าพอจะได้ไหมคะ
    รบกวนอีกข้อนะคะ พอดีตอนนี้ ยังไม่ได้ส่ง DS 2019 ไปยังยูที่ USA เลบค่ะ จะสามารถจองวันสัมภาษณ์ได้ไหมคะ …

    • govisa  On January 13, 2011 at 9:34 pm

      1. นามสกุลไม่มีขีด Hyphen ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา เงื่อนไขในการกรอกฟอร์มหยุมหยิมบ้างเล้กน้อยค่ะ ทำตามกฎที่เขาวางไว้นะคะ ถ้าน้องจะใช้วิธีเว้นช่องไฟ ย่อมทำได้ได้ไม่มีปัญหาค่ะถ้าโปรแกรมรับค่ะ แต่ถ้าไม่รับให้ติดกันไปเลยค่ะ เวลากรอกบ้านเลขที่มีเครื่องหมาย / ก็ใส่ไม่ได้ ต้องเว้น 1 ช่อง หรือจะใส่เครื่องหมาย hyphen แทน ก็ได้ค่ะ
      2. จะอยู่ที่ประเทศไหน น้องสามารถเข้าหน้าเว็บไซต์ https://ceac.state.gov/genniv/ เพื่อกรอกฟอร์มวีซ่าได้ค่ะ โดยที่ตัวน้องยังไม่กลับมาที่เมืองไทย เหตุผลที่ต้องกรอกฟอร์มวีซ่าให้เสร็จก่อน เพื่อน้องจะได้มีหมายเลข Confirmation number ค่ะ ถ้าน้องไม่มีหมายเลขนี้ ซึ่งมักจะขึ้นต้นด้วย AAแล้้วตามด้วยตัวเลข น้องจะทำการนัดหมายยังไม่ได้ค่ะ เพราะส่วนหนึ่งในการกรอกฟอร์มการนัดสัมภาษณ์ จะให้เรากรอก Confirmation number ค่ะ

  • แนน  On January 14, 2011 at 11:07 pm

    พี่คะ ขอถามหน่อยนะ คะ คือจาไปท่องเที่ยวอเมกา เดือน May นี้อ่ะ ค่ะ
    เครียดมากนอนไม่หลับมาหลายวัน คือจาไห้เเม่เลี้ยงเป็นสปอเซอร์ให้ได้มั๊ยคะ
    เพราะพ่อ อยู่เเละทำธุรกิจที่สมุยกับเเม่เลี้ยง เเละ นำเงินเข้าออกที่บัญชีเเม่เลี้ยงอ่ะค่ะ
    มีสำเนาทะเบียบบ้าน ยืนยันว่าเค้าอยู่บ้านเดียวกัน
    เเบบ นี้ จะใช้สเตทเม้นของเเม่เลี้ยง เป็น สปอเซอร์พอจะได้มั๊ยคะ
    รบกวนหน่อยนะคะ

    • govisa  On January 15, 2011 at 1:03 pm

      น้องเรียกแม่เลี้ยงว่าอะไรคะ ถ้าเรียกว่าน้าหรืออา ก็บอกความสัมพันธ์ไปกับกงสุลว่าเป็นน้าหรือเป็นอาค่ะ เพราะน้องเขียนมาบอกว่าท่านทั้งสองไม่ได้จดทะเบียนกัน คุณพ่อและคุณน้าหรือคุณอาท่านนี้ตกลงทำธุรกิจด้วยกัน และบัญชีที่ใช้จะเป็นบัญชีชื่อคุณน้าหรือคุณอาท่านนี้ ส่วนใบจดทะเบียนการค้า ก็น่าจะนำไปให้กงสุลดูด้วยว่า เป็นธุรกิจของพ่อ แต่พ่อยุ่งมากไม่มีเวลาไปธนาคาร น้าหรืออาท่านนี้ มีเวลามากกว่าที่จะไปธนาคาร เลยใส่ชื่อเจ้าของบัญชีว่าเป็นน้าหรืออาคนนี้ไปแทนค่ะ และถ้าหากทำได้ ก็ลองเลียบๆเคียงๆคุยกะพ่อดูว่า มีบัญชีที่อยู่ในชื่อของพ่อบ้างไหม ถึงแม้ว่า จะน้อยกว่าเล่มของน้าหรืออาท่านนี้ แต่เขาเป็นพ่อเรา ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับพ่อเรา นำไปให้กงสุลดูด้วย ก็น่าจะดูดีค่ะ หรือกันไว้เพื่อเขาถามถึง จะได้หยิบขึ้นมาให้กงสุลท่านดูว่า พ่อก้มีบัญชีเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมาก เพราะจะทำให้ประหม่า ตอบคำถามไม่ได้ดั่งใจค่ะ โชคดีค่ะ

  • แนน  On January 14, 2011 at 11:08 pm

    พ่อเเละเเม่เลี้ยงไม่ได้จดทะเบียนกันอ่ะ คะ
    ควรใช้หลักฐานอะไรยืนยันว่าเเม่เลี้ยงเปนคนส่งเสียมาโดยตลอด

    • govisa  On January 15, 2011 at 1:13 pm

      ตอบไปแล้วส่วนหนึ่งค่ะ ส่วนที่ถามว่าใช้หลักฐานอะไรว่าแม่เลี้ยงส่งเสียตลอด นั่นซิคะ ที่พี่ก็อยากถามน้อง พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะสาเหตุใดคะ เช่น หย่าร้าง หรือ ถึงแก่กรรม ถ้าในสองกรณีดังกล่าว ฏ้น่าจะมีหลักฐาน เช่น ใบหย่า ใบมรณกรรม เป็นต้น แล้วมาอยู่กับคนใหม่ ไม่ได้จดทะเบียน ตรงนี้แหละที่ไม่มีใบสมรสเป็นหลักฐาน จึงพูดไม่ได้เต็มปากเต็มคำว่า แม่เลี้ยงที่มาใหม่ทำหน้าที่เป็นแม่ ท่านจ่ายค่าเล่าเรียน และอื่นๆให้เรา ตั้งแต่เมื่อเราอายุเท่าไร พี่ไม่อยากให้น้องอ่านแล้วยิ่งเครียด เอาเป็นว่าก็ไปตามความเป็นจริงแล้วกันค่ะ พี่เห็นส่วนใหญ่ถ้าคนที่อยู่ในตำแหน่งแม่เลี้ยงตอนเด็กๆโตมากแล้ว เด็กๆส่วนใหญ่จะไม่เรียกแม่ แต่จะเรียกว่า น้า หรือ อากัน น้องเรียกท่านว่าอะไรคะ ที่เหลืออ่านในคำถามแรกที่น้องเขียนมา และพี่ตอบไปแล้วค่ะ

  • แนน  On January 15, 2011 at 8:04 pm

    ขอบคุณมากค่ะ ก็เรียกว่า อา เเหละค่ะ พ่อดี พ่อหนูไม่สามารถมีบัญชีใดๆได้เพราะติดเเบลกลิสค่ะ
    พ่อกับเเม่จริงไม่ได้จดทะเบียนกัน จากนั้นเเยกทางกันอยู่มาได้ สิบปีเเล้วมั้งคะ
    เเล้วถ้าเป็นกิจการที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท หละคะ ควรทำยังไง ถ่ายรูปมาไห้เค้าดูหรอคะ
    T^T ขอบคุณมากๆเลยค่ะที่สละเวลาตอบคำถามน้าค้า ตอนนี้อาก็กำลังส่งstatement มาค่ะ เเต่ตัวหนูเองเพิ่งจบเเต่ได้เซ็นcontract งานไปเเล้ว เป็นบริษัทระหว่างประเทศที่ไหย่อยู่ ยังไงก้อต้องกลับมาทำเเน่นอนเเละต้องกลับมารับปริญญาด้วยอ่ะค่ะ จามีโอกาสได้มั่งมั๊ยคะเนี่ย

    • govisa  On January 16, 2011 at 11:03 am

      น้องแนน พี่ให้กำลังใจน้องค่ะ ทำดีที่สุด พูดอธิบายกงสุลตามความเป็นจริง น้องจะมีจดหมายอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่ด้วยก็ได้ค่ะ ถ้าเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ อย่าลืมว่า อเมริกาให้โอกาสน้องขอวีซ่าหลายครั้งค่ะ น้องอาจจะรอทำงานครบ 1 ปีก่อน มีเงินเก็บของตัวเองในระดับพอสมควรที่จะไปท่องเที่ยวได้ หรือ ถ้าคิดจะเรียนต่อแล้วขอวีซ่านักเรียน ก็ขอให้มีสถานที่เรียนตอบรับน้องเข้าเรียนเป็นเรื่องเป็นราวไปค่ะ พี่ขอแบ่งประเด็นคำถาม และตอบเป็นประเด็นๆไปค่ะ
      1. คำว่าพ่อติดแบล็คลิสต์ คือ พ่ออยู่ในฐานะล้มละลาย ไม่สามารถมีบัญชีในชื่อของตนเองได้ ถ้าพี่จะถามต่อไปว่า พ่อมีญาติที่เป็นพี่หรือน้องไหมคะ ที่มีสถานะทางการเงินดีที่พอจะช่วยค้ำประกันให้น้องได้ ถ้ามี จะพอช่วยน้องได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งที่จริงก็ไม่ได้มีความผูกพันกับตัวน้องและมีน้ำหนักเท่ากับคนเป็นพ่อแม่ค่ะ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีคนใกล้ชิดเราทางสายเลือดค้ำประกันเราค่ะ
      2.พ่อกับแม่จริงแยกกันอยู่ น้องยังติดต่อแม่จริงไหม ถ้ายังคงติดต่ออยู่ พอทราบสถานะทางการเงินท่านไหม จะขอร้องให้ท่านช่วยค้ำประกันได้ไหมคะ
      3. ถ้าเป็นกิจการไม่ได้จดทะเบียน ก้เหมือนกับธุรกิจนั้นเลี่ยงภาษี คงทำได้ทางเดียวอย่างที่น้องถามมา คือ ถ่ายรูป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็สุดแท้แล้วแต่กงสุลจะพิจารณา
      4. statement ที่อาส่งมาขอให้ส่งตัวจริง ถ้าเป็นถ่ายเอกสาร ควรมีคำว่า ‘รับรองสำเนาถูกต้องเหมือนของจริงด้วยค่ะ’
      5.การเพิ่งเซ็นต์สัญญาเข้าทำงาน แสดงว่าน้องมีงานทำ แต่ไม่ได้มีการการันตีจากที่ทำงานว่า ได้วีซ่าไปเที่ยวแล้ว จะกลับหรือไม่กลับไทย ถึงแม้ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่ระหว่างประเทศ หรือที่บอกว่า จะกลับมารับปริญญา ก็ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าเราจะรักษาคำพูดได้มากน้อยแค่ไหน กงสุลท่านก็มีเวลาสัมภาษณ์ผู้ยื่นขอวีซ่าแต่ละคนแป๊บเดียว ไม่น่าจะเกิน 5 นาที กงสุลจะอ่านเอกสารน้องก่อนหน้านานแล้วตอนน้องกรอกออนไลน์ และตอนเช้าที่น้องเข้าไปยื่นเอกสารที่สถานทูต เพราะฉะนั้นตอนถามน้องเขาก็พอรู้อยู่ว่า ควรถามอะไรผู้้ยื่นขอวีซ่าคนนี้ดีค่ะ เอาหยั่งนี้แล้วกันค่ะ มีจดหมายรับรองการทำงานจากบริษัท 1 ฉบับ, รายการที่อาจจะอยู่บนเว็บไซต์มหาวิทยาลัยน้องว่า รับปริญญาเมื่อไหร่, รายการท่องเที่ยวว่า วันไหนจะไปเที่ยวไหนบ้าง, บัญชีของตัวน้องเอง เพราะผู้ยื่นขอวีซ่าประเภทท่องเที่ยว (B-1) ต้องแสดงฐานะการเงินของตนเองด้วยว่า มีเงินเก็บมากพอสมควรจึงจะไปเที่ยว ที่เอาบัญชีอามาแสดงเพื่อประกอบเท่านั้นค่ะว่า ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่บ้านมีเงินส่งไปช่วยเพื่อให้เรากลับมาเมืองไทย

      หมายเหตุ วีซ่านักท่องเที่ยวต้องใช้บัญชีตนเองเป็นหลัก โดยเฉพาะน้องที่ทำงานแล้ว ต้องใช้บัญชีตนเองค่ะ การที่วีซ่านักท่องเที่ยวแล้วใช้บัญชีผู้ปกครอง คือเราอยู่ในสภาพนักเรียน ไปเที่ยวอเมริกาตอนปิดเทอมที่เมืองไทยค่ะ

  • แนน  On January 15, 2011 at 8:45 pm

    เเล้วต้องเขียนจดหมายอธิบายความสัมพันระหว่างหนูพ่อเเละเเม่เลี้ยง
    ไห้สถานทูตมั๊ยพิจารณามั๊ยคะ

  • แนน  On January 16, 2011 at 2:03 pm

    ค่ะพี่เเล้วเเบบนี้ หนูใช้ของน้า ซึ่งเป็นน้องเเม่เเทนได้มั๊ยค่ะ
    เป็นข้าราชการ c6 เเต่เงินเหลือในธนาคารก็ไม่มาก
    เเต่มีเงินเดือนเข้าออกทุกเดือน
    จะดีกว่ามั๊ยคะ
    เเล้วถ้าเค้าถามว่าทำไมไม่ใช้ของพ่อเเม่ จะตอบว่ายังไงคะ
    พี่ทำไมเป็นคนน่ารักเเบบนี้เนี่ย ถ้าหนูได้วีซ่า อยากส่งของขวัญไปไห้จังเลย

    • govisa  On January 16, 2011 at 9:01 pm

      น้องแนนคะ เนื่องจากน้องเขียนมาถามอีกทาง ทำให้พี่มาอ่านคำถามนี้ทีหลัง ประกอบกับเห็นอีกคำถามที่ส่งเข้ามา ขอรวบยอดตอบเลยแล้วกันนะคะ จากที่เขียน ทำให้ประมวลได้ว่า น้องกำลังเรียนเทอมสองของปี 4 อยู่ ถ้าอย่างนั้น ก็ใช้ statement ของผู้ปกครองได้ค่ะ เพียงแต่ Statement ของน้ามีน้อยมากค่ะ กงสุลเขาประเมินดูด้วยว่าน้องจะไปนานกี่สัปดาห์ไปเที่ยวรัฐไหน ค่าครองชีพรัฐนั้นเป็นอย่างไร ตัวเลขในบัญชีผู้ค้ำประกันมีความสมเหตุสมผลไหมคะ เราลองมาหาสมมติฐานคร่าวๆ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดจากการไปเที่ยวครั้งนี้ค่ะ ดูค่าใช้จ่ายคร่าวๆกันนะคะ ถ้าไม่พูดถึงการที่เพื่อนอเมริกันจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้นะคะ ค่าอาหารมื้อละ 10-12 เหรียญ เอาเป็น 12 เหรียญคูณ 3 มื้อ ก็36 เหรียญ สมมติน้องไป 10 วัน เป็นเงิน 360 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 10,800 บาท ค่ารถไปเที่ยว เติมน้ำมันรถ ไปไหนบ้างพี่ก็ยังไม่รู้ ค่าผ่านประตูที่จะเข้าไปเที่ยว ค่าที่พักระหว่างเดินทางท่องเที่ยว 10วัน น่าจะอยู่ที่ 800 เหรียญ คิดเป็นเงินไทย 24,000 บาท ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพ-อเมริกา พี่ไม่ทราบว่าน้องไปรัฐไหน แล้วจะเลือกสายการบินอะไร เอาเป็นเลือกตั๋วราคาไม่แพง ก็ประมาณ 35,000 บาท ถ้าเอายอดตัวเลข 35,000+24,000+10,800 =69,800 บาท น้ามีเงินในบัญชี 100,00 บาท หลังจากน้องไปและกลับมา น้าจะเหลือเงิน 30,200 บาท กงสุลคงสงสัยว่า น้าแทบไม่เหลือเงินที่ใช้เวลาเก็บมานาน ดังนั้นเห็นทีจะต้องใช้บัญชีคุณอาที่เป็นแม่เลี้ยงเป็นบัญชีหลัก และของน้ายื่นเข้าไปสนับสนุนอีกคนค่ะ
      ส่วนที่บอกว่า ให้เป็นรางวัลที่หางานทำดีๆได้ คงไม่เหมาะ เพราะกงสุลก็คงเห็นแล้วว่า แม่ไม่มีเงินในบัญชี แต่กลับให้ของขวัญน้องซึ่่งมีราคาแพงมาก ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยมีเหตุผลค่ะ น้องก็บอกเขาไปตรงๆแล้วกันว่า เพื่อนที่อเมริกาเชิญไปเที่ยว โดยจะออกค่าอะไรบ้างให้น้อง และมีแผนการไปไหนบ้าง ไปกี่วันค่ะ แล้วรอฟังคำตัดสินใจจากกงสุลในวันที่ไปสอบสัมภาษณ์ค่ะ เพราะถ้าพี่บอกให้น้องรอไปก่อน 1 ปี น้องอาจตอบว่า รอไม่ไหว
      ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ พีขออวยพรให้น้องได้วีซ่าไปเที่ยว ตั้งใจเตรียมเอกสารให้ดีที่สุด และตอบคำถามด้วยความมั่นใจว่า เราจะกลับมาทำงานที่เมืองไทยค่ะ ส่วนได้หรือไม่ได้ อย่าเพิ่งไปเครียดก่อนล่วงหน้าค่ะ

  • แนน  On January 16, 2011 at 4:19 pm

    ในเเบบฟอร์ม DS 160 หนูก้อกรอกไปว่ากำลังศึกษาอยู่ปีสี่
    เเบบนี้การที่ ใช้สเตทเม้นน้า ที่มีเงินเหลือในบัญชีประมานหนึ่งเเสนบาท
    เเต่มีเงินเดือนเข้าทุกเดือน จะใช้ได้หรอค่ะ
    เเล้วการที่ในบัญชีหนูมีเงิน ประมาน หก หมื่น เเล้วก้อกำลังเรียนอยู่ มันจะสมเหตสมผลมั๊ย
    คำถามคือ ไครเอาเงินส่วนนั้นไห้เรา ยังไม่ได้เริ่มทำงานด้วย

    คือบัญชีเเม่เลี้ยงจะมีเงินเข้าออกทุกเดือนเป็นเเสนอ่ะค่ะ
    เเล้วพ่อก็ส่งเสียโดยโอนจากบัญชีนั้นเข้าบัญชีหนู
    ตอนนี้หนูอยู่กับเเม่ เเต่เเม่ทำร้านอาหารเล็กๆไม่มีสเตทเม้นค่ะ
    พ่อทุธุรกิจอยู่คนละที่กัน

    ถ้าจะบอกว่า เเม่ให้ไปอเมกา เป็นของขวัญเพราะ สอบเข้าทำงานที่ดีดีได้
    เเล้วใช้สเตทเม้นน้า เเละบัญชีเราร่วมด้วย
    คนสัมพาดเค้าจะไม่ถามหรอคะ ว่าทำไมไม่ใช้ของเเม่

  • แนน  On January 17, 2011 at 8:25 pm

    พี่คะขอรบกวนคำถามสุดท้ายนะคะ
    ถ้าใช้สเตทเม้นของ ภรรยาของน้า ซึ่งน้าเป็นน้องชายเเม่

    ภรรยาของน้ามีนามสกุลเดียวกับเเม่หนู เเบบนี้ถ้าบอกสถาณทูตว่าเป็นบัญชีของ น้องเเม่
    ทางสถาณทูต จะ ตรวจเช็คเจอมั๊ยคะ ว่าจิงๆเเล้วไม่ใช่น้องเเต่เป็นน้าสะใภ้

    • govisa  On January 19, 2011 at 5:34 am

      ถ้ากงสุลมองเร็วๆไม่ทันสังเกต เขาคงไม่ถาม เพราะคิดว่าเป็นน้าจริงๆค่ะ ซึ่งก็มีหลายคนที่โชคดี เพราะเหตุนี้ มีส่วนน้อยมากเท่านั้น ที่อาจถูกซักถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ว่า มีหลักฐานอะไรที่แสดงว่า เป็นน้า ซึ่งถ้าถูกถามแบบนี้ก็คือ ใบทะเบียนสมรสระหว่างน้าชายกับน้าสะใภ้ค่ะ เพียงแต่ว่า กงสุลจะไม่ค่อยให้น้ำหนักกับคนที่เข้ามาเป็นญาติ by law เพราะความสัมพันธ์ไม่ใกล้ชิดเท่า by blood ค่ะ

  • ปุ้ย  On January 17, 2011 at 11:10 pm

    เพิ่งกรอก DS160 submitted เรียบร้อยแต่มาดูอีกที ผิดตรงวันเกิดที่เดียว ควรจะำทำยังไงดีคะ ควรทำกรอกมั้ยหรือยังไงดี แนะนำหน่อยคะ

    • govisa  On January 19, 2011 at 5:11 am

      ถ้าน้องยังไม่ได้ทำการ confirm วันนัดสัมภาษณ์ กรอกฟอร์ม DS 160 ใหม่ได้ค่ะ และสิ่งที่จะเปลี่ยนไป คือ หมายเลข confirmation number จะเปลี่ยนไปค่ะ แต่ถ้าทำการนัดสัมภาษณ์ไปแล้ว อย่าแก้ใน DS 160 เลยค่ะ คงต้องไปบอกเจ้าหน้าที่ในสถานทูต ที่เป็นคนตรวจเอกสารก่อนไปถึงช่องสัมภาษณ์ว่า ตรง Date of Birth กรอกผิดค่ะ

    • govisa  On February 16, 2012 at 8:36 pm

      ถ้าน้องปุ้ยยังไม่ได้นัดวันสัมภาษณ์วีซ่า ควรอย่างยิ่งที่จะต้องกรอกใหม่ เพราะเป็นความผิดที่จุดที่สำคัญมากเกี่ยวกับประวัติน้องเองค่ะ ถ้านัดวันสัมภาษณ์ไปแล้วก็ควรต้องกรอกใหม่และนำ DS-160 Confirmation Number ทั้งหมายเลขเก่าและหมายเลขใหม่ไปยื่นให้กงสุลดูด้วยค่ะ

  • aui  On January 18, 2011 at 12:16 pm

    คือน้องได้เข้าไปกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม DS-160 และได้รับ conferm number และแถบบาร์โคดมาเรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปล็อกอิน และกรอกข้อมูลส่วนตัวและ หมายเลข conferm number เรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฎว่าในปฏิทินยังไม่มีวันสัมภาษณ์ให้ยังคงเป็นสีเหลืองที่บอกว่ายังไม่เปิดให้สัมภาษณ์ และสีฟ้าคือเต็ม..น้องอยากทราบว่า
    1. เป็นเพราะเรายังไม่ได้จ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าหรือเปล่าคะ แต่เท่าที่อ่านน้องเข้าใจว่าเราควรได้วันสัมภาษณ์ก่อนที่จะจ่ายค่าธรรมเนียม???
    2. น้องมีกำหนดการที่จะเดินทางในวันที่ 3 เมษายน 2554 แต่ในจดหมายอนุญาต ระบุวันที่ 4 เมษายน 2554 จะมีปัญหามั้ยคะ อีกอย่างถ้าตอนนี้ยังไม่ได้สัมภาษณ์จะทันหรือเปล่า
    3. ในกรณีที่มีสปอนเซอร์ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางต้องมีจดหมายเชิญเป็นหลักฐานมั้ยคะ หรือว่าแค่เอกสารเท่าที่จำเป็น เช่น บัตรประจำตัวหรือ id card, บัญชีธนาคาร ก็พอแล้ว
    รบกวนตอบให้ด้วยนะคะ…ขอบคุณล่วงหน้ามาก ๆ ค่ะ

    • govisa  On January 19, 2011 at 5:26 am

      1. ค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ต้องไปจ่ายที่ไปรษณีย์ราคาประมาณ 4,200 บาทจ่ายวันไหนก็ได้ ไม่ต้องรอให้ได้วันสัมภาษณ์จึงจะจ่ายค่ะ เพียงแต่เก็บรักษาใบเสร็จให้ดี เพราะมีคนเคยทำหาย ไปรษณีย์จะไม่ออกใบแทนให้ค่ะ ต้องจ่ายใหม่ค่ะ ดังนั้น จึงไม่เกี่ยวกับวันนัสัมภาษณ์ คำถามที่ถามมา เนื่องจากช่วงที่จะเดินทางมีนา-เมษา มีผู้ยืนขอวีซ่ามากค่ะ คิวการนัดหมายอาจแน่น ต้องหมั่น login เข้าไปดูวันละหลายๆรอบว่า มีการปล่อบวันที่ว่างออกมาให้ทำการจองหรือไม่ค่ะ
      2. ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะวันที่เดินทางไปอเมริกาไม่ได้ห่างไกลกันมากค่ะ
      3. จากคำถาม sponsor คงจะตั้งถิ่นฐานที่อเมริกา ใช้เอกสารคือ ID บัญชีธนาคาร ใบรายการว่าจ่ายภาษีอย่างไรเมื่อปีที่แล้ว และฟอร์ม I-134 ถ้า sponsor ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร ให้ปรึกษาทนายความที่อเมริกาเพื่อกรอก และให้สำนักงานทนายความลงนามรับรองค่ะว่า มีรายรับมากพอที่จะเป็น sponsor และมีความสัมพันธ์อย่างไรกับผู้ยื่นแบบฟอร์มขอวีซ่าค่ะ

  • แนน  On January 21, 2011 at 10:07 am

    จะเข้าไปจองวันสัมภาษณ์ เเต่ ทั้งเืดือนนี้เเละเดือนกุมภา เต็มหมดเลยอ่ะค่ะ
    เเล้วสเตทเม้นที่ขอมาเรียบร้อยเเล้ว ยังจะใช้ได้อยู่มั๊ยคะ หากวันสัมภาษณ์เป็น เดือน เมษา

    • govisa  On January 21, 2011 at 9:00 pm

      ลองนับดูอย่าให้เกิน 3 เดือนค่ะ เพราะตัวเลขในบัญชีจะไม่ update คงต้องขอใหม่ถ้าเกิน 3 เดือนค่ะ เอาใจช่วยให้ได้วันนัดค่ะ เผอิญช่วงที่น้องจะไป ไปตรงกับช่วงนักศึกษาที่ไปโครงการ work and travel ระหว่างปิดเทอมมีนาคม – พฤษภาคมมีจำนวนมาก ทำให้คิววีซ่าแน่นค่ะ อย่าเพิ่งท้อ เข้าไปดูวันนัดบ่อยๆ ถ้าเห็นวันสีเขียว รีบจองเลยนะคะ

  • poem  On January 21, 2011 at 10:41 pm

    รบกวนช่วยตอบทีนะคะ หนูเขียนวันที่จะไปหาญาติที่อเมริกาใน DS 160 เป็นช่วงกลางเดือนเมษา และจองวันนัดสัมภาษณ์ได้เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ตอนนี้ว่าจะเปลี่ยนไปเป็นช่วงเดือนพฤษภาแทน หนูควรจะทำอย่างไรดีคะตอนสัมภาษณ์ ให้ที่ทำงานออกใบลาให้ช่วงไหนดีคะ เมษา หรือพฤษภา ดีค่ะ

    • govisa  On January 21, 2011 at 11:34 pm

      เดือนใกล้กันมาก ไม่ต้องแก้ใน DS 160 หรอกค่ะ ถ้าเขาถามตอนสัมภาษณ์ ก็บอกความจริงไปเลยว่าประมาณเดือนเมษายน พฤษภาคม รอคำตอบคนที่อเมริกว่า เขาว่างมารับวันไหนอยู่ค่ะ

    • govisa  On January 22, 2011 at 10:11 am

      ให้ที่ทำงานรับรองว่าไปเที่ยวเมษา ถ้าในฟอร์มกรอกว่าจะเดินทางเมษาค่ะ ส่วนเราจะเลื่อการเดินทางเป็นพฤษภา เพราะไม่สะดวก ไม่มีปัญหาค่ะ

  • แนน  On January 22, 2011 at 11:20 am

    จงดิ จองได้ยังไงอ่า เต็มหมดเลย รีเฟรชมาหลายวันเเล้วอยากร้องไห้
    จามีว่างมั่งมั๊ย ไครพอทราบเทคนิคมั่งมั๊ยคะ

    • govisa  On January 22, 2011 at 8:39 pm

      รู้มาจากน้องคนหนึ่งว่า เขาใช้เวลาเข้าไปดูกว่าจะได้วันนัดเกือบ 3 อาทิตย์ค่ะ ลองเข้าไปดูเช้ามากๆของวันอังคารดูค่ะ

  • แนน  On January 22, 2011 at 10:00 pm

    thank you so much kha 🙂
    After i have been refreshing and waiting in front of my laptop for 3 days
    now i got an interview reservation laew kha
    next step laew tae boon tae kum lol

    • govisa  On January 23, 2011 at 9:58 am

      ยินดีด้วยค่ะ ขอให้สอบผ่านค่ะ

  • kedsarin  On January 24, 2011 at 12:03 pm

    วันนัด เต็มหมดเลยเหรอคะเดือนนี้ เรายังรอเอกสาร DS 2019 ออยุ่เลยค่ะ จะทันไหมเเนัี่ย เพราะเขียนในเอกสารขอ DS 2019 ว่าจะไปวันที่ 10 กุมภา 2011 เศร้าจิงๆๆ TT_TT

  • dear  On January 24, 2011 at 2:45 pm

    รบกวนถามหลายข้อหน่อยนะคะ จะขอวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ
    1. เคยไปอเมริกามาแล้วเมื่อห้าปีก่อนด้วยวีซ่านักเรียน อยู่เรียนภาษา 4 เดือนกลับ คราวที่แล้วจรองๆไปพักอยู่กับญาติ แต่ตอนนั้นกลัวบอกว่ามีญาติอยู่แล้วจะไม่ผ่าน เลยบอกว่าพักอยู่หอพักที่ รร
    แต่ไปคราวนี้ไม่ได้จะเรียนแล้ว ถ้าบอกว่าว่าไปพักอยู่กับญาติ หรือไปพักโรงแรมจะดีกว่ากันคะ
    2. พอดีว่าลาออกจากที่ทำงานมาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาปีที่แล้ว แล้วมาช่วยงานที่บ้าน ที่บิานเป็นร้านค้าค่ะ ควรกรอกรายละเอียดที่ทำงานเป็นที่ทำงานเก่าหรือว่ากรอกว่าทำงานที่บ้านดี
    3. Statement ตัวเองมีเงินอยู่ สองแสนกว่า ไปเที่ยว 2 อาทิตย์ถือว่าเพียงพอมั๊ยคะ
    4. DS-160 ที่กรอกไปแต่ไม่ใช้ ทางสถานฑูตจะมีข้อมูลนั้นอยู่รึป่าวคะ ต้องสารภาพว่ากรอกไปครั้งนึงแล้วว่าจะไปพักอยู่กับญาติ แต่ถ้าเกิดเปลี่ยนใจบอกว่าไม่มีญาติอยู่ื ทางสถานฑูตจะรู้ได้รึเปล่าจาก DS-160 ที่กรอกไปครั้งแรก (แต่ที่กรอกไปยังไม่ได้ print confirmation no. ออกมานะคะ)
    5. ที่ไม่ค่อยอยากบอกว่ามีญาติอยู่ที่นู่น เพราะว่าญาติเปิดร้านอาหารอยู่น่ะค่ะ กลัวเค้าจะคิดว่าเราไปทำงานร้านอาหาร เพราะตอนสัมภาษณ์เค้าต้องถามแน่เลยว่าญาติทำไรอยู่ที่โน่น

    เครียดมากค่ะ ไม่น่าใจร้อนรีบกรอก DS160 เลย ยังพอแก้ไขอะไรทัันมั๊ยคะ

  • Dear  On January 24, 2011 at 3:01 pm

    บกวนถามหลายข้อหน่อยนะคะ จะขอวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ
    1. เคยไปอเมริกามาแล้วเมื่อห้าปีก่อนด้วยวีซ่านักเรียน อยู่เรียนภาษา 4 เดือนกลับ คราวที่แล้วจรองๆไปพักอยู่กับญาติ แต่ตอนนั้นกลัวบอกว่ามีญาติอยู่แล้วจะไม่ผ่าน เลยบอกว่าพักอยู่หอพักที่ รร
    แต่ไปคราวนี้ไม่ได้จะเรียนแล้ว ถ้าบอกว่าว่าไปพักอยู่กับญาติ หรือไปพักโรงแรมจะดีกว่ากันคะ
    2. พอดีว่าลาออกจากที่ทำงานมาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาปีที่แล้ว แล้วมาช่วยงานที่บ้าน ที่บิานเป็นร้านค้าค่ะ ควรกรอกรายละเอียดที่ทำงานเป็นที่ทำงานเก่าหรือว่ากรอกว่าทำงานที่บ้านดี
    3. Statement ตัวเองมีเงินอยู่ สองแสนกว่า ไปเที่ยว 2 อาทิตย์ถือว่าเพียงพอมั๊ยคะ
    4. DS-160 ที่กรอกไปแต่ไม่ใช้ ทางสถานฑูตจะมีข้อมูลนั้นอยู่รึป่าวคะ ต้องสารภาพว่ากรอกไปครั้งนึงแล้วว่าจะไปพักอยู่กับญาติ แต่ถ้าเกิดเปลี่ยนใจบอกว่าไม่มีญาติอยู่ื ทางสถานฑูตจะรู้ได้รึเปล่าจาก DS-160 ที่กรอกไปครั้งแรก (แต่ที่กรอกไปยังไม่ได้ print confirmation no. ออกมานะคะ ยังไม่ได้โหลดรูปด้วย แต่ save ข้อมูลเก็บไว้ค่ะ )
    5. ที่ไม่ค่อยอยากบอกว่ามีญาติอยู่ที่นู่น เพราะว่าญาติเปิดร้านอาหารอยู่น่ะค่ะ กลัวเค้าจะคิดว่าเราไปทำงานร้านอาหาร เพราะตอนสัมภาษณ์เค้าต้องถามแน่เลยว่าญาติทำไรอยู่ที่โน่น
    เครียดมากค่ะ ไม่น่าใจร้อนรีบกรอก DS160 เลย ยังพอแก้ไขอะไรทัันมั๊ยคะ

    • govisa  On January 25, 2011 at 5:28 am

      1. คิดว่า ไม่น่าจะมีปัญหา คำว่า “ญาติ”ของบ้านเรา ตีความหมายได้หลายแบบ บางที พอคุยกันว่าเป็นญาติ แต่ถามลึกๆไม่ใช่ญาติก็มี เช่น บางคนเป็นแค่เพื่อน พ่อ หรือ เพื่อนแม่ แต่เรียกว่าลุง หรือป้า บางกรณีก็เป็นญาติห่างๆ บางครั้ง เป็นญาติสนิท คือ พี่หรือน้องของพ่อแม่จริงๆ พี่คิดว่า ตอบไปตามจริงว่า เพิ่งทราบจากคุณพ่อ หรือคุณแม่ว่า มีญาติอยู่ที่เมืองอะไรที่เราจะไปก็น่าจะได้ค่ะ ดังนั้น ในช่องที่เขาถามว่า มีคนรู้จักที่โน่นไหม ก็บอกชื่อญาติไปตามความเป็นจริง พร้อมที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ ส่วนในช่องที่ถามว่าจะไปพักที่ไหน ใส่ชื่อและที่อยูโรงแรมไปก้ได้ค่ะ ถ้าทำรายการที่เราจะไปเที่ยว 10 วันให้ชัดเจนก็ดีค่ะ เช่น เราอาจจะไปเที่ยวกับพวกบริษัททัวร์ก่อน 5 วัน มีใบรายการทัวร์ไปให้กงสุลดู เพราะ ใบรายการทัวร์มีรายละเอียดชัดเจนว่า ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง พักที่ไหน หลังจากนั้น จะไปอยู่กับญาติ 10 วัน เป็นต้น ถ้าญาติมีจดหมายมาอีก 1 ฉบับว่า offer ที่พักกับอาหารให้ระหว่างไปพักผ่อนที่นั่นก็ดีค่ะ
      2. ต้องแจ้งทั้งที่ทำงานเก่และใหม่อยู่แล้วค่ะ เพราะในส่วนคำถามที่เกี่ยวกับการทำงาน ตอบที่ทำงานปัจจุบันไป มี่ระยะเวลาที่ต้องกรอกว่าทำตั้งแต่เมื่อไรถึงเมื่อไร ขณะเดียวกัน จะมีข้อความที่เขียนว่าให้ add ที่ทำงานเพิ่ม ก็ใส่ที่ทำงานเก่าไปด้วย ต้องมีจดหมายรับรองการทำงานจากที่ทำงานทั้งเก่าและใหม่ไปแสดงด้วย
      3. สามแสนน่าจะดูดีกว่า แต่ถ้าสองแสนแล้วอยูกับญาติด้วยก็พอไปไหวค่ะ เพราะประหยัดค่าที่พักไปได้หน่อยค่ะ
      4. ถ้าทุกอย่าง Confirm เหลือแค่print ทางสถานทูตก็ทราบทุกอย่างอยุ่แล้วค่ะ ขึ้นอยูกับปฏิภาณในการสอบสัมภาษณ์ เช่น อาจบอกว่า เพิ่งทราบจากคุณพ่อหรือแม่ว่า มีญาติอยู่ก็เป็นได้ค่ะ
      5. ญาติที่อยูที่โน่นจำเป็นต้องมีอาชีพ จะได้แสดงว่ามีฐานะที่จะอุปการะเรื่องที่พักกับอาหารได้ การที่รู้อาชีพของญาตก็ดีแล้ว เพราะกงสุลจะได้ทราบว่า ผู้ยื่นขอวีซ่ารู้จักความเป็นไปของญาติคนนั้นดีพอสมควร อาชีพเป็นเจ้าของร้านอาหาร ไม่ได้หมายความว่า ต้องไปทำงานที่นั่น เพราะไปแค 10 วัน จริงอยู่ อาชีพนี้อาจจะเสี่ยงนิดหน่อยที่คนจะเข้่าใจผิดได้ แต่อย่าไปคิดให้บั่นทอนตัวเอง จดหมายรับรองจากที่ทำงานใหม่ที่จะนำไปให้กงสุลดูให้ระบุด้วยว่า จะลาพักร้อน 10 วัน ไปเที่ยว แล้วจะกลับมาทำงานต่อค่ะ
      6. ตราบใดที่ยังไม่ได้ทำการนัดวันสัมภาษณ์ จะแก้ใน DS 160 ใหม่ก็ได้ หมายเลข Confirmation number จะเปลี่ยนไป ต้องใช้ Confirmation number ล่าสุดค่ะ อย่างไรก็ตาม สถานทูตมีข้อมูลเกี่ยวกับ การแก้ไขการกรอกของผู้้ยื่นขอวีซ่าทุกครั้งด้วย เพราะได้กด confirm ไปแล้ว ดังนั้นเตรียมพร้อมในการสอบสัมภาษณ์ จริงใจที่จะพูดบอกเขาไปว่า ไปอเมริกาครั้งนี้เพื่อไปเที่ยพักผ่อน แล้วจะกลับมาทำงานต่อกับบริษัทที่บ้าน

  • มือใหม่  On January 24, 2011 at 4:23 pm

    ถ้าหากว่ายังอยู่ในช่วงรอ DS-2019 แล้วจะเข้าไปจองคิวสัมภาษณ์เลยได้มั้ยค่ะ กลัวคิวจะเต็มอ่ะค่ะ ^_^

    • govisa  On January 24, 2011 at 9:27 pm

      ไม่ได้ค่ะ ในหน้าเว็บไซต์ที่จะกรอกฟอร์มนัดวันสัมภาษณ์มีช่องให้นักเรียนเติม Confirmation Number และ Sevis Number น้องคงต้องรอ จนกว่า DS 2019จะมา ค่ะ น้องขอวีซ่าประเภท J-1 เพื่อไปเรียน หรือ ไปทำงานช่วงปิดเทอมคะ เพราะถ้าไปเรียนปริญญาโท แสดงว่า มหาวิทยาลัยของน้องตอบรับน้องกลับมาเร็วมากค่ะ ถ้าน้องสมัครไปเรียนเดือนสิงหาคม ยังมีเวลาเหลือมากพอ ที่จะขอวีซ่าค่ะ แล้วสถานทูตจะให้นักเรียนขอก่อนล่วงหน้าไม่เกิน 4 เดือนค่ะ แต่ถ้าเป็น J-1 ของนักเรียนที่ไป work and travel ก็ลองเร่งไปทาง agency ที่น้องจ่ายเงินให้ช่วยเร่ง DS2019 โดยให้เหตุผลว่า คิวนัดสัมภาษณ์แน่นมากค่ะ

      • มือใหม่  On January 29, 2011 at 2:48 pm

        ขอบคุณค่ะ สำหรับคำแนะนำ พอดีว่าจะเดินทางไปอบรมงานค่ะ DS2019 คงจะมาถึงประมาณกลางๆ เดือนกุมภาพันธ์ค่ะ แต่เตรียมจะเดินทางเดือนเมษายนค่ะ เกรงว่าคงจองไม่ทันแล้วล่ะค่ะ

      • govisa  On January 29, 2011 at 7:42 pm

        พี่ว่าน้องอย่าเพิ่งหมดหวังค่ะ เตรียมเอกสารให้พร้อมนะคะ พอ DS 2019 มาก็เตรียมเฝ้าคอมจองคิวนัดเลยค่ะ อนึ่ง เป็นไปได้ไหมคะ ที่น้องจะติดต่อหน่วยงานที่ issue DS 2019 ให้ช่วย scan หน้าแรก และส่งมาให้น้องทางอีเมลื เพื่อน้องจะได้กรอกฟอร์ม DS 160 ลองพยายามติดต่อหน่วยงานที่จะไปอบรม อธิบายให้เขาฟัง และขอความเห็นใจเขาว่า คิวนัดสัมภาษณ์วีซ่าที่บ้านเราแน่นมากๆค่ะ

      • มือใหม่  On March 10, 2011 at 12:29 pm

        เข้ามาขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ ขออภัยค่ะที่เข้ามาช้าไปหน่อย กะว่าจะรอให้ได้เอกสาร DS-2019 มาก่อนแล้วจะมาแจ้งผลพร้อมกันไปเลย อย่างไรก็ตามหนูก็เพิ่งได้รับ DS-2019 เมื่อต้นสัปดาห์นี้เองค่ะ ทำให้หนูจองวันสัมภาษณ์ไม่ทันแล้ว แล้วก็ต้องเลื่อนกำหนดการไปเป็นต้นพฤษภาคมอีกค่ะ เศร้ามากๆ T^T แถมยังต้องรอเปลี่ยนเอกสาร DS2019 ใหม่อีกครั้งด้วยค่ะ

  • แนน  On January 24, 2011 at 10:02 pm

    ขอสอบถามค่ะ ในใบจองสัมภาษณ์ขึ้นว่า
    Visitor (Pleasure, Business, Medical Treatment)

    เเบบนี้เป็นประเภท B2 หรือปล่าวค่ะ
    เพราะเห็นมีคนบอกว่า ทางสถาณทูตบอกว่าระบุผิด อันนี้เป็น B1
    เเต่หนูว่าหนูเลือก B2 เเล้วนะคะ ทำไมในใบนัดสัมภาษณ์ขึ้นเเบบนี้

  • dear  On January 26, 2011 at 11:45 pm

    ขอบคุณมากๆนะคะ สำหรับคำตอบที่เป็นประโยชน์

    อยากถามเพิ่มอีกนิดว่า ถ้าเรามีภาระกำลังผ่อนบ้านอยู่ ควรเอาเอกสารมายืนยันเพิ่มเติมมั๊ยคะว่าเรากลับมาแน่ๆ มันจะช่วยมั๊ยคะ

    • govisa  On January 27, 2011 at 9:26 pm

      ยินดีที่ได้มีโอกาสช่วยค่ะ เอกสารการผ่อนบ้านจะเอาติดไปเพื่อความสบายใจก็ได้ค่ะ เพราะคิดว่า กงสุลจะดูเงินในบัญชีเป็นหลักมากกว่าค่ะ อย่างไรก็ตาม ถ้าบอกไม่ให้เอาไป เกิดกงสุลถามอะไรที่สามารถจะเชื่อมกับเอกสารที่ว่ามาได้ ก็จะทำให้ขาดโอกาสไป ดังนั้น เอาไปเถอะค่ะ เมื่อมีเอกสารครบถ้วน ก็จะทำให้วันสัมภาษณ์ ผู้ยื่อนขอวีซ่าก็จะมีบุคลิกมั่นใจเพิ่มขึ้นค่ะ

  • หนูดี  On January 27, 2011 at 8:11 pm

    สวัสดีค่ะ ขอข้อมูลและความเป็นไปได้น่ะค่ะ
    1.จะเข้ารับการสัมภาษณ์ที่สถานฑูตอเมริกา 7.30 น.เดือนกุมภาพันธ์นี้ค่ะ
    2.สมรสมา 10 ปี มีทะเบียนสมรส สามีทำงานธนาคารเป็นผู้จัดการ
    3.เอกสารที่จะเตรยมไปมี statement 3 ชุด ประมาณ ห้าแสน และ สามแสน และ พันธบัตรรัฐบาลสามแสน และ statment หมุนเวียนหลักหมื่น
    4.พร้อม สำเนาทะเบียนบ้านโดยที่เป็นเจ้าบ้านจะต้องใช้สำเนาโฉนดที่ดินด้วยหรือไม่ค่ะ
    5.เครื่องหมายจดโลโก้สินค้าที่ทำ
    6.มีเพื่อนของแม่อยู่ที่เพนซิลเวอร์ชวนไปเที่ยว ประมาณเดือนเมษายน ไม่ทราบว่าพอจะความเป็นไปได้หรือไม่ค่ะที่จะได้รับการสัมภาษณ์ผ่านและได้รับวีซ่า ค่ะ
    7.ถ้าได้วีซ่าแล้วบอกว่าจะอยู่ 15 วัน แล้วอยู่ประมาณ 2 เดือนได้หรือไม่ค่ะจะผลกับการเดินทางครั้งต่อไปหรือไม่ จะไปดูที่เรียนภาษาสำหรับตัวเองเพิ่มที่โน้นด้วยค่ะ
    8.ในการไปครั้งนี้จะพักอยู่ที่บ้านเพื่อนแม่เวลาสัมภาษณ์ ใช้คำว่าญาติได้หรือไม่ค่ะ
    ขอบพระคุณมาก รู้สึกตื่นเต้นกว่าการสัมภาษณ์เข้าทำงานค่ะ

    • govisa  On January 27, 2011 at 9:57 pm

      1. ทำใจให้สบาย ถ้ามีเอกสารครบพร้อม มีเป้าหมายที่ขัดเจน น่าจะตอบคำถามกงสุลให้กระจ่างได้ค่ะ
      2. สามีไม่ได้ขอวีซ่าครั้งนี้ หรือ ขอด้วยพร้อมกันคะ
      3. Statement 3 ชุด แสดงว่าถ่ายเอกสารไปให้กงสุลดู หรือ เป็นบัญชีประเภทกระแสรายวัน 3 บัญชีคะ ถ้าเป็นถ่ายเอกสาร อย่าเอาไป เพราะกงสุลอเมริกันจะขอดูเอกสารที่เป็นตัวจริงมากกว่าค่ะ เพราะปัจจุบันการปลอมแปลงเอกสารทำได้ง่าย จึงควรนำตัวจริงไปให้กงสุลพิจารณาค่ะ 800,000 บาท ดูแล้วก็น่าจะพอนะคะ แต่พันธบัตรรัฐบาลต้องรอครบกำหนดถึงจะเบิกออมาใช้ได้ ส่วนคำว่า Statement หมายถึงบัญชีสะสมทรัพย์ หรือออมทรัพย์ ใช่ไหมคะ ถ้าใช่ก็ดีมากเลยค่ะ เพราะเป็นบัญชีที่สามารถเบิกถอนได้ทุกวัน แสดงว่า ถ้าต้องการใช้เงินเมื่อไรก็ถอนได้เมื่อนั้นค่ะ
      4. ทะเบียนบ้านกับโฉนดที่ดินไม่ใช้ค่ะ กงสุลอยากดุบัญชีที่เป็นตัวเงินเลยมากกว่าว่า มีพอที่จะไปท่องเที่ยวที่อเมริกาไหมคะ ถ้าเป็นที่ดิน กว่าจะขายออกมาเป็นตัวเงินให้เราได้ใช้ ต้องจังหวะและโอกาสค่ะ
      5. เอาไปด้วยก็ได้ค่ะ มีหลักฐาน เช่น ใบทะเบียนการค้าที่จดทะเบียนเป็นเจ้าของธุรกิจไหมคะ ถ้ามีเอาไปด้วยก้ดีค่ะ
      6.ให้เพื่อนแม่เขียนจดหมายอธิบายมาด้วยแล้วกันว่า จะไปพักประมาณวันที่อะไรถึงเมื่อไหร่ค่ะ ถ้าเรามีความตั้งใจจริงไม่คิดจะไปอยู่ที่โน่นเลย วีซ่าก็น่าจะผ่านค่ะ เพราะสามีไม่ได้ไปด้วย อยู่เมืองไทยใช่ไหมคะ กงสุลคงรู้ว่า ต้องกลับมาอยู่กับสามีค่ะ
      7. ถ้าจะเป็นอย่างที่ว่ามาก็เท่ากับว่า เราพุดไม่จริงค่ะ คนอเมริกันชอบคนพูดจริง ไม่ชอบคนหลอกค่ะ อีกประการหนึ่ง ไม่สามารถบอกได้ว่าจะได้รับการประทับตราจาก immigration ที่อเมริกาว่า ให้สิทธิ์อยู่ในอเมริกาได้นานมากน้อยแค่ไหน ในอดีตเคยเห็น immigration stamp ให้ 3 เดือน หรือ 6 เดือนก็มี แต่ในปัจจุบัน การ stamp ให้ 1 เดือนเห็นบ่อยมากจนเป็นเรื่องปกติ ขออธิบายให้ชัดอีกครั้งว่า ถ้าวีซ่านักท่องเที่ยวผ่าน จะได้ stamp visa ยาวนาน 10 ปี แต่เมื่อบินเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว immigration ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จะอนุญาตให้อยู่ได้นานกี่เดือนนั้น ขึ้นอยู่กับเหตุผลที่จะแสดงให้เขาฟังค่ะ
      8. บอกตามความเป็นจริงว่า เป็น my mother’s friend ค่ะ เพราะเขาไม่ใช่ญาติ ถ้าไปตอบญาติ อาจถูกซักต่อไปเกี่ยวกับญาติได้อีกหลายเรื่องค่ะ
      เข้าใจความรู้สึกค่ะ หายใจลึกๆยาว ตั้งใจฟังคำถามของเราให้ดี อย่าไปมองคนอื่นแล้วฟังที่เขาถามคนอื่น เราจะตอบไม่ได้เมื่อเป็นคำถามของเราค่ะ เพราะไม่ทราบว่า เขาถามอะไรเราค่ะ โชคดีค่ะ

  • พี  On January 28, 2011 at 1:08 am

    1.อยากจะถามเรื่องวีซ่าท่องเที่ยวไปอเมริกาคือว่าตอนนี้เรียนอยู่ที่มหาลัยปี 2 อะครับ ถ้าอยากจะไปเที่ยวประมาณ 10วัน จะให้แม่เป็นสปอนเซอร์ได้เปล่าเเบบว่าเเม่ไม่มีจำหมายรับรองเงินเดือนอาชีพรับจ้างทั่วไป ตอนนี้มีเงินประมาณ2แสน วีซ่าจะผ่านเปล่า ทางสถาทูตจะถามมั๊ยอ่าว่าเเม่ทำงานอะไร เเล้วควรจะตอบยังไงหรอ เเบบว่าไม่มีจดหมายรับรองเงินเดือน
    2.เวลาปริ้นแบบฟอร์มไปยื่นวีซ่าเราต้องปริ้นเเบบฟอร์มที่เรากรอกทั้งหมดหรือว่าเเค่หน้าสุดท้ายที่มีรูปเรากะมีบาร์โค๊ดอะครับ
    3.เเล้วต้องซื้อ pin ก่อน หรือว่าเขียนแบบฟอร์มให้เสร็จก่อนอ่า
    4.แล้วเวลาเราไปยื่นวีซ่าให้พนักงานเชคเราต้องยื่นพวกเอกสารการเงิน ทะเบียนบ้าน พาสปอตเลยเปล่า หรือว่ารอให้เขาเรียกดูตอนสัมภาษณ์อะครับ

    • govisa  On January 28, 2011 at 10:57 pm

      น้องพีอยู่ที่อังกฤษ หรือ ที่เมืองไทยคะ ตอบคำถามเลยนะคะ
      1. ให้แม่เป็น sponsor ได้ค่ะ ยิ่งดีใหญ่เลย เพราะคุณแม่เป็นแม่ของน้อง ย่อมต้องมีความผูกพันมากกว่าคนอื่นๆค่ะ ไม่มีจดหมายรับรองเงินเดือน ก็ให้ลองถามแม่ดูว่านายจ้างเอาเงินใส่เข้าบัญชีทุกเดือนสม่ำเสมอไหม มีbook บัญชีที่มีเงินเดือนเข้า-ออกไหมนะคะ และก็ต้องเขียนจดหมายอธิบายสถานะการทำงานของแม่ว่า ได้รับเงินเป็นรายเดือนๆละเท่าไร มีเงินเก็บในธนาคารเท่าไร หรือลองคุยกะคุณแม่ดูซิว่า ท่านมีแหล่งรายได้จากทางอื่นอีกบ้างไหม ที่จะเขียนอธิบายให้กงสุลเข้าใจได้ว่า มีเงินมากพอที่จะช่วยน้องได้ หากน้องเกิดมีปัญหาที่สหรัฐโดยไม่คาดฝัน เช่น ไม่สบาย หรือ เกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น ถามว่าจะผ่านวีซ่าไหม ตอบยากเหมือนกันนะคะ เพราะไม่ทราบว่า น้องไปรัฐที่ค่าใช้จ่ายแพง ประมาณนิวยอร์ค หรือ บอสตัน หรือเปล่า ถ้าใช่ 2 แสนบาท 10 วัน ก็จะดูน้อยไปนิดค่ะ
      2. Print เฉพาะหน้า Confirmation ที่มีแค่ 1 หน้าก็ได้ค่ะ ที่น้องบางคน print หน้าอื่นด้วยเพราะเอาไว้เตือนตัวเองว่า กรอกอะไรไปบ้าง กงสุลมักจะตั้งคำถามที่สืบเนื่องจากสิ่งที่กรอกไป จะได้พูดได้ตรงกันค่ะ
      3. Pin จะซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ เก็บรักษาให้ดี เพราะถ้าซื้อไว้นานน้องบางคนจำไม่ได้ว่า เก็บไว้ที่ไหนค่ะ ต้องซื้อใหม่
      อนึ่ง ต้องกรอกฟอร์มDS 160 ให้เสร็จก่อนจึงจะใช้ Pin กรอกฟอร์มนัดนัดสัมภาษณ์วีซ่าได้ค่ะ
      4. ยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูด้วยค่ะ แต่เจ้าหน้าที่มักจะยื่นเอกสารการเงินกลับให้เราเถือก็บไว้เองค่ะ อาจเป็นไปได้ที่เกรงว่าจะสับสนกับของคนอื่นๆ หรือ หายได้ค่ะ เลยให้ผู้ยื่นเก็บไว้เองค่ะ และถ้าผู้ยื่นต้องใช้เอกสารทางการเงินยืนยันให้สถานทูตดู ในระหว่างสอบสัมภาษณ์ ให้ผู้ยื่นขอวีซ่าหยิบขึ้นนมาให้กงสุลดูเองค่ะ

  • พี  On January 29, 2011 at 11:08 am

    1.ขอบคุณมากครับสำหรับรายละเอียดและคำแนะนำ
    2.เคยไปเรียนที่อังกฤษมาอะครับ แต่ตอนนี้กลับมาเรียนปริญญาตรีต่อที่เมืองไทย ก็คิดไว้ว่าจะไปเที่ยวนิวยอร์คอ่าครับ เงินเดือนเข้าออก มันแล้วเเต่เดือนอะครับ แล้ว พี ควรทำยังไงดีหรอครับ จะตอบอาชีพเเม่ไปว่า self employed หรือว่า employed ดี
    3.แล้ววีซ่าอเมริกาต้องทำประกันอุบัติเหตุการเดินทางหรือเปล่าหรือว่าขึ้นอยุ่กับเรา
    4.แล้วเวลาเซิฟแบบฟอร์มขอวีซ่า แบบว่าเรายังกรอกไม่เส็รจจะมากรอกต่ออีกวันนึง เราต้องกด save หรือว่า save apilication to file หรอครับ

  • หนูดี  On January 30, 2011 at 5:41 pm

    ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อมูลที่แนะนำให้ค่ะ จะเข้ารับการสัมภาษณ์วันที่ 10/2/54 เวลา 7.30 น. ค่ะ ขอสอบถามเพิ่มน่ะค่ะ
    1. เป็น statement ออมทรัพย์ค่ะ มีแค่ 2 บัญชี หมุนเวียนหลักหมื่นค่ะ เพราะนอกนั้นจะเอาเข้าบัญชีฝากประจำค่ะ จะต้องเอาสมุดฝากประจำติดไปด้วยหรือไม่ค่ะ
    2.สามี ไม่ได้ไปค่ะ ไปเที่ยวคนเดียว
    3.ถ้าซื้อตั๋วไปกลับ 2 เดือน แล้ว ตม.ที่อเมริกา ให้ แค่ 1 เดือน สามารถไปเลื่อนตั๋วเครื่องบินที่โน้นได้หรือไม่ จะมีปัญหาอะไรหรือปล่า่วค่ะ
    4.ที่พักที่รัฐหนึ่ง แต่มีเพื่อนอยู่อีกที่หนึ่ง จะสามารถบินไปหาเพื่อนหรือไปเที่ยวกับเพื่อนข้ามรัฐได้หรือไม่ค่ะ
    5.เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกก็รู้สึกกลัวค่ะ แต่ที่กลัวสุดๆๆคือวันที่จะเข้ารับการสัมภาษณ์
    ขออภัยน่ะค่ะที่เขียนมารบกวนอีกรอบ ถ้าผลการสัมภาษณ์ผ่าน จะเขียนมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ ขอขอบพระคุณมากค่ะ

    • govisa  On January 30, 2011 at 9:38 pm

      1. ควรเอาบัญชีประจำไปให้ดูด้วย เพราะบัญชีประจำน่าจะมีตัวเลขในบัญชีมากกว่าบัญชีออมทรัพย์ใช่ไหมคะ แต่อย่าลืมเอาบัญชีสะสมทรัพย์ 2 เล่มนั้นไปด้วยนะคะ เพื่อแสดงว่า เรามีบัญชีที่สามารถเบิก-ถอนได้ทุกวันค่ะ
      2. ยังดีมีเพื่อน ไม่อย่างนั้นอาจจะเหงาได้ ถ้าไปเที่ยวคนเดียว ที่อเมริกา แต่ละสถานที่ห่างไกลกันมาก ต้องขับรถเก่ง จะได้ไปไหนมาไหนสะดวกค่ะ
      3. ขึ้นอยู่กับราคาตั๋ว ถ้าซื้อตั๋วถูกมากประเภทเปลี่ยนแปลงวันเดินทางไม่ได้ ก็จะเลื่อนวันเดินทางไม่ได้ค่ะ ตั๋วที่มีระยะเวลาสั้นมักจะมีราคาถูกและเลื่อนวันเดินทางไม่ได้ แต่ถ้าเป็นตั๋วราคาแพงขึ้นมานิดหน่อย หรือมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี น่าจะเลื่อนวันเดินทางได้ ลองถามทางเอเจนซี่ที่น้องซื้อตั๋วที่เมืองไทยดูว่า ถ้ามีปัญหาต้องเลื่อนวันเดินทางกลับจากอเมริกา จะทำได้หรือไม่ค่ะ ถ้ารู้ว่าเลื่อนไม่ได้ และเข้าไปในสหรัฐแล้ว และบังเอิญได้ประทับตราวีซ่าให้อยู่ในสหรัฐได้เพียง 1 เดือน ลองสอบถามเพื่อนที่โน่น เรื่องขอ extend visa ควรทำเสียแต่เนิ่นๆ เพราะใช้เวลารออนุมัติค่อนข้างนาน เคยมีคนรู้จักคนหนึ่งทำเรื่องขอ extend visa ใช้เวลาอยู่ประมาณ 2-3 เดือน (ตามที่เขาเล่าให้ฟัง) เพื่อนขี้เกียจรอ บินกลับมาเมืองไทย และทำจดหมายขอยกเลิกการ extend visa อย่างไรก็ตาม เขาก้มีประวัติว่าอยู่รอที่อเมริกาประมาณเดือนเศษ ผลร้ายที่เขาได้รับในเวลาต่อมา คือ อีกประมาณ 5-6 ปีให้หลัง เขาขอวีซ่านักท่องเที่ยวเข้าอเมริกาใหม่ เพราะของเก่าหมดอายุ ปรากฏว่า เขาถูกปฏิเสธวีซ่า เพราะเคยมีประวัติอยู่ overstay ดังนั้นควรระมัดระวังการสร้าง record บางอย่างโดยไม่ได้ตั้งใจด้วยค่ะ
      4. บินได้ค่ะ แต่จะบินไปกลับทุกวันหรือค่ะ เพราะคำถามน้องทำให้พี่งงอยู่ว่า เพื่อนอยู่รัฐหนึ่ง น้องพักอีกรัฐหนึ่ง เปลืองเงินค่าตั๋วเครื่องบินค่ะ เก็บเงินไว้ไปเที่ยวดีกว่า ลองคิดดูนะคะ ถ้าต้องนั่งในเครื่องบิน 1 ชั่วโมง มันอาจดูว่า ไม่นาน แต่ให้เช็คราคาตั๋วไปกลับในประเทศด้วย และจะทำการบินไปเที่ยวแบบนี้อยู่กี่วัน ลองนับจำนวนเที่ยวบินคูณราคาตั๋ว ทำไมน้องไม่พักบ้านเพื่อนเลย เที่ยวกับเพื่อนก่อน ค่อยมาแวะรัฐที่ไม่มีเพื่อนแล้วไปเที่ยวคนเดียว เช่น ซื้อตั่วทัวร์ หรือจะ Shopping คนเดียวในรัฐที่ไม่มีเพื่อนอยู่ค่ะ
      5. อย่ากังวลมาก จะทำให้ตอบผิดตอบถูก ถ้าน้องเคยไปเที่ยวต่างประเทศมาบ้างแล้ว ส่วนใหญ่วีซ่าไม่มีปัญหาค่ะ ขอให้โชคดี รอฟังผลวันที่ 10 กุมภาค่ะ

  • หนูดี  On January 31, 2011 at 7:47 pm

    ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อมูลที่เแนะนำให้ค่ะ ( ก่อนหน้านี้ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลยค่ะ)
    ขอถามเพิ่มน่ะค่ะ
    1.ถ้าแก้ปัญหาโดยการซื้อตั๋วไปขาเดียว แล้วไปซื้อตั๋วขากลับที่โน้นจะได้หรือไม่ค่ะ
    2.บ้านเพื่อนแม่อยู่ที่เพลซิลเวอร์เนีย แต่ เพื่อนๆ จะอยู่ที่นิวเจอร์ซี่ค่ะ แต่ว่าในใบคำขอวีซ่าระบุ ที่อยู่ที่พร้อมเบอร์โทรจะไปพักเป็นบ้านเพื่อนแม่ค่ะ ก็เลยกลัวว่าจะมีปัญหาค่ะ ( เพื่อนแม่จะแนะนำให้เดินทางโดยรถค่ะ แต่ว่าจะซื้อตั๋วทัวร์ แบบพี่แนะนำค่ะ เพราะโดยส่วนตัวชอบเดินๆๆไปทุกๆทีและอดทนต่อการเดินมากค่ะ)
    3.ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศไกลๆๆ ส่วนมากจะไปประเทศลาวค่ะ แต่ไปแบบแบกแพค ซึ่งเดินเหนื่อยเพราะแต่ล่ะที่ไกลๆๆค่ะ )
    ขอพระคุณอย่างสูงค่ะ

    • govisa  On February 1, 2011 at 12:12 am

      1. ซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวราคาแพงกว่าไปกลับ ลองถามเอเจนซี่ดูค่ะ และถ้าคืดจะไปซื้อขากลับที่โน่นเที่ยวเดียว ก็แพงเช่นเดียวกัน ซื้อตั๋วไปกลับน่าจะถูกกว่า ปรึกษาเอเจนซี่ขายตั๋วเครื่องบินดีกว่าค่ะ

      2. Pennsylvania กับ New Jersey ถ้าจะนั่งรถก็ต้องเช็คดูตารางรถว่า มีเวลาอะไรใ ช้เวลานานกี่มากน้อยในการเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง เช่น 1 หรือ 2 ชั่วโมง น้องคงเที่ยวได้แค่ใกล้ ก็หมด 1 วันแล้ว ถ้าจะไปไหนไกลๆ แล้วต้องรอรถประจำทาง ต้องศึกษาระยะทางของสถานที่ที่จะไปแต่ละจุดอยู่ห่างแค่ไหน และเวลาที่มีรถวิ่งผ่าน น้องน่าจะนั่งรถไปหาเพื่อนที่ NJ และให้เพื่อนที่ NJ ขับรถพาไปเที่ยว จะได้เห็นที่เที่ยวมากหน่อย ไม่ต้องเสียเวลารอรถ และต้องดูด้วยว่า ตารางรถตอนเช้าเริ่มกี่โมง เย็นรถหมดกี่โมงค่ะ ถ้ากลับไม่ทัน ก็คงต้องค้างอยู่กับเพื่อนบ้างค่ะ

      3. ใจสู้ ก็ไปเที่ยวได้ค่ะ ขอให้ผ่านวีซ่า และเที่ยวให้สนุกค่ะ

  • Kay  On February 1, 2011 at 9:13 am

    เมื่อวานลองนั่งกรอก DS160 จนเสร็จ พบว่ามีหลาย ๆ คำถามที่ไม่เจอตามที่อ่านใน guideline step-by-step เช่น ไม่ต้องกรอกประวัติการศึกษา ข้อมูลการเดินทางที่ผ่านมา ประวัติการทำงานย้อนหลัง(มีแต่ให้กรอกข้อมูลการทำงานปัจจุบัน)ข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ เคยไปเรียนภาษาที่อเมริกาและได้วีซ่านักเรียนมา 5 ปีตอนนี้ยังไม่หมดอายุ แต่จะไปเที่ยวเลยต้องขอวีซ่าใหม่ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันหรือป่าว ที่ทำให้กรอกข้อมูลน้อยลง ช่วยตอบให้กระจ่างด้วยนะคะ ว่าทำยังไงดี ขอบพระคุณค่ะ

    • govisa  On February 2, 2011 at 1:14 am

      สาเหตุที่ไม่ได้กรอกประวัติการศึกษา เพราะตรงช่องที่ถามว่าตอนนี้น้องทำอะไร น้องคงไปเลือกว่า เราทำงานแล้ว น้องจะเข้าไปสุ่ชุดคำถามเกี่ยวกับที่ทำงานเลยทันทีค่ะ ตอนเริ่มกรอกจะ กรอกที่ทำงานปัจจุบันก่อน เมื่อกรอกเสร็จ หลายคนที่คลิก next ไปเลยโดยไม่ทันสังเกตว่า มีคำว่า Add data อยู่สุดท้ายหลังกรอกเรือ่งที่ทำงานที่แรกเสร็จ โดยไปคลิก คำว่า next ถ้าน้องคลิกที่คำว่า add data จะมีช่องว่างเหมือนที่เรากรอกที่ทำงานปัจจุบัน ให้เราได้มีโอกาสกรอกที่ทำงานที่ผ่านๆมาค่ะ

      ส่วนข้อมูลการเดินทางที่ผ่านมา จะอยู่ตรงชุดคำถามเกี่ยวกับ Security ที่มีให้เลือกอยู่ 2 ตัวเลือก คือ yes or no อยู่หลายสิบข้อค่ะว่า ท่านเคยเดืนทางออกนอกประเทศไหม ถ้าเราตอบ Yes จะมีช่องให้กรอกว่าเข้าไปประเทศไหน ไปเมื่อไรค่ะ

      การได้เคยเข้าไปเรียนภาษา มีวีซ่านักเรียนที่ยังไม่หมดอายุ เมื่อจะกลับเข้าไปขอวีซ่านักท่องเที่ยใหม่ กงสุลจะยกเลิกวีซ่านักเรียนหน้านั้นให้เราด้วย หลังจากเราได้รับวีซ่านักท่องเที่ยวครั้งใหม่ค่ะ

  • nui  On February 1, 2011 at 11:50 pm

    มีคำถามจะปรึกษาค่ะคือซื้อ pin เพื่อนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าผ่านทางwebsite แล้วค่ะแต่ยังไม่สามารถนัดวันได้ ถ้าเปลี่ยนวิธีมาเป็น ซื้อ pin ใหม่แล้วทำการนัดสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์จะสามารถนัดวันสัมภาษณ์ได้ทันทีเลยมั้ย หรือว่าต้องรอจนกว่าเค้าจะเปิดวันถึงจะโทรได้ค่ะ

    • govisa  On February 2, 2011 at 12:47 am

      สามารถซื้อ Pin ทางโทรศัพท์ใหม่ได้ค่ะ เราจะพูดกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ว่า เราอยากได้วันที่นัดวันนี้ เขามีคิวว่างไหมให้เราได้จองไหม ถ้าไม่มี เขาบอกว่ายังไม่มี เคยลองจองคิวนัดแบบนี้ไป เขาจะบอกว่า เดือนนี้ทั้งเดือนมีวันว่างวันไหนบ้าง เราอยากได้วันไหนค่ะ คล้ายๆกับจองทางอินเทอร์เน็ต แต่ถ้าไม่มีวีันว่าง เขาจะบอกให้เราติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ เราก็ต้องรอจองไปใหม่อีกครั้งไปเรื่อยๆค่ะ ดังนั้น จองทางโทรศัพท์ ตัวเราจะไม่เห็นตารางวันที่ด้วยตัวเองค่ะ บางคนก็อยากลองเสี่ยงดูทั้ง 2 ทาง เพราะเชื่อว่าคิวนัดทางโทรศัพท์อาจจะมีคิวว่างให้ได้บ้างค่ะ

  • nui  On February 2, 2011 at 7:48 pm

    สอบถามเพิ่มเติมอีกนิดน่ะค่ะ คือตอนนี้เหลืออยู่แค่นัดวันสัมภาษณ์อ่ะค่ะ จะเดินทางวันที่30มีนาคมนี้แล้ว แต่วันสัมภาษณ์เต็มหมดเลย ไม่ทราบว่าถ้าจะจ้าง agent เพื่อนัดสัมภาษณ์จะสามารถทำได้ไหมค่ะ ถ้ามีราคาประมาณเท่าไรค่ะ

    • govisa  On February 2, 2011 at 9:38 pm

      หมายถึงจ้างagent กรอกข้อความ หรือทำคิวนัดคะ ถ้าหมายถึงทำคิวนัด แม้เป็น agent ก็ต้องรอ เหมือนกัน ถ้าคิวแน่นๆค่ะ น้องลองเข้าไปอ่านที่เว็บนี้นะคะ เขาทำสถิติไว้ของแต่ละประเทศว่า ต้องใช้เวลารอคิวนัดนานกี่วัน ของไทยประมาณ 15 วันค่ะ

      http://travel.state.gov/visa/temp/wait/wait_4788.html?post=Bangkok&x=87&y=10 ซึ่งเว็บไซต์นี้เป็นของรัฐบาลอเมริกัน update เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 นี้เองค่ะ ดังนั้นพี่คิดว่าถ้าทำเองได้ ประหยัดเงินไปได้มากค่ะ

  • Somchai Kamloon  On February 3, 2011 at 9:43 am

    ไปอเมริกา ปี 1983 อยู่ 5 ปี ขอใ บเขียวได้ 1987 อยู่ได้ 1 ปี ปี1988 กลัขมาอยู่เ มืองไ ทยถึงปัจจุบันไม่เคยไปอีกเลย อยากจะไปเที่ยวและขอวีซ่า จะต้องขอแบบใหนและจะต้องบอกรายละเอียดที่เคยไปอยู่ด้วยหรือเปล่า เวลาผ่านมา 20 ปีแล้วเขายังมีข้อมูลเก็บอยู่ไหม อยากไปเที่ยว ไม่ได้อยากไปอยู่แล้ว
    ขอบคุณครับ

    • govisa  On February 4, 2011 at 6:00 am

      ขอวีซ่านักท่องเที่ยวตามปกติค่ะ และตรงช่องที่ถามว่าเคยมี social security number หรือมี driver license ไหม ตอบตามความเป็นจริงค่ะ แฟนเพื่อนเคยเป็นอย่างคุณสมชาย เขาไม่อยากไปอยู่ที่อเมริกา เพราะเคยไปอยู่แล้วคิดว่า เชาชอบเมืองไทยมากกว่า เขาตอบอย่างสุภาพตามความเป็นจริง เขาได้วีซ่านักท่องเที่ยวค่ะ

  • พี  On February 4, 2011 at 8:39 pm

    ขอถามเพิ่มเติมนะครับ
    1.อยากจะถามว่ารูปที่จะอัพโหลดลงในเเบบฟอร์มวีซ่าเมกา ผู้ชายต้องเห็นใบหูมั๊ยเอ่ย? แล้วสแกนจากรูป4.5×3.5ซม.ได้มั๊ยครับ แล้วทำให้เป็นขนาดที่สถาทูตกำหนด
    2.แล้วเราสามารถยื่นวีซ่าก่อนเดินทางได้กี่เดือนหรอครับ แล้วถ้าวีซ่าผ่านเเล้ว ถ้าเราจะเปลี่ยนวันเดินทางสามารถทำได้หรือเปล่าครับ
    3.แล้วถ้ากำหนดว่าจะไปประมาณกันยา-ตุลา ควรเตรียมตัวยื่นวีซ่าเดินไหนหรอครับ คิวสัมภาษณ์คนจะเยอะหรือเปล่าช่วงนั้น

    • govisa  On February 5, 2011 at 8:37 pm

      1. เรื่องเห็นใบหูทั้ง 2 ข้าง เป็นข้อกำหนดของสถานทูต ไม่มีการแบ่งแยกเพศค่ะ ส่วนรูปลองทำดูนะคะ ว่าถ้าขยายแล้วภาพมันจะแตกไหม กลัวเดี่ยวรูปน้องจะไม่หล่อค่ะ
      2. ถ้าเป็นวีซ่านักเรียนไม่เกิน 120 วันก่อนหน้าเดินทาง แต่ถ้าเป็นวีซ่านักท่องเที่ยวขอเมื่อไรก็ได้ แต่ถ้าเป็นกรณีน้องยังเรียนอยู่ และจะไปช่วงปิดเทอม เช่นตุลาคม ขอประมาณกรกฎาคม หรือ สิงหาคมก็ได้ค่ะ ถ้าถามว่าคิวแน่นไหม ก็คงมีลักษณะคล้ายคลึงกับช่วงนี้ เพราะ พวกเด็กที่เรียนอินเตอร์ปิดเทอม เด็กต่างประเทศก็ตรงกับ summer เขาชอบเดินทางไปเที่ยวกัน ส่วนนักเรียนที่วางแผนจะไปเรียนเทอม Fall ก็ต้องขอวีซ่าช่วงนี้ ดังนั้นคิวค่อนข้างแน่นคล้ายช่วงนี้ของเราที่เด็กบ่นว่า ทำไปยังไม่มีการปล่อยวันที่ว่างออกมาเลยค่ะ ขอวีซ่าไว้เนิ่นๆก็ดีค่ะ จะได้ทันไปเที่ยวช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคมนะคะ ส่วนเรื่องวันที่เดินทางที่กรอกในฟอร์มวันที่หนึ่ง ของจริงเปลี่ยนได้ เพราะเราอาจติดธุระกระทันหันในวันนั้น ต้องเลื่อนการเดินทางไป แต่กรณีวีซ่านักเรียน ถ้าจะมีการเลื่อนวันเดินทางก็ต้องพยายามไปให้ทันเรียนค่ะ

  • พี  On February 5, 2011 at 10:10 pm

    ขอบคุณมากนะครับ ขอถามคำถามเพิ่มเติมนะครับ
    เรื่องสปอนเซอร์อะครับ คือว่าเเม่ทำงานรับจ้างไม่มีจดหมายรับรองเงินเดือน เงินเเต่ละเดือนเข้าไม่เท่ากันตอนนี้เงินในบัญชีเเม่มีประมาณสองเเสน เราสามารถเขียนจดหมายอธิบายเงินเเม่ได้มั๊ยอ่าครับว่าเอาเงินมาจากไหน คือคิดอยู่ว่าจะให้อาเป็นสปอนเซอร์ให้ดีเปล่าเพราะว่าอาค้าขายมีเงินเข้าออกมีทะเบียนการค้าเเล้วก็มีเงินเก็บประมาณห้าล้าน ยังงี้ให้ใครเป็นสปอนเซอร์ให้ดีกว่าหรอครับ

    • govisa  On February 6, 2011 at 3:24 pm

      จำได้ว่าน้องพีจะขอวีซ่าท่องเที่ยวใชไหมคะ ถ้า statement อามากกว่า ก็ใช้ทั้งอาและแม่ด้วยแล้วกันค่ะ แต่ต้องรู้รายละเอียดของอาด้วยว่าท่านทำอาชีพอะไร มีรายรับเป็นอย่างไร มีครอบครัวต้องรับผิดชอบไหมและทำไมอาจึงอยากช่วยค้ำประกันให้น้อง พี่จำไม่ได้ว่าน้องเคยพูดถึงคุณพ่อน้องให้พี่ฟังหรือเปล่าค่ะ เพราะกงสุลอาจถามน้องได้ว่า แล้วทำไมคุรพ่อถึงไม่เป็น sponsor เองค่ะ ส่วนคุณแม่น้องๆจะทำจดหมายชี้แจงรายรับก็ดีนะคะ เพราะเวลาน้องตื่นเต้นต่อหน้ากงสุล อาจจะตอบคำถามไม่ได้ดั่งที่คิดไว้ตอนแรก ด้วยความประหม่า ตื่นเต้น และฯลฯ ส่วนตัวน้องเอง อย่าลืมเอา transcript และใบรับรองความเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยติดไปด้วยค่ะ เพื่อกงสุลถามว่า หลังจากเที่ยวเสร็จจะทำอะไรต่อ น้องมีหลักฐานว่า มีภาระ ต้องกลับมาเรียนปริญญาตรีปีอะไรที่เมืองไทยให้จบ เป็นต้นค่ะ

  • poem  On February 5, 2011 at 11:32 pm

    กรอกข้อมูลใน DS160 ไปว่าจาไปพักอยู่บ้านเพื่อนซักสองอาทิตย์น่ะค่ะ แต่ความจิงเค้าเป็นลูกพี่ลูกน้องทางแม่น่ะค่ะ(คนละนามสกุล)จะเป็นอะไรมั้ยคะ แล้วควรต้องให้เค้าเขียนจดหมายหรือส่งอีเมลมามั้ยคะ ว่าจาให้เราพัก หรืออาไรทำนองนี้น่ะคะ รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ

    • govisa  On February 6, 2011 at 3:28 pm

      เขียนเพื่อนไปแล้วก็เพื่อนได้ค่ะ เพราะเปลี่ยนกลับไปกลับมาดูเป็นคนไม่น่าเชื่อถือค่ะ ยกเว้น ถ้า statement ที่นำไปแสดงด้วย มีเงินในบัญชีน้อย ก็คงต้องสารภาพว่า คลิกผิดไปตอนกรอกค่ะ ที่จริงจะไปอยู่กับญาติ ให้ยาติเขาทำจดหมายมาด้วยว่า เขาจะรับผิดชอบเรื่องที่พักและอาหารให้ค่ะ

  • govisa  On February 8, 2011 at 9:20 pm

    น้องที่เขียนถามมา มีน้องคนไหนผ่านวีซ่าแล้วบ้างคะ หรือ น้องคนไหนที่อยากจะแบ่งปันประสบการณ์การเข้าไปสัมภาษณ์กับกงสุล เพื่อให้เป็นข้อมูลกับน้องคนต่อๆไป พี่ยินดีรับฟังและขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

  • พี  On February 9, 2011 at 10:35 am

    เดี๋ยวถ้าไปยื่นเเล้วเป็นยังไงจะมาเเชร์ระสบการณ์นะครับ แต่คงอีกนานเลยของผม เพื่อนๆคนไหนมีประสบการณ์ก็มาเเชร์กันนะครับ เว็บนี้มีประโยชน์มากๆเลย >_<

    • govisa  On February 10, 2011 at 5:09 am

      ขอบคุณน้องพีมากๆค่ะ

  • Somchai  On February 9, 2011 at 8:17 pm

    กรอกข้อมูล form D160 แล้วได้ confirmation no. ซื้อ PIN เ ข้าเว็บไซต์ นัดวันสัมภาษณ์ตั้งแต่วันที่ 4 เต็มตลอด เมื่อเช้าพยายาม log in แต่ปรากฎ error ไม่สามารถเข้าได้ ผ่านไปหลายชั่วโมง log in ได้และมีวันนัดเพิ่ม แต่ก็เต็มหมดแล้ว มีวิธีใดที่จะนัดสัมภาษณ์ได้เร็วขึ้น จะไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ คงจะทำ visa ไม่ทัน
    ขอบคุณครับ

    • govisa  On February 10, 2011 at 4:51 am

      ถ้าจะไปเทียวช่วงสงกรานต์ มีวันนัดช่วงปลายเดือนมีนาคม รีบจองเลยค่ะ เพราะเขาเปิดให้จองแปีบเดียว ถ้าไม่จองเดี่ยวก็เต็มอีกค่ะ ไม่มีวันสัมภาษณ์อีก เพราะถ้าสัมภาษณ์ปลายมีนา รู้ผลเลยในวันนั้นว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านวีซ่าค่ะ เพราะถ้าผ่านวีซ่า เขาจะพูดว่า เขาจะส่งหนังสือเดินทางให้น้องทางไปรษณีย์ และให้น้องไปจ่ายเงินค่าซองจดหมายค่ะ ส่งหนังสือเดินทางกลับน้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน เพราะเขาส่งทาง EMS ค่ะ อย่างไรก็ตามถ้าน้องรีบใช้หนังสือเดินทางแจ้งเขาว่า จะไปรอรับที่ไปรษณีย์รองเมืองในวันรุ่งขึ้น เขาก็จะมีแผนที่ที่ตั้งไปรษณีย์ให้น้องค่ะ ถามเวลาเขาด้วยนะคะว่า จะให้ไปรอรับที่ไปรษณีย์ได้ตอนประมาณกี่โมงค่ะ

  • หนูดี  On February 10, 2011 at 2:21 pm

    วันนี้มาแชร์ประสบการณ์ค่ะ วันนี้ 10.2.2011 ไปสัมภาษณ์ที่สถานฑูตอเมริกา เวลา 7.30 น. มาค่ะ แต่ไม่ผ่าน ได้เข้าช่องที่7 คนสัมภาษณ์เป็นคนอเมริกันผู้ไทย ถามอยู่ ประมาณ 5 ประโยค และก็ไม่ให้ผ่าน ไม่ขอดูเอกสารที่เตรยมไปเลยค่ะไม่ว่าจะเป็น statement เอกสารทางการค้า หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส หรืออื่นๆๆ ไม่ดูสักอย่างเลย คำถามที่ถามก็มี 1.เคยไปเที่ยวไปเทศประเทศอื่นบ้างหรือไม่ ตอบว่าเคยไปแต่ประเทศเพื่อนบ้านคือประเทศลาว 2.สามีไม่ไปด้วยเหรอ 3. ทำไมถึงอยากไปอเมริกา 4.จะไปพักกับใคร ตอบว่าเพื่อนแม่ (ไม่มีจดหมายเชิญ แต่สังเกตุช่องอื่นๆๆมีจดหมายเชิญจะผ่านค่ะ ) 5.ใครจะฃ่วยค่าใช้จ่ายให้ (สามีและตัวเอง) สรุปไม่ให้ผ่าน
    ก็งง…นิดหน่อยเพราะไม่ขอเอกสารดูเลย จะดูเฉพาะเอกสาร D160 ที่ print ออกจากคอมเท่านั้นค่ะ ….และก็จะไม่ไปยื่นเอกสารอีกแล้วค่ะเพราะเสียดายตังค์ค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าธรรมเนียมเอกสารรับรองเงินจากธนาคาร ค่า pin รวมแล้วก็หลายตังค์ ขอเที่ยวประเทศใกล้เคียงเช่น สิงค์โปร์ จีน มาเลเซีย และยุโรปอีกประเทศ คือ เยอรมันค่ะ ( มีจดหมายเชิญมาค่ะ )
    สำหรับเพื่อนๆๆท่านไหนจะไปสัมภาษณ์ ขอให้โชคดีน่ะค่ะ เอาใจช่วย….

    • govisa  On February 11, 2011 at 4:41 am

      พี่เสียใจด้วยค่ะ กงสุลจะไม่ขอดูเอกสารกับทุกคนที่ไปสอบสัมภาษณ์ อย่างที่เคยตอบน้องคนอื่นๆ คือ กงสุลเขาพอรู้ของรายละเอียดของเราบ้างแล้วจาก DS 160 เพราะเขาอ่านทำการบ้านมาก่อนค่ะ เรามีสิทธิ์ยื่นเอกสารประกอบให้กงสุลดู ในระหว่างมีการโต้ตอบสัมภาษณ์กัน เช่น กงสุลถามว่า
      1. สามีไม่ได้ไปด้วยหรือ น้องสามารถแสดงหลักฐานว่า สามีทำงานตำแหน่งอะไร ลางานไปนานไม่ได้ และอาจอธิบายเพิ่มอีกนิดว่า สามีเห็นว่าเราไปอยู่บ้านเพื่อนแม่ คงไมม่มีอันตราย จึงอนุญาตให้ไป
      2. ส่วนคำถามที่เขาถามว่า ทำไมอยากไปอเมริกา พี่ไม่ทราบว่า น้องให้คำตอบว่าอะไรไป คำตอบของน้อง กงสุลจะตีความว่าอย่างไร เช่น มีแผนการเดินทางชัดเจนไหม ผู้หญิงไปตัวคนเดียว บอกว่าไปแบบแบ็คแพ็คเหมือนประเทศลาว เขาอาจไม่เชื่อ เพราะ อเมริกากว้างใหญ่ อย่างที่เคยบอกน้องไปว่า Penn กับ New Jersey ไม่ใกล้กันเท่าไรนักถ้าจะขับรถไปเที่ยวจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เราอาจต้องค้างคืนที่ NJ กับเพื่อน เพื่อจะได้ไม่เร่งรีบในการเดินทาง จากจุดที่เที่ยวหนึ่งไปอีกจุดที่เที่ยวหนึ่งค่ะ กงสุลอาจมองภาพว่า ตรงนี้ น้องมีรายละเอียดการไปเที่ยวชัดเจนไหม
      3. คำถามว่าไปพักที่ไหน พี่ตอบน้องไปเมื่อ 27 มกราคมว่า ให้เพื่อนแม่เขียนจดหมายมานิดหนึ่งว่า น้องจะไปพักกับเขา พี่คิดว่า ถ้าน้องมีจดหมายฉบับนี้ไป น้องสามารถยื่นให้กงสุลดูประกอบคำตอบข้อนี้ได้ค่ะ
      4. ใครจะช่วยค่าใช้จ่าย เขาไม่ขอดู statement น้องอาจยื่นจดหมายรับรองเงินเดือนสามี กับจดหมายรับจากธนาคารที่สามีมีบัญชีเงินฝาก หรือ book บัญชีสามีให้เขาดูได้ค่ะ
      น้องมีสิทธิ์ยื่นขอวีซ่าใหม่อีกครั้งได้ อาจทอดเวลาไปหน่อย เช่น 3 เดือนก็จะเป็นช่วงหน้าร้อนของอเมริกา อากาสกำไม่หนาวมาก และไปขอพร้อมสามี โดยมีรายการไปเที่ยวที่ชัดเจนประกอบไปด้วย เพราะแต่ละจุดของอเมริกากว้างใหญ่มาก ต้องมีรถจึงจะเที่ยวได้สะดวก ไม่เหมือนประเทศในเอเซียหรือยุโรป ที่จะมีรถโดยสารสาธารณะถี่และบ่อยกว่าในอเมริกา รถโดยสารจะออกประมาณ 40นาที หรือ 1 ชั่วโมงคันหนึ่งค่ะ

  • iamnan@gmail.com  On February 11, 2011 at 11:17 am

    ตอนนี้เรียนอยู่ปี 1 แล้วสมัครไปเรียนภาษาในช่วงปิดเทอมเป็นเวลา 9 สัปดาห์ มีปัญหาในขั้นตอนการกรอกใบสมัคร ดังนี้

    1. ถ้ากรอกวีซ่า DS-160 และจองคิวนัดสัมภาษณ์ และได้ Comfirmation Number มาแล้ว เพิ่งมาพบว่า กรอกชื่อผิด และตรง Native Language กรอกภาษาอังกฤษแทนภาษาไทย เข้าไปแก้ไขในเวบก็ทำไม่ได้ เพราะมันจะเปิดได้แค่หน้าที่มีบาร์ดค้ดที่ให้ปริ๊นเอกสาร ตรงนี้จะแก้ไขอย่างไรบ้างคะ

    2. การกรอกแบบฟอร์ม Ds-160 ในส่วนของ Address in US ได้กรอกที่อยู่ของสถาบันที่เรียนไป เพราะว่าจะไปพักกับญาติแต่ยังไม่ได้ที่อยู่ ถ้ารอกลัวจะหาวันสัมภาษณ์ยาก ตรงนี้เราควรบอกไหมคะว่าจะไปพักกับญาติ และจำเป็นจะต้องแก้ไขที่อยู่ด้วยไหม

    3. ซื้อ PIN โดยผ่าน Call Center เมื่อได้ email ตอบรับพบว่า เจ้าหน้าที่กรอกชื่อผิด ตรงนี้จะแก้ไขได้อย่างไรคะ และต้องปริ๊นท์อีเมลตอบรับว่าเราได้สัมภาษณ์วันไหนไปด้วยหรือไม่

    ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On February 12, 2011 at 7:51 am

      ถ้าน้องได้วันสัมภาษณ์แล้วให้ print วันนัดสัมภาษณ์ออกมาด้วยค่ะ

      ส่วนการแก้ไขก็ทำไม่ได้แล้วค่ะ เพราะถ้าจะแก้ต้องเข้าไปกรอกใหม่ ได้ confirmation number ใหม่ ซึ่งไม่ตรงกันกับที่แจ้งไปในหน้าคิวนัดสัมภาษณ์ค่ะ ให้น้องบอกกับเจ้าหน้าที่คนไทย ที่ตรวจเอกสารก่อนเข้าไปพบกงสุลค่ะว่า เรารีบกรอกข้อมูล เพราะมีเวลาเป็นตัวกำหนด และตรวจทานไม่ดี นัดไปแล้วเลยไม่กล้าแก้ เพราะเกรงว่า จะต้องเปลี่ยนวันนัดใหม่ซึ่งตอนนี้ไม่มีคิวนัดเดือนมีนาเหลือเลยค่ะ จุดที่ผิดมีอยู่ 2 จุด คือ ตอนกรอก DS 160 กับตอนนัดทำวีซ่า ซึ่งพี่ไม่ทราบว่า ผิดแบบเดียวกันหรือไม่ คือ น้องบอกชื่อคนอื่นไม่ใช่ชื่อน้อง หรือ สะกดผิดไปตัวสองอักษรคะ ถ้าเป็นอย่างหลังคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ ถ้าเป็นอย่างแรกต้องกรอกใหม่หมด จองวันนัดสัมภาษณ์ใหม่ค่ะ

      ถ้ายังไม่มั่นใจในคำตอบนี้ ให้ลองเขียนอีเมล์ไปถาม visabkk@state.gov ดูค่ะ

  • หนูดี  On February 11, 2011 at 11:54 am

    ขอบคุณมากค่ะพี่ แต่คงไม่ไปแล้วค่ะ เพราะเค๊าไม่เปิดโอกาศให้ยื่นเอกสารประกอบเลยค่ะ และเค๊าไม่แสดงความอยากขอเอกสารจากเราเลย
    2.ตอบว่าคิดว่าสักครั้งหนึ่งถ้ามีมีโอกาสก็อยากไปเที่ยวอเมริกา และตอนนี้ก็มีความพร้อม ตัวเองและสามี ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ในการท่องเที่ยว
    4.เค๊าไม่ขอดู statement เลยค่ะ เค๊าไม่พยายามขออะไรเลยค่ะ ก็เลยไม่รู้จะืำทำอย่างไรคิดไม่ออก ณ ขณะนั้นว่าควรจะหยิบเอกสารอะไรให้เค๊าดู ทั้งที่แน่ใจตัวเองมีความพร้อมในเอกสารมาก จดหมายรับรองจากทางบริษัทสามีการันตีเงินเดือน ตำแหน่ง มีทุกอย่างเลยค่ะพี่..ก็เลยคิดว่าเราไม่มีโชคเองค่ะ หรือเพราะเราไม่รีบหยิบเอกสารต่างๆๆมาให้เค๊าดูหรือปล่าวค่ะ และอาจจะเป็นเพราะตอนนั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเพราะเค๊าตอบ no..no.. อย่างเดียว และบอกแต่ว่าเราไม่มีความผูกพันธ์กับคนที่โน้นไปไม่ได้ ถ้าคุณพร้อมค่อยมายื่นใหม่ค่ะ….และโทรบอกเพื่อนแม่แล้วค่ะ ทางโน้นไม่เคยทำจดหมายมา…แต่ให้ทางเราเขียนไปบอกเค๊าแล้วเค๊าจะทำจดหมายมาเชิญเป็นทางการพร้อมเป็นสปอนเซอร์ และเพื่อนแม่จะบินมาที่นี้เดือน พฤศจิกายน จะกลับประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2555 …แต่หนูคิดว่าไม่ไปแล้วค่ะ..ขอบคุณพี่มากค่ะ..หนูก็พูดความจริงไปทุกอย่าง..แต่ผลออกมาเป็นอย่างนี้ก็ผิดหวังมากค่ะ…

    • govisa  On February 12, 2011 at 7:36 am

      พี่คิดว่า น้องคงตื่นเต้นตอนยืนอยู่หน้ากงสุล และตกใจจนไม่ทราบว่า ควรยื่นเอกสารประกอบให้เขาดูเองด้วยค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ให้เวลาช่วยทำให้น้องเข้มแข็งและต่อสู้ต่อไป ถ้าเพื่อนแม่มาเมืองไทยแล้วเปลี่ยนใจ จะยื่นอีกครั้ง พี่ก็ยินดีให้คำแนะนำค่ะ ถ้าในอนาคตเปลี่ยนใจจะเข้าไปใหม่ แนะนำให้ขอวีซ่าพร้อมสามี และทำจดหมายชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ไว้ชั้นหนึ่งก่อน เพราะกันการประหม่าและตื่นเต้นเวลายืนอยู่หน้ากงสุลค่ะ

  • Apple58  On February 13, 2011 at 11:19 pm

    ขอสอบถามเกี่ยวกับวีซ่าค่ะ ตอนนี้สับสนมาก

    1. ทำ passport เล่มแรก ที่หมดอายุแล้ว ซึ่งในนั้นมีวีซ่าสหรัฐฯ ที่ยัง valid อยู่หายไป
    2. ไปแจ้งความ และไปทำ passport ใหม่ ได้เล่มเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเล่มที่มีอยู่ (เล่มที่สอง) เหลือไม่ถึง 6 เดือน
    3. ทำการกรอกมบสมัคร DS-160 ไปเรียบร้อยแล้ว กำลังจะจองคิวนัดสัมภาษณ์ ก็พอดีเจอ passport เล่มนั้นที่หายไป
    4. กำลังจะไปถอนแจ้งความ และไปกงศุลฯ ขอทำ endorse ย้อนหลัง เพื่อเอาวีซ่าตัวนั้นมาใช้คู่กับ passport เล่มใหม่

    คำถามคือ จะต้องทำอย่างไรกับใบสมัครที่กด submit ไปแล้วคะ เหตุที่กังวล เนื่องจากว่าในใบสมัครมีคำถามข้อนึงถามว่า ท่านเคยทำวีซ่าหายหรือไม่ แล้วเราตอบไปว่า เคย พร้อมระบุเลขที่วีซ่า แล้วตอนนี้มาหาเจอ เลยอยากรู้ว่าข้อมูลนั้นจะมีผลอะไรหรือไม่

    ช่วยตอบด้วยนะคะ ช่วงนี้เป็นกังวลทุกวันเลยค่ะ จะเดินทางเดือนหน้าแล้ว ไปสัมภาษณ์ตอนนี้ก็คงไม่ทัน เพราะว่าคิวไม่มีเลย

    ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    • govisa  On February 14, 2011 at 4:59 am

      1. วีซ่าในเล่มที่ 1 เหลืออีกกี่ปีคะ ถ้าเหลือไม่มาก จะขอใหม่ไหมคะ
      2. เล่ม 2 ทิ้งไปเลย เพราะส่วนใหญ่คนที่จะเดินทางควรให้ passport มีอายุเกิน 6 เดือน
      3. กำลังจะจองคิวยังไม่ได้จองใช่ไหมคะ เพราะถ้าเล่ม 1 ยังเหลืออีก 5-6 ปี ก็อย่าจองคิวนัดเลยค่ะ แต่ที่สำคัญดูอายุ passport ด้วย ถ้ายังเหลืออีก 5 ปี น่าจะลองติดต่อกรมกงสุลที่ทำ passport ของบ้านเรา พูดกับเจ้าหนาที่ว่า หา passport เล่มที่คิดว่าหายไปพบแล้ว ขอยกเลิกเล่มใหม่ได้ไหมค่ะ
      4. ลองปรึกษากรมกงสุลดู แต่เวลาเดินทางคงเข้าอเมริกา คงต้องถือ passport 2 เล่มค่ะ และถ้าคิดเล่นๆว่า จะไปให้สถานทูตอเมริกา endorse ในเล่มใหม่ก็ไม่ได้ เพราะเขาจะให้ยื่นขอวีซ่าใหม่หมด ดังนั้นก็คงต้องเป็นอย่างแรก คือ endorse เล่มแรกและเวลาเดินทางถือ 2 เล่มค่ะ

  • zaa  On February 14, 2011 at 10:39 pm

    หนูขอสอบถามเกี่ยวกับการขอวีซ่าค่ะ
    1.หนูเพิ่งกลับจากการไปเที่ยวที่ LA มาค่ะ เขาให้อยู่ 5 เดือน หนูก็อยู่จนเต็มเลยแล้วก็กลับมาต้นปี หนูมีความประสงค์จะขอวีซ่านักเรียนเพื่อไปเรียนภาษาก่อนที่ NY พี่คิดว่ามีโอกาสจะได้วีซ่านักเรียนไหมค่ะ
    2. ถ้าหนูขอวีซ่านักเรียนไม่ได้ ทางสถานฑูตจะระงับวีซ่าท่องเที่ยวของหนูหรือไหม
    3. เอกสารประกอบขอวีซ่านักเรียน จำเป็นต้องมีจดหมายศึกษาต่อจากมหาลัยหรือไหมค่ะ หนูไปเรียนภาษาก่อนอะ แล้วค่อยเรียนปริญญาโท
    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On February 15, 2011 at 5:16 am

      1. เป็นคำถามที่ตอบยากมากค่ะ เพราะถ้าถามว่าเสี่ยงต่อการขอวีซ่าครั้งต่อไปไหม ก็มีประเด็นอยูค่ะ เพราะถ้าน้องทำงาน น้อจะไม่สามารถลาหยุดพักร้อนไปเที่ยวได้นานถึง 5 เดือน แสดงว่า น้องอยู่ในฐานะไม่มีงานทำ กงสุลคงต้องถามว่า น้องไปอยู่กับใคร 5 เดือนใน Los Angeles มีวัตถุประสงค์อะไรที่อยู่นานถึง 5 เดือน น้องไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง น้องทำงานอะไรในระหว่าง 5 เดือนนั้นหรือเปล่า เพราะการอยู่ที่นั่น 5 เดือน ต้องมีค่าใข้จ่ายส่วนตัวเกิดขึ้น คนที่ไปอยู่ด้วยเป็นใคร มีความสัมพันธ์กับน้องอย่างไร ทำอาชีพอะไร เป็นต้นค่ะ ที่บอกว่าจะขอวีซ่านักเรียนไปเรียนที่ New York โรงเรียนชื่ออะไร มีมาตราฐานการสอนอยู่ในเกณฑ์เป็นที่ยอมรับ ได้มากน้อยแค่ไหนในความคิดของกงสุล คือ โรงเรียนภาษาในอเมริกามีเป็นพันๆแห่ง ทุกที่ออก I-20 ให้นักเรียนต่างชาติไปขอวีซ่านักเรียนได้หมด แต่ที่ไหนล่ะที่จะเข้มงวดกับการสอนนักศึกษาต่างชาติ ไม่ละเลยปล่อยให้นักศึกษาออกไปหางานทำนอกมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย โรงเรียนภาษาบางแห่งที่เข้มงวดมากๆ เขาจะรายงานความผิดของนักศึกษาของเขาให้ Immigration ทราบทันทีที่รู้ค่ะ เพราะฉะนั้นกงสุลจึงสัมภาษณ์มากเป็นพิเศษ ในกรณีถ้าเป็นการสมัครไปเรียนภาษาอย่างเดียว เพราะสมัครภาษาสมัครง่ายกว่าสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย คนที่คิดไปแล้วจะไม่กลับเมืองไทยส่วนใหญ่ ก็จะอยู่ในกลุ่มสมัครไปเรียนภาษาเฉยๆค่ะ
      2. ไม่ระงับวีซ่านักท่องเที่ยวค่ะ
      3. ถ้าหากทำได้ก็ควรมีจดหมายจากทางมหาวิทยาลัยด้วยว่า จะรับเข้าเรียนต่อปริญญาโท ถ้าสอบได้คะแนนถึงเกณฑ์มาตราฐานการรับเข้าเรียนของเขาค่ะ

  • zaa  On February 15, 2011 at 9:00 am

    1.พี่ช่วยแนะนำได้ไหมค่ะ ว่าควรจะแสดงหลักฐานอะไรบ้าง หนูไปอยู่กับญาติมาจริงๆไมได้ทำงาน มีไปเที่ยวที่ต่างรัฐมาด้วย หนูได้วีซ่า 10 ปีมา 2 รอบแต่ครั้งนี้ที่จะไปขอคือวีซ่านักเรียนค่ะ อยู่ที่ไทยหนูมีกิจการที่บ้านค่ะ เคยทำงานแต่ลาออกไปแล้วเลยไปเที่ยวหาญาติที่ LA ค่ะ
    3.สถาบันที่สมัครไปเป็น LaGuadia college ไม่สามารถโดดเรียนได้ หนูลงคอสภาษาไป 6 เดือนค่ะ
    2.หนูไปเรียนภาษาเพื่อปรับพื้นฐานสอบเข้าเรียนต่อในมหาลัย มหาลัยมีไว้ในใจแล้ว จำเป็นไหมค่ะที่จะขอจดหมายจากมหาลัยที่ไทยเพื่อไปโชว์สถานฑูตว่าเราจะไปเรียนต่อจริงๆ

    • govisa  On February 16, 2011 at 5:55 am

      1. โดยปกติคนเคยวีซ่ามาแล้ว เวลาไปขอครั้งใหม่ก็จะผ่านวีซ่านะคะ ถ้าจะให้แนะนำเอกสารที่เอาไปด้วย ได้แก่ เอกสารทางการศึกษาที่มีคือ I-20 , Sevis I-901, passport, DS-160 confirmation number,ใบเสร็จจากไปรษณีย์, ใบรับรองการทำงานที่บ้านว่าทำเมื่อไหร่ ตำแหน่งงานอะไร, transcript, ใบรับรองการทำงานจากที่ทำงานเก่าก่อนมาทำที่บ้าน, หลักฐานการเงินของ Sponsor และเอกสารยืนยันอาชีพและที่มาของรายได้ของ Sponsor เช่น ใบอนุญาตประกอบการค้า เป็นต้น หลังจากนั้น ขึ้นอยู่กับวีธีการตอบคำถามที่จะให้แก่กงสุล เช่น เขาถามว่าไปทำไม ตั้ง 5 เดือน น้องจะตอบอย่างไร ที่ทำให้เขาเข้าใจน้องว่าน้องไม่ด้อยากอยู่ที่อเมริกา เพียงแค่อยากเที่ยว เพราะแอลเอใครๆก็รู้ว่าเป็นถิ่นของคนไทย บ้างอยู่อย่างถูกกฎหมาย บ้างก็เข้าเมืองผิดกฎหมาย ญาติเป็นอย่างนั้นไหม ญาติเราไม่เป็น แต่กงสุลไม่เคยรู้จักใครมาก่อน เขาก็ต้องสงสัยไปตามสถานะการณ์ของเขา น้องมีหน้าที่ต้องแก้ไขความเข้าใจผิดให้ทำเป็นถูก จากการตอบคำถาม โดยยืนอยู่บนพื้นฐานเหตุผลที่มีความเป็นไปได้ บางคนตอบว่าก้อเขาเป็นญาติ เขามีธุรกิจของเขาเอง แต่ถ้าเราทำใจเป็นกลาง แล้วลองมองคำตอบที่เขาคนนั้นตอบไป โดยสมมติว่าเราเป็นกงสุล คำตอบนั้นกระจ่างพอที่จะทำให้เขาเข้าใจเพิ่มขึ้นไหม และนั้นก็จะทำให้เราเข้าใจได้ว่าทำไมเขาจึงถูกปฏิเสธวีซ่า
      2. สถาบันที่ไปเรียนภาษา LaGuardia Community College ใน new York เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนไทยไปเรียนภาษามากพอสมควร เพราะมีราคาไม่แพงเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเรียนในบางมหาวิทยาลัยใน New York กงสุลอาจถามว่าทำไมน้องเลือกที่เรียนภาษาใน New York แทน Los Angeles อยากให้ลองเตรียมค้นหาคำตอบด้วยว่า ตอบอย่างไรจึงจะดูมีสาระมีเหตุมีผลค่ะ หรือทำไมเลือกรัฐ New York เป็นต้น
      3. ถ้าจะขอจดหมายรับรองจาก U ในไทยว่าเราไปเรียนต่อจริง ก็คงต้องเป็นกรณีน้องจะกลับมาเรียนต่อที่ประเทศไทย และเขาคงถามอีกว่า แล้ว course ที่จะกลับมาเรียนต่อที่ไทยคือ course อะไร ทำไมต้องไปเรียนภาษาอังกฤษที่อเมริกา น้องก็ต้องอธิบายไปเป็น International Program เป็นต้น แต่ถ้าจะเรียนต่อปริญญาโทใน U ทีอเมริกา ก็ต้องเป็นจดหมายจาก U ในอเมริการับรองว่าจะรับเข้าเรียนต่อโทหลังจากเรียนภาษาจบค่ะ

  • Boom  On February 15, 2011 at 9:20 am

    ขอถามด้วยคนค่ะ เมื่อวันที่ 3 กพ.54 พาแม่ไปสัมภาษณ์วีซ่าท่องเที่ยว แต่ไม่ผ่าน เค้าบอกว่าเราไม่มีความผูกพันเน้นแฟ้นนอกสหรัฐ กรณีถ้าจะยื่นใหม่ ต้องทิ้งระยะนานป่าวค่ะ แล้วอันที่เค้าคอมเมนต์มาต้องหาเอกสารอะไรเพิ่มบ้างค่ะ

    • govisa  On February 15, 2011 at 10:45 pm

      น้องไม่ได้บอกว่า เขา comment อะไรมา พี่ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ค่ะ ถ้าน้องหาเอกสารที่จะแสดงเพิ่มได้ว่า ผูกพันเมืองไทยจะกลับมาอยู่ที่ไทยก็น่าจะผ่านวีซ่า เช่น อาจเอาหลักฐานว่า พ่อทำอาชีพอะไรไปแสดงเพิ่มดีไหม นั่นคือ เหตุผลที่อยากให้อ่านสิ่งต่อไปนี้ ซึ่งทางรัฐบาลอเมริกันอธิบายไว้ชัดเจนว่า มีสิทธิ์ขอวีซ่าได้อีก และคำว่า strong tie หรือความผูกพัน แต่ละ case อาจไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างเดียวกันค่ะ ดูเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ http://travel.state.gov/visa/frvi/denials/denials_1361.html

      IS A DENIAL UNDER SECTION 214(B) PERMANENT?

      No. The consular officer will reconsider a case if an applicant can show further convincing evidence of ties outside the United States. Your friend, relative or student should contact the embassy or consulate to find out about reapplication procedures. Unfortunately, some applicants will not qualify for a nonimmigrant visa, regardless of how many times they reapply, until their personal, professional, and financial circumstances change considerably.

      WHAT CONSTITUTES “STRONG TIES”?

      Strong ties differ from country to country, city to city, individual to individual. Some examples of ties can be a job, a house, a family, a bank account. “Ties” are the various aspects of your life that bind you to your country of residence: your possessions, employment, social and family relationships.

  • Pha  On February 15, 2011 at 2:07 pm

    สวัสดีค่ะ เป็นน้องใหม่เลยค่ะ
    ขอคำแนะนำและปรึกษานิดนึง เพราะตอนนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างหนักอกหนักใจอย่างมาก ยังไม่เคยไปอเมริกาค่ะ และนี่เป็นครั้งแรกที่จะต้องไปและต้องพาลูกค้าไปดูงานด้วยลูกค้า 4 คน เจ้านายญี่ปุ่น 1 คน (ญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่า)เราสามารถยื่นให้ลูกค้าได้ไหมค่ะรึว่าทุกคนต้องยื่นเองรึป่าว ตอนนี้ของดิฉันเองได้ซื้อรหัส PIN มาแล้วทางโทรศัพท์ผ่านบัตรเครดิต แล้วใบเสร็จเค้าจะส่งให้เราตอนไหนค่ะ.. อ่ะ…สเต็บต่อไป จนท.บอกว่าให้กรอก DS-160 ก็ยังไม่ค่อยจะเป็นแล้วที่เค้าบอกว่าจะต้องเป็นฟอร์ม B1 มันคืออะไรค่ะ ต้องยอมรับเลยว่าภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยจะแข็งแรง ท่าจะรอดลำบากและก็ค่อนข้างเป็นเรื่องหนักในอย่างแรง…. ช่วยแนะนำด้วยหน่อยนะค่ะ….ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On February 15, 2011 at 11:24 pm

      1. ยื่นเอกสารวีซ่าเข้าอเมริกาแทนกันไม่ได้ค่ะ เพราะผู้ยื่นขอวีซ่าต้องไปทำ finger-prints ด้วยตนเองทั้ง 10 นิ้วค่ะ

      Q: Am I going to be fingerprinted?

      A: Fingerprints will be collected during the interview process. The 10 fingerprints are done using an inkless, electronic process. This requirement will not increase significantly the length of your interview.

      2. ปกติเวลาซื้อ Pin ทางโทรศัพท์ เขาก็จะบอก code ให้น้องก็ต้องจดไว้เองค่ะ ดูคำถามคำตอบใน FAQ ค่ะ ซึ่งน้องจะเข้าไปทำการนัด เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกได้เพียง 3 ครั้งใน 90 วันเท่านั้นค่ะ https://thailand.us-visaservices.com/forms/SelfServiceFAQ.aspx

      “รหัสเข้าใช้เฉพาะ (PIN) สำหรับบริการข้อมูลวีซ่า ทางโทรศัพท์ และ เว็บไซต์ มีอายุกี่วัน

      ท่านสามารถรหัสเข้าใช้เฉพาะ (PIN) สำหรับบริการข้อมูลวีซ่า ทาง เว็บไซต์ ได้หลายครั้ง จนกระทั่ง 90 วันนับตั้งแต่ซื้อ หากไม่มีการนัดหมายใดๆ หากท่านได้ทำการนัดหมายแล้ว ท่านจะสามารถเข้าสู่บัญชีข้อมูลส่วนตัวของท่าน เพื่ออ่านข้อมูลวีซ่าเท่านั้น ได้อีก 10 วัน

      ท่านสามารถใช้รหัสเข้าใช้เฉพาะ (PIN) นี้ สำหรับบริการข้อมูลวีซ่าทางโทรศัพท์ โทร.ไปยังศูนย์บริการข้อมูลวีซ่าทางทางโทรศัพท์ เพื่อทำการขอข้อมูล นัดหมาย หรือ เปลี่ยนแปลงการนัดหมายใดๆ สำหรับวีซ่าชั่วคราวได้ทั้งสิ้น 3 ครั้ง ภายใน 90 วันนับตั้งแต่ซื้อ หากท่านต้องการโทรศัพท์ไปยังศูนย์บริการข้อมูลวีซ่าทางทางโทรศัพท์เป็นครั้งที่ 4 ท่านต้องซื้อรหัสเข้าใช้เฉพาะ (PIN) ใหม่

      3. ส่วนวิธีกรอกฟอร์ม DS160 ดูได้ที่ http://bangkok.usembassy.gov/niv_howtoapply.html จะมี video link อยู่ด้านขวามือ ชื่อ DS-160 video guide ค่ะ แต่ถ้ากรอกแล้วยังไม่ได้ เขียนเข้าถามได้ค่ะ ส่วน B-1 visa คือ วีซ่านักธุรกิจ B-2 คือวีซ่านักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านวีซ่านักท่องเที่ยวก็จะได้ B1/2 ประทับอยู่ในหน้าหนังสือเดินทาง ซึ่งแปลว่า น้องได้รับวีซ่านักท่องเที่ยวแล้วค่ะ

      Business Visitor Visas (B-1) – For example, if the purpose for your planned travel is to consult with business associates, travel for a scientific, educational, professional or business convention, or conference on specific dates, settle an estate, or negotiate a contract, then a business visitor visa (B-1) would be the appropriate type of visa for your travel. After reviewing this website information, should you need additional information about business related (B-1) visitor visas; select Business Travel to the United States

  • พี  On February 15, 2011 at 11:12 pm

    1.ขอตอบคุณ Pha นะคับ เราไม่สามารยื่นวีซ่าให้เเก่ลูกค้าได้ เเต่เราสามารถกรอกเเบบฟอร์มให้พวกเขาได้เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเเบบฟอร์มที่เรากรอกไปลูกค้าคุณก็์ต้องรู้ด้วยว่าเรากรอกอะไรไปเพราะเขาจะสัมภาษณ์ตอนที่เราจองวันนัดสัมภาษณ์วันไหน (ต้องสัมภาษณ์และยื่นวีซ่าเองทุกคน)
    2.ใบเสร็จถ้าซื้อผ่านบัตรเครดิตมันจะมีหน้ายืน่ยันรู้สึกว่าบันทึกหน้านั้นเก็บไว้แล้วก็ปริ้นใบนั้นให้เขาดู แต่ถ้าไม่ได้ปริ้นหน้านั้นก็ปริ้นใบที่ส่งเข้าทางอีเมลคุณก็ได้
    3.ทางบริษัทคุณควรออกเอกสารว่าจะไปดูงานอะไรที่ไหนไปกี่วันให้ลูกค้าคุณ
    4.เเบบฟอร์ม B1 มันก็ คือ DS160 เลยครับคือตอนเรากรอกมันจะมีให้เราเลือกว่าเราจะเลือกชนิดของวีซ่าว่าเราจะสมัครเป็นชนิดใด B1/B2 คือวีซ๋าท่องเที่ยวเยี่ยมเยียนครับ
    5.ภาษาไม่เก่งไม่เป็นไรหรอกครับ สู้ๆ มันมีให้เลือกภาษาไทยในเว็บที่กรอกด้วยนะครับ โชคดีนะครับ

    ปล. รอผู้รู้มาตอบอีกทีนะครับ

  • pix  On February 16, 2011 at 12:02 am

    ตั๋วเครื่องบินจำเป็นมากมั้ยคะสำหรับสัมภาษณ์วีซ่า มีผลมากมั้ยกับการผ่านหรือไม่ผ่านคะ คือกลัวว่าจะสัมภาษณ์ไม่ผ่าน เลยยังไม่ได้จองน่ะค่ะ
    แล้วจดหมายเชิญจากเพื่อนที่เป็นคนไทยที่เรียนอยู่ที่นู่น ไม่ได้เป็นซิติเซนค่ะ ต้องใช้มั้ยคะ แค่ไปขอพักบ้านเช่าเค้า แล้วสามารถส่งมาทางอีเมลได้มั้ยคะ หรือต้องส่งเป็นจดหมายไปรษณีย์คะ

    ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On February 16, 2011 at 6:03 am

      ตั๋วเครื่องบินไม่สำคัญมาก เท่ากับวิธีการตอบคำถามของน้องต่อหน้ากงสุล ณ เวลานั้นค่ะ จดหมายเชิญจะใช้เมื่อน้องคิดว่า น้องจะไปอยู่กับเพื่อน โดยเพื่อนรับผิดชอบค่าที่พัก ค่าอาหารระหว่างที่น้องไปอยู่ค่ะ คนนั้นไม่จำเป็นต้องเป็น US Citizen น้องลองเข้าไปอ่านใน http://travel.state.gov/visa/frvi/denials/denials_1361.html
      หรือพี่ copy มาให้คือ
      HOW CAN I HELP?

      You may provide a letter of invitation or support. However, this cannot guarantee visa issuance to a foreign national friend, relative or student. Visa applicants must qualify for the visa according to their own circumstances, not on the basis of an American sponsor’s assurance.
      น้องคงพอเข้าใจแล้วนะคะที่พี่อธิบายว่า ขึ้นอยู่กับคำตอบที่น้องจะให้กับกงสุลเวลานั้น คิดเรียบเรียงให้ดีตั้งแต่วันนี้ เพราะวันสัมภาษณ์อาจมีอาการตื่นเต้น ประหม่า ตกใจ การหลงลืมที่จะตอบในสิ่งที่ควรตอบ แต่ไปตอบอีกแบบหนึ่งก็เป็นได้ค่ะ

  • รุจิรา  On February 16, 2011 at 1:52 am

    สวัสดีค่ะ พอดีหนูกำลังเรียนอยู่ปี 1 ค่ะหนูต้องการไปเรียนภาษาในช่วงเดือนมีนาคมนี้ประมาณ7อาทิตย์ค่ะ ไปพักอยู่กับเพื่อนเเม่เป็นคนอเมริกาโดยตรง ตอนนี้ชำระทุกอย่างหมดเเล้ว เเละได้จดหมายรับเข้าเป็นนักเรียนจากสถาบันที่อเมริกาเเล้วค่ะ ส่วนค่าใช้จ่ายหนูบอกว่าเเม่เป็นสปอนเซอร์ให้ เเต่เงินในบัญชีมันมีเเต่ของหนูค่ะเพราะเวลาเเม่ฝากเเม่จะฝากให้ในบัญชีของหนู ประมาณ 200,000บาทค่ะ เเล้วก็มีเงินทุนการศึกษาของมหาลัยอีก 85,000 จะเป็นไรไหมคะ เเล้วเเม่หนูประกอบอาชีพค้าขาย ไม่ทราบว่าจะมีผลมั้ย ส่วนเรื่องใบรับรองจากทางมหาวิทยาลัยก็มีเอกสารครบค่ะ หนูเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หนูอยากทราบว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรเพิ่มอีกหรือไม่คะ เเล้วถ้าหนูจะจองต้นเดือนมีนาคมจะทันไหมคะ เพราะว่าจะเปิดเรียนที่อเมริกาตอน วันที่ 28 มีนาคมค่ะ รบกวนพี่ช่วยเเนะนำเรื่องสัมภาษณ์ด้วยนะคะ

    หนูมีคำถามเกี่ยวกับ การกรอกข้อมูลDS-160ค่ะ
    1.ถ้าหนูเขียนว่าไปประมาณ 7 อาทิตย์จะนานไปไหมคะ
    2.คนที่รู้จักที่อเมริกา 2 คนหนูกรอกชื่อเพื่อนเเม่ เเละ ชื่อสถาบันการศึกษาที่อเมริกาได้ไหมคะ
    3.เอาเฉพาะ statement ย้อนหลัง 6เดือนเหรอคะ เเล้วถ้าหนูมีเเต่สมุดบัญชีของตัวเองจะเป็นไรมั้ย
    4.หนูไม่เข้าใจตรง passport book number ค่ะ ใช่ที่อยู่ตรงปกหลังสุดหรือเปล่าคะ
    5.อยากทราบว่าที่ให้กรอก state/province เเละเขียนว่าถ้าโชว์บนpassport เเต่หนูไม่เห็น ต้องเขียนมั้ยคะ
    6.หนูไม่เข้าใจตรงช่องสี่เหลี่ยมที่เขียนว่า Brifly describe your duties ค่ะ
    7.เเม่หนูขายอาหาร เเล้วหนูเขียนว่าเเม่เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้เป็นไรไหมคะ
    8.ถ้าหนูอยู่ที่นครปฐม city หนูต้องพิมพ์ว่า Phuttamonton หรือ Bangkok คะ
    9.หนูต้องให้คนที่จะไปอยู่ด้วยเขียนจดหมายเชิญมั้ยคะ
    10.ถ้าหนูเอาเงินไปฝากภายในอาทิตย์นี้เพิ่มอีกทางกงสุลจะว่าอะไรไหมคะ
    11. พี่ช่วยบอกเคล็ดลับเรื่องสัมภาษณ์ด้วยได้มั้ยคะ

    ขอบคุณมากๆๆนะคะ

    • govisa  On February 16, 2011 at 11:35 pm

      พี่ขอโทษที่ตอบน้องช้าค่ะ พี่ไม่ทราบว่า น้องไปเรียนภาษาที่ไหนคะ เพราะโดยปกติสถานที่เรียนภาษาจะไม่ให้ทุนนักศึกษาต่างชาติเรียน และตอนนี้คิวนัดสัมภาษณืหายากค่ะ ไม่ได้พูดให้เสียกำลังใจนะคะ น้องที่จะเปิดเทอมวันที่ 10 มีนาคม บางคนได้คิวนัด 30 มีนาคม ยังขอทำการเร่งรัดวีซ่าไม่ได้ก็มีค่ะ คิวนัดวีซ่าช่วงนี้แน่นมากๆค่ะ ถ้าจะให้พี่พูดตรงๆ case น้องค่อนข้างเสี่ยงนิดหน่อย ตรงที่เงินฝากในบัญชีธนาคารมีไม่มาก ไปอยู่อเมริกาเดือนหนึ่งน่าจะกำหนดรายจ่ายไว้ที่ประมาณ 80,000-100,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของสถานที่เรียน และค่าครองชีพในเมืองนั้นๆค่ะ ถ้าเมืองใหญ่ก็แพงหน่อยค่ะ ดังนั้นเงิน 200,000บาท บวกเงินทุนมหาลัยตามที่เขียนมาอีก 85,000 บาท (ซึ่งพี่สงสัยว่าที่ไหนที่เขาให้ทุนค่ะ) ดูมันพอดีมาก ไม่มีเงินสำรองไว้ใช้กรณีฉุกเฉิน เช่น ป่วย หรือ อื่นๆค่ะ

      ขอตอบคำถามน้องเป็นข้อๆคือ

      1. หนูเขียนว่าประมาณ 7 อาทิตย์ จะนานไปไหม ต้องถามว่าโรงเรียนภาษาที่ว่านี้ชื่ออะไรคะ แล้วมีกำหนดไหมคะว่าเทอมหนึ่งมีกี่สัปดาห์ ถ้าเป็น college หรือ university จะมักำนดอาทิตย์มาให้เลย แต่ถ้าเป็นของเอกชนก็แล้วแต่โรงเรียน บางแห่งมีหลักสูตรเป็นรายเดือน บางแห่งแล้วแต่ผู้เรียนจะกำหนดว่าจะไปเรียนซักกี่อาทิตย์ค่ะ แล้วถ้าเรียนจบแล้ว จะต้องกลับมาเรียนต่อพยาบาลที่มหิดลใช่ไหมคะ ถ้าใช่ ให้นำจดหมายรับรองความเป็นนักศึกษาไปด้วยพร้อม transcript ของปี1 ค่ะ
      2. ในฟอร์มวีซ่าถามContact reference ให้ใส่ชื่อเพื่อนที่เมืองไทย 2 คนเป็นบุคคลอ้างอิงค่ะ เพื่อสถานทูตจะซุ่มตัวอย่าง จากผู้ยื่นขอวีซ่าทั้งหมด โทรไปถามเรื่องของเรากับเพื่อนคนนั้นค่ะ แต่ถ้่าเป็น contact information ที่ให้ใส่ชื่อเดียว คือ ใส่ชื่อเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยที่ส่ง I-20 กลับมาให้เราก็ได้ค่ะ
      3. สถานทูตดูว่าเปิดบัญชีมานานเกิน 6 เดือนแล้ว ไม่ใช่บัญชีเพิ่งเปิดใหม่ การที่ใช้บัญชีตนเอง ดูเหมือนไม่มีความผูกพันกับใครที่เมืองไทยเลยค่ะ คุณพ่อ หรือ คุณแม่ มีใครที่มีบัญชีเป็นเลขหลักแสนแก่ๆบ้างไหมคะ ให้เขาค้ำประกันน้องอีกคนได้ไหมคะ
      4. ให้ใส่ does not apply ค่ะ
      5. เขียนคำว่า Bangkok ตรงไหนที่มีดอกจันทน์สีแดงเล็กๆบังคับว่าต้องกรอกค่ะ หน่วยงานที่ออก passport บ้านเราคือ กรมกงสุลค่ะ ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเทพ จึงใส่คำว่า bangkok ทั้งตรง City และ State/province
      6. ถ้ากำลังเรียนก็เขียนไปว่า “น้องจะกลับมาเรียนต่อปี 2 คณะพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิลในเดือนมิถุนายน 2011 ”
      7. ได้ค่ะ และควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะผู้ที่เป็น sponsor พ่อแม่ดูจะมีน้ำหนักดีที่สุดค่ะ
      8. ใส่ Nakornpathom ค่ะ จะใส่ทั้ง city กับ province ก็ได้ค่ะ หรือใส่เฉพาะ City ไม่ใส่ช่อง Province ก็ได้ค่ะ แต่ไม่ใส่ช่อง City ไม่ได้ค่ะ พอเราคลิก Next จะมีลูกศรสีแดงตรงช่อง City ให้เราใส่ชื่อเมืองด้วยค่ะ
      9. น้องจะไปอยู่กับใครล่ะคะ ไม่ใช่ Homestay ที่โรงเรียนจัดหาให้ใช่ไหมคะ ถ้าเป็นเพื่อนแม่ จะให้เขาเขียนจดหมายเชิญเราไปพักก็ได้ค่ะ ให้ระบุว่า เขาหรือเธอคนนั้นจะรับผิดชอบค่าอาหารค่าที่พักให้น้องทั้งหมดค่ะ
      10 ก็ดูเหมือนตกแต่งบัญชีค่ะ ถ้าจะถอนเงินที่อยู่ในบัญชีพ่อหรือแม่ ก็แก้ป้ญหาให้ท่านคนใดคนหนึ่งมาเป็น Sponsor ร่วมกับเราดีกว่าค่ะ
      11.จุดอ่อนของน้องอยู่ที่เงินฝากในธนาคาร กับความน่าเชื่อถือ และเรื่องทำไมน้องจึงได้รับทุนให้ไปเรียนภาษา เพราะที่อเมริกาไม่ค่อยจะมีที่ว่า โรงเรียนภาษาให้ทุนนักศึกษาต่างชาติไปเรียนภาษาก่อนค่ะ

      เคล็ดลับ ให้ไปเขียนบทสรุป เกี่ยวกับตัวเรา และ sponsor ว่ามีที่ไปที่มาอย่างไร กำลังทำอะไรกันอยู่ และลำดับเรื่องราวให้ได้ว่าเรากำลังเรียนปี 1 และช่วงปิดเทอมอยากมีโอาสไปเรียนและพัฒนาภาษา เพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกาค่ะ

  • kedsarin  On February 16, 2011 at 2:13 pm

    ตอนนี้ได้รับ DS 2019 จากมหาลัยทางโน่นเเล้วค่ะ เค้ากำหนดวันให้วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2011 เเต่ตอนนี้ยังจองวันสัมภาษท์ ไม่ได้เลยค่ะ จะทำยังงัยดี T_T

    • govisa  On February 16, 2011 at 10:51 pm

      เข้าใจความรู้สึกค่ะ เพราะหลายคนบ่นเหมือนกัน ลองอีเมลืไปถามที่ visabkk@state.gov ดูไหมคะว่าน้องจะต้องไปให้ทันเรียนที่ U ชื่ออะไร วันเปิดเรียนเมื่อไหร่ แต่ไม่มีวันที่ให้จองเลย ไม่ใช่ความผิดของเรา เพราะ U ส่ง DS 2019 มาช้า เขาจะแนะนำให้เราทำอย่างไร เพราะถ้าไม่มีคำตอบใดๆออกมา ทำได้ทางเดียว คืออธิบายให้ U เข้าใจแล้วขอไป late หรือขอเลื่อนเทอมไปเรียนค่ะ

  • รุจิรา  On February 17, 2011 at 1:11 am

    ขอบคุณนะคะ คือว่าหนูจะไปเรียนภาษาที่ Brandon College ค่ะที่ San Francisco ส่วนเรื่องเงินทุนหนูได้ทุนาจากคณะค่ะ เป็นทุนเด็กที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เเละอยากให้ช่วยเกี่ยวกับการศึกษาค่ะ ซึ่งจะให้ทุนจนเรียนจบหากเราได้เกรด 2.5 ขึ้นไปค่ะ เเล้วถ้าหนูบอกทางสถาฑูตได้มั้ยคะว่าได้ทุนทางการศึกษาที่คณะค่ะ ส่วนเรื่องจองคิวหนูได้ วันที่23เดือนมีนาค่ะ เเต่หนูเขียนใน ds -160วันที่ 10เดือนมีนาจะเป็นไรไหมคะ

    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On February 17, 2011 at 6:07 am

      ขอให้น้องมีจดหมายจากมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า ได้รับเงินทุนช่วยเหลือจำนวน 85,000 บาทเป็นค่าใช้จ่ายด้านใด เช่น เป็นค่าที่พัก กับอาหาร คงไม่ได้หมายถึงค่าเรียน เพราะลองดูจาก http://brandoncollege.com/images/newimages/BrandonCollegeFees2011.pdf

      ค่าเรียนที่นี่ตกประมาณ 234 เหรียญคูณ 7 สัปดาห์ 20 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ หรือ 1638 เหรียญ คูณ 30 บาท ประมาณ 49,140 บาท ถ้าเรียน 25 ชั่วโมง 244 คูณ 7 เท่ากับ 1708 หรือ 51,240 บาทค่ะ ค่าที่พักเป็นแบบไหนคะ ถ้าพัก Vantaggio Cosmo ห้องคู่ประมาณ 215 เหรียญคูณ 7 เท่ากับ1505 หรือ 45150 บาท ถ้ากินอาหารอีกเดือนละ 900 – 1000 เหรียญ หรือถ้าตกอาทิตย์ละ 210 เหรียญ ก็ประมาณ 1470 เหรียญ ต่อ 7 อาทิตย์ ก็อีก 44100 บาท รวมอย่างคร่าวๆประมาณ 144,480 บาท ยังไม่ได้นับค่าเดินทาง ถ้าเดินไปเรียนจากที่พักได้ เพราะระยะทางใกล้กันก็ดีประหยัดค่ะ แต่ถ้าต้องมีเดินทางไปไหนมาไหนด้วย ค่า BART รายเดือนอีกเท่าไร พี่ถึงได้บอกว่า 200,000 บาทน้อยไปหน่อย มีญาติคนอื่นช่วยค้ำประกันได้ไหมคะ ที่มหิดลให้น่าจะเป็น pocket money ไว้ไปซื้ออะไเพิ่มเติมมากกว่าค่ะ

  • Nicha  On February 17, 2011 at 5:12 am

    สวัสดีค่ะ

    คือว่าได้เข้าไปกรอก DS 160 เรียบร้อยแล้วนะคะ พอไปถึงหน้าที่ให้ submit มันไม่สามารถกดได้ค่ะ มันปรากฎเป็นภาพจาง ๆ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร แล้วทำยังงัยดีค่ะ พยายามเรียกไฟล์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ก็กดไม่ได้อยู่ดี ช่วยแนะนำด้วยคะ

    แล้วถ้าเราพาพ่อ แม่ไปด้วย จะต้องกรอก DS 160 ให้เสร็จก่อนทุกคนใช่มั้ยค่ะ แล้วค่อยไปซื้อ pin เพื่อนัดสัมภาษณ์

    ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

    • govisa  On February 17, 2011 at 5:32 am

      น้อง upload รูปภาพตัวเองให้เสร็จสมบูรณ์หรือยังคะ ถ้าทำเสร็จ จะมีคลิก confirm รูปภาพ แล้วไป review ทีละ page ก่อนจึงจะ sign และ submit ถ้าตรง sign ใส่ข้อมูลถูกต้องว่า ไม่มีใครช่วยกรอกให้กรอกเอง แล้วใส่ตัวหนังสือกับตัวเลขที่เขากำหนดมาได้ถูกต้องจึงจะกด submit ยืนยันค่ะ หลังจากนั้นค่อยสั่งprint confirmation number ค่ะ

  • Nicha  On February 17, 2011 at 7:35 am

    ถึงขั้นตอน review ทีละหน้าแล้วค่ะ พอถึงหน้าสุดท้ายที่จะต้องกด next เพื่อที่จะไป sign and submit มันไม่ได้กดค่ะ ให้กดแต่ back และ save ค่ะ

    ขอบคุณนะคะที่ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

    • govisa  On February 18, 2011 at 11:42 am

      เคยเจอเหตุการณ์แบบเดียวกับน้องเหมือนกัน เลยลอง back กลับไปใหม่ และ save ใหม่ upload รูปใหม่ แล้วคลิกใหม่บังเอิญได้ก็มี บางครั้งทำไม่ได้อีกก็มีค่ะ เลยลองแก้เป็นวิธีที่ 2 คือ upload previous page แล้วเข้าไปดูทีละหน้าใหม่ ตรวจให้ละเอียดใหม่ว่า มีช่องไหนลืมเติมบ้าง upload รูปใหม่ แล้วแก้ได้ คือ คลิก sign และ Submit ใหม่ สำเร็จทำได้ค่ะ สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการ error ของโปรแกรมในการกรอกฟอร์มมากกว่าค่ะ

  • พี  On February 18, 2011 at 7:44 pm

    สวัสดีครับ พีขอถามอีกครั้งนะ ก่อนจะไปยื่นวีซ่าครับ กลัวผ่านจังเลย
    จะไปเที่ยวนิวยอร์ค 10วัน ตอนนี้เรียนอยู่ปริญญาตรีปี2ที่มหาลัยเอเเบค คุณเเม่ทำงานกับญาติมีรายได้ประมาณ 25000บาทต่อเดือน ไม่มีจดหมายรับรองเงินเดือน (อันนี้ที่พี่เเนะนำผมว่าให้เขียนจดหมายอธิบายรายรับอาชีพของเเม่) เเม่มีเงินในบัญชีฝากประจำกับออมทรัพย์ประมาณ 200000บาท บัญชีออมทรัพยมีเงินเข้าออกทุกเดือน ส่วนตอนนี้คุณพ่อผมไม่มีรายได้ไม่ได้ทำงาน คือผมเคยไปเที่ยวได้วีซ่า อังกฤษ(วีซ่านักเรียนสองครั้ง)ฝรั่งเศส อิตาลี จีน ฮ่องกง เกาหลี สิงค์โปร มาเเล้วครับ พี่คิดว่ามันจะมีปัญหามั๊ยครับถ้าให้คุณเเม่เป็นคนค้ำเพราะเเม่ไม่มีจดหมายรับรองเงินเดือนเเต่เเม่เขาเปิดโอกาสให้ผม หรือว่าจะให้คุณอาเป็นสปอนเซอร์อีกคนดีเปล่าครับคุณอาทำอาชีพธุรกิจส่วนตัวค้าขาย มีทะเบียนการค้า มีเงินเข้าออกสม่ำเสมอ มีเงินเก็บบัญชีออมทรัพยืประมาณล้านกว่าบาท เเล้วก็มีบัญชีกระเเสรายวันอีก ซึ่งคุณอาไม่มีภาระอะไรเเล้วลูกเขาทำงานหมดเเล้ว พี่คิดว่าให้ใครเป็นสปอนเซอร์ดีอะครับ หรือว่าใช้ทั้งคุณเเม่กับคุณอาเลย หรือว่าใช้เเค่คุณเเม่คนเดียว คือผมอ่านในเว็บบางคนก็บอกใช้เเค่เเม่ พี่ว่าอย่างไหนดีกว่าหรอครับ แล้วตอนสัมภาษณ์จะเป็นยังไง ตอนนี้ผมเครียดมากเลยครับกับวีซ่าอเมริกา เสียดายตังถ้าไม่ผ่าน พี่ช่วยเเนะนำ case ผมหน่อยนะครับ

  • พี  On February 18, 2011 at 8:01 pm

    สวัสดีครับ พีขอถามอีกครั้งนะ ก่อนจะไปยื่นวีซ่าครับ กลัวผ่านจังเลย
    จะไปเที่ยวนิวยอร์ค 10วัน ตอนนี้เรียนอยู่ปริญญาตรีปี2ที่มหาลัยเอเเบค คุณเเม่ทำงานกับญาติมีรายได้ประมาณ 25000บาทต่อเดือน ไม่มีจดหมายรับรองเงินเดือน (อันนี้ที่พี่เเนะนำผมว่าให้เขียนจดหมายอธิบายรายรับอาชีพของเเม่) เเม่มีเงินในบัญชีฝากประจำกับออมทรัพย์ประมาณ 200000บาท บัญชีออมทรัพยมีเงินเข้าออกทุกเดือน ส่วนตอนนี้คุณพ่อผมไม่มีรายได้ไม่ได้ทำงาน คือผมเคยไปเที่ยวได้วีซ่า อังกฤษ(วีซ่านักเรียน2ครั้ง)ฝรั่งเศส อิตาลี จีน ฮ่องกง เกาหลี สิงค์โปร มาเเล้วครับ พี่คิดว่ามันจะมีปัญหามั๊ยครับถ้าให้คุณเเม่เป็นคนค้ำเพราะเเม่ไม่มีจดหมายรับรองเงินเดือนเเต่เเม่เขาเปิดโอกาสทุกอย่างให้ผม หรือว่าจะให้คุณอาเป็นสปอนเซอร์อีกคนดีเปล่าครับคุณอาทำอาชีพธุรกิจส่วนตัวค้าขาย มีทะเบียนการค้า มีเงินเข้าออกสม่ำเสมอ มีเงินเก็บบัญชีออมทรัพยืประมาณล้านกว่าบาท เเล้วก็มีบัญชีกระเเสรายวันอีก ซึ่งคุณอาไม่มีภาระอะไรเเล้วลูกเขาทำงานหมดเเล้ว พี่คิดว่าให้ใครเป็นสปอนเซอร์ดีอะครับ หรือว่าใช้ทั้งคุณเเม่กับคุณอาเลย หรือว่าใช้เเค่คุณเเม่คนเดียว คือผมอ่านในเว็บบางคนก็บอกใช้เเค่เเม่ พี่ว่าอย่างไหนดีกว่าหรอครับจะมีปัญหาอะไรเปล่า แล้วตอนสัมภาษณ์จะเป็นยังไง ตอนนี้ผมเครียดมากเลยครับกับวีซ่าอเมริกา เสียดายตังถ้าไม่ผ่าน พี่ช่วยเเนะนำ case ผมหน่อยนะครับ

    • govisa  On February 18, 2011 at 9:38 pm

      พี่คิดว่าให้ทั้งคุณอาและคุณแม่เป็นผู้ค้ำประกันทั้ง 2 ท่านดีกว่าค่ะ ส่วนการที่คุณแม่ทำงานกับญาติ ก็น่าจะร่างจดหมายภาษาอังกฤษให้ญาติรับรองว่า คุณแม่ทำงานเกี่ยวกับอะไร และทำกับญาติตั้งแต่เมื่อไร ได้รับเงินเดือนๆละ 25,000 บาท แล้วให้เจ้าของธุรกิจคือญาติเซ็นต์ชื่อให้ก็ได้ค่ะ หาหัวกระดาษที่มี logo ของร้านได้ก้ดี ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรนะคะ ถ้ากงสุลถามว่าทำไมต้องใช้คุณอาด้วยก็ตอบไปเลยว่า คุณอาไม่มีภาระเรื่องลูกๆท่านแล้ว เพราะทุกคนเรียนจบมีงานทำกันแล้ว ท่านก็รักเราเหมือนลูกท่านคนหนึ่ง หลานอยากไปเที่ยวเมืองนอกระหว่างปิดเทอมที่เมืองไทย จึงยินดีข่วยคุณแม่ออกเงินค่าใช้จ่ายให้ไปเที่ยว และอาถือว่า เป็นรางวัลให้หลาน ที่หลานเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ไม่ประพฤติตนไปในทางที่เสียหายค่ะ ส่วนคุณพ่อท่านเกษียณแล้ว ถ้าคุณพ่อมีบัญชีเงินฝากนิดหน่อยก็เอาติดตัวไปด้วยค่ะ เพราะผู้ใหญ่บางท่านนิยมเก็บเงินไว้ที่ธนาคารก็มี ท่านอาจเอาเงินไปลงทุนด้านอื่น เช่น ซื้อทองคำแท่ง หรือ เล่นซื้อขายที่ดินก็ได้ ไม่ลองเลียบๆเคียงๆถามคุณพ่อดูล่ะคะ

  • Nicha  On February 19, 2011 at 12:22 am

    ขอบคุณมากค่ะ Submit ได้แล้วค่ะ แต่ตอนนี้เข้าไปซื้อ pin เพื่อจองวันสัมภาษณ์แล้ว แต่ไม่มีวันว่างเลย ตั้งใจว่าจะเดินทางวันที่ 1 เมษานี้ คงไม่ทันแน่ ๆ เลย ถ้าเราเลื่อนวันเดินทาง จะต้องแก้เอกสารใหม่หรือเปล่าค่ะ แล้วพอดีให้พี่สาวส่งจดหมายว่าเราจะไปพักอยู่ด้วย ระบุวันไปแล้ว อย่างนี้ต้องแก้จดหมายใหม่ด้วยหรือเปล่า

    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On February 19, 2011 at 8:18 am

      ใจเย็นๆนะคะถ้าน้องเข้ามาอ่านที่น้องพีช Post ไว้ คงต้องเฝ้ารอหน้าจอ หมั่น log in บ่อยๆ พี่กำลังดูให้เพื่อนอยู่ก็ยังจองไม่ได้ แต่เนื่องจากพี่ไม่มีเวลาอยู่ที่หน้าจอคอมพืวเตอร์บ่อยนัก เลยสอนลูกชายเพื่อนให้เข้าไปดูเองด้วยค่ะ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งเพื่อน คอยติดตามให้เพื่อนอยู่ ก็ยังไม่เห็นวันว่างค่ะ

  • kedsarin  On February 19, 2011 at 8:12 pm

    ตอนนี้มีวันว่างอยุ่ค่ะ … เเต่เป็นของเดือนหน้านะคะ ประมานวันที่ 15 ค่ะ ลองดูค่ะ เพราะพึ่งจองได้เมื่ออาทิตย์ก่อนค่ะ วันที่ 7 มีค. เเ่ต่ตอนนี้กลัวค่ะ เพราะว่า DS 2019 เค้ากำหนดวัน 25 กพ เปนวันเข้ายู เเต่เราไปไม่ทัน ควรจะทำยังงัยดีตะ .. เเล้วถ้าจองวันสัม๓าษท์ วันที่ 7 เเล้วจะเสร็จประมานวันไหนคะ ~ ขอบคุนค่ะ ~

    • govisa  On February 20, 2011 at 8:55 am

      ขอบคุณนะคะ แต่คิวนัดสัมภาษณ์วีซ่าของน้องๆที่ได้รับ I-20 หรือ DS 2019 จะแตกต่างจากคิวนัดสัมภาษณ์วีซ่าขอไปเที่ยวค่ะ ถ้า DS 2019 ระบุว่า เข้าประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างช้าไม่เกิน 25 กุมภาพันธ์ ให้น้องลองเขียนอีเมล์ไปแจ้งสถานศึกษาของน้องว่า น้องไม่ได้วันนัดสัมภาษณ์ที่เร็วไปกว่านี้แล้ว ขออนุญาตไป late ได้ไหม ถ้าได้ให้เขา confirm มาด้วยค่ะ เพื่อจะ print email นั้นออกมา เวลาตม.ในประเทศสหรัฐอเมริกาสัมภาษณ์ตอนเข้าเมือง จะได้มีหลักฐานยืนยันว่าได้ติดต่อมหาวิทยาลัยๆรับทราบแล้ว ถ้าไม่มีจดหมายมา ถึงแม้น้องจะได้วีซ่า และเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา น้องจะเข้าไปในประเทศของเขาไม่ได้ค่ะ

      หลังจากสัมภาษณ์ 7 มีนาคม จะทราบผลทันทีว่าได้หรือไม่ได้วีซ่าค่ะ น้องบอกทางสถานทูตว่าจะขอรับหนังสือเดินทางเองที่ไปรษณีย์รองเมือง เขาจะให้ไปรับในวันถัดไป แต่จะเป็นช่วงเวลาไหน ให้ถามเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ที่ตั้งอยู่ในสถานทูต เพราะวันหนึ่งๆ เขามีส่งเอกสารกลับไปที่ไปรษณีย์รองเมืองวันละ 2-3 เที่ยวค่ะ

  • jongjitr  On February 19, 2011 at 9:30 pm

    สวัสดีค่ะ รู้สึกดีใจจังที่ได้เจอเวบนี้ กำลังมีเรื่องร้อนใจเกี่ยวกับวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา ร้อนใจไม่พอแต่ดัยเสียค่าโง่อีกสิคะ เรื่องมีอยู่ว่า เราจะไปเจอเพื่อนที่ลักเซมเบอร์กค่ะ ออกเดินทางจากไทยวันที่ 6 เมษา แล้งจากนั้นก็ไปอเมริกากับเพื่อนเลยค่ะ ออกเดินทางวันที่ 8 เมษา กลับมาลักเซมเบอร์กวันที่ 24 เมษา กลับไทยวันที่ 1 พค เรื่องเชงเก้นไม่มีปัญหา เราขอไปลักเซมเบอร์กบ่อยมาก แต่อเมริกาไคยเลยในชีวิต รู้ว่ายากและไม่ค่อยมีเวลามาศึกษาด้วย เลยตัดสินใจให้เอเจนท์ทำให้ ขอไม่บอกชื่อนะคะ เค้าขอค่าบริการห้าพันค่าธรรมเนียมต่างหากค่ะ เค้ายืนยันว่าเราได้วันสัมภาษณ์เดือนมกราเลย ( ติดต่อตั้งแต่เปิดปีใหม่มาเลย ) เราก็หลงเชื่อ จนป่านนี้เค้ายังหาคิวให้เราไม่ได้ โทรถามก็ไหลตลอด บางที่ก็ไม่รับ จนเราเริ่มเอะใจและสืบมาได้ว่าเค้าติดแบล็คลิสต์จากสถานทูต แง แง แย่แล้ว pin ที่เค้าจองให้จะโดนล็อคจากสถานทูติ เราติดต่อผู้รู้เรื่องวีซ่าอีกท่านหนึ่ง เค้าบอกว่าเอามาทำเองเหอะ เดี๋ยวเค้าช่วย ที่จ่ายไปแล้วก็ถือว่าจ่ายค่าโง่ เราโทรบอกเอเจ้นท์แล้ว พอละ ไม่เอาละ ขอเอกสารคืนทั้งหมด เค้าก็โอเคไม่มีปัญหาแต่เค้าทำ DS 160 ได้คอนเฟริ์มมาแล้ว จ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าแล้ว เค้าบอกก็เอาไปได้ อันดับต่อไปเราก็ซื้อพินมาจองเองแล้ว เรียบร้อย

    อยากถามดังนี้ค่ะ
    1. พินเดิมที่เเอเจ้นท์ค้าทำให้เรา เราต้องไปแคนเซิลอะไรมั้ยคะ หรือก็ปล่อยไปเลย

    2. เราเอา DS 160 Comfirmation form จากการที่เค้าทำให้เราแล้วเนี่ย ไปจองพินต่อเลยได้มั้ย ตรงนี้เราห่วงมากค่ะ เพราะเรากลัวว่า ประวัติเราที่ทำผ่านเครื่องคอมของเค้ามันจะแบล็คลิสต์ไปด้วย ทำให้วีซ่าไม่ผ่าน ถ้าไม่เป็นไรเราจะได้เอา code ไปจองวันได้เลย

    3. ถ้าไม่ควรเสี่ยง ควรจะกรอกใหม่เลยเนี่ย เราต้องแคนเซิลของเดิมด้วยมั้ยคะ หรือว่าเราก็กรอกใหม่ไปเลย ได้คอนเฟริ์มใหม่ไปเลย แล้วเอาไปจองวันคะ

    4. พอจะมีโอกาสเห็นเขียวๆให้จองได้มั้ยคะ เสียวมากกกก เพราะจ่ายค่าตั๋วไปหมดแล้ววววว แงงงงง อยากตาย

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคราวหน้าคราวหลังควรศึกษาการขอวีซ่าให้ดีค่ะ เศร้า รบกวนตอบคนโง่ด้วยนะคะ

    • govisa  On February 20, 2011 at 9:25 am

      1. ใช้ Pin เดิมก็ได้ค่ะ หรือถ้าไม่สบายใจจะตัดจากบัตรเครดิตใหม่อีก 360 บาทก็ได้ค่ะ เพราะถ้าตัดจากบัตรเครดิต จะทำการนัดสัมภาษณ์ได้เลย ถ้ามีวันนัดสีเขียวว่างให้จองค่ะ แต่ถ้าซื้อ Pin ที่ไปรษณีย์ ต้องรอหลังบ่ายโมงในวันถัดไปค่ะ
      2. จะใช้ Confirmation Number เดิมก็ได้ค่ะ ลองดูว่า agent print ทั้ง Confirmation Number และ Application form ให้น้องด้วยหรือไม่ค่ะ ที่ต้องยื่นให้กงสุลดูจริงๆคือ Confirmation Number ส่วน Application form นั้นมีไว้ให้น้องดูว่า น้องกรอกอะไรไปบ้าง เวลากงสุลสัมภาษณ์บางทีกงสุลก็ดูข้อมูลจากใน Application form มาถามน้องอีกทีค่ะ ถ้าน้องเช็คดูแล้ว Agent ไม่ได้ Print application form ออกมา น้องอาจไม่สบายใจ จะกรอก DS 160 ใหม่เลยก็ได้ค่ะอย่ากังวลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่น่าจะติด Blacklist เหมือนคนค่ะ น้องบางคนไม่มี printer ที่บ้าน ต้องไปเช่าคอมพิวเตอร์ที่ร้านให้เช่าอินเทอร์เน็ตทำ แล้วสั่ง Print ออกมาก็มีค่ะ พี่คิดว่า สิ่งที่ควรจะกังวล คือเขากรอกข้อมูลอะไรให้เราบ้าง ถูกต้องไหมเท่านั้นเองค่ะ
      3. ถ้าต้องการกรอกใหม่ก็เข้าไปที่ https://ceac.state.gov/genniv/ กรอกไม่ยากค่ะ สถานทูตมี video อธิบายการนัดสัมภาษณ์และการกรอกฟอร์ม DS-160 ลองเข้าไปดูที่ http://bangkok.usembassy.gov/niv_howtoapply.html ด้านขวามือจะมี video 2 เรื่อง คือ คำแนะนำในการกรอกฟอร์ม กับ วิธีการนัดสัมภาษณ์ค่ะ
      4. พี่ตอบไม่ได้นะคะว่า จะเห็นวันที่มีสีเขียวเมื่อไร พี่คิดว่า ตอนนี้กงสุลคงจะให้ first priority กับพวกวีซ่านักเรียนก่อน (F-1 and J-1) ส่วนวีซ่านักท่องเที่ยวคงต้องรอนิดหนึ่ง แต่ไม่มีใครทราบหรอกค่ะว่าต้องรอนานแค่ไหน พี่คิดว่าที่ agent ทำให้น้องไม่ได้ เพราะคิวนัดสัมภาษณ์ยังไม่ปล่อยวันที่ที่มีสีเขียวออกมาให้จองเลยค่ะ น้องต้องหมั่น log in เข้าไปดูเองวันละหลายๆครั้ง ซึ่งอาจเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับน้อง และอีกหลายๆคนที่ต้องการขอวีซ่าไปสหรัฐอเมริกาช่วงต้นปีค่ะ น้องต้องอดทนรออย่างเดียวเท่านั้นเองค่ะ มีคนเขียนมาถามพี่ทางอีเมล์ว่า ยินดีจ่ายเงินให้พี่ เพื่อให้พี่จองวันนัดสัมภาษณ์ให้ พี่ไม่ได้รับทำ เพราะพี่เองต้องทำงานอื่นด้วย ไม่มีเวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์บ่อยนักค่ะ เลยเกรงว่า จะทำให้ผู้ยื่นขอวีซ่า พลาดโอกาสที่จะได้วันนัดสัมภาษณ์ที่ควรจะได้ค่ะ

      น้องอย่าไปลงโทษตัวเอง เพราะน้องไม่ได้โง่ แต่น้องคิดว่าถ้ามีบริการแบบนี้ น้องจะได้วันนัดเร็วขึ้นเท่านั้นเองค่ะ

  • jongjitr  On February 20, 2011 at 9:58 am

    ขอบพระคุณมากค่ะที่ให้คำแนะนำ แต่คิดว่าเอเจ้นท์เค้าไม่ได้ปริ้นท์ form ออกมาให้เราแน่เลย วันพร่งนี้ได้รู้เพราะจะลุยบุกไปที่ออฟฟิศเค้าเลย ถ้าไม่ให้เราก็จะกรอกใหม่ละ ไม่เสี่ยงดีกว่าเนอะ
    เกิดข้อมูลไม่ถูกก็โดนเด้งเลย แต่กลัวตรงที่เค้าบอกว่า DS 160 เรามัน submitไปแล้ว เกิดกรอกใหม่อีกทีข้อมูลไม่ตรงกันมากสถานทูตจะ reject ไม่รู้จริงหรือขู่ เราเลยกะว่าจะอีเมล์เข้าไปหาสถานทูตว่า เราขอ cancle DS 160 number นี้ ด้วยเหตุผลว่าเกรงข้อมูลไม่ถูกต้อง
    ก็ว่าไป จะดีมั้ยคะ

    • govisa  On February 20, 2011 at 12:23 pm

      ให้น้องตรวจดูเอกสารที่ agent ยื่นกลับมาให้น้อง ส่วนที่เป็น Application form จะมีรูปหน้าน้อง บาร์โค้ด และมีรายละเอียดต่างๆอาทิ ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด บ้านเลขที่ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และอื่นๆ โดยทั่วไปจะมีประมาณ 2- 4 แผ่น ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของผู้ยื่นขอวีซ่า ถ้าเคยมีวีซ่าเข้าอเมริกา และเคยเดินทางเข้าอเมริกาแล้ว เวลาสั่ง Print จะมีเอกสารมากหน่อย ประมาณ 3-4 แผ่น แต่ถ้าไม่เคยมีวีซ่าเข้าอเมริกา จะมีเอกสารประมาณ 2-3 แผ่นค่ะ อย่างไรก็ตาม ถ้าน้องค้นดูแล้ว ไม่มีเอกสารในลักษณะที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ถ้าจะกลับไปหา agent ให้น้องขอให้ agent upload previous page หรือ retrieve page ของน้องขึ้นมาจากเครื่องที่ agent ใช้ จะได้ข้อความเหล่านั้นออกมา ถ้าเขายังไม่ได้ delete file ของน้องออกจาก computer ของเขานะคะ แต่หมายเลข confirmation number ของน้องอาจจะเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะน้องยังไม่ได้ยืนยันวันนัดสัมภาษณ์ค่ะ

      น้องอาจอธิบายให้ agent ฟังว่า การขอให้ agent print Application form ออกมา เพียงแค่ขอดูว่า เขาใส่ข้อมูลถูกต้องตามที่เราต้องการไหม หรือจะขอเขาเอารายละเอียดที่กรอกไป กลับมาทบทวนที่บ้านเวลาสอบสัมภาษณ์ จะได้ตอบได้ตรงกันค่ะ ค่ะ ดังนั้น ถ้า agent ยังไม่ได้ delete file ของน้อง น้องลอง 1)ขอแก้ไขข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของ agent หรือ 2) จะลองขอ agent copy file ของน้องลงบนแผ่น disk หรือ USB Flashdrive แล้วนำมา upload file ที่บ้านดู โดยน้องต้องเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ DS-160 และลอง Upload previous application ถ้าทำไม่ได้ให้ลอง Retrieve ถ้าจะ retrieve น้องต้องถาม agent ด้วยว่า เขาใช้รหัสอะไรสำหรับ file ของน้อง เช่นแม่ของแม่ชื่ออะไร ที่ทำงานที่แรกอยู่ที่ไหน ฯลฯ เป็นต้น ค่ะ ถ้าน้องไม่เลือกวิธีที่พี่อธิบายมาทั้งหมด ให้น้องกรอกแบบฟอร์มใหม่เลยค่ะ

  • พี  On February 20, 2011 at 8:19 pm

    อยากจะถามว่า ถ้าให้คุณอาเป็นสปอนเซอร์แล้ว เวลาตอนสัมภาษณ์ต้องเอาสมุดบัญชีตัวจริงไปด้วย หรือว่าให้คุณอาไปของสเตจเม้นกับเเบงค์การันตีจากทางธนาคารได้ เพราะว่าคุณอาต้องใช้สมุดบัญชีทุกวันอ่าครับ

    • govisa  On February 20, 2011 at 9:17 pm

      ขอตอบตามที่ควรจะทำนะคะ คือ ต้องเอาสมุดตัวจริงไปให้กงสุลดุด้วย เพราะกงสุลเองก็กลัวเอกสารปลอมค่ะ ยกตัวอย่าง น้องที่ไปขอวีซ่าเพื่อไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ต้องแสดงทั้งสมุดเงินฝากตัวจริง และสำเนาสมุดเงินฝากที่ถ่ายเอกสารแล้วอีกชุดหนึ่ง พร้อมทั้งต้องทิ้ง book เงินฝากตัวจริงไว้ที่สถานทูตด้วย จนกว่าวีซ่าจะอนุมัติ ประมาณ 2 อาทิตย์ค่ะ เพราะทางแผนกวีซ่าของประเทศอังกฤษ เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับ ผู้ยืนขอวีซ่าใช้สมุดบัญชีเงินฝากของปลอมค่ะ ที่อธิบายเปรียบเทียบกับของประเทศอื่น เพื่อให้น้องพีเข้าใจว่า ทำไมของจริงจึงดูน่าเชื่อถือกว่า Statement ที่มีลายเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องค่ะ ทีนี้น้องบางคนที่พี่เคยอ่านพบกระทู้บางแห่ง จะพูดทำนองว่า บอกให้เตรียมเอกสารไปมากมาย แต่กงสุลไม่ขอดูอะไร ไม่รู้ว่าจะเตรียมไปทำไม น้องลองนึกดูนะคะ ถ้าบังเอิญไม่ได้เตรียมเอกสารเกี่ยวกับการเงินไป กงสุลกลับขอดูเอกสาร น้องตอบไม่ได้ เกิดอาการอึกอัก ประหม่า จะมิยื่งแย่ไปกันใหญ่หรือคะ พี่จึงอยากให้น้องพีเตรียมทุกอย่างไปให้พร้อม ถ้ากงสุลถามเกี่ยวกับฐานะหรืออาชีพของคุณอา แล้วน้องคิดว่าได้จังหวะพอดี ที่จะแสดงหลักฐานประกอบให้กงสุลดู ก็หยิบจดหมายรับรองฐานะการเงิน กับ สมุดบัญชีเงินฝากขึ้นมาให้กงสุลดูเลยว่า น้องมีการเตรียมความพร้อม มีความจริงใจว่า มี sponsor ที่มีฐานะจะช่วยเหลือทางการเงินให้น้องระหว่างน้องไปเที่ยวที่อเมริกา ไม่ดีกว่าหรือคะ ส่วนที่บอกว่า คุณอาใช้ book บัญชีทุกวัน ถ้าน้องเลือกเวลาเช้าสัมภาษณ์ๆเสร็จ รีบเอา book บัญชีกลับมาคืนคุณอาๆจะได้ใช้ติดต่อกับธนาคารได้ในตอนบ่ายค่ะ

  • ann jiraporn  On February 21, 2011 at 1:58 am

    แอนจะสัมภาษณ์วีซ่า 24 ก.พ. 54 นี้ แอนอยากทราบว่า
    *แอนจะจ่ายค่า sevis fee แบบ online ในวันที่21 ก.พ. 54 จะทันหรือมีผลต่อการสัมภาษณ์หรือไม่คะ

    • govisa  On February 21, 2011 at 5:27 am

      ที่จริงจ่ายวันไหนก็ได้ค่ะ น้องจะจ่ายเมื่ิอวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้ค่ะ เพราะน้องจะใช้ใบเสร็จที่ Print ออกมาจากเครื่อง Printer ไปเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งประกอบการขอวีซ่า น้องจะเดินทางเมื่อไหร่คะ ถ้าเดินทางต้นเดือนมีนาคม น้องน่าจะจ่ายเพิ่มค่าส่งใบเสร็จตัวจริงกลับมาให้น้องอีก 35 เหรียญ เพราะน้องควรจะมีใบเสร็จตัวจริง ยื่นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สหรัฐอเมริกาค่ะ ปกติ ใบเสร็จตัวจริงใช้เวลานำส่ง 3 อาทิตย์ขึ้นไปค่ะ เพราะ Homeland Security Office ส่งมาทาง Mail ธรรมดา แต่ถ้าน้องจ่ายเพิ่มอีก 35 เหรียญ เขาจะส่งให้โดยบริษัท Fedex ค่ะ อย่างไรก็ตาม เคยมีบางคนทำใบเสร็จตัวจริงหาย ก็ต้องใช้ใบเสร็จที่ไม่เป็นทางการที่น้อง Print ออกจากเครื่อง และน้องนำไปใช้ในวันสอบสัมภาษณ์ แทนไปค่ะ

  • aui  On February 21, 2011 at 8:35 pm

    คืออยากจะถามเพิ่มเติมอีกนิดว่า แบบฟอร์ม I-134 คืออะไรคะ คือว่าจะเข้าสัมภาษณ์วันที่24 กุมภาพันธ์ นี้แล้วค่ะ แต่ลองเข้ามาดูในเว็บไซต์นี้อีกทีเพื่ออยากดูประสบการณ์ของเพื่อน ๆ แต่เพิ่งมาเห็นว่ากล่าวถึงแบบฟอร์ม I-134 เอาไว้ ตอนนี้ยังไม่ได้ทำเลยจะทันมั้ยคะ และขอให้ช่วยทบทวนหลักฐานที่ต้องเตรียมของผู้ขอวีซ่า กับ sponsor อีกทีนึงค่ะ ….ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On February 21, 2011 at 11:07 pm

      โดยปกติเวลายื่นขอวีซ่านักท่องเที่ยวหรือนักเรียน ถ้าไม่ได้ใช้ sponsor ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ไม่ต้องกรอกฟอร์ม I-134 ค่ะ แบบฟอร์ม I-134 มีรายละเอียดอยู่ที่เว็บไซต์นี้นะคะ http://www.uscis.gov/files/form/i-134instr.pdf ส่วนตัวฟอร์มจะอยู่ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ http://www.uscis.gov/files/form/i-134.pdf

      ในกรณีที่คุณ AUI ใช้ผู้ค้ำประกันเป็นชาวอเมริกัน เพื่อนชาวอเมริกันต้องกรอกฟอร์ม I-134 บอกให้เขา downloadจากเว็บไซต์ที่ให้ไว้ และส่ง attach email มาแล้วกัน จริงๆคุณ AUI ต้องให้กงสุลดูตัวจริง แต่มีเวลาเหลือ 2 วันก็จะ 24 กุมภาแล้ว คิดว่า เอกสารตัวจริงคงส่งมาไม่ทันแล้วค่ะ คงต้อง print email และฟอร์ม I-134 ที่เขากรอกและเซ็นต์ชื่อแล้วแนบมากับอีเมล์ไปให้กงสุลดูค่ะ ดีกว่าไม่มีเอกสารอะไรให้กงสุลดูเลยค่ะ
      เอกสารคุณ AUI ควรมี คือ passport ใบเสร็จจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่า 4,200 บาท จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของตัวคุณ AUI เอง สมุดบัญชีเงินฝากตัวจริง จดหมายรับรองการทำงานว่าทำงานที่ไหน ตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไรค่ะ แผนการท่องเที่ยวคร่าวๆว่าจะไปไหนบ้างเผื่อกงสุลถาม จะได้พอตอบได้บ้าง แม้ว่าเพื่อนจะเป็นคนพาไปเที่ยวก็ตามค่ะ ของ sponsor มี ฟอร์ม I-134, bank statement, id card, หลักฐานแสดงการเสียภาษี และจดหมายเชิญแสดงว่า เขาจะรับผิดชอบค่าที่พักและอาหารเป็นเวลานานกี่สัปดาห์ที่คุณ AUI จะไปพักค่ะ

  • aui  On February 21, 2011 at 9:42 pm

    อีกนิ๊ดนึงค่ะ …
    1. ดิฉันมีอาชีพรับราชการแต่เงินเดือนคงเหลือใน statement หกเดือนย้อนหลังก่อนวันสัมภาษณ์ อยู่ที่ 6,000 – 7,000 บาท เองค่ะ แถมยังมีเป็นบัญชีติดลบด้วยแต่ล่าสุดได้หาเงินมาปิดบัญชีติดลบแล้ว (จะสัมภาษณ์วันที่ 24 ก.พ. 54 นี้ค่ะ)ถ้าดิฉันจะถ่ายเอกสารหน้าสมุดล่าสุดที่ไม่ติดลบให้เค้าดูด้วยจะดีมั้ยคะ
    2. ในส่วนของ sponsor ถ้าเค้าไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติ แต่เป็นเพื่อนชาวอเมริกันที่กำลังคบหากันอยู่ และได้ซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับเรียบร้อยแล้ว เอกสารที่เค้าส่งมาให้เป็น id-card, statement, เอกสารหลักฐานการเสียภาษี,ภาพถ่ายบ้านพัก (ทุกอย่างเป็น pdf file ที่ส่งมาทางอีเมล)ดิฉันสามารถรับรองสำเนาได้เองมั้ยคะ
    3. อีกคำถามหนึ่งคือแล้วยังต้องมีจดหมายเชิญอีกหรือเปล่าคะ และสามารถส่งทางอีเมลล์ได้หรือไม่ แบบฟอร์มจดหมายมีกำหนดจากสถานฑูตหรือไม่ ถ้าไม่มีกำหนดจากทางสถานฑูต รบกวนบอกร่างจดหมายเชิญนี้เป็นตัวอย่างให้หน่อยนะคะจะขอบคุณมาก ๆ ค่ะ หลักฐานของ sponsor ที่กล่าวมาทั้งหมดเพียงพอหรือยังคะ…ส่วนของดิฉันตอนนี้กังวลเรื่องยอดเงินในบัญชีธนาคารมาก ๆ ค่ะ

    • govisa  On February 21, 2011 at 11:46 pm

      ตอบตามที่ถามนะคะ
      1. มีเงินในบัญชี 6-7,000 บาท แล้วเพิ่งเอาเงินมาใส่เข้าบัญชี ใส่จำนวนเท่าไร ให้เตรียมตอบคำถามที่มาของเงินที่เพิ่งเอาใส่เข้าบัญชีด้วยค่ะ และไม่ต้องถ่ายเอกสารแต่ให้เอาสมุดตัวจริงไปด้วยเลยค่ะ
      2. ให้ print ออกมาจากอีเมล์ ไม่ต้องเซ็นต์รับรองค่ะ เพราะที่ถูกต้องเขาต้องส่งตัวจริงมาค่ะ วิธีการของฝรั่งกับไทยไม่เหมือนกันค่ะ ของคนไทย เวลาไปติดต่องานอะไรให้ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนแล้วเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง แต่ฝรั่งเขาขามักขอดูหลักฐานตัวจริงเลยค่ะ เพราะน่าเชื่อถือมากกว่าค่ะ แต่วันนี้ 21 กุมภาแล้ว ทำอะไรไม่ทันแล้วค่ะ ก็คงต้อง print ไปให้เขาดูเฉยๆค่ะ
      3. จดหมายเชิญควรมี เพราะดูจากตัวเลขที่คุณ AUI ให้มา 6-7,000 บาท น้อยมาก แล้วเงินก็เพิ่งใส่เข้าไป เหมือนที่เคยตอบหลายคนไปแล้ว คือ ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง นานเท่าไร รัฐไหน ถ้าเป็นรัฐค่าครองชีพสูง เช่น New York ก็ควรจะมีเงินในบัญชีมากหน่อยค่ะ กงสุลเขาพอกะได้นะคะว่า มีเงินเท่านี้จะอยู่ในประเทศเขาได้นานกี่วันค่ะ ดังนั้นการมีจดหมายเชิญก็พอจะแบ่งเบาภาระได้ว่า ไม่ต้องเเอาเงินในบัญชีที่นำไปแสดงจ่ายเป็นค่าที่พัก ค่าอาหารมากนัก เพราะมีคนช่วยจ่ายให้ที่โน่นค่ะ ให้ฝรั่งที่เป็นเพื่อนเขียนมาว่าเชิญคุณ AUI ไปพักผ่อนหลังจากไม่ได้พบกันนานหลายปีแล้ว โดยคุณ AUI ไม่ต้องจ่ายค่าที่พักค่าอาหาร เพราะสมัยเขามาเมืองไทยคุณ AUI ก็ดูแลเขาทุกอย่าง เขาก็เลยอยากตอบแทนน้ำใจคุณ AUI ค่ะ

      สรุป สถานทูตไม่ได้มีกำหนดว่า จดหมายเชิญต้องเขียนอย่างไรนะคะ และไม่ได้บอกด้วยว่า มีจดหมายเชิญแล้วจะผ่านวีซ่าค่ะ จากเว็บต่อไปนี้ มีพูดถึงจดหมายเชิญ http://travel.state.gov/visa/frvi/denials/denials_1361.html “You may provide a letter of invitation or support. However, this cannot guarantee visa issuance to a foreign national friend, relative or student. Visa applicants must qualify for the visa according to their own circumstances, not on the basis of an American sponsor’s assurance.” หรือจากเว็บนี้ที่พูดถึงวีซ่านักท่องเที่ยวว่า ผู้ยื่นขอวีซ่า ควรแสดงให้กงสุลเห็นว่า วัตถุประสงค์ในการเดินทางคืออะไร และสถานะทางการเงินค่ะ http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_1262.html#4

      The presumption in the law is that every visitor visa applicant is an intending immigrant. Therefore, applicants for visitor visas must overcome this presumption by demonstrating that:
      * The purpose of their trip is to enter the U.S. for business, pleasure, or medical treatment;
      * That they plan to remain for a specific, limited period;
      * Evidence of funds to cover expenses in the United States;
      * Evidence of compelling social and economic ties abroad; and
      * That they have a residence outside the U.S. as well as other binding ties that will insure their return abroad at the end of the visit.

      2 วันนั้ เตรียมซักซ้อมว่า ถ้าเขาถามอย่างนี้ จะตอบว่าอย่างไรนะคะ ขอเอาใจช่วยคุณ AUI ค่ะ

  • jongjitr  On February 21, 2011 at 10:26 pm

    สวัสดีค่ะ เราที่ให้เอเจ้นท์แบล็คลิส แล้ว่าตัวเองโง่คนเดิมค่ะ อิอิ แต่ไม่โง่ละ ฉลาดขึ้นมาละ
    ได้เอกสาร DS 160 ที่เค้ากรอกให้มาแล้วค่ะ มาเช็คดูรายละเอียดเค้าใส่ให้เรา do not apply กับคำถามเบสิคง่ายๆเช่น รหัสไปรษณีย์ เบอร์โรที่บ้าน ที่ทำงาน อีเมล์เรา do not apply ซะงั้น เราโหลอดคู่มือการกรอกเอกสารจากเวบไซท์สถาทูตมาดูเค้าบอกว่าถ้า do not apply เยอะอาจทำให้เป็นปัญหาวีซ่าไม่ผ่าน ( เห็นมะฉลาดละ อิอิ ) มันยังมีเรื่องการศึกษาโน่นนี่อีกซึ่งเค้าไม่เคยโทรมาถามเราเลย เราเลยคิดว่าพี่แกก็ do not apply แน่นอน
    และเรื่อง adrress where you will stay เค้าก็ใส่ให้เป็น โรงแรมในนิวยอร์ค crownw plaza เราไปนิวยอร์คจริงค่ะ แต่ยังไม่รู้โรงแรม จุดนี้จะเป็นอะไรมั้ยคะ ส่วน US contact information ตรง contact person name เค้าก็ใส่ชื่อโรงแรมนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเรามีจดหมายที่บริษัทอเมริกาที่เพื่อนชาวลักเซมเบอร์ก เราไปทำงาน (แต่เราเที่ยว )เขียนเชิญเราไปเยี่ยมชม หรือเราก็ใส่ชื่อโรงแรมที่เราจะไปพักหากเรารู้แล้วไปเลยคะ ตัดปัญหาเดี๋ยวสถานทูตเค้าถามโน่นนี่เรื่องบริษัทนี้อีก
    และจุดสุดท้ายตรงที่ถามว่าเดินทางคนเดียวหรือมีคนอื่นไปด้วย เค้าตอบให้เราว่า no คือเดินทางคนเดียวมันดูน่าเกลียดไปไม้คะ ผ้หญิงคนเดียวไปอเมริกาน่ากลัวไม่ผ่าน เราจะใส่ชื่อเพื่อนเราที่เป็นชาวลักเซมเบอร์กไปด้วยดีกว่ามั้ย เราให้เพื่อนทำจดหมายแผนการเดินทางติดไปวันสัมภาษณ์ด้วยให้เค้าแนะนำตัวเราตัวเค้า แผนการเดินทางโดยใช้หัวจดหมายบริษัทของเพื่อนเราเลยเค้าเป็นเจ้าของเลยค่ะ จิงๆเค้าคือคุณแฟนเราเอง
    ถามมาเยอะมากเลยรำคาญมั้ยคะ ทั้งหมดทั้งมวล ควรกรอกใหม่เลยดีกว่ามั้ยคะ ตอนนี้ได้วันสัมภษณ์มาแล้วแต่ล่อไปวันที่ 30 มีนาโน่น กรอกใหม่ต้องนัดวันใหม่มั้ยคะ (เดินทาง 6เมษาไปลักเซมเบอร์กก่อน )
    ขอถามอีกนิดค่ะในกรณีที่เราเข้ายุโรปก่อนแล้วไปอเมริกา รวมวันพักร้อนเราก็ 5เมษา ยัน 5 พฤษภา จดหมายลางานจากบริษัทเราที่ให้สถานทูตดูเนี่ยควรเป็นวันที่เราลาทั้งหมดหรือระบุช่วงแค่วันที่เราไปอเมริกาคะ หรือให้ระบุไปเลยว่า during her trip she will visit Europe and America ชัดเจนไปเลย
    ขอโทษนะคะที่ถามเยอะ แต่เราเห็นคุณเป็นที่ปรึกษาที่ดี เป็นกลาง และจริงใจมากๆๆๆๆเลย ขอชมจากใจจริง เฮ้อ ประเทศนี้นี่ยากจัง ได้วีซ่าสิบปีมา จะเที่ยวทุกปี เอาให้คุ้มเหนื่อยไปเลย

    • govisa  On February 22, 2011 at 12:10 am

      1. การที่ agent ใส่ do not apply เพราะเขาไม่ทราบข้อมูลว่าจะตอบอะไรค่ะ ดังนั้น ถ้าน้องเป็นคนกรอกเอง น้องอาจจะตอบคำถามได้มากกว่านี้ค่ะ
      2. การที่เขาใส่ชื่อโรงแรมที่ New York ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่ตรง contact person ถ้ามีจดหมายเชิญ ควรใส่ชื่อคนๆนั้นมากกว่าค่ะ แล้วอย่างที่น้องเข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ ถ้าเป็นผู้หญิงยังสาวก็ดูไม่งามนักค่ะ เพราะในอดีตอาจมีคนเคยทำเสียชื่อไว้ค่ะ ก็ควรระวังนิดหนึ่งค่ะ ที่จริงควรจะใส่ว่าไปกับเพื่อน 2 คนมากกว่า แต่ติดตรงที่น้องได้วันนัดสัมภาษณ์แล้ว ถ้าจะกรอกใหม่อีก หมายเลข confirmation number จะไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ เกรงว่าเขาจะไม่ให้เข้าไปสัมภาษณ์ค่ะ ถ้าจะปัดความผิด โดยบอกว่าให้คนอื่นกรอกให้ ก็ต้องดูคำถามสุดท้ายว่า agent เขากรอกว่าอะไรค่ะ เพราะคำถามสุดท้ายถามว่า มีใครกรอกฟอร์มนี้ให้ใช่ไหม ถ้า agent เขาตอบ No แล้วเวลาสัมภาษณ์ไปบอกว่า agent กรอกผิด ตัวน้องจะหมดความน่าเชื่อถือไปเลยค่ะว่า พูดไม่จริงตั้งแต่ต้นนะคะ น้องคงต้องแก้ตัวไปว่า น้องให้หลานกรอก หรือเพื่อนกรอก แล้วเพื่อนรีบคลิก น้องไม่ทันสังเกตว่าผิด เพราะรีบกลัวหมดเวลาการกรอก เลยคลิกผิดช่องค่ะ
      3. ให้แฟนทำรายละเอียดการเดินทางเข้าไปด้วยก็ดีแล้วค่ะ ส่วนวันลา ให้บริษัทระบุครอบคลุมช่วงไปยุโรปด้วยก็ดีค่ะ และตอบคำถามกงสุลด้วยว่า กฎของบริษัทน้อง บริษัทจะอนุญาตให้พนักงานลาพักร้อนได้กี่วันใน 1 ปีค่ะ

      ขอบคุณที่เขียนชมมาค่ะ ขอให้น้องโชคดีได้วีซ่าเช่นเดียวกันค่ะ

  • jongjitr  On February 22, 2011 at 7:57 am

    ขอบคุณมากค่ะ ยังไม่ได้วันสัมภาษณ์ค่ะ ซื้อพินใหม่แล้ว และจะกรอก ds 160 ใหม่เลย ทุกอย่างเริ่มใหม่หมดค่ะ เฮ้ออออออ เหนือยจัง ขอบานอีกหน่อยเอเจ้นท์คืนเอกสารมาให้แต่บอกใบเสร็จค่าธรรมเนียมจะตามมาวันนี้ แล้วทำไมไม่ให้ทีเดียว เริ่มคิดไม่ด้ เดี๋ยววันนี้จะมารายงานค่ะว่าเค้าเอามาให้จริงไม้ อยากจะขอกชื่อเอเจ้นท์ให้ทุกคนระวังจังแต่เราก็ไม่อยากไปทำร้ายใคร คนเรามีวิธีหากินต่างกัน แต่ถ้ามากไปกว่านี้อาจต้องขอร้ายกลับบ้าง ดีมั้ยอิอิ

    • govisa  On February 22, 2011 at 9:31 pm

      อาจเป็นไปได้ว่า เขาหาใบเสร็จไม่เจอ ต้องไปซื้อให้ใหม่ หรือไม่ก็ยังไม่ได้จ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่า เลยจะไปทำให้ทีหลัง แล้วจะจัดการส่งตามมาให้ค่ะ อย่าคิดอะไรมากนะคะ เตรียมตัวกรอกฟอร์มวีซ่า แล้ววางแผนดีกว่าค่ะว่า ถ้าไม่ได้คิวสัมภาษณ์วันเก่า จะเลื่อนวันเดินทางดีไหม ที่พี่บอกอย่างนี้ เพราะหนทางข้างหน้ามีงานที่อาจทำให้น้องรู้สึกหงุดหงิด เป็นกังวล และอื่นๆอีกมากมาย นั่นก็คือ จะมีคิวว่างวันไหนให้จอง ทำไมไม่มีวันที่สีเขียวให้จองเลย เป็นต้นค่ะ ทำไมต้องมานั่งเฝ้ารอหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เบื่อไปไหนทำอะไรไม่ได้ ขอให้หาวันนัดได้ค่ะ พี่รอหาคิวนัดให้เพื่อนจะ 3 อาทิตย์แล้วยังหาไม่ได้ค่ะ เพราะพี่ไม่ค่อยมีเวลาเปิดคอมด้วย แต่ก็บอกหลาลูกเพื่อน ให้ทำให้แม่เขาแล้วด้วยค่ะ

  • กรชินันท์  On February 22, 2011 at 12:43 pm

    ขอความช่วยเหลือหน่อยค่ะ พอดีพี่กรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้อัพโหลดรูป เพราะยังไม่ได้ถ่ายค่ะ ไม่ต้องอัพโหลดรูปได้ไหมค่ะ แล้วจะทำการปริ้นใบสมัครออกมาได้อย่างไรค่ะ ช่วยตอบให้ด้วยนะค่ะ กว่าจะทำได้ปวดหัวมากเลยค่ะ

    • govisa  On February 22, 2011 at 9:40 pm

      ให้คิดว่าการกรอกฟอร์มวีซ่า เหมือนการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ของเด็กๆนะคะ ถ้าไม่ผ่านหน้านี้ จะไปทำรายการอีกหน้าไม่ได้ค่ะ ดังนั้นหลังจากกรอกข้อมูลเกี่ยวกับ security check เสร็จ จะมีให้ upload รูปหน้าผู้ยื่นขอวีซ่าอีกครั้ง ถ้าไม่ upload รูป เราจะผ่านหน้านี้ไปหน้าถัดไปไม่ได้ค่ะ หน้าถัดไปจะให้เรา review ตรวจข้อมูลที่กรอกๆไปว่า มีตรงไหนต้องแก้ไขไหม ถ้าไม่มี ก็จะถึงหน้า sign and confirm ค่ะ หน้านี้จะถามว่า เราเป็นคนกรอกฟอร์มเองหรือให้คนอื่นกรอกให้ค่ะ ถ้าให้คนอื่นกรอก ต้องใส่ชื่อ ที่อยู่และความสัมพันธ์ะหว่างเรากับเขาด้วยค่ะ แล้วเซ็นต์ชื่อ ๆ เสร็จคลิก confirm และคลิกคำว่า print confirmation number ถัดจากนั้นคลิก print application form และคลิก email confirm ค่ะ เป็นอันเสร็จการกรอกฟอร์มวีซ่า DS -160 ค่ะ

  • aui  On February 24, 2011 at 5:00 pm

    ขอแชร์ประสบการณ์ที่ไปสัมภาษณ์วีซ่ามาค่ะ
    ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณมากสำหรับgovisa นะคะที่ช่วยตอบคำถามข้อสงสัยสามารถช่วยได้มากทีเดียวค่ะ..แต่วันนี้ไปสัมภาษณ์วีซ่ามาเวลานัด 7.30 ก็ไปถึง7 โมงพอดี(เจอคุณนิหน่ากะสามี พี่แหม่มจินตหราด้วย)เราเตรียมเอกสารทุกอย่างอย่างรัดกุม แต่พอไปถึงเคาท์เตอร์เริ่มต้นเขาจะขอแค่ใบคอนเฟอร์มของ DS-160 หนังสือจากที่ทำงาน และจดหมายเชิญจากเพื่อนที่อเมริกาใสลงในแฟ้มใสให้เราถือติดตัวไป ส่วนเอกสารอื่นยังอยู่ในซองที่เรานำไปเอง ก็เลยไม่ได้ใส่งลงไปในซองพลาสติกใสที่เจ้าหน้าที่ให้มา ขั้นตอนต่อไปคือรอรับบัตรคิวสัมภาษณ์ และให้ข้อมูลเบื้องต้นและพิมพ์ลายนิ้วมือ 10 นิ้วกับเจ้าหน้าที่่ และให้เรากลับไปนั่งรออีกครั้งเพื่อเข้ารับสัมภาษณ์จริง ๆ ได้ช่องเบอร์ 8 ค่ะ คนสัมภาษณ์เป็นผู้หญิงน่าจะเป็นคนอเมริกันสัมภาษณ์ภาษาไทยผมบลอนยาวอายุน่าจะประมาณ 30 ปี เธอดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และเอกสารที่มีเพียงสองอย่างที่อยู่ในแฟ้มใสที่เจ้าหน้าทีใส่ลงไป (เอกสารอื่นที่ดิฉันไม่ใส่ตั้งแต่เริ่มต้นเพราะเขาบอกว่าเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์จะเรียกขอดูเอง)หลังจากนั้นเธอก็ถามคำถามแรกกับดิฉัน 1. ทำไมคุณถึงอยากไปประเทศอเมริกา (ไปเที่ยวในช่วงปิดภาคเรียน)2. เคยเดินทางไปต่างประเทศหรือเปล่า (ไม่เคย)3.เดินทางกี่คน (ไปคนเดียว) 4.ทำงานอาชีพอะไร (รับราชการ)5. มีญาติอยู่อเมริกาหรือเปล่า(ไม่มี) 6. มีเพื่อนอยู่อเมริกาหรือเปล่า (มีหนึ่งคน)7. ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (ตัวเองและเพื่อนช่วย support ในเรื่องที่พักอาหารและการเดินทางท่องเที่ยว)8. จะพักอยู่อเมริกานานเท่าใด (28 วัน) ดิฉันตอบคำถามทุกอย่างตามความเป็นจริง และเท่าที่เค้าถาม จากนั้นเค้าก็เดินไปหยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่นพร้อมกันบอกว่า “เสียใจค่ะที่เราอนุมัติวีซ่าให้คุณไม่ได้” ดิฉันบอกเขาไปว่ามีเอกสารเกี่ยวกับเพื่อนและตัวดิฉันเองเพิ่มเติม เขาบอกว่าเอกสารที่เห็นเพียงพอแล้ว และได้แต่พูดว่าเสียใจอย่างเดียว กระดาษที่ยื่นให้ดิฉัน กากบาทตรงที่มีข้อความว่า ” ท่านไม่สามารถแสดงหลักฐานอันแสดงถึงความผูกพันมั่นคงอย่างแน่นแฟ้นทางครอบครัว สังคม หรือเศรษฐกิจภายนอกสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะทำให้ท่านเดินทางออกนอกสหรัฐ หลังจากได้พำนักอาศัยเป็นการชัวคราว” ซึ่งจริง ๆ แล้วดิฉันได้เตรียมเอกสารทุกอย่างที่แสดงถึงข้อความเหล่านั้นไปเรียบร้อยแล้วแต่เขาไม่ดูเลยค่ะ ….พอมานั่งวิคราะห์ก็เลยคิดว่าเป็นเพราะการตอบคำถามเราไม่ชัดเจนหรือเปล่า หรือคิดว่าเราน่าจะใส่เอกสารเหล่านั้นไปเลยตั้งแต่เริ่มต้น …

    • govisa  On February 24, 2011 at 11:01 pm

      พี่ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ น้องอุ๊ยใช่ไหมคะ จากคำถามข้อที่1 กับ 4 น้องน่าจะรับราชการเป็นครูใช่ไหมคะ พี่เดาจากคำตอบว่าไปช่วงปิดเทอม และเป็นข้าราชการค่ะ พี่ไม่ทราบว่า ในหนังสือรับรองการทำงานระบุว่า น้องมีเงินเดือนประมาณเท่าไร เงินเดือนรับราชการอาจจะยังไม่สูงเท่าไรนัก ตอนน้องกรอกฟอร์ม DS160 น้องได้กรอกในฟอร์มว่ามีเงินเดือนเท่าไรคะ ตรงนั้นนั่นแหละค่ะ ที่กงสุลก็จะได้อ่านข้อมูลรายละเอียดของน้องแล้วจากคอมพิวเตอร์ และก็ประเมินสถานะของตัวน้อง เพราะกงสุลผ่านการฝึกให้ต่อว่า น้องอายุประมาณเท่าไร พี่เดาว่า น้องน่าจะอายุยังไม่มาก อาจจะ 26-30 ต้นๆ เป็นโสด หรือ สมรสแล้ว พี่ก็ไม่ทราบ แต่กงสุลคงทราบแล้วโดยดูจากข้อมูลที่น้องกรอกใน DS 160 ส่วนจดหมายเชิญจากเพื่อนที่อเมริกา น้องไม่ได้บอกมาว่า เพื่อนอยู่รัฐไหน เพื่อนเป็นเพศชายหรือหญิง แต่กงสุลท่านเห็น ท่านอ่านแล้ว ท่านก็วิเคราะห์ไปตามข้อมูลที่น้องใส่ไปใน DS 160 ค่ะ ถ้าเพื่อนน้องอยู่ในเมืองใหญ่เช่น แอลเอ หรือ นิวยอร์ค ค่าครองชีพจะสูงเอาการอยู่ค่ะ ดังนั้น ถ้าน้องตอบว่าน้องไปพักผ่อน 28 วัน นับว่าค่อนข้างนานทีเดียวค่ะ เพราะถ้ามีรายรับน้อยก้ไม่น่าจะอยู่นานถึง 28 วัน น่าจะอยู่ประมาณ 10-15 วัน ดูเหมาะสมกว่าค่ะ

      พี่เห็นใจน้องว่า น้องตอบตามสิ่งที่เป็นจริงแต่ไม่ได้วีซ่าค่ะ การที่กงสุลไม่ได้ดูเอกสาร หรือการที่เจ้าหน้าที่ด้านหน้าบอกว่า กงสุลจะขอดูเอง บางครั้งกงสุลก็ขอดูเอง บางครั้งเราก็ต้องเป็นฝ่ายยื่นเอกสาร ไปสนับสนุนเหตุผลของเราเองตอนตอบคำถามด้วยค่ะ โดยหาจังหวะที่เหมาะสม ทีนี้จากอาชีพน้อง จากคำถามที่ถามว่า ใครออกค่าใช้จ่าย น้องเคยบอกว่าเพิ่งเอาเงินใส่ในบัญชีที่มีอยู่ประมาณ 6000-7000 บาท แม้ว่า กงสุลจะไม่ได้ดูหลักฐานตัวเงินตรงนี้ แต่การใช้ sponsor ที่อยู่ในอเมริกาจัดว่าเป็น case ที่ค่อนข้างต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะกงสุลจะให้คำตอบเหมือนกับหลายท่านที่ถูกปฏิเสธวีซ่าว่า ไม่ได้แสดงหลักฐานว่ามีความผูกพันทางครอบครัว สังคม หรือ เศรษฐกิจภายนอกสหรัฐอเมริกาค่ะ บางเคส ชื่อคนที่อยู่ในอเมริกาและ support ผู้้ยื่นวีซ่า ถ้าเป็นคนไทย จากคอมพิวเตอร์ อาจเห็นข้อมูลลึกกว่านั้นได้ว่า เข้าไปอยู่ในประเทศเค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายไหมด้วยคะ อย่างไรก็ต่าม น้องมีสิทธิ์ขอยื่นใหม่ได้อีกตามเว็บไซต์ http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_1262.html#14 ที่พูดถึงการถูกปฏิเสธวีซ่า
      Visa denials
      If the consular officer should find it necessary to deny the issuance of a visitor visa, the applicant may apply again if there is new evidence to overcome the basis for the refusal. For additional information, select Denials to learn more. In the absence of new evidence, consular officers are not obliged to re-examine such cases.

      พี่ขอขอบคุณที่น้องแชร์ข้อมูลให้คนอื่นได้ทราบค่ะ และหวังว่า ความดีของน้องคงจะช่วยให้น้องได้มีโอกาสไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาในโอกาสต่อไปค่ะ

  • แนน  On February 24, 2011 at 7:55 pm

    พี่เจ้าของเว็บยังจำหนูได้มั๊ยค่ะ 🙂 หนูจาไปสัมภาษณ์อาทิดหน้าเเล้วเเหละ
    ส่งพลังไห้หนูด้วยนะคๆๆๆ
    สรุปว่าหนูใช้สเตทเม้นของน้าค่ะ น้องสาวเเม่ เเละก้อใช้ book bank ของตัวเอง
    เเบบนี้ ถ้าเค้าถามว่าทำไมไม่ใช้ของเเม่
    จาตอบว่า เพราะ เเม่ไม่มีสเตทเม้นค่ะ ทำธุรกิจ ฟาร์มเพาะถั่วงอก กับน้าสาวอยู่ที่เชียงราย
    เเล้วเพิ่งได้ เซ็น สัญญาทำงานไปตั้งเเต่ก่อนเรียนจบ ครอบครัวเลยอนุญาติไห้ไปเที่ยวพักผ่อนก่อนเริ่มทำงานในเดือน กรกฏาคม

    เเบบนี้พอฟังดูดีมั๊ยค่ะ
    ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง

    • govisa  On February 24, 2011 at 11:29 pm

      พี่ไม่ได้เห็นคำถามน้องแนนนาน ต้องย้อนกลับไปอ่านเรื่องราวเก่าๆอีกครั้ง น้องแนนจำไว้นะคะ ขอให้มีสมาธิมากๆค่ะ ตั้งใจฟังคำถามให้ดี แล้วตอบคำถามให้กงสุลเชื่อมั่นในตัวน้องให้ได้ว่า ไปแล้วจะกลับเมืองไทยแน่นอนนะคะ

      น้องจะตอบว่าแม่ไม่มี statement ก็ดูเหมือนว่า แม่ไม่มีฐานะที่มั่นคงเท่าไรนัก น่าจะเป็นตอบว่า แม่ทำธุรกิจเพาะถั่วงอกกับน้า เป็นธุรกิจกงสี น้าอาจจะรู้เรื่องเกี่ยวกับการติดต่อกับธนาคารมากกว่า จึงเปิดบัญชีในชื่อของน้า ส่วนแม่จะเป็นคนดูแลพวกคนงานที่ช่วยปลูกถั่วงอก ถ้าเขาถามว่ามีคนงานกี่คน ก็ลองถามแม่ดูว่า แม่มีคนงานช่วยไหม กี่คนค่ะ

      ส่วนตัวน้องได้งานทำที่ไหน มีใบยืนยันว่า เขาจะรับเราเข้าทำงานหลังเรียนจบไปด้วยก็ดี แล้วอย่าลืมเอา Transcript กับใบรับรองความเป็นนักศึกษาไปด้วยนะคะ

      ถ้าคิดว่าเพื่อเป็นวิทยทาน อย่าลืมเขียนมาเล่าผลด้วยนะคะ โชคดีค่ะ

      • แนน  On February 24, 2011 at 11:32 pm

        ขอขอบคุณพี่มากเลยนะคะ พี่ใจดีมากอ่าสละเวลาส่วนตัวมานั่งรับฟังปัญหา ดีจัยที่หาเว็บนี้เจอจิงๆ

      • govisa  On February 25, 2011 at 5:17 am

        ดีใจที่ได้มีส่วนช่วยน้องและอีกหลายๆคนในสังคมค่ะ

  • แนน  On February 24, 2011 at 11:25 pm

    ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนด้วยนะคะ ❤

  • aui  On February 25, 2011 at 2:23 pm

    ขอบคุณGoVisa มาก ๆ จริง ๆ ค่ะ สำหรับคำตอบที่ทำให้ดิฉันรู้สึกดีจริง ๆ (อยากเห็นตัวเป็น ๆ ด้วย อิอิ) ดิฉันก็กลับมาคิดเช่นกันค่ะสำหรับเหตุกาณ์และโอกาสที่ดิฉันได้เข้าสัมภาษณ์รู้สึกเสียดายที่เราน่าจะหาจังหวะอธิบายเหตุผลบางคำถามให้มากกว่านั้น ดิฉันรับราชการครูจริง ๆ ค่ะเงินเดือนก็แค่หมื่นต้น ๆ แถมก่อนหน้านี้มีบัญชีติดลบ และได้หาเงินมาโปะหนี้ไม่ให้ติดลบจากสินเชื่อของค่าราชการและก็มีเงินเหลืออยู่ 150,000 บาท และดิฉันก็ได้นำบัญชีเงินฝากติดตัวไปด้วยแล้ว แต่ดันลืมยื่นให้เค้าดู เอ๊ะไม่ใช่สิเค้าไม่ได้ขอดูด้วยค่ะ ดิฉันเข้าใจว่าเค้าน่าจะเช็คสถานะทางการเงินของดิฉั้นได้จากการ 0nline ข้อมูล(อันนี้คิดเอาเอง)ว่ามีเงินในบัญชีไหนบ้าง ดิฉันมีบัญชีธนาคารอยู่สามแห่ง บัญชีเงินเดือน(หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือประมาณ 7000) บัญชีเงินฝาก(เดือนละสามพัน) และบัญชีสินเชื่อที่มีเงินเหลืออยู่แสนกว่าบาท ดิฉันเตรียมเอกสารไปเรียบร้อยว่ามีภาระผูกพันทางการเงินที่เมืองไทยอยู่ไม่อาจไปอยู่อเมริกาได้เป็นการถาวรแน่นอน แต่เค้าไม่ขอดู แง แง

    • govisa  On February 25, 2011 at 10:53 pm

      ลักษณะบัญชีที่คุณ AUI (ไม่แน่ใจว่าสะกดชื่อด้วยไม้โทหรือตรีหรือจัตวาเกรงว่า จะสะกดผิดอยู่เหมือนกันค่ะ) เป็นบัญชีที่ค่อนข้างมีโอกาสน้อยที่จะผ่านวีซ่าค่ะ บัญชีที่บอกว่ามีอยู่ 3 บัญชี โดยมีบัญชีสินเชื่ออยู่เป็นเลขหลักแสน สิ่งสำคัญที่จะสร้างความมั่นใจให้กงสุลว่า มีเงินพอไปเที่ยวแน่ คือ บัญชีเงินสดที่อยู่ในรูปสะสมทรัพย์ หรือ ออมทรัพย์ค่ะ ไม่ใช่บัญชีสินเชื่อค่ะ แม้ว่าเพื่อนจะช่วยออกให้ก็ตามค่ะ และการไปนาน 28 วัน เงิน 150,000บาท ไม่พอค่ากินค่าอยู่ และค่้าเที่ยวค่ะ

  • aui  On February 25, 2011 at 2:34 pm

    อุ๊ยอีกอย่างนึ่งการที่เราไม่เคยเดินทางไปประเทศไหนเลยอาจเป็นตัวชี้วัดอะไรหลายอย่างด้วยนะคะ

    • govisa  On February 25, 2011 at 10:58 pm

      เป็นตัวชี้วัดได้ค่ะ เช่น น้องเดินทางไปต่างประเทศคนเดียวได้ และฐานะทางเศรษฐกิจน้องต้องดีพอ ถึงเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้ และเมื่อเที่ยวเสร็จแล้ว กลับมาอยู่ประเทศของตนเอง ไม่คิดอยากไปอยู่ประเทศอื่นค่ะ

  • aui  On February 25, 2011 at 2:54 pm

    โอ๊ยยังมะจบ… ดิชั้นมีแผนว่าจะยื่นสมัครอีกทีตอนเดือน ตุลา 2011 ถ้าเกิดเราถูกปฏิเสธตั้งแต่ครั้งแรก จะมีผลต่อการสมัครขอครั้งที่สองมั้ยคะถ้าได้คนสัมภาษณ์คนเดิมก็หนาวอยู่เหมือนกันค่ะ เพราะเค้าเป็นฝรั่งน้องไม่แน่ใจว่าเอกสารที่เป็นภาษาไทยเค้าจะอ่านเข้าใจหรือเปล่าคะ ประเภทสัญญาการขอสินเชื่อ ดิฉันยังโสดไม่เคยแต่งงานค่ะ อันที่จริงเพื่อนที่อยู่อเมริกาก็เป็นเพื่อนที่คบหาดูใจกันอยู่ เค้าอยากให้ดิฉันไปเยี่ยมบ้านเค้าสักครั้ง แล้วก็ไปเที่ยวที่ต่าง ๆ ครั้งต่อไปดิฉันเลยไม่กล้าบอกเลยค่ะว่ากำลังคบหาดูใจ เพราะกลัวว่าเค้าจะคิดว่าดิฉันวางแผนจะไปอยู่เลย ดิฉันต้องทำอย่างไรดีคะ

    • govisa  On February 25, 2011 at 11:05 pm

      การถูกปฏิเสธวีซ่าครั้งที่ 1 จะมีผลต่การนัดสัมภาษณ์ครั้งที่ 2 บ้างค่ะ เพราะเขาทราบว่าเราเคยถูกปฏิเสธแล้ว กงสุลอาจจะไม่ซ้ำกับคนเดิม แต่เขาจะต้องอ่าน comment ที่คนแรกเขียนไว้ด้วยค่ะ โดยทั่วไปกงสุลที่มาอยู่ประเทศไทย จะต้องเรียนภาษาไทยให้พออ่านออกเขียนได้ ความรู้ประมาณระดับชั้นประถมตอนปลายอยู่แล้วค่ะ และถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ กงสุลสามารถเดินเข้าไปให้เจ้าหน้าที่คนไทย ที่อยู่ด้านในอ่านเอกสารให้ได้ค่ะ ถ้ายังมีปัญหาติดขัดอยู่

      น้องน่าจะลองหาข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าคู่หมั้น (k-1) ดูว่าจะตรงกับเงื่อนไขน้องบ้างไหมนะคะ พี่ไม่ค่อยถนัดวีซ่าประเภท K-1ค่ะ น้องsearch หาดูในอินเทอร์เน็ตเพิ่มค่ะ blog ที่ copy link มาให้ก็ดูใช้ได้นะคะ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=lawanwadee&month=09-2007&date=23&group=3&gblog=21

  • pan  On February 26, 2011 at 9:20 pm

    มีปัญหาอีกแล้วค่ะ คือว่าได้นัดวันสัมภาษณ์แล้วได้วันที่ 4 เมษาค่ะ แต่ปัญหาคือยังไม่ได้ปริ้นท์ DS-160ที่ได้กรอกข้อมูลและอัปโหลดรูปเรียบร้อยแล้วออกมาเลยค่ะ ทำไงดีคะ ได้แต่ปริ้นท์ใบยืนยันการนัดหมายอย่างเดียว

    • govisa  On February 26, 2011 at 11:29 pm

      ลองเข้าไปที่ https://ceac.state.gov/genniv/ แล้วเลือก Upload previous file ได้หมายเลขเดิมไหม ถ้าไม่ได้ให้คลิก retrieve incomplete application ว่าจะได้หมายเลขไหมนะคะ

  • pan  On February 27, 2011 at 5:21 am

    ขอบคุณค่ะที่แนะนำกำลังลองทำอยู่ค่ะ

  • pan  On February 27, 2011 at 6:01 am

    เอ๊ะถ้าไม่ได้หมายเลขเดิมล่ะคะ

    • govisa  On February 27, 2011 at 8:50 am

      นั่นคือ เหตุผลที่ให้ลองคลิกทั้ง 2 แบบ ปัญหาอยู่ที่คุณ PAN จำหมายเลขเดิมได้ไหมด้วยค่ะ อาจต้องลองดูในหน้านัดสัมภาษณ์ด้วยว่า มีหมายเลข DS 160 อยู่ไหมคะ ให้ลองตรวจสอบดู ที่จริงลอง search ในคอมพิวเตอร์เครื่องที่เราใช้กรอกข้อมูล ถ้าเราไม่ได้ลบ file ทิ้งไปก็น่าจะ Upload ขึ้นมาใหม่ได้ค่ะ ส่วนใหญ่จะอยู่ใน My document นะคะ ขึ้นต้น File ด้วยตักษร CCAE อะไรทำนองนี้พร้อมหมายเลข ลองคลิกหาดู แต่ที่สำคัญคุณต้องเข้าไปที่ website หน้ากรอกฟอร์มวีซ่า แล้ว browse ข้อมูลตัวนี้ขึ้นมา เพราะลำพังคลิกเข้าไปดูใน My document เฉยๆ จะเปิดอ่านข้อมูลไม่ได้ค่ะ

  • pan  On February 27, 2011 at 6:22 am

    แล้วถ้าญาติของเราที่จะเป็นสปอร์นเซอร์คือเป็นคนไทยและเป็นพลเมืองของสหรัฐแล้วประกอบธุกิจที่นั่นด้วย จะต้องใช้แบบฟอร์ม i-134 ในการแจ้งรายละเอียด หรือเปล่าคะ

    • govisa  On February 27, 2011 at 8:41 am

      ใช้ I-134 ด้วยค่ะ แต่จะให้ support ใครบ้างคะ คุณไปกัน 4 คน ลองคิดดูว่าถ้าไม่มีใครใน 4 คนใช้คนค้ำประกันที่มีบัญชีเงินฝากในเมืองไทยสนับสนุนการเงินเลย ประโยคที่กงสุลใช้ปฏิเสธเสมอ คือ ไม่มีความผูกพันทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมนอกสหรัฐอเมริกาา ก็คงต้องเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับกันค่ะ

  • panpasutr  On February 27, 2011 at 10:21 am

    คือว่าสำหรับพ่อและแม่นะคะมีเงิอมทรัพย์ประมาณสี่แสนบาทแต่เป็นชื่อแม่คนเดียวค่ะซึ่งตอนนี้ท่านทั้งสองก็อายุเจ็ดสิบสามและเจ็ดสิบหกแล้วไม่มีอาชีพอะไร ส่วนน้องสาวก็มีเงินฝากออมทรัพย์ประมาณสี่หรือห้าแสนอาชีพเป็นมัคคุเทศก์ส่วนหลานก็คุณน้าที่ต่างประเทศ support และในจดหมายเราค้องแจกแจงรายละเอียดอย่างไรคะ

    • govisa  On February 27, 2011 at 2:06 pm

      ของหลานควรจะต้องมีบัญชีของคุณพ่อ หรือคุณแม่ของตัวหลานเอง หรือจะทั้งสองคนเป็นผู้ค้ำประกันด้วยค่ะ เพราะลักษณะที่คุณ PAN ว่ามาว่า จะใช้ผู้ค้ำเป็นคนที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ก็จะไปตรงล็อคที่ว่าไม่ได้แสดงหลักฐานว่า มีความผูกพันทางสังคม วัฒนธรรมกับอะไร หรือ ใครที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกาเลยค่ะ ในจดหมายของน้าที่โน่น ก็บอกว่าจะต้อนรับบุคคลเหล่านี้ เป็นใครกันบ้างให้มาพักผ่อนเป็นเวลานานกี่สัปดาห์ และจะพาไปเที่ยวไหนกันบ้าง หลังจากครบกำหนด คนเหล่านี้ จะเดินทางกลับประเทศไทย ไปทำหน้าที่ของแต่ละคนอย่างไรกันบ้างค่ะ

      ขอย้ำอย่างซีเรียสนะคะว่า ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะใช้น้าในสหรัฐอเมริกาค้ำประกันคุณหลาน คนที่น้าในสหรัฐอเมริกาสมควร หรือ มีสิทธิ์ค้ำประกันได้เหมาะสมกับสถานะการณ์นี้ที่สุด คือ พ่อแม่ของน้าเอง ซึ่งก็เป็นตากับยายของหลานคุณ PAN ค่ะ ส่วนหลานนั้น ถือว่า เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ให้กำเนิดโดยตรง ที่อธิบายแบบนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะใจร้ายกับคุณ PAN แต่อยากให้คุณ PAN ทราบว่า ฝรั่งมีวิธีการคิดและมองต้นตอของปัญหาแตกต่างจากคนไทยค่ะ แต่ถ้าคุณ PAN จะเสี่ยงก็อยู่ในดุลยพินิจของคุณ PAN เองค่ะ

  • pan  On February 27, 2011 at 8:19 pm

    ก็คิดว่าคงจะทำตามคำแนะนำที่ว่าแหละค่ะแต่ไกเตรียมเอกสารใบรับรองเงินเดือนของพ่อและแม่ไว้แล้วค่ะ แต่ก็ไม่ทราบว่าจะดูดีหรือไม่คือคุณพ่อทำงานเป็นวิศวกรเงินเดือนประมาณ25000บาทและคุณแม่มีอาชีพค้าขายคือมีร้านกาแฟเล็กๆ รายได้ประมาณเดือนละ3ถึง4 หมื่นบาทแต่เปิดบัญชีเป็นออมทัพย์มีเงินเข้าออกทุกวันแต่ไม่มีบัญชีเงินฝากประจำหรอกค่ะด้วยเหตุที่ว่ายังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระเงินกู้ที่นำมาลงทุนตอนเปิดร้านค่ะจึงมีแต่เงินหมุนเวียนเท่านั้น นี่คือปัญหาใช่ไหมคะ ตอนนี้เอกสารที่เตรียมไว้มีดังนี้
    1.จดหมายเชิญของน้าพร้อมรายละเอียดว่าประกอบธุรกิจสปา ที่ตั้งร้านรูปถ่าย พร้อมทั้งเอกสารการจดทะเบียนการค้า และการเสียภาษี ช่วงเวลาที่จะพักที่นั่นประมาณ2-3สัปดาห์ และเอกสารยืนยันแสดงว่าเป็นพลเมืองสหรฐ(ไม่ทราบว่าควรจะใช้หรือเปล่า)รูปถ่ายบ้านซึ่งเขาเป็นเจ้าของ วันที่จะเดินทางกลับ
    2.เอกสารของทางมหาลัยเกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียนที่มศว.วันที่เปิดเทอม (ต้องแปลเป็นภาษอังกฤษหรือเปล่าคะ)
    3.บัญชีเงินฝากของพ่อและแม่
    4.ทะเบียนการค้าที่มีชื่อแม่
    ช่วยแนะนำด้วยนะคะว่าควรมีอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่
    ขอบคุณนะคะที่ให้คำแนะนำปรึกษา

    • govisa  On February 27, 2011 at 10:44 pm

      ถ้าดูจากตัวเลขที่คุณ Pan ให้มา พ่อแม่น่าจะมีรายได้รวมกันประมาณ 600,000-700,000บาทต่อปี ถ้ามีรายจ่ายในบ้านตลอดทั้งปีอีก 300,000 บาท ( ค่าใช้ายส่วนตัวแต่ละฝ่าย ค่าใช้จ่าภายในบ้าน ค่าดูแลลูกกี่คนก็ไม่ทราบ) ก้พอลุ้นอยู่ ไม่ทราบว่ามีเงินฝากในธนาคารอีกเท่าไร ( 2คนรวมกัน ถ้าเป็นหลักล้านได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ถึงก็ต้องหลักแสนแก่หน่อยค่ะ) ที่ต้องให้พ่อแม่มีด้วยและเป็น sponsor เขาจะได้มั่นใจว่าเด็กมีความผูกพันกับครอบครัวในไทยค่ะ ส่วนเอกสารของเด็กต้องขอใบรับรองความเป๋นนักศึกษาจากมศว. และ transcript ที่เรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมาค่ะ ส่วนเอกสารวันเปิดเรียน print ไปให้เขาดูไม่ต้องไปเสียค่าแปลค่ะ ไม่ทราบว่า website มศว. มีให้เลือก print เป็นภาษาอังกฤษไหมคะ นอกนั้นที่คุณ Pan ว่ามาก็ถูกต้องใช้ได้ ควรเอาไปหมดทุกอย่างค่ะ โชคดีค่ะ

  • แนน  On February 27, 2011 at 8:24 pm

    ขอถามเพิ่มเติมนะคะ การที่บอกว่า sponsor คือ น้า อ่ะค่ะ ถ้าบอกว่าเป็นน้าเเท้ๆเค้าจะสามารถเซ็คได้มั๊ยคะ เพราะจิงๆน้าคนนี้คือ ภรรยาของน้องชายเเม่คะ ไม่ใช่น้าเเท้ๆโดยสายเลือด

    • govisa  On February 27, 2011 at 10:33 pm

      ขึ้นอยู่กับว่า กงสุลจะถามน้องหรือเปล่าว่า มีหลักฐานอะไรที่บอกว่าเป็นน้า ถ้าโดนถามคำถามนี้ก็ยากนิดหน่อย เพราะถ้าเป็นน้าจริง ทะเบียนบ้านน้ากับทะเบียนบ้านแม่จะเป็นตัวช่วยได้ ในการบ่งบอกความเป็นมาของแม่และน้า แต่กรณีนี้ไม่ใช่น้าจริง ต้องภาวนาอย่าให้กงสุลถามคำถามนี้เลยค่ะ ถ้าถามว่าเป็นน้าทางไหน ก็คงต้องตั้งสมมติฐานว่า อาจจะเป็นลูกพี่ลูกน้องทางแม่ที่เราเรียกว่า “น้า”ค่ะ เอาเป็นว่า เวลาอยู่ต่อหน้ากงสุล ฟังคำถามให้ดี แล้วตอบโดยอาศัยคำแนะนำที่บอกว่าควรตอบแบบไหนดีไปค่ะ เพราะพี่ไม่ทราบว่า น้องจะเจอคำถามแบบไหนแบบไหน น้องต้องตั้งหลักให้ดี มีสติและสมาธิมากที่สุดค่ะที่จะตอบโดยคิดว่า คำตอบของเราจะต้องไม่ทำให้กงสุลเข้าใจเราผิดไปว่า เราไปแล้วจะไม่กลับมาอยู่ที่ประเทศไทยค่ะ

  • แนน  On February 27, 2011 at 8:33 pm

    ควรตอบว่ายังไงดีอ่ะคะ

  • pan  On February 28, 2011 at 7:49 am

    ขอถามเพิ่มอีกนิดนะคะ คือว่าลูกชายตอนนี้เพิ่งสอบเข้าเรียนที่มศว.และได้สอบสัมภาษณ์และลงทะเบียนเรียนเรียบร้อยแล้ว ยังไม่มี transcript ค่ะมีแต่ transcript ของนักเรียนที่จบม.6ค่ะ มีลูกสองคน่ะคนโตตอนนี้ก็เรียนอยู่ที่มิชิแกนก็ที่ดีทรอยด์ที่ครอบครัวกำลังจะไปนี่แหละค่ะ อ้อเรายังมีเพื่อนสนิทที่เป็นชาวอเมริกันอยู่คนหนิ่งก็คนนี้อีกแหละค่ะที่เขาชวนครอบครัวของเราไปเที่ยวคือตอนที่เขามาทำงานที่เมืองไทยเขาเคยได้รับการช่วยเหลือจากครอบครัวของเราก็เลยสนิทกันค่ะ อ้ออีกเรื่องรายได้ในครอบครัวมันมีอยู่ก็จริงแต่อย่างที่บอกแหละค่ะว่ารายจ่ายมันเยอะเงินที่เหลืออยู่มันเลยมีไม่มากเท่าไหร่แต่เราก็มีหลักฐานการจ่ายเงินนะคะไม่ว่าจะเป็นค่าผ่อนบ้าน รถ เบี้ยประกันชีวิตและอื่นๆค่ะ

    • govisa  On March 1, 2011 at 12:01 am

      ให้ลูกคนเล็กขอจดหมายรับรองจากโรงเรียนม.6 และ transcript ม4-6 พร้อมจดหมายหรืออีเมล์อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นหลักฐานว่า น้องเขาสอบติด มศว.ค่ะ ส่วนลูกคนโต ใครเป็น sponsor ตอนขอวีซ่าไปเรียนที่ Michigan ค่ะ เป็นคุณพ่อคุณแม่หรือคนอื่น ที่จริงทั้ง 4 ท่านนี้นอกจากบอกเหตุผลว่าไปเยี่ยมน้าแล้ว ยังสามารถบอกกงสุลเพิ่มได้อีกว่า กะจะไปเยี่ยมหลานชาย ซึ่งเป็นพี่ของคนเล็กนี้ หลานชายคนนี้กำลังเรียนวิชาอะไร อยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่ออะไรในสหรัฐอเมริกาด้วยก็ดีนะคะ เขาจะได้เห็นว่า เราพอมีฐานะที่มั่นคงพอสมควร จึงสามารถส่งลูกไปเรียนต่อที่อเมริกาได้ค่ะ

      ส่วนหลักฐานที่ว่ามา ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เบี้ยประกันชีวิต กงสุลไม่สนใจดูค่ะ เขาต้องการดูเฉพาะตัวเงินสดในบัญชีธนาคารว่ามีเท่าไร เพื่อให้เขามั่นใจว่า บุคคลท่านนี้มีฐานะทางเมืองไทยที่มั่นคง ไม่คิดอยากจะเข้าไปอยู่ในสหรัฐอเมริกาค่ะ มีพี่น้องคนอื่นนอกเหนือจากน้าคนนี้ไหมล่ะคะ เช่นเป็นลุง ป้า หรืออา ญาติข้างพ่อบ้างก็ได้นะคะ มีบ้างไหมคะ ให้เขาช่วย support หลานชายด้วยอีก 1 ท่านนอกเหนือไปจากพ่อแม่ค่ะ

  • pan  On February 28, 2011 at 7:54 am

    อ้ออีกนิดนะคะแล้วถ้าให้น้าเป็น sponsor ร่วมด้วยดีไหมค่ะ เป็นน้องสาวแท้ๆค่ะก็คนที่จะไปด้วยกันแหละค่ะมีบัญชีเงินฝากประมาณสี่ห้แสนค่ะ

    • govisa  On February 28, 2011 at 11:47 pm

      ที่ไม่ได้แนะนำ เพราะเงินในบัญชีไม่มากค่ะ ให้น้า support น้าคนเดียวก็พอแล้วค่ะ

  • praew  On February 28, 2011 at 5:51 pm

    คือตอนนี้คิดจนหัวจะแตกแล้วค่ะ ดีใจมากที่เจอเว็บนี้ อยากจะถามหลายอย่างค่ะ
    คือตัวเองกรอกขอวีซ่าผิดประเภทคือขอ F-1 แทนที่จะเป็น J-1 (เนื่องจากได้ทุน จึงต้องเปลี่ยน) แล้วตอนนี้คือได้ I-20 มาแล้ว, กรอก DS-160, จ่าย SEVIS fee เรียบร้อยแล้ว, ได้วันสัมภาษณ์วันที่ 17 มีนา 54 จะต้องเข้าอเมริกาก่อน 9 พฤษภา 54

    ประเด็นคือถ้าขอเอกสารใหม่ กลัวจองสัมภาษณ์ไม่ทัน มีคำแนะนำมั้ยคะ
    – เราต้องส่ง I-20 กลับไปให้เค้ามั้ยคะ แล้วเลขบน DS-2019 ที่จะได้กลับมา จะเป็นเลขเดิมรึเปล่าคะ เพราะถ้าอันเดิมก็จะได้จองสัมภาษณ์ได้เลย
    – แล้วต้องกรอก DS-160 อีกครั้งใช่หรือไม่ และต้องชำระ SEVIS fee อีกรอบรึเปล่า
    – ต้องซื้อ PIN ใหม่มั้ยคะ
    – เราสามารถค้างจองสัมภาษณ์ไว้ก่อนแล้วค่อยยกเลิกในวันสุดท้ายของการที่สามารถยกเลิกได้ แล้วจองครั้งใหม่เพื่อให้ได้วันเดิมได้มั้ยคะ

    รบกวนแนะนำด้วยค่ะ ทำอะไรไม่ถูกแล้ว

    • govisa  On February 28, 2011 at 11:44 pm

      ถ้าจะเปลี่ยนสถานะจาก F-1 visa เป็น J-1 visa ทำได้ทางเดียว คือ ส่ง I-20 ใบเก่ากลับไปทางไปรษณีย์ด่วน และขอให้เขาส่ง copy file ของ DS 2019 หน้าแรกแนบมากับ email ให้ตัวน้อง เพื่อน้องะได้รู้หมายเลข sevis ก่อนล่วงหน้าค่ะ อยากให้น้องเข้าไปอ่านที่คุณแพท (natpalin@gmail.com) เขียนมาถามเมื่อวันที่ 25 กุมภานี้ว่า คุณแม่ของคุณแพทจองเป็น B1 ไป พอเวลาเข้าไปข้างในสถานทูตเพื่อสอบสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่บอกว่า นัดเข้ามาผิดประเภท ให้นัดใหม่ ซึ่งพี่ชี้แจงคุณแพท ไปแล้วว้่ อาจจะไม่ได้คำตอบที่พึงพอใจได้ค่ะ คือ ไม่ยอมให้เปลี่ยน ต้องเข้าไปแก้ไขวันนัดด้วยตนเอง จากเว็บไซต์ที่กำหนดไว้ค่ะ คุณ Praew ก็มีลักษณะคล้ายกัน คือ เปลี่ยนจาก F-1 เป็น J-1 ขอตอบที่ละคำถามนะคะ

      – ถ้ากลัวนัดสัมภาษณ์ไม่ทัน ให้ลองอีเมล์ไปถามเเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยก่อนว่า เขาจะ scan หน้าแรกของ DS 2019 แนบอีเมล์มาให้เราดูก่อนได้ไหมนะคะ เพื่อจะได้ดูว่า หมายเลข Sevis เหมือนเดิมไหมนะคะ
      – ส่วน DS 2016 คงต้องกรอกใหม่ให้ถูกประเภทค่ะ sevis ของ J-1 ราคา 180 เหรียญค่ะ ดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.ice.gov/sevis/factsheet/090104_fs.htm
      – ซื้อ Pin ใหม่ กรณี Pin หมดอายุแล้วค่ะ
      – ทำได้ค่ะ แต่ไม่มีใครการันตีได้ค่ะว่า น้องจะได้วันเดิมไหม เพราะน้องต้อง delete วันเก่าทิ้งไปก่อน แล้วจองวันใหม่ค่ะ เสี่ยอยู่เหมือนกันนะคะ

  • แนน  On March 3, 2011 at 2:33 pm

    ไปสัมภาษณ์มาเเล้วค่ะ ไม่รู้ว่าได้รึป่าว
    ฟังไม่ทัน เเต่เค้าพูดปามานว่าเที่ยวให้สนุก เเล้ว ก้อไม่ได้ให้ passport คืนมา
    เเบบนี้ถือว่าได้วีซ่าเเล้วป่าวคะ เเฮ่ๆ 😛

    • govisa  On March 4, 2011 at 4:41 am

      แปลว่าได้วีซ่าแล้ว ยินดีด้วยค่ะ น้องแนน ว่าแต่ว่าเขาถามอะไรบ้างคะ

  • แนน  On March 4, 2011 at 10:12 pm

    อ๋อค่ะ ตอนเเรกกลัวตั้งนาน คิดว่าสาเหตุที่ได้ เพราะ กรอกข้อมูลใน DS160
    ถูกต้องเรียบร้อย ตอนที่สเเกนนิ้วมือกับคนไทย เค้าไม่ติ๊กอะไรเลย ผ่านไปได้ด้วยดี เเถมชอบใหญ่ว่าเก่งจังยังเรียนไม่จบเเต่ได้งานเเล้วที่ที่ดีมาก
    พอตอนสัมภาษณ์ใจเต้นมากก ปรากฏว่าได้ฝรั่งผู้ชาย
    พอไปถึง ท่่านกงศุลพูดเร็วนะ ฝรั่งไม่ค่อยทัน ก้อยิ้มๆอย่างเดียว
    เค้าก้อชมอีก ว่า good job ได้งานเเล้วที่ดีมากซะด้วย
    ถามว่าเรียนที่ไหน เเซวๆ ว่า ยังอยากเป็นนักศึกษาหรอ ใส่ชุดนักศึกษามา ฮ่าๆ
    ไครเป็นสปอนเซอร์ ก้ออธิบายไปนิดหน่อยค่ะ ถามว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ไปเที่ยวก่อนเริ่มทำงานใช่มั๊ย เเล้วก้อหันไปคุยกับคนข้างๆสักพัก ก้อยื่นใบส่งไปรษณีย์มาให้ บอกว่าเที่ยวให้สนุกนะ
    เเล้วจะส่งพาสปอตไปที่บ้านภายในหนึ่งสัปดาห์

    ประมาณนี้อ่ะค่ะ รู้สึกโล่งมาก
    เเต่ยังสงสัยว่าเค้ายังเก็บเอกสารที่ใส่ในเเฟ้มรวมกับพาสปอตเราไปทำไม
    เเล้วเค้าจะส่งกลับมาให้ไหมคะ

    • govisa  On March 4, 2011 at 10:23 pm

      สถานทูตจะส่งเอกสารทุกอย่างกลับคืนให้น้องแนนหมดค่ะ ยกเว้น DS Confirmation Number ไม่ส่งคืนค่ะ ดีใจด้วยมากๆนะคะ และขอบคุณที่เขียนเล่ามาค่ะ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่เข้ามาอ่าน ขอให้กำลังใจหลายๆคนที่ยังไม่ได้สอบสัมภาษณ์ แล้วยังติดกลัวๆหรือประหม่าอยู่ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ ได้ไปอเมริกากันทุกคนค่ะ แล้วพอทำภารกิจเสร็จแล้วกลับเมืองไทยนะคะ จะได้เป็น Record ที่ดีสำหรับคนไทยคนอื่นๆที่จะไปอเมริกาค่ะ

  • แนน  On March 5, 2011 at 12:51 am

    ขอบคุณมากนะคะ ตอนนี้ก้อลุ้มอย่างเดียวว่าจาได้วีซ่าดี่ปี ❤

    • govisa  On March 5, 2011 at 1:04 pm

      น่าจะได้ 10 ปี หรือไม่อย่างน้อยก็ได้ 5 ปีก่อน แล้วพอหมดอายุ ขอหนที่สองน่าจะได้ 10 ปีค่ะ

  • KW  On March 5, 2011 at 12:14 pm

    ขอรบกวนถามผู้รู้หน่อยเถิด…
    1 submitแบบฟอร์ม DS-160 ไปแล้ว และอยู่ระหว่างการคอยเช็คปฏิทินในเว็บเพื่อนัดวันสัมภาษณ์(วีซ่าท่องเที่ยวB2)ค่ะ แต่ไม่มีวี่แวว(ปฏิทินช่องสีเขียว)ขึ้นมาเลย ถ้าเราจะใช้เครดิตการ์ดจ่าย แล้วโทรขอนัดวันสัมภาษณ์ จะเร็วกว่า/สะดวกกว่ามั้ยคะ หรือสามารถทำได้มั้ยคะ
    2 กังวลและงงๆอยู่นิดนึงเกี่ยวกับการหมดอายุของพาสปอร์ตตัวเองค่ะ คือ..พาสปอร์ตจะหมดอายุต้นเดือน ต.ค.2011 แต่ยื่นขอวีซ่าตอนที่พาสปอร์ตยังเหลืออายุ 7 เดือน แต่จะเดินทาง ต้นพ.ค.ซึ่งตอนนั้นพาสปอร์ตจะเหลืออายุ 5 เดือน อย่างนี้ต้องทำไงคะ..

    ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบค่ะ

    • govisa  On March 5, 2011 at 1:03 pm

      1. ตอบเรื่องนัดสัมภาษณ์ก่อนนะคะ ถ้าจะโทรนัดสัมภาษณ์ก็ทำเลยค่ะ แต่น้องต้องรับทราบอย่างหนึ่งว่า การโทรจะต้องทำเฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และก่อน 5โมงเย็นเท่านั้นค่ะ ไม่สามารถเข้าไปดูได้ 24 ชั่วโมงเหมือนอินเทอร์เน็ต และต้องซื้อ Pin ใหม่ เพราะคนละราคากันค่ะ ถ้าจะถามว่า คิวนัดสัมภาษณ์แน่นไหม ขอตอบว่า จากกระทู้ที่หลายๆคนเขียนมาคุยด้วย จะเห็นว่า บางคนหงุดหงิดที่ใช้โทรศัพท์ และคนที่รับสายบอกว่า ตอนนี้คิวเต็ม ให้โทรเข้ามาใหม่ ถ้าน้องหงุดหงิดกับนัดทางอินเทอร์เน็ต จะลองทางโทรศัพท์ดูบ้างก็ได้ค่ะ

      มีหลายคนที่เขียนมาให้อ่าน โดยบอกว่าเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ไปไหนเป็นอาทิตย์กว่าจะได้ พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องของ outsource ของสถานทูตที่จัดระเบียบคิวนัดสัมภาษณ์ค่ะ เมื่อสองวันก่อนพี่ถามคิวนัดสัมภาษณ์ให้ลูกคนรู้จักจะไปอิตาลี ก็ต้องจองคิวนัดเหมือนกันโดยต้องโทรไปจอง คำตอบของสถานทูตอิตาลี คือ คิวนัดสัมภาษณ์เต็มถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมแล้ว ถ้าลองมีประสบการณ์หลายแห่ง บางทีก็ได้ข้อคิดนะคะว่า คนไทยมีฐานะดีมีจำนวนมาก ทำให้เปอร์เซ็นต์ผูืยื่นขอวีซ่าไปท่องเที่ยวต่างประเทศมีจำนวนมาก จนถึงกับทำให้คิวเต็มไปหมดในหลายๆสถานทูตกันเลยค่ะ นี่ยังไม่ได้ถามคนอื่น เรื่องคิวนัดสัมภาษณ์วีซ่าของสถานทูตอังกฤษนะคะ เพราะจะมีงานยิ่งใหญ่ระดับโลก คือ งานแต่งงานของปรินซ์วิลเลียมตอนเดือนเมษายน จะมีใครต้องการไปเที่ยวอังกฤษ และสัมผัสบรรยากศประวัติศาสตร์กันแน่นอีกหรือเปล่าก้ไม่รู้ค่ะ

      2. ที่จริงน้องควรทำ Passport ใหม่ค่ะ เพราะวีซ่านักท่องเที่ยวของอเมริกา มีอายุ 10 ปี เมื่อ passport หมดอายุตอนตุลาคม 2011 จะไปบอกให้สถานทูตอเมริกาย้ายเล่มวีซ่ามาอยูเล่มใหม่ก็ทำไม่ได้ค่ะ อาจจะมีบางประเทศทำได้ แต่ต้องเสียค่าบริการค่ะ สำหรับอเมริกาทำไม่ได้ค่ะ ดังนั้น เวลาเดินทางก็ต้องถือหนังสือเดินทาง 2 เล่มค่ะ คำแนะนำพี่ คือ ไหนๆก็ต้องรอคิววีซ่าสุดแน่นนี้อยู่แล้ว เช้าวันจันทร์รีบไปทำPassport ใหม่ดีกว่าไหม ใช้เวลา 3วันรอนุมัติ กรอก DS 160 ใหม่ แล้วลองดูว่าจะแก้ในฟอร์มนัดสัมภาษณ์ใหม่ตรง Confirm Passport ได้ไหม ถ้าไม่ได้อาจต้องยอมจ่ายตังค์ใหม่จำนวน 372 บาททางอินเทอร์เน็ต เพราะดีกว่าถ้าได้วีซ่าแล้วจะมีการเดินทางหลังตุาคม 2011 ต้องถือหนังสือเดินทาง 2 เล่มค่ะ แล้วตามหลักการสากล การเดินทางระหว่างประเทศ บรรดากองตรวจคนเข้าเมืองประเทศต่างๆ ต้องการให้หนังสือเดินทางมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนค่ะ เผื่อฉุกเฉินมีธุระ หรืออยู่ยืดเยื้อ หนังสือเดินทางก็ไม่หมดอายุง่ายๆค่ะ

  • KW  On March 5, 2011 at 5:21 pm

    ขอบคุณมากสำหรับคำตอบที่ฉับไว
    จะลองพยายามดู ได้ผลอย่างไรจะมาเล่าสู่กันฟังนะคะ

  • แนน  On March 7, 2011 at 7:59 pm

    สรุปได้ สิบปี้ค่ะ :)))
    กูดลัก นะคะ ทุกคนนน
    ขอบคุณค่าา

    • govisa  On March 7, 2011 at 8:58 pm

      ดีใจด้วยอย่างมากๆค่ะ แอบลุ้นอยู่กับน้องทุกคนที่เขียนมาถามว่า ขอให้ได้ๆวีซ่าค่ะ และนึกเสียใจกับน้องที่พลาด แต่ก็คิดว่า วันหนึ่ง น้องเขาคงลองขอวีซ่าใหม่เมื่อเตรียมเอกสารพร้อมค่ะ

  • DekDuMm  On March 9, 2011 at 5:21 pm

    ไป Work & Travel ร USA อะค่ะ ตอนแรกได้งานที่ New York ซึ่งสัมภาษณ์วีซ่าผ่านแล้ว แต่โดน Cancel งานเมื่อสิ้นเดือน และใน DS ก็ได้เปลี่ยนงานเป็นอีกที่นึงคือ Virginia แต่ไม่อยากทำงานนี้อะค่ะ อยากทำอีกที่นึง ไม่ทราบว่าถ้าเปลี่ยนงานไปอีกที่นึง เราก็ต้องเปลี่ยน DS ใหม่ แล้วเราต้องเสียเงินค่าเปลี่ยน DS มั้ยคะ?

    • govisa  On March 9, 2011 at 10:00 pm

      สรุป คือ1. ตอนนี้เดินทางไปอเมริกาหรือยังคะ
      2. พี่ทราบแต่เพียงว่า น้องได้วีซ่าแล้ว แต่อยากเปลียนที่ทำงานถูกไหมคะ

    • govisa  On March 10, 2011 at 8:14 pm

      ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะคะเรื่อง Work and Travel ค่ะ น้องโดนยกเลิกงานแรกโดยเดินทางไปแล้ว หรือยังไม่ได้เดินทางคะ เพราะเท่าที่ถามผู้รู้มา คือ ถ้ายังไม่ได้เดินทาง เมื่อได้ DS 2019 ใหม่ต้องขอวีซ่าใหม่ค่ะ แต่ถ้าน้องอยู่ที่อเมริกาแล้ว ให้แจ้งบริษัทที่เมืองไทยกับเมืองนอกเรื่อง DS ใหม่ไม่ต้องขอวีซ่าใหม่ค่ะ ส่วนงานที่ 3 ที่จะเปลี่ยน เพราะไม่ชอบงานที่ Virginia เท่าที่สอบถามมาจากหลายแหล่งข้อมูล เขาบอกว่า น้องต้องติดต่อ Agent ที่เมืองไทยที่น้องใช้บริการเขาไปโครงการ Work and Travel เพราะเขาจะต้องสัมภาษณ์ เพื่อค้นหาเหตุผลที่แท้จริงว่า ทำไมจึงต้องการเปลี่ยนงาน น้องจะตอบโดยใช้ความรู้สึกว่า ชอบหรือไม่ชอบไม่ได้ค่ะ เพราะagent ที่เมืองไทยเขาจะประสานงานกับ agent ของเขาที่อเมริกาอีกทีว่า จะให้น้องได้มี DS ของที่ทำงานใหม่อย่างที่น้องต้องการหรือไม่ค่ะ ตัว DS มีความสำคัญมากๆ เพราะฝรั่งเขาจะสามารถติดตามสถานะน้องได้ตลอดว่า เวลานี้น้องอยู่ที่ไหน ทำอะไรค่ะ

      การไปทำงาน Work and Travel ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ไม่ใช่งานนั่งโต๊ะใน Office เป็นงานที่อาจจะมีความลำบากบ้าง หรือเป็นงานหนัก ถ้าน้องอยู่เมืองไทยแล้วไม่เคยต้องทำอะไรแบบนี้ ก็ต้องพูดคำเดียวว่า ต้องอดทนค่ะ ให้คิดว่าอีก 3 เดือนก็จบภาระกิจนี้แล้ว น้องจะมีเวลา relax ไปเที่ยวค่ะ ส่วนเรื่องเสียเงินไหม ให้น้องประสานงานกับ agent ที่น้องติดต่อที่เมืองไทยค่ะ

  • dear  On March 10, 2011 at 6:52 pm

    ถ้าระบุวันเดินทางใน DS-160 เป็นวันที่ 10-20 เมษา
    แต่จองวันสัมภาษณ์ได้วันที่ 20 เมษา
    เลยเลื่อนวันเดินทางค่ะ
    คำถามคือทางสถานฑูตจะมีปัญหาอะไรมั๊ยคะ
    ถ้าเราไม่ได้แก้วันเดินทางใน DS-160 (มันแก้ไม่ได้แล้วอ่ะค่ะ)
    แต่ค่อยไปบอกวันสัมภาษณ์ว่า เราเลื่อนการเดินทาง

    คือเรากลัวเค้ายกเลิกนัดสัมภาษณ์ของเราน่ะค่ะ
    กว่าจะได้คิวเลือดตาแทบกระเด็น
    แล้วนี่คือเร็วสุดที่จองได้แล้วอ่ะค่ะ

    • govisa  On March 10, 2011 at 7:53 pm

      ไม่มีปัญหาค่ะ บอกเขาไปตามความเป็นจริงว่า ตอนกรอกฟอร์ม Ds160 เราวางแผนจะไปวันที่เท่าไรของเดือนเมษายน แต่จองวันสัมภาษณ์วีซ่าไม่ได้ ทำให้ต้องเลื่อนการเดินทางค่ะ นับว่าคุณเดียร์โชคดีมากค่ะที่ได้วันนัดสัมภาษณ์แล้ว ยังมีอีกหลายคนที่อึดอัด เพราะยังต้องเฝ้ารอหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้วันนัดค่ะ ขอให้โชคดีได้วีซ่าค่ะ

  • DekDuMm  On March 10, 2011 at 9:58 pm

    คือยังไม่ได้เดินทางค่ะ เหมือนบริษัทที่ดำเนินเรื่องให้หนูเค้าไม่ยอมเปลี่ยนให้ซักที บอกว่า 2-3 วันก็เปลี่ยนได้แล้ว รอไปรอมาหนูก็เลยไม่ได้งานที่อยากได้ มันเต็มไปแล้ว ถ้าเค้าเปลี่ยนให้หนูแต่แรกก็ได้บินไปตั้งนานแล้วอะค่ะ ถ้าในกรณีนี้ต้องจ่ายค่าเปลี่ยน DS มั้ยคะ? หนูแค่อยากทราบว่าทางบริษัทเค้าไม่ยอมเปลี่ยนให้เพราะกลัวเสียเงิน หรือว่าเค้าไม่เดินงานให้หนูกันแน่อะค่ะ ยังไงก็ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่ให้ข้อมูล ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On March 11, 2011 at 5:25 am

      น้องพอบอกชื่อบริษัทที่ติดต่อได้ไหมคะ ที่ถามเช่นนี้ เพราะถ้าเกิดรู้จักบริษัทนั้นจะได้ลองถามให้เท่านั้นเองค่ะ แต่ถ้าไม่อยากบอกด้วยหลายๆเหตุผล ก็ไม่เป็นไรค่ะ ที่ไม่เปลี่ยนอาจเป็นไปได้ว่า จำนวนของตำแหน่งงานที่ตรงนั้นเต็มแล้วหรือเปล่าคะ ตัว Agentของน้องเป็นบริษัทเล็กๆ ต่อรองหรือทำอะไรให้ไม่ได้เลยไม่ได้ทำอะไรให้น้องหรือเปล่าคะ เพราะมีหลายบริษัทที่ติดต่อน้องๆไป Work and Travel อาจจะมีเด็กของบริษัทอื่นที่ไปทำงานที่ตรงนั้นเหมือนๆกันหรือเปล่า และเขาไม่ได้บอกน้องซึ่งเป็นลูกค้าบริษัทของเขา ให้ทราบรายละเอียดของปัญหาที่บริษัทเขาต้องพบค่ะ หรือ เขามีรายการจากน้องคนอื่นๆที่ต้องการเปลี่ยนแปลงมาก เป็นต้นว่า เปลี่ยนแปลงการเดินทาง เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ เลยลืมติดต่อเรื่องน้องไป พี่ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงของบริษัทนั้นๆค่ะ พี่ไม่คิดว่า ปัญหาอยู่ที่ค่า Sevis fee ที่ต้องจ่ายของ DS ค่ะ พี่ได้ยินมาว่า ปีหนึ่งๆมีเด้กๆไปโครงการ Work and Travel ประมาณ 7-8,000 คน แต่บางคนก็บอกว่าตัวเลขลดลงจากนี้เป็น 5-6000 คนบ้างแล้ว เพราะหลายๆสาเหตุ เช่น ตำแหน่งงานในสหรัฐอเมริกาลดลง พฤติกรรมน้องนักเรียนไทยเป็นที่กล่าวขวัญกันทั้งในทางบวกก็มี ในทางลบก็มี มีหลายๆเหตุผลค่ะ หรือบ้างก็เริ่มลดความนิยมใน Work and Travel เพราะรู้ว่าคือ ธุรกิจประเภทหนึ่งของคนไทย น้องเลยหันไปสมัครเรียนภาษาในช่วงปิดเทอมกันก็มีนะคะ เพราะได้ฝึกภาษาอย่างแท้จริงมากกว่าไป Work and Travel นานาเหตุผลจริงๆเลยค่ะ

  • dear  On March 10, 2011 at 11:15 pm

    ขอบคุณมากค่ะ ^^

  • DekDuMm  On March 12, 2011 at 1:11 pm

    ขอบคุณมากๆเลยนะคะสำหรับข้อมูล ตอนนี้ทางนายจ้างที่ Missouri เค้าโอเคแล้วค่ะ เหลือแต่ก็ต้องเปลี่ยน DS ตัวใหม่ เพราะตัวเก่าเป็นที่ Virginia ไม่ทราบว่าการดำเนินเรื่องเปลี่ยน DS ตัวใหม่นี่ใช้เวลาประมาณกี่วันหรอคะ?

    • govisa  On March 12, 2011 at 9:23 pm

      ถ้าเขาเร่งทำให้ บวกกับระยะเวลาที่เขาต้องส่งกลับมาเร็วที่สุด น่าจะไม่เกิน 2 สัปดาห์ ถ้าช้าน่าจะเป็น 3 สัปดาห์ พี่ไม่อยากให้เป็นเดือน เพราะเกรงว่าน้องจะได้คิวนัดสัมภาษณ์ช้าค่ะ

  • dekdee  On March 12, 2011 at 9:46 pm

    อยากจะถามว่าวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา สามารถขอก่อนไปเที่ยวได้กี่เดือนอะครับ คือจะไปตอนเดือนตุลาคม สามารถขอได้ตั้งเเต่เดือนมิถุนาได้เปล่าครับ กลัวรอคิวสัมภาษณ์นาน

    • govisa  On March 13, 2011 at 6:20 am

      น้องสามารถขอได้ตั้งแต่ตอนนี้ วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกามีอายุ 10 ปี หมายความว่า ในช่วง 10 ปี น้องจะไปเที่ยวอเมริกาเมื่อไรก็ได้ค่ะ แต่การอยู่แต่ละครั้งไม่ได้หมายความว่า อยู่ได้นานเป็นปี ส่วนใหญ่ประมาณ 1-3 เดือน แล้วแต่เหตุผลที่น้องให้กับ Immigration เวลา immigration ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอเมริกาสัมภาษณ์ค่ะ อย่างมากที่สุดไม่เกิน 6 เดือนค่ะ

  • dekdee  On March 14, 2011 at 11:44 am

    แล้วพวกระดับการศึกษา ในการกรอก DS 160 เราต้องกรอกตั้งเเต่ประถม มัธยม เลยหรือเปล่าอะครับ คือตอนนี้เรียนอยุ่ในมหาลัยเเล้ว เเล้วพวกเอกสารตอนมัธยมก็ไม่รุ้หายไปไหนหมดเเล้ว

    • govisa  On March 14, 2011 at 10:56 pm

      น้องเริ่มต้นกรอกสถานศึกษาล่าสุด คือ มหาวิทยาลัยที่น้องกำลังเรียนอยู่ พอกรอกเสร็จถ้าข้างล่างมีคำว่า add data ให้น้องคลิกเข้าไปดู จะมีรายละเอียดที่ต้องกรอกสถานศึกษาเพิ่ม ให้น้องกรอกชั้นมัธยมศึกษาค่ะ ถ้าเปลี่ยนหลายโรงเรียน ไม่มีที่ให้กรอกก้ให้กรอกข้อมูลชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายพอค่ะ แต่ถ้ามัธยมต้นและปลายเป็นที่เดียวกัน ให้กรอกชื่อโรงเรียนระดับมัธยมที่เรียนจบมาค่ะ น้องไม่ต้องกรอกชั้นประถมนะคะ

  • dekdee  On March 15, 2011 at 7:09 am

    ขอบคุณมากๆครับสำหรับคำตอบ^^

    • govisa  On March 15, 2011 at 9:16 pm

      ด้วยความยินดีค่ะ สอบสัมภาษณ์ได้ผลเป็นอย่างไร เขาถามอะไรบ้าง เขียนเล่ามาให้อ่านกันบ้างนะคะ จะได้เป็นประโยชน์กับน้องคนต่อๆไปนะคะ ขอให้น้องโชคดีสอบสัมภาษณ์วีซ่าผ่านค่ะ

  • Rainy  On March 15, 2011 at 10:23 am

    สอบถามนิดนึงนะคะพอดีหนูกำลังทำเรื่องขอวีซ่าไปเรียนเอฟ1แล้วกรอก DS 160 ได้วันสัมพาษณ์แล้ว แบบว่าอีกนานเลย วันที่ 2 May แล้วกำลังจะเปลี่ยนโรงเรียนค่ะ เพราะสนใจโรงเรียนอื่นมากกว่าคือตอนนี้รอ I 20 จาก โรงเรียนใหม่ค่ะ คำถามนะคะ
    1.อยากทราบวิธียกเลิกDS 160 ของโรงเรียนเก่าเพื่อจะกรอกอันใหม่ต้งทำยังไงบ้างคะ
    2.และต้องทำใหม่หมดเลยมั๊ยคะไม่ว่าจะเป็นจองคิวเพื่อสัมพาษณ์และซื้อพินใหม่มั๊ยคะ ค่าsevis โรงเรียนให้จ่ายใหม่ค่ะเพราะตัวเลขมันเหมือนกัน…รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ

    • govisa  On March 15, 2011 at 9:14 pm

      1. เข้าไปกรอกฟอร์ม DS160 ใหม่ที่หน้าเว็บไซต์นี้ https://ceac.state.gov/genniv/
      2. เมื่อได้ Confirmation Number ใหม่ ให้เข้าไปที่หน้านัดสัมภาษณ์ อีกครั้ง ลองดูว่าถ้า จะกลับเข้าไปแก้ไข Confirmation Number มีทางทำได้ไหม ถ้าทำไม่ได้ ต้อง delete วันนัดสัมภาษณ์เดิมก่อน แล้ว reschedule ใหม่ โดยสังเกตว่า จะมีทางย้อนกลับไปยังหน้าที่จะให้กรนอก DS 160 ใหม่ได้ไหม ถ้าทำไม่ได้ หมายความว่า น้องต้องซื้อ Pin นัดสัมภาษณ์ใหม่ แล้วกรอก DS 160 Confirmation Number ใหม่ จองวันนัดสัมภาษณ์ใหม่ ให้ดูคำตอบที่พี่อธิบายน้อง phusanap ซึ่งถามคำถามมาคล้ายๆของน้องค่ะ
      3. ค่า SevisI-901 ไม่ต้องจ่ายใหม่ค่ะ ถ้าน้องต้องการทราบ Status ของน้องว่าไม่ต้องจ่ายจริงหรือไม่จริง ให้น้องเข้าไปที่ http://www.fmjfee.com คลิกคำว่า Check status จะมีช่องให้น้องกรอกชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด หลังจากนั้นโปรแกรมจะบอกน้องว่า Sevis I-901 ของน้องยัง valid อยู่ไม่ต้องซื้อ อย่างไรก็ตาม พี่คิดว่า น้องควรอีเมล์ไปบอกที่เรียนทั้งที่ใหม่และที่เก่าด้วย โดยบอกที่เก่าว่าไม่ไปเรียนแล้ว เพราะเปลี่ยนแผนการเรียน จะต้องไปอีกที่หนึ่งแทน เพราะผู้ปกครองอยากให้ไปอยู่กับญาติ หรือเพื่อนผู้ปกครองก็แล้วแต่น้องจะให้เหตุผล แบบถนอมน้ำใจเขาหน่อยค่ะ สอบถามที่เรียนทั้งเก่าและใหม่ด้วยว่า ต้องกรอกฟอร์มอื่นใดของโรงเรียนเขาหรือไม่ เช่น transfer form ถ้าเขาบอกว่าไม่ต้องก็คือไม่ต้องค่ะ ส่วนที่ใหม่ก็บอกอย่างเดียวกันค่ะ เพราะสถานที่เรียนในอเมริกา เขามีหน้าที่ต้องรายงาน Immigration กับ Homeland Security Department ว่า นักเรียนต่างชาติที่เข้าไปในสหรัฐอเมริกาตอนนี้ เรียนอยู่ที่ไหนกันค่ะ

  • phusanap  On March 15, 2011 at 10:45 am

    คือตอนนี้กำลังรอสัมพาษณ์ค่ะช่วงเดือนMay แต่อยากจะเปลี่ยนโรงเรียนเพราะตอนนี้โรงเรียนใหม่กำลังส่ง I20มาให้..คำถามนะคะ
    1.ต้องกรอก DS 160ใหม่มั๊ยคะ แล้วต้องซื้อพินใหม่ด้วยรึเปล่าค่ะเพราะจริงๆๆได้วันสัมพาษณ์มาแล้วของโรงเรียนเดิม
    2.เราต้องทำใหม่ทุกขั้นตอนเลยเหรอคะ?

    • govisa  On March 15, 2011 at 8:49 pm

      น้องต้องกรอก DS-160 ใหม่ค่ะ เพราะเปลียนโรงเรียน และต้องทำนัดสัมภาษณ์ใหม่ เพราะ DS 160 Confirmation Number เปลี่ยนไปค่ะ ส่วน Pin นัดสัมภาษณ์ต้องซื้อใหม่ไหม ให้น้องลองเข้าไปในหน้านัดสัมภาษณ์ แล้วดูว่าจะแก้ Confirmation Number เก่าเป็นของใหม่ได้ไหม ถ้าไม่ได้ ก็ต้อง Delete วันนัดสัมภาษณ์เดิมเดิม แล้วคลิก reschedule ใหม่ แล้วลองเริ่มต้นกรอกใหม่ว่าจะมีหน้าที่ย้อนกลับไปแก้ไข DS160 Confirmation Number ไหม ถ้าไม่มี ก็ต้องยอมรับความจริงค่ะว่า ต้องซื้อ Pin ใหม่นะคะ ดูเหมือน case ของน้องจะคล้ายกับน้อง Rainy ที่เปลี่ยนโรงเรียนก็ต้องเปลี่ยน DS ใหม่ค่ะ เหมือนน้องๆที่ได้วีซ่าแล้ว แต่เกิดนึกอยากจะเปลี่ยนที่เรียน แล้วน้องคนนั้นยังไม่ได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่า น้องคนนั้นต้องกลับเข้าไปขอวีซ่าใหม่ค่ะ ดังนั้น ขอเตือนน้องๆว่า เลือกให้แน่ใจว่า จะไปที่ไหน แล้วจะต้องมั่นใจว่า จะไม่เปลี่ยนอีก จึงค่อยกรอกฟอร์มวีซ่า กับทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ค่ะ

  • JJ  On March 15, 2011 at 11:30 pm

    นอยเล็กน้อยเกี่ยวกับข้อมูลที่กรอกใน ds 160 ค่ะ คือว่าที่เค้าถามว่าเดินทางร่วมกับใครเราก็ตอบชื่อไป เป็นชาวยุโรปค่ะ แต่ก็ไม่มีถามว่า เป็นสัญชาติอะไร เราก็กลัวว่ากงสลจะมองเราเป็นแฟนคนอเมริกันแล้วจะทำให้เราไม่ผ่านหรือเปล่า และตรงที่ contact person ก็กรอกชื่อ ที่อยู่ของบริษัททางอเมริกาที่เพื่อนเราจะไปเยี่ยมด้วย กงสุลจะมองว่าเรารู้จักมีลู่ทางทางโน้มั้ย นอยมากค่ะ เพื่อนบอกว่าแกไปกรอกซะหมด เสี่ยงเกินไป แต่เราชอบทำอะไรตามความเป็นจริงอ่ะ ทำอะไรไปยังไงก็กรอกอย่างงั้น เราเข้ายุโรปก่อนแล้วไปอเมริกากับเพื่อนต่างชาติ ซึ่งได้เชงเก้นมาแป๊ะในหน้าพาสปอร์ตเรียบร้อยแล้ว จดหมายรับรองบริษัทมีระบุวันที่เริมทำงาน วันลา เงินเดือน 6 หลักต้นๆ ทำงานโฆษณาในตำแหน่งบริหาร พอเป็นเครื่องค้ำประกันให้ผ่านมั้ยคะ ของ B2 ค่ะ

    • govisa  On March 16, 2011 at 8:43 pm

      – น้องไปเที่ยวอเมริกากี่วันคะ เขาดูจำนวนเงินในบัญชีว่า มีพอที่จะเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว ตามจำนวนเวลาที่น้องกรอกไปด้วยค่ะ

      – น้องสามารถอธิบายให้กงสุลเข้าใจได้ว่า เพื่อนฝรั่งคนนั้น (ซึ่งพี่คาดคะเนว่า คงเป็นเพื่อนผู้ชาย เพราะน้องเขียนมาบอกว่า เกรงกงสุลจะมองน้องว่ามีแฟนเป็นคนอเมริกัน) เป็นใคร เพื่อนสมัยเรียนหนังสือ หรือ เป็นเพื่อนร่วมที่ทำงานเดียวกับน้องในประเทศไทย เพราะโดยทั่วไปคนไทยมักไปเที่ยวกับเพื่อนคนไทยด้วยกัน และไปเป็นกลุ่มมากกว่า ซึ่งประเด็นนี้ พี่คิดว่า กงสุลนอกจากต้องเรียนภาษาไทยให้พอเข้าใจได้ระดับหนึ่งแล้ว เขายังต้องเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมและสังคมไทยด้วยค่ะ ดังนั้นเขาอาจตั้งคำถามน้อง เกี่ยวกับเพื่อนที่จะไปเที่ยวกับน้องทั้งยุโรปและอเมริกาด้วยกันว่า รู้จักกันมานานแค่ไหน และเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นหรือ น้องอาจจะลองเขียนเป็นจดหมาย ชี้แจงวัตุประสงค์ที่จะเข้าไปเที่ยวในอเมริกาหลังจากกลับจากยุโรป และวางแผนไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง เป็นเวลากี่วัน หลังจากนั้นจะกลับมาทำงานที่บริษัทเดิมที่ประเทศไทยค่ะ

      – สำหรับบริษัทในอเมริกาที่เพื่อนจะไปเยี่ยม ตัวน้องจะเดินเข้าไปไปในบริษัทนั้นในฐานะอะไร เพราะโดยทั่วไปถ้าเราไม่ได้ทำงานในบริษัทนั้นๆ ดูจะไม่ค่อยมีเหตุผลนัก ที่บริษัทจะอนุญาตให้บุคคลภายนอกเดินเข้าไปเยี่ยมชมงานในบริษัทนั้นๆได้ค่ะ ตรงจุดนี้ขอให้น้องเตรียมตอบคำถามให้เหมาะสม ถ้ากงสุลถามนะคะ

      – พี่ขออวยพรให้น้องโชคดี ตอบคำถามกงสุลได้ทุกคำถามค่ะ ใจเย็นๆค่อยคิดแล้วตอบค่ะ

  • Rainy  On March 15, 2011 at 11:34 pm

    ขอบคุณมากๆๆนะคะเดี๋ยวจะลองทำดูค่า…ถ้าไม่ได้หรือได้จะมารายงานอีกทีนะคะ

  • Belle  On March 20, 2011 at 7:59 am

    พี่คะรบกวนหน่อยค่ะ กำลังงงมากๆเลยว่าต้องเตรียมเอกสารยังไง คือทางโน้นส่งจดหมายมาเชิญสามีและเราไปดูงานที่อเมริกาค่ะ ทีนี้ว่าตัวสามีเองต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างคะ
    เขาเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ส่วนเราทำงานกับสามีและแม่สามีต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างคะ เพราะเอาจริงๆแทบไม่มีเลย คือทำงานกับสามีและแม่สามี การเงินก็ให้เงินสด T_T รบกวนด้วยค่ะ กำลังงงกับเรื่องเอกสารมากๆ ขอบคุณคะ

    • govisa  On March 21, 2011 at 5:25 am

      ประเภทวีซ่าที่ต้องขอคือ B-1 นะคะ
      เอกสารหลักๆที่สามีต้องนำไปมี
      1. จดหมายเชิญไปดุงานจากบริษัทในสหรัฐอเมริกา
      2. จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารที่แสดงว่า สามีมีบัญชีเงินฝากในธนาคาร
      3. บัญชีตัวจริงที่จดหมาบรับรองในข้อ2 ระบุว่ามีบัญชีเงินฝาก เช่น บัญชีออมทรัพย์ เป็นต้น ถ้าถามว่านำบัญชีกระแสรายวันของบริษัทไปได้ไหม คำตอบคือ ได้ค่ะ แต่สามีต้องนำบัญชีส่วนตัวที่ไม่ใช่ชื่อบริษัทไปด้วยค่ะ เพราะหากเกิดฉุกเฉิน บัญชีบริษัทมีปัญหา ยังมีบัญชีส่วนตัวรับรองได้อยู่ค่ะ
      4. ใบทะเบียนการค้าที่แสดงว่า สามีเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือถ้าไม่ใช่เจ้าของธุรกิจ จะเป็นเอกสารทางราชการไทยที่ระบุว่า สามีมีหุ้นส่วนในบริษัทที่สามีทำงานอยู่ก็ได้ค่ะ

      เอกสารอื่นๆที่ควรนำคิดตัวไปในวันสัมภาษณ์ด้วยคือ
      1. ทะเบียนสมรส เพราะคุณภรรยาจะไปด้วย
      2. ถ้ามีเอกสารระบุรายการเดินทางเที่ยวบินประกอบด้วยก็ดี เพราะหลังจากดูงานเสร็จอาจมีการอยู่เที่ยวต่อ กงสุลอาจมีคำถามถามเราว่า จะไปกี่วัน ถ้าเราระบุในฟอร์ม DS 160 เกินวันที่เขากำหนดเชิญไปดูงาน กงสุลก็คงคาดการณ์ได้ว่า เราคงอยู่เที่ยวต่ออีก 4-5 วันมั๊ง
      3. ทะเบียนบ้านว่า อยู่บ้านหลังเดียวกันกับภรรยา

      เอกสารที่ภรรยาควรนำไปมี
      1. จหมายรับรองจากบริษัทที่ทำงานอยู่กับสามีและแม่สามีว่า เราทำงานตำแหน่งอะไร เงินเดือนๆละเท่าไร และเริ่มทำตั้งแต่เมื่อไร
      2. สามีและแม่สามีให้ราเป็นเงินสด แต่ตัวน้องมีเงินฝากในบัญชีธนาคารส่วนตัวบ้างไหมคะ ถ้ามี ให้ขอจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของตนเองไปด้วยค่ะ กรณีไม่มี ให้ใช้จดหมายรับรองฐานะการเงินของสามี (ในข้อ 2 ของหัวข้อสามี) จดหมายของสามีต้องมีจำนวนเงินมากพอที่จะดูแลน้องได้ก็ได้ หรืออีกกรณีหนึ่ง เป็นระบบกงสี ที่ทางบ้านอาจให้เงินสดน้องมา เป็นค่าใช้จ่ายเพียงพอในบ้าน แต่ไม่มากพอเหลือไว้ให้เก็บ จะใช้พิเศษเมื่อไรขอได้ตลอด ถ้าเป็นอย่างหลังก็อธิบายกงสุลเขาไปตามความเป็นจริงค่ะ ถ้าเป็นอย่างแรกก็คงต้องยืนยันต่อหน้ากงสุลว่า เราไม่ได้ฝากเงินไว้ที่ธนาคาร เพราะเราเป็นระบบครอบครัวแบบอนุรักษ์นิยม ฝากเงินเก็บไว้ในชื่อบัญชีสามีทั้งหมด เป็นประเภทช้างเท้าหลัง อันหลังนี้เปรียบเทียบให้ดูเพื่อให้น้องเห็นภาพ จะได้อธิบายกงสุลได้ค่ะ
      3. จดหมายเชิญจากบริษัทในต่างประเทศให้ไปดูงาน

      ส่วนเอกสารอื่นๆใช้ชุดเดียวกับสามี เพราะน้องจะทำการนัดสัมภาษณ์ด้วย Pin นัดเดียวกันแล้วเข้าไปสัมภาษณ์พร้อมกันค่ะ อนึ่งในการกรอกฟอร์ม Ds 160 ควรใส่ที่ที่เราจะไปพักเป็นชื่อโรงแรม ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริษัทที่เราจะไปดูงานนักนะคะ โดยอาจขอให้บริษัทส่งชื่อโรงแรมใกล้ๆมาให้เราจองค่ะ บางบริษัทก็มีระบบจองให้เลยก็มีค่ะ ส่วนชื่อ contact person ในต่างประเทศ ควรใส่ชื่อคนที่เราจะไปติดต่อด้วยทางธุรกิจค่ะ ถ้าน้องทราบข้อมูลที่บอกมาแล้วก็ดีค่ะ แต่ถ้าน้องไม่ทราบ แล้วเผลอไปใส่พักอยู่บ้านเพื่อน จะดูไม่ค่อยเหมือนเราไปดูงานหรือไป Business visa (B-1)เท่าไรนักค่ะ

  • bee  On March 22, 2011 at 11:19 pm

    อยากจะถามเกี่ยวกับนัดวันสัมภาษณ์ค่ะ

    จะเดินทางไปอบรมของ SANS วันที่ 3 พค 54 โดยยื่นหนังสือเดินทางราชการเลยค่ะ
    แต่ทีนี้ เอกสารรับรองของทางราชการจะได้ต้นเดือนเมษา ซึ่งเข้าไปดูวันว่างแล้วไม่มีเลย
    จนถึงวันที่ 22 เมษายน ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะของวีซ่าทันรึป่าว ตอนแรกตั้งใจว่าจะจองคิวช่วงต้นเดือนเมษา ซึ่งเต็มหมดทุกวัน อย่างงี้วันที่เต็ม (สีฟ้า) จะมีโอกาสว่าง (สีเขียว) ให้เลือกมั๊ยค่ะ

    ตอนนี้จองคิวนัดไว้วันที่ 22 เมษา ซึ่งเร็วสุดของวันที่ยังว่างอยู่ ถ้าไม่สามารถเลื่อนวันสัมภาษณ์ให้เร็วขึ้นได้ จะขอวีซ่าทันมั๊ยค่ะ เพราะต้องเผื่อเวลาเดินทางก่อน คิดว่าคงต้องบินวันที่ 1 พค

    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On March 23, 2011 at 8:25 pm

      1. ถ้าน้องจองวันนัดสัมภาษณ์ได้ 22 เมษา สอบสัมภาษณ์เสร็จ จะทราบผลทันทีว่าได้หรือไม่ได้ค่ะ ถ้าได้ กงสุลจะเก็บหนังสือเดินทางของน้องไว้เพื่อประทับตราวีซ่า แล้วส่งกลับคืนให้น้องทางไปรษณีย์ด่วนประเภท EMS ซึ่ง Passport จะถึงบ้านน้องภายในเวลา3 วันไม่นับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ค่ะ แต่ถ้าเกรงว่าจะไม่ทันเวลา ให้บอกเจ้าหน้าที่ที่ไปรษณีย์ตอนจ่ายค่าซองจดหมายว่า ขอไปรับที่ไปรษณีย์รองเมืองแทน ซึ่งเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะให้แผนที่ที่ตั้งไปรษณีย์รองเมืองค่ะ
      2. วันที่ที่มีสีฟ้ามีโอกาสเห็นเป็นสีเขียวได้ค่ะ แต่เราจะไม่สามารถคาดเดาได้ว่า จะเห็นวันที่ที่มีสีเขียวอยู่ประมาณกี่นาที เพราะทันทีที่คนที่ต้องการนัดสัมภาษณ์คนอื่นเห็น ก็จะรีบคลิกจองวันนัดเช่นเดียวกันค่ะ
      3. กรณีจองวันัดสัมภาษณ์แล้วเป็นวันที่ 22 เมษาบย อยากจะเลื่อนวันนัดเร็วขึ้น เหมือนที่ชี้แจงให้น้อง bee bandit ค่ะ คือ delete วันนัดเดิมก่อน แล้วจึงจะทำการเลือกวันนัดหมายใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม เทคนิคก็จะอยู่กันตรงนี้แหละค่ะว่า ระหว่างที่เรากำลัง delete ของเดิม มีคนอื่นท่องเว็บรอจังหวะหาวันนัดสัมภาษณ์อยู่ เห็นวันที่สีเขียว รีบคลิกทันทีเขาก็จะได้วันนัดของเรา ( 22 เมษายน )ไป ส่วนตัวเราคิดว่า เราจะได้วันนัดหมายใหม่ เผอิญคลิกช้ากว่าอีกคนหนึ่ง ก็อาจจะไม่ได้วันนัดหมายใหม่ค่ะ จะหันกลับไปใช้วันนัดเดิม คือ 22 เมษายน ก็ถูกคนอื่นแย่งไปแล้ว อาจพูดได้ว่า แล้วแต่ดวงจริงๆค่ะ

      อย่างไรก็ตาม พี่ขออวยพรให้น้องได้วันนัดสัมภาษณ์ทันเวลาค่ะ

  • bee  On March 22, 2011 at 11:28 pm

    ขอถามเพิ่มเติมอีกนิดค่ะ
    ถ้าจะเปลี่ยนวันสัมภาษณ์ เราเข้าไปดูตาราง ถ้าเจอวันที่เป็นสีเขียว เราสามารถคลิกเลือกได้เลยใช่มั๊ยคะ แล้วระบบจะเปลี่ยนวันนัดให้จากเดิมเลยรึป่าว หรือว่าต้องทำขั้นตอนไหนเพิ่มอีกมั๊ย

    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On March 23, 2011 at 6:04 pm

      น้องต้อง delete วันนัดสัมภาษณ์เดิมก่อน แล้ว reschedule วันนัดใหม่ค่ะ น้องเป็นคนเลือกวันนัดสัมภาษณ์เองค่ะ นัดเสร็จใหัprint ใบนัดออกมาด้วยค่ะ

  • hamew  On March 23, 2011 at 10:44 pm

    อยากถามว่าถ้ากรอก DS-160 แล้วปริ้นใบconfirm ออกมา ไม่สมบูรณ์สามราถปริ้นใหม่ได้ไหมคะ

    • hamew  On March 24, 2011 at 12:04 am

      ไม่สมบูรณ์แค่ตรงหัวกระดาษค่ะ พอดีปริ้นทับหัวดาษที่หวัมีเว็บเพจอันอื่นไว้ แล้วก็ท้ายกระดาษมีบ้อความภาษาอังกิดของเว็บอื่นติดมา ปริ้นทับการดาษที่ปริ้นเสียไว้น่ะค่ะ จะดหัวท้ายแล้วถ่ายเอกสารใหม่ได้ไหมคคะ

      • govisa  On March 24, 2011 at 5:09 am

        ลองเข้าไปที่เว็บไซต์กรอกฟอร์ม DS160 ที่ทำกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมแล้ว upload previous application form โดยการที่โปรแกรมจะให้น้อง browse ข้อมูลๆจะฝังตัวเก็บอยู่ที่ my document ชื่อ file จะมีคะว่า CEA อะไรทำนองนี้พร้อมหมายเลขต่อท้าย ให้ลอง browse ขึ้นมาดูค่ะว่า เป็นหมายเลข confirmation number เดิมไหม ถ้าใช่ ก็เข้าไปทำตาม step เช่นคลิก next ไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าให้ print confirmation number ใหม่ ให้ใช้กระดาษใหม่ A4 ที่ไม่ใช่ recycle print ออกมาค่ะ เพราะนี่เป็นเอกสารทางการที่น้องต้องไปยื่นสอบสัมภาษณ์วีซ่าค่ะ แต่ถ้าทำไม่ได้ จะใช้วิธีการตัดต่อตามที่น้องว่ามาก็ลองดู พี่เกรงว่าจะไม่เนียนเหมือนของจริงค่ะ

    • govisa  On March 24, 2011 at 4:52 am

      print ใหม่ได้ค่ะ

  • hamew  On March 23, 2011 at 10:47 pm

    ขอถามอีกเรื่องค่ะ คือว่าได้วันนัดสัมภาษณ์ไม่ทันวันเปิดเรียน คือเปิดวันที่ 15 เมษายน 54 แต่ได้วันสัมภาษณ์วันที่ 6 พค 54 ต้องขอใบ I-20 จากโรงเรียนใหม่หรือขอแค่จดหมายเลื่อนวันเปิดเรียนคะ

    • govisa  On March 24, 2011 at 4:52 am

      แนะนำให้น้อง scan หน้าแรกของ I-20 ที่ระบุวันเปิดเรียนแนบไปกับอีเมล์ ที่จะเขียนขอเร่งรัดวันนัดสัมภาษณ์ให้เร็วขึ้นค่ะส่งไปที่ visabkk@state.gov ทางสถานทูตจะพิจารณาตามเหตุผลว่า สมควรให้เลื่อนขึ้นไหม แต่อาจใช้เวลารอนานนิดหนึ่งคือ ไม่น่าจะเกิน 5 วันค่ะ ถ้าไม่เช้าใจ อ่านหัวข้อการเร่งรัดขอนัดสัมภาษณ์ให้เร็วขึ้น จากเว็บไซต์สถานทูตอเมริกาประจำกรุงเทพก็ได้ค่ะ http://bangkok.usembassy.gov คลิกหัวข้อวีซ่าสำหรับ non-immigrant visa แล้วหาดูมีเรื่องเกี่ยวกับที่พี่บอกไหม ถ้าหาไมพบ ดูที่พี่เขียนไว้เกี่ยวกับหัวข้อนี้ค่ะ แต่ถ้าน้องจะเลื่อนเทอม นอกจากส่งอีเมล์ไปขอเลื่อนเทอมกับทีเรียนแล้ว ต้องขอให้ที่เรียนส่ง I-20 ใหม่มาให้ด้วย ส่วนตัวน้องคืน I-20ชุดเก่าให้ที่เรียนไปค่ะ

      • hamew  On March 24, 2011 at 10:34 am

        เขียน emilส่งไปสถาณฑูตแล้วค่ะนี่จะ 2 อาทิตย์แล้วยังเงียบเรยคิดว่าเลื่อไม่ได้ค่ะ
        แล้วการส่ง I20 กลับไปให้โรงเรียนโรงเรียนจะรอรับของเราก่อนถึงจะส่งมาใหม่หรือส่งมาเรยคะ แล้วได้เลข sevis เอิมใช่ไหมคะ เพราะจ่ายค่าsevisไปแล้วค่ะ แล้วต้องเสียเงินให้โรงเรียนค่าส่ง I20 ฉบับใหม่ใหมคะ
        ขอบคุณมากนะคะ ดีใจที่เจอเว็บนี้มากมากค่ะ

      • govisa  On March 24, 2011 at 8:35 pm

        ถ้าน้องเข้าไปอ่านคำถามเก่า จะเห็นได้ว่ามีน้องบางคนก็ต้องรอนานแบบนี้เหมือนกันค่ะ น้องลองเข้าไปอ่านของน้องที่ใช้ชื่อว่า merasoma ( rattanakorn11@hotmail.com) เขียนเมื่อ 2011/03/09 ดูนะคะ ลองเขียนไปอีกครั้ง แล้ว scan หน้าแรก I-20 เข้าไปให้เขาดูด้วยค่ะ เพื่อเขาจะได้เห็นหลักฐานว่า น้องมีความจำเป็นต้องขอเร่งรัดคิวนัดสัมภาษณ์ให้เร็วขึ้นจริงๆค่ะ แต่ถ้าน้องจะเลื่อนเทอม และน้องต้องการให้โรงเรียนส่ง I-20 มาให้น้องก่อน น้องต้องเขียนอีเมล์ไปอธิบายสถานการณ์การนัดสัมภาษณ์ที่เมืองไทยว่า ต้องรอคิวนานมากๆค่ะ เลยอยากให้เขาส่ง I-20 ชุดใหม่ให้น้องก่อน ส่วนตัวน้องก็จะส่ง I- 20 ชุดเก่ากลับคืนให้เขาด่วน น้องอาจเลือกใช้บริการ EMS ก้ได้ค่ะ ส่วนหมายเลข Sevis ยังคงเป็นหมายเลขเดิม ไม่ต้องจ่ายค่า Sevis I-901 ใหม่ค่ะ

  • puiirilee  On March 23, 2011 at 11:01 pm

    ดีใจมากเลยค่ะมาเจอ blog นี้ มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ

    พอดีจะไปสัมภาษณ์เหมือนกันค่ะ วันที่ 8 เมษายนนี้แล้ว…เอกสารอื่นๆ พอจะเตรียมไปบ้างแล้วค่ะ แต่ไม่แน่ใจในเรื่อง transcript ค่ะว่า..คือ transcript ออกมาตั้งแต่ปี 2008 ยังสามารถใช้ได้หรือไม่คะ หรือว่าต้องไปขอใหม่ดีกว่าคะ
    เท่าที่หาอ่านดู บอกแค่ว่าหลักฐานการศึกษาล่าสุด แต่ว่าไม่มีบอกเลยว่าต้องออกภายใน 3 เดือนก่อนวันนัดสัมภาษณ์หรือเปล่า…

    คิดมากไปหรือเปล่าเรา 🙂

    ขอบคุณล่วงหน้านะคะ..

    • govisa  On March 24, 2011 at 4:59 am

      จริงๆแล้ว transcript เก่าก็ยังใช้ได้อยู่ค่ะ เพราะดดยทั่วไปเอกสารที่ขอมาไม่ควรมีอายุเกิน 6 เดือน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเอกสารประเภทใด ถ้าเป็น recommendaton หรือ bank statement กรณีสมัครเรียนไม่ควรเกิน 6 เดือน แต่ถ้าเป็น bank statement เพื่อขอวีซ่าไม่ควรเกิน 3 เดือน เป็นต้น ดังนั้น เพื่อความสบายใจ และเพื่อให้วันที่ที่ issue transcript update เป็นวันที่ใหม่ ก็ขอใหม่เถอะค่ะ เพราะเวลาเราไปยื่นที่กงสุล จะได้ตัดความกังวลใจเรื่องนี้ออกไป ไปกังวลเรื่องอื่นดีกว่า เช่น จะตอบคำถามให้เขาประทับใจให้น้องผ่านวีซ่าไหม หรือ เอกสารที่เตรียมมาครบสมบูรณ์หรือยังค่ะ

  • puiirilee  On March 24, 2011 at 10:39 am

    ขอบคุณมากๆ นะคะ 🙂

    • govisa  On March 24, 2011 at 8:25 pm

      สัมภาษณ์วีซ่าเสร็จ เขียนมาให้อ่านบ้างนะคะว่า กงสุลถามอะไรบ้างค่ะ

  • nid  On March 24, 2011 at 10:53 pm

    สอบถามค่ะ เห็นมีข้อความเกี่ยวกับ บัตรเอเปค ไม่ทราบว่าหมายความอย่างไรค่ะ เท่าที่อ่านเข้าใจว่าถ้าเราต้องการขอ visa ด่วน สามารถไปขอได้โดยไม่ต้องนัดสัมภาษณ์ นั่นหมายความว่าเราไม่ต้องทำการจองนัดสัมภาษณ์เลยหรือเปล่าค่ะ หรือ จะต้องได้คิดจองนัดสัมภาษณ์ก่อน แล้วสามารถมาขอ visa แบบด่วนได้ค่ะ งง ค่ะ แล้วสามารถใช้ได้ในกรณีไปท่องเที่ยวได้ไหมค่ะ แล้วใครจะมีบัตรนี้บ้างค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On March 25, 2011 at 5:46 am

      คนที่มีสิทธิ์ได้ APEC Business Travel Card คือคนที่เดินทางเข้าไปในสหรัฐอเมริกาเพื่อการค้าและการลงทุน และมาจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใน APEC ตามความตกลงมีจำนวน 20 ประเทศที่ประชาชนสามารถมี APEC Business Card ได้ โดยประเทศไทยได้รับสิทธินี้เมื่อปีค.ศ.2001 ให้น้องอ่านข้อมูลที่ http://www.businessmobility.org/key/abtc.html และผู้ที่เดินทางเข้าไปในสหรัฐอเมริกาด้วย APEC Card จะถือวีซ่าประเภทต่างๆกัน เช่นถ้าเป็นผู้นำประเทศ หรือคณะรัฐมนตรี จะได้รีบวีซ่าประเภทA-1 ถ้าเป็นนักธุรกิจที่เข้าไปร่วมประชุม APEC จะได้รับวีซ่าประเภท B-1 เป็นต้น ให้อ่านเพิ่มเติมที่ http://travel.state.gov/visa/temp/info/info_5205.html ผู้มีบัตรนี้ไม่ต้องทำการนัดวันสัมภาษณ์ และจะมีแถวพิเศษเวลาเดินทางเข้าสหรัฐในตรงจุดตรวจเข้าเมือง ไม่ต้องรอคิวนานค่ะ

  • hamew  On March 24, 2011 at 11:23 pm

    สวัสดีค่ะ ทางสถาณฑูตตอบกลับมาให้ไปสัมภาษณ์วันที่ 28 นี้แล้วค่ะ ดีใจมากมาก
    ตอนนี้ก็เหลือแต่กังวลแค่ว่าจะผ่านไหมแค่นั้นค่ะ แล้วถ้าผลเป็นอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังนะคะ ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ

  • nid  On March 25, 2011 at 8:49 am

    เรียนพี่ govisa ถามต่อนะค่ะ (APEC) กรณีถ้าเราต้องการเข้า usa เพื่อจุดประสงค์ท่องเที่ยวไม่ใช่เพื่อธุรกิจ แต่หากเรามีบัตรนี้เราจะสามารถเข้าช่องพิเศษ Apec Lane ณ.สนามบินนั้นๆเพือความสะดวกรวดเร็วได้ไหมค่ะ หรือต้องไปเข้าช่องปกติ

    • govisa  On March 25, 2011 at 9:20 pm

      ถ้าน้องมีบัตร ABTC นี้แล้ว น่าจะมีกฎระเบียบในการใช้บัตรแนบไว้กับบัตรที่ออกให้ค่ะ ลองไปหาดูนะคะ หรือเข้าไปอ่านที่เว็บไซต์ http://www.wtothailand.or.th/card_new.php ให้ดูที่หัวข้อ “วิธีการใช้บัตรเดินทาง” ค่ะ เขาจะมีข้อความนี้เขียนไว้ค่ะ ใช้สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการเดินทางไปติดต่อธุรกิจในระยะสั้นเท่านั้น หากมีวัตถุประสงค์ในการเดินทางเป็นอย่างอื่น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของเขตเศรษฐกิจนั้นๆ ก็อาจปฏิเสธไม่ให้ใช้บัตร ABTC ในการเดินทางครั้งนั้นๆได้

      และอีกจุดที่อาจมีปัญหาได้ คือ น้องบอกว่าน้องจะไปเที่ยว น้องอาจอยากอยู่นาน 1-1 1/2 เดือน พี่ไม่คิดว่าผู้ที่ถือบัตร ABTC จะอยู่ได้นานเป็นเดือน เพราะจากหัวข้อประโยชน์ที่ผู้ถือบัตรจะได้ เน้นว่าเป็นการไปติดต่อธุรกิจระยะสั้นค่ะ สามารถเดินทางเข้าดินแดนของสมาชิกที่ร่วมในโครงการ ที่มีชื่อปรากฏอยู่บนด้านหลังของบัตรเพื่อติดต่อธุรกิจระยะสั้นได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการขอวีซ่าแต่ละครั้ง

      ประการสุดท้าย ตรง Port of Entry เวลาน้องต้องเข้าแถวรอตรวจเอกสารที่ Immigration จะใช้เวลาไม่นานนักค่ะ ยกตัวอย่างสนามบินที่ Los Angeles ขึ้นอยู่กับเวลาทีน้องเดินทางไปถึง ถ้าเป็นช่วงบ่าย 2 โมง-บ่าย 3 โมง จะใช้เวลารอนาน คือ 40 นาที ถ้าเป็นเวลาอื่น ใช้เวลารอประมาณ 12-25 นาที เช็คได้ที่ http://www.cbp.gov/xp/cgov/travel/wait_times/ อนึ่งพี่เกรงด้วยว่าถ้าไปเข้า line apec เจ้าหน้าที่อาจมีการซักถามหรือขอดูเอกสารว่า มาเที่ยวนี้มาติดต่ออะไร ถ้าน้องไม่มีเอกสารแสดง จะทำให้เกิดข้อซักถามอีกมากมายตามมาหรือเปล่าค่ะ

  • chai  On March 25, 2011 at 8:52 am

    เรียนปรึกษาครับ ผมกรอก ds160 เสร็จแล้ว และพิมพ์ confirm ออกมาแล้ว ได้ barcode แล้ว แต่ต้องการแก้ไขรายละเอียดที่ได้กรอกไป เราสามารถทำได้ไหมครับ แล้วเราต้องไปเสียเงินค่า pin ใหม่ใช่ไหมครับ

    • govisa  On March 25, 2011 at 8:49 pm

      ถ้าน้องยังไม่ได้นัดสัมภาษณ์ น้องสามารถแก้ไขข้อมูลได้ โดยให้น้องเข้าไป upload previous application form อันเก่า แต่มีข้อแม้ว่า ให้ทำที่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดิม เพราะยังมีข้อมูลอยู่ที่ My document ขึ้นต้น file ด้วยคำว่า CEACAA ตามด้วยหมายเลขค่ะ ทีนีถ้าเป็นหมายเลขที่ confirm ไปแล้วดูเหมือนจะเข้าไป edit ไม่ได้ค่ะ แต่ถ้าตอนกรอกฟอร์ม DS160 น้องมีการกรอกฟอร์มแล้ว SAVE แล้ว Upload หรือ retrieve บ่อย บางครั้งหมายเลข application id เปลี่ยนไปด้วย ให้เลือกมา 1 file ที่เขียน CEACAA…..ลองคลิกดูว่าเมื่อคลิก next ไปจนถึงหน้าสุดท้ายมีให้ review ได้ไหมนะคะ ถ้าให้ review ไม่ได้ เพราะน้อง confirm ไปแล้ว ให้เลือก file อื่นขึ้นมาดุ ถ้าต้องกรอกใหม่บางส่วนก้กรอกใหม่ไปค่ะ เพราะน้องจะ edit ได้ตรงที่มี review ค่ะ

      แต่ถ้าน้องทำคิวนัดสัมภาษณ์จนได้วันนัดสัมภาษณ์แล้ว แก้ไขฟอร์ม DS 160 ไม่ได้แล้ว เพราะหมายเลข Confirmation number จะเปลี่ยนไปค่ะ ไม่ตรงกับที่กรอกในฟอร์มนัดสัมภาษณ์ พี่เกรงว่าเขาจะไม่ให้น้องสัมภาษณ์ค่ะ ดังนั้นถ้าไม่ได้คีย์ข้อมูลผิดที่ชื่อนามสกุลน้อง วันเดือนปีเกิดน้องๆไม่ต้องกังวลมาก เข้าไปบอกเจ้าหน้าที่ในสถานทูตได้ว่า ตรวจทานไม่ดี ลืมแก้ตรงจุดนี้หรือจุดนั้นไปค่ะ pin ไม่ต้องซื้อใหม่ ถ้าน้องไม่ได้ delete วันนัดเดิมแล้วเปลี่ยนวันนัดใหม่เกิน 2 ครั้งตามเงื่อนไขการนัดสัมภาษณ์ จะซื้อ pin ใหม่ กรณีเปลี่ยนแปลงวันนัดเกิน 2 ครั้ง หรือวันนัดหมดอายุ เพราะเกิน 90 วันหลังจากซื้อ pin ค่ะ

  • May  On March 25, 2011 at 5:16 pm

    ทดสอบ

    • govisa  On March 25, 2011 at 9:34 pm

      น้องเขียนคำถามไม่จบใช่ไหมคะ

  • wawa  On March 25, 2011 at 5:26 pm

    ขอรบกวนถมคุณgovisaหน่อยนะคะ..
    คือว่า เพิ่งได้วันนัดสัมภาษณ์วันนี้เอง (เป็นวันที่ 24 พ.ค.ค่ะ) ซึ่งแต่เดิมวางแผนจะเดินทาง 5 พ.ค. แต่คงต้องเลือนไปเป็นเดือน มิ.ย. ซึ่งถึงตอนนั้นพาสปอร์ตก็จะเหลือไม่ถึง 6 เดือนแล้วค่ะ (apply visa ไปตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.ค่ะ
    ถามว่า…ถ้าไปทำพาสปอร์ตใหม่ แล้วนำไปวันนัดสัมภาษณ์เพื่อใช้แทนเล่มเก่า ทางสถานทูตจะยอมออกวีซ่าให้มั้ยคะ (ถ้าสมมติว่าอย่างอื่นผ่านหมด)
    หรือควรทำอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยนะคะ…ขอบคุณมากๆค่ะ

    • govisa  On March 25, 2011 at 9:49 pm

      สถานทูตจะประทับตราวีซ่าใน passport เล่มเก่า เพื่อให้ตรงกับหมายเลข passport ที่น้องกรอกในฟอร์ม DS 160 และหน้านัดสัมภาษณ์ค่ะ เวลาเดินทางต้องถือ passport 2 เล่มค่ะ ยกเว้นตอนสอบสัมภาษณ์ให้น้องบอกกงสุลไปตามความเป็นจริงว่า เพิ่งเห็นว่าpassport ใกล้หมดอายุเลยทำ passport เล่มใหม่ค่ะ ลองขอความเห็นใจจากเขาดูว่าเขาจะstampวีซ่าในเล่มใหม่ให้ได้ไหมคะ

  • มือใหม่  On March 25, 2011 at 9:52 pm

    เข้ามารบกวนถามอีกแล้วคะ ตอนนี้ได้วันสัมภาษณ์แล้วค่ะ จะขอถามว่าเวลาไปสัมภาษณ์จะต้องไปเข้าคิวตั้งแต่เช้ามากๆ เลยรึป่าวคะ ถ้าคิวนัดไว้ 7.45 น.ควรจะไปถึงตั้งแต่กี่โมงคะ พอดีว่าที่พักอยู่ไกลอ่ะคะ ขอบคุณมากค่ะ

    • hamew  On March 25, 2011 at 10:51 pm

      มาช่วยตอบค่ะ เห็นเว็บสถาณฑูตแนะนำให้ไปก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงค่ะ

    • govisa  On March 26, 2011 at 5:31 am

      อย่างที่น้อง hamew ช่วยตอบให้ค่ะ คือในใบนัดสัมภาษณ์ที่ print ออกมาา จะบอกว่า เขาจะเรียกน้องเข้าไปในสถานทูต 30 นาทีก่อนเวลาสัมภาษณ์ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปยื่นรอนานๆเหมือนในอดีตแล้วค่ะ ถ้าสัมภาษณ์ 7.45 น. ก็ไปให้ถึงสถานทูตอยู่ในเวลา 6.45-7.15 น. จะไปถึงเวลาไหนก็ได้ เขายังให้สิทธิ์น้องเข้าไปสัมภาษณ์ได้อยู่ค่ะ แต่ถ้าไปถึง 7.30 น. อาจไม่ได้เข้าไปสัมภาษณ์ เพราะถือว่าน้องไปไม่ตรงเวลาค่ะ

      @ น้อง hamew ขอบคุณน้องมากๆค่ะที่ช่วยตอบแทนค่ะ น้องไปสัมภาษณ์เสร็จ อย่าลืมเขียนมาให้อ่านกันบ้างนะคะ

      • มือใหม่  On March 26, 2011 at 12:08 pm

        ขอบคุณมากๆ ค่ะ ทั้ง พี่ govisa และน้อง hamew ที่ให้คำแนะนำ ถ้าไปสัมภาษณ์เสร็จแล้วจะมาเล่าสู่กันฟังนะคะ แต่คิวก็อีกนานเหมือนกันค่ะ กว่าจะจองได้เล่นเอาซะเหนื่อยเลย

      • govisa  On March 26, 2011 at 9:16 pm

        ยินดีค่ะ

  • hamew  On March 25, 2011 at 10:36 pm

    สอบถามหน่อยค่ะ คือว่าปริ้นใบconfirmation ใหม่อีกครั้ง (รอบนี้ปริ้นร้านน่ะค่ะ) แล้วขนาดตัวหนังสือและบาร์โค๊ดใหญ่ขึ้น คือร้านเค้าเลือกแบบเต็มหน้ากระดาษค่ะ จะมีปัญหาไหมคะ แล้วอีกอย่างคือ ใบยกเลิกนัดสัมภาษณ์ถ้าเป็นใบที่ปริ้นจากสแกนได้ไหมคะ (มีใบยกเลิกเพราะได้เลื่อนนัดสัมภาษณ์เร็วขึ้นจากที่ส่งเมลไปสถาณฑูตค่ะ) คุณอายกเลิกสัมภาษณ์อันเก่าให้แล้วสแกนใบยกเลิกส่งมาให้ค่ะ แล้วพอมาปริ้นมันเป็นเหมือนถ่ายเอกกสารอ่ะค่ะ มีเส้นๆด้วย จะเป็นไรไหมคะถ้าไม่ใช่ตัวจริง แล้วจะไปสัมภาษณ์วันที่ 28 มีนาคม นี้แล้ว ขอคำแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On March 26, 2011 at 5:45 am

      ไม่เป็นไรนะคะ เรื่องตัวอักษรที่ Print ออกมาค่ะ

      เวลาสัมภาษณ์ ให้ตอบคำถามให้ชัดเจน และอยู่ในระดับเสียงที่เขาจะได้ยินได้ เพราะมันจะมีกระจกขั้นอยู่ระหว่างตัวน้องกับกงสุลค่ะ ระมัดระวังเรื่องการตอบคำถาม เกี่ยวกับบุคคลที่รู้จักที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาด้วยค่ะ เพราะบางครั้งอาจส่งผลลบต่อเราได้ค่ะ ถ้าน้องไปเรียน (พี่ไม่แน่ใจว่าน้องขอวีซ่า F-1 หรือ B-2 ค่ะ) ก็ต้องรู้ว่า plan of study ของน้องคืออะไร ไปเรียนต่อปริญญาโทมักไม่ค่อยถูกถามอะไร แต่ถ้าเป็น I-20 เรียนภาษาอย่างเดียวก่อน มักถูกถามมากค่ะ เช่น หลังเรียนภาษาจบจะไปทำอะไรค่ะ และน้องควรรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ sponsor พอสมควร เช่น sponsor มีอาชีพอะไร มีรายรับเท่าไร ถ้า sponsorไม่ใช่พ่อแม่ มักโดนสัมภาษณ์นานนิดหนึงว่า แล้วพ่อแม่ทำอาชีพอะไร มีรายได้เท่าไร ทำไมไม่ sponsor เอง หรือ sponsor ที่น้องใช้มีความผูกพันกับน้องอย่างไรค่ะ ถ้าเป็นวีซ่านักท่องเที่ยว อาจถามแผนการไปเที่ยวมีที่ไหนบ้าง ไปกับใคร จะอยู่นานแค่ไหน เรามีเงินในบัญชีธนาคารเท่านี้ พอไหมที่จะไปเทียวค่ะ

  • hamew  On March 26, 2011 at 10:14 am

    ไม่ต้องรอแล้วหรอคะ คนส่วนมากแนะนำว่าให้ไปก่อน แต่ก็ดีค่ะ เพราะคุณพ่อคุณแม่ได้ไม่ต้องยืนนาน อิอิ

    1.หนูสมัควีซ่า F-1 ค่ะ ไปเรียนภาษา แล้วจะต่อด้วยเรียนออกแบบตกแต่งภายในค่ะ
    2.ส่วนสปอนเซอร์เป็นคุณน้า คุณน้าทำงานฝ่ายบุคคลระหว่างประเทศค่ะ บริษัทอยู่ที่แคนนาดา เดินทางไปต่างประเทศบ่อยค่ะ ส่วนมาก แคนนาดา จีน ญี่ปุ่น (คุณน้าถ่ายพาสปอตร์การเดินทางมาให้ด้วยควรเอาไปไหมคะ) แต่จดหมายรับรองมีจากที่บริษัทที่ประเทศแคคนาดาที่เดียวค่ะ
    3.ส่วนที่บ้านเปิดบริษัทตกแต่งบ้านค่ะ มีชื่อหุ้นส่วนคือคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว และหนูช่วยงานที่บ้านตั้งแต่เรียนจบ หนูเรียนออกแบบตกแต่งภายในค่ะ แต่คุณน้าจะส่งไปเรียนภาษา คุณน้าเข้ามาช่วนดูแลบริษัทค่ะ เรยส่งหนูเรียน

    ข้อมูลประมาณนี้พี่ว่าน่าจะผ่านไหมคะ ติดอีกนิดนึงคือว่าไม่มีสเตจเม้นแต่มีบุคตัวจริง ที่เงอนเข้าห่างกันประมาณ 5เดือน แล้วพึ่งมาเข้าเดือน2 ของปีนี้ หนึ่งล้าน แล้วก็ตอนนี้เหลือประมาณ หกแสนค่ะ เพราะคุณน้ามีหลายบัญชี บัญขีนี้เป็นเงินเก็บอ่ะค่ะ ส่วนบัญชีที่เดินประจำ หนูมีเป็นถ่ายเอกสารจากบุค ค่ะ

    • govisa  On March 26, 2011 at 9:16 pm

      ตอนยืนรอข้างนอกเพื่อจะเข้าไปในสถานทูตไม่ต้องยืนรอนานค่ะ แต่เมื่อเข้าไปในสถานทูตแล้ว เวลาที่น้องจะได้สัมภาษณ์ตอบไม่ได้ค่ะว่า ต้องรอนานไหม แต่น้องได้คิวเช้า ก็ไม่น่าต้องรอนาน น้องบางคนที่เคยได้คิวนัดประมาณ 9.00 น. ภายใน 10.00 น.น่าจะสอบสัมภาษณ์เสร็จได้ออกมา แต่น้องบอกมาว่าเขาต้องรอ 2 ชั่วโมงกว่าจะได้สัมภาษณ์ เพราะคิวช่วงเช้าวันนั้นแน่นมาก และกงสุลถามกันคนละนานๆ คิวเลยเขยื้อนเวลาออกไป ทำให้น้องคนนั้นต้องรอนานกว่าจะได้สัมภาษณ์ ที่เขียนมาให้อ่าน อย่าเพิ่งไปวิตกวิจารณ์ค่ะ เพียงแต่เกรงว่า ถ้าผู้ปกครองไม่ได้ขอวีซ่าด้วย และถ้าน้องอายุเกิน 18 แล้ว เขาไม่ให้ผู้ปกครองเข้าไปด้วย ให้ผู้ปกครองกับน้องตกลงกันว่า ผู้ปกครองจะรอที่ไหน จะได้ไม่เมื่อยขาค่ะ เช่น อาคารสินธรฝั่งตรงข้าม มีร้านขนม ร้านกาแฟ จะไปนั่งรอที่ตรงนั้นดีกว่าไหมค่ะ

      ส่วนเรื่อง sponsor สถานทูตจะขอดูจดหมายรับรองการทำงานจากบริษัทคุณน้าที่ระบุเงินเดือน ตำแหน่งงาน และวันแรกที่เข้าทำงานกับบริษัทแห่งนี้ค่ะ (ซึ่งน้องบอกว่ามีแล้ว) ส่วนที่บอกว่า เงินเข้าห่างกันประมาณ 5 เดือน ต้องดูยอดว่าที่เข้าห่างกัน 5 เดือน ว่ามีจำนวนเท่าไร อ่านดูเหมือนบัญชีที่จะนำไปแสดงมียอดเงินฝากที่ดูมากจริงๆ มีอยู่ประมาณ 3 ยอดใช่ไหมคะ คือ ยอดแรกกับยอดที่ 2 ห่างกัน 5 เดือน และยอดที่ 3 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาประมาณ 1 ล้านบาท ยอดก่อนหน้า 3 ยอดนี้ลักษณะการหมุนเวียนเงินเป็นอย่างไรคะ เป็นเลขหลักหมื่น หรือ แสน แล้วตอนนี้ที่บอกว่ามีเหลือ 6 แสน น้องไปเรียนภาษาที่ไหนคะ ถูกหรือแพง เวลาค้ำประกันไปเรียนต่อที่อเมริกา ผู้ปกครองควรมีเงินในบัญชีล้านบาทขึ้นไปค่ะ ยิ่งไปเมืองค่าครองชีพสูง ยิ่งควรแสดงฐานะการเงินที่ดูดีมากๆค่ะ ส่วนที่บอกว่า ถ่ายเอกสารจาก Book Bank เป็นไปได้ไหมคะ ถ้าจะขออนุญาตจากคุณอาหรือคุณน้า นำบัญชีตัวจริงไปแสดงค่ะ เพราะ Book ธนาคารตัวจริงมีการปลอมแปลงเอกสารได้ ดังนั้น การถ่ายสำเนาเอกสารจะดูไม่น่าเชื่อถือ เท่ากับน้องเอาหลักฐานตัวจริงไปแสดงค่ะ และถ้าคุณน้ามี 2 บัญชี ให้เอาไปทั้ง 2 บัญชีค่ะ จะได้ดูตัวเลขมากหน่อย และควรตอบได้ด้วยว่า ตอนที่โอน 1 ล้านเข้ามา คุณน้าโอนเงินก้อนนั้นมาจากรายรับค่าอะไร เท่าที่เคยได้ยินน้องๆคนอื่นถูกสัมภาษณ์ คือ ถ้ามีเงินโอนก้อนใหญ่เข้ามา จะมีการถามว่าโอนมาจากแหล่งเงินตรงไหนค่ะ หรือเป็นค่าอะไร เป็นต้น

      ให้น้องเตรียมตอบคำถามเกี่ยวกับอาชีพและรายได้คุณพ่อคุณแม่ด้วยค่ะ เพราะกงสุลของหลายๆประเทศทีเดียว รวมทั้งอเมริกาด้วย จะให้เครดิตคุณพ่อกับคุณแม่เป็น sponsor มาก่อนค่ะ เพราะคุณพ่อคุณแม่จะมีความผูกพันกับลูกๆ และถือเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบน้องมากกว่าคนอื่น แม้ว่า จะบอกว่าคุณน้ายินดีจ่าย เท่าที่เคยมีประสบการณ์มา คือ กงสุลจะซักถามเกี่ยวกับ sponsor มากหน่อย ในกรณีถ้าน้องๆไม่ได้ให้คุณพ่อคุณแม่เป็น sponsor ค่ะ พี่แนะนำให้เอาใบทะเบียนการค้าที่มีชื่อหุ้นส่วนทั้งหมดไปด้วย และถ้าหากทำได้ ขอ book บัญชีเงินฝากุณพ่อ หรือคุณแม่ติดเข้าไปด้วย ถ้ากงสุลถามเกี่ยวกับเงินเก็บของทั้ง 2 ท่าน จะได้แสดงให้กงสุลดูว่า คุณพ่อคุณแม่ก็มี่รายได้ (ควรตอบได้ด้วยว่า ทั้ง 2 ท่านมีรายรับต่อเดือนประมาณเท่าไรถ้าถูกถามค่ะ) แต่เผอิญน้องอาจจะเป็นหลานรักของคุณน้าๆจึงอยากส่งไปเรียนภาษา เพื่อกลับมาช่วยงานบริษัทที่บ้านค่ะ

  • hamew  On March 26, 2011 at 10:21 am

    เขียนคุณอาบ้าง คุณน้าบ้าง (ปกติเรียกเรียกพี่น่ะค่ะเรียดจนชินปาก ) อ้อมีอีกเรื่องนึงค่ะ คือคุณอาจองคิวสัมภาษณ์ให้ แล้วจดหมายจากสถาณฑูตที่ให้เลื่อนการสัมภาษณ์เร็วขึ้น ส่งมาที่เมลคุณอา แล้วคุณอาส่งต่อมาให้ แล้วเวลาหนูปริ้น จนหมายจึงเป็นแบบฟอเวิดส่งมาจากคุณอาค่ะ แต่ด้านล่างจะมีชื่อหนูและข้อมูลหนูที่คุณอาส่งไปถึงสถาณฑูติน่ะค่ะ ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ

    • hamew  On March 26, 2011 at 8:18 pm

      อีเมลจากสถาณฑูติที่ให้เลื่อการสัมภาษณ์และหลักฐานยกเลิกการสัมภาษณ์อันเดิม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นคนดูใช่ไหมคะ คงไม่ซีเรียสรายละเอียดมากใช่ไหมคะ แค่มีไปครบก็พอ ไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างที่คิดหรือปล่าวรบกวนให้คำแนะนำด้วยนะคะ กังวลอยู่เล็กน้อย อีกอย่างวันจันทร์นี้จะสัมภาษณ์แล้ว ตื่นเตนมากค่ะ

      • govisa  On March 26, 2011 at 9:21 pm

        ถูกต้องค่ะ อย่ากังวลจุดนี้ ไปเตรียมตัวอธิบายเรื่องเกี่ยวกับ sponsor ว่าทำไมไม่ใช้พ่อแม่เป็น sponsor แต่กลับไปใช้คุณน้าแทนนะคะ

    • govisa  On March 26, 2011 at 9:19 pm

      ไม่เป็นไรค่ะ บอกเจ้าหน้าที่ไปตามความเป็นจริงว่า ให้คุณน้านัดให้ และคุณน้าไม่รู้อีเมล์น้อง คุณน้าจึงใช้อีเมล์คุณน้า ทำให้ทางสถานทูตส่งรายละเอียดการนัดไปที่อีเมล์คุณน้าค่ะ คุณน้าจึงเป็นคน forward mail ให้น้องค่ะ

  • korn  On March 26, 2011 at 8:50 pm

    เพื่อนๆโชคดีจังที่ได้จองคิวสัมภาษณ์แล้ว ผมยังไม่ได้เร้ย !!!

    • govisa  On March 26, 2011 at 9:27 pm

      น้องขอวีซ่าประเภทไหนคะ ถ้าเป็นวีซ่านักเรียน F-1 คิดว่า น้องไม่ต้องรอนานนักค่ะ ถ้าตอนนี้ยังไม่เปิดให้จองสัมภาษณ์ ให้น้องหมั่นคลิกเข้าไปดูหน้าปฏิทิน ถ้าเห็นวันที่สีเขียว ให้น้องรีบจองนัดเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นวีซ่าประเภท B-2 นักท่องเที่ยวอาจต้องรอนิดหนึ่ง เพราะสถานทูตเพิ่งเปิดให้จองเมื่อวันศุกร์เย็นที่ผ่านมาค่ะ

  • korn  On March 26, 2011 at 9:31 pm

    เรียนพี่ govisa ประเภทท่องเที่ยวค่ะ สมัครไปตั้งแต่ 8 มีค 54 ค่ะ ใช้เวลานั่งเฝ้าและ refesh ติดต่อกันนาน 1 ชม. ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยค่ะ

    • govisa  On March 26, 2011 at 10:38 pm

      พี่ให้กำลังใจน้อง korn ค่ะ พี่เองเคยทำให้เพื่อน ต้องอดทนรอเป็นเดือนกว่าจะได้คิวนัดเหมือนกันค่ะ เพราะพี่ไม่มีเวลาว่างจะเข้าไปดูได้บ่อยๆค่ะ แต่เท่าที่อ่านจากหลายๆคนที่ post เข้ามาทราบว่า แต่ละคนต้องใช้เวลานั่งเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ไปไหนกันคนละหลายๆวันอยู่ กว่าจะได้เห็นวันนัดสัมภาษณ์ที่มีสีเขียวค่ะ ให้กำลังใจน้องนะคะ สู้ๆค่ะ อดทนรอค่ะ คิวนัด B-2 นักท่องเที่ยวจะมีที่น้อยกว่าคิวนัด F-1 และ B-1 ค่ะ แต่ก็ต้องอดทนอย่างเดียวค่ะ เข้าใจและเห็นใจ เพราะเคยตกอยู่สภาพเดียวกับน้องค่ะ ^_^

  • hamew  On March 27, 2011 at 12:34 am

    มาอีกรอบค่ะ อ่อได้ข้อมูลจากคุณอาครบแล้วค่ะที่หนูปรึกษาเรื่องบัญชีคุณอาไป ที่จริงเค้าไม่ค่อยได้อัพบุค เพระใช้อินเตอร์เน็ตแบ้งกิ้งค่ะ แต่ความจริงมีเงินเข้าออกตลอดค่ะ คุณอาเรยปริ้นจากอินเตอร์เนตให้ได้แค่ 3 เดือนย้อนหลังค่ะ เพราะขอสเตจเม้นไม่สะดวกค่ะ ไกลบ้านมาก แล้วเงินเดือนคุณอาคือ 130000 บาท ค่ะ ตำแหน้ง ผจก ทรัพยาการบุคคลค่ะ มีจดหมายรับรองการทำงานจากประเทศแคนนาดาค่ะ อย่างน้อยก็ความจริงทั้งหมด วีซ่าหนูมีโอกาศผ่านไหมคะพี

    • govisa  On March 27, 2011 at 8:14 pm

      โดยปกติถ้ากงสุลจะขอดูสมุดบัญชีเงินฝากกงสุลจะดูการหมุนเวียนของเงินตลอดระยะเวลาประมาณ6เดือนย้อนหลังค่ะ พี่ขออนุญาตแนะนำนิดหนึ่งว่า อย่าตอบกงสุลว่าขอstatement ไม่สะดวกเพราะอยู่ไกลค่ะ โดยหน้าที่และกฎระเบียบการขอวีซ่าผู้ยื่นขอวีซ่าควรเตรียมเอกสารตามที่ประเทศที่ต้องการเดินทางไปต้องการค่ะ ถึงจะอยู่ไกลเราอาจต้องวางแผนการขอล่วงหน้านานๆค่ะ พี่เอาใจช่วยให้น้องตอบคำถามวีซ่าวันจันทร์นี้ได้ทุกคำถามและได้มีโอกาสเดินทางเข้าไปเที่ยวในสหรัฐอเมริกาค่ะ อย่าลืมเตรียมเอกสารของคุณพ่อคุณแม่ไปด้วยเท่าที่พอจะหาได้ เพราะน้องอาจจะถูกถามเกี่ยวกับท่าน ดังที่ได้เขียนตอบไปก่อนหน้านี้แล้วค่ะ ท่านคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบน้องก่อนคุณอาค่ะ การมีเงินเดือนประจำมากๆกับความผูกพันที่ใกล้ชิดในฐานะพ่อแม่ลูกถึงแม้จะมีรายรับไม่ถึงแสน พี่คิดว่ากงสุลให้น้ำหนักอย่างหลังมากกว่าค่ะว่า น้องมีความผูกพันทางสังคม เศรษฐกิจวัฒนธรรมและครอบครัวกับคนที่อยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกาจริงๆค่ะ โชคดีค่ะ

      • hamew  On March 29, 2011 at 12:38 am

        วีซ่าผ่านแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากมากค่ะ เตรียมตัวและเอกสารไปเยอะมาก แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้อะไรเรยค่ะ ไม่ว่าจะเนเอกสารของสปอนเซอร์หรือทะเบียนการค้า สัมภาษณ์ประมาณ 1 นาทีค่ะ ถามไม่เยอะ ก็ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ

  • Woody  On March 28, 2011 at 11:13 pm

    ดีคับผมมีเรื่องรบกวนนิดหน่อยคับพอดีผมกรอกข้อมมูลในDS-160เสร็จเรียบร้อยเเล้วกำลังรอจองวันอยู่(ซึ่งรอเป็นอาทิตย์แล้ว)ผมว่าผมระมัดระวังในการกรอกข้อมูลแล้วคับเเต่มีจุดๆนึงคือเรื่องชื่อ-วันเกิดพ่อแม่คับ ของพ่อไม่มีปัญหาอะเพราะท่านเลี้ยงผมมาเเต่ของแม่รู้เเต่ชื่อคับวันเกิดท่านผมไม่รู้(เพราะท่านเเยกกับพ่อผมตั้งเเต่ผม3ขวบ)พ่อก็จำไม่ได้จำเป็นมากไหมที่ต้องแก้ไขเพราะกลัวว่าถ้าจองวันได้เเล้ว(สมมติ)กลัววันไปสัมภาษณ์จริงเค้าจะไม่ให้ผ่านอ่ะคับข้อมูลส่วนอื่นผมว่าโอเคนะคับเเต่เเค่ตรงนี้ที่เดียวที่กลัว รบกวนช่วยตอบด้วยครับ อืมผมลืมบอกไปผมขอไปเที่ยวเยี่ยมลูกพี่ลูกน้องที่อเมริกา20วันคับ(ใช้ลาพักร้อนไป)ผมทำงานเเบงค์เงินเดือนประมาณ20000+ทำมา2-3ปีเเล้วมีบัญชีเสตจเม้น อยู่ประมาน300000 เเต่เเอบถอนไปบ้างเล้กน้อย(หมุนเวียนประมาน6เดือน)มีโอกาศผ่านไหมคับ เเล้วถ้าจะดูช่วงว่างต้องดูเฉพาะเวลาทำการหรือป่าวหรือสามารถดูได้ 24 ชม.เลยคับ ขอบคุนล่วงหน้าคับ

    • govisa  On March 29, 2011 at 1:13 am

      ขอตอบน้อง Woody นะคะ
      1. คำถามเกี่ยวกับวันเกิดพ่อแม่ ถ้าไม่ทราบเขามีช่องให้คลิกว่า do not know นี่คะ ถ้ากงสุลถามก็บอกว่าคุณพ่อคุณแม่หย่าตั้งแต่ปีค.ศ.อะไร หรือตั้งแต่น้องยังไม่รู้ความก็ได้ค่ะ
      2. ส่วนเงินในบัญชี 300,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าไปเที่ยวที่ไหนบ้าง และไปพักโรงแรม หรือไปพักบ้านลูกพี่ลูกน้อง เพราะน้องไปนาน 20 วันค่ะ ถ้ารบกวนให้ลูกพี่ลูกน้องเขียนจดหมาย confirm ว่า น้องจะไปพักที่บ้านเขาตลอด 20 วันด้วยจะได้ไหมคะ จะได้ save ค่าที่พัก+ค่าอาหาร เพราะมีลูกพี่ลูกน้องช่วยตรงประเด็นนี้อยู่ค่ะ ดังนั้นจึงน่าจะเตรียมตัวตอบคำถาม ประเภทแผนการเดินทางไปเที่ยวว่าเป็นอย่างไร เช่นลูกพี่ลูกน้องขับรถพาไปเที่ยว และไปไหนกันบ้าง เป็นต้นค่ะ ถ้าดูสถานะของตัวน้องทางสังคมว่ามีงานทำมั่นคง มีเงินเดือนประจำ และมีเงินเก็บพอสมควร น่าจะผ่านวีซ่าค่ะ
      3. ส่วนวันนัดสัมภาษณ์ ถ้านัดทางอินเทอร์เน็ตสามารถเข้าไปเช็คออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าน้องว่างและสะดวกที่จะเช็คค่ะ ว่าแต่ว่า น้องจะมีเวลาเข้าไปเช็คได้ตลอดหรือเปล่า เพราะน้องต้องทำงานะนาคารด้วยค่ะ และอินเทอร์เน็ตในที่ทำงานเร็วหรือช้าคะ ถ้าไม่สะดวกลองเช็คกับกับโทรศัพท์ประเภท Smartphone ทั้งหลายดูก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นนัดสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จะมีเวลานัดเหมือนเราเข้าทำงาน คือ ตามเวลา office hour ค่ะ มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ด้วยค่ะ

  • Woody  On March 29, 2011 at 3:04 am

    ขอบคุณมากๆคับพี่ ตอบเร็วได้ใจจิงๆ ผมเข้าไปอ่านเว็บไหนก็ไม่กระจ่างเท่าเพจนี้เลยคับเป็นประโยชน์เพื่อทุกๆคนจิง ซึ่งในขณะนี้ผมยังกดอยู่เลย(ตั้งเเต่07.00-จนบัดนี้)เผลอพลาดไปตอน20.40ที่เค้าได้กัน เพราะผมพักทานเข้า+ปวดตา เปิดอีกทีก็ไม่มีเเล้ว พอดีทุกอย่างมันเร่งรีบมากคับอยากให้ได้ก่อนวันที่1-20 พค.คับ(เพราะไม่งั้นต้องเดินเอกสารของที่ทำงานใหม่งานงอกเลยที่นี้)พรุ่งนี้หยุดอีกวันคงเต็มที่คับ มีเทคนิคดีๆบอกหน่อยไหมคับจะได้ไม่ต้องมานั่งเฝ้าทั้งวันเเบบนี้ปวดตามากๆคับขอบคุณคับ ^_^

    • govisa  On March 29, 2011 at 6:12 am

      พี่เฝ้ารอหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เดือนกว่าตอนทำให้เพื่อน เพราะไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอคอมค่ะ บอกได้คำเดียวว่าคิวเดือนพฤษภาคมเต็มแล้วค่ะ เพราะตอนที่จองให้เพื่อนจองได้ปลายเดือนพฤษภาคมค่ะ คงต้องรอเขาเปิดอีกครั้งว่าจะมีใคร cancel และอาจจะมีเปิด slot ใหม่ในเดือนมิถุนายน หรืออาจจะเป็นเมษาหรือพฤษภาในช่องวันที่สีฟ้าก้ได้ค่ะ เพราะเพื่อนเคยเจอตอนช่วงมีนาคมที่ดูเหมือนเต็มหมด เมษาก็เต็มเหลือแค่ 2 วันปลายเดือน แต่อยู่ๆมีวันที่สีเขียวเปิดขึ้นมาให้จองในวันที่ 24 มีนาคม เขาคลิกเข้าไปดูตอน 9.45 นวันอาทิตย์ค่ะ ได้ไปสัมภาษณ์ผ่านเรียบร้อยไปแล้ว เท่าที่สังเกต คิววันที่สีเขียวชอบปล่อยออกมา ตอนเวลาที่เรายังเดินทางไปไม่ถึงที่ทำงาน เช่นเช้าๆ หรือใกล้เวลาที่เราเลิกงานกัน อาจจะเป็น4โมงเย็นกว่า บางทีก็เป็นแถววันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือหยุดนักขัตฤกษ์ เช่นมีคนจองได้ตอนวันหยุดวันมาฆบูชาตอนสายๆหน่อย แต่น้องบางคนเขาก็เขียนมาเล่าว่า เฝ้ากันเช้า-เย็นติดต่อกัน 3 – 5 วันจึงจะได้ค่ะ

  • นัน  On March 29, 2011 at 5:21 pm

    รบกวนถามหน่อยคะ อ่านคำแนะนำหลายที่แล้ว มีคำถามดังนี้คะ
    ต้องการขอ visa ท่องเที่ยว สำหรับ 3 คน
    1. พ่อ, 2. ลูก 1 คน (นามสกุลเดียวกับพ่อ) , 3. แฟนใหม่พ่อ (ไม่ได้จดทะเบียน)
    รวมมี 2 นามสกุล

    คำถาม 1. ซื้อ 1 pin สามารถใช้นัด สัมภาษณ์ 3 คน ได้หรือไม่
    คำถาม 2. ช่วยเรียงลำดับ การขอ วีซ่า หน่อยคะ (1. ซื้อ pin ที่ไปรษณีย์ 2. กรอก DS160 3.print form 4. ชำระค่า visa ที่ไปรษณีย์ 5.เข้า web นัดสัมภาษณ์)
    ขั้ตอนเหล่านี้ ถูกต้องหรือไม่คะ ช่วยแนะนำด้วยคะ ขอบคุณคะ

    • govisa  On March 29, 2011 at 9:33 pm

      คุณพ่อจดทะเบียนหย่ากับภรรยาคนแรกที่มีลูกด้วยกันหรือเปล่าคะ ถ้ามีใบหย่าให้คุณพ่อนำใบหย่าไปด้วยในวันสัมภาษณ์ และบอกกงสุลว่ากับแฟนคนใหม่อยู่กินด้วยกันโดยไม่ได้จดทะเบียนค่ะ หากเป็นกรณีดังกล่าวจะใช้Pin เดียวกันได้ค่ะ แต่ถ้าคุณพ่อยังมีใบสมรสอยู่กับภรรยาคนเดิม พี่คิดว่าแฟนใหม่น่าจะทำนัดสัมภาษณ์แยกดีกว่าค่ะ ถ้าภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสต้องการให้คุณพ่อเป็นSponsor แฟนใหม่ก็จะมีปัญหาอีกได้ถ้าในตอนนัดสัมภาษณ์ไม่ได้ใช้ Pin นัดสัมภาษณ์เดียวกับคุณพ่อค่ะ รบกวนคุณนันถามคุณพ่อให้แน่ๆก่อนค่ะ เพราะนักธุรกิจสมัยใหม่บางคนจะไม่จดทะเบียนสมรส เพราะเกรงว่า ถ้าธุรกิจมีปัญหา สมบัติของภรรยาจะต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบด้วยค่ะ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติถ้าจะไม่มีทะเบียนสมรสค่ะ อนึ่ง กรณีใช้Pin เดียวกันทั้ง 3คน ให้นำอัลบั้มรูปถ่าย เช่น อาจจะเป็นภาพงานเลี้ยงแต่งงานหรือ ภาพที่ถ่ายเป็นครอบครัวไปไหนมาไหนด้วยกัน ติดไปด้วยในวันสอบาัมภาษณ์ค่ะ
      ขั้นตอนการกรอกฟอร์มวีซ่าตามที่คุณนันเขียนมาก็ใช้ได้ค่ะ แต่Pinนัดสัมภาษณ์กับจ่ายค้าธรรมเนียมวีซ่าทำที่ไปรษณีย์วันเดียวกันไปเลยก็ได้ เพราะพี่ไม่ทราบว่า ไปรษณีย์อยู่ไกลบ้านน้องหรือเปล่าค่ะ ไหนๆไปธุระที่ไปรษณีย์ก็ซื้อทั้งPin นัดสัมภาษณ์ และค่าธรรมเนียมวีซ่าไปเลยก็ได้ค่ะ หลังจากนั้นกรอกDS 160 กรอกเสร็จ สั่ง Print ออกมา และเข้าเว็บไซด์นัดสัมภาษณ์ เพื่อจองวันนัดสัมภาษณ์ค่ะ พี่อยากถามคุณนันด้วยว่าคุณนันมีบัตรดครดิตไหมคะ เพราะการซื้อ Pin นัดสัมภาษณ์อาจซื้อโดยการตัดเงินจากบัตรเครดิตก็ได้ค่ะ ข้อดีของการตัดเงินผ่านบัตรเครดิต คือ นัดได้เลย ต่างจากซื้อ Pin ที่ไปรษณีย์ ต้องรอหลังบ่ายโมงวันรุ่งขึ้นจึงจะทำการนัดสัมภาษณ์ได้ค่ะ

  • korn  On March 30, 2011 at 9:53 am

    สวัสดีครับ รบกวนเรื่องการนัดสัมภาษณ์ (ตอนนี้คิวยังไม่ได้)ไม่ทราบว่าถ้าเลยกำหนด pin 90วันแล้ว (กรณีเราไม่ได้คิวนัดซะที)เราจะต้องซื้อ pin ใหม่ใช่ไหมครับ แต่ค่า visa ที่เราเสียไปแล้วสามารถเก็บใบเสร็จไว้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าเราจะได้สัมภาษณ์ใช่ไหมครับ

    • govisa  On March 30, 2011 at 8:15 pm

      ถ้าน้องยังนัดสัมภาษณ์วีซ่าไม่ได้ภายใน 90 วัน น้องต้องซื้อ Pin ใหม่ค่ะ แต่จากประสบการณ์ยังไม่เห็นใครพบสถานการณ์นั้นนะค่ะ เพราะมันเป็นอะไรที่โหดร้ายมากที่ยังจองไม่ได้ภายใน 90 วันค่ะ ถ้าน้องกรณ์ไม่คิดมาก ส่ง username กับ password มาให้พี่ทางอีเมล์พี่ไหมคะ ถ้าพี่พอมีเวลา จะเข้าไปช่วยคลิกดูวันให้อีกคนหนึ่งค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่า อย่าหวังมากนะคะ เพราะน้องอาจจะคลิกได้ก่อนพี่ก็เป็นได้ค่ะ ใจเย็นๆนะคะ

      • korn  On March 30, 2011 at 8:37 pm

        เรียนพี่ govisa ผมขอบคุณพี่มากครับสำหรับคำแนะนำ อย่างไรก็ตามจากนี้ไปผมก็คงจะต้องพยายามต่อไปครับ (นี่ก็ครบ 1 เดือนแล้ว)ครับ

      • govisa  On March 31, 2011 at 5:34 am

        ด้วยความยินดีค่ะ น้อง Korn

  • puiirilee  On March 30, 2011 at 11:39 am

    สวัสดีค่ะ…

    พอดีว่ารอวันสัมภาษณ์อยู่ คือทำทุกอย่างหมดแล้วค่ะ ปริ๊นท์ใบ confirmation ออกมาแล้วด้วยค่ะ
    แต่ว่าเกิดอยากจะเปลี่ยนรูป ไม่ทราบว่าสามารถกดเข้าไปเปลี่ยนได้ไหมคะ พอดีเห็นว่ามี last date for editing อยู่ค่ะ หรือว่าไปให้เจ้าหน้าที่ที่สถานฑูตเปลี่ยนให้ดีกว่ากันคะ
    ..คือไม่กล้ากดเข้าไป กลัวมีผลกับวันสัมภาษณ์ที่จองไว้แล้วค่ะ

    ขอบคุณมากค่ะ 🙂

    • govisa  On March 30, 2011 at 9:00 pm

      วลีที่ว่า last date for editing น้องหมายถึงใบนัดสัมภาษณ์ที่น้อง confirm แล้วสั่ง print ออกมาใช่ไหมคะ ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาหมายถึงวันสุดท้ายในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขวันนัดสัมภาษณ์ค่ะ

      ส่วนรูปถ่าย ถ้าจะเข้าไปแก้ไข ต้องเข้าๆไปที่ website กรอกฟอร์ม DS 160 แต่พี่เกรงว่า 1. หมายเลข confirmation number อาจเปลี่ยนไปได้ 2. เมื่อคลิก upload previous application อาจจะได้หน้าที่บอกให้น้อง print confirmation number โดยน้องอาจจะไม่สามารถคลิกหน้า review Application form ได้ น้องอาจลองทำวิธีที่2ดูก็ได้ค่ะ แต่ต้องสังเกตด้วยหมายเลข application identification ว่าตรงกันกับ confirmation number ที่น้อง confirm ในใบนัดสัมภาษณ์ไหม ถ้าไม่ใช่อย่าแก้ไขเลยค่ะ เพราะหมายเลขจะไม่ตรงกัน ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าไปสัมภาษณ์ เพราะหมายเลขไม่ตรงกัน ก็อาจจะเสียเวลาต้องมานัดสัมภาษณ์ใหม่ค่ะ

      ลองเอารูปเข้าไปให้เจ้าหน้าที่ด้วย และถามเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารว่า จะขอเปลี่ยนรูปใหม่ได้ไหมนะคะ

  • Aohh jaa  On March 30, 2011 at 12:39 pm

    สวัสดีค่ะ สอบถามพี่หน่อยค่ะ
    1.เอกสารที่ต้องใช้ยื่นในวันนัดสัมภาษณ์ต้องมีอะไรบ้างคะ นอกเหนือจากที่บอกข้างต้น 8 ข้อ (นักเรียน F-1) แต่ตอนนี้เรียนอยู่ ซึ่งจะไปเรียนที่อเมริกาแค่ช่วง ปิดเทอม และจะ ดรอปการเรียนของเทอมแรกนี้(เพราะกลับมาเรียนไม่ทัน ได้วันนัดเลื่อนไปไกล)
    ต้องมีใบที่จะ ดรอป และ ใบกำลังเรียนอยู่ หรือใบอะไรที่ตจ้องให้สถาบันออกป่าวคะ

    • govisa  On March 30, 2011 at 8:36 pm

      @Nong Aohh jaa ถ้าน้องจะไปเรียนภาษาช่วงปิดเทอม ให้น้องขอจดหมายรับรองความเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่น้องกำลังเรียนอยู่ และ Transcript ไปในวันสัมภาษณ์วีซ่าด้วยค่ะ นอกเหนือไปจากจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ปกครอง book บัญชีตัวจริง I-20 ฟอร์ม DS 160 หนังสือเดินทางของตัวน้องเอง ใบเสร็จค่า Sevis I-901 ค่าธรรมเนียมวีซ่า 4200 บาทเศษโดยประมาณ หนังสือแสดงหลักฐานการทำงานของ Sponsor เช่นเป็นเจ้าของธุรกิจ นำใบทะเบียนการค้าไป แต่ถ้าไม่ใช่ เป็นลูกจ้าง ให้นำจดหมายรับรองการทำงานของ Sponsor ไปด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น พี่ขอแจ้งนิดหนึ่งว่า กงสุลอาจขอดูหรือไม่ขอดูเอกสารทั้งหมดที่กล่าวมาก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่เตรียมไป พี่เกรงว่า ถ้ากงสุลถาม หรือขอดูแล้วน้องไม่มี น้องจะยิ่งตกประหม่ามากขึ้นค่ะ เหมือนอย่างที่น้องหลายคน post. ไว้นะคะ พยายามพูดเสียงดังฟังชัด มีแผนการไปเรียนชัดเจน เรียนจบแล้วต้องกลับมาเรียนชั้นปีอะไรที่เมืองไทย ชี้แจงกงสุลท่านไปถ้าท่านถามค่ะ เรื่องรายรับ ที่มาของรายได้ของ Sponsor ต้องพอรู้บ้างจะได้ตอบคำถามได้ค่ะ และอย่าลืมมองสบตาท่านกงสุลบ้างอย่าเอาแต่ก้มหน้า เพราะการก้มหน้าไม่ได้แปลว่า เป็นคนเรียบร้อยเคารพผู้ใหญ่แบบไทยๆ แต่มันซ่อนนัยว่า มีอะไรปกปิดไว้หรือเปล่าค่ะ โชคดีนะคะ ได้หรือไม่ได้ หรือ ได้คำถามแบบไหน เขียนมาเล่ากันบ้างนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

  • คุณขวด  On March 31, 2011 at 5:13 pm

    สวัสดีคะ มีเรื่องจะสอบถามและขอคำแนะนำคะ คือว่าจะยื่นขอวีซ่าอเมริกา ประเภทท่องเที่ยว B2 แต่มีขอกังวลใจทำให้กลัวว่าหากยื่นไปแล้วไม่ผ่าน รายละเอียดมีอยู่ว่า ปัจจุบันไม่ได้ทำงานแล้ว มีอาชีพเป็นแม่บ้าน (เพิ่งจะแต่งงานเมื่อปี 2010 สามีรับราชการทหาร) จดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว ก่อนอื่นลืมบอกไปว่า ก่อนหน้านี้ทำงานมาตลอด ทำงานมาทั้งหมด 2 ที่ ที่ล่าสุดงานที่ทำเป็นบริษัทของ USA ด้วย นาน 4 ปี เกือบ 5 ปี สาเหตุที่ลาออก เบื่องานที่ทำอยู่ และที่สำคัญ คือ จะแต่งงาน เลยตัดสินใจลาออก ลาออกมาได้จะครบ 1 ปีแล้วคะสิ้น เมย.นี้ พอดีว่าช่วงนี้ยังไม่ได้หางานใหม่ทำ คิดว่าจะพาพ่อกับแม่ไปเยี่ยมน้องสาว(แท้ๆ)และเยี่ยมหลานซึ่งอยู่ที่ LAคะ ก่อนที่จะกลับมาหางานทำใหม่ ซึ่งพ่อกับแม่ที่จะไปด้วยในครั้งนี้ท่านมีวีซ่าอยู่แล้ว ได้คนละ 10 ปี และเคยไปมาแล้ว 2 ครั้ง แต่สำหรับตัวเองยังไม่เคยไป USA เลย เคยไปตปท.มาแค่ครั้งเดียวคือ ออสเตรเลีย เมื่อ พค.2009 (ซึ่งตอนนั้นอยู่ระหว่างทำงาน ไปเที่ยวมา 1 อาทิตย์) ถ้าในการยื่นขอวีซ่าครั้งนี้ จะยื่นขอเฉพาะของตัวเองคนเดียว โดยใช้ Bank Stm. บัญชีออมทรัพย์ของตัวเอง มียอดประมาณ 250,000.- และจะระบุใน ds 160 ว่าเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางเอง แต่จะให้น้องสาวทำจดหมายเชิญมาว่าระหว่างที่พักอยู่ที่โน้น ได้พักกับน้องกินอยู่กับน้อง น้องสาวได้กรีนการ์ดแล้ว (เท่ากับว่าเราออกเองเฉพาะค่าตั๋วไปกลับและซื้อของ) และจะยื่นทะเบียนสมรส สำเนาบัตรข้าราชการของสามี และจะยื่นหนังสือการผ่านงานจากที่ทำงานล่าสุดไปด้วย ปัจจุบันยังไม่มีลูก และบ้านที่พักอยู่ตามทะเบียนบ้านมีตัวเองเป็นเจ้าบ้าน ไม่ทราบว่าควรจะเพิ่มเติมเอกสารอะไรอีกบ้าง ตอนนี้ได้ทดลองกรอก ds 160 แล้ว และยังสงสัยตรงข้อมูลการทำงาน/การศึกษา/การอบรม ซึ่งพอเราระบุว่า สถานะ : not employed ไม่สามารถใส่ข้อมูลการทำงานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคิดว่าตรงนี้เจ้าหน้าที่ที่พิจารณาข้อมูลเราตัดสินใจไม่ให้วีซ่าได้ง่ายๆ โดยไม่ได้เห็นประวัติการทำงานที่ผ่านมาเลย และไม่มีให้กรอกประวัติการศึกษาด้วย จะต้องทำอย่างไร ช่วยแนะนำด้วยคะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

    • govisa  On March 31, 2011 at 9:10 pm

      @น้อง kjutha เอกสารที่น้องควรเตรียมเพิ่ม คือ
      1. จดหมายรับรองการทำงานของสามีที่ระบุตำแหน่งงาน เงินเดือน วันแรกที่เข้าทำงาน
      2. บัญชีเงินฝากสามี(ถ้ามี)
      3. จดหมายเชิญจากน้องสาวที่อยู่ที่อเมริกา
      4. ถ้าน้องมีหลักทรัพย์อื่น นอกเหนือไปจากบัญชีเงินฝากในธนาคาร เช่น ที่ดิน หุ้น ให้นำหลักฐานไปด้วยเผื่อเขาเห็นว่า น้องมีทรัพย์สินอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา
      5. รายละเอียดการจองตั๋วเครื่องบินที่มีชื่อพ่อแม่ว่าไปด้วยกันกับน้องๆไม่ได้ไปคนเดียว
      6. เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับน้องสาวที่อยูที่อเมริกาคือน้องต้องตอบคำถามได้ว่า น้องสาวมีอาชีพอะไร เข้าไปอยู่ในอเมริกานานมากน้อยแค่ไหน ได้กรีนการ์ดเพราะการสมรสใช่ไหม ที่ให้เตรียมหาข้อมูล เพราะบางคนจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่บ้านเลย พอได้คำถามมาอาจชะงักตอบไม่ได่ก็มีค่ะ
      7. พอรู้บ้างว่า ที่จะไป 3 อาทิตย์นั้น จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ถ้ามีรายละเอียดการเดินทางคล้ายที่พวกทัวร์ทำก็ดูดีค่ะ
      8. ถ้ากรณีมีเงินในบัญชีเป็นบุ๊คเล่มเดียว เตรียมคิดหาคำตอบไว้ด้วยว่า ถ้าใช้เงินไปเที่ยวหมด แล้วยังไม่มีงานทำ หลังจากนั้น จะหาเงินมาจากที่ใดด้วยค่ะ หรือจะกลับมาเมืองไทยมาหางานทำค่ะ
      9. กรณีกรอกว่า unemployed จะไม่มีที่ทำงานให้น้องกรอก ส่วนที่เรียนจะถามต่อเมื่อ คนๆนั้นขอวีซ่าไปเรียนค่ะ ดังนั้น หลักฐานการทำงานจากที่ทำงานเก่าของน้อง(ถ้ามี) ให้นำไปด้วย และถ้าถูกถามว่า แล้วทำไม่ตอนนี้ไม่ได้ทำงาน น้องอย่าตอบว่า เบื่อ ดูไม่ดี น้องอาจจะบอกว่า งานที่ทำไม่ตรงกับความชำนาญที่มี หรือ น้องจะขอพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวก่อน แล้วจึงจะกลับมาหางานใหม่ทำค่ะ
      ถ้าไปขอวีซ่าแล้ว ส่งข่าวกันบ้างค่ะ

  • คุณขวด  On March 31, 2011 at 5:19 pm

    ลืมแจ้งไปว่าจะไปประมาณ 3 อาทิตย์ คะ

  • Woody  On April 1, 2011 at 12:44 am

    กลับมาเเล้วคับพี่ ในที่สุดผมก็จองวันได้แล้วหลังจากใช้ความพยายามเกือบ 2อาทิตย์ กลับมาจากทำงานประมาณบ่าย3กว่าๆเข้ามาออนตามปกติ แปปเดียวเองครับเห็นวันว่างตั้ง 4วันเลย ผมเลยกดไป วันที่ 12 เมษาคับ ดีใจสุดๆตอนนี้เหลือเรื่องเตรียมเอกสารคับ ช่วยลิสให้ผมหน่อยจะต้องเตรียมไรไปบ้างจะได้เอาไปครบ ของผมเเบบB1-B2นะคับ เเล้วผมจะสัมภาษณ์ภาษาอะไรดีคับเอาจากประสบการณืที่พี่ได้ยินมาอันไหนผ่านง่ายกว่ากันคับ ขอบคุนล่วงหน้าคับ ^_^

    • govisa  On April 1, 2011 at 5:11 am

      น้อง Woody ขอแบบ B1-B2 ตอนเลือกประเภทในเว็บไซต์วันนัดสัมภาษณ์ น้องเลือก B2 ประเภทนักท่องเที่ยวหรือ B-1 ประเภทนักธุรกิจคะ เพราะถ้าเป็นนักธุรกิจควรมีจดหมายเชิญปประชุมหรือดูงานด้วย แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวจะไม่ต้องมีจดหมายนี้ค่ะ ส่วนเอกสารอื่นๆใช้คล้ายกัน คือ1. จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของตัวน้องเอง,2. บัญชีตัวจริง เช่น Book Bank ,3.จดหมายรับรองการทำงานจากที่ทำงานของน้อง,4.แผนการเดินทางไปเที่ยว คล้ายบริษัททัวร์ทำ น้องไม่ต้องทำละเอียดแบบทัวร์ แต่อย่างน้อยน้องน่าจะมีข้อมูลคร่าวๆที่พอรู้บ้างว่าจะไปไหน ไปเที่ยวคนเดียว หรือไปกับเพื่อน ถ้ามีเพื่อนที่โน่น เพื่อนทำอะไรอยู่ที่อเมริกา ไปเที่ยวกี่วัน , 5. บางคนเขาก็เตรียมรายละเอียดเรื่องเที่ยวบินขาไปและขากลับด้วย สิ่งสำคัญน่าจะอยู่ที่ 3 อย่างแรกมากที่สุดค่ะ โดยเฉพาะการเงินในธนคารจะสัมพันธ์กับจำนวนวันที่จะไปเที่ยวว่า จำนวนเงินที่แสดงเพียงพอที่จะไปเที่ยวไหม บางคนมีเงินไม่มาก จึงพยายามหาจดหมายเชิญจากเพื่อนหรือญาติที่ระบุว่า จะให้ไปพักด้วยแนบไปกับเอกสารอื่นๆด้วย เพื่อจะได้แบ่งเบาภาระเรื่องค่าที่พักกับอาหารไปได้ส่วนหนึ่งค่ะ

      เท่าที่กล่าวมาทั้งหมด มิได้หมายความว่ากงสุลจะดูหลักฐานทั้งหมด เพียงแต่เตรียมหลักฐานไปให้มากที่สุดและดูดีที่สุด เมื่อกงสุลถามถึงหลักฐานที่เกี่ยวข้องใด เช่น ถามว่าจะไปพักกับใคร น้องอาจตอบว่าไปพักกับเพื่อน ถามว่าเพื่อนทำอะไร ก็ตอบอาชีพเพื่อนไป บางคน เพื่อนทำงานแล้ว ก็ต้องรู้ชื่อที่ทำงานเพื่อนบ้าง หรือบางคนอาจจะมีเพื่อนเขียนจดหมายมาชวนไปเที่ยวและไปพักด้วย ก็จะถือโอกาสหยิบจดหมายเพื่อนให้กงสุลดูได้ค่ะ แต่ถ้าไม่ได้เตรียมเอกสารอะไรไปมากนัก เมื่อถูกถาม จะรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจว่า วีซ่าจะผ่านไหมนะคะ

      ดีใจด้วยที่ได้วันนัดเดือนเมษายนค่ะ ได้ยินคนพูดอยู่เหมือนกันว่า อาจจะมีการเปิดคิวนัดให้จองรอบเมษายนเพิ่มค่ะ คงเป็นจังหวะที่น้องกลับจากที่ทำงานวันนั้นและเปิดเข้าไปดูค่ะ นับเป็นโชคดีของน้องอย่างมากค่ะ เอาใจช่วยให้วีซ่าผ่าน แล้วเขียนมาเล่าเรื่องสัมภาษณ์บ้างนะคะ

  • Aohh jaa  On April 1, 2011 at 3:56 pm

    ขอบคุณพี่มากเลยค่ะ…

  • Supachan  On April 2, 2011 at 11:30 am

    สวัสดีครับพี่

    ผมเพิ่งเข้ามาดูเวปนี้ครั้งแรก ผมมีปัญหาคือ ยังไม่ได้กรอกSEVIS FEEอะครับ

    สิ่งที่ผมทำได้แล้วคือ DS-160,Appointment Schedule,Fee Payment for VISA

    หรือพูดง่ายๆคือ ขาดการทำ I-901 SEVISครับ

    ผมควรต้องทำตอนนี้ไหมครับ อีก5วันจะสัมภาษณ์แล้ววววว

    • Supachan  On April 2, 2011 at 1:02 pm

      อัพเดทใหม่ครับ ผมได้กรอก I-901แล้วครับ(เพิ่งกรอกวันนี้เองครับ 2/เมย./2011 จากนั้นชำระเงินด้วยบัตรเครดิตการ์ด และขอส่งแบบเร่งด่วน เมื่อถึงขั้นตอนสุดท้าย ผมก็ปริ้นกระดาษออกมาสำหรับ SEVIS

      ผมขอคำแนะนำจากพี่ๆหน่อยครับว่า ก่อนไปสัมภาษณ์ที่สถานฑูต ในวันที่7 เมย. 2011

      ผมต้องรอI-901จากอเมริกาหรือป่าวครับ(หรือรอ I-797)

      หรือ เอกสารที่ผมปริ้นมา สามารถนำไปสัมภาษณ์ได้ไหมครับ?

      รบกวนหน่อยครับ จะขอบคุณมากๆครับ

      • govisa  On April 3, 2011 at 9:09 am

        @ น้อง Supachan อย่างที่พี่ได้ตอบไปแล้ว คือในวันสัมภาษณ์ น้องใช้ใบเสร็จที่น้อง Print ออกมาได้ค่ะ แต่วันเดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกา ควรจะใช้ใบจริง ยกเว้นหายหรือส่งมาให้ไม่ทัน ก็ไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการบอกเหตุผลเขาไป แล้วให้เขาดูฉบับที่ print ออกมาค่ะ โชคดีนะคะ

    • govisa  On April 3, 2011 at 9:05 am

      กรอกฟอร์มเพื่อจ่ายเงินค่า Sevis I-901 แล้ว Print ใบเสร็จออกมา เพราะเอกสารที่ Print ออกมาจะต้องนำไปแสดงวันสัมภาษณ์ด้วยค่ะ ทีนี้ถ้าสถานที่ที่จะไปเรียนจะเป็นกลางเดือนเมษายน เวลากรอกฟอร์มจ่ายค่า SEvis I-901 ให้ยอมจ่าค่าส่งด่วนกลับ 35 $ ด้วยเพราะควรมีใบจริงไปให้ Immigration ดูเวลาตรวจคนเข้าเมืองที่สหรัฐอเมริกาขอดูค่ะ

      • Supachan  On April 3, 2011 at 11:20 am

        ขอบคุณครับพี่ ผมได้ทำตามที่พี่บอกแล้วครับ
        ผมขอถามพี่นิดนึงหน่อยครับ จะมีการเรียงลำดับเอกสารอะไรไหมครับ? ครบไหมครับ?
        ผมได้นัดสัมภาษณ์วันที่7 เม.ย. 54ครับ ผมมีเอกสารเรียบร้อยแล้วดังนี้

        1. Confirmation Number of DS-160 (ปริ้นหน้าที่มีบาร์โค้ด)
        2. Appointment Schedule (ปริ้นวันนัดหมาย)
        3. VISA fee (ใบเสร็จจ่ายเงินวีซ่า)
        4. I-20 Form จากมหาวิทยาลัย ถามเรื่องการเซ็นชื่อข้างล่าง เรื่อง”วันที่”เซ็นครับ ให้”เซ็นทันทีที่ได้รับI-20”หรือป่าวครับ หรือว่า ต้องไปเซ็นชื่อในวันสัมภาษณ์
        5. Transcript (ได้รับเมื่อเดือน มีนาคมนี้)
        6. Passport + รูปถ่าย2×2
        7. Bank Statement <<< ผมเป็นนร.ทุนกพ.ครับ ทางกพ.ทำเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยแล้วครับ
        8. SEVIS FEE ปริ้นอย่างเดียว ชำระเงินผ่านบัตรเครดิตแล้วครับ เพิ่งจะทำไปวัน ส.นี้วันที่2 เมย. 2554 ส่วนใบเสร็จยังไม่มาครับ (แบบเร่งด่วนอะครับ 35$)

        ปล.ผมต้องเดินทางไปลงทะเบียนเรียนก่อนภายในวันที่ 9 พค. 54 ครับ
        ขอบคุณครับ

      • govisa  On April 3, 2011 at 1:48 pm

        @น้อง Supachan
        ทีน้องเรียงมาใช้ได้แล้วค่ะ ถ้าถามว่า ต้องเรียงเอกสารแบบเข้มงวดไหม ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ตรงทางเข้า( กรณีสายๆคนเยอะหน่อยนะคะ) เขาจะบอกให้ผู้ยื่นวีซ่าเตรียมถือใบ Confirmation Number ไว้ใบแรก ส่วนใบนัดเขาจะดูว่ามาตามวันเวลาที่นัดไว้ถูกต้องไหม และเขาจะมีกระดาษที่มี list ชื่อคนที่ต้องสัมภาษณ์วีซ่าในช่วงเวลานั้นๆไว้ ถ้าใครมาและเข้าไปแล้ว เขาก็จะติ๊กชื่อไว้ค่ะ พอเข้าประตูไป น้องก็ต้องฝากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ประมาณโทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊คไว้ในกะบะในชื่อของน้อง และเขาจะให้บัตรที่มีหมายเลขกะบะน้อง เมื่อเสร็จสัมภาษณ์ ให้ยื่นกระดาษที่มีหมายเลขนั้นกับเจ้าหน้าที่ที่จุดเดิม เพื่อรับของๆน้องกลับคืนไปค่ะ

        ส่วนเอกสารที่น้องว่ามีนั้น ถูกต้องแล้วค่ะ เพียงแต่พี่มีข้อสงสัยข้อหนึ่ง ตรงที่น้องเขียนว่า น้องเป็นนักเรียนทุนกพ. น้องควรจะได้ DS 2019 มากกว่า I-20 และน้องควรขอวีซ่าประเภท J-1 แทนที่จะเป็น F-1 ไม่ใช่หรือคะ วันจันทร์ที่ 4 ลองเช็คกับกพ.ผู้ให้ทุนอีกทีดูดีไหมคะ

        น้องน่าจะได้ U ประเภทที่อยู่ใน ranking ตอบรับใช่ไหมคะ จึงต้องไปเรียนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมค่ะ และการที่น้องจะยื่นจดหมายจากกพ. เพื่อแสดงว่า กพ.เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ทางสถานทูตจะคิดอย่างเดียวกับที่พี่ถามน้องหรือเปล่า พี่คาดเดาไม่ได้ค่ะ พี่จึงอยากให้น้องเช็คกับเจ้าหน้าที่กพ.ดูด้วยค่ะ เพราะถ้ากงสุลมีคำถามคล้ายที่พี่ถามน้อง อย่างน้อยคำตอบจากกพ. น่าจะเป็นแนวทางให้น้องประเมินว่า น้องควรตอบกงสุลว่า อย่างไรค่ะ ได้ผลอย่างไร เขียนมาบอกกันบ้างนะคะ จะได้เป็นข้อมูลสำหรับน้องนักเรียนทุนคนต่อๆไปค่ะ

      • Supachan  On April 3, 2011 at 4:49 pm

        คือว่า ทางกพ.ที่อเมริกา เค้าติดต่อให้กับมหาลัยของผมอะครับ ชื่อมหาลัย University of Illinois at Chicago หรือ UIC

        ทางทีมงานกพ.ประจำที่อเมริกา ได้รับเอกสารจากมหาลัยUIC จึงส่งI-20มาให้ที่กพ. จากนั้นส่งมาอีกทีที่กพ.ประจำกทม. ผมก็มารับI-20ตามปกติ ดังนั้นผมจะไปลองเช็คให้อีกทีครับ เพราะUICส่งมาแค่I-20เฉยๆพร้อม หมายเลขSEVIS

        “น้องน่าจะได้ U ประเภทที่อยู่ใน ranking ตอบรับใช่ไหมคะ” ตรงนี้ผมสงสัยครับ ไม่รู้คำว่าRankingคืออะไรหรอครับ

        มหาลัยเปิดเทอมจริงวันที่20 พค. ครับ สิ่งที่ผมจะต้องไปลงทะเบียนหรือ รายงานตัวที่มหาลัยในวันที่9 พค.ครับ

        เรื่องค่าใช้จ่าย กพ.ได้ยื่นเอกสารให้ผมเรียบร้อยแล้วว่าเป็นนร.ทุนกพ. โดยกพ.ออกค่าใช้จ่ายให้ครับ ซึ้งเขียนอยู่ในกระดาษ1แผ่นพร้อมประทับตราของสนง.กพ.แล้วครับ

        ผมขอขอบคุณมากๆครับ วันจ.นี้จะไปหากพ.ให้ทราบครับ กลับมาจะแบ่งปันประสบการณ์ให้ครับ

      • govisa  On April 3, 2011 at 9:12 pm

        น้อง Supachan คะ จากประสบการณ์ที่พี่เคยรู้มา คือ ถ้าน้องสมัครไปเรียนเทอม Summer มหาวิทยาลัยจะเปิดประมารเดือนพฤาภาคม แต่ก็มีบางแห่งเปิดมิถุนายน ถ้าสมัครไปเรียนเทอม fall มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมประมาณเดือนสิงหาคม บ้างก็เปิดกันยายน อย่างไรก็ตาม มีมหาวิทยาลัยบางแห่งที่อยู่ในอันดับ (ที่คนทั่วไปเขาอาจจะใช้คำว่า top ranking ค่ะ) จำไม่ได้ว่าอันดับประมาณเท่าไรนะคะ (และอาจจะเป็นส่วนน้อยไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนี้ทุกมหาวิทยาลัยก็ได้นะคะ) มีนโยบายให้นักศึกษาที่เขารับเข้าใหม่เพื่อเข้าเรียนเทอมสิงหาคม (Fall Term) ไปเรีิ่มชั้นเรียนตั้งแต่ช่วง summer คือ ประมาณเดือนพฤษภาคมค่ะ นั่นคือเหตุผลที่พี่เขียนไปตั้งข้อสังเกตน้อง เพราะเห็นว่า ตอนที่น้องเขียนมาเหมือนรีบ เหลือเวลา 5 วันจะสัมภาษณ์แล้ว เท่านั้นเองค่ะ

        พี่ขอขอบคุณล่วงหน้านะคะ ที่น้องจะเขียนมาอธิบายเรื่อง I-20 กับสถานภาพนักเรียนทุนกพ. ตามที่พี่แสดงความสงสัยไปค่ะ พี่เคยทราบจากคนรู้จักมาว่า นักเรียนบางคนของกพ.ที่ได้ F-1 ต้องไปเปลี่ยนเป็น J-1 ที่อเมริกา ลองถามเจ้าหน้าที่สำนักงานเขาดูอีกทีแล้วกันนะคะ กฎระเบียบต่างๆอาจเปลี่ยนไปตามเวลาที่เปลี่ยนไปก้ได้ค่ะ ในกรณีที่น้องเป็นนักเรียนทุนของกพ. สำนักงาน กพ.น่าจะเป็นผู้ให้คำตอบแก่น้องได้ถูกต้องค่ะ

      • Supachan  On April 4, 2011 at 10:35 pm

        สวัสดีครับพี่GOVISA

        F-1 นั้น ทางพี่ๆที่กพ.อเมริกากล่าวว่า ผมไปเรียนภาษาก่อน จากนั้น เมื่อได้เข้าป.โทตามRequirement เขาจะให้เปลี่ยนเป็น J-1ครับ

        เรื่องสัมภาษณ์ผมจะมาแบ่งปันนะครับ ช่วยเอาใจช่วยหน่อยคับ อิอิ

      • govisa  On April 5, 2011 at 5:19 am

        ขอบคุณนะคะที่เขียนมาค่ะ เดี๋ยวนี้กพ.ใจดีมากขึ้นที่อนุญาตให้นักเรียนทุนได้ไปเรียนภาษาก่อนได้ค่ะ ในอดีต นักเรียนทุนกพ.ที่อยากไปเรียนภาษาก่อนต้องจ่ายค่าเรียนภาษาเอง กพ.ไม่ออกเงินส่วนนี้ให้ค่ะ ขอโทษนะคะ น้องพอบอกได้ไหมคะว่า น้องไปเรียนต่อด้านอะไรคะ

        เมื่อไปถึงที่เรียนที่อเมริกา ถ้าน้อง Supachan พอมีเวลาและยังคิดถึงกันอยู่ เขียนมาบอกด้วยนะคะว่า การเปลี่ยนสถานภาพวีซ่าจาก F-1 เป็น J-1 นั้น มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง และต้องเสียค่า Sevis ใหม่ไหมค่ะ

      • Supachan  On April 7, 2011 at 1:11 pm

        สัมภาษณ์วีซ่าผ่านแล้วครับ ^_^
        1. รอคิว
        รอคิวยาวเหมือนกันนะ ผมได้นัดสัมภาษณ์ตามที่กำหนดคือ7:45 แต่มาถึง6:15 น. คนเยอะมาก ต่อคิวตั้งแต่หน้าEmbassy ถึง ใต้สะพานลอย
        2. จนท.สาวๆสวยๆมาคอยเช็คเอกสารต่างๆนานา
        ก็พวกเค้าจะตรวจก่อนเข้าEmbassyครับ ถ้าไม่ครบก็ต้องทำใจละครับ เพราะจนท.แนะนำยังไงก็ต้องทำตามไว้เลย จนท.จะเรียกคนที่สัมภาษณ์เป็นช่วงๆ ใครได้ตามรางสัมภาษณ์ก่อน จะได้เข้าคิวก่อนครับ เช่นต่อให่มาเช้าแค่ไหนแต่สัมภาษณ์9โมง ก็ต้องรอยาวเลยครับ เพราะจัดตามตารางมาก่อน
        3. เข้าไปตรวจร่างกาย
        ให้ปิดมือถือ เครื่องมือต่างๆเกี่ยวกับอิเล็คทรอนิกส์ เอาออกให้หมด ผมไม่รุ้ว่ามีFlash Driveอยู่ในกระเป๋า ก็เลยต้องเสียเวลารอคิวเข้าไปตรวจอีก ดังนั้น ต้องเอาออกให้หมด ไม่ว่าจะเปนสายหูฟัง เครื่องMP3ต่างๆก็ต้องฝากไว้กะจนท. Securityไว้ แถมอีกอย่าง เค้าจะให้แบบฟอร์มการส่งของทางไปรษณีย์ไทย ให้เรากรอกไว้ก่อนได้เลยครับ
        4. เข้าไปข้างในตามลูกศรกำหนดว่าจะไปทาง Non Immigration or immigration
        จะมีจนท.สาวๆอีกครั้งครับ เค้าจะจัดเอกสารใส่แฟ้มอีกครั้ง และรอเรียกหมายเลขครับ
        5. ถึงเวลาเรียก เข้าไปนั่งรอสัมภาษณ์
        ตรงนี้ต้องทำใจให้สงบๆก่อนนะคับ ผมยืนสมาธิเงียบๆ แต่ใจผมมันสูบฉีดไม่หยุดเลย ไปข้างในเจอ กงสุลหลายๆBlock จะมีกระจกกั้นไว้ ให้สนทนาซึ่งกันและกัน
        6. เข้าไปหากงสุลระดับ1
        ตรงนี้ทางกงสุลจะตรวจเอกสารต่างๆ และเค้าจะเรียงเองจะถามว่า
        – เอกสารคุณกรอกเองไหม?
        – เคยไปอเมริกาหรือป่าว
        – เรียนกี่ปี (สำหรับผม ตอบตามI-20ก่อนครับ)
        – มีญาติอยู่อเมริกาไหม?
        – คุณพูดอังกฤษได้ไหม? (ผมพูดอังกฤษได้ครับจะไปเร็วกว่า ถ้าเลือกภาษาไทย จะรอคิวยาวเลย)
        จากนั้น เค้าจะให้บัตรคิว+หนังสือการร้องเรียนอะไรสักอย่าง เค้าให้เรานั่งรอสัมภาษณ์กับกงสุลอีกครั้ง
        7. เมื่อถึงนัดหมายแล้ว
        ตรงนี้คือด่านสุดท้ายครับ เค้าจะพูดเปนอังกฤษส่วนมาก ไทยน้อย
        เข้าไป กล่าวสวัสดีครับแบบไทยๆ เค้าถามต่อว่า (ถามเยอะมาก เค้าจะพูดช้าๆ ชัดเจนดีครับ ^__^)
        – ไปทำอะไรที่อเมริกา
        – ไปเรียนกี่ปี
        – เปน นร.ทุนหรือป่าว
        – ชื่อมหาลัยอะไร?
        – มีครอบครัวที่อเมริกาไหม?
        – กลับมาทำอะไร?
        – เรียนด้านไหน?
        – คุณทำงานอะไรอยู่ (ผมตอบไปเลยว่า ผมว่างงานครับ เพราะลาออก จึงมีใบผ่านงานแนบด้วยครับ)

        เค้าก็ตอบว่า OK! I accept you for VISA. It will send you next week.

        ผมหน้าบานเลยครับ ยิ้มใหญ่ ตอบไปว่า Thank you very much for helping and supporting me.

        เค้าก็ส่งแบบฟอร์มสีฟ้า (แบบฟอร์มที่ส่งไปรษณีย์ที่ได้จากSecurityตอนแรก) เค้าให้เราเอาไปส่งที่ไปรษณีย์ไทยไกล้ๆริมสระน้ำของEmbassyนี้

        ก็รู้สึกดีใจสุดๆครับ แต่ลืมถามว่าได้นานกี่ปี????? แง่ววว เพลินไม่รู้เรื่องเลย ฮ่าๆ

        ผมจึงมาแบ่งปันให้ครับ เอกสารต้องครบจริงๆ เพราะเค้าจะขอดูเหมือน Internal and External Auditor ที่ตรวจระบบISOไรงี้

        มีอะไร ส่งไปให้เค้าเลยครับ และตอบตามความจริงที่เราทำมาครับ เจอกานที่ชิคาโก้ครับ เย้!!!

      • govisa  On April 7, 2011 at 9:56 pm

        ขอบคุณน้อง Supachan ที่เขียนมาอธิบายอย่างละเอียดค่ะ ที่ทางสถานทูตไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในสถานทูต เพราะเกรงว่า จะถูกนำๆไปใช้ในทางที่ไม่ดีเป็นอันตรายเหมือนในบางที่ที่ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับสถานที่นั้นๆ อย่างทึ่เป็นข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศค่ะ
        หลังจากได้วีซ่า ให้เตรียมเรื่องการเดินทาง การซื้อเงินติดตัวไปใช้ระหว่างเดินทางบ้างนิดหน่อยค่ะ น้องเป็นนักเรียนทุนกพ.ก็จะได้รับเช็คจากสถานทูตไทยในดีซีทุกเดือนเป็นค่าใช้จ่ายอยู่แล้วค่ะ อย่างไรก็ตาม น้องจะเข้าไปอ่านข้อมูลในหัวข้อ Money Matters กับ Pre-departure ดูก็ได้ค่ะ

    • Supachan  On April 7, 2011 at 1:14 pm

      ถึงGOVISA ผมเรียนต่อด้านMaster Science and Art ครับ สาขา Communication for Disorder ครับ

      ขอบคุณพี่ๆมากครับ ที่ช่วยตอบคำถามต่างๆ ผมเชื่อว่า เวปนี้มีประโยชน์มากๆครับ

      ขอบคุณครับ

      • govisa  On April 7, 2011 at 9:42 pm

        ขอบคุณค่ะ น้อง Supachan แล้ว U of Illinois at Chicago จะรับน้องเข้าเรียนต่อปริญญาโทด้าน Communication Disorders ด้วยหรือเปล่าคะ น้องไปเรียนผลิตเครื่องมือเพื่อการสื่อสารให้คนผิดปกติทางการพูดและฟัง หรือสอนให้คนผิดปกติทางการพูดและฟังสื่อสารได้อย่างคนปกติคะ

  • Woody  On April 3, 2011 at 12:11 am

    พี่คับพอดีมีปัญหานิดหน่อยคับ คือติดอยู่2-3เรื่องก่อนไปสัมภาษณ์ เรื่องเเรกที่กรอกชนิดของวีซ่าอ่ะคับ พอดีผมไม่เข้าใจเท่าไหร่เพราะทำเองหมดเลย เลยเลือกเป็นB1-B2 ผมไม่ค่อยมั่นใจว่าตกลงผมเลือกอะไรกันเเน่สามารถดูจากที่ไหนได้บ้างคับ คือถ้าเลือกอย่างด้านบนเเล้วผมทำผิดไหมกลัวมาก เเล้วอีกเรื่องนึง คือฟอร์ม DS-160 ของผม ที่กรอกไว้มันจะต้องเอาไปด้วยหรือคับในวันจริงหรือเอาเเค่ใบที่ คอนเฟิมที่มีเเค่หน้าเรากับบาร์โคทเท่านั้น (คือตัวที่กรอกไว้ตอนกรอกเสร็จมันให้printพอดีผมไม่มีเครื่องprintเลยให้ส่งไปทางเมล เเล้วที่นี้ผมดูมันมีเเค่หน้าที่มีรูปเรากับบาร์โคทเท่านั้น)เรื่องสุดท้าย ตอนไปเลือกสัมภาษณ์เลือกEng.หรือไทยดีคับจากเท่าที่ๆพี่ฟังมาโอกาศผ่านอันไหนมากกว่ากันคับ ขอบคุนล่วงหน้าคับ

    • govisa  On April 3, 2011 at 9:01 am

      @น้อง Woody
      1. พี่เคยเขียน blog ไว้ในหัวข้อวีซ่า ว่า มีวีซ่าประเภทใดบ้าง อย่างไรก็ตาม น้องสามารถเข้าไปอ่านที่เว็บไซต์นี้ได้ค่ะ http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_1286.html จะมีคำอธิบายวีซ่าประเภทต่างๆให้ ในที่นี้ ขออธิบายสั้นๆนะคะ วีซ่าประเภท B-1 เป็นวีซ่าของพวกนักธุรกิจ, นักกีฬา(พวกไปแข่งชิงรางวัล) ส่วนวีซ่าประเภท B-2 คือ วีซ่านักท่องเที่ยว หรือ พวกที่จะไปพบแพทย์เพื่อรักษาตัวทั้งหลายค่ะ ถ้าเลือกผิดประเภท คงไม่ได้เข้าไปสัมภาษณ์ในวันที่นัดไว้ เพราะต้องกลับออกมาเลือกประเภทวีซ่าใหม่ให้ถูกประเภทค่ะ เท่ากับต้องทำนัดสัมภาษณ์ใหม่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าประเภทนักธุรกิจ หรือ พวกไปหาหมอ เขาจะต้องมีเอกสารจากหน่วยงานที่กเมริกามาแสดงด้วยว่า ไปด้วยวัตถุประสงค์ดังกล่าวจริงค่ะ

      2. ส่วนที่ต้องนำไปแสดงเป็นหลักฐานในการสอบสัมภาษณ์ คือ Confirmation Number ที่มีรูปหน้าน้อง บาร์โค้ด ค่ะ ส่วน application form ที่กรอกแล้วและมีหลายคน Print ออกมาด้วย เพราะต้องการดูว่าตัวเองกรอกอะไรไว้บ้าง คำถามที่กงสุลสัมภาษณ์ส่วนใหญ่มาจากที่กรอกไปแล้ว ไม่ใช่ให้เอามาอ่านแล้วท่องจำนะคะ แต่หมายความว่า เขามีประเด็นสงสัยอันเกิดจากสิ่งที่ผู้ยื่นขอวีซ่ากรอกไป เขาจะดึงมันกลับมาถามผู้ยื่นขอวีซ่าอีกครั้งค่ะ

      3. การเลือกสัมภาษณ์ภาษาไทย หรือ อังกฤษ ไม่มีผลเป็นสถิติว่า ใครควจะได้วีซ่ามากกว่ากันค่ะ ที่เขาให้มีภาษาไทยด้วยน่าจะเป็นเพราะ บางคนเกิดอาการตกใจกลัว ประหม่าพูดไม่รู้เรื่อง หรือบางรายที่ค่อนข้างมีอายุ เช่น อายุใกล้ 60 ปี ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษ อาจเกิดอาการพูดไม่ออกต่อหน้ากงสุลค่ะ ส่วนใหญ่วัยรุ่นอย่างน้องๆทั้งหลาย โดยเฉพาะวีซ่าประเภทนักเรียน ถึงแม้น้องจะเลือกภาษาไทยไป ก็อจจะถูก Test จากกงสุล โดยกงสุลถามเป็นภาษาอังกฤษกลับมาค่ะ เพราะเขามองภาพว่า น้องจะช่วยตัวเองได้อย่างไรเมื่อไปถึงสหรัฐอเมริกา แล้วพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยค่ะ ส่วนคนมีอายุมักไปกับบริษัททัวร์ หรือมีญาติมารับที่สนามบินค่ะ อย่ากังวลตรงจุดนี้ พี่คิดว่า น้องจะเลือกภาษาใดก็เลือกไปก่อน ถ้าเลือกไทย เขาถามเป็นอังกฤษกลับมาบ้าง ก็พยายามมีสมาธิฟังให้เข้าใจแล้วตอบสั้นๆก็ได้ค่ะ ส่วนถ้าเลือกอังกฤษไป เขาพูดเร็วก็บอกเขาไปว่า Please repeat it again หรือ Please speak loudly (ในกรณีไม่ค่อยได้ยิน หรือได้ยินไม่ชัด) หรือ Please speak slowly หรือถ้าศัพท์บางตัว น้องไม่ทราบว่าภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าอะไร ก็พูดเฉพาะศัพท์ตัวนั้นเป็นภาษาไทยไป แล้วบอกว่า I do not know this word in English เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เขาเข้าใจว่า เราพอพูดได้บ้างนิดหน่อยค่ะ และเราได้พยายามแล้วนะคะ เอาใจช่วยให้ผ่านวีซ่าค่ะ

  • Aohh jaa  On April 4, 2011 at 1:15 pm

    พี่คะ รบกวนอีกรอบค่ะ
    Visa F1
    1.เอกสารที่ใช้ต่างๆ เป็นสำเนาไม่ต้องตัวจริงใช่มั๊ยคะ
    2.Statement(ใช้ของคุณพ่อ)ต้องกี่เดือน และขอไว้ไม่เกินกี่เดือนคะ (ของเก่าขอไว้ตั้งแต่ 14 กพ.)ใช้ได้ป่าวคะ

    ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    • govisa  On April 4, 2011 at 8:34 pm

      1. เอกสารที่จะนำไปให้กงสุลที่สถานทูตอเมริกาพิจารณาเป็นเอกสารตัวจริงทั้งหมด ไม่ต้องถ่ายสำเนาเอกสารค่ะ
      2. หลักฐานการเงินของผู้ปกครองต้องแสดงให้เห็นว่า บัญชีนั้นเปิดมานานแล้ว 6 เดือนขึ้นไปไม่ใช่เป็นบัญชีใหม่ที่เพิ่งเปิดใหม่ๆ หากมีบุ๊คบัญชีเล่มเก่าให้นำไปแสดงด้วยเพื่อให้เห็นว่าบุ๊คที่เห็นในปัจจุบันเป็นบุ๊คที่ต่อจากเล่มเก่า เป็นต้นค่ะ ตัวเลขในบัญชีของผู้ค้ำประกันต้องครอบคลุมรายจ่ายหนึ่งปีการศึกษาของสถานศึกษาที่ออก I-20 ให้ค่ะ คำว่า” ค่าใช้จ่าย ” หมายรวมถึง ค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัวค่ะ ในกรณีของน้อง แนะนำให้ถามผู้ปกครองว่า มีบัญชีเล่มเก่า หรือบัญชีเล่มอื่นๆเพิ่มเติมไหมค่ะ

    • govisa  On April 4, 2011 at 8:37 pm

      @ น้อง Aohh jaa สำหรับจดหมายรับรองฐานะการเงินที่ขอจากธนาคาร ไม่ควรมีอายุเกิน 3เดือน เพราะตัวเลขในบัญชีธนาคารอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

  • pan  On April 6, 2011 at 9:59 am

    สวัสดีค่ะวันนี้มาแชร์ประสบการณ์นะคะ ตอนนี้ลูกชายสัมภาษณ์ผ่านล้วค่ะ กงสุลถามประมาณ4-5คำถามคือ ไปทำไม ไปที่ไหน ไปกับใคร และเรียนอยู่ที่มศว.ไช่ไหม แล้วบอกให้ไปที่ช่องจ่ายเงินค่าไปรษณีย์ แล้วบอกว่าโชคดีครับ เอกสารที่เตรียมไปคือ
    1.เอกสารใบที่ปริ้นท์ออกมา2 ใบ ที่มีรูปและบาร์โค้ด และใบที่ได้วันนัดมสัมภาษณ์
    2.รูปถ่าย 1 ใบ และใบรับรองการเป็นนิสิตที่มศว.
    3.I 134
    4.จดหมายเชิญของน้าที่อเมริกา
    5.ใบรับรองการประกอบธุรกิจ ใบเสียภาษี
    6.สเตทเม้นของสปอนเซอร์
    7.สเตทเม้นท์ของพ่อแม่ซึ่งทั้งสองคนมีเงินในบัญชีคนลัห้าหมื่นเท่านั้น
    8.ใบรับรองเงินเดือนของพ่อ
    9.ใบทะเบียนการค้าของแม่
    ลูกชายบอกว่าเอกสารตั้งแต่ข้อ1-4 เท่านั้นที่กงสุลดู และเก็บไป อันอื่นๆเขาไม่ดูแลย แต่เราก็ควรเตรียมไปเพราะไม่แน่ว่าเราจะเจอกงสุลคนไหนแต่ละคนอาจมีวิธีสัมภาษณ์แตกต่างกันไป
    และลูกชายยังบอกอีกว่าตอนที่รอสแกนนิ้วมือ มีคนข้างหน้าซึ่งเป็นผู้หญิงเขาคงวางมืไม่เป็นหรืออาจจะไม่มั่นใจว่าควรทำอย่างไรเขาเลยถามเจ้าหน้าที่คำตอบที่ได้ตือคุณก็อ่านดูข้างหน้าซิคะ ประมาณว่าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ก็น่าเห็นใจอยู่หรอกวันๆเจอคนมากมายที่ถามคำถามที่ไม่น่าจะถามก็ต้องหงุดหงิดบ้างเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นเวลาเข้าไปก็ควรดูด้วยว่าคนข้างหน้าเขาทำอะไรอย่างไรเขามีปัญหาอะไร เพื่อเราจะได้คิดแก้ปัญหานั้นๆไว้บ้าง เพราะฉะนั้นควรมีสติตลอดเวลาไม่ต้องตื่นเต้น
    และการปริ้นเอกสารที่เราไม่ได้ปริ้นในตอนแรกนั้นเราสามารถปริ้นจากเครื่องคอมเครื่องอื่นไดไม่มีปัญหา ตัวเลขต่างๆไม่เปลี่ยนแปลงเลยไม่ต้องกังวล
    คนที่ต้องการเร่ารัดการสัมภาษณ์ถ้าเป็นนักเรียนที่ต้องไปเข้าเรียนให้ทันส่วนใหญ่จะได้รับการตอบรับแต่ต้องมีเหตุผลที่ดี ของดิฉัน ส่งอีเมล์ไปแต่เนื่องจากเป็นการไปแบบท่องเที่ยวขอเร่งรัดการสัมภาษณ์โดยต้องการให้พ่อแม่ลูกมาสัมภาษณ์ในวันเดียวกันซึ่งเห็นว่าพ่อแม่เป็นคนแก่อายุเจ็ดสิบ และมีวันนัดสัมภาษณ์ไม่ตรงกัน ซึ่งมันอาจไม่จำเป็นมากนักเพราะเป็นวีซ่าไปเที่ยวเยี่ยมญาติ กำหนดการต่างๆมันเลื่อนได้ ก็สมควรแก่เหตุผลที่ไม่อนุญาต
    สำหรับคนที่เพิ่งเข้าไปจองวันนัดสัมภาษณ์อย่าเพิ่งท้อนะคะเพราะว่าคนที่จองได้สำเร็จส่วนใหญ๋ต้องนั่งหน้าคอนตลอดเวลาและเข้าถี่ๆหน่อยทำอยูสองสามสัปดาห์อย่างตัวดิฉันเอง
    ขอบคุณ คุณ govisa สำหรับทุกคำแนะนะค่ะ โชคดีนะคะทุกๆคน

    • govisa  On April 7, 2011 at 6:53 am

      @คุณ Pan ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับข้อคิดที่เขียนมาแบ่งปันค่ะ ขอให้คุณพ่อคุณแม่ขอวีซ่าผ่านด้วยเช่นกันค่ะ และขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำอธิบายเรื่องการ Print Confirmation Number and Application ใน DS 160 หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน blog นี้ค่ะ

  • EaRTh  On April 8, 2011 at 12:32 am

    ผมมีคำถามคับ ตอนนี้ผมอยุ่ต่างประเทศ(เม็กซิโก) จะไปทำวีซ่าที่สถานฑูตเมกาที่เม็กซิโกได้มั้ยคัย แล้วต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างคับ??

    • govisa  On April 8, 2011 at 10:40 am

      @ น้อง Earth ไม่ได้บอกข้อมูลว่า น้องอยู่ในประเทศเม็กซิโกด้วยวีซ่าประเภทไหนนะคะ ถ้าเป็นวีซ่านักท่องเที่ยว น้องคงต้องกลับมาขอวีซ่าเข้าอเมริกาที่ประเทศที่น้องถือหนังสือเดินทางค่ะ ถ้าน้องถือหนังสือเดินทางของประเทศไทย (ที่ถามเพราะน้องบางคน ถือ หนังสือเดินทาง 2 ประเทศค่ะ) คือ กลับมาขอวีซ่านักท่องเที่ยวที่ที่สถานทูตอเมริกาที่กรุงเทพ แต่ถ้าน้องถือวีซ่านักเรียนไปเรียนอยู่ที่ประเทศเม็กซิโก และยังมีระยะเวลาที่ต้องเรียนเหลืออยู่นานพอสมควร น้องอยากจะเข้าไปเที่ยวอเมริกา น้องสามารถขอวีซ่าที่สถานทูตอเมริกาในประเทศเม็กซิโกได้ค่ะ เอกสารขอวีซ่านักท่องเที่ยวน่าจะเตรียมคล้ายกับผู้ที่อยู่ในประเทศไทย เช่น หลักฐานว่าน้องเรียนอยู่ที่สถานศึกษาชื่ออะไร และน้องจะต้องกลับมาเรียนต่อเทอมไหนที่สถานศึกษาเดิมในประเทศเม็กซิโก , Transcript แสดงผลการเรียนที่มหาวิทยาลัยในเม็กซิโก, หลักฐานทางการเงิน เช่นจดหมายรับรองบัญชีเงินฝากของน้องที่มีกับธนาคารในเม็กซิโก และบัญชีตัวจริง ถ้าตัวเลขคงเหลือในบัญชีมีไม่มาก เพราะเป็นนักเรียนอยู่ ก็ควรจะมีจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ปกครองที่เมืองไทยและ statement ที่ทำ true certified แล้วแนบไปด้วย, ชื่อที่พักในอเมริกา เป็นต้นว่า โรงแรม หรือ จะไปพักบ้านเพื่อน หรือ คนรู้จัก ก็น่าจะให้ เพื่อน หรือ คนรู้จักทำจดหมายรับรองนิดหนึ่งค่ะว่า น้องจะไปพักกับเขาค่ะ, ข้อมูลเกี่ยวกับรายการการเดินทางว่าจะเข้าไปอเมริกาวันไหนออกจากอเมริกาวันไหน วางแผนการว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างค่ะ

  • EaRTh  On April 8, 2011 at 10:58 am

    ผมนี่ไทยแท้ๆเลยคับ ผมก้อไม่รุ้ว่าวีซ่าเป็นประเภทไหนนะคับ 55 แต่ว่าผมเป็นเด็กแลกเปลี่ยนน่ะคั้บ ผมไปได้บัตรจากอิมมิเกรชั่นมา เปนประเภทนักเรียนคั้บ แล้ว ตอนนี้ผมอยากไปเที่ยวที่เมกากับโฮส ช่วงปลายเดือนพฤษภา คือเกือบจะกลับไทยพอดีน่ะคั้บ ผมกลับช่วงต้นกรกฎาคับ ก้อเลยอยากจะรุ้ว่าแบบนี้ทำวีซ่าที่เม็กได้มั้ย แล้วมันใช้เวลานานรึป่าวคั้บ

    • govisa  On April 8, 2011 at 9:23 pm

      น้อง Earth ค่ะ ระหว่างที่น้องอยู่ในประเทศเม็กซิโก พี่ไม่มั่นใจว่า น้องใช้ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาสแปนิชในการสื่อสารระหว่างน้องกับ host family และน้องพูดภาษาใดระหว่างอังกฤษกับสแปนิชได้คล่องกว่ากัน ให้น้องลองโทรศัพท์เข้าไปถามเจ้าหน้าที่สถานกงสุลอเมริกัน ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศเม็กซิโก ในเมืองที่ใกล้กับเมืองที่น้องอยู่มากที่สุดว่า น้องสามารถยื่นวีซ่านักท่องเที่ยวที่นี่ได้ไหม เพราะน้องมาเรียนมัธยมศึกษาที่เม็กซิโกในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยนค่ะ บอกเขาด้วยว่า น้องจะไปว่าเที่ยวอเมริกากี่วัน แล้วน้องต้องกลับมาเรียน high school ต่อที่ประเทศเม็กซิโกค่ะ แต่ถ้าน้องคิดว่า ตัวน้องยังพูดสแปนิชไม่ค่อยคล่องหรือพูดภาษาอังกฤษก็ยังไม่ดีพอ ลองให้ host family ถามแทนให้น่าจะได้ค่ะ

      เว็บไซต์ที่บอกที่ตั้งสถานกงสุลอเมริกันในประเทศเม็กซิโก คือ http://travel.state.gov/travel/cis_pa_tw/cis/cis_970.html จะมีรายชื่อเมืองและหมายเลขโทรศัพท์ของสถานกงสุลนั้นๆค่ะ ยกตัวอย่าง เช่น พี่ได้ลองอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ของสถานกงสุลอเมริกันที่เมือง Monterrey ในประเทศเม็กซิโก เขาพูดถึงชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศเม็กซิโก ถ้าจะเข่้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องขอวีซ่าก่อน วีซ่าของน้องควรอยู่ในประเภท B-1/B-2 ค่ะ เว็บไซต์ของสถานกงสุลอเมริกันที่เมือง Monterrey คือ http://monterrey.usconsulate.gov/what_is_a_visa.html ถ้าน้องคลิกไปที่คำว่า visa to usa จะได้ลิงก์ให้กรอกฟอร์ม DS 160 ค่ะ ส่ววันนัดสัมภาษณื พี่ไม่มั่นใจว่า ที่ประเทศเม็กซิโกคิวจะแน่น หาคิวยากเหมือนที่เมืองไทยหรือไม่ค่ะ ดังนั้น คำแนะนำของพี่ คือ กรอกฟอร์ม DS 160 เสร็จ รีบนัดเลยค่ะ เพื่อคิวนัดแน่นหาคิวยาก น้องจะได้มีเวลา log in เข้าไปหาคิวนัดสัมภาษณ์ได้บ่อยๆค่ะ

      อย่างไรก็ตามพี่อดเป็นห่วงน้องไม่ได้ อยู่ห่างไกลคุณพ่อคุณแม่ที่จะช่วยน้อง พี่ลองก็อบปี้ชื่อสถานกงสุลมาไว้ ณ ที่นี้ด้วยเลยค่ะ
      Embassy Location: The U.S. Embassy is located in Mexico City at Paseo de la Reforma 305, Colonia Cuauhtemoc; telephone from the United States: 011-52-55-5080-2000; telephone within Mexico City: 5080-2000; telephone long distance within Mexico 01-55-5080-2000. You may contact the Embassy by e-mail or visit the Embassy website.

      In addition to the Embassy, there are several United States consulates and consular agencies located throughout Mexico (listed below). If calling from the United States, dial 011-52 before the area code and telephone number.

      CONSULATES:

      Ciudad Juarez : Paseo de la Victoria 3650, telephone (011) (52) (656) 227-3000.
      Guadalajara : Progreso 175, Col. Americana; telephone (011) (52) (333) 268-2100.
      Hermosillo :Calle Monterrey 141 Poniente, Col. Esqueda; telephone (011) (52) (662) 289-3500.
      Matamoros :Avenida Primera 2002 y Azaleas; telephone (011) (52) (868) 812-4402.
      Merida : Calle 60 No. 338 K x 29 y 31, Col. Alcala Martin; telephone (011) (52) (999) 942-5700.
      Monterrey : Avenida Constitucion 411 Poniente; telephone (011) (52) (818) 047-3100.
      Nogales :Calle San Jose, Fraccionamiento “Los Alamos”; telephone (011) (52) (631) 311-8150.
      Nuevo Laredo : Calle Allende 3330, Col. Jardin; telephone (011) (52) (867) 714-0512.
      Tijuana : Avenida Tapachula 96, Col. Hipodromo; telephone (011) (52) (664) 622-7400.

      CONSULAR AGENCIES:

      Acapulco:Hotel Emporio, Costera Miguel Aleman 121 – Suite 14; telephone (011)(52)(744) 481-0100 or (011)(52)(744) 484-0300.
      Cabo San Lucas: Blvd. Marina Local C-4, Plaza Nautica, Col. Centro; telephone (011) (52)(624) 143-3566.
      Cancun: Blvd. Kukulcan Km 13 ZH Torre La Europea, Despacho 301 Cancun, Quintana Roo, Mexico C.P. 77500; telephone (011)(52)(998) 883-0272.
      Cozumel:Plaza Villa Mar en El Centro, Plaza Principal, (Parque Juárez between Melgar and 5th Ave.) 2nd floor, Locales #8 and 9; telephone (011)(52)(987) 872-4574.
      Ixtapa/Zihuatanejo:Hotel Fontan, Blvd. Ixtapa; telephone (011)(52)(755) 553-2100.
      Mazatlan:Hotel Playa Mazatlán, Playa Gaviotas 202, Zona Dorada; telephone (011)(52)(669) 916-5889.
      Oaxaca:Macedonio Alcala No. 407, Interior 20; telephone (011)(52)(951)514-3054 or (011)(52)(951) 516-2853.
      Piedras Negras:Abasolo 211, Local 3, Col. Centro; telephone (011)(52)(878) 782-5586 or (011)(52)(878) 782-8664.
      Playa del Carmen:The Palapa, Calle 1 Sur, between Avenida 15 and Avenida 20; telephone (011)(52)(984) 873-0303.
      Puerto Vallarta:Paseo de Los Cocoteros 85 Sur, Paradise Plaza – Local L-7, Nuevo Vallarta, Nayarit C.P.; telephone (011)(52)(322) 222-0069.
      Reynosa:Calle Monterrey 390, Esq. Sinaloa, Col. Rodríguez; telephone: (011)(52)(899) 923-9331
      San Luis Potosi:Edificio “Las Terrazas”, Avenida Venustiano Carranza 2076-41, Col. Polanco; telephone (011)(52)(444) 811-7802 or (011)(52)(444) 811-7803.
      San Miguel de Allende:Dr. Hernandez Macias 72; telephone (011)(52)(415) 152-2357.

      ได้ผลอย่างไร เขียนมาให้อ่านกันนะคะ ถ้ามีอะไรพอช่วยได้ จะได้บอกไปอีกทีค่ะ

  • dekdee  On April 9, 2011 at 1:34 pm

    คือผมกำลังลงมือกรอกเเบบฟอร์ม ตรง Primary Occupation ถ้าเราเป็นนักศึกษากำลังเรียนอยู่ ก็คือเลือก Education ใช่เปล่าครับ? แล้วถ้าในพาสปอตนามสกุลผมมี – อยู่ก็พิมพ์ไปให้เหมือนกับในพาสปอตใช่เปล่าครับ สามารถพิมพ์ – ลงไปในแบบฟอร์มได้เปล่าครับ? แล้วคำว่า Save Application to File กับ save ต่างกันไงหรอครับ คือผมงงตรงที่ว่า จะหมดเวลา 20 นาที คือเราต้องกอดเชพทุก20นาทีใช่เปล่าครับ คือระหว่างการกรอกข้อมูลลงใน DS160 คือมันก็ต้องหมดเวลาหรอครับถึงแม้ว่าเรากำลังกรอกข้อมูล คืออ่านในเว็บใช้เวลาประมาณ45นาที

    • govisa  On April 9, 2011 at 10:02 pm

      น้อง Vikrom คะ ถ้าน้องดู video ของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพ http://www.youtube.com/watch?v=RXVYpMfg00U&feature=related ให้น้องสังเกต video ประมาณนาทีที่ 3.15 จะมี subtitle ว่า โปรแกรมจะปิดลงถ้าคุณไม่ได้กรอกข้อมูลนาน 20 นาทีขึ้นไป

      ในกรณีที่น้องเริ่มกรอกฟอร์ม DS 160 ในหน้าแรกที่ให้กรอกชื่อนามสกุล รวมทั้งชื่อภาษาไทย ให้น้องสังเกตมุมบนขวามือของฟอร์ม DS 160 หน้าแรก ข้างใต้คำว่า Application ID จะมี Expiration Date ประมาณ 3 เดือนถัดไป คือ ถ้าน้องกรอกฟอร์มยังไม่เสร็จ น้องจะเก็บไว้ได้ไม่เกินวันที่ที่เขากำหนดมา เช่น พี่ลองคลิกจะกรอกฟอร์ม DS 160 วันที่ 9 เมษายน 2554 Expiration date คือ 31 กรกฎาคม 2011 และเวลาที่สามารถกรอกได้ทั้งหมด คือ 75 นาที ดังนั้นคำถามของน้องที่ว่า ต้อง Save ทุก 20 นาที คือ ใช่ค่ะ เพราะถ้าน้องไม่ Save ไว้ เมื่อเลย 20 นาที จะขึ้นคำว่า Time out ค่ะ แล้วน้องต้อง start ใหม่ หลายครั้งเข้า น้องจะรู้สึกเบื่อเองค่ะ เพราะฉะนั้นเมื่อกรอกไปได้ประมาณ 15 นาที save ครั้งหนึ่งก็ได้ค่ะ เพื่อจะได้ไม่ต้องเริ่มกรอกใหม่อยู่เรื่อยๆค่ะ

      ส่วนคำว่า Save application to file กับ save ต่างกันตรงไหน คือ เมื่อน้องคลิก save แทนที่จะกรอกข้อมูลหน้าถัดไป จะมีวลีขึ้นมาว่า Save application to file นั่นคือ น้องเริ่มเก็บข้อมูลที่น้องได้กรอกไปเป็น file ชื่อของน้อง ซึ่งมักจะขึ้นต้นด้วยคำว่า CEAAC ตามด้วยหมายเลข น้องจะเห็นรหัสนี้ เมื่อน้อง upload previous application ขึ้นมาดูค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลมาก ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวน้องจะเริ่มทำได้เองค่ะ ใหม่ๆอาจได้หมายเลข application id เปลี่ยนอยู่บ่อยครั้ง เพราะ save ไม่ทันบ้าง หรือ save ไม่เป็นบ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ เมื่อเห็นคำว่า save application to file ให้คลิก save ไปค่ะ และถ้าวันหลังจะกรอกใหม่ ให้เข้าไปที่ https://ceac.state.gov/genniv/ แล้วคลิกเลือกเมือง Bangkok, Thailand หลังจากนั้น Upload previous application form ขึ้นมาด้วยการ browse (กรณีไม่ได้ save ลง disk หรือ thumb drive ) ตอนนี้เองที่น้องจะเห็นรหัส CEAAC1…..และให้น้องสะกดนามสกุล 5 ตัวอักษรแรก , ปีคศ.ที่เกิด , คำถามที่น้องเลือกที่จะใช้เป็นรหัสข้อมูล ตอนเข้าไปกรอกครั้งแรกสุดเลยค่ะ เช่น ถามว่า คุณแม่ของคุณแม่ชื่ออะไร หลังจากนั้นก็เริ่มกรอกต่อไปได้ค่ะ

      นามสกุลที่มี hyphen ดูเหมือนถ้าพี่จำไม่ผิด น้องจะต้องเว้นวรรคแทน เพราะช่องนามสกุลใส่เครื่องหมายไม่ได้ค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง อธิบายได้ว่าโปรแกรมการกรอกฟอร์ม DS 160 ไม่ยอมให้น้องใส่เครื่องหมาย hyphen ค่ะ

      ส่วน Primary education ถ้าน้องเลือก student จะมีช่องให้น้องกรอกเกี่ยวกับสถานศึกษาค่ะ น้องกรอกชื่อมหาวิทยาลัยที่น้องกำลังเรียนอยู่ หรือ ที่เพิ่งเรียนจบมา (กรณีเพิ่งจบได้ไม่กี่เดือนค่ะ)

  • dekdee  On April 9, 2011 at 11:22 pm

    ขอบคุณมากๆเลยนะครับ ละเอียดมากเลย ^^

    • govisa  On April 9, 2011 at 11:49 pm

      ขอให้กรอกเสร็จเร็วๆนะคะ จะได้มี Confirmation Number เข้าไปนัดสัมภาษณ์ ที่หน้าเว็บไซต์นัดสัมภาษณ์วีซ่าได้ค่ะ

  • farmmaku  On April 11, 2011 at 1:02 am

    หวัดดีค่ะพี่คนสวย
    พอดีอยากทราบว่าถ้าไปงานแต่งและก็ไปเรียนรู้วัฒนธรรมต้องสมัครวีซ่าประเภทไหน ถือว่าเป็นวีซ่าแบบบีสองหรือว่าบีหนึ่งคะ แล้วคำว่า business หมายถึงธุรกิจ หรือว่ากิจธุระ
    ขอบคุณมากนะคะรอฟังคำตอบอยู่ค่ะ ใครรู้ตอบให้ด้วย

    • govisa  On April 11, 2011 at 5:31 am

      ควรเป็นวีซ่า B-2 มากกว่าค่ะ

  • farmmaku  On April 11, 2011 at 9:27 am

    พอดีเอกสารทางโน้นที่เขารับรองบอกว่าไปเรียนวัฒนธรรมกับร่วมงานแต่งก็ไม่เปลี่ยนเอกสารการรับรองให้เราใหม่ใช่ไหมคะ

  • farmmaku  On April 11, 2011 at 9:28 am

    งั้นเอกสารจะต้องเปลี่ยนใหม่ไหมคะ ว่าไปเที่ยวไม่ต้องไปเรียนวัฒธรรม หรือว่าสามารถใช้อันเดินได้ว่าไปเรียนวัฒนธรรมและร่วมงานแต่ง

  • farmmaku  On April 11, 2011 at 9:29 am

    งั้นหนังสือรับรองทางโน้นควรจะบอกว่าไปเที่ยวหรอคะ

    • govisa  On April 11, 2011 at 9:05 pm

      @น้อง Farm_maku

      พี่ไม่มีข้อมูลว่าตอนนี้น้องเป็นนักศึกษา หรือ ทำงานด้านใด การรับรองว่า “ไปเรียนวัฒนธรรม” เป็นจดหมายออกเป็นทางการโดยหน่วยงานใด ลักษณะโครงการแลกเปลียนวัฒนธรรมเป็นการไปศึกษาเรื่องใด ยกตัวอย่างเช่น ไปศึกษาเรื่องพิธีกรรมการแต่งงานของชาวตะวันตก ที่มีความแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา หรือ ไปศึกษาวัฒนธรรมเปรียบเทียบเรื่องการแต่งงาน ระหว่างชาวพื้นเมืองเดิมกับชาวอเมริกันยุคใหม่ หรือ เรื่องอื่นๆ หน่วยงานที่เชิญน้องไปเข้าร่วมโครงการศึกษาวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานระดับท้องถิ่น หรือระดับรัฐ ให้หน่วยงานนั้นทำจดหมายเป็นทางการกำหนดเนื้อหาคร่าวๆ เช่นหัวข้อและขอบเขตการศึกษาเรื่องการสมรส ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา เช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือน หน่วยงานนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทั้งค่าที่พักและค่าอาหาร ถ้าเป็นโครงการแลกเปลี่ยนในลักษณะที่ว่ามานี้ น้องน่าจะอยู่ในวีซ่าประเภทโครงการแลกเปลียนวัฒนธรรม คือ J-1

      แต่ถ้าเป็นการได้รับการ์ดเชิญไปร่วมงานแต่งงานเพื่อน หรือ คนรู้จัก น่าจะเป็นวีซ่าประเภทท่องเที่ยว B-2 มากกว่า ดังนั้น คนทางโน้นอาจส่งเป็นการ์ดเชิญไปร่วมงานแต่งงานก็พอค่ะ ให้น้องลองดูตารางการจัดแบ่งประเภทวีซ่า ซึ่งเรียบเรียงโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_1286.html

      ส่วนถ้าจะให้คนที่อเมริการับรองว่า เขาจะดูแลน้องระหว่างที่น้องไปเที่ยวอยู่ที่โน่น ก็ให้คนทางโน้นเขียนอธิบายนิดหนึ่งว่า รู้จักน้องได้อย่างไร อยากเชิญน้องไปเที่ยวอเมริกาตอนนี้ เพราะน้องอาจจะได้ลาหยุดพักผ่อนช่วงนี้ หรือ ถ้าน้องยังเป็นนักศึกษาอยู่ มหาวิทยาลัยของน้องตอนนี้อยู่ระหว่างปิดภาคการศึกษา เป็นต้นนะคะ จดหมายอาจเพิ่มเติมด้วยนิดหนึ่ง คนที่อเมริกาจะดูแลน้องระหว่างที่น้องไปอยู่ที่อเมริกานานกี่วันค่ะ

  • farmmaku  On April 11, 2011 at 9:51 am

    ขอบคุณมากนะคะพี่คนสวย

  • tanya  On April 11, 2011 at 1:00 pm

    รบกวนสอบถามเรื่องการเปลี่ยนชื่อ ถ้าเรามีวีซ่าอเมริกา 10 ปี อยู่แล้ว แต่ได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ และได้ทำพาสปอร์ตใหม่ โดยให้กระทรวงรับรองวีซ่าอเมริกาในพาสปอร์ตใหม่แล้ว จะต้องเอาพาสปอร์ตไปให้สถานฑูตอเมริการับรองอีกหรือไม่ จะมีปัญหาเวลาผ่านตมหรือไม่ ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

    • govisa  On April 11, 2011 at 9:46 pm

      @ น้อง tanya ให้น้องนำหนังสือเดินทางเล่มเก่า ไปให้เจ้าหน้าที่กรมกงสุลเย็บติดกับหนังสือเดินทางเล่มใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารที่อเมริกาเห็นว่า น้องเป็นคนๆเดียวกัน เพราะในหนังสือเดินทางเล่มเก่ามีชื่อเก่า ส่วนเล่มใหม่มีชื่ิอใหม่
      อนึ่ง น้องควรมีใบเปลี่ยนชื่อสกุลภาษาไทย ใบแปลภาษาอังกฤษ และตราประทับรับรองเอกสารแปลถูกต้องเหมือนของจริง จากกรมกงสุลแนบไปกับหนังสือเดินทางเวลาที่น้องยื่นหนังสือเดินทางให้กองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐดู เพราะเจ้าหน้าที่อาจมีคำถามถามน้องในเรื่องดังกล่าวได้ค่ะ

  • Woody  On April 12, 2011 at 1:07 pm

    ผมกลับมาแล้วคับ วันนี้ไปสัมภาษณ์มา ตอนเช้า 8.00 ผมไปตั้งเเต่ตี 5 ไปถึงอ้าวทำไมไม่เห็นใครเลยหรือเรามาเช้าไปหว่า หิวก็หิวเเถวนั้นไม่มี 7-11 เลย เดินไปเดินมานั่งป้ายรถเมล์แปปนึงก็เดินกลับมาตรงจุดรอก็เริ่มเห็นคนมาแล้วก็เลยไปยืนต่อคับสักพักนึงประมาณ 5.30คนเริ่มมาคับ(ดีเเล้วที่มาต่อก่อน อิอิ)ผมมาคนที่ 2 ข้างหน้าผมเป็นป้าเเก่กับคุณลุงมากับหลานน่าจะประมาณปี 1 มั้งยุงก็กัดเเล้วกัดอีกคนก็ทยอยมาเรื่อยๆพร้อมกับฟ้าเริ่มสว่าง หันไปอีกทีเเถวยาวเลยคับน่าจะเกือบถึงสะพานลอย ประมาณเกือบ7โมงมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงน่าตาดี 2คน มาเริ่มตรวจเอกสาร เจ้าหน้าที่ก็เข้าไปถามคุนลุงกับคุนป้าที่อยู่หน้าผม ว่าเอกสารเตรียมาหรือป่าวคะ ทั้ง3 คนทำน่า งง?
    บอกไม่มี เจ้าหน้าทีเลยเเยกเลยไปคุย(ประมาณว่าเค้าไม่รู้เรื่องการทำวีซ่าเลย คิดว่ามาสถานทูตเเล้วเข้าไปสัมภาษณ์ได้เลย น่าจะราวๆนี้นะคับ)สักพัก พวกอเจนซี่ที่อยู่เเถวๆนั้นก็เลยพาทั้ง 3คนข้ามฝั่งเเล้วก็หายไป(น่าสงสารจิงๆ) ติดตามต่อนต่อไปคับ…

    • govisa  On April 13, 2011 at 12:53 am

      น้องWoody ขยันไปแต่เช้าเลยค่ะ สอบสัมภาษณ์เวลา 8.00 น. ไปถึงตอน 7.30 น. ก็ได้ค่ะ พี่รอติดตามอ่านตอนต่อไปว่า น้องสอบสัมภาษณ์วีซ่าผ่านหรือเปล่านะคะ แต่คาดว่าน้องน่าจะผ่านนะคะ เพราะน้องเขียนบรรยายมาอย่างคนอารมณ์ดีค่ะ

  • dekdee  On April 13, 2011 at 1:32 pm

    พี่คับ อยากจะถามว่าอีกคำถาม คือหลังจากที่ผมเรียนจบ ม.6 ผมก็ไปเรียนภาษาที่ออสเตรเลียมา1ปี ในช่องเกี่ยวกับการศึกษาผมต้องกรอกเปล่าครับ ว่าเคยไปเรียนสถาบันที่ออสเตรเลีย ระยะเวลานี้ถึงนี้ เเต่ตอนนี้เรียนอยุ่มหาลัยเเล้วปี 1 หรือใส่เเค่เคยเรียนมหาลัย กับ เรียนตอนมัธยม ม.1-ม.6

    • govisa  On April 13, 2011 at 7:14 pm

      น้อง Vikrom คะ เริ่มกรอกสถานศึกษาล่าสุดก่อนค่ะ คือมหาวิทยาลัยที่เรียนปี 1 หลังจากนั้นให้น้องดูปีค.ศ.ว่า เรียนภาษาที่ออสเตรเลียปีไหน และเรียนมัธยมศึกษาระหว่างปีไหนถึงปีไหน จะได้เรียงตามลำดับได้ถูกค่ะ

  • Nicha  On April 14, 2011 at 12:40 am

    สวัสดีค่ะ ตอนนี้น้องสาวมีปัญหาไม่สามารถนัดสัมภาษณ์ได้เลย คิวเต็มมาก ก็เลยอยากจะช่วยน้องค่ะ ตัวเองตอนนี้อยู่ต่างประเทศเป็นไปได้มั้ยค่ะที่จะช่วยเข้าไปดูคิวให้น้องและก็นัดให้เลย แล้วก็น้องที่อยู่เมืองไทยสามารถเข้าไปดูอีกทีเพื่อปริ๊นใบนัดออกมาได้หรือป่าวค่ะ หรือว่าถ้าทำนัดแล้วต้องปริ๊นเอกสารทันที ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On April 14, 2011 at 2:32 pm

      น้อง Nicha คะ น้อง Nicha จะเป็นคนกรอกฟอร์มนัดสัมภาษณ์แทนน้องสาวก็ได้ค่ะ แต่มีเงื่อนไขว่า น้องต้องรู้หมายเลข confirmation number ของน้องสาว พี่ขอถามนิดหนึ่งว่า ใครเป็นกรอกฟอร์ม DS 160 คะ ถ้าน้อง Nicha เป็นคนกรอกให้น้องสาว น้องจะรู้ว่าหมายเลข confirmation number ของน้องสาวคือหมายเลขอะไร แต่ถ้าน้องสาวเป็นคนกรอกให้เขาส่งอีเมล์ หรือ จะ scan แนบกับอีเมล์ไปให้น้องดูเลยก็ได้ค่ะ ที่สำคัย ต้องรู้ด้วยว่า จะนัดสัมภาษณ์วีซ่าประเภทใด นักเรียน หรือ นักท่องเที่ยวค่ะ คิวนัดสัมภาษณ์ที่ปล่อยออกมาจะมีจำนวนไม่เท่ากัน คิวนัดสัมภาษณ์ของนักเรียน (F-1) จะมีจำนวนวันที่ที่มีสีเขียวมากกว่าค่ะ

      ส่วน ใครจะเป็นคนกรอกฟอร์มนัดสัมภาษณ์วีซ่าดี คำตอบคือ ทั้งน้อง Nicha หรือน้องสาวของน้องเอง ใครก็ได้ค่ะ เหตุผล คือ ถ้ายังไม่ได้วันนัดสัมภาษณ์ เพียงแค่น้อง Nicha หรือน้องสาวทราบว่า username กับ password คืออะไร น้องจะเข้าไปดูข้อมูลเพื่อทำการนัดสัมภาษณ์ได้ แม้จะอยู่ต่างสถานที่ ต่างเวลากันค่ะ

      เว็บไซต์นัดสัมภาษณ์ คือ http://thailand.us-visaservices.com เมื่อ log in เข้าไป ใครพบว่ามีวันนัดสีเขียวก่อนก็จองเข้าไปเลยได้ค่ะ เพราะช่วยกันดูหลายๆคนก็ดีค่ะ ไม่ปวดตา นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันปวดตานะคะ เมื่อนัดได้แล้ว น้องจะ scan แล้ว attach file มากับอีเมล์ส่งให้น้องสาว หรือ 2. น้องจะให้อีเมล์น้องสาวไปที่หน้าคิวนัดสัมภาษณ์ตอนกรอกฟอร์มนัด ทาง outsource ที่ดูแลการนัดก็จะส่งอีเมล์ confirm นัดไปที่น้องสาวค่ะ หรือ 3. น้องสาวไปที่เว็บไซต์นัดที่ให้ไว้ log in เข้าไป แล้วสั่ง print appointment confirmation ออกมา ก็จะได้ใบยืนยันการนัดสัมภาษณ์เช่นเดียวกัน แล้วแต่จะเลือกวิธีใดค่ะ ไม่ยากเลยนะคะ เพียงแต่ต้องเสียเวลาคอยดูว่า จะมีวันนัดสีเขียวปล่อยออกมาให้เราจองกันได้ตอนไหนเท่านั้นเองค่ะ

  • Nicha  On April 14, 2011 at 10:25 pm

    ขอบคุณมากค่ะ แล้วจะลองพยายามนัดให้ได้นะคะ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงยากเย็นเช่นนี้ เพราะเท่าที่ผ่านมาเมื่อปีก่อน ๆ ก็ไม่เห็นมีปัญหาแบบนี้เลยค่ะ

    • govisa  On April 15, 2011 at 1:01 pm

      เห็นใจน้อง Nicha ค่ะ เอาใจช่วยให้ได้วันนัดเร็วๆนี้นะคะ น้องอาจท้อหรือเบื่อ ให้คิดถึงวันที่เราจะได้คิวนัดนัดสัมภาษณ์แทน เพราะช่วงเวลานั้น เราจะรู้สึกดีใจมากๆ เหมือนโล่งอกเลยค่ะ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นนะคะ

  • dear  On April 16, 2011 at 3:37 pm

    อยากทราบว่าจดหมายเชิญจากญาติ จำเป็นต้องใช้มั๊ยคะ (ขอวีซ่าท่องเที่ยว ไปพักบ้านญาติค่ะ) พอดีญาติส่งมาให้แต่หน้า passport ไม่ทราบว่าเพียงพอมั๊ยคะ
    แล้วถ้าต้องใช้จดหมายเชิญด้วย ให้ส่งมาทางอีเมลได้มั๊ยคะ

    ขอถามอีกข้อค่ะ ถ้าเคยไปอเมริกามาแล้วครั้งนึง (วีซ่า น.ร.เมื่อ 5 ปีก่อน เรียนภาษา 3 เดือน กลับตรงเวลา) จะมีผลให้ขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้นมั๊ยคะ

    • govisa  On April 17, 2011 at 11:23 pm

      ถ้าน้อง Dear ทำงานแล้ว และมีจำนวนเงินฝากในบัญชีธนาคารมากพอที่จะครอบคลุมจำนวนวันที่จะเดินทางไปเที่ยวได้ เช่น ไปเที่ยว 10 วัน มีเงินฝากประมาณห้าแสน จดหมายเชิญจากญาติไม่จำเป็นค่ะ น้องอาจทำ list รายการที่จะไปเที่ยวเสริมด้วยก็ได้ว่า จะไปที่ไหนบ้าง หรือถ้าจะไปกับทัวร์ก็ขอใบรายการจากทัวร์ว่า แต่ละวันจะไปที่ไหนบ้างติดตัวไปในวันสัมภาษณ์ด้วยค่ะ
      อย่างไรก็ตาม ถ้าน้องจะไปพักบ้านญาติ และเงินในบัญชีของน้องขณะนี้ยังมีไม่มาก เพราะเพิ่งเริ่มทำงาน ก็ให้ญาติเขียนจดหมายมาทำนองว่า ชวนน้องไปเที่ยว และญาติจะรับรองน้องเรื่องที่พักและอาหาร จริงๆแล้วญาติน่าจะส่งเป็นจดหมายที่มีลายเซ็นต์สดมาด้วย แต่ถ้าน้องรีบจะไปขอวีซ่า แนะให้ญาติ attach จดหมายมากับอีเมล์ที่ส่งให้น้องค่ะ

  • ning  On April 17, 2011 at 3:14 am

    มีคำถามคะ ตอนนี้ อยู่อเมริกา ตั้งท้องอยู่ จะคลอดประมาณเดือนตุลา อยากให้แม่มาอยู่เป็นเพื่อน ช่วงคลอด เพราะเป็นคนแรก ทำไรก็ไม่เป็น อยู่กับสามีคนไทย แค่สองคน (green card)

    อยากจะทำวีซ๋าท่องเที่ยวให้แม่มา คงจะดำเนินการเอกสารอะไรต่างๆ ที่อเมริกา เพราะที่บ้าน ไม่ค่อยรู้ระบบเท่าไหร่ มีคำถามคะ

    1.เรื่องถ่ายรูปที่จะต้อง upload ลงในแบบฟอร์ม จะทำไงดีคะ ถ้าแม่ไปร้านถ่ายรูป เค้าจะมีไฟส์ให้หรือเปล่า และถ้ามี อาจจะให้เพื่อนส่งไฟส์ผ่านอีเมล์ แล้วเวลาที่หนิงกรอก ds160 ก็ upload ไป จะเวริ์ค ไหมคะ

    2.ถ้าจะทำจดหมายเชิญแม่มา รับรองเรื่องที่อยู่ แต่ไม่สามารถโชว์ statement ได้ เนื่องจากตอนนี้ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเรื่องตั้งครรภ์อยู่ ไม่สามารถมีเงินมากๆในธนาคาร (ถ้าจะทำ statement ก็ต้องเอาเงินไปเข้าbank แล้วพิมพ์ statement แล้วถอนเงิน แต่ไม่รู้ว่าจะเสี่ยงหรือเปล่า) หรือว่า ทำจดหมายเชิญแม่มา แต่เรื่อง sponsor แม่มีเงินในบัญชี ประมาณห้าแสน เป็นแม่บ้านอย่างเดียว อายุประมาณ65 คะ แม่สามารถเป็น sponsor ให้ตัวเองได้หรือเปล่า มันจะ make sense ไหมคะ

    รบกวนด้วยคะ

    • govisa  On April 17, 2011 at 11:45 pm

      @น้อง Ning

      1. เรื่องรูปถ่าย ให้คุณแม่บอกที่ร้านถ่ายรูปว่า ช่วย scan รูปใส่ thumb drive ให้ด้วย ถ้าร้านถ่ายรูปไม่มีบริการนี้ ให้แม่นำรูปถ่ายขนาด 2นิ้วคูณ2นิ้วไปทึ่ร้านๅเช่าอินเทอร์เน็ตถามเขาว่ามีบริการscan รูปลงThumb drive ให้ไหม หรือประการสุดท้ายให้แม่เอารูปไปให้เพื่อนหรือเพื่อนจะไปเอารูปแม่ scan ลงthumb drive แล้วส่ง file ไปให้น้องค่ะ
      2.เรื่องบัญชีเงินฝากที่คุณแม่ควรมี ถ้ามีอยู่ในบัญชีห้าแสนแล้วขอวีซ่านักท่องเทึ่ยวไปประมาณ 7-10 วันก็น่าจะพอ แต่อ่านที่น้องเขียนมา แม่น้องน่าจะไปอยู่เป็นเดือน เพื่อไปเลี้ยงหลานคนแรก พี่เกรงว่าเงินในบัญชีธนาคารจะมีน้อยไปนิดหนึ่ง แต่น้องก็ไม่สามารถใช้บัญชีน้องได้ ส่วนแม่อาจต้องใช้บัญชีญาติท่านอื่นเสริมเข้าไปด้วยค่ะ อีกประการหนึ่งนะคะ คุณแม่อายุ 65 ปี คุณแม่อาจถูกถามว่า เคยเดินทางไปต่างประเทศไหม หรือเดินทางคนเดียวได่ไหม ให้น้องเตรียมซ้อมคุณแม่ฝึกหัดตอบคำถามไว้บ้าง กันฉุกเฉิน กรณีคุณแม่ไม่รู้ว่า ควรตอบคำถามกงสุลอย่างไรดีค่ะ
      พี่ขออวยพรให้คุณแม่น้องผ่านวีซ่าค่ะ

  • Belle  On April 17, 2011 at 8:02 am

    กลับมาแล้วค่ะหลังจากรับคำแนะนำไปหายไปเลยกลับการยุ่งๆเรื่องเอกสาร เลยอยากจะขอสอบถามเพิ่มเติมค่ะ

    1. กำลังกรอกฟอร์ม DS160 ทีนี้ว่ามันมีว่าจะไปพักที่ไหน อันนี้เราต้องจองโรงแรมก่อนหรือเปล่าคะ ถึงจะเอาที่อยู่เขามาใส่ได้ คือกลัวว่าจองไปแล้วเกิดวีซ่าไม่ผ่านจะเสียค่าจองห้องไปน่ะค่ะ

    2.ที่พี่บอกว่า “ถ้ามีเอกสารระบุรายการเดินทางเที่ยวบินประกอบด้วยก็ดี” อันนี้เราจองก่อนไปยื่นวีซ่าเลยใช่มั้ยคะ แบบไป-กลับแล้วเอาเอกสารการจองไปยื่น แบบนี้คือจองก่อนแต่ยังไม่ต้องจ่ายเงินใช่มั้ยคะ

    3. จดหมายรับรองจากบริษัทที่ทำงานอยู่กับสามีและแม่สามีว่า เราทำงานตำแหน่งอะไร เงินเดือนๆละเท่าไร และเริ่มทำตั้งแต่เมื่อไร >> จดหมายอันนี้เอาตามฟอร์ม sponsor ได้เลยใช่มั้ยคะ เช่น ให้แม่สามีเขียนให้และปั๊มตราห้างหุ้นส่วนได้มั้ยคะ

    4. อย่างเราตามแฟนไปนี่เป็น principal applicant หรือเปล่าคะ หรือว่าต้องเป็นแฟนเรา

    รบกวนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On April 18, 2011 at 12:13 am

      @น้องBelle
      1. เรื่องที่พัก พี่ไม่ทราบว่า ทางแฟนน้องไปดูงาน บริษัทที่เชิญมาเขาแนะนำว่าให้ไปพักที่ไหน หรือเขาจองที่พักชื่ออะไรให้น้อง หรือเขาให้น้องจองเองคะ ถ้าเป็นอย่างหลังใส่ชื่อโรงแรมและที่อยู่โรงแรมไปก่อนได้ โดยที่ยังไม่ได้จองค่ะ
      2.ใบรายการทัวร์ พี่ไม่ได้ serious ว่า ทุกคนที่ขอวีซ่านักท่องเที่ยวต้องมีไป เพียงแต่พี่เคยคุยกับคนที่ขอวีซ่าไม่ได้ แล้วเขาเล่าว่า เขาตอบกงสุลว่าไม่ได้ว่า เขาจะไปไหนบ้าง อาจเป็นไปได้ว่า เขาประหม่าตื่นเต้น ดังนั้นถ้ามีกระดาษสรุปอะไรไว้บ้างในมือเรา จะทำให่เราอุ่นใจขึ้นได้ว่า ควรตอบอะไร หรือ ถ้าสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง อย่างน้อยยื่นใบรายการทัวร์ไปก็น่าจะดูดีว่า เราไปเที่ยวกับทัวร์ มีระยะเวลาไปและกลับแน่นอน ดังนั้นถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะไปกับทัวร์นี้หรือเปล่า และถ้าเกรงว่า ทัวร์จะขอเงินมัดจำ ลองขอใบรายการเขามาดู แล้วเอาใบรายการนั้นให้กงสุลดูค่ะ หรือ ถ้าหากตกลงกับทัวร์ได้ว่า ถ้าวีซ่าผ่านแล้ว ถึงจะมาชื้อบริการ ก็น่าจะได้ค่ะ
      3. คล้ายกัน แต่ไม่น่าจะใช่อย่างเดียวกันเพราะเนื้อหาที่ Sponsor จะรับรองเรื่องการเงินคงไม่ได้ระบุว่า น้องได้รับเงินเดือนเท่าไรค่ะ น้องคงต้องดัดแปลงเนื้อหาจดหมายนิดหน่อยค่ะ มีตราบริษัท และ จะประทับตราบริษัทตรงใกล้ลายเซ็นต์ผู้รับรองการออกจดหมายด้วยก็ได้ค่ะ
      4. เวลากรอกของแฟนๆเป็น principal applicant แต่ถ้าเวลากรอกของน้องๆกรอกว่า เราไม่ใช่ principal applicant จะมีคำถามประมาณว่า ไปกับใคร หรือ principal applicant ถือวีซ่าอะไร ถ้าไม่มีคำว่า B-1/B-2 ให้เลือกแนะนำว่า ไม่ต้องกังวล น้องลองกรอกให้น้องเป็น principal applicant ด้วยก็ได้ เพราะต่างก็ต้องเดินทางกันเองเพียงไปด้วยกันเพราะเป็นครอบครัวเดียวกันค่ะ

  • Banana  On April 19, 2011 at 10:01 pm

    สวัสดีค่ะ รบกวนช่วยตอบคำถามหน่อยค่ะ พอดีว่าดิฉันต้องการขอวีซ่าประเภท J-1 เพื่อไปทำวิจัยที่อเมริกาประมาณแปดเดือนค่ะ จะไปเดือนมิถุนายน แต่ถ้าพ่อและน้องสาวจะไปขอวีซ่าพร้อมกัน เพื่อไปเยี่ยมประมาณเดือนตุลาคม จะต้องขอวีซ่าประเภทไหน และการจองคิวสัมภาษณ์ ต้องจองแยกกัน หรือ ดิฉันจองคนเดียว หรือมีอะไรแนะนำช่วยชี้แนะด้วยค่ะ ตอนนี้งงมาก ยังไม่ได้จองคิวสัมภาษณ์เลยค่ะ

    • govisa  On April 19, 2011 at 11:33 pm

      @น้อง Pradinunt คุณพ่อและน้องสาวขอวีซ่าประเภท B-2 (ประเภทท่องเที่ยว)ค่ะ การจองคิวนัดสัมภาษณ์วีซ่าจองพร้อมกันได้ ถ้าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน นามสกุลเดียวกัน มีชื่ออยู่ในบ้านเดียวกันได้ไม่เกิน 4 คนค่ะ ถ้ายังไม่จองคิวนัด ก็รีบเข้าไปดูค่ะ เพราะน้อง Pradinunt อาจจะเห็นวันนัดสีเขียวเลยทันทีที่เปิดเข้าไปดู หรืออาจจะไม่เห็นต้องรอคอยเปิดดูอยู่เรื่อยๆ บอกไม่ได้ค่ะ เพราะเป็นเรื่องที่ outsource ของสถานทูตจะจัดคิวว่างและปล่อยวันที่ว่างออกมาให้เราได้จองกันค่ะ

  • Banana  On April 20, 2011 at 9:20 pm

    ขอบคุณค่ะ สำหรับคำตอบเรื่องชนิดวีซ่า แต่วันนี้กรอก DS160 ซึ่งหนูต้องกรอกให้พ่อและน้องด้วยค่ะ ของหนูกรอกเสร็จเรียบร้อยจนได้ confirmation page ชึ่งมีรูปและบาร์โคตค่ะ แต่ที่อ่านจากคำถามด้านบนเห็นพี่บอกว่า confirmation จะมี 3-4 หน้า สรุปแล้วของหนูถูกหรือไม่คะ คำถามต่อไปคือ หนูกรอกให้น้องสาวจนถึงหน้า review และรูปก็สามารถใช้ได้ แต่ทำไมคลิ๊ก หน้า sign ไม่ได้ค่ะ เลยทำให้ของน้องยังไปไม่ถึง confirmation page ค่ะไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร
    ส่วนของพ่อตอนนี้รอรูปถ่ายอยู่ค่ะ เลยยังไม่ทราบว่าจะมีปัญหาเหมือนกันหรือไม่
    รบกวนช่วยไขปัญหาให้หน่อยค่ะ นั่งลองทั้งวันแล้ว

    • govisa  On April 21, 2011 at 1:29 am

      @ น้อง Pradinunt คำถามเรื่อง sign ไม่ได้ ลอง back กลับไปตรวจดูหน้าเก่าๆตรง Review ใหม่ว่า มีอะไรบกพร่อง หรือลองคลิก edit บาง part ดูว่ามีอะไรผิดหรือเปล่า เพราะเคยลอง back กลับไปตรวจ แล้วลองคลิกกลับมา confirm upload รูปใหม่ ก็ sign ได้ค่ะ ลอง ดูนะคะ back กลับไปตรวจทีละหน้าใหม่ ได้ผลอย่างไร เขียนมาบอกกันบ้างนะคะ ของคุณพ่อไม่น่าเป็นค่ะ อย่ากังวลไปก่อนล่วงหน้าค่ะ

  • Banana  On April 20, 2011 at 9:21 pm

    อ่อ หนูลืมบอกไปว่า confirmation ของหนูมีแค่หน้าเดียวค่ะ

    • govisa  On April 21, 2011 at 1:19 am

      น้อง Pradinunt คะ หน้า Confirmation จะมีแผ่นเดียวถูกแล้วค่ะ

      อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ Print หน้า Confirmation เสร็จ น้องสามารถ back กลับไป เพื่อสั่ง print application form ซึ่งจะมีประมาณ 3-4 หน้า ในหน้าเหล่านั้น คือ รายละเอียดที่น้องได้กรอกไปแล้วค่ะ น้องจะ Print หรือไม่ Print ก็ได้ ถ้า print ก็จะมีรายละเอียดเก็บไว้ว่า น้องได้กรอกอะไรไปบ้าง เพราะเวลากงสุลถามก็มักจะตั้งคำถามจากสิ่งที่น้องกรอกไปแล้วค่ะ น้องบางคนอาจขี้ลืมว่า ตัวเองกรอกอะไรไป พี่จึงแนะนำให้ print ออกมาดูเท่านั้นเองค่ะ พี่ไม่ได้ serious เรื่อง print application form ออกมาค่ะ ถ้าน้องคิดว่าน้องจำรายละเอียดที่กรอกได้หรือเป็นคนกรอกเอง ไม่ได้ให้ agent เป็นคนกรอกให้ ก็ไม่ต้อง print ออกมาก็ได้ค่ะ

  • dekdee  On April 21, 2011 at 7:44 pm

    กรอกเสร็จแล้วจองคิวสัมภาษณ์ได้เเล้วครับ วันที่ 27 May ขอบคุณพี่govisaมากนะครับ

  • pt  On April 22, 2011 at 3:39 am

    อยากถามพี่ว่าคือ กรอกดีเอส160 แล้วซื้อพิน เเล้วก้อทำการล้อคอินดูวันมาปะมานสองเดือนเเล้ว เเล้วดีเอส160ข้อมูลมันผิด อะค่ะ เลยทำการกรอกข้อมูลใหม่ เเล้วพอล้อคอินไป มานจะมีหน้านึงก่อนไปหน้าปฎิทินมานให้กรอdเลขดีเอสได้ก้อเลยลบแล้วก้อแก้เลขดีเอสเป็นอันข้อมูลอันใหม่ มานทำได้ไมค่ะ เเต่ทำไปแล้ว เลยกังวลว่าทำได้ไม เเต่ยังไม่ได้วันจองนะค่ะ เพราะยังจองไม่ได้เลย

    • govisa  On April 22, 2011 at 5:31 am

      @ น้อง Ploy ทำได้ค่ะ เพราะน้องยังไม่ได้ confirm หรือยืนยันวันที่จองนัดสัมภาษณ์ค่ะ

  • Banana  On April 22, 2011 at 9:46 am

    สวัสดีค่ะ น้องจะเข้ามาบอกว่าตอนนี้กรอก DS160 ได้ครบทั้งของหนู พ่อและของน้อง ค่ะ
    และก็จองคิววันสัมภาษณ์ได้เรียบร้อยแล้วค่ะ ทีนี้ก็เหลือลุ้นว่าจะผ่านมั๊ย
    ขอบคุณพี่ค่ะ ที่ให้คำแนะนำ

    • govisa  On April 23, 2011 at 3:19 pm

      เอาใจช่วยน้อง Pradinunt ให้ผ่านวีซ่าอีกคนนะคะ ได้คิวสัมภาษณ์วันไหนคะ จะได้รอลุ้นเมื่อถึงวันนั้นด้วยกันค่ะ ได้แล้วส่งข่าวบ้างนะคะ

      • Banana  On April 27, 2011 at 2:26 pm

        สวัสดีค่ะ จะเข้ามาบอกว่าได้คิวสัมภาษณ์แล้วค่ะ วันที่ 18 พ.ค. นี้ค่ะ แล้วยังไงจะเข้ามาเล่าเรื่องตอนไปสัมภาษณ์อีกครั้งนะคะ

      • govisa  On April 27, 2011 at 10:45 pm

        ขอบคุณค่ะ โชคดีค่ะ น้อง Pradinunt (-_-)

  • dekdee  On April 22, 2011 at 12:31 pm

    พี่ครับ รบกวนถามหน่อยว่า คือในเเบบฟอร์มตรงคำว่า

  • dekdee  On April 22, 2011 at 12:36 pm

    พี่ครับ รบกวนถามหน่อยว่า คือในเเบบฟอร์มตรงคำว่า state/province ผมเลือก does not apply ไปเป็นอะไรเปล่าครับ หรือว่าตรงใส่ bangkok แต่ผมกรอกไปเรียบร้อยเเล้วเครียดอยุ่เหมือนกัน แล้วที่ในจองคิวสัมภาษณ์วีซ่าผมก็เลือก B2 tourist/family visit ผมว่าผมเลือกถูกเเล้วนะครับแต่ผมกดคอนเฟิมเเล้วในช่องมันขึ้นว่า Visitor(Pleasure, Business, Medical Treatment)กังวลอยุ่เหมือนกันอะครับ เราย้อนกลับไปดูไม่ได้เเล้วใช่เปล่าครับเพราะว่ากดคอนเฟริมเเล้ว ^^

    • govisa  On April 23, 2011 at 3:17 pm

      น้อง vikrom อย่าคิดวิตกกังวลมากเกินไป เสียสุขภาพค่ะ ที่น้องกรอกไปทั้งหมดถูกต้องหมดแล้วนะคะ ไม่ต้องแก้ไขค่ะ ขอให้น้องสบายใจได้และสอบสัมภาษณ์วีซ่าผ่านค่ะ เอาใจช่วยค่ะ

  • มือใหม่  On April 24, 2011 at 4:45 pm

    ไปสัมภาษณ์วีซ่ามาแล้วค่ะ ไปถึงสถานทูตตั้งแต่หกโมงครึ่งค่ะ ตอนแรกเห็นแถวยาวจนเกือบถึงสะพานเลยก็ตกใจนิดหน่อยว่ามาช้าไปรึป่าว แต่เค้าก็เรียกตามเวลาที่นัดไว้ค่ะ ก็เลยโล่งอก เวลานัดสัมภาษณ์ 7.45 น. เค้าจะเรียกดูเอกสารประมาณ 7 โมงค่ะ เสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดก็สิบโมงพอดีค่ะ ตอนนี้ก็นั่งรอวีซ่าอยู่ที่บ้านแล้วค่ะ ขอบคุณพี่ govisa มากๆ สำหรับคำแนะนำค่ะ

    • govisa  On April 25, 2011 at 6:28 am

      ขอบคุณน้อง Siriporn มากๆค่ะ ที่บอกผลมาว่า ได้รับวีซ่าแล้ว ว่าแต่ว่า เขาถามอะไรบ้างค่ะ เพื่อคนที่เข้ามาอ่าน จะได้มีข้อมูลเตรียมตัวไว้ตอบคำถามบ้างค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

      • มือใหม่  On April 27, 2011 at 9:42 pm

        คือจะไปทำงานวิจัยระยะสั้นค่ะ เป็นวีซ่าแบบ J-1 เขาก็เลยไม่ถามไถ่อะไรมาก เพราะเรามีทุนสนับสนุนจากเมืองไทยค่ะ แต่อาจจะต้องเตรียมหูมาให้ดีซักนิดค่ะ เพราะว่าเขาสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่สำหรับคนที่ภาษาดีอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาค่ะ เท่าที่จับใจความได้นะคะ เขาก็จะถามประมาณว่า จะไปทำอะไรในอเมริกา งานวิจัยเกี่ยวกับอะไร อยู่นานเท่าไหร่ ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ระหว่างอยู่ที่อเมริกา เมื่อเรียนจบแล้วจะทำงานอะไรที่ไหน คงเพื่อเป็นการยืนยั