สถานที่ที่นักศึกษาเลือกไปรับประทานอาหารระหว่างศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกา


นักศึกษาที่พักในหอพักของสถานศึกษาที่มีบริการด้านอาหาร (Board) ด้วย ทางสถานศึกษาจะจัดอาหารให้นักศึกษารับประทานทุกมื้อ ทุกวัน หรือบางมื้อ บางวันแล้วแต่จะเลือก ซึ่งจะต้องศึกษาเอาเอง ในกรณีนี้นักศึกษาต้องเลือกว่าจะรับประทานอาหารอาทิตย์ละกี่มื้อ (10มื้อต่อสัปดาห์, 15มื้อต่อสัปดาห์, 20 มื้อต่อสัปดาห์)

Dining hall จะมี menu แต่ละวันแจ้งให้นักศึกษาทราบด้วย

และเมื่อเข้าหอพักแล้ว ต้องไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของหอพักเพื่อรับบัตรอาหาร (Dining Hall Card) ทุกครั้งที่รับประทานอาหาร จะต้องแสดงบัตรนี้ให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำห้องอาหาร (Dining Hall) ของสถานศึกษา Dining Hall ของสถานศึกษามีหลายแบบด้วยกัน ในสถานศึกษาใหญ่อาจมีห้องอาหารอยู่ในหอพักแต่ละแห่งเลย แต่สถานศึกษาเล็กๆ ที่มีนักศึกษาไม่มากนักอาจมีแห่งเดียวเป็นศูนย์กลางได้

สำหรับผู้ไม่ได้อยู่หอพัก และผู้อยู่หอพักนอกมหาวิทยาลัยซึ่งไม่มีบริการอาหารนั้น นักศึกษาจะต้องเป็นผู้จัดอาหารรับประทานเอง ถ้าอยู่ Apartmentหรือ Rooming House ที่ทำอาหารเองได้ นักศึกษาอาจจะซื้ออาหารสดมาเก็บไว้ และทำรับประทานเองได้ตามใจชอบ การซื้ออาหารสดสามารถซื้อหาได้จาก Supermarket ทุกแห่ง อย่างไรก็ตาม มีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ที่อนุญาตให้นักศึกษาที่ไม่ได้อยู่หอพักมหาวิทยาลัย สามารถซื้อ Meal Plan ได้ เช่น Dining Hall Service ของ University of Connecticut

หากผู้ใดอยู่หอพักซึ่งทำอาหารเองไม่ได้ หรือไม่ประสงค์จะทำอาหาร ก็จะต้องซื้อรับประทานเอง สถานที่ที่สามารถหาอาหารรับประทานเองได้ มีดังนี้คือ

1. Cafeteria ในทุกสถานศึกษาจะมีห้องอาหาร ซึ่งจะใช้ระบบช่วยตนเอง (Self Service) มีบริการอาหารหลักๆทั่วไปของคนอเมริกัน ตั้งแต่ ชา กาแฟ แฮมเบอร์เกอร์ ฮ็อทดอก มันบด ฯลฯ ให้นักศึกษาเข้าคิวเลือกหยิบอาหารที่ต้องการวางลงบนถาด และจ่ายเงินที่แคชเชียร์

2. Snack Bar มีอยู่ในสถานศึกษาแทบทุกแห่งเช่นเดียวกัน อาหารที่จำหน่ายโดยมากจะเป็นอาหารสำเร็จรูป ซึ่งเป็นอาหารประเภททำง่ายๆ สะดวกต่อการรับประทาน เช่น แซนวิชที่ทำและห่อเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งชา กาแฟ โคล่า การรับประทานก็ต้องเป็น Self Service ไม่ต้อง Tip หากอาหารนั้นมีราคาไม่ถึง 1 US$

3. Restaurant เป็นสถานที่จำหน่ายอาหาร ซึ่งมีอาหารแทบทุกชนิดให้เลือกสั่งรับประทานได้ การรับประทานอาหารใน Restaurant เมื่อพนักงานเสิร์ฟนำอาหารมาให้แล้ว จะนำใบเรียกเก็บเงินมาวางไว้ด้วย ผู้รับประทานอาหารจะต้องจ่ายค่า Tip ให้แก่พนักงานเสิร์ฟ 15 % ของราคาอาหารในใบเรียกเก็บเงิน การจ่ายค่า Tip นั้น ควรจะวางไว้ใกล้ๆจานอาหารที่รับประทาน และนำใบเรียกเก็บเงินไปจ่ายที่แคชเชียร์ ภายหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว

4. Drive-in เป็นที่รับประทานอาหารที่น่าสนใจอีกประเภทหนึ่ง อาหารที่ขายก็เเป็นอาหารพื้นๆของคนอเมริกันทั่วไป การรับประทานอาหารนั้นจะต้องขับรถไป โดยอาจจะเข้าไปรับประทานภายในร้านก็ได้ หรือจอดรถแล้วสั่งอาหารนั่งรับประทานในรถก็ได้ ทางร้านจะมีพนักงานเสิร์ฟมาบริการให้

5. Vending Machine คือ เครื่องมือขายอาหาร ขนม และ บุหรี่สำเร็จรูป มีลักษณะเป็นตู้ ผู้ซื้อสามารถมองเห็นอาหารภายในตู้ได้ วิธีซื้อ ผู้ซื้อหยอดเหรียญลงในเครื่อง ตามอัตราราคาอาหารแต่ละชิ้นที่ติดไว้กับอาหาร อัตราค่าอาหารและของในเครื่องดังกล่าวราคาประมาณชิ้นละ 25 เซ็นต์ขึ้นไป ก่อนรับประทานควรดูวันหมดอายุของอาหารด้วย

นอกจากนี้ ยังมีสถานที่รับประทานอาหารทำนองเดียวกับ Cafeteria แต่อยู่นอกสถานศึกษาอีกมาก เช่น Cafes, Coffee Shops, Sandwich Shops, Delis, Dinners และ Truck Shops

Copyright © 2010 GoVisa All rights reserved.

Advertisements
Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: