การเตรียมหาที่พักก่อนเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา(ตอนที่ 2)


Off-Campus Housing เป็นที่พักของเอกชน หรือ บ้านเช่าต่างๆซึ่งอยู่นอกบริเวณสถาบันการศึกษา สถานที่พักเหล่านี้รับบุคคลทั่วไปเข้าพัก ไม่จำเป็นจะต้องเป็นนักศึกษาเสมอไป การติดต่อและการทำสัญญาเข้าพักต่างๆ นักศึกษาจะต้องเป็นผู้สืบค้นหาเองว่ามีที่ใดว่าง สามารถจะเช่าอยู่เพื่อพักอาศัยได้ ที่พักประเภทนี้ราคาและสภาพของที่พัก จะแตกต่างกันไปแล้วแต่เจ้าของที่พัก หรือ บริษัทจัดหาที่พักจะเป็นผู้กำหนด นักศึกษาอาจปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ Housing Office หรือ อาจารย์ที่ปรึกษานักศึกษาต่างชาติ (International Student Officer) บางมหาวิทยาลัยจะรวบรวมข้อมูลรายชื่อเอกชนทีจัดหา off campus housing ไว้ในหน้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยก็มี เช่น

Off-Campus Housing หรือ ที่พักนอกสถานที่ แบ่งออกเป็น

1. Apartment มีหลายราคาหลายระดับขึ้นอยู่กับสภาพห้อง ที่ตั้ง ความสะดวกในการเดินทาง ความพร้อมของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเครื่องแต่งห้องของแต่ละแห่งเป็นสำคัญ Apartment ส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็นประเภทมีเฟอร์นิเจอร์เรียบร้อยแล้ว (Furnished) และประเภทไม่มีเฟอร์นิเจอร์ (Unfurnished) ซึ่งจะราคาถูกกว่า แต่ต้องหาเฟอร์นิเจอร์มาใส่เอง กรณีมีนักศึกษาพอใจอยู่คนเดียว นักศึกษาสามารถเลือกที่พักแบบ One Bedroom ได้

การที่จะเข้าพักในที่พักประเภทนี้ จะต้องมีการทำสัญญาเช่า (Lease) กับเจ้าของบริษัทจัดหาที่พัก ซึ่งต้องมีข้อตกลงและเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น ผู้เช่าควรจะศึกษาสัญญาให้เข้าใจให้เรียบร้อยก่อนเซ็นสัญญาเช่า และต้องปฏิบัติตามสัญญานั้นๆอย่างเคร่งครัด หากผิดสัญญาอาจถูกปรับหรือฟ้องร้องได้ ส่วนใหญ่สัญญาจะนับเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 9-12 เดือน ผู้เช่าที่จะย้ายออกก่อนกำหนดเวลาตกลงในสัญญาเช่า ต้องทำสัญญาเช่าต่อ (Sub-Lease) ให้กับผู้เช่าช่วง และควรระวังทั้งผู้ให้เช่าและผู้รับช่วงด้วย เนื่องจากผู้เช่ายังต้องรับผิดชอบสัญญาเช่าอยู่ นักศึกษาที่พักในและนอกสถานศึกษา ควรประกันทรัพย์สินสิ่งของต่างๆที่สำคัญและเป็นของส่วนตัว หากสิ่งของถูกขโมยหรือทำลาย บริษัทประกันภัยจะเป็นผู้จ่ายเงินชดเชยให้นักศึกษา

คำแนะนำในการมองหาที่พักแบบง่ายๆ คือ ให้ลองหาที่พักจากหน้าโฆษณา ในหน้าหนังสือพิมพ์์โดยเฉพาะฉบับวันอาทิตย์ จะเป็นฉบับที่มีรายการโฆษณามากที่สุดยังคงใช้ได้อยู่ แต่ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตแบบสมัยใหม่ นักศึกษารุ่นใหม่หลายคนนิยมเข้าไปค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์  http://www.craigslist.org/about/sites/ โดยจะแยกออกเป็นรัฐ แยกตามเมืองในรัฐที่เลือกเข้าไปค้นข้อมูล  เช่น http://sfbay.craigslist.org/

นักศึกษาบางคนเลือกที่จะขับรถไปรอบๆบริเวณสถานศึกษา มองหาป้ายให้เช่าที่แขวนอยู่ การไปขอดูสถานที่ตั้งทั้งภายนอกและภายในอาคารควรทำในเวลากลางวัน ต้องอ่านหนังสือสัญญาให้ละเอียด สอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายที่ผู้เช่าต้องจ่ายและรับผิดชอบ เลือกเพื่อนบ้านด้วย และลองหาทางคุยกับผู้เข้าพักในอาคารนั้นๆรายอื่น ถ้าตัดสินใจจะแชร์ค่าที่พักด้วยกัน จะต้องศึกษาและพูดคุยทำความตกลงในเรื่องต่างๆด้วยกัน เพื่อเรียนรู้อุปนิสัยใจคอกันก่อน อาทิ เช่น งานอดิเรก,การสูบบุหรี่, การดำเนินชีวิตประจำวัน, การจัดงานปาร์ตี้และเชิญแขก, อาหาร รวมถึงวิธีการหารแล้วแบ่งกันออกค่าใช้จ่าย และการดูแลทำความสะอาดที่อยู่ เป็นต้น

โดยสรุป ให้พิจารณาเรื่องราคา ความใกล้ไกลมหาวิทยาลัย ความปลอดภัย แสงสว่างในอาคารที่พอเพียง และล็อคประตู หรือหน้าต่างอยู่ในสภาพที่ดี บาง Apartment ผู้เช่าต้องรับผิดชอบจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊สเอง โดยติดต่อกับ Utility Companies โดยตรงเพื่อวางเงินมัดจำ ถ้านักศึกษาเลือกพักใน Unfurnished Apartment International Student Adviser จะเป็นที่ปรึกษาที่ดีในการแนะนำสถานที่พัก แนะนำแหล่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ในการตกแต่งที่พักราคาถูก นอกเหนือไปจากการหาข้อมูลเองผ่านทางเว็บไซต์ http://www.craigslist.org/about/sites/

2. Rooming House เป็นห้องเช่าซึ่งนักศึกษาอาจจะพักอยู่ในห้องๆหนึ่ง ร่วมบ้านเดียวกับเจ้าของบ้าน โดยเจ้าของบ้านอาจมีระเบียบว่า ให้เช่าอุปกรณ์ต่างๆในบ้านอะไรได้บ้าง เช่น บางแห่งอาจให้ทำกับข้าว หรือใช้ตู้เย็น ฯลฯ รวมกับเจ้าของบ้านได้ แต่บางแห่งก็ไม่อนุญาต Rooming House บางประเภทจะมีแต่นักศึกษาพักอยูู่ โดยไม่มีเจ้าของบ้านอยู่รวมด้วยก็ได้ โดยนักศึกษาแต่ละคนมีห้องพักเป็นสัดส่วนของตนเองคล้ายกับ Dormitory ผู้พักอาศัยจะต้องใช้อุปกรณ์บางอย่างร่วมกับผู้พักอื่นๆ เช่น ใช้ครัวร่วมกัน หรือ ห้องน้ำร่วมกัน เป็นต้น และเมื่อมีเพื่อนมาค้างด้วย จะต้องเสียเงินพิเศษให้กับเจ้าของบ้านด้วย

3. Homestay ในสหรัฐอเมริกาการจะเข้าพักกับ Homestay หรือ Family ในระยะยาวเป็นปีนั้นไม่ใคร่เป็นที่นิยม และหาได้ค่อนข้างลำบาก ส่วนใหญ่จะเป็นการเข้าพักระยะสั้น เช่น ช่วงเรียนภาษา แต่บางที่ก็มีบางครอบครัวอเมริกัน ที่ต้องการรับนักศึกษาเข้าพักอยู่ด้วยในระยะยาว การพักกับ family นี้ ผู้เข้าพักจะเข้าไปอยู่คล้ายกับเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนั้นๆ อาจต้องช่วยเหลือเจ้าของบ้านทำงานเล็กๆน้อยๆ เช่น ช่วยล้างจาน ทำความสะอาดบ้านบ้างในกรณี เพราะครอบครัวอเมริกันทั่วๆไป จะไม่มีคนรับใช้ทุกคนต้องช่วยกันทำเรื่องเหล่านี้ นักศึกษาที่พักอยู่กับ Family จะต้องเสียเงินค่าเช่าตามที่ตกลงกันให้กับ Family โดยตรง ผู้ที่เลือกพักกับครอบครัวคนอเมริกัน ควรเข้าใจถึงวัฒนธรรมพื้นฐานของประเทศด้วย

San Diego State University จัดบริการหาครอบครัวชาวอเมริกันให้นักศึกษาต่างชาติที่สนใจอยู่กับ American family

ค่าเข้าพักกับ Family ที่บริษัท Seattle Homestay Agency เป็นผู้รับจัดหาให้กับนักศึกษาที่สนใจ

คำว่า “อเมริกันชน’ เป็นการรวมผู้คนจากหลากหลายชนชาติ ต่างก็เรียกตนเองว่าเป็นคนอเมริกันทั้งสิ้น ดังนั้นครอบครัวที่รับนักศึกษาไปอยู่ด้วยอาจมีพื้นเพเป็น Anglo-American, African -American, Asian-American ฯลฯ ความเชื่อและศาสนาอาจมีทั้ง Catholic, Protestant นิกายต่างๆไม่มีการแบ่งแยกแต่อย่างใด นักศึกษาไม่สามารถระบุได้ว่าต้องการเชื้อชาติใดเชื้อชาติหนึ่งๆ ซึ่งจะเป็นการแบ่งแยกเชื้อชาติ (Race Discrimination) นับเป็นเรื่องถือสากันอย่างร้ายแรงมาก โดยปกติ สถานศึกษาซึ่งเป็นผู้จัดหาครอบครัวให้นักศึกษา จะมีกฎเกณฑ์มาตราฐานวางไว้ให้ทุก Family ต้องปฏิบัติตนต่อนักศึกษาอย่างเหมาะสม และมีหน่วยงานสอดส่องดูแลให้ปฏิบัติตามเกณฑ์นั้น หากนักศึกษามีปัญหากับครอบครัว และมีเหตุผลที่สมควรก็สามารถขอเปลี่ยนครอบครัวที่พักอยู่ได้

โรงเรียนภาษา ชื่อ Interlink ที่ Colorado School of Mines นำบทความเกี่ยวกับ Homestay มาไว้ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย หากผู้สนใจสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยดังกล่าว http://csm.interlinkesl.com/homestays.html 

1. What is a Homestay?

A “homestay” is a cultural exchange in which a person visiting or temporarily staying in another country lives with a family in the host country. Homestays involve relationships between people and should not be confused with a boarding-house or hotel experience in which a person only rents a room. While students pay their own expenses for room and board, the purpose of an INTERLINK homestay is not just to provide a place to stay but to create an enriching learning experience for both the student and the host family. There are homestays for short periods (one night or a weekend) and for longer times (a vacation period, a term, several terms).

2. What kind of student is best suited for a homestay?

Homestays are available and useful for students of any age, from 16 to 60, but they are not ideal for every student and every situation. Homestays are probably most helpful for students coming to the United States for the first time and interested in having a safe, family environment in which to: practice English and get used to life in a different country; learn about American family life and values; interact with people of different ages; and share their own culture and interests. Homestay students must be willing to make an effort to communicate and cooperate with others and accept the rules and preferences of the families with whom they live. For example, most homestay families do not allow smoking in their homes. Because of the additional responsibility involved, students seeking a homestay should be mature, stable individuals who are good-natured and flexible. Such students usually have a positive and memorable homestay experience.

3. What kind of families participate in the homestay program?

4. What do homestay families expect of students?

5. What are the advantages of a homestay?

6. Are there difficulties with a homestay?

7. What suggestions do you have about Homestays?

*Living with a family, your own or an American family, takes understanding and patience. You will have misunderstandings and minor problems, but they can be worked out. The advantage of working on your relationship is a lasting friendship with a family of another culture, and much more personal growth as well.

*Be observant. Notice ways you can be helpful to your family. Clear your dishes from the table after dinner. Clean up the kitchen if you do your own cooking or fix a snack for yourself. Keep your bedroom neat and clean. If the family is doing work around the house or in the yard, offer to help them.

*Let your family know if you plan to be gone for dinner or for the weekend, or if you will arrive later than usual. Your host mother will appreciate knowing how many persons to cook dinner for and will want to know where you are in case of telephone calls or an emergency……….

4. Fraternities และ Senorities มีลักษณะเป็น Social Clubs ที่ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย บางมหาวิทยาลัยนักศึกษาที่เป็นสมาชิกของคลับนั้นๆถึงจะมีสิทธิ์เข้าพักในหอพักประเภทนี้ได้ Club ประเภทนี้เหมาะกับนักศึกษาที่สนใจเกี่ยวกับการทำกิจกรรมต่างๆของ Club และต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตแบบอเมริกัน หาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก International Student Adviser ที่มหาวิทยาลัยของตนเอง

หอพักชั่วคราวที่น่าสนใจ

1. Temporary Housing ของสถานศึกษาจะอยู่ในรูปของโรงแรมหรือหอก็ได้ คิดค่าใช้จ่ายประมาณ 10-20 เหรียญสหรัฐต่อคืน San Diego State University ได้กล่าวถึงที่พักประเภทนี้ไว้ดังนี้

2. หอพักประเภท YMCA, YWCA, Youth Hostel ผู้พักจะต้องเป็นสมาชิก และมีบัตรสมาชิกไปแสดงเวลาขอเข้าพัก ลองดูตัวอย่างจากเว็บไซต์ของบางสถานศึกษา

Copyright © 2010 GoVisa All rights reserved.



Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: