แก้ไข DS 160 ได้ไหมหลังจากได้วันนัดสัมภาษณ์วีซ่าแล้ว


ผู้ที่กรอกฟอร์ม DS 160 เสร็จแล้วหลายคนพบว่า ได้กรอกข้อมูลใน DS 160 ผิด ภายหลังจากกดคลิกยืนยันการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าเรียบร้อยแล้ว  และเกิดความต้องการแก้ไขแบบฟอร์ม DS 160 ที่กรอกเสร็จแล้วใหม่  ผู้ยื่นขอวีซ่ายังมีสิทธิ์เข้าไปแก้ไขข้อมูลในแบบฟอร์ม DS 160ได้ จนกว่าจะถึงวันที่ทางสถานทูตกำหนดไว้ว่า ห้ามเปลี่ยนแปลงแก้ไขวันนัดสัมภาษณ์วีซ่า ซึ่งวันเดียวกันนั้นเองก็จะเป็นวันสุดท้าย ที่ห้ามเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลที่กรอกไว้ในแบบฟอร์ม DS 160 ด้วย

อนึ่งการแก้ไขฟอร์ม DS 160 ในบางครั้ง อาจมีความจำเป็นต้องกรอกฟอร์ม DS 160 ใหม่เกือบทั้งหมด ซึ่งมีผลทำให้หมายเลข Confirmation Number เปลี่ยนแปลงไป ผู้ยื่นขอวีซ่าอาจเป็นกังวลว่า จะแก้ไขได้ไหม สถานทูตจะยอมให้เข้าไปสัมภาษณ์วีซ่าไหม เพราะคลิกยืนยันจองวันนัดสัมภาษณ์ไปแล้วนั้น เมื่อได้ลองเข้าไปแก้ไขฟอร์ม DS 160 ด้วยตนเอง จึงพบว่า ยังมีโอกาสแก้ไขได้ และถ้าต้องการแจ้งหมายเลข  DS 160 Confirmation Number  ใหม่ก็ยังแก้ไขได้อยู่ *(โปรดดูหมายเหตุ)ขั้นตอนการแก้ไขมีดังนี้ คือ

  1. เปิดเว็บไซต์นัดสัมภาษณ์วีซ่า  http://thailand.us-visaservices.com แล้ว log in โดยใช้ Username และ Password เดิม ผู้ยื่นขอวีซ่าจะเห็นหน้าเว็บไซต์ตามแบบตัวอย่างข้างล่างนี้
  2. ให้คลิก Edit application info ถ้ายังไม่เลยวันที่กำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงวันนัดสัมภาษณ์ ตัว Edit application info จะเป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน แต่ถ้าพ้นกำหนดวันสุดท้ายของการแก้ไขวันนัดสัมภาษณ์ไปแล้ว ตัวอักษร Edit application info จะเป็นตัวอักษรสีเทา กรณีจองวันนัดสัมภาษณ์ไว้หลายคนด้วย Pin เดียวกัน จะขึ้นหน้าจอแบบข้างล่างนี้ เพื่อให้เราเลือกว่า จะแก้ไขรายละเอียดของผู้ยื่นขอวีซ่าคนใด
  3. ข้างล่างจะมีรายละเอียดนามสกุล ชื่อ หมายเลขหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด และช่องสุดท้ายให้เลือกคลิก คลิก edit ชื่อคนที่ต้องการแก้ไขข้อมูล
  4. เมื่อกดคลิกเลือกที่จะ edit ผู้ยื่นขอวีซ่าคนใด เว็บไซต์หน้าถัดไปจะมีรายละเอียด เกี่ยวกับชื่อและนามสกุลผู้ยื่นขอวีซ่า วันเดือนปีเกิด ประเภทวีซ่าที่ขอ มีคำถามหนึ่งถามว่า เคยขอวีซ่าแล้วหรือยัง ถ้าเคยมีวีซ่าแล้ว ให้ระบุประเภทวีซ่า และวันที่ได้รับวีซ่า หมายเลขโทรศัพท์ที่บ้าน อีเมล์ ในหน้านี้จะมีช่องหนึ่งให้กรอก Confirmation Number ซึ่งจะอยู่ใกล้ช่องที่ถามว่า เคยมีวีซ่าแล้วหรือยัง ให้คลิกที่ช่องดังกล่าว เพื่อแก้ไขหมายเลข DS 160 Confirmation Number เดิมเป็น Confirmation Number ใหม่ แล้วคลิก save เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการแก้ไข DS 160 Confirmation Number ให้ตรงกันกับ Confirmation Number ฉบับใหม่ที่จะนำไปใช้ในวันนัดสัมภาษณ์วีซ่า

* หมายเหตุ ขอ อัพเดท ข้อมูลล่าสุด (6-07-2554) เมื่อพบว่า ต้องการแก้ไขข้อมูลที่กรอกใน DS 160 ใหม่ เพราะกรอกข้อความผิด ก่อนตัดสินใจที่จะทำการแก้ไขแบบฟอร์ม Ds-160 ขอให้ผู้ยื่นขอวีซ่าลองเข้าไปดูเว็บไซต์นัดสัมภาษณ์ก่อนว่า ยังจะทำการแก้ไขหมายเลข DS -160 ได้อยู่อีกหรือไม่ ถ้าตัวอักษร Edit application info เป็นสีน้ำเงิน ให้เข้าไปแก้ไขได้ ให้คลิกเข้าไปที่หน้าดังกล่าว แล้วเลื่อน cursor ลงมาดูตรงช่องที่ให้กรอก DS-160 Confirmation Number ลองคลิกเปลี่ยนตัวเลขตัวสุดท้ายดูก่อนว่า จะแก้ไขได้หรือไม่ เนื่องจาก เมื่อสัปดาห์สุดท้ายของปลายเดือนมิถุนายน 2554 แบบฟอร์ม DS-160 มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย  ทำให้มีผู้ที่เตรียมตัวยื่นขอวีซ่าบางท่านเขียนมาถามในบล็อกเกี่ยวกับการกรอกฟอร์มวีซ่า DS-160 ว่า ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขหมายเลข DS-160 ได้ ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ผู้ต้องการแก้ไขข้อมูลดังกล่าว ได้ลองพิสูจน์ด้วยการเข้าไปที่เว็บไซต์นัดสัมภาษณ์ แล้วทำตามขั้นตอนที่แนะนำก่อน หากแก้ไขหมายเลข DS-160 ไม่ได้ และต้องการแก้ไขสิ่งที่กรอกไปแล้วในแบบฟอร์ม DS-160 ให้กรอกฟอร์ม DS-160ใหม่ แล้ว print หมายเลข DS-160 Confirmation Number ใหม่เข้าไปยืนยันพร้อมใบเก่า แล้วชี้แจงเหตุผลที่จำเป้นต้องแก้ไขแบบฟอร์ม DS-160 ให้เจ้าหน้าที่สถานทูตทราบ

Copyright © 2010-2011 GoVisa All rights reserved.

Advertisements
Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Comments

  • เจี๊ยบ  On May 30, 2011 at 6:40 pm

    จะทำอย่างไร เมื่อ ไม่สามารถเดินทางเข้าถึงอเมริกาภายใน 30 วันของวันเริ่ม exchange program ซึ่งระบุใน DS2019

    • govisa  On May 31, 2011 at 4:58 am

      น้องเจี๊ยบคะ ความหมายที่ว่าเดินทางเข้าไปก่อนได้ไม่เกินกว่า 30 วันคือ วันไหนก็ได้ในช่วง 30 วัน ก่อนหน้าวันที่กำหนดไว้ใน DS 2019 น้องอาจไปถึงก่อนหน้าวันที่ระบุไว้ใน DS 2019 เพียงวันเดียวก้ได้ เช่น เขากำหนดว่า ให้เข้าประเทศเขา not later than 08-25-2011 น้องจะเข้าประเทศเขาหลังวันที่ 25 สิงหาคม 2011 ไม่ได้ค่ะ น้องสามารถเข้าประเทศอเมริกาได้ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม ถึง 25 สิงหาคม (รวม 30 วัน) ถ้าน้องไม่เหนื่อยมาก อยากจะเข้าประเทศอเมริกา 25 สิงหาคม ถึงอเมริกา 25 สิงหาคมก็ได้ค่ะ แต่พี่คิดว่า กว่าจะปรับตัวเรื่องเวลาได้ เวลาในไทยกลางคืน เวลาในอเมริกาเช้า น้องคงต้องใช้เวลาในการปรับตัว 2-3 วัน ค่ะ มันอาจจะทำให้น้องอ่อนเพลีย ง่วงนอนค่ะ

  • เจี๊ยบ  On May 31, 2011 at 6:12 am

    ใน DS2019 ระบุวันเริ่มโปรแกรม 1 กรกฏาคม สิ้นสุด 30 ธันวาคม 54 แต่ตอนนี้คิวจองสัมภาษณ์วีซ่ายาวมากถึง 19 กรกฏาคม และระบบจะรับจองเพียง 4-8 สัปดาห์ล่วงหน้าเท่านั้นทำให้ไม่สามารถจองคิวได้ในตอนนี้ เมื่อบวกเวลาในการรอวีซ่าอีก 2 สัปดาห์ คาดว่าจะเข้าอเมริกาได้ก่อนปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งเลย 30 วันหลังจากโปรแกรมเริ่ม จึงต้องติดต่อให้เค้าออก DS2019 ให้ใหม่ อยากทราบว่าจะได้หมายเลขใหม่เลยรึเปล่าคะ แล้วต้องทำ SEVIS ใหม่รึเปล่า หรือว่าเค้าเพียงแก้ไขวันที่ระยะเวลาของโปรแกรมเท่านั้นคะ

    • govisa  On May 31, 2011 at 9:53 pm

      น้องเจี๊ยบคะ พี่คาดว่า น้องน่าจะได้หมายเลข DS 2019 เดิมค่ะ ไม่ต้องทำ sevisใหม่ค่ะ ที่จริงครั้งแรก เขาน่าจะแก้ไขแค่วันที่ค่ะ ว่าแต่น้องได้รับ DS 2019 จากสถานศึกษาชื่ออะไรคะ
      ตอนแรกที่ยังไม่ได้แจ้งสถานศึกษาขอเปลี่ยนวัน น้องน่าจะลอง scan หน้าแรกของ DS 2019 ส่งไปที่ visabkk@state.gov พร้อมทั้งเขียนอีเมล์ขอเร่งรัดสัมภาษณ์วีซ่าว่า โครงการของน้องจะเริ่มวันที่เท่าไรค่ะ ส่วนใหญ่ กงสุลจะช่วยเลื่อนวันนัดให้เร็วขึ้นได้ ถ้าเป็นวีซ่า F-1 กับ J-1 ค่ะ

      • เจี๊ยบ  On May 31, 2011 at 10:52 pm

        เจี๊ยบได้ DS2019 จาก Oregon State University ค่ะ และตอนนี้ยังไม่สามารถเข้าจองคิวได้เลย และวันนี้ระบบก็ล่มจึงทำให้เข้าเว็บจองคิวสัมภาษณ์ไม่ได้เลย อยากทราบว่ามีโอกาสเป็นไปได้มั้ยคะที่เราจะไปสถานฑูตเพื่อแจ้งความจำนงและความจำเป็น และเนื่องจากว่าเป็นการไปปฏิบัติราชการโดยการส่งตัวจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปที่โอเรกอน อย่างนี้ทางสถานฑูตเค้าจะช่วยเรามั้ยคะ

      • govisa  On June 1, 2011 at 5:29 am

        ช่วงนี้คงจะเจอระบบล่มบ่อย เพราะใกล้เปิดเทอมแล้วค่ะ พี่เองก็เจอระบบล่มเกือบทั้งวันตอนทำคิวนัด B-2 ให้เพื่อนเมื่อวานนี้ พี่ยังไม่ได้วันนัดสัมภาษณ์ให้เพื่อนเหมือนกันค่ะ ที่น้องถามพี่มา น้องลองไปที่สถานทูตดูแล้วถามเจ้าหน้าที่เขานะคะว่า จะขอเข้าไปสัมภาษณ์ได้ไหม ตามเหุผลที่น้องบอกพี่ค่ะ แต่จากประสบการณ์พี่ คือ คงต้องทำคิวนัดเองก่อนค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่เขาคงบอกว่า เขาทำอะไรไม่ได้ เพราะหน่วยงานที่ทำคิวนัดเป็น Outsource ที่ทางสถานทูตเขาจ้างอีกทีค่ะ คำตอบจากพี่อาจทำให้น้องไม่ค่อยยินดีนัก แต่เคยได้ฟังจากคนที่ไปที่สถานทูต แล้วได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่แบบที่บอกข้างต้น จึงแจ้งน้องทราบค่ะ

  • เจี๊ยบ  On June 1, 2011 at 10:42 am

    เมื่อวานใช้อินเตอร์เน็ทที่ม.เกษตร ไม่สามารถเข้าเว็บได้เลย (run time error) จึงลองให้เพื่อนที่ทำงานในสถาบันของรัฐบาลอเมริกาเข้าเว็บจองคิว ปรากฎว่าสามารถเข้าระบบได้แต่ก็ช้าๆค่ะ และตารางจองก็ยังคงเต็มถึงวันที่ 19 ก.ค. เหมือนเดิมค่ะ ตอนนี้ระบบไม่เปิดให้เราจองทางอินเตอร์เน็ทก็ควรจะไม่รับจองทางโทรศัพท์ในช่วงเวลาเดียวกันใช่มั้ยคะ เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ถ้าเปรียบเทียบระหว่างจองคิวทางอินเตอร์เน็ทกับทางโทรศัพท์ อย่างไหนจองได้รวดเร็วกว่ากันคะ

    • govisa  On June 1, 2011 at 10:41 pm

      เห็นใจค่ะน้องเจี๊ยบ แต่วันนี้ โปรแกรมนัดสัมภาษณ์ไม่ล่มนะคะ แต่ก้ยังไม่เจอวันนัดสีเขียวค่ะ

      ถ้าจะจ่ายเงินค่าจองทางโทรศัพท์ทำได้ค่ะ แพงกว่าทางอินเทอร์เน็ตนิดหน่อย (โทรศัพท์ 20 เหรียญ อินเทอร์เน็ต 12 เหรียญ)การโทรศัพท์เข้าไปจองทำได้เฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ระหว่างเวลา 8.00-17.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการไทยและอเมริกันงดการติดต่อทางโทรศัพท์ค่ะ ดูเพิ่มเติมที่ http://www.youtube.com/watch?v=0pp9Pb0-qbw ค่ะ

      คำถามสุดท้ายตอบยากนะคะว่า อันไหนได้เปรียบเสียเปรียบกว่ากัน เพราะบอกว่าขึ้นกับดวง ก็ไม่อยากให้น้องเข้าใจพี่ผิด บางทีน้องบางคนไปพบจังหวะได้คิวนัดทางโทรศัพท์เกิดบอกต่อเพื่อน แต่พอเพื่อนทำเลียนแบบบ้าง กลับต้องรอ 2 เดือนยังไม่ได้คิวนัดก็มีค่ะ

      พี่ทราบว่าทางอินเทอร์เน็ตมีข้อได้เปรียบกว่าทางโทรศัพท์ ตรงจุดที่ว่าเปิดดูตารางนัดได้ 24 ชั่วโมงออนไลน์ไม่มีวันหยุดค่ะ

  • govisa  On July 10, 2011 at 8:26 pm

    ขอโทษคุณ Ann และขออนุญาตตอบคุณ Ann Supaphan มาณ ที่นี้นะคะ เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ที่เข้ามาอ่านในวันหลังนะคะ อยากให้คุณ Ann เข้าไปดูในบล็อกเรื่อง ฟอร์มใหม่วีซ่าเข้าอเมริกา DS-160 ที่น้อง RR (horkaew_2008@hotmail.com) เขียนมาถามค่ะ คือ ใช้ฟอร์ม DS-160 ที่กรอกใหม่สมบูรณ์ได้ค่ะ แต่อย่าลืมนำเอาแบบฟอร์ม DS-160 ที่มีหมายเลขเก่าที่คุณ Ann ใช้นัดสัมภาษณ์เข้าไปด้วยในวันสอบสัมภาษณ์นะคะ

  • iamblue  On July 21, 2011 at 12:33 am

    พี่คะ หนูอยากรบกวนถามว่าถ้าหนูยังไม่ได้วันจอง แต่ต้องการจะเปลี่ยน หมายเลข DS-160 ต้องซื้อพินใหม่ได้เลยใช่มั้ยคะ เพราะว่า ชื่อล๊อกอินอันเก่า มันเปลี่ยนหมายเลขที่ยืนยันไม่ได้อะค่ะ รบกวนตอบหนูหน่อยนะคะ ขอบคุณคร่า

    • govisa  On July 21, 2011 at 9:17 pm

      ไม่ต้องซื้อ Pinใหม่ค่ะน้อง Blue ให้น้องกรอก DS160 ใหม่ให้เสร็จ Print DS-160 อันใหม่ที่ถูกต้อง แล้วนำ DS-160 ทั้งใหม่และเก่าไปให้เจ้าหน้าที่ที่สถานทูตดูเวลาสัมภาษณ์ค่ะ ถ้าเขาถามเหตุผลแจ้งเขาว่า ตอนกรอกฟอร์มนัดสัมภาษณ์ใส่หมายเลขเก่า ทีนี้มาพบว่า น้องกรอกผิด อยากแก้ที่ผิดให้ถูก ปรากฏว่าแก้ไข DS-160 ในหน้านัดไม่ได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม เวลาจองคิวนัดสัมภาษณ์ก็คงต้องใช้หมายเลขเก่าไปนะคะ เพราะตั้งแต่แรกตอนกรอกฟอร์มนัดสัมภาษณ์ น้องใช้ DS-160 อันเก่าใช่ไหมล่ะคะ

  • เมย์  On August 31, 2011 at 6:30 pm

    ลองเข้าไปในลิงค์ที่ให้มา แต่ว่า พอล็อกอินเข้าไป มันก็ไปแต่หน้าให้ซื้อพินอ่ะค่ะ ทำยังไงดีคะ จะเข้าไปแก้หมายเลข DS-160 ใหม่ แต่ทำยังไงมันก็เข้ามาแต่หน้าให้ซื้อพินตลอดเลย ช่วยแนะนำให้หน่อยค่ะ วันนี้วันสุดท้ายที่ให้แก้ไขข้อมูลด้วย ขอบคุณมากๆ สำหรับคำแนะนำค่ะ

    • govisa  On August 31, 2011 at 8:48 pm

      @ น้อง May คะ ถ้าน้องหมายความว่า น้องต้องการเข้าไปดูรายละเอียดของน้องในหน้านัดสัมภาษณ์ พอน้องเข้าไปที่เว็บไซต์ http://thailand.us-visaservices.vom ให้น้องคลิก log in ใส่ Username และ Password ค่ะ แต่ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในการแก้ไขข้อมูล อาจเข้าไปดูอะไรไม่ได้ เพราะมีบางครั้งที่โปรแกรมเกิดรวนขึ้นมาค่ะ ส่วนหมายเลข DS-160 พี่ได้ เขียนหมายเหตุไว้ว่า ตั้งแต่ประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน 2554 สถานทูตมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มคำถามในแบบฟอร์ม เช่น ให้ใส่ telecode number(ถ้ามี)และ ฯลฯ รวมทั้งมีคำแปลภาษาไทยเพิ่มให้ด้วย ตั้งแต่ช่วงนั้น พี่ก็ได้สังเกตเห็นว่า เราจะไม่สามารถเข้าไปแก้ไขหมายเลข DS-160 Confirmation Number ได้ รววมทั้งระยะนั้นใครๆที่กรอกไว้ตอนเดือนพฤษภาคม จะมากรอกเพิ่มใหม่ก็ต้องทำการกรอกฟอร์มใหม่ในบางจุดที่ทางสถานทูตเขามีคำถามเพิ่มค่ะ ถ้าไม่กรอก โปรแกรมจะไม่ยอมปล่อยให้เราผ่านเลยข้อมูลที่ไม่ได้กรอกไปทำรายการอื่นค่ะ แต่เหตุการณ์นั้นก็ผ่านมาแล้วนะคะ เพราะนี่กำลังจะเข้าเดือนกันยายนแล้ว คนที่กรอกไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม คงผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์ไปแล้วค่ะ

      ทีนี้มาว่าเรื่องของน้อง พี่เคยเขียนตอบน้องบางคนไปแล้วตอนที่มีการปรับปรุงการใช้ฟอร์ม DS-160 อาทิตย์แรกๆของเดือนมิถุนายน กล่าวคือ ให้น้องกรอกฟอร์ม DS 160 ใหม่แล้วถือแบบฟอร์ม DS-160 ใบเก่าและใบใหม่เข้าไปในสถานทูต โดยอธิบายให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า ได้ไปตรวจทานฟอร์มที่กรอกหลังจากได้วันนัดสัมภาษณ์แล้ว พบข้อผิดพลาด จึงต้องการเข้าไปแก้ไขข้อมูล แต่แก้ไขไม่ได้ จึงกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่ แต่เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดว่า จะไม่ใช่คนๆเดียวกัน จึงได้นำหลักฐาน DS-160 Confirmation Number ทั้งเก่าและใหม่มาแสดงค่ะ

  • sujitra  On September 8, 2011 at 4:36 pm

    สวัสดีค่ะ ขอสอบถามได้ไหมคะเรื่องการแก้ไข ds-160
    พอดีกรอกไปแล้ว ไปสัมภาษณ์แล้ว ก่อนที่จะเจอเจ้าหน้่าที่อเมริกันที่สัมภาษณ์ จะมีผู้หญิงคนนึงเช็คเอกสาร ถามเราเกี่ยวกับข้อมูล เรากรอกไปว่าพักบ้านว่าที่หลานเขย แต่ใน ds-160 เรากรอกว่าไม่มีญาติใกล้ชิด เค้าเลยปฎิเสธการสัมภาษณ์ให้มากรอกข้อมูลให้ตรง
    คราวนี้เราก็เลยคิดว่าถ้าจะเปลี่ยนข้อมูลจากพักบ้านญาติ ไปเป็นไปเที่ยวกับทัวร์ และพักโรงแรม จะได้ไหมคะ

    • govisa  On September 8, 2011 at 8:52 pm

      @น้อง Sujitra การเคยถูกปฏิเสธครั้งที่ 1 กงสุลจะยังคงมีข้อมูลของเราเก็บไว้อยู่ การที่จะหลีกเลี่ยงโดยใส่ว่า เราจะไปพักโรงแรมแล้วจองทัวร์ไป ก็ขึ้นอยู่กับท่านกงสุลที่จะเป็นคนสัมภาษณ์ว่า จะเชื่อใจน้องได้มากน้อยแค่ไหนค่ะ อนึ่ง ในแบบฟอร์ม DS-160 จะมีถามว่า Contact person ในสหรัฐอเมริกาคือใคร ที่ถูกต้องน้องควรใส่ชื่อหลานสาว ไม่ใช่หลานเขยค่ะ เพราะการผูกพันกันทางกฎหมายหรือนิตินัย มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้ค่ะ เมื่อเปลี่ยนแปลงไปหลานเขยก็จะกลายเป็นอดีตไปค่ะ ลองนำข้อมูลนี้ไปตัดสินใจดูเองนะคะว่า จะเลือกแบบไหน คือ

      1. อาจจะใส่ชื่อที่พักเป็นโรงแรม และไปเที่ยวกับทัวร์ ถ้าถูกถามถึงญาติก็ต้องตอบไปว่า ญาติเขาติดต่อกลับมาว่า เขาคงจะลางานช่วงที่เราจะเดินทางไปเที่ยวไม่ได้ เราเลยเปลียนใจไปเที่ยวกับบริษัททัวร์ค่ะ และอาจจะแวะเยี่ยมเขาก่อนกลับ หรืออาจะตอบว่า ไว้โอกาสหลังค่อยไปเยี่ยมเขาค่ะ

      2. ใสชื่อหลานสาวไป แล้วบอกว่าไปเยี่ยมหลานค่ะ ( กรณีนี้ ให้ข้อสังเกตว่า ลองดูเงินในบัญชีธนาคารของตนเองที่จะนำไปแสดง ถ้ามีน้อย ก็อาจจะต้องให้หลานสาวทำจดหมายเชิญมาว่า จะไปพักบ้านหลานสาวค่ะ แล้วหลานสาวจะรับผิดชอบค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเที่ยวค่ะ แต่ก็อีกนะคะ หลานสาวจำเป็นต้องกรอก I-134, แสดงหลักฐานบัญชีเงินฝาก และการจ่ายภาษี ถ้าหลานสาวรายได้น้อยขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงินของหลานเขย ก็คงต้องเสี่ยงวัดดวงกันแล้วค่ะว่า กงสุลจะเชื่อไหมว่า หลังจากเที่ยวเสร็จ เราจะกลับเมืองไทยค่ะ

      ขอเอาใจช่วยให้ได้วีซ่าค่ะ

  • govisa  On September 12, 2011 at 9:52 pm

    พี่ขออนญาตตอบน้อง K.Kornprasertkitti ที่ถามเข้ามาทางอีเมล์เมื่อวันเสาร์ พี่ขอโทษที่ตอบช้าค่ะ เพราะไม่ได้เปิดอีเมล์ดูค่ะ และขออนุญาตตอบใน WordPress เพื่อเป็นวิทยาทานแก่น้องๆท่านอื่นค่ะ ประโยคที่น้อง copy มาให้พี่อ่าน ” Please correct all areas in error as indicated below. Once you have finished, click ‘Retrieve Application’ button to continue completing your online application form. No matching data found.” น่าจะหมายถึงบริเวณที่มีลูกศรสีแดงให้น้องแก้ไขข้อมูลค่ะ ถ้ายังไม่ได้ submit ให้เข้าไปที่ https://ceac.state.gov/genniv/ เลือก location เป็น Thailand Bangkok คลิก start application จะได้หน้านี้ออกมา
    https://ceac.state.gov/genniv/General/complete/complete_gettingstarted.aspx?node=GetStarted ให้เลื่อน cursor ลงมาข้าล่างๆหน่อยจะเห็นคำว่า Option C “Retrieve Application” เลือกตรงนี้ ฟอร์มจะถามถึง Application ID ก็คือ AA 001และหมายเลขบวกตัวอักษรของ file น้อง ซึ่งก็คือ DS-160 Confirmation Number นั่นเอง ต่อไปกรอก 5 ตัวอักษรของนามสกุล ปีคศ.ที่เกิด และคำตอบของคำถามที่น้องเลือกไว้ในตอนแรกที่กรอกข้อความ เช่น ถามว่า แม่ของแม่ชื่ออะไรค่ะ หลังจากที่ Retrieve จะได้ข้อมูลทั้งหมดกลับมาถ้าน้องยังไม่ได้กด submit ก็น่าจะแก้ไขข้อมูลได้ค่ะหลังจากคลิกคำว่า review ที่อยู่ต่อจาก upload รูปหน้าน้องค่ะ แต่ถ้ากด submit ไปแล้วก็จะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วค่ะ แนะนำให้กรอกฟอร์มใหม่ แต่เวลาถือ DS-160 Confrimation Number เข้าไปในสถานทูตวันสอบสัมภาษณ์ ให้ถือเข้าไปทั้งใบใหม่ละใบเก่าค่ะ

  • kaew  On October 13, 2011 at 10:26 pm

    กรอกข้อมูลขอนัดสัมภาษณ์DS-160 ไปแล้วค่ะ แล้วดูวันนัดได้ที่ไหนค่ะ หรือต้องรอทางสถานฑูตตอบกลับมาค่ะ ใน DS-160 ไม่เห็นมีวันนัดสัมภาษณ์เลยค่ะ
    มีแต่วันที่กรอกข้อมูล แต่วันนัดสัมภาษณ์ไม่เห็นมีเลยค่ะ จะไปช่วงธันวาคม 54 กรอกข้อมูลขอนัดสัมภาษณ์ตุลาคม 54 ไม่ทราบว่าจะทันหรึเปล่าค่ะ และยังไม่ได้โหลดรูปค่ะ ถ้าจะกลับไปแก้ไขต้องทำยังงั้ยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On October 14, 2011 at 5:18 am

      น้องแก้วคะ น้องต้อง upload รูปถ่ายใบหน้าน้องใส่ไปในฟอร์ม DS-160 ก่อน แล้วจะไปถึง Part ที่ให้น้อง Review คือตรวจทานสิ่งที่กรอก น้องสามารถตรวจทานแก้ไขให้เรียบร้อยได้ เมื่อมั่นใจแล้วคลิกคำว่า sign and confirmation น้องกรอกหมายเลขหนีงสือเดินทางแล้วพิมพ์ Code ประจำตัวน้องตามที่เขาให้มาแล้วคลิก confirm หลังจากนั้น Print application ออกมา ตรงตัว Application จะพิมพ์ได้แค่ครั้งเดียว หลังจกนั้นน้องจะไม่สามารถเห็นตัว Application และ Print ได้ถึงแม้จะอยาก print ก็ตาม ส่วนตัว DS-160 Confirmation จะพิมพ์กี่ครั้งก้ได้ ถ้าถามพี่ว่า ต้องยื่นใบไหนเวลาสอบสัมภาษณ์ คำตอบคือ ยื่น DS-160 Confirmation Number เท่านั้น ส่วน Application แค่เก็บไว้อ่านทบทวนที่ตัวน้องเองเท่านั้นว่า ตัวเองได้กรอกอะไรไปแล้วบ้างค่ะ

      หลังจากได้ DS-160 Confirmation Number ให้เข้าไปที่ http://thailand.us-visaservices.com เพื่อทำการนัดหมายวันสัมภาษณ์ เมื่อเข้าเว็บไซต์ดังกล่าวได้ ให้คลิก Visa appointment and information น้องตั้ง Username and password แล้วใส่พินที่ซื้อจากไปรษณีย์จำนวน 372 บาทที่ช่องสุดท้ายของหน้าเว็บไซต์นี้ แต่ถ้าไม่ได้ซื้อพินที่ไปรษณีย์ ตรง 3 ช่องสุดท้ายไม่ต้องกรอกอะไร คลิกไปที่หน้าถัดไป เพื่อตัดเงินค่าทำคิวนัดวันสัมภาษณ์จำนวน 372 บาทผ่านบัตรเครดิตค่ะ บัตรเครดิตจะเป็นของน้องเอง หรือบัตรเครดิตของคนอื่นก็ได้ค่ะ แล้วกรอกข้อความไปเรื่อยๆจนถึงหน้าปฏิทินนัดสัมภาษณ์ ถ้ามีสีเขียวตรงวันที่นัดแปลว่าวันนั้นว่าง คลิกเลือกวันที่ต้องการเองค่ะ หลังจากนั้นจะมีให้เลือกเวลา แล้วคลิก เลือกเวลา กด confirm พร้อมทั้ง print ออกมาด้วยค่ะ ดูเพิ่มเติมจาก video ที่ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพเขาสร้างไว้ที่ Youtube คือ http://www.youtube.com/watch?v=0pp9Pb0-qbw โชคดีค่ะ

  • supachaya  On November 11, 2011 at 7:17 pm

    สวัสดีค่ะ คืออยากสอบถามว่า1. ได้กรอกds 160 ไปแล้วค่ะ และได้ยืนยัน อจงวันนัดสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว ในต้นเดือนธันวาค่ะ คราวนี้เพอ่งมารู้ว่าตอนที่กรอกไปนั้นิดตรงที่ให้ใส่ชื่อบุคคล 2 คน ที่สามารถยืนยันได้ว่าเราอยู่ที่ประเทศไทยนี้ค่ะ แต่ตอนนั้นได้กรอกไปในชื่อของสถานศึกษาค่ะ ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาอะไรมั้ยค่ะ
    2. ได้กรอกที่พักไปเป็นที่อยู่ที่โรงเรียนค่ะและ ไม่มีญาติอยู่ที่นั่นเลย แต่จริงๆแล้วมีน้องที่เรียนอยู่ที วอชิงตันอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คุยกับน้องเลยไม่รู้ว่าต้องกรอกที่อยู่ที่น้องหาให้
    3. ที่อยู่ใน I-20 ไม่ตรงกันตรงบ้านเลขที่ผิดไปตัวเลขเดียวไม่ทราบว่าจะมีปัญหามั้ยคะ
    4.ได้กรอกsevis fee แล้ว ยืนยันและกรอกเลขบัตรเครดิตไปแล้ว แต่สุดท้ายไม่ขึ้นหน้าใบเสร็จให้เราปริ้นแต่ขึ้น ตารางเล็กๆมาว่า มีเลข ซีวิสฟรี ของเราแล้ว แต่บอกว่า not paid หมายความว่ายังไงคะต้องไปกรอกเพื่อที่จะจ่ายใหม่หรือเปล่า

    • govisa  On November 11, 2011 at 8:48 pm

      น้อง Supachaya คะ
      1. ถ้าต้องการแก้ไข DS-160 ทำได้ทางเดียวแล้วในเวลานี้ คือ ต้องกรอกฟอร์ม DS-160 พร้อมทั้ง submit ไปใหม่ด้วยค่ะ ในวันยื่นเอกสารสัมภาษณ์ให้น้องนำใบยืนยัน DS-160 ใบเก่าและใบใหม่ไปด้วย ถ้าเจ้าหน้าที่ถาม อธิบายได้ว่า ตอนกรอกรีบกรอก เพราะเกรงว่าจะไม่ได้วันนีดสัมภาษณ์ เมื่อจองวันนัดสัมภาษณ์ได้แล้ว กลับมาตรวจทานพบที่ผิดมากจึงกรอกใหม่ และนำมายื่นให้ดูพร้อมกันทั้งใบเก่าและใบใหม่ค่ะ
      2. อะไรที่กรอกผิดไปครั้งแรก ช่วยแก้ไขให้ถูกต้องด้วย เช่น ชื่อบุคคลอ้างอิง 2 คนก็ใส่ชื่อเพื่อนไป, ที่อยู่ที่จะไปพัก ถ้าไม่รู้จักอะไรหรือใครเลย ให้น้องใส่ที่อญู่ของโรงเรียนไปได้ค่ะ
      3. เรื่องที่อยู่ผิดหมายความว่า
      3.1 น้องกรอกที่อยู่ผิดตั้งแต่ส่งใบสมัครใช่ไหมคะ น้องจึงเป็นกังวลในข้อ 3 ที่เขียนถามมา หรือ
      3.2 ใน DS-160 Confirmation Number ใบแรกเขียนที่อยู่สถานศึกษาที่ปรากฏใน I-20 ผิด
      ถ้าเป็นความหมายในข้อ 3.2 ก็จัดการแก้ไขใหม่ให้ถูกในการกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่ แต่ถ้าเป็นอย่างข้อ 3.1 เมื่อแก้ไขที่อยู่ใหม่ได้ถูกแล้ว ให้นำทะเบียนบ้านไปด้วย เผื่อกงสุลถามเรื่องที่น้องเป็นกังวลถามพี่มา จะได้บอกว่า น้องลืมตรวจทานอีกครั้งก่อนส่งใบสมัคร ทำให้ที่อยู่ผิด คิดว่า เมื่อได้วีซ๋าและได้เดินทางไปเรียนที่สหรัฐอเมริกาแล้ว จะไปติดต่อสถานศึกษาเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกค่ะ
      4. Not paid แปลว่า การตัดเงินจากบัตรเครดิตยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ น้องสามารถโทรศัพท์ไปสอบถามบริษัทหรือธนาคารที่เป็นเจ้าของบัตร เช่นบัตรเครดิตนั้นเป็นของธนาคารใดให้โทรไปถาม call center ของธนาคารนั้นว่า เงินถูกตัดไปแล้วหรือยัง ถ้ายัง ให้น้องเข้าไปที่ http://www.fmjfee.com แล้วเริ่มกรอกข้อความใหม่ทั้งหมดค่ะ ค่อยๆทำ อย่าคลิก enter เร็วนัก บางทีโปรแกรมยังดำเนินการไม่เสร็จดีนักเราก้อาจจะใจร้อนเปลี่ยนหน้าเร็ว เครื่องอาจหยุดชะงักได้ค่ะ

      พี่ขอแถมท้ายเกี่ยวกับ Print Sevis I-901 จากเว็บไซต์ http://www.ice.gov/sevis/i901/faq5.htm#_Toc81222119

      5.E. What if I need another copy of my receipt?
      To have SEVP send you another copy of your receipt, call the Customer Service hotline. If you do not have access to the hotline, you can also e-mail or write SEVP. Put Copy of Receipt in the subject line and include your SEVIS ID number, your original receipt number (if available), your full name and date of birth. Include the address where you would like to have the receipt sent.
      See the section on sources of help for the hotline phone number and the addresses for SEVP.
      5.E.1. Can a reprinted receipt be sent to a different address than the original receipt?
      Yes. See the directions in the question, What if I need another copy of my receipt?
      5.E.2. Can I reprint my electronic receipt?
      No. You will not be able to return to the receipt page. Be sure your printer is ready before starting the online payment process. Do not exit the receipt page until you have successfully printed the receipt.
      5.E.3. Will I get a receipt if my exchange visitor program sponsor pays for me?
      You should get a copy of the receipt from your sponsor. If you do not receive a copy, contact your exchange visitor program sponsor directly. You may also contact SEVP for a copy of the receipt. See the directions in the question, What if I need another copy of my receipt?
      5.E.4. Is there a charge for sending a copy of my receipt?
      No. There is no charge for sending a copy of your receipt.
      5.E.5. If I request a copy of my receipt, how soon will I receive it?
      All copies of receipts are sent by mail. You cannot get expedited delivery for copies of receipts. In most cases, it takes about 2 weeks to receive a receipt through the mail. Allow more time if your local mail circumstances warrant.
      5.E.6. Can receipts be e-mailed or faxed?
      No. We do not e-mail or fax receipts.

  • supachaya  On November 12, 2011 at 10:27 am

    ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำตอบ
    พี่คะ คือ 1. ในใบ I-20 ที่ทางโรงเรียนนั้นส่งมาให้เป็นบ้านเลขที่ ที่ผิดค่ะ จาก 197(ถูก) เป็น 191(ผิด) และ จากหมู่ 15(ถูก) เป็น หมู่ 10(ผิด) แต่น้อง ได้กรอกใน ds160 ไปตามที่อยู่ในพาสปอร์ตค่ะ
    2. ในการกลับไปแก้ไข ds 160 ใหม่นั้น จะไม่มีปัญหากับจองวันสัมภาษณ์ไปแล้วใช่มั้ยคะ เพราะตอนนี้เหลืออยู่แค่โทรไปเช็คกับทางธนาคารว่าได้มีการตัดยอดไปหรือยังและไปจ่ายค่าธรรมเนียมสัมภาษณ์ที่ไปรษณีย์ค่ะ
    3. หากยังไม่ตัดยอดที่ชำระค่า ซีวิสฟรี แล้วต้องกรอกใหม่สามารถกรอกและไปจ่ายที่ไปรษณีย์เลยได้มั้ยคะ ในการกรอกนั้นจะมีช่องให้ คลิ๊ก 2 ข้อค่ะ คือ แสตนดาร์ด และ เอ็กซเพ็ด…. และช่องถัดลงมาคือให้เลือกว่าจะจ่ายอย่างไร …เครดิต หรือ….เช็ค or มันนี่ ออเดอร์ค่ะ ควรจะเลือกตัวไหนคะ ที่สามารถไปจ่ายทางไปรษณีย์ได้เลย (ในกรณีที่ทางธนาคารยังไม่ได้ตัด เงินค่าชำระนะคะ)
    4. สรุปว่า ตอนนี้น้องเหลือแค่ไปจ่ายเงินค่าธรรมเนียมสัมภาษณ์ และ ค่า ซีวิสฟรี ค่ะ ถ้าจะแก้ไข ดีเอส 160 จะไม่มีปัญหากับการจองวันไปแล้วใช่มั้ยคะ และไม่ต้องไปซื้อ พิน ใหม่ด้วยใช่มั้ยคะ

    • govisa  On November 12, 2011 at 9:23 pm

      1. พี่แนะนำให้น้องกรอกที่อยู่ให้ถูกต้อง ขณะเดียวกันเขียนอีเมล์แจ้งโรงเรียนในสหรัฐอเมริกาเรื่องความผิดพลาดนี้ด้วยค่ะ เพราะอย่างน้อยถ้าโรงเรียนตอบกลับมา จะได้เป็นหลักฐาน Print อีเมล์โต้อตอบระหว่างน้องกับทางโรงเรียนออกมาให้กงสุลดูได้ว่า เราได้มีความพยายามในการติดต่อกับทางโรงเรียนไปแล้ว หลังจากพบข้อมูลผิดพลาดเรื่องที่อยู่ค่ะ
      2. พี่ได้อธิบายไปแล้วว่า ต้องนำ Ds-160 Confirmation Number ที่กรอกใหม่และใบเก่าไปด้วย เพราะหมายเลขเก่าของ DS-160 เกี่ยวข้องกับการนัดวันสัมภาษณ์ ส่วนหมายเลขใหม่ คือ การคีย์ข้อมูลที่แก้ไขให้ถูกต้องค่ะ
      3. ค่า Sevis fee ไม่สามารถจ่ายทางไปรษณีย์ได้ค่ะ พี่ได้อธิบายเรื่องนี้ไปให้น้องแล้วค่ะว่า ทำได้อีก 2 วิธี การส่งแบบ Standard คือ ส่งไปรษณีย์ธรรมดา จะใช้เวลา 3 อาทิตย์ถึง 3 อาทิตบ์ขึ้นไป จึงจะได้รับใบเสร็จตัวจริงค่ะ ส่วนการส่งแบบ Express คือน้องยอมจ่ายค่าส่งเพิ่มอีก 35 US$ น้องจะได้รับใบเสร็จตัวจริงภายในเวลา 7 วันทาง Fedex ค่ะ
      4. ตอบไปแล้วค่ะ

  • Nokky  On December 11, 2011 at 9:30 am

    สวัสดีค่ะพี่ admin govisa น้องมีข้อสงสัยนิดนึงค่ะ
    เรื่องมีอยู่ว่า มีแพลนจะไปเที่ยว อเมริกา ช่วงปีใหม่ เลยเริ่มทำวีซ่า ตามรายละเอียดดังนี้

    1. เริ่มกรอก DS 160 –> วันที่ 28 พย.
    (กรอกไป save ไป แ้ล้ว Retrieve Application ไปเรื่อยๆ)
    2. ซื้อพินและจองวันสัมภาษณ์ –> วันที่ 1-2 Dec
    (confirm วันสัมภาษณ์คือ 14 ธค.เวลา 13.00 น.)
    3. ชำระเงินค่าวีซ่าที่ไปรษณีย์ –> วันที่ 10 ธค.

    ** แต่ตอนนี้ น้องยังไม่ได้ submit DS 160 เลยค่ะ คือ อ่านทบทวน แก้ไข ตรวจรายละเอียดไปเรื่อยๆ โดยการใช้ Application ID ครั้งแรกที่เริ่มกรอก DS 160 โดยการ Retrieve Application ที่ยังไม่กรอกให้เรียบร้อยก่อนคอนเฟริ์มวันนัดสัมภาษณ์ ก้อเพราะว่า วันนัดสัมภาษณ์หายากมาก พอเจอว่างเ้ลยกดเลือกเลยน่ะค่ะ แล้วก้อเรื่อง อัพโหลดรูปด้วยค่ะ เลยทำให้ช้ายิ่งขึ้น แพลนจะ submit confirm DS 160 วันที่ 13 ธค. นี้จิงๆ แล้ว

    ตามที่น้องเล่ามาทั้งหมดนี่ เปนวิธีการที่ถูกต้อง หรือผิิดหรือป่าวคะ
    คือ หาข้อมูลหลายที่มาก บ้างก้อบอกว่า ถ้ายืนยันการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าเรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถแก้ไข DS 160 เนื่องจาก Confirmation Number จะไม่ตรงกะใบนัด

    รบกวนพี่ตอบด้วยนะคะ
    ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On December 11, 2011 at 12:57 pm

      @น้อง Nokky คะ ที่น้องถามมา พี่ขอสรุปดังนี้คือ

      1. น้องได้ confirm วันนัดสัมภาษณ์เป็นวันที่ 14 ธันวาคม 2554 เรียบร้อยแล้วนะคะ

      2. ในวันสอบสัมภาษณ์น้องต้องนำใบยืนยัน Confirmation DS-160 Number ไปยื่นที่สถานทูตเพื่่อสอบสัมภาษณ์วีซ่า

      หมายเหตุ น้องจะ submit DS-160 ก่อนหรือหลัง ไม่เป็นปัญหานะคะ ที่หลายเว็บเขาเตือนคนกรอกฟอร์มวีซ่า เพราะคนกรอกฟอร์มวีซ่าบางท่านหลังจาก submit ไปแล้วกลับไปนั่งดูใบ Application ที่ Print ออกมาพบข้อผิดพลาด อยากจะแก้ไข ซึ่งในอดีตเคยแก้ไขได้ แต่ในปัจจุบันหลังจากที่สถานทูตเขาปรับปรุงแบบฟอร์มที่กรอกใหม่ทำให้แก้ไขข้อมูลไม่ได้ ทีนี้คนจะยื่่นสัมภาษณ์วีซ่าก็มีบุคคลิกหลายแบบ บางคนก็เป็นคนขี้กังวลเครียดมาก นอนไม่หลับ บางคนพอบอกให้แก้ไขกรอกใหม่อีกฟอร์มอีกครั้งแล้วนำใบยืนหมายเลข DS-160 Confirmation Number ทั้งใบเก่าและใบใหม่ไปด้วยก็ไม่ได้วิตกอะไรมากมาย ดังนั้นจึง ไม่มีคำว่า’ผิดหรือถูก”หรือกฎว่าต้อง submit ก่อนแล้วจึงนัดหมาย ทีมีการเตือนให้ submit ก่อนแล้วนัด ก็เพื่อจะได้เป็นไปตามลำดับว่า ทำรายการนี้เสร็จแล้วค่อยทำอีกรายการ ถ้าน้อง Nokky คิดว่าข้อมูลเรียบร้อยแล้วจะ submit แล้ว print ออกมาให้เสร็จก็ดีเหมือนกันนะคะ เพราะวันที่ 13 ธันวาคม เราอาจจะมีธุระไปทำอะไรข้างนอก กลับมาบ้านเพลียลืม submit และ print หรือถ้าเกิดไฟฟ้าดับ printer เสียกระทันหัน พรุ่งนี้ (14 ธันวา) จะไปสอบสัมภาษณ์จะทำอย่างไร คิดเผื่อไว้หลายกรณีนะคะ

      3. ชำระเงินที่ไปรษณีย์ก็เช่นเดียวกัน เคยพบคนอายุ 61 ปีท่านหนึ่งวางแผนคล้ายๆแบบนี้ แล้วติดธุระโน่นนี่เกิดลืมไปว่า ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ไปรษณีย์ เลยต้องไปซื้อตอนเช้าวันนัดสัมภาษณ์ เผอิญที่ทำการไปรษณ๊ย์ยังไม่เปิดทำการ คุณท่านนี้มีนัดสัมภาษณ์เวลา 7.45 น. เป็นอันว่าต้องบอกเจ้าหน้าที่หน้าสถานทูตเขาว่า ยังไม่ได้จ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ไปรษณีย์ ขออนุญาตไปจ่ายก่อน แล้วนั่งแท็กซี่ไปหาไปรษณ๊ย์แถวถนนสีลม เพราะจะเดินข้ามสะพานลอยไปที่ไปรษณีย์ฝั่งตรงข้ามก็เดินไม่ไหว ปวดหัวเข่า เป็นต้น ดังนั้นถ้าอะไรทำเตรียมไว้ก่อนได้ทำไปเลย ซึ่งพี่ไม่แน่ใจว่า น้องจะจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าในวันที่ 10 ธันวาคมอย่างที่วางแผนไว้ได้ไหม เพราะเป็นวันหยุดราชการค่ะ อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกอย่างน้องทำเสร็จทันวันที่ 13 ธันวาคมนะคะ และขอให้โชคดีสอบสัมภาษณ์วีซ่าผ่านค่ะ

  • Nokky  On December 12, 2011 at 9:13 pm

    ขอบคุณพี่ admin govisa มากค่ะ ตอนนี้น้องได้ทำตามที่พี่แนะนำเรียบร้อยแล้วค่ะ คือ
    1. ชำระเงินค่าวีซ่าที่ไปรษณย์เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 10 ธค (เป็นวันหยุด แต่จะมีบางไปรษณีย์ที่เปิดทำการโดยไม่มีวันหยุด แต่จะเปิดบริการแค่ครึ่งวันค่ะ)
    2. submit DS-160 และปรินท์ Confirmation Page (2 หน้า) กับ application มาแล้วค่ะ (5 หน้า)
    แต่…. ยังอุตส่าห์เจอปัญหาที่ทำให้สงสัยได้อีกอ่ะ่ค่ะพี่ คือ มันมีความแตกต่างระหว่างของน้อง และของเพื่อนน้องค่ะ คือ
    1. Confirmation Page ของเพื่อนน้องปรินท์ออกมาได้ 2 หน้า แต่ของน้องปรินท์ได้ หน้าเดียวเท่านั้น (หน้าแรก คือหน้าที่มีบาร์โค๊ด, ส่วนหน้า 2 เปน NOTE ทั่วๆ ไป
    2. Print application page ที่เปนข้อมูทั้งหมดที่กรอกใน DS-160 ของเพื่อนน้องปรินท์ออกมาได้ 5 หน้า แต่ของตัวน้่องปรินท์ได้ หน้าเดียวเท่านั้นจากข้อมูลใน DS-160 ถึงแม้จะสั่งปรินท์ทั้งหมด แล้วก้อตาม
    >> 2 ข้อนี้ คงไม่มีปัญหากับเอกสารที่จะไปยื่นในวันสัมภาษณ์ใช่มั๊ยคะ ??

    และอีกข้อที่น้องสงสัยค่ะ คือ ข้อมูลด้านการศึกษา Education, Provide a List of Languages You Speak, Have you traveled to any countries within last five years?

    ของเพื่อนน้องมีให้กรอกค่ะ แต่ของน้องไม่มี 3 หัวข้อนี้เลย ตอนที่ review ครั้งสุดท้ายก่อนจะ submit ก้อดูแล้วดูอีก ก้อไม่มีค่ะ ก้อเลย submit ไปตามนั้น
    >> พี่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรตอนสัมภาษณ์หรือป่าวคะ ?? เพราะ 3 หัวข้อ น้องมีข้อมูลจริงค่ะ แต่ไม่เห็นช่องให้กรอก คือ เรียนจบจากมหาวิทยาลัย, สามารถพูดภาษาที่ 3 ได้, และเคยไปเที่ยวต่างประเทศมาเมื่อ 2 ปีที่แล้วค่ะ

    รบกวนพี่ตอบด้วยนะคะ
    ขอบคุณพี่อีกครั้งค่ะ ^_^

    • govisa  On December 13, 2011 at 4:16 am

      ไม่มีปัญหาค่ะน้อง Nokky ที่ของเพื่อนมีคำถามนั้นแสดงว่าเขากรอกว่าทำงานอะไรเสร็จ มีคำถามว่า เราเคยเรียนอะไรหลังจากระดับ secondary school ไหมวึ่งน้องเขาคงตอบ Yes จะมีคำถามให้กรอเกี่ยวกับสถานศึกษา และ ภาษา รวมทั้งเคยเดินทางไปประเทศไหนไหมค่ะ

      หมายเหตุ พี่มีข้อสังเกต คือ ถ้ากรอกแล้วยังไม่ sign ชื่อจะสามารถ print application ได้ 5 หน้าแต่ถ้า sign ชื่อแต่ยังไม่ submit แล้วทำซ้ำกลับไปกลับมาดูเหมือนจะ print ไม่ได้ 5 หน้าแต่ก็มีบางกรณีนะคะ ที่ถึงแม้ไม่ได้ทำอย่างที่พี่บอกแต่ก็ print ไม่ได้ 5 หน้าอย่างที่น้องว่ามาค่ะ
      อย่ากังวลเจ้าหน้าที่เห้นหมายเลข DS 160 Confirmation กับบาร์โค้ด เขาดูข้อมูลทั้งหมดของน้องได้ค่ะ โชคดีนะคะ

  • cartoon  On December 24, 2011 at 1:51 pm

    รบกวนสอบถามนะคะ พอดีตูนแก้ไขds160ใหม่แล้ว แต่ds160ใบเก่าไม่ได้ปริ้นออกมาอย่างนี้ตูนสามารถเอาแต่ใบใหม่ไปให้เค้าอย่างเดียวได้ไหมคะ และเอาใบคอมเฟริมนัดหมายอันเก่าไปด้วยแบบนี้พอจะได้ไหมคะ

    • govisa  On December 24, 2011 at 10:10 pm

      น้องการ์ตูนสามารถสั่ง print DS-160ใบเก่า โดยเข้าไปที่ https://ceac.state.gov คลิกเลือกประเทศ คลิก start application form และคลิก retrieve หลังจากนั้นใส่ DS-160 confirmation number อันเก่า กรอกนามสกุล
      5 ตัวอักษรแรก, ปี่ค.ศ.ที่น้องเกิด , และคำตอบของคำถามที่น้องเลือกในตอนแรกที่เริ่มกรอกฟอร์ม DS-160 เมื่อ retrieve เสร็จ รายละเอียดเกี่ยวกับ DS-160 เก่าจะปรากฏออกมา น้องสั่ง print ได้เลยค่ะ

  • tip  On December 26, 2011 at 4:43 am

    สวัสดีค่ะพี่ ต้องการขอวีซ่าไปศึกษาอบรมระยะสั้น ประมาณ 6 สัปดาห์ อยากประชุมวิชาการและท่องเที่ยวต่อประมาณ สองสัปดาห์ ที่โรงเรียนให้จดหมายรับรองมา 6 สัปดาห์พอดีค่ะ
    1. ทีนี้ควรขอเป็นแบบไปเรียน หรือไปท่องเที่ยวดีคะ มีคนแนะนำว่าขอเป็นท่องเที่ยวไปจะได้ระยะเวลานานกว่า แต่อีกคนให้ความเห็นว่าจะถูกปฏิเสธได้ง่ายกว่า เลยอยากถามว่าเลือกแบบไหนดีคะ
    2.แล้ววันไปกลับที่เขาให้แจ้ง ถ้าเราไม่ได้กลับตามนั้นแต่ใกล้เคียงได้ไหมคะ ตั๋เครื่องบินยังไม่ได้จองค่ะ มันไปประมาณเมษาน่ะค่ะ
    3.ส่วนเรื่องที่พักที่ให้กรอกข้อมูล ตอนนี้ apartment แค่เปิดให้จองยังไม่ confirm เอาที่อยุ่ไปใช้ก่อนได้ไหมคะ

    • govisa  On December 27, 2011 at 8:13 am

      น้อง Tip คะ
      1.น้องได้รับจดหมายตอบรับจากทางโรงเรียนเป็น I-20 หรือ DS-2019 ถ้าได้รับ I-20 ต้องขอวีซ่า F-1 แต่ถ้าได้รับจดหมายตอบรับอยู่ในรูป DS-2019 น้องต้องขอวีซ่าJ-1 ค่ะ ส่วนวีซ่านักท่องเที่ยวและไปเรียนได้ด้วย คือ ผู้ที่ได้รับจดหมายตอบรับจากสถานศึกษาที่มีจำนวนชั่วโมงต่ำกว่า 18 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ค่ะ ลองศึกษาเพิ่มเติมที่เว็บไซต์สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพตรงไอคอน visa สำหรับ non-immigrant จะแสดงคว่มหมายแต่ละประเภทของวีซ่าให้ศึกษาค่ะ เช่นวีซ่าประเภท B-1/B-2, J-1,F-1 ดังนั้นควรระบุประเภทวีซ่าให้ถูกนะคะ เพราะโรงเรียนในอเมริกาก็ต้องส่งรายละเอียดการรับน้องเข้าอบรมไปที่ Immigration, Homeland Security และ สถานทูตสหรัฐอเมริกาที่ผู้ยื่นมีถิ่นพำนักอยู่ค่ะ
      2. อบรมเสร็จถ้าจะเที่ยวต่ออีก 2 อาทิตย์อธิบายให้กองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาทราบเวลาน้องถูกสัมภาษณ์และตั๋วเครื่องบินควรระบุเที่ยวบินกลับด้วยค่ะ
      3. ไม่ได้กลับตามวันที่กำหนดก็ได้ค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยผู่กับน้องจะได้รับการประทับตราให้อยู่ในสหรัฐอเมริกาได้นานเท่าไรจากเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาด้วยค่ะอย่าเกินวันที่ที่ทางกองตรวจคนเข้าเมืืองระบุ เพราะอาจจะทำให้มีปัญหาได้ในภายหลังที่มีการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯค่ะ
      4. เรื่องที่พักถ้ายังไม่ confirm น้องก็ต้องพอช่วยตัวเองได้ในระดับหนึ่งว่า เมื่อเดินทางไปถึงเมืองนั้น น้องจะไปพักที่ไหน มีเพื่อนหรือมีคนรู้จักที่จะสอบถามหรือขอคำแนะนำเรื่องที่พักได้ไหมค่ะ

  • cartoon  On December 28, 2011 at 1:19 pm

    ขอบคุณมากนะคะ พอดีตูนไม่สามารถเข้าไปในds160อันเก่าได้คะ มันขึ้นว่านามสกุลกับปีเกิดผิดทั้งที่ก็กรอกเหมือนเดิม อย่างนี้ทำไงดีคะถ้าไม่มีใบเก่าจะได้รึป่าวคะ
    และเอกสารที่ต้องเตรียมไปนี่ตูนต้องเอาใบจบการศึกษาไปด้วยไหมคะ
    และคุณแม่สามีเป็นสปอนเซอร์ให้ เค้าได้ไปขอใบรับรองการเป็นสปอนเซอร์จากธนาคารมาให้ตูนมา1ใบคะ แล้วตูนต้องถ่ายเอกสารสมุดบัญชีของคุณแม่ไปด้วยไหมคะ

    • govisa  On December 31, 2011 at 12:55 am

      น้องตูนคะ
      1. เพื่อความสบายใจของน้องนะคะ เขียนอีเมลืไปที่ visabkk@state.gov อธิบายเหุผลว่าเข้าไป print ใบเก่าไม่ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่เขาส่งคำตอบมา จะได้ print ไว้เป็นหลักฐานค่ะ
      2. ถ้าน้องไปเรียนนำหลักฐานการศึกษาไปให้เขาดูแต่ถ้าน้องไปเที่ยว ไม่ต้องนำหลักฐานการเรียนไปแสดงค่ะ
      3. น้องตูนนำบุ๊คบัญชีตัวจริงไปค่ะ สำหรับสถานทูตอเมริกาไม่ต้องแสดงสำเนาเอกสาร สถานทูตต้องการดูตัวจริงค่ะ

  • nai  On December 29, 2011 at 5:32 pm

    สวัสดีค่ะ
    1อยากทราบว่า passport book number คือส่วนไหนของเล่มค่ะ
    2 ถ้าต้องการแก้ไขข้อมูล DS160 แต่ว่าไม่สามรถแก้ไขได้แล้วแต่อยากจะจองวันสัมภาษณ์ใหม่ต้องซื้อ pin และจ่ายเงินค่าสัมภาษณ์ใหม่รึป่าวค่ะ
    ช่วยตอบหน่อยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On December 31, 2011 at 12:41 am

      น้อง Nai คะ
      1. passport book number ใส่หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือถ้าไม่ต้องการใส่ ให้เลือก does not apply ค่ะ
      2. ถ้าน้อง confirm วันนัดสัมภาษณ์ไปแล้ว แก้ไขฟอร์ม DS-160 ไม่ได้แล้วค่ะ ถ้าต้องการจองวันนัดสัมภาษณ์ใหม่ น้องสามารถ delete วันนัดเดิมแล้วเปลี่ยนใหม่ได้ 2 ครั้งค่ะ ส่วนเงินค่าสอบสัมภาษณ์ 4,340 บาท ไม่ต้องซื้อใหม่ค่ะ

  • nai  On December 29, 2011 at 8:29 pm

    ขออธิบายอีกนิดที่กรอกผิดคือ ใส่หมายเลยโทรศัพท์เป็นขึ้นต้นเป็นเลข 0 ไม่ใช่ 66 จะเป็นอะไรรึป่าวค่ะ
    และอีกอย่างคือ ตรงที่ให้ใส่ข้อมูลบุคคลที่จะยืนยันว่าเราอยู่ประเทศไทยอย่างน้อยสองคน
    คนแรกใส่เจ้านายเก่าไปแต่ ไม่ได้ใส่เบอร์โทรติดต่อ และ email
    ส่วนคนที่สองใส่ชื่อเพื่อนนักเรียนด้วยกันแต่ใส่แต่ email จะเป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ
    ตอนนี้ comfirm DS160 ไปแล้วแก้ไขไม่ได้แล้ว
    ถ้าอยากจะนัดสัมภาษณ์ใหม่เพื่อจะได้ submit DS160 อันใหม่ ต้องซื้อ pin ใหม่ด้วยรึป่าวค่ะ
    ช่วยตอบด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On December 31, 2011 at 12:50 am

      น้อง Nai พี่ขอโทษจริงๆค่ะ ที่ตอบช้านะคะ
      1. หมายเลขโทรศัพท์จะใส่เป็นหมายเลขที่ประเทศไทยโดยไม่ใส่รหัสต่างประเทศก็ได้ไม่มีปัญหาค่ะ
      2. รายละเอียดของ 2 คนที่เป็นชื่อบุคคลอ้างอิง ถ้าไม่ทราบข้อมูลดังกล่าวไม่ใส่ ไม่เป็นไรค่ะ
      3. ถ้าต้องการนัดสัมภาษณ์ใหม่และกรอกฟอร์มใหม่ ให้เขียนไปแจ้ง visabkk@state.gov ด้วย น้องควรจะอธิบายเหตุผลให้เขาทราบว่า น้องขอยกเลิกการนัดครั้งที่แล้วทั้งหมดเพราะอะไรค่ะ ถ้าไม่ต้องการเขียนอีเมล์ไปที่สถานทูตให้น้องกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่ และนำใบยืนยัน DS-160 ทั้งใบใหม่และใบเก่าไปที่สถานทูตในวันสอบสัมภาษณ์ด้วยค่ะ

  • cartoon  On January 4, 2012 at 6:22 pm

    สวัสดีคะพี่ นี่ตูนเองนะคะวันนี้เพิ่งไปสัมภาษณ์มาคะ คนเยอะมากไปถึง7.30นัด8โมงเช้า
    ได้สัมภาษณ์ตอน12.00คุยไม่ถึง5นาที ได้มา10ปีดีใจมากเลยคะคุ้มค่าแก่การรออิอิ
    หลักฐานบางอย่างเอาไปแต่เค้าก็ไม่ได้เรียกดูก็มีคะ
    เลยมาเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆนะคะที่กำลังทำเรื่องของอยู่ว่า วีซ่าเมกาไม่ยากอย่างที่คิด^ ^v
    (เพราะพาสปอร์นตูนหน้าขาวสะอาดเลยคะ เล่มเก่านี่ไปแค่ฮ่องกงกับมาเก๊าเอง)

    • govisa  On January 4, 2012 at 8:14 pm

      ขอบคุณน้องตูนมากค่ะที่เขียนมาให้กำลังใจเพื่อนๆทุกคนค่ะ ว่าแต่ว่ากงสุลท่านถามอะไรน้องตูนบ้างคะ ถ้ามีเวลาเขียนมาให้อ่านกันบ้างนะคะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ

  • cartoon  On January 4, 2012 at 8:41 pm

    ยินดีแชร์ประสบการณ์คะ
    ทักทายกับเจ้าหน้าที่ และสวัสดีปีใหม่คะ
    เจ้าหน้าที่:คุณจะไปอเมริกาทำไมครับ?
    ตูน:ไปฮันนีมูลและก็เยี่ยมญาติคะ (ชูแหวนให้ดู อิิอิ)
    เจ้าหน้าที่:ยินดีด้วยนะครับ แล้วถามว่าไปนานเท่าไหร่?
    แล้วสามีไม่มาขอด้วยหรอครับ?
    ไปกับสามีแค่2คนหรอ มีคนอื่นไหม?
    คุณทำงานอะไรครับ?
    ในอนาคตจะไปอยู่ที่อเมริการึป่าวครับ?
    แล้วเจ้าหน้าที่พิมพ์คอม ประทับตรา ยืนใบสีฟ้าให้ พร้อมกับยินดีด้วยครับ

    ตูนดีใจมากเลยคะตอนนั้น เพราะกรณีตูน คือ ไม่ได้ทำงานคะ มีสามีเป็นคนไทยสัญชาติอเมกัน แต่งงานกันได้1ปี
    ทั้งครอบครัวเค้าถือกันคนละ10ปีทุกคน ถ้าตูนไม่ผ่านสงสัยต้องเป็นแกะดำแน่ๆเลย โชคดีผ่านค่ะ
    และตูนก็บอกกับเจ้าหน้าที่ไปว่าขอบคุณสำหรับของขวัญปีใหม่คะ ^ ^

    รอตั้งแต่เช้าจนเที่ยงหิวข้าวมากๆแถมง่วงสุดๆ แต่ก็คุ้มค่าแก่การรอคอยคะ
    เป้าหมายต่อไปคือวีซ่าญี่ปุ่นคะ อยากขอให้ได้จะได้ทันดูดอกซากุระเดือนมีนาเมษา^ ^v

    เอาใจช่วยทุกคนนะค่ะ ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ ^ ^

    • govisa  On January 5, 2012 at 3:15 am

      ขอบคุณมากๆค่ะน้องตูน ถ้าได้วีซ่าอเมริกาแล้ว วีซ่าญี่ปุ่นไม่มีปัญหาค่ะ น้องได้ไปดูดอกซากุระบานแน่นอนค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

  • Jay  On January 7, 2012 at 12:31 am

    สวัสดีคะ มีข้อสงสัยบางเรื่่องนะคะ ได้สัมภาษณ์ วันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2555 เวลา 7 น.
    คือแฟนเป็นชาวอเมริกา แต่ได้เรสซิเดนท์ ที่ประเทศ South Afria คะ และแฟนก็อยู่ที่ South Africa มีธุรกิจและบ้านอยู่ที่นี่ คืออย่างนี้นะคะใน application ถามว่าถ้าไปอเมริกา และจะไปพักที่ไหน ดิฉันก็ตอบไปว่าจะพักบ้านแฟน แต่พอคำถามที่ว่าคุณมีญาติอยู่ที่อเมริกาหรือเปล่า ดิฉันตอบว่าไม่มีคะ มันจะค้านกันหรือเปล่าคะ เพราะแฟนไม่ได้อาศัยอยู่อเมริกามานาน 2 ปี แล้ว เพราะอยู่ที่ South Africa ดังนั้น เวลาไปสัมภาษร์จะมีปัญหาหรือไม่คะ เพราะแฟนจะพาไปเที่ยวที่อเมริกาคะเดือนเมษายน เราหมั้นกันแล้ว แต่ยังไม่ได้แต่งคะ หมั้นที่ South Africa คะ แต่ดิฉันก็ได้เตรียมสำเนาทะเบียนบ้านทั้งที่ อเมริกา ละ South Africa ไปด้วยคะ เพราะได้อ่านปัญหาของพี่ข้างบนกระทู้ เค้าตอบไปในลักษณะอย่างนี้แล้ววีซ่าไม่ผ่าน ดิฉันเลยเป็นกังวลมากค่ะ

    • govisa  On January 7, 2012 at 8:50 pm

      น้อง Jay คะ พี่เกรงว่า ถ้าน้องตอบว่า น้องหมั้นกับแฟนแล้ว กงสุลอาจจะแนะนำให้น้องขอวีซ่าใหม่เป็นวีซ่าคู่หมั้นหรือ K-1 visa มากกว่าค่ะ ส่วนเรื่องที่แฟนไปทำงานที่ South Africa และการที่น้องตอบว่า น้องไม่มีญาติอยู่ที่อเมริกาในแบบฟอร์ม DS-160 ไม่ใช่ปัญหามากนักค่ะ การมีแฟนเป็นชาวอเมริกันซึ่งตอนนี้ทำงานอยู่ที่ South Africa ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการยื่นขอวีซ่าค่ะ ปัญหาที่อาจจะเกิดกับน้องคือ อย่างที่ได้แจ้งไว้ข้างต้นว่า กงสุลอาจถามน้องว่า เมื่อหมั้นกันแล้ว ทำไมไม่ขอวีซ่า K-1 มากกว่าค่ะ พี่แนะนำว่า อย่าเพิ่งบอกว่าหมั้นกันดีไหมคะ ที่บ้านมีใครมีวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาไหมคะ น้องจะหลีกเลี่ยงว่า จะไปเที่ยวกับญาติคนหนึ่งด้วยการซื้อทัวร์ไป (ถ้าขอรายละเอียดทัวร์ไม่ทัน ลองดูว่ามีทางที่จะ Print จากเว็บไซต์ไหมค่ะ) น้องและญาติจะถือโอกาสไปเยี่ยมชมบ้านเแฟน และแฟนจะพาไปเที่ยวด้วยค่ะ เพื่อดูว่า น้องจะอยู่ที่อเมริกาได้ไหม ถ้าอยู่ไม่ได้เพราะหนาวไป หรืออืนๆ อาจจะตัดสิจไปอยู่ South Africa กับแฟนก่อนค่ะ

  • Jay  On January 7, 2012 at 1:41 am

    Jay ค่ะสวัสดีอีกครั้งนะคะ พอดี มีอีกเรื่องทีสงสัยคะและเป็นกังวล ชื่อจริงดิฉันชื่อว่า Miss Jarayu Paosuphan และในใบ Confirmation ก็เป็นชื่อนี้ ค่ะ แต่พอเป็นในใบยืนยันการนัดหมาย กับเป็นชื่อ Jarayu Non Paosuphan ค่ะเพราะตอนที่กรอกข้อมูลในยืนยันการนัดหมาย มีช่องให้ใส่ชื่อกลางแต่ดิฉันไม่มีชื่อกลางก็เลยใส่ Non ไป พอปริ้นท์ออกมาดันเป็น Jarayu Non Paosuphan พอจะกลับมาแก้ไขมันแก้ไม่ได้แล้ว ค่ะ อย่างนี้จะเป็นปัญหาตอนเราไปสัมภาษร์หรือเปล่าคะ ทางสถานฑูตจะว่าเรากรอกข้อมูลไม่ตรงหรือเปล่าค่ะ ช่วยตอบด้วยด่วนนะคะ ขอบพระคุณเป็นอย่างมากเลยคะ
    และถ้าไปสัมภาษณ์เสร็จแล้วจะมาแชร์ประสบการณ์นะค่ะ

    • govisa  On January 7, 2012 at 8:33 pm

      ไม่มีปัญหาค่ะ น้อง Jay เรื่องชื่อกลางที่กรอกไปว่า Non ค่ะ

  • Jay  On January 7, 2012 at 10:23 pm

    ขอบคุณมากค่ะคุณพี่คะ พอดีถามแฟนไปเหมือนกันค่ะเรื่องที่เรากรอกในใบสมัครไปแล้วคะว่าไปกับคู่หมั้น ซึ่งแฟนแนะนำว่าให้เราบอกความจริงไปว่า เราไปอเมริกาเพื่อไปเที่ยวอย่างเดียวและไม่คิดที่จะไปอยู่ที่นั่น และแฟนเองก็ไม่คิดที่จะกลับไปอยู่ที่อเมริกา เพราะถ้าเราจะแต่งงานกันเราจะแต่งที่ South Africa ค่ะดังนั้นเราจึงไม่ได้ขอวีซ่าประเภทคู่หมั้นอ่ะค่ะ เพราะเราจะไปเที่ยวอย่างเดียว ขอถามความคิดเห็นนะคะว่าจะมีปัญหาไหมคะ ขอบคุณมาก ๆ เลยคะ

    • govisa  On January 8, 2012 at 4:07 pm

      น้อง Jay คะ ถ้าตกลงกับแฟนไว้แบบนั้นก็อธิบายให้กงสุลเข้าใจว่า ที่ไม่ได้ขอวีซ่าแบบ K-1 เพราะแฟนมีวัตถประสงค์จะทำธุรกิจที่ South Africa และคงอยู่ที่ South Africa อีกนานหลายปีมากกว่านะคะ ขอให้ใช้น้ำเสียงที่ค่อนข้างนุ่มนวลในการอธิบายเพื่อแสดงให้กงสุลท่านเห็นว่า มันเป็นเตุผลทางธุรกิจของว่าที่สามีนะคะ และ ไม่เป็นการตัดอนาคตของเราด้วยว่า วันหลังน้องอาจจะต้องขอวีซ่าเพื่ออพยพไปอยู่ที่บ้านเดิมของสามีในสหรัฐอเมริกาค่ะ อีกประการหนึ่ง การขอวีซ่าแบบ K-1 อาจจะต้องเสียเวลาดำเนินการนาน และทางแฟนมีแผนการจะไปเที่ยวในระยะเวลาสั้นๆประมาณไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น เพราะทิ้งงานบริษัทที่ South Africa ไปนานๆไม่ได้ เป็นต้นนะคะ

  • Jay  On January 9, 2012 at 12:18 am

    ขอบคุณคำกับคำตอบและคำแนะนำของพี่โกวีซ่า มากเลยค่ะมีกำลังใจขึ้นเยอะนี่ก็เที่ยงคืนกว่าแล้วตื่นเต้นมากค่ะนอนไม่หลับเลย พรุ่งนี้ ตี สี่ ต้องตื่นแล้วค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยกับกำลังใจนะคะ
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ คงไม่ช้าไปนะคะ 🙂 แลัวพรุ่งนี้จะมาเล่าให้ฟังนะคะว่าเป็นอย่างไรบ้าง สู้ๆๆๆๆ

  • Nannie  On January 10, 2012 at 6:48 pm

    พี่ขาวันนี้แนนเพิ่งกรอก DS-160 ไป ประเภท F ไป ค่ะ ทุกอย่างดูราบรื่่นดี แนนปริ้นท์ใบ Confirmation มาแล้วค่ะ แต่พอไปเทียบกับเพื่อนที่สมัครวันเดียวกัน ปรากฎว่าแนนกรอก
    ข้อมูลไม่ครบค่ะ เรื่องเคยเดินทางไปประเทศไหนมาบ้าง กับพวกการศึกษา
    คือมันไม่ปรากฏในหน้า DS ที่แนนกรอกอ่าค่ะ ไม่มีจริงๆ
    เพราะถ้าแนนลืมทางระบบก็ต้องเตือนแล้วว่าใส่ไม่ครบ
    แล้วแนนก็ปริ้นท์ใบ Confirmation และก็จ่ายค่าพินไปแล้วด้วยค่ะ
    แต่ยังไม่ได้จองวันนะคะ เพราะเห็นเต็มอยู่
    อย่างนี้แนนจะมีปัญหาไหมคะ รบกวนตอบด้วยนะคะ กังวลมากค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะพี่

    • govisa  On January 10, 2012 at 7:54 pm

      น้องแนนคะ การที่เพื่อนน้องได้มีโอกาสตอบคำถามว่าเคยเดินทางไปประเทศไหนมาบ้าง เพราะเพื่อนน้องน่าจะตอบคำถามข้อที่ถามว่า ท่านเคยศึกษาระดับหลังมัธยมหรือเปล่า ถ้าตอบคำถามข้อนี้ว่า Yes จะมีให้กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับสถานศึกษาเพิ่มและถามว่าน้องพูดหรือใช้ภาษาใดบ้าง และคำถามถัดไปก็คือ เคยไปเที่ยวที่ไหนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาค่ะ อย่างไรก็ตาม น้องไม่ต้องวิตกค่ะ เพราะมีน้องที่ไม่ได้ตอบคำถามที่ถามว่าเคยไปประเทศไหนบ้างมีจำนวนมากพอสมควรค่ะ ไม่ต้องแก้ไขค่ะ เพราะพี่มั่นใจว่า น้องได้กรอกในฟอร์มว่าน้องเรียนจบที่ไหนแล้วใช่ไหมคะ ดังนั้น ให้น้องรอวันนัดว่างที่มีสีเขียวต่อไป ถ้าพบเห็นวันว่างที่มีสีเขียว ให้รีบจองเลยค่ะ

  • Nannie  On January 10, 2012 at 8:51 pm

    ขอบคุณมากค่ะพี่ ซึ่งที่พี่ถามแนนว่าแนนได้กรอกแบบฟอร์มว่าแนนเรียนจบที่ไหน ก็ยังไม่ได้กรอกเลยค่ะ ตอนนี้แนนเรียนจบปี 4 แล้ว
    แต่ในหัวข้อ Work / Education / Training Inormation
    ของแนนขึ้นแต่คำถามทำงาน ซึ่งพอคำถามสุดท้าย
    Were you previously employed? แนนตอบ No
    ก็กลายเป็นหัวข้อ Security and Banground Information
    เลยค่ะพี่ งงมากเหมือนกันว่าหายไปไหน หรือแนนตอบพลาดอะไรไป
    รบกวนพี่ตอบด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะพี่สำหรับคำอธิบาย ^^

  • Jay  On January 10, 2012 at 11:24 pm

    สวัสดีค่ะ พี่โกวีซ่า น้องเองนะคะ น้องไปสัมภาษณ์มาแล้วค่ะเมื่อวานปรากฏว่า วีซ่าน้องผ่านคะ แต่ยังไม่รู้ว่าได้กี่ปีคะ และน้องก็มีปัญหาจริงๆ ที่พี่บอกมาว่าทางสถานฑูตนต้องถามแน่นอนว่าทำไมไม่ยื่น k-1 และที่ถามก็เป็นที่ตรงสแกนนิ้วทั้งสองข้างและตรวจเรื่องของ DS 160 ว่าเรากรอกครบไหมเค้าบอกยังไงๆ ก็ต้องให้แฟนน้องยื่นเรื่องไปทางอเมริกา ต้องก็อธิบายให้ฟังนานมากค่ะ จนคุณป้าแกบอกเอายังงี้พี่จะปล่อยให้คุณเข้าไปสัมภาษณ์กับท่านกงสุล ถ้าท่านขอเอกสารอะไรก็ให้คุณเอาให้ท่านดู อ้อ โชคดีมากค่ะน้องได้คิวแรกเลย 001 เสร็จสัมภาษณ์ 7.13 น. ท่านกงสุลคุยและถามเป็นภาษาไทยแต่น้องก็ตอบภาษาอังกฤษ ไม่ถามอะไรมากเลย ค่ะ
    ไปเคฟทาวน์ ทำอะไร ไปอยู่กับแฟนค่ะแฟนมีธุรกิจอยู่ที่นั่น
    กงสุล อุยปลาฉลามขาวดุมากนะ
    แล้วคุณไปอเมริกาเพื่ออะไร ไปเที่ยวคะ
    แล้วคุณทำงานอะไร ทำธุรกิจร้านกาแฟคะ
    รายได้เท่าไหร่ …………
    แล้วไปอเมริกาจะพักที่ไหน อิลินอยค่ะ
    ท่านกงสุล ขอดูเอกสาร 2 อย่าง อเมริกัน passport and south africa resident ของแฟน ขอดูแค่นี้เองค่ะแต่น้องเตรียมไปเอกสารไปทั้งหมด 21 อย่างค่ะ
    และท่านก็เขียนใบสีฟ้าให้และบอกว่าวีซ่าคุณผ่านแล้วและให้สแกนนิ้วกลางด้านขวา
    โอ้โหพี่ค่ะน้องรู้สึกว่า โลกนี้มันช่างมีความสุขมากๆ เลยคะขอบคุณพี่ มากๆ นะคะ น้องก็ทำตามที่พี่แนะนำคะพูดจาเสียงไพเราะ และก็ยิ้มตลอดเวลาค่ะ

    • govisa  On January 11, 2012 at 5:30 am

      ขอบคุณมากค่ะน้อง Jay ที่เขียนมาแชร์ประสบการณ์นะคะ น้องทำให้พี่พลอยตื่นเต้นไปด้วยว่า วีซ่าจะผ่านไหมค่ะ ขอให้ไปเที่ยวอเมริกาให้สนุกนะคะ ไปอยู่ Capetown เมื่อไหร่ส่งข่าวดีๆมาคุยอีกนะคะ พี่จะรอค่ะ

  • Nannie  On January 11, 2012 at 9:07 am

    พี่คะเมื่อวานแนนได้โชคดีมาก สมัคร DS-160 และก็ได้วันนัดสัมภาษณ์เมื่อวานเลย
    เป็นอาทิตย์หน้าค่ะ แต่แนนก็ยังกังวลอยู่ดีอย่างที่เคยบอกพี่ไปว่า
    หัวข้อ Work / Education / Training Inormation
    ของแนนขึ้นแต่คำถามทำงาน ซึ่งพอคำถามสุดท้าย
    Were you previously employed? แนนตอบ No
    ก็กลายเป็นหัวข้อ Security and Banground Information
    เลยค่ะพี่ งงมากเหมือนกันว่าหายไปไหน ไม่ได้กรอกเรื่องการศึกษา หรือเคยไปประเทศไหนมาเลยอ่ะคะ

    • govisa  On January 11, 2012 at 5:39 pm

      ไม่ต้องกังวลนะคะน้องแนน ให้น้องกรอกฟอร์มDS-160 ที่ถูกต้องใหม่ print DS-160 ใบใหม่ออกมา อาทิตย์หน้าไปสอบสัมภาษณ์น้องแนนนำ DS-160 ทั้งใบเก่าและใบใหม่ไปที่สถานทูตด้วยค่ะ ขอให้โชคดีได้วีซ่าค่ะ

  • Nannie  On January 11, 2012 at 8:39 pm

    พี่ govisa คะ แนนลองไปกรอกใหม่ก็เป็นเหมือนเดิมค่ะ ก็เลยไม่ได้เซฟอะไรเลย ปิดไปเฉยๆ ก็คืออยากรู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ปรึกษาเพื่อนก็เลยให้ลิ้งค์ที่ pantip คนที่มีเคสเดียวกับแนนค่ะมาค่ะ
    http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2010/06/H9387291/H9387291.html
    แต่แนนก็ยังไม่วางใจ เพราะข้อมูลในเว็บเป็นปี 53 น่ะค่ะ และไม่รู้ว่าที่สถานทูตเขาจะให้เรากรอกการศึกษาตอนวันสัมภาษณ์ไหม แต่แนนว่าจะเตรียมไปด้วย
    พี่มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างคะ? รู้สึกตัวเองเหมือนแกะดำอ่าค่ะ T_____T

  • Jay  On January 12, 2012 at 12:49 am

    สวัสดีค่ะพี่คะ วันนี้น้องได้รับพาสปรอต์แล้วสรุปน้องได้วีซ่า 10 ปีคะดีใจมากๆ เลยและแฟนก็ดีใจมากเช่นกัน พุธหน้า 18 ม.ค น้องก็เดินทางไป Cape Townแล้วค่ะ และไปอเมริกาเดือน เม.ย ค่ะขอบคุณพี่มากนะคะเวปไซด์ของพี่เป็นประโยชน์มากๆ เลยค่ะ

    • govisa  On January 12, 2012 at 6:27 am

      ยินดีด้วยค่ะน้อง Jay หากพี่มีโอกาสไปCapetown จะอีเมล์ไปคุยด้วยค่ะ ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ และเที่ยวอเมริกาให้สนุกค่ะ

  • pangpang  On January 13, 2012 at 9:36 pm

    สวัสดีค่ะคุนโกวีซ่า แป้งเคยขอวีซ่าออแพร์(J1) เมื่อสองปีกว่าๆที่ผ่านมา แต่ไม่ผ่าน และขอซ้อนกันตั้งสองครั้งในเวลาสองอาทิด ก้อโดนปฏิเสธที้งสองครั้ง ซึ่งน่าจะเปนเพราะแป้งจบ ม 6 และตอนนั้นไม่มีงานทำแต่อายุ 26 แล้ว คือก่อนหน้านั้นทำงานแต่พอจะไปเปนออแพร์เลยลาออกละก้อทำเรื่องไปอเมริกาอย่างเดียวเลย.. ผ่านมาสองปีกว่า ตอนนี้ทำงานเปน ผจก รายได้หลัก 5หมื่นขึ้นทุกเดือน และน้องสาวแป้งไปเปนออแพร์ที่นิวยอร์คได้จะครบสองปีในเดือนเมษานี้ ซึ่งก้อต้องกลับไทยแล้ว น้องสาวเลยชวนว่า มาเที่ยวไม๊ จะได้มีเพื่อนเที่ยว แป้งลาพักร้อนได้ 12 วัน และกำลังจะขอวีซ่า แต่ตอนนี้มีปัญหาค่ะ
    1 แป้งยังไม่ได้ส่ง DS160 เลย กำลังจะส่งแล้วตอนนี้ แต่ที่บ้านไม่มีเครื่องปริ๊น ก้อต้องไปร้านเนต เลยสงสัยว่า ทำให้เสร็จที่บ้านนี่เลยจะได้นั่งรอจองคิว ละค่อยไปปริ๊นไม่ได้หรอคะ
    2 แป้งเคยถูกปฏิเสธสองครั้งซ้อน แต่ครั้งนี่เอกสารแน่นหนากว่าเดิม คือ มีโฉนดบ้านแต่เปนชื่อแม่ มีหนังสือรับรองการเปน นศ ของราม เพราะไปลงเรียนมาเทอมนึงแล้ว มีใบรับรองการทำงานและเงินเดือน มีเงินในบัญชีแสนนิดๆและกำลังจะไปขอใบรับรองฐานะทางการเงินจากแบงค์ คุนโกวีซ่าว่าแป้งจะผ่านไม๊คะ
    3 บ้านเลขที่ ที่เป็น ทับ (/) ต้องพิมว่า slash หรือว่าใช้เครื่องหมาย (-) กันแน่คะ
    4 ถ้าเรากรอกทุกอย่างแล้ว อัพรูปแล้ว ส่งแบบฟอร์มแล้ว ใส่พินละรอจองคิวแต่ไม่มี ปิดคอท เปิดมาใหม่ เราจะกลับเข้าไปรอจองคิวยังไงคะ

    ขอบคุนนะคะที่สละเวลามาอ่านและหวังว่าจะตอบคำถามกลับมา คำถามอาจจะงงๆหน่อยเพราะเมื่อเกือบสามปีก่อนยังไม่ได้ใช้ฟอร์มนี้ แป้งเลยงงๆอ่ะค่ะ

    • govisa  On January 13, 2012 at 11:53 pm

      น้องแป้งคะ
      1. ถ้าที่บ้านไม่มี printer ให้น้องไป Print ที่ร้านให้เช่าอินเทอร์เน็ต และถือโอกาสเช่าเครื่องเขาต่อเพื่อทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ เมื่อได้วันนัดสัมภาษณ์ให้ Print ใบนัดสัมภาษณ์ออกมาด้วยค่ะ ถ้าไม่ต้องการทำวิธนี้ ให้น้องจองวันนัดสัมภาษณ์ให้เสร็จแล้วไป Print ที่ร้านเช่าอินเทอร์เน็ตทั้ง DS-160 Confirmation Number และใบนัดวันสอบสัมภาษณ์ค่ะ

      2. การถูกปฏิเสธวีซ่ามาแล้ว 2 ครั้ง อาจจะทำให้การขอวีซ่าครั้งที่ 3 ถูกซักถามมากกว่าปกติ ส่วนการที่เพิ่งลงทะเบียนเรียนที่ม.รามได้นาน 3 เดือนหรือ 1 เทอม น้องควรจะขอจดหมายรับรองความเป็นนักศึกษาจากม.ราม พร้อมทั้งTranscript ที่เรียนมา 1 เทอมด้วยว่า ผลการเรียนเป็นอย่างไรด้วยค่ะ ถ้าน้องแป้งต้องการชี้แจงว่า น้องกำลังเรียนอยู่ที่ ม.รามนะคะ แต่ถ้าน้องต้องการนัดวันสอบสัมภาษณ์เร็วๆนี้ การขอเอกสารจากม.รามอาจจะไม่สะดวกเพราะต้องใช้เวลาในการติดต่อสถานศึกษานาน น้องไม่ต้องชี้แจงว่าเรียนอยู่ที่ ม.ราม เพราะน้องเพิ่งลงทะเบียนเรียนไปเพียงเทอมเดียวค่ะ ให้น้องนำจดหมายรับรองการทำงานและเงินเดือนไปแสดงให้กงสุลดูค่ะ ส่วนที่น้องถามว่ามีเงินในบัญชีธนาคารแสนนิดๆ พี่คิดว่า น้อยไปนิดหนึ่งค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า น้องขอวีซ่าชี้แจงกงสุลว่า น้องจะไปเที่ยวนานกี่วัน และไปแถวรัฐไหนด้วยค่ะ ถ้าไปเมืองหรือรัฐที่ค่าครองชีพสูง เช่น บอสตัน นิวยอร์ค และไปนานจำนวน 10 วัน เงินในบัญชีธนาคาร 1 แสนถือว่าไม่พอที่จะค้ำประกันตนเองไปเที่ยวได้ค่ะ เพราะคำนวณเฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเกือบ 50,000 บาทแล้วค่ะ ยังต้องมีค่ารับประทานอาหาร ค่าเที่ยว ค่าช้อปปิ้งอีกค่ะ น้องมีญาติผู้ใหญ่ เช่นคุณพ่อหรือคุณแม่ ที่จะขอร้องให้ท่านร่วมเป็น Sponsor ด้วยได้ไหมคะ
      หมายเหตุ น้องลองปรึกษา family ที่น้องสาวไปอยู่ด้วยว่า เขาจะช่วยทำจดหมายเชิญให้น้องไปพักบ้านเขา 2 อาทิตย์ได้ไหมนะคะ เพราะน้องแป้งมีน้องสาวทำงานที่บ้าน Family นั้นค่ะ

      3. บ้านเลขที่ที่มีเครื่องหมาย/ เวลาใส่เครื่องหมาย / โปรแกรมที่สถานทูตตั้งไว้ใน DS-160 จะไม่สามารถประมวลผลได้ค่ะ ต้องใส่เครื่องหมาย “-“หรือเว้นวรรค 1 ช่องไฟค่ะ

      4. ถ้าจะเปิดเครื่องใหม่ให้น้องเข้า https;//ceac.state.gov/GENNIV คลิก เลือกเมือง เลือกภาษา แล้วคลิก start applicationหลังจากนั้นให้ลองมองหาคำว่า “retrieve application” คลิก retrieve application ใส่ 5 ตัวอักษรแรกของนามสกุลน้อง, ปีคศ.ที่เกิด, และคำตอบของคำถามที่น้องตั้งเป็นรหัสลับตั้งแต่แรก ลองทำดูก่อนที่จะเข้าไปจองวันนัดสัมภาษณ์นะคะ ถ้าทำไม่ได้เพราะลืมรหัสตอบคำถามที่ตั้งไว้ ให้กรอก DS-160 ใหม่แล้วจดรหัสต่างๆเก็บไว้ในกระดาษด้วยเช่น Application Id คำถามที่เป็นรหัสลับประจำตัวน้องและคำตอบ เหตุผลที่ให้น้องกรอกใหม่ เพราะถ้าน้องทำการยืนยันวันนัดสัมภาษณ์ไปแล้ว และน้องเข้าไป retrieve เอกสารที่กรอกไปไม่ได้ ทำให้ print ไม่ได้ น้องจะไม่สามารถเข้าไปแก้ไขหมายเลข DS-160 ในฟอร์มการนัดสัมภาษณ์ได้ค่ะ ดังนั้นพี่จึงอยากแนะนำให้มือใหม่ในการกรอก print DS-160 Confirmation ออกมาให้เรียบร้อยก่อนทำการนัดวันสอบสัมภาษณ์ทีหลังค่ะ

      ส่วนความหวังว่าจะได้วีซ่าครั้งนี้ไหม พี่ขอเอาใจช่วยค่ะ แต่อยากให้น้องเข้มแข็งเผื่อมีอะไรผิดพลาดจะได้ไม่เสียใจค่ะ

  • tre  On January 17, 2012 at 1:44 am

    สวัสดีครับ รบกวนสอบถามหน่อยครับ
    พอดีผมสมัครDS-160 onlineและนัดวันสัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าผมยังไม่ได้print out Confirmation Pageที่มีบาร์โคดออกมา เนื่องจากตอนนั้นยังไม่สะดวก
    พอดีตอนนี้มีโอกาสจะprint แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ผมจะเข้าไปprint out DS-160 confirm โดยการกรอกรหัสตัวเลข นามสกุล ปีเกิดและคำถาม แล้วกดretrieve applicationแล้ว กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถเข้าไปหน้าที่จะprintได้ เป็นเพราะอะไรครับ
    ผมเมล์ไปถามปัญหาที่กงสุลเมื่อ5วันที่แล้ว ก็ไม่มีการตอบกลับมาใดๆเลย แล้วอย่างนี้ผมต้องทำเช่นไรครับแล้วแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้างครับ เนื่องจากมันเข้าใกล้วันที่จะนัดสัมภาษณ์แล้วแต่ผมไม่สามารถเข้าไปprintหน้า Confirm pageนี้ได้
    มีวิธีอื่นที่ไม่ต้องสมัครใหม่ได้ไหมครับ เพราะรู้สึกว่าจะแก้ตัวเลขอิเลกทรอนิคDS-160 สำหรับยืนยันวันนัดสัมภาษณ์ไม่ได้ด้วย (กลัวมีปัญหาตามมาว่าตัวเลขไม่ตรง)
    รบกวนทีนะครับ

    • govisa  On January 17, 2012 at 5:14 am

      น้อง Tre คะ ให้ print หน้าที่น้องกรอก ApplicaionID (หมายเลข DS-160)พร้อมทั้งกรอก 5ตัวอักษรนามสกุล ปีที่เกิด และคำถามออกมาด้วย พร้อมทั้งเมื่อคลิก retrieve แล้วหน้าจอคอมพิวเตอร์น้องเขียนว่าอย่างไร print ออกมาเป็นหลักฐาน หลังจากนั้นกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่แล้วนำหมายเลขยืนยันใหม่ไปให้กงสุลดู ถ้าเจ้าหน้าที่ถามน้องจะได้มีคำอธิบายพร้อมแสดงหลักฐานประกอบค่ะ ในบริเวรสถานทูตน้องนำดน้ตบุ๊คเข้าไปไม่ได้ ดังนั้นหลักฐานที่บอกให้ print ไปเหมือนกับไปแสดงหน้าจอคอมพิวเตอรืที่มีปัยหาให้เจ้าหน้าที่เห็น อนึ่งถ้ายังมีหลักบานว่าเขียนอีเมลืถึง visabkk@state.gov print ออกมาและนำไปด้วยเพื่อให้เห็นว่าน้องได้สอบถามไปที่ visabkk@state.gov แล้วแต่ไม่ได้รับคำตอบค่ะ จึงต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการกรอกฟอร์มใหม่นะคะ โชคดีค่ะ

  • Aey  On January 17, 2012 at 6:11 am

    พี่ครับตอนนี้ผมกรอก DS160 จนเสร็จพร้อมทั้งนัดวันแล้ว (14 Feb 2012)
    ตอนกรอก DS160 ใส่ไปว่ารู้จักคนที่โน้นคือเพื่อนที่เป็น US ซิติเซ้น
    เพราะเพื่อนที่โน้นแนะนำมาว่าเดี๊ยวจะเขียนจดหมายมารับรองให้ พร้อมทั้งแนบหน้าวีซ่ามาให้ด้วย ซึ่งเค้าบอกว่ามันโอเคกว่าการเขียนจดหมายมาอย่างเดียว
    แต่พอตอนนี้อ่านข้อมูลมีแต่คนบอกว่าห้ามบอกว่ารู้จักใครที่โน้นเพราะมันจะทำให้ไม่ผ่านและยุ่งยากกับตัวเอง ผมเลยคิดอยากจะแก้ไข DS160 ที่นัดวันไปแล้ว ซึ่งยังอีกไกลและในหน้า Edit ยังขึ้นเป็นตัวสีน้ำเงินอยู่ ถามว่าเราจะสามารถแก้ไขได้ไหม แล้วเจ้าหน้าที่จะรู้ไหมว่าเราแก้ไขอะไรไป แล้วมันจะส่งผลเสียอะไรบ้างไหม ตอนนี้กลุ้มใจมากเลย

    • govisa  On January 17, 2012 at 7:48 pm

      น้อง Aey คะ ถ้าเพื่อนน้องเป็น US Citizen เพื่อนเขาคงหมายความว่าเขาจะถ่ายเอกสารหน้าหนังสือเดินทางที่มีรูปหน้าเขามาให้นะคะ คงไม่ได้หมายความว่าหน้าที่มีวีซ่าค่ะ เพราะเขาไม่ต้องขอวีซ่าเข้าอเมริกาค่ะ

      อันที่จริงถ้าการเดินทางของน้องครั้งนี้ น้องรับผิดชอบเรื่องการเงินเองทั้งหมดก็ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องมีจดหมายเพื่อนค่ะ อย่างไรก็ตามจะมีคำถามข้อหนึ่งใน DS-160 ที่ถามว่ามีคนรู้จักอยู่ในสหรัฐอเมริกาไหม ถ้ามีเพื่อนคนนี้อยู่ที่อเมริกา น้องจะกรอกชื่อเขาไปก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะตรงที่อยู่ที่ในฟอร์ม DS-160 ถามว่าน้องจะไปพักที่ไหน น้องตอบว่าเป็นโรงแรม ชื่อเพื่อนก็เป็นเพียง Reference ว่าถ้ามีปัญหาอะไรที่อเมริกา เจ้าหน้าที่ภาครัฐเขาอาจจะย้อนกลับไปดู record ที่บันทึกไว้ในฟอร์ม DS-160 ว่าน้องมีใครรู้จักที่ในอเมริกาบ้าง เขาอาจจะเริ่มซักถามจากคนๆนั้นค่ะ ที่บางกระทู้เขาห้ามบอกว่า มีคนรู้จักอยู่ที่อเมริกา อาจจะเป็นไปได้นะคะที่เขากังวลว่า คนไทยบางท่านเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างผิดกฎหหมายก่อน เช่น ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปทำงาน และอยู่นานเกินเวลา ไม่กลับประเทศไทย ทำให้ต้องหาวิธีต่างๆเพื่ออยู่ในสหรัฐอเมริกาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่่งวิธีดังกล่าวไม่ถูกต้องและไม่ควรทำค่ะ เพราะจะทำให้ภาพพจน์ของคนไทยรุ่นหลังๆถูกพิจารณาไปในทางลบได้ค่ะ

      ถ้าน้องเป็นกังวลน้องจะลองเข้าไปแก้ไขดูก้ได้นะคะว่าไม่มีคนรู้จัก ถ้าในหน้า edit ยังมีตัวสีน้ำเงินอยู่ก็น่าจะแก้ไขได้ค่ะ การแก้ไขอะไรบางอย่างในฟอร์ม DS-160 ต้องระวังนิดหนึ่งนะคะสำหรับน้องที่เข้ามาอ่านกระทู้ในภายหลังแล้วแก้ไขไม่ได้อย่างน้อง Aey เหตุผล คือ พี่สังเกตว่า ฟอร์ม DS-160 และฟอร์มนัดวันสัมภาษณ์จะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขบางส่วนนิดหน่อยเมื่อใช้ฟอร์มนี้้ไประยะหนึ่ง เช่น เดิม retrieve ข้อมุลไม่ได้ ก็ปรับเปลี่ยนให้มี retrieve ข้อมูลได้ หรือเดิมแก้ไขหมายเลข DS-160 ได้ ปรับใหม่เป็นแก้ไขไม่ได้เป็นต้นค่ะ

      อย่ากลุ้มใจเกินเหตุ เดี๋ยวจะไม่สบาย ถ้าน้องมีความจริงใจ ไม่ได้คิดอยากไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเลย ขอให้คิดเสมอว่า พร้อมที่จะอธิบายให้กงสุลฟังว่า เพื่อนคนนั้นเป็นแค่เพื่อน ถ้าน้องไม่รู้จักใครเลย น้องคงไม่กล้าเดินทางไปอเมริกาคนเดียว เผอิญน้องมีเพื่อนและอยากไปเที่ยวสถานที่ที่ขึ้้นชื่อของอเมริกา เช่น Disneyland, Universal Studio เป็นต้น พี่คิดว่า กงสุลอเมริกันใจกว้างและยอมรับฟังเหตุผลนะคะ

  • tre  On January 17, 2012 at 11:14 am

    ขอบคุณมากครับ
    อย่างนี้แสดงว่าผมต้องกรอกสมัครDS-160ใหม่หมดเลย และนำเอาตัวเลขใหม่ไปยื่นพร้อมกับตัวเลขเก่าที่เคยนัดแล้วอธิบายจนท. เป็นทางออกที่ดีที่สุดใช่ไหมครับ
    แล้วกรณีผมถือว่าผิดปกติไหมที่retrieve เข้าไปprintหรือดู ข้อมูลตัวเองที่สมัครไปแล้วไม่ได้ครับ พอทราบไหมครับว่าเป็นเพราะอะไร
    ขอบคุณครับ

    • govisa  On January 17, 2012 at 5:46 pm

      น้องTreคะ น้องอาจจะลองเข้าไป retrieve อีกครั้งดูก่อนก็ได้นะคะ ที่น้องพบเหตุการณ์นั้นพี่ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ระบบของโปรแกรมหรือเป็นที่อะไรค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะที่พี่ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงของสิ่งที่น้องพบค่ะ อย่างไรก็ตามคำแนะนำที่พี่ให้พี่คิดว่าเป็นทางออกที่ดี่ที่สุดแล้วค่ะ เพราะกรณีคนที่ต้องการแก้ไขหมายเลขDS-160 แล้วแก้ไขไม่ได้ กงสุลก็อนุโลมให้นำทั้งหมายเลข DS-160 ทั้งหมายเลขเก่าและหมายเลขใหม่ไปแสดงนะคะ ดังนั้นถ้าน้องมีหลักฐานที่พิมพ์ออกมาประกอบคำอธิบายของน้องพี่คิดว่า เจ้าหน้าที่ที่สถานทูตจะฟังเหตุผลของน้องค่ะ ส่วนอีเมล์พี่ต้องขออภัยที่รีบเขียน ที่ถูกคือ visasbkk@state.gov ตามที่ปรากฏอยู่ที่เว็บไซต์ของสถานทูตค่ะ http://bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas.html

  • tre  On January 17, 2012 at 11:17 am

    ส่วนเมล์
    visabkk@state.gov กับ
    visasbkk@state.gov ใช่อันเดียวกันหรือไม่ครับ

  • tre  On January 17, 2012 at 9:29 pm

    ขอบคุณมากๆครับ
    รบกวนอย่างสุดท้ายนะครับ
    ถ้าวีซ่าตัวเก่าเราใกล้จะหมดแต่ยังไม่หมดดี เราสามารถต่อวีซ่าใหม่ได้เลยหรือเปล่าครับ
    แล้วต้องแจ้งกับสถานทูตว่าอย่างไร
    พอดีวีซ่าอเมริกาตัวเก่าผมจะหมดปลายเดือนกพ.55นี้
    แต่ผมนัดสัมภาษณ์ต่อวีซ่าอันใหม่ต้นเดือนกพ.55 ไปแล้ว พึ่งมาสังเกตุเห็น
    ไม่ทราบว่าได้หรือไม่
    เพราะถ้าไม่ได้ผมจะได้ยกเลิกนัด แล้วแจ้งนัดวันใหม่หลังจากวีซ่าตัวเดิมหมดลงแล้ว
    ขอบคุณครับ^ ^

    • govisa  On January 17, 2012 at 9:49 pm

      น้อง Tre คะ ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาขอให้ไปสอบสัมภาษณ์ตามที่ได้นัดไว้ค่ะ เตรียมเอกสารไปให้ครบแม้จะมากก้เตรียมไปไว้ก่อน ถ้าไม่ได้ใช้ให้คิดว่า แค่เก็บเอากลับบ้านไม่หนักอะไรมากค่ะ เพราะถ้าเตรียมไปไม่ครบ อาจเสียใจได้เพราะเราย้อนเวลากลับไปไม่ได้ค่ะ เวลาตอบคำถามขอให้มีสติ ตั้งใจฟังคำถามให้ดีก่อนตอบ ตอบด้วยความชัดเจน อย่าคิดว่าตอบเล่นๆนะคะ และอย่าซีเรียสจนเกินไป ยิ้มแย้มแจ่มใสได้ค่ะ อย่างไรก็ตามผู้ที่เคยมีวีซ่าอยู่แล้วจะเข้าแถวคนละแถวกับผู้ที่ไม่เคยขอวีซ่า และส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาค่ะ โชคดีนะคะขอให้สัมภาษณ์วีซ่าผ่านค่ะ

  • tre  On January 18, 2012 at 11:04 am

    ขอบตุณมากครับ ^ ^

  • Aey  On January 18, 2012 at 11:51 am

    น้อง Aey คะ ถ้าเพื่อนน้องเป็น US Citizen เพื่อนเขาคงหมายความว่าเขาจะถ่ายเอกสารหน้าหนังสือเดินทางที่มีรูปหน้าเขามาให้นะคะ คงไม่ได้หมายความว่าหน้าที่มีวีซ่าค่ะ เพราะเขาไม่ต้องขอวีซ่าเข้าอเมริกาค่ะ
    ++ ใช่ครับเค้าจะถ่ายหน้าวีซ่าเค้ามายืนยันว่าเค้าเป็น US Citizen จริง ไม่ได้เขียนจดหมายมาเปล่าๆ

    อันที่จริงถ้าการเดินทางของน้องครั้งนี้ น้องรับผิดชอบเรื่องการเงินเองทั้งหมดก็ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องมีจดหมายเพื่อนค่ะ
    ++ ใช่ครับผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แต่ทำไมต้องมีเพราะผมจะไปพักกับเค้าและเค้าจะพาผมเที่ยว อีกทั้งผมไม่มีแผนการเที่ยวเลยเพราะหลังจากลงเครื่องผมจะให้เพื่อนมรรับที่สนามบิน และก็จะอยู่กับเค้าตลอดจนถึงวันกลับ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมต้องให้เค้าเขียนหนังสือมารับรองว่าผมจะไปอยู่กับเค้าจริงและเค้าเป็นพลเมือง US

    ถ้าน้องเป็นกังวลน้องจะลองเข้าไปแก้ไขดูก้ได้นะคะว่าไม่มีคนรู้จัก ถ้าในหน้า edit ยังมีตัวสีน้ำเงินอยู่ก็น่าจะแก้ไขได้ค่ะ การแก้ไขอะไรบางอย่างในฟอร์ม DS-160
    ++ตอนนี้ผมได้วันนัดหมายใหม่แล้วเป็นวันที่ 8 feb ผมได้รับอีเมลล์กลับมาว่า
    วันสุดท้ายที่ท่านสามารถแก้ไขข้อมูลได้: 03 February 2012
    วันสุดท้ายที่ท่านสามารถยกเลิกได้: 03 February 2012

    แต่สิ่งที่ผมยังไม่ได้คำตอบคือว่า เมื่อเราแก้ไขข้อมูลหลังจากที่ได้นัดหมายแล้วหมายเลขคอมเฟริมจะเปลี่ยนไปไหม เราต้องprint confirm ใบเก่าใบใหม่ไหม และเจ้าหน้าที่จะรู้ไหมว่าเรามีการแก้ไขข้อมูล และรู้ไหมว่าข้อมูลก่อนที่เราแก้ไข และหลังแก้ไขเป็นอย่างไร

    มันจะส่งผลว่าเดิมคุณแจ้งว่ามีคนรู้จัก พอตอนนี้คุณกลับลบออกแจ้งว่าไม่มีคนรู้จัก นั่นแสดงว่ามีเจตนาปิดบัง ถ้าผมลองจินตนาการว่าผมเป็นเจ้าหน้าที่ผมไม่ให้ผ่านครับถ้าผมรู้ว่าเค้าแก้ไขข้อมูลทำนองนี้

  • MaeBua  On January 18, 2012 at 11:29 pm

    อยากให้คนที่มีประสบการณ์แนบ ds 160 อันใหม่แนบอันเก่าไป มาแชร์ประสบการณ์หน่อยคะ ว่าเจอปัญหาอะไรหรือไม่ เพราะตอนนี้ตนเองต้องแนบฉบับใหม่ไปด้วย แต่ขอถามนะคะว่า home address ต้องใส่ที่อยู่ในทะเบียนบ้านหรือที่อยู่ปัจจุบัน (ตัวเองใส่ที่อยู่ปัจจะบันลงไป เลยคิดว่าจะต้องเปลี่ยนใหม่ และต้องโหลดรูปลงไปใหม่ด้วย เพราะรูปในใบเดิมไม่ชัด ขอคำแนะนำด้วยนะคะ) ขอบคุณเจ้าของเวปที่ให้ความกระจ่างด้วยนะคะ

    • govisa  On January 19, 2012 at 3:25 am

      น้อง Nonglak คะ ในการกรอกที่อยู่ให้ใส่ที่อยู่ปัจจุบันได้ค่ะ ไม่ต้องแก้ไขฟอร์ม DS-160 กงสุลไม่ขอดูทะเบียนบ้านค่ะ ส่วนเรื่องคนที่ยืนยันหมายเลข DS-160 อันเก่ากับการนัดยืนยันวันสัมภาษณ์ไปเรียบร้อยแล้ว จะกรอก DS-160 ใหม่พราะกรอกบางข้อความผิด ทำให้ต้องนำทั้งใบใหม่และใบเก่าไปผู้ยื่นขอวีซ่า ไม่มีปัญหาตรงประเด็นนี้นะคะ เพราะผู้ยื่นขอวีซ่าสามารถชี้แจงเจ้าหน้าที่ด้วยวาจาได้ว่า ทำไมมี 2 หมายเลข DS-160 ค่ะ

  • MaeBua  On January 19, 2012 at 6:17 pm

    ขอบคุณมากเลยที่ตื่นมาตอบให้แต่เช้า ถ้าอย่างงั้นขอถามอีกปัญหาหนึ่งนะคะ
    ืคือภาพที่โหลดลงใน ds ใบปัจจุบัน (ยังไม่ได้กรอกใหม่) ไม่ค่อยชัดเพราะถ่ายเอง และมีขนาดที่ไม่ได้มาตรฐาน เลยอยากทราบว่าเราควรทำ ds ใหม่ แล้วโหลดรูปใหม่ที่ถูกต้องลงไป หรือใช้ใบเดิมแต่แนบรูปที่ถูกต้องไปด้วยเวลาแนบเอกสาร ควรทำอย่างไหนดีคะ

    • govisa  On January 19, 2012 at 7:16 pm

      น้อง Nonglak คะ ถ้า DS-160 ที่โหลดภาพไปแล้วไม่ชัดและน้องยังไม่ได้ sign and confirm น้องสามารถเลือก upload รูปภาพใหม่ได้ค่ะ แต่ถ้าทำการแก้ไขแล้วทำไม่สำเร็จ น้องสามารถกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่แล้ว upload รูปที่ชัดเจนใหม่ได้ค่ะ ตราบใดที่น้องยังไม่ได้เข้าไปจองวันนัดสัมภาษณ์ แต่ถ้าน้องเข้าไปยืนยันวันนัดสัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว น้องจะแก้ไข DS-160 ในการจองวันนัดสัมภาษณ์ไม่ได้ ดังนั้นน้องมี 2 ทางเลือก คือ
      1. print ใบยืนยันหมายเลข DS-160 ที่มีรูปภาพไม่ชัดออกมา และถ้าไม่มีอะไรที่กรอกผิดให้น้องนำรูปถ่ายจริงขนาด 2 นิ้วคูณ 2 นิ้วเข้าไปที่สถานทูตในวันสอบสัมภาษณ์ด้วย เพราะทางสถานทูตจะ scan รูปน้องใส่ลงในหน้าหนังสือเดินทางใหม่
      2. เลือกที่จะกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่และ print หมายเลขยืนยัน DS-160 ใหม่นำไปพร้อมหมายเลขยืนยัน DS-160 ใบเก่าค่ะ

  • MaeBua  On January 20, 2012 at 6:42 pm

    ถามว่า ถ้าเป็นพี่จะเลือกใช้วิธีไหนคะ

    • govisa  On January 20, 2012 at 11:41 pm

      น้อง Nonglak คะ ที่จริงแล้วน้องควรตัดสินใจเองมากกว่า พี่คาดเดาว่า น้องคงไม่มั่นใจเกรงว่า รูปจะไม่ชัดเจนก็เลือกวิธีที่ 2 ไปแล้วกันค่ะ สำหรับพี่ ถ้า upload รูปไปแล้วโปรแกรมให้ผ่านไปหน้า review ข้อมูลได้ พี่คงเลือกวิธีที่ 1 เพราะมั่นใจว่าเมื่อโปรแกรมบอกว่ารูปของเราใช้ได้แล้วก็เป็นอันว่าใช้ได้ค่ะ พี่จะติดรูปไปอีก 1 ใบเผื่อกรณ๊ฉุกเฉินค่ะ

  • MaeBua  On January 20, 2012 at 6:42 pm

    ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

  • Pech  On January 20, 2012 at 9:44 pm

    พี่คับ ถ้าลืมคำตอบ ใน ds 160 ผมจะทำไงดีคับ

    • govisa  On January 21, 2012 at 12:58 am

      น้อง Peach คะ ใจเย็นๆก่อนนะคะ ถ้าน้องเป็นคนกรอกคำถามเองน้องต้องตอบได้แน่นอนอยู่แล้วค่ะ หรือไม่ให้น้องลองนึกทบทวนคำถามที่สำคัญในฟอร์ม DS-160 เช่น น้องจะไปพักอยู่ที่ไหนในสหรัฐฯ น้องได้แจ้งไปหรือเปล่าว่า รู้จักใครในสหรัฐ มีที่อยู่หรือหมายเลขโทรศัพท์เขาไหม น้องขอวีซ่าประเภทไหน ถ้าเป็นนักเรียนก็ควรจะดูจาก I-20 ว่าโรงเรียนและที่อยู่ของโรงเรียนคืออะไร ติดต่อใครที่โรงเรียนนั้น ไปเรียนหลักสูตรอะไร เปิดเรียนเมื่อไร ถ้าเป็น work and travel กงสุลคงถามว่าน้องไปโครงการของบริษัทอะไร จะไปทำงานที่รัฐไหน เป็นงานประเภทอะไร เป็นต้น คำถามหลักๆต่อไปที่สำคัญ คือรายละเอียดของ sponsor ว่าเป็นใคร มีความสัมพันธ์กับน้องอย่างไร มีอาชีพอะไร มีรายรับเท่าไรโดยประมาณ ถ้าน้องขอวีซ่าท่องเที่ยวก็ควรทราบว่า วางแผนจะไปเที่ยวที่ไหน ไปกี่วัน อย่าเพิ่งประหม่านะคะ ลองจดลงในกระดาาษเหมือนกำลังจะไปสอบ หมั่นซ้อมฝึกพุูดถามตอบเองทุกวันบ่อยๆ น้องจะคล่องแคล่วเวลาอยู่ต่อหน้าฝรั่ง อย่าตื่นเต้นมาก จะทำให้ควบคุมสมาธิไม่ได้ และตอบผิดตอบถูกค่ะ โชคดีนะคะ น้องจะสอบสัมภาษณ์วันไหนคะ จะได้ส่งกำลังใจไปช่วยค่ะ

  • Chanisa  On January 25, 2012 at 4:28 pm

    สวัสดีค่ะ ดิฉัน Chanisa พึ่งเข้ามาอ่านเวปไซค์นี้ค่ะ มีปัญหาเหมือนกับหลายๆคนคือดิฉันอยู่กับแฟนเป็นคนอเมริกามีลูกด้วยกันหนึ่งคนแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันค่ะ แล้วแฟนเขาขอสัญชาติอเมริกันให้ลูกชายแล้วค่ะเมื่อกลางเดือน มค.ที่ผ่านมา คือมีปัญหาตอนที่กรอก DS160สถานะดิฉันกับแฟนไม่รู้จะเลือกเป็นอะไรไม่มีให้เลือกก็เลยเลือกเป็น เพื่อน และแฟนเขาก็กรอกคนที่sponserดิฉันว่าเป็นพ่อของเขาและมีความสัมพันธ์กับดิฉันเป็น เพื่อนเหมือนเพราะไม่รู้จะกรอกว่าเป็นอะไรดี พอดีเพื่อนที่ทำงานท้วงว่าทำไมไม่กรอกเป็น bf ไปละ แต่จะเข้าไปแก้ไขก็ไม่ได้แล้ว ควรจะกรอกฟอร์มDS160 ใหม่มั้ยค่ะ และความสัมพันธ์ของดิฉันกับแฟนควรจะกรอกเป็นอะไร ดี bf or partner ดี และพ่อของแฟนจะกรอกเป็นอะไรดี ตอนนี้ดิฉันนัดสัมภาษณ์แล้ววันที่ 22กพ.นี้ค่ะ รบกวนตอบด้วยค่ะ กลุ้มใจมากเลย จะสะดวกตอบทางEmail ก็จะเป็นพระคุณอย่างมากค่ะ lilly_499@hotmail.com

    • govisa  On January 25, 2012 at 10:06 pm

      น้อง Chanisa คะ
      1. พี่ไม่ทราบว่าน้องเพิ่งคลอดลูกชาย หรือ ลูกชายน้องโตแล้วและแฟนเพิ่่งขอสัญชาติอเมริกันให้ ถ้าอยู่ด้วยกันมานานแล้ว น่าจะแจ้งกับทางกงสุลได้นะคะว่า อยู่ด้วยกันเป็นสามีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เพราแฟนวางแผนที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย และตัวน้องเองก็ไม่อยากเสียสิทธิ์ในการครอบครองทรัพย์สมบัติบางประเภท เช่น การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย หรือ การเป็นเจ้าของที่ดินนะคะ
      2. ถ้าดูจากใบเกิดของลูกก็น่าจะมีระบุชื่อพ่อ ชื่อแม่ว่า ชื่ออะไร ดังนั้น จะบอกว่าแฟนน้องเป็นแค่เพื่อน ก็น่าจะเข้าข่ายว่า ไม่ให้ข้อมูลที่แท้จริงค่ะ เพราะน้องสามารถนำหลักฐานการแจ้งเกิดลูกเพื่อขอสัญชาติอเมริกันไปให้กงสุลดูได้ว่า น้องและแฟนเป็นอะไรกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสค่ะ
      3. การที่จะให้พ่อสามีเป็น sponsor ทำให้พี่ข้องใจว่า กงสุลคงจะสงสัยไหมว่า สามีไม่มีรายได้หรือ หรือว่าสามีเก็บเงินไว้ที่ไหน ทำงานหรือเปล่า ฯลฯ ทำไมสามีไม่รับผิดชอบเป็น sponsor ให้น้องเองค่ะ
      4. การที่ใส่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อสามีกับตัวน้องว่าเป็น BF มองได้ 2 ประเด็นคือ คำว่า BF อาจหมายถึง Boy friend หรือ Best friend ก็ได้ แต่มันก็จะดูแปลกๆว่า ทำไมสามีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้น้องไม่ได้
      5. อยากให้น้องมองหารายละเอียดของสามี เช่น เขาเคยทำงานที่ไหน ให้นำจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารที่เขามีในบัญชีไปด้วยดีไหม นอกจากนี้ถ้าเขาไปๆมาๆระหว่างสหรัฐอเมริกากับไทยอาจจะต้องมีใบรายการว่าเสียภาษีให้รัฐบาลอเมริกันหรือเปล่า ถ้ามีส่งหลักฐานเรื่องการจ่ายภาษีมาให้น้องเพื่อให้น้องไปขอวีซ่า จะได้รู้ว่า สามีน้องพอใจที่จะอยู่ที่เมืองไทย นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมไม่ขอกรีนการ์ด หรือไม่ขอ K-1 visa ให้
      6. น้องพอจะหาญาติของน้องเองที่เมืองไทยเป็น sponsor เพิ่มอีก 1 คนได้ไหมคะ เพื่อให้เห็นว่า ที่บ้านน้องเองมีรายได้มากพอที่น้อง สามี และลูกจะอยู่ที่ประเทศไทยโดยไม่คิดจะไปอยู่ที่อเมริกาค่ะ

      ขอโทษทีี่พี่ไม่ได้ตอบทางอีเมล์ที่ให้มาค่ะ

      • Chanisa  On January 26, 2012 at 2:55 pm

        ขอบคุณพี่ govisa มากค่ะ ที่ตอบและขอตอบที่พี่สอบถามมานะคะ
        1.ลูกชายพึ่งคลอดค่ะ อายุ 4เดือนกว่า เราอยู่ด้วยกัน 2ปีแล้วค่ะ และมีงานหมั้นกันที่ประเทศไทยประมาณปลายปี 2009 แต่ที่ไม่ขอวีซ๋า K-1 visa เพราะจะกลับมาแต่งงานที่ประเทศไทยค่ะ แฟนเขาอยากพาไปพบพ่อเขาก่อนที่จะกลับมาแต่งงานกันค่ะ
        2. ใบเกิดระบุชื่อ พ่อและแม่ค่ะ ซึ่งเป็นชื่อดิฉันและแฟนและตอนที่ไปขอสัญชาติอเมริกันให้ลูกดิฉันและลูกได้เดินทางไปสัมภาษณ์ด้วยและได้ยื่นพาสปอร์ตดิฉันให้สถานฑูตดูด้วยค่ะ
        3.การที่ให้พ่อสามีเป็น sponser แฟนบอกว่าเขาเป็น sponser ไม่ได้เพราะเขาไม่ได้อยู่ในประเทศอเมริกา แฟนทำงานในประเทศไทย คือถ้าแฟนอยู่ในประเทศไทยเขาสามารถ Sponser ดิฉันได้ใช่มั้ยค่ะ เพราะเดินทางไปที่อเมริกาดิฉันจ่ายค่าเครื่องบินเอง แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆแฟนเป็นคนออกค่าใช้จ่ายค่ะ และพักที่บ้านแฟนที่แคลิฟอร์เนีย
        4.ส่วนความสัมพันธ์ คืออยากถามว่าของแฟนที่อยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนควรจะเลือกเป็นอะไรดีค่ะ ระหว่าง Boy friend or partner และส่วนของพ่อแฟนก็ไม่รู้จะระบุว่าเป็นอะไรดีค่ะ ควรจะเลือก other แล้วระบุไปว่าเป็น Law farther ได้หรือเปล่าค่ะ
        5.แฟนทำงานให้ประเทศไทยค่ะ ควรจะให้แฟนหาใบรองรับการทำงานจากบริษัทในประเทศไทย และ Statment ของแฟนด้วยหรือเปล่าค่ะ และตัวดิฉันเองมีโฉนดที่ดินอยู่ 2แปลงค่ะ และเงินในธนาคารประมาณแสนกว่าๆค่ะ คิดว่าน่าจะพอเชื่อถือได้มั้ยค่ะ
        6.ส่วนญาติ ไม่แน่ใจค่ะ ว่าต้องเป็นแบบไหนแค่คนทำงานธรรมดาหรือว่าเขาต้องมีรายได้หรือหลักทรัพย์มากมายหรือเปล่าค่ะ เพราะน้องมีญาติที่เป็นคนทำงานธรรมดาไม่ได้มีหลักทรัพย์มากมายค่ะ

      • govisa  On January 26, 2012 at 6:02 pm

        น้อง Chanisa คะ
        1. แฟนเป็น Sponsor ให้ได้ค่ะ ดูมีน้ำหนักมากกว่าด้วยค่ะ เพราะเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกค่ะ
        2. แฟนขอจดหมายรับรองจากสถานที่ทำงานว่า ทำงานตำแหน่งอะไร รับเงินเดือนๆละเท่าไร และเข้าทำงานตั้งแต่เมื่ิอไรค่ะ
        3. ความสัมพันธ์ระหว่างแฟนกับน้องระบุว่า เป็นสามีภรรยากันได้ค่ะ มีคนไทยที่เป็นสามีภรรยาไม่ได้จดทะเบียนสมรส ลูกโตจนเรียนหนังสือจบเวลาไปขอวีซ่า เขาก็ระบุว่า เป็นสามีภรรยากันแต่ไม่ได้จดทะเบียนค่ะ
        4. ถ้าจะใช้ญาติที่เมืองไทยค้ำประกันร่วมด้วย ให้น้องดูที่ความสัมพันธ์ด้วยว่าใกล้ชิดกับเรามากขนาดไหนค่ะ นอกเหนือไปจากเรื่องเงิน เช่น เป็นพ่อ-แม่ หรือเป็นพี่หรือน้องแท้ๆของพ่อแม่ หรือปู่ย่าตายายน้องค่ะ ส่วนเงินถ้ามีไม่ถึงหลักล้านก็ลองดูว่า จะพอมีเกินห้าแสนบาทไหมนะคะ

        ปัญหาของน้องน่าจะอยู่ตรงที่ว่า ทำไมไม่ขอวีซ่า K-1 น้องจะต้องอธิบายให้กงสุลเข้าใจเหตุผลอย่างช้าๆว่า เพราะเหตุใด น้องอาจจะตอบว่า น้องไม่แน่ใจว่าน้องจะอยู่ที่อเมริกาได้ไหม เพราะน้องต้องปรับตัวหลายด้านทั้งสภาพอากาศและชีวิตความเป็นอยู่ค่ะ และแฟนน้องก็ตามใจน้องว่า ถ้าน้องอยู่ที่อเมริกาไม่ได้เขาก็จะอยู่เมืองไทยกับน้อง อย่างไรก็ตาม น้องอาจจะมีเหตุผลดีกว่าที่พี่แนะนำก็ได้ค่ะในการตอบคำถามกงสุลว่า ทำไมไม่จดทะเบียนแต่งงานกัน หรือ ทำไมไม่ขอวีซ่า K-1 ค่ะ

  • The Sea  On January 26, 2012 at 12:06 pm

    สวัสดีค่ะ..น้องได้รับวันนัดสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว แต่พบปัญหาใน DS-160 ดังนี้
    1. กรอกสถานที่เกิด (city) เป็นชื่ออำเภอ แต่กรอกชื่อจังหวัดถูกต้อง..และใน Confirmation โชว์ชื่อเมืองกับประเทศค่ะ (MEUNG,THAILAND) จะมีปัญหามั๊ยค่ะ…น้องต้องกรอก DS-160 ใหม่หรือเปล่าค่ะ??
    2. passport book number น้องใส่ เลขใต้บาร์โคดหลังสมุด ถูกมั๊ยค่ะ
    *** จะสัมภาษณ์ในอีก 1 อาทิตย์แล้วค่ะ..แงงงงง !!! ช่วยตอบด้วยนะค่ะ….T_T

    • govisa  On January 26, 2012 at 9:18 pm

      น้อง Sea คะ ไม่ต้องแก้ไขได้ค่ะ เพราะเป็นความผิดเล็กน้อย แจ้งเจ้าหน้าที่ที่สถานทูตตอนตรวจเอกสารได้ค่ะ หากน้องมั่นใจว่า น้องกรอกชื่อจังหวัดถูกต้องแล้วเพียงแต่ตรง city ที่จริงต้องกรอกชื่อเมืองหรือจังหวัดค่ะ ส่วนชื่่ออำเภอใส่ไว้ที่บรรทัดที่ 2 ที่เขาให้กรอกที่อยู่เพิ่มเติมถ้าบรรทัดที่ 1 กรอกไม่พอค่ะ ส่วน passport book number บางท่านก็แนะนำให้กรอกหมายเลขหนังสือเดินทาง บางท่านให้กรอกตัวเลข 13 ตัวเลขใต้บาร์โค้ดหลังหนังสือเดินทาง ซึ่งพี่คิดว่าอย่างที่น้องเข้าใจก็น่าจะถุกต้องแล้วค่ะ บางท่านไม่มีอาจจะลางเลือนหรือหายไปหรือไม่ทราบว่าจะกรอกอะไร ใส่ does not apply ไปเลยก็มีค่ะ โปรแกรมการกรอกก็ยอมให้ผ่่านไปหน้าถัดไปได้ค่ะ

  • The Sea  On January 27, 2012 at 10:09 am

    ขอบคุณมากค่ะพี่..สบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ…เอ่อ…แล้วถ้าหากเรามีหนังสือเชิญจากแฟน ต้องเป็นหนังสือตัวจริงหรือเปล่าค่ะ?… เป็น pdf. ที่มีลายเซ็นพร้อมได้มั๊ยค่ะ… และต้อง
    เตรียมหลักฐานของแฟนอะไรบ้างค่ะ…. รบกวนพี่ช่วยตอบด้วยค่ะ..ขอบคุณค่ะ…^_^

    • govisa  On January 27, 2012 at 5:47 pm

      น้องSea คะถ้ามีเวลาก็ควรส่งตัวจริงมาเช่นอาจจะส่งไปรษณีย์ด่วนประเภท3วันถึงเมืองไทยค่ะ แต่ถ้าจะสัมภาษณ์อาทิตย์หน้าคำนวณเวลาแล้วไม่ทันก็คงต้องใช้เป็น.pdfที่มีลายเซ็นต์ด้วยค่ะ ส่วนหลักฐานแฟนหมายความว่าให้แฟนเป็นSponsor ใช่ไหมคะถ้าเป็นเช่นนั้นแฟนก็ต้องส่งจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารในสหรัฐฯ,สำเนาบัญชีตัวจริงที่ได้รับการรับรอง,ใบรายการแสดงภาษีในปีที่ผ่านมา,แบบฟอร์มI-134 ซึ่งทุกอย่างต้องเป็นตัวจริงค่ะแต่ถ้าแฟนไมใช่sponsor ก็ไม่ต้องใช้รายการที่กล่าวมาค่ะ

  • The Sea  On January 27, 2012 at 9:46 pm

    แฟนไม่ได้sponsor ให้ค่ะ แค่ให้ที่พักอย่างเดียว และน้องก็ย้าแล้วว่าไม่ให้เขียนเรื่องค่าใช้จ่ายในจดหมายค่ะ..ดังนั้นไม่ต้องเอาหลักฐานอะไรใช่มั๊ค่ะ..? แล้วต้องเอารูปถ่ายยืนยันความสัมพันธ์ด้วยมั๊ยค่ะพี่…

    • govisa  On January 27, 2012 at 10:15 pm

      น้อง Sea คะ การบอกว่า คนที่เขียนจดหมายเชิญเป็นแฟนน้องค่อนข้างจะ sensitiveพอสมควรค่ะ เพราะอาจจะมีคำถามต่อไปได้ว่า แล้วจะมีแผนการแต่งงานไหม ทำไมไม่ทำวีซ่าเป็น K-1 และอื่นๆมากมายค่ะ ถ้าบอกว่า เป็นแค่เพื่อน ก็จะถูกสงสัยและสอบถามได้อีกว้า ไม่ใช่แฟนเหรอ ระมัดระวังในการตอบคำถามสัมภาษณ์นิดหน่อยนะคะ เพราะก็คงต้องตอบตามความเป็นจริงแหละค่ะ แต่จะทำอย่างไรให้กงสุลมั่นใจว่า ไปแล้วจะน้้องจะกลับมาที่เมืองไทยแน่นอน ถ้ามีหลักฐานจากที่ที่น้องทำงานว่า น้องลาพักร้อนไปเที่ยวกี่วันและจะต้องกลับมาทำงานในตำแหน่งงานเดิมด้วยก็จะดูดีกว่าค่ะ

  • The Sea  On January 28, 2012 at 7:46 am

    ขอบคุณมากค่ะ… น้องจะทำตามคำแนะนำนะคะ.. ^_^

  • แดง  On January 31, 2012 at 6:23 pm

    นัดสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้วแต่พบปัญหาว่าเอกสารไม่ครบวันที่นัดสัมภาษณ์ก็เลยโมฆะไป จากนั้นไปซื้อ pin มาใหม่เพื่อจะเข้าไปนัดสัมภาษณ์อีกครั้ง ต้องการทราบว่าสามารถใช้เลขที่ยืนยันแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าอิเลคทรอนิกส์ดีเอส 160 ที่กรอกไว้ครั้งแรกหรือเราต้องกรอกใหม่คะ ขอบคุณมากคะ พี่แดง

    • govisa  On January 31, 2012 at 7:30 pm

      พี่แดงคะ อันที่จริง Pin นัดวันสัมภาษณ์สามารถบอกยกเลิก คือ delete วันนัดเดิม แล้วค่อยไปเลือกวันนัดใหม่ได้อีก 2 ครั้ง เสียดายเงินไม่น่าต้องซื้อใหม่เลยค่ะ อย่างไรก็ตามขอตอบคำถามเรื่องหมายเลข DS-160 ที่เคยกรอกไปแล้ว สามารถใช้หมายเลข DS-160 เดิมได้ค่ะ แต่ถ้าเข้าไปลองจองวันนัดสัมภาษณ์แล้วเกิดปัญหา ก็อย่าวิตกกังวลเลยนะคะ กรอก DS-160 ใหม่ได้ค่ะ หรือจะทิ้งอันเก่าไปเลยแล้วเริ้มกรอกใหม่เลยก็ได้ค่ะ ไม่ได้มีผลต่อการขอวีซ่าว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านนะคะ

  • แดง  On February 1, 2012 at 10:10 am

    ขอบคุณมากคะ พี่เพิ่งรู้ว่าเอกสารพี่ไม่ครบตอนเกือบเที่ยงซึ่งพี่ต้องไปสัมภาษณ์วันพรุ่งนี้เช้า พอพี่จะเข้ามาขอยกเลิก ระบบก็ไม่ให้เปลี่ยนแล้วคะเพราะมันกระชั้นชิดเกินไปก็เข้าใจคะ แต่ก็ต้องขอขอบคุณน้องมากคะที่ให้ข้อมูล พี่แดง

    • govisa  On February 1, 2012 at 5:46 pm

      พี่แดงคะ หากสังเกตในใบยืนยันวันนัดสัมภาษณ์ จะมีเขียนแจ้งวันที่สุดท้ายที่จะสามารถบอกยกเลิกการนัดหมาย เพื่อทำการนัดหมายใหม่ค่ะ ครั้งต่อไปที่กำลังจะขอนัดเมื่อ print ใบยืนยันวันนัดสัมภาษณ์ออกมา อย่าลืมดูนะคัว่า วันสุดท้ายที่อนุญาตให้มีการเปลี่ยนแปลงวันนัดคือวันที่เท่าไรค่ะเผื่อจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงค่ะ อีกประการหนึ่งควรเขียนอีเมล์ชี้แจงเหตุผลที่คราวที่แล้วไม่ได้เข้าไปสัมภาษณ์ไปยัง visasbkkk@state.gov ด้วยค่ะ

      เพิ่มเติมนะคะพี่แดง ได้โทรไปสอบถามเจ้าหน้าที่สถานทูตให้ เจ้าหน้าที่ท่านบอกว่าไม่ต้องเขียนอีเมล์ไปอธิบายก็ได้ว่า ทำไมคราวที่แล้วจึงไม่ไปสัมภาษณ์ค่ะ ครั้งแรกที่อธิบายไปเช่นนั้น เพราะเคยได้รับทราบจกผู้ที่ไม่ไปตามวันนัดสัมภาษณ์ท่านหนึ่ง ท่านถูกถามว่า ได้เขียนอีเมล์ไปบอกยกเลิกว่าไม่ไปหรือเปล่าค่ะ

  • NOPPON  On February 8, 2012 at 5:31 pm

    อยากทราบว่าวิธีการ Delete ใบนัดเดิมทำอย่างไรครับผมกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ใหม่แล้วครับ แต่พอผมจะนัดวันสัมภาษณ์ มันจะขึ้นตัวสีแดงบอกประมาณว่า User นี้ ถูกใช้อยู่ซึ่งต้องยกเลิกก่อนใช่หรือไม่ครับ จึงอยากทราบวิธีการยกเลิกครับ
    รบกวนด้วยครับ

    • govisa  On February 8, 2012 at 8:27 pm

      น้อง Noppon ถ้าน้องต้องการ delete วันนัดสัมภาษณ์เดิม เมื่อเข้าไปที่เว็บไซต์ http:// Thailand.us-visservices.com ให้น้องคลิกคำว่า log on ใส่ username และ password หลังจากนั้นดูหัวข้อ reschedule แล้วทำตามขั่นตอนที่โปรแกรมเขียนบอกให้น้อง delete วันนัดสัมภาษณ์เดิมก่อนจึงจะทำการนัดวันใหม่ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า ยังอยู่ในช่วงที่ทำการแก้ไขวันนัดได้ วิธีดูให้ดูที่ใบนัดวันสัมภาษณ์ที่ print ออกมาเขียนวันที่ที่ให้ทำการแก้ไขวันสุดท้ายคือวันที่เท่าไรค่ะ

  • jaja_littlestar  On February 10, 2012 at 1:02 am

    สวัสดีค่ะ คือหนูกับแม่มีกำหนดวันสัมภาษณ์วีซ่าวันที่ 27 ก.พ. นี้ค่ะ แต่ว่าตอนนี้แม่อยากให้น้องไปด้วย (น้องอยู่ป .2ค่ะ) หนูสามารถเข้าไปเพิ่มชื่อน้องเพื่อทำการสัมภาษณ์วีซ่าได้อยู่มั้ยคะ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On February 10, 2012 at 12:59 pm

      น้อง Jaja คะกรอก DS-160 ให้น้องและรีบ Add ชื่อน้องในวันนัดสัมภาษณ์ ถ้าทำไม่ได้เพราะยืนยันวันนัดสัมภาษณ์ไปแล้ว พยายามเข้าไปจองให้ได้วันเดียวกัน และเวลาใกล้เคียงกัน หรือไม่เช่นนั้นของน้องกับของคุณแม่มีสิทธิ์ delete วันนัดสัมภาษณ์เดิมและเลือกวันนัดสัมภาษณ์ใหม่ทำแบบนี้ได้อีก 2 ครั้ง พยายามหาเวลาและวันให้ใกล้เคียงน้องที่อายุ 2 ขวบให้มากที่สุด แต่ถ้าเข้าไปแอดชื่อในวันนัดสัมภาษณ์ยังได้อยู่ ก็ถือว่าโชคดีไปค่ะ

  • taew  On February 10, 2012 at 5:16 pm

    หวัดดีค่ะ แต้วค่ะ่ อยากถามเกี่ยวกับการขอวีซ่าครั้งแรกค่ะ ขอถามเป็นกรณีนะค่ะ
    1.แต้วขอวีซ่าครั้งแรกคะ่ ตอนนี้เรียนป.โท อายุ 27ปี ยังไม่ได้ทำงาน ไปขอวีซ่าพร้อมกับป้า (ผู้ปกครอง) ป้าจะไปเยี่ยมลูกสาวที่เมกาและให้เราเดินทางเป็นเพื่อน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างค่ะ แล้วป้าต้องรับรองอะไรมั้ยค่ะ
    2.ป้าเคยมีวีซ่าสหรัฐ 10 ปี แต่จะหมดอายุตอนเดือนเมษา ต้องทำอย่างไรคะ่ แล้วต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ป้ามีลูกสาวแต่งงานแล้วกับคนอเมริกัน และเพิ่งคลอดลูกชายได้ 5 เดือน ส่งจดหมายมาให้ไปเยี่ยมที่อเมริกา
    3.อยู่คนละบ้านเลขที่กับป้าต้องซื้อ Pin แยกหรือเปล่าค่ะ
    4.ตอนกรอก DS 160 ต้องเลือกเดินทางเป็นครอบครัวหรือหมู่คณะหรือป่าวคะ่ หรือกรอก
    DS 160 ของแต้ว ของป้า แล้วนัดสัมภาษณ์วันเดียวกัน
    มีโอกาสที่จะผ่านมั้ยค่ะ มีวิธีแนะนำช่วยบอกหน่อยนะค่ะ

    รบกวนค่ะ

    • govisa  On February 10, 2012 at 8:31 pm

      น้องแต้วคะ ตอบตามคำถามแต่ละข้อนะคะ
      1. เอกสารของน้องแต้วที่ต้องใช้ในการขอวีซ่า
      1.1 ขอ transcript จากมหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาปริญญาโท
      1.2 ขอจดหมายรับรองความเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่
      1.3 ใครจะเป็น Sponsor ให้น้องคะ คุณพ่อคุณแม่ของน้องหรือคุณป้า ถ้าเป็นคุณป้า ขอจดหมายรับรองฐานะการเงินในชื่อคุณป้าและบัญชีตัวจริง หากคุณป้าไปขอวีซ่าวันเดียวกับน้องใช้จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารชุดเดียวกันได้ เพราะคุณป้าก็ต้องรับรองการเงินของตนเองด้วยค่ะ อนึ่ง ถ้าหากเป็นไปได้ พี่อยากให้น้องแต้วมี sponsor 2 ท่าน คือคุณพ่อหรือคุณแม่น้องด้วยอีก 1 ท่าน เพื่อแสดงให้เห็นว่า น้องแต้วมีความผูกพันว่าจะกลับมาอยู่เมืองไทยเพื่อดูแลคุณพ่อคุณแม่ตนเองค่ะ สำหรับเอกสารของคุณพ่อหรือคุณแม่ที่ต้องแสดง คือ จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารและสมุดบัญชีเงินฝากตัวจริง หากน้องไม่ต้องการอธิบายอะไรมากต่อหน้าท่านกงสุล ควรเตรียมหลักฐานในรูปเอกสารที่มีความชัดเจนในตัวเองไปให้พร้อม เช่น คุณพ่อหรือคุณแม่ที่จะเป็น sponsor ประกอบอาชีพอะไร นำหลักฐานชิ้นนั้นไปด้วย ถ้าไม่ใช้ก็โชคดีไป ถ้าใช้จะรู้สึกคุ้มค่าที่ได้เตรียมเอกสารไปให้พร้อมค่ะ เช่น ถ้า Sponsor ทำการค้ามีใบทะเบียนการค้า ถ้ารับจ้างเป็นลูกจ้างมีจดหมายรับรองตำแหน่งและเงินเดือนจากที่ทำงานของท่านไปนะคะ
      1.4 ใบยืนยัน DS-160 Confirmation Number
      1.5 หนังสือเดินทาง
      1.6 ค่าธรรมเนียมวีซ่าไปจ่ายที่ไปรษณียืประมาณสี่พันบาทเศษ
      1.7 ถ้าไม่สามารถ upload รูปถ่ายไว้ในแบบฟอร์มวีซ่าได้ ให้นำรูปถ่ายขนาด 2 นิ้วคูณ 2 นิ้วไปด้วยอีก 1 ใบ ด้านหลังฉากสีขาว เห็นใบหูทั้ง 2 ข้าง
      1.8 ถ้าจะไปพักบ้านลุกสาวคุณป้า ก็ระบุที่อยู่ในฟอร์ม DS-160 ว่าอยู่บ้านลูกสาวคุณป้า ส่วนจดหมายเชิญน้องไปพักจะไม่ใช้ก็ได้ถ้าบัญชีผู้ปกครองน้องมีเงินจำนวนมาก แต่ถ้ามีจำนวนเงินไม่มากก็น่าจะมีจดหมายเชิญจากลูกสาวคุณป้าด้วย อย่างไรก็ตามน้องจำเป็นต้องเข้าไปขอวีซ่าพร้อมคุณป้าเพื่อเยี่ยมลูกสาวคุณป้าอยู่แล้ว ก็ให้ลูกสาวคุณป้าใส่ชื่อน้องไปในจดหมายด้วยนอกเหนือจากชื่อคุณป้าค่ะ
      1.9 ใบยืนยันการนัดวันสัมภาษณ์
      1.10 หากน้องมีบัญชีเงินเก็บของตนเองเป็นเลขหลักแสนนำไปให้กงสุลดูด้วยค่ะ
      หมายเหตุ พี่ขอถามนิดหนึ่งว่า โดยทั่วไปคนจบปริญญาตรีอายุประมาณ 22-23 ปี ถ้าเรียนปริญญาโทเลยอายุ 25 ปีน่าจะเรียนจบ น้องไปทำงานมาก่อนหรือเปล่าคะ ถ้าเคยจะช่วยไปขอจดหมายรับรองจากที่ทำงานว่า เคยทำงานตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไร ทำงานตั้งแต่เมื่อถึงเมื่อไรติดมือไปด้วยจะดีมากค่ะ
      2.คุณป้าเคยมีวีซ่า B-2 อยู่แล้วจะต้องทำใหม่เพราะวีซ่าหมดอายุ ส่วนใหญ่การทำใหม่ไม่ยาก ถ้าบุคคลนั้นแสดงความจริงใจและซื่อสัตย์ว่าเคยไปเที่ยวแล้วกลับมาอยู่ที่ประเทศไทย ไม่เคยคิดไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา อย่าเป็นกังวลเลยค่ะ ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาในการขอวีซ่านะคะ เอกสารของคุณป้ามีดังนี้คือ
      2.1 หนังสือเดินทาง
      2.2 ใบยืนยันหมายเลข DS-160 Confirmation Number
      2.3 จดหมายเชิญจากลูกสาว
      2.4 จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของคุณป้าพร้อมบัญชีตัวจริง
      2.5 ถ้าคุณป้าเกษียณแล้ว หากกงสุลถามถึงว่า มีรายรับจากทางใด ก็ให้เตรียมตัวไว้ว่าจะตอบว่าอะไร เช่น มีรายรับจากดอกเบี้ยเงินฝาก หรือ พวกกองทุนต่างๆหรือค่าเช่าบ้าน พี่ก้ไม่ทราบว่า ท่านมีรายรับจากทางใดนะคะ
      2.6 ค่าธรรมเนียมวีซ่า
      2.7 รูปถ่าย (ที่พี่เขียนสั้นๆ เพราะถือว่ามีคำอธิบายอยู่ในส่วนของน้องแต้วแล้วค่ะ)
      2.8 ใบยืนยันวันนัดสัมภาษณ์
      3. ต้องซื้อพินนัดสัมภาษณ์แยกค่ะ แม้จะอยู่บ้านเดียวกันก็ต้องซื้อพินแยก เพราะไม่ใช่แม่ลูกกันค่ะ
      4. กรอกฟอร์มวีซ่า DS-160 ต่างคนต่างกรอก เพราะไม่ใช่พ่อแม่ลูกกัน ฝรั่งถือเรื่องนี้มากว่า พ่อแม่ลูกใกล้ชิดกันมากกว่าป้ากับหลานค่ะ หรือไม่ก็ต้องเป็นความสัมพันธ์ลักษณะสามี-ภรรยา หรือพี่น้องจริงๆร่วมพ่อแม่เดียวกันค่ะ เมื่อได้หมายเลข DS-160 Confirmation Number พยายามกะให้ได้วันนัดเดียวกันเวลาเดียวกันค่ะ น้องแต้วต้องแยกจองวันนัดนะคะ เดี๋ยวจะเข้าใจความหมายที่พี่อธิบายผิดไปว่าใช้พินเดียวกัน ไม่ใช่นะคะต้องใช้คนละพินนัดกันค่ะ

      ส่วนคำถามว่าจะผ่านวีซ่าไหม ของคุณป้าคงผ่านค่ะ ส่วนของน้องพี่ไม่เห็น statement ถ้ามีจำนวนมากพอสมควรเช่น 1 ล้านบาท ไม่น่ามีปัญหาค่ะ

  • taew  On February 11, 2012 at 1:24 pm

    แต้วค่ะ ก่อนเรียนโทแต้วยังไม่เคยทำงานค่ะ แต่ตอนนี้เพิ่งเริ่มทำงานได้ 1เดือนค่ะ ทำรีสอร์ทค่ะดูแลการเงินค่ะ ขอถามน่ะค่ะ
    1.ถ้าเพิ่งเอาเงินเข้าบัญชีตัวเองเป็นหลักแสน จาดูเหมือนไม่น่าเชื่่อถือมัยค่ะ
    2.แม่เป็นครูค่ะ บัญชีแม่ต้องเป็นบัญชีนอนหรือต้องเดินบัญชีตลอดค่ะ

    • govisa  On February 11, 2012 at 2:17 pm

      น้องแต้วคะ การเพิ่งนำเงินเข้าบัญชีจะเป็นจุดอ่อนในกรณีที่กงสุลท่านขอดูสมุดบัญชีเงินฝากค่ะ เพราะถ้าเงินในบัญชีเดิมมีอยู่น้อย เช่น มีเป็นจำนวนเลขหลักหมื่น และวันหนึ่งมีเงินเข้ามในบัญชีก้อนใหญ่อาจจะถูกถามว่า เงินก้อนนี้มาจากไหน ถ้าชี้แจงที่มาได้ก็ดีไม่มีปัญหาค่ะ เช่น อาจจะเป็นการถอนจากบุ๊คเล่มนี้ไปใส่ในบุ๊คอีกเล่ม เพราะอัตราดอกเบี้ยธนาคารนี้ให้สูงกว่า อะไรทำนองนี้ค่ะ ส่วนที่บอกว่า มีคุณแม่่เป็นครู ให้โรงเรียนออกจดหมายรับรองว่า คุณแม่เป็นครูตั้งแต่เมื่อไร เงินเดือน ณ ปัจจุบัน คือเท่าไรค่ะ ส่วนบัญชีมีการถอนออกไปใช้ได้ และมีการนำเข้ามาในบัญชีใหม่ก็ได้ เหมือนเราต้องถอนบัญชีมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน แต่เมื่อเวลาเราได้รับเงินเดือนมาเราก็ต้องฝากกลับเข้าไปใหม่เพื่อใช้ยามจำเป็นบ้างคงไม่ถอนมาใช้ทั้งหมด คุณแม่น้องคงจะทำงานมานานแล้ว น่าจะอยู่ในวัย 50-57 ปี ดังนั้นท่านอาจจะมีบัญชีเป็นเลขหลักแสน เช่น อาจจะมีถึง 500,000 บาท เป็นต้น เพราะทำงานมานานในระดับหนึ่งค่ะ ดังนั้นพี่จึงได้ถามไปตั้งแต่ต้นว่า จะใช้ใครค้ำประกัน จะใช้คุณป้าคนเดียว ฝรั่งก็คงถามว่า แล้วคุณพ่อคุณแม่ของคุณท่านทำอาชีพอะไรล่ะ ถึงไม่มาเป็นผู้ค้ำประกัน ถ้าเราไม่มีการเตรียมตัวที่จะตอบคำถามทำนองนี้ไว้ก่อนเผชิญปัญหาในวัสัมภาษณ์จริง เราอาจนิ่งงันนึกไม่ออก และอาจมีผลกระทบทำให้กงสุลไม่ไว้วางใจเราว่า น้องแต้วไปแล้วจะกลับมาไหม คำตอบของพี่ทุกครั้งเวลาตอบน้องๆจะเป็นเหมือนคำแนะนำมากกว่า อยากให้น้องต้องกลับไปคิดเองเพิ่มด้วย และเตรียมระมัดระวังว่า เอกสารที่เรายื่นเข้าไปให้กงสุลดู จะถูกสงสัยในเรื่องอะไรบ้าง ขอให้ลองสมมติสถานการณ์นึกถึงเวลาที่น้องต้อง defend วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทของน้อง ถ้าน้องถูกอาจารย์ที่ไม่ใช่อาจารย์ที่ปรึกษาถาม น้องจะมีวิธีการ convince ให้อาจารย์ท่านนั้นเชื่อในสิ่งที่น้องวิเคราะห์วิจัยได้อย่างไรนะคะ คงพอจะเข้าใจแล้วนะคะว่า ทำไมควรมี sponsor 2 ท่าน ส่วนบัญชีน้องตอบให้ได้ถึงที่มาของแหล่งเงินที่นำมาใส่เข้าไปในบัญชี หรืออาจค่อยทยอยใส่เงินเข้าบัญชี น้องต้องตัดสินใจเองด้วยส่วนหนึ่งค่ะ

  • taew  On February 11, 2012 at 2:14 pm

    แต้วค๊า ขอถามต่อนะค่ะ
    – จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคาร จดหมายรับรองตำแหน่งและเงินเดือนจากที่ทำงานของแม่ ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษมั้ยค่ะ
    – ป้าเกษียณแล้วต้องขอใบรับรองการเกษียณและแปลเป็นอังกฤษมั้ยค่ะ
    ขอบคุณค๊า

    • govisa  On February 11, 2012 at 7:48 pm

      น้องแต้วคะ จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคาร ธนาคารมีแบบฟอร์มเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้วค่ะ ส่วนจดหมายรับรองการทำงานของคุณแม่ ลองถามทางโรงเรียนดูว่ามีแบบฟอร์มไหมนะคะ เพราะเคยเห็นคนรู้จักเป็นครูโรงเรียนมัธยมรัฐบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ไม่ใช่โรงเรียนดังเป็นโรงเรียนธรรมดาๆก็ออกจดหมายรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษได้ เพื่อประหยัดเงินค่าแปลเอกสาร ลองถามทางโรงเรียนคุณแม่ดูก่อนค่ะ

      สำหรับคุณป้าเกษียณแล้ว ไม่ต้องมีจดหมายรับรองค่ะ เพราะหลายประเทศก็ใช้เกณฑ์การเกษียณที่อายุ 60 ค่ะ คุณป้ามีรายได้มาจากทางไหนคะ พี่เขียนอธิบายไปแล้ว ลองกลับไปอ่านดูอีกครั้งค่ะ

  • Chanisa  On February 11, 2012 at 2:49 pm

    รบกวนสอบถามอีกครั้งค่ะ คือตอนแรกได้กรอกแบบฟอร์มDS-160 และนัดวันสัมภาษณ์วันที่ 22 กพ.นี้แล้วค่ะ แต่กรอกสถานะแฟนว่าเป็นเพื่อนซึ่งมีลูกด้วยกันหนึ่งคนแต่ยังไม่ได้จดทะเบียน(ซึ่งเคยสอบถามมาก่อนหน้านี้)และมีใบคอนเฟิร์มนัดสัมภาษณ์แล้วจากฟอร์ม DS-160 อันเดิม พอดีมีหลายคนให้กรอกสถานะแฟนใหม่ก็เลยเข้าไปกรอก DS-160 ใหม่ได้รหัสใหม่มา แต่ยังใช้วันนัดและใบนัดอันเดิมได้มั้ยค่ะซึ่งอ้างอิงถึงรหัสแบบฟอร์ม DS-160 อันเดิมอยู่ค่ะ ตอนนี้ยังไม่ได้ไปจ่ายเงินค่าวีซ่าค่ะ ไม่แน่ใจว่าสามารถใช้ใบนัดสัมภาษณ์อันเดิมไปจ่ายเงินที่ไปรษณีย์ได้หรือไม่ หรือต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ

    • govisa  On February 11, 2012 at 7:53 pm

      น้อง Chanisa คะ ใช้วันนัดเดิมได้ แต่ต้องนำใบยืนยัน DS-160 Confirmation Number ทั้งใบใหม่และใบเก่าไปยื่นในวันสัมภาษณ์ด้วยค่ะ วันที่ 22กุมภาสัมภาษณ์วีซ่าเสร็จแล้ว เขียนมาบอกด้วยนะคะว่า ได้วีซ่าไหม ขอให้โชคดีค่ะ

  • jaja_littlestar  On February 12, 2012 at 10:51 am

    jaja ค่ะ คือหนูยังไม่ได้กรอก DS-160 ทั้งของแม่และของหนูค่ะ พอหนูจะเข้าไปแอดชื่อน้อง มันขึ้นว่าต้องให้เปลี่ยนวัน แสดงว่าต้องทำรายการใหม่ทั้งหมดและจองวันใหม่เลยใช่มั้ยคะ
    ขอถามอีกนิดค่ะ ถ้าในกรณีของหนู คือ มีหนู(อายุ21 ปี เรียน ปี 3 ) กับแม่ และน้อง ขอวีซ่า เพื่อไปเยี่ยมลูกศิษย์ของแม่ (จริงๆก็ไปเที่ยวค่ะ แต่ว่าไปอาศัยอยู่กับพี่สาวที่เป็นลูกศิษย์ของแม่ที่นู้น) มีโอกาสจะได้วีซ่าสูงมั้ยคะ ขอบคุณค่ะพี่

    • govisa  On February 12, 2012 at 5:09 pm

      น้อง Jaja คะ ถ้าน้องเข้าไปดู video ที่เว็บไซต์นี้ http://bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas.html ทั้งเรื่องการกรอกฟอร์ม DS-160 และการนัดวันสัมภาษณ์ น้องจะเห็นได้ว่า น้องต้องทำการกรอกฟอร์ม DS-160 ของทั้ง 3 คนให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงเข้าไปการนัดวันสัมภาษณ์ ไม่ใช่จองวันนัดสัมภาษณ์ก่อนแล้วไปกรอกฟอร์ม DS-160 เพราะการได้หมายเลข DS-160 มาชั่วคราว ถ้าเวลากรอกฟอร์มจริงๆมา retrieve ข้อมูลใหม่ บางท่านเกิดทำอะไรผิดพลาด จะแก้ไขปัญหาด้วยการกรอกใหม่ ถ้ายังไม่ได้นัดวันสัมภาษณ์ จะกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่สักกี่ครั้งก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ายืนยันวันนัดสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว เกิดพบข้อผิดพลาดจะแก้ไข DS-160 ใหม่แก้ไขหมายเลข DS-160 ในใบยืนยันวันนัดสัมภาษณ์ไม่ได้ เลยกรอกฟอร์มใหม่ได้หมายเลขใหม่ ซึ่งจะไม่ตรงกับหมายเลขที่นัดวันสัมภาษณ์ น้องบางคนที่เป็นคนกังวลง่ายจะไม่สบายใจเลยว่า สถานทูตจะสงสัยว่าเป็นคนๆเดียวกันไหม และอื่นๆนะคะ คำแนะนำ เริ่มกรอกฟอร์มให้เรียบร้อยก่อน แล้วลองเข้าไปนัด ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้อง reschedule แล้ว delete วันนัดเก่า และเลือกวันนัดใหม่ค่ะ ถ้าทำเองไม่ได้ อาจต้องยอมเสียเงินซื้อพินใหม่เพื่อนัดวันสัมภาษณ์ใหม่ให้น้องที่อายุ 2 ขวบด้วยค่ะ

      ส่วนคำถามที่ว่า น้องจะได้วีซ่าไหม อยู่ในดุลยพินิจของกงสุลดีกว่านะคะ ถ้าน้องเตรียมเอกสารครบถ้วน แสดงเจตน์จำนงแน่วแน่ว่า ไปเที่ยวกี่วันแล้วจะต้องกลับมาเรียนปี 4 ที่คณะ…มหาวิทยาลัย… ก็ไม่น่ามีปัญหานะคะ ลูกศิษย์แม่ไม่ใช่พี่สาวน้องค่ะ ฝรั่งเขานับญาติกันทางสายเลือดเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมไทยมากค่ะ ดังนั้น ถ้ากงสุลท่านถามว่าไปอยู่กับใคร ก็คงต้องบอกว่าไปอยู่กับลูกศิษย์แม่ที่กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยไหนนะคะ อย่าเผลอตอบพี่ เพราะเขาอาจเปลี่ยนแนวคำถามไปถามทำนองว่า ญาติคุณไปทำอะไร หรืออื่นๆได้ค่ะ

  • Chanisa  On February 16, 2012 at 1:59 pm

    รบกวนพี่govisaอีกครั้งค่ะ เรื่องขอวีซ๋าไปอเมริกาน้องคุยกับแฟนแล้วค่ะว่าดูเหมือนว่าถ้าขอแบบเป็นPartner ไปก็อาจจะไม่ผ่านเพราะแฟนบอกว่าเขามีบ้านที่อเมริกาแต่ตัวน้องเองไม่มีบ้านที่ประเทศไทยมีแต่ที่ดินอย่างเดียวจะทำให้กงศุลคิดว่าเราจะย้ายไปอยู่อเมริกา ก็เลยตกลงว่าจะยกเลิกนัดสัมภาษณ์ไปก่อนเพราะน้องก็ยังไม่ได้จ่ายค่าวีซ่า และวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะยกเลิกได้ ก็เลยทำการยกเลิกไปและน้องได้รับเมลล์จากสถานฑูตว่ายกเลิกนัดแล้วและ “หากท่านต้องการทำการนัดหมายอีกครั้ง ให้ท่านทำกลับไปยังเว็บไซต์ของศูนย์บริการข้อมูลวีซ่า http://thailand.us-visaservices.com และคลิกที่ปุ่ม เข้าสู่ระบบ โดยใช้ชื่ผู้เข้าใช้ และ รหัสผ่านของท่าน” ซึ่งตรงนี้น้องไม่แน่ใจค่ะว่า คือหมายถึงยกเลิกนัดสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้วไม่ต้องไปสัมภาษณ์ที่สถานฑูต หรือน้องยังเข้าไปนัดสัมภาษณ์ใหม่โดยเป็นฟอร์มDS-160 อันเดิมเพราะเห็นบอกว่า”ถ้าต้องการนัดหมายอีกครั้งให้ใช้ชื่อผู้เข้าใช้และระหัสผ่านของท่าน” ที่กังวลคือจะไม่สัมภาษณ์ด้วยฟอร์ม DS-160 อันเดิมแล้วคือคุยกับแฟนว่าอาจจะแต่งงานกันตามกฎหมายก่อนแล้วค่อยสมัครวีซ่าใหม่ซื้อPinใหม่น่าจะเชื่อถือมากกว่าเดิม เพราะตอนนี้ลูกชายก็ได้ พาสปอร์ตอเมริกันและค่ะโดยระบุชื่อน้องเป็นแม่เรียบร้อยค่ะ และอีกอย่างที่แฟนเขากังวลว่าเขาไม่ได้อยู่ที่อเมริกาทำให้เขา Sponser น้องไม่ได้ แต่ตอนที่กรอกDS-160น้องบอกว่าจ่ายค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง ก็ไม่เห็นระบบจะถามว่าใครSponser ถามแต่ว่ารู้จักใครที่อยู่ในอเมริกามั้ย ซึ่งก็บอกว่าเป็นพ่อของแฟนไป นั่นหมายถึงผู้ที่ Sponser หรือเปล่าค่ะ แล้วเราจะระบุผู้ที่Sponser เราตรงไหนของฟอร์มค่ะ

    อย่างไรก็ขอบคุณพี่มากค่ะที่ให้คำแนะนำเสมอมา โอกาสหน้าอาจจะขอคำแนะนำพี่ในการขอวีซ่าคู่สมรสก็ได้ค่ะถ้าเราจดทะเบียนกันแล้ว

    • govisa  On February 16, 2012 at 9:10 pm

      น้อง Chanisa คะ น้องสามารถบอกยกเลิกนัดได้ และพินนัดวันสัมภาษณ์เดิมของน้องมีอายุ 3 เดือนนับจากวันที่น้องซื้อพินมา ถ้าภายใน 3 เดือนยังไม่นัดวันสัมภาษณ์ พินนั้นก็จะหมดอายุไปตามระเบียบค่ะ น้องต้องซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์ใหม่เท่านั้นเองค่ะ ส่วนถ้าจะนัดวันสัมภาษณ์ใหม่ และอยากแก้ไขเนื้อหาในฟอร์ม DS-160 ที่กรอกไปแล้ว ก็ต้องกรอก DS-160 ใหม่ และนำใบยืนยัน DS-160 Confirmation Number ทั้งหมายเลขเก่าและหมายเลขใหม่ไปแสดงในวันสัมภาษณ์ เพราะน้องยังใช้ประวัติที่มีอยู่ในพินนัดสัมภาษณ์อันเก่าอยู่ค่ะ แต่ถ้าอยากลบหรือ delete เรื่องราวเก่า ให้น้องกรอก DS-160 ใหม่ ซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์ใหม่เปลี่ยน username และ password ใหม่ค่ะ

      พี่ได้เคยตอบน้องไปแล้วว่า การที่แฟนไม่ได้อยู่ที่อเมริกา สามารถเป็น sponsor ถ้าเขาทำงานและมีหลักฐานการฝากเงินค่ะ ส่วนเรื่องที่น้องเขียนมาบอกว่า แฟนอาจจะแต่งงานตามกฎหมายก่อน ถ้าเป็นเช่นนั้น น้องก็คงต้องขอวีซ่าเป็น K-1 มากกว่าวีซ่านักท่องเที่ยวไหม ให้แฟนเข้าไปสอบถามข้อมูลที่แผนก US Citizen Services ในสถานทูตสหรัฐอเมริกาถึงขั้นตอนการนำภรรยาเข้าไปในสหรัฐอเมริกา หรือ จะสอบถามไปที่ U.S.Citizenship and Immigration Services ในกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่ชั้น 15 ทาวเออร์ 2 อาคารสินธร ถนนวิทยุ โทร 02-205-5352 หรือ 02-205-5382 ดูจากเว็บไซต์นี้นะคะ http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=6cee39d112b72310VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=1ac900c262197210VgnVCM100000082ca60aRCRD

      ถ้าตัวเองเป็น sponsor เลือก self-support ค่ะ ส่วนการถามถึงคนรู้จักที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้หมายความว่า ถามว่าใครเป็น sponsor ค่ะ

  • maple  On February 22, 2012 at 4:32 pm

    รบกวนสอบถามค่ะ เนื่องจากกรอก DS160 ให้เจ้านายและครอบครัว คือเพิ่งทำเป็นครั้งแรกค่ะ ทีนี้ต้องการแก้ไขข้อมูลบางอย่าง แต่บังเอิญทำ PW หาย ได้อ่านคำแนะนำของคุณgovisa เลยลองเข้าไป retrieve ข้อมูลใหม่ ก็ได้ code ใหม่ทั้ง 3 ท่านเลย
    ตอนนี้เครียดว่า จะให้เจ้านายตอบคำถามเจ้าหน้าที่อย่างไรดีค่ะ เพราะต้องแนบทั้ง code เก่าและใหม่ ซึ่งเจ้านายเคืองมากที่ตอบคำถามไม่ครบถ้วน
    (ที่จริงทั้งบ้านก็เคยไปเรียนอเมริกามาเมื่ออดีตอยู่แล้ว ไม่น่าเครียดเรย)
    หรือมีวิธีที่จะถาม PW ไหมค่ะ อันที่จริงก็อยากเข้าไปแก้ไข Code เดิมน่าจะดีกว่าค่ะ
    ขอคำแนะนำและปลอบใจหน่อยค่ะ เพราะตอนนี้เครียดกว่าเจ้านายอีกค่ะ

    • govisa  On February 22, 2012 at 8:32 pm

      น้อง Maple คะ น้องนัดวันสัมภาษณ์ให้เจ้านายหรือยังคะ ถ้ายังไม่ได้นัดวันสัมภาษณ์ ให้เลือกใช้หมายเลข DS-160 อันใหม่ที่น้องจำคำถามที่เป็นรหัสลับได้ แต่ถ้านัดได้วันสัมภาษณ์ไปแล้วก็คงต้องนำ DS-160 ทั้งหมายเลขเก่าและหมายเลขไปด้วยค่ะ ตรงจุดที่น้องทำการ retrieve พี่ไม่เคยเห็นว่ามีรหัส password นะคะ วิธีการทำ retrieve คือ
      1. เข้าไปที่ https://ceac.state.gov/GENNIV/Default.aspx คลิกเลือกชื่อประเทศและเมือง
      2. จะมีช่องสี่เหลี่ยมให้น้องใส่ Your application ID is….. ก็คือหมายเลข DS-160 ที่น้อง print ยืนยันออกมา หมายเลขดังกล่าวจะขึ้นต้นด้วย AA001…. หรือ AA002….พอใส่หมายเลขนีไปจะมีกรอบสี่เหลี่ยมให้น้องใสตัวอักษรที่ขึ้นต้นนามสกุงของคนยื่น 5 ตัวอักษรแรก ปี่ค.ศ.ที่เกิด และคำถามลับที่เราเลือครั้งแรก ซึ่งส่วนมากพี่จะแนะนำให้เลือกคำถามง่ายๆสำหรับคนขี้ลืม ให้เลือกคำถามที่ตอบเป็นชื่อเมือง เช่น Bangkok ไม่ต้องไปเลือกคำถามที่เป็นชื่อคน หรือคำถามเท่ห์ๆ แล้วตัวเราเองไม่จดคำตอบไว้ น้องอาจจะลืมได้ค่ะ เท่าที่พี่สังเกต หลายคนเลือกคำถามที่ให้ตอบเป็นชื่อคน ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น คือ เมื่อเป็นชื่อคนอื่น เราอาจจะจำตัวสะกดอันนั้นไม่ได้มากกว่า
      3. ถ้าไม่อยากเครียดกับเจ้านายทางแก้ไขปัญหาคือ น้องกรอกใหม่ค่อยๆทำนะคะ แล้วจ่ายค่าพินใหม่ด้วยเงินส่วนตัวของน้องเอง เพราะเป็นความผิดพลาดของเราเอง คิดว่าจ่าย 384 บาทค่าทำพินนัดให้ 3 คนแล้วดี เพราะมันเป็นการซื้อความสบายใจเรากลับคืนมา ถ้าคิดแบบนี้ก็ลงมือทำไปเลยค่ะ หรือจะเลือกข้อ 4
      4. น้องเป็นเลขา พี่คิดว่า น้องทราบดีแล้วว่า หน้าที่เลขาคืออะไร น้องทำมาอยู่ได้นานพอสมควรก็ต้องแสดงว่าน้องชอบลักษณะงานแบบนี้ เพียงแต่ตอนนี้น้องต้องมากรอกฟอร์มที่น้องไม่ถนัดเท่านั้นเอง ทำให้น้องว้าวุ่นใจ ถ้าคิดว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียน คราวหน้าจะมีใครในบริษัทให้น้องกรอกฟอร์มวีซ่าไปสหรัฐอเมริกาให้ น้องจะทำได้คล่องกว่าเดิมค่ะ อย่าเครียดไปเลยค่ะ น้องทำหน้าที่เลขาของน้องให้ดีที่สุด นายไปเที่ยวก็คงจะมีของฝากติดไม้ติดมือจากอเมริกามาให้น้องเป็นรางวัลปลอบใจค่ะ ดังนั้น ให้น้องพยายามคิดทบทวนและไปสรุปให้เจ้านายฟัง หรือพิมพ์สรุปให้เจ้านายอ่านก่อนเข้าไปสอบสัมภาษณ์ เวลายื่นเอกสาร เจ้าหน้าที่สถานทูตไม่ได้ขอดู application เค้าจะขอดูแค่ใบยืนยันหมายเลข DS-160 เพียงหน้าเดียวเท่านั้นค่ะ
      ไม่มีวิธีที่จะไปถามหา password จากหัวข้อ retrieve ค่ะ แต่ถ้าเป็น password ในการจองวันนัดสัมภาษณ์ น้องอาจขอ password ใหม่ได้ด้วยการเลือกหัวข้อ forgot password แล้วรอเขาส่ง password มาให้ใหม่ทางอีเมล์ผู้ขอวีซ่า ก็คงหนีไม่พ้นอีเมล์เจ้านายอีก ถ้าเผอิญน้องใส่อีเมล์เจ้านายไปค่ะ พี่ปลอบใจน้องได้แค่นี้ ความดีที่น้องช่วยเจ้านายและครอบครัว จะส่งผลให้เจ้านายเมตตาน้อง และเวลาน้องจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ ผลกรรมแห่งความดีของน้องจะทำให้น้องมีคนคอยอนุเคราะห์ตลอดเวลาค่ะ

  • llada  On February 22, 2012 at 7:07 pm

    ขอรบกวนถามคุณgovisa ค่ะ คือถ้าวันที่เราจะเดินทางจริงช้ากว่า วันที่เริ่มโปรมแกรม exchange ที่ระบุไว้ใน DS 2019 เดือนกว่าๆ จะมีปัญหาในการขอวีซ่ารึป่าวค่ะ หรือต้องให้ทางโน้นrevised วันเริ่มโปรแกรมให้ใหม่ (เนื่องจากตัวโปรแกรมสามารถยืดหยุ่นการเริ่มได้ภายใน 3 เดือน) แล้วเราต้องเริ่มขั้นตอนการสมัครใหม่มั๊ยค่ะ เพราะตอนนี้ได้วันนัดสัมภาษณ์แล้วค่ะ

    ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On February 22, 2012 at 8:34 pm

      น้อง Lladaคะ น้องส่ง DS-2019 ไปแก้วันที่ใหม่เสีย เพราะตามกฎหมายสหรัฐน้องจะเข้าประเทศก่อนหน้าวันที่ที่ระบุใน I-20 หรือ DS-2019 ได้ไม่เกิน 30 วัน และจะเดินทางเข้าประเทศหลังวันที่ที่ระบุใน I-20 ไม่ได้ค่ะ และการจะย้ายสถานที่เรียนจะกระทำได้ น้องต้องเรียนอยู่ที่ University แห่งแรกให้ครบ 1 เทอมก่อน จึงจะเปลี่ยนชื่อสถานที่เรียนได้ อย่างไรก็ตาม ที่น้องบอกมาว่า โรงเรียนยืดหยุ่นการเริ่มเรียนออกไปได้ภายใน 3 เดือนก็น่าจะเข้าไปได้โดยไม่ต้องส่ง I-20 กลับไปแก้ไข เพื่อความไม่ประมาท ขอให้น้องส่งอีเมล์ไปถามที่โรงเรียนอีกครั้ง ถ้าโรงเรียนยืนยันตอบมาว่าได้ ให้น้อง Print จดหมายโต้ตอบนั้นติดตัวเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐถามจะได้ยื่นจดหมายโต้ตอบฉบับนั้นให้เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาดูเป็นหลักฐานค่ะ

  • maple  On February 23, 2012 at 12:33 pm

    รายงานความคืบหน้าค่ะคุณgovisa ที่ถาม PW คือของ DS160 เก่าน่ะค่ะ และได้ทำการนัดหมายแล้วด้วย ได้คิววันจันทร์ที่ 27 กพนี้ค่ะ เมื่อวานคิดว่าถ้าเข้าไปแก้ไขข้อมูลเก่าได้ก็น่าจะสมบูรณ์แบบมากกว่า ส่วนรหัสอื่นๆ นั้น จำได้หมดเลยค่ะ ขาดแต่ pw แต่เมื่อวานก็เลยตัดสินใจทำ retrieve ข้อมูลใหม่ และได้ DS ใหม่มาแล้ว ก็คงจะให้เจ้านายแนบไปด้วยทั้งเก่าและใหม่ตามที่แนะนำมา (ในความคิดส่วนตัวน่ะค่ะ ข้อมูลที่ให้เติมก็เป็นขอ้มูลที่ให้ตอบ do not known ได้ แต่เจ้านายเค้าไม่พอใจค่ะ เลยต้องหาวิธีแก้ไขให้ ) และได้อธิบายเจ้านายแล้วว่าเอกสารที่ใช้จะมีเพียงเท่านี้ (เหมือนที่คุณ govisa บอกมาเลย) และให้นำเล่มเก่าที่เดินทางไปอเมริกาไปด้วย เนื่องจาก VISA เก่า หมดอายุตามกำหนด 10 ปีแล้วเท่่านั้นเอง………….
    ตอนนี้ทำคล่องแล้วค่ะ ก็เป็นบทเรียนจริงๆ เพราะตอนแรกไม่รู้ขั้นตอนที่ละเอียด ลองผิดลองถูกเพื่อให้ได้วันนัดสัมภาษณ์เท่านั้นเอง ( คิวนานมากเลยค่ะ ที่ทำมาเนี๋ยตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 มกราคมน่ะค่ะได้คิวสัมภาษณ์วันที่ 27 กพ. ) ………นี่คือปัญหาที่ไม่สามารถซื้อพินใหม่ได้ทันแน่นอน เพราะนายตั้งใจจะท่องเที่ยวปลายเดือนมีนาคมค่ะ
    ขอบคุณที่ให้กำลังใจน่ะค่ะ และรู้สึกสบายใจเมื่อให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่จะดูเฉพาะใบconfirm เท่านั้น ก็ยิ่งคิดว่า ไม่น่ามีอะไรผิดพลาด ที่จะไม่ได้ VISA ค่ะ
    ตอนนี้คิดบวกสุดๆ แล้วจะกลับมารายงานในวันจันทร์ต่อน่ะค่ะ

    • govisa  On February 23, 2012 at 8:31 pm

      น้อง Maple คะ ถ้าเจ้านายเคยมีวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาแล้ว เขาจะได้เข้าสัมภาษณ์ในแถวเดียวกับผู้ที่เคยมีวีซ่าแล้ว และส่วนใหญ่ก็เห็นผ่านวีซ่ากันทุกคนนะคะ

      ส่วนการ retrieve แล้วได้หมายเลขใหม่นั่นคือข้อควรระวังสำหรับน้องท่านอื่นที่ทำลัดขั้นตอนโดยกลัวว่าจะไม่ได้คิวนัดสัมภาษณ์วีซ่า จึงไปให้เอเจนซี่รับจ้างทำคิวนัดวันสัมภาษณ์ทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ให้ก่อน แล้วน้องคนนั้นๆค่อยมากรอกฟอร์ม DS-160 ทีหลังบ้าง หรือบางรายกรอก DS-160 ไปบางส่วนแล้วยังไม่ submit นำหมายเลข DS-160 มาทำคิวนัดวันสัมภาษณ์ก่อนเพราะกลัวไม่ได้วันนัดสัมภาษณ์ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คืออาจพบปัญหาเช่นเดียวกับน้อง Maple ได้ คือ หมายเลข DS-160 อาจเปลี่ยนไป น้องบางคนอยากจะเข้าไปแก้ไขหมายเลข DS-160 Confirmation Number ในฟอร์มนัดวันสัมภาษณ์ใหม่ก็จะทำไม่ได้แล้วต้อง Print DS-160 Confirmation Number ทั้งใหม่และเก่าไปให้กงุลดู ซึ่งบางคนจะวิตกกังวลมากเมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ค่ะ

      พี่จะรออ่านผลวันจันทร์นะคะ แต่คิดว่ากรณีเจ้านายของน้องผ่านวีซ่าทั้ง 3 ท่านเพราะเคยมีวีซ่าแล้วค่ะ น้องเป็นคนใจเย็นและมีความอดทนรอดีมากเลยค่ะ ขอชมจากใจจริงนะคะ

  • Alohomola  On February 23, 2012 at 9:31 pm

    รบกวนสอบถามหน่อยนะคะ พอดีกรอก DS 160 และ sign and submit เรียบร้อยแล้ว แล้วจองวันสัมภาษณ์ได้เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วมารู้ตัวว่าตัวเองสะกดชื่่อเมืองที่จะไปผิด (จาก Corvallis เป็น Convallis ค่ะ) ถือเป็นเรื่องใหญ่มั๊ยค่ะ ควรกรอก DS ใหม่รึเปล่าค่ะ แอบกังวลมากค่ะ

    • govisa  On February 23, 2012 at 11:18 pm

      น้อง Alohomola คะไม่ต้องแก้ไข เพราะเป็นความผิดเพียงเล็กน้อยค่ะ ถ้าเป็นวีซ่า F-1 น้องต้องยื่น I-20 ให้กงสุลดูอยู่แล้ว ซึ่งใน I-20 คงจะระบุที่อยู่ของ Oregon State U ว่าเป็นเมือง Corvallis และกงสุลก็คงจะดูออกว่า น้องพิมพ์ผิดไป 1 ตัวอักษรเท่านั้นเองค่ะ ความผิดใหญ่ๆที่ต้องแก้ไข คือ ชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิดของน้อง หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขบัตรประชาขน ข้อมูลเหล่านี้ผิดไม่ได้เลยค่ะ

  • maple  On February 24, 2012 at 6:11 pm

    พี่ govisa ค่ะ ขอบคุณค่ะตอบปัญา และข้อสงสัยต่างๆ ได้โดนใจมากเลยค่ะ และอยากแชร์ประสบการให้ฟังด้วย เพราะก็ได้เขียนเข้าไปถาม-ตอบ กับ ทาง VIS ด้วยค่ะ
    คำถามที่ถามคือ จะมีผลกระทบใดๆ กับการขอวีซ่าหรือไม่ หากได้ตอบในข้อ ท่านเคยขอวีซ่าอเมริกาหรือ ซึ่งเราตอบไปว่า NO แต่เจ้านายเคยไปศึกษาที่อเมริกา (ปริญญาตรี)

    เค้าก็ตอบสั้นๆ มาให้ คลายกังวล

    Dear MD.Secretary,

    Thank you for using Visa Information Services.

    If you ever have a U.S. visa before, it may be beneficial for the visa approval.

    Thank you,

    The Visa Information Service Team
    แต่เจ้านายก็บอกว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้หรอก ( แอบน้อยใจนิดๆ แต่ก็ขอให้ขอvisa ได้สำเร็จ…..สาธุ) แล้วก็ได้ข้อมูลจากพี่ govisa อีก ก็ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ แต่ก็ ขอลุ้นวันจันทร์ก่อนค่ะ จะได้สบายใจจริงๆ
    ก็ขอฝากให้น้องๆ ที่เข้ามาอ่านไว้เป็นประสบการณ์ด้วยค่ะ

    • govisa  On February 24, 2012 at 9:13 pm

      น้อง Maple คะ ไม่ต้องกังวลมากค่ะ ให้เจ้านายถือ DS-160 Confirmation Number ทั้งหมายเลขเก่าและใหม่เข้าไปยื่น พร้อมทั้งนำหนังสือเดินทางเล่มเก่าเข้าไปด้วย น้องพูดกับเจ้านายไปเลยว่า กราบขอประทานโทษเป็นความผิดพลาดของน้องเองในการกรอกฟอร์มวีซ่าแต่ก็ได้แก้ไขให้แล้วในใบใหม่ และอย่าลืมด้วยว่า ตอนท้ายของแบบฟอร์มน้องใส่ข้อความว่าอะไรที่ถามว่า “ท่านกรอกแบบฟอร์มนี้เองหรือไม่” ถ้าน้องตอบว่ากรอกเองก็ต้องย้ำเจ้านายว่า ถ้าถูกเจ้าหน้าที่คนไทยใส่เสื้อสีชมพูถามก็ต้องตอบว่า เจ้านายกรอกเองนะคะ เพราะถ้าบอกว่าเลขากรอก อาจจะเป็นเรื่องนิดหน่อยว่า คุณไม่ได้แสดงความจริงใจในการตอบคำถาม แต่ถ้าน้องใส่ชื่อน้องว่าเป็นคนกรอกก็เรียนเจ้านายว่า ให้ตอบว่า เป็นความผิดของเลขาผมที่กรอกให้ผิด พี่มั่นใจอย่างหนึ่ง มนุษย์มีสัญชาติญาณการเอาตัวรอด เจ้านายน้อง Maple เคยไปเรียนหนังสือในสหรัฐอเมริกามาแล้ว เขาย่อมเข้าใจวัฒนธรรมคนอเมริกันดีพอว่าเป็นอย่างไร อย่ากังวลไปเลยค่ะ เจ้านายเอาตัวรอดได้ค่ะ

  • jaruwan  On February 24, 2012 at 6:28 pm

    หวัดดีค่ะ พี่ govisa
    ขอสอบถามด้วยค่ะว่า การย้ายวีซ่าเล่มเก่า ไปเล่มใหม่นั้นทำได้หรือไม่ค่ะ
    ปัญหาใหญ่อีกเรื่องก็คือ visa เดิมนั้นได้ตอนที่แต่งงานและใช้นามสกุลสามี
    ตอนนี้พาสปอร์ตจะหมดอายุ ทำใหม่ต้องเป็นนามสกุลเดิม จะสามารถทำได้หรือไม่ค่ะ
    เท่าที่อ่านมา เหมือนคุณ govisa ทำงานในสถานฑูตเลยค่ะ ข้อมูลชัดเจนมากเลย
    อ่านเพลินไปเลย แต่ไม่มีใคร ถามคำถามอันนีเลย รบกวนด้วยค่ะ

    • govisa  On February 24, 2012 at 9:24 pm

      น้อง Jaruwan คะ ปกติถ้าวีซ่าสหรัฐอเมริกาในหนังสือเดินทางเล่มเดิมยังมีอายุอยู่ เมือทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ให้น้องแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ทำหนังสือเดินทางว่า น้องยังมีวีซ่าของประเทศอะไรบ้างที่ยังเหลืออยู่ในหนังสือเดินทางเล่มเก่า เจ้าหน้าที่กรมกงสุลจะทำได้แค่ endorse ว่าบุคคลที่อยู่ในหนังสือเดินทางเล่มเก่าและเล่มใหม่เป็นคนๆเดียวกันค่ะ อย่าลืมเอาหนังสือเดินทางเล่มเก่าไปด้วยในวันทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ค่ะ มีวีซ่าบางประเทศที่น้องอาจจะต้องจ่ายเงินค่าวีซ่าเพื่อขอย้ายจากเล่มเก่าไป stamp ในเล่มใหม่ แต่ไม่ใช่วีซ่าของประเทศสหรัฐอเมริกาแน่นอนค่ะ ผู้เดินทางต้องถือหนังสือเดินทาง 2 เล่มเวลาเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ

      อย่างไรก็ตามเนื่องจากน้องมีการเปลี่ยนนามสกุล จะโดยการหย่าร้างหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม น้องต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ เพื่อไม่ให้เวลาที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาแล้วมีการตรวจเอกสารที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ น้องพบปัญหาในการสอบสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาค่ะ หากต้องการ second opinion ให้น้องอีเมล์ไปลองสอบถามที่ visasbkk@state.gov ได้ค่ะ

  • Tintin  On February 26, 2012 at 11:06 pm

    สวัสดีค่ะ พี่ go visa หนูมีเรื่องจะขอปรึกษาค่ะ

    คือได้กรอก DS-160 กด Submit ยืนยันเรียบร้อยแล้ว แต่มาตรวจทานอีกครั้งพบว่าได้สะกดคำว่า “SISTER” ผิดเป็น “SISITER” มันดันมีตัว I เพิ่มมาอีก 1 ตัว (ซึ่งข้อความนี้ได้เขียน เพื่ออธิบายว่าทำไมถึงเคยถูกปฎิเสธวีซ่า) เลยไม่แน่ใจว่ามันค่อนข้าง sensitive แล้วจะมีผลกระทบอะไรกับการขอวีซ่าครั้งนี้หรือไม่ (ท่านกงศุลจะหาว่าเราไม่รอบคอบรึป่าวคะ) จึงขอเรียนถามว่าเราควรจะแก้ไขให้มันถูกต้องครบถ้วนไปเลยดีมั๊ยคะ ?? และที่สำคัญตอนนี้ก็ยังไม่ได้ยืนยันวันนัดสัมภาษณ์เลยค่ะ (แต่เคยเอาหมายเลข Confirmation No. เข้าไปดูตารางวันนัดสัมภาษณ์มาแล้ว และก็ยังไม่ตัดสินใจเลือกวัน เนื่องจากตารางค่อนข้างว่างอยู่และพอ Log Out ออกเข้าไปใหม่ เหมือนกับระบบก็ให้เราเริ่มต้นใหม่โดยถามว่า ท่านจะเลือกสัมภาษณ์ที่ไหน รายละเอียดต่างๆเป็นลำดับๆ ไป)

    ทั้งนี้ จึงขอรบกวนถามว่าเราควรจะทำอย่างไรดี เมื่อพบว่ากรอกเอกสารใน DS-160 ผิด แต่ยังไม่ได้นัดวันสัมภาษณ์ค่ะ

    – ควรจะจองวันสัมภาษณ์ไปก่อน แล้วค่อยมาแก้ไขเอกสารทีหลัง หรือหนูสามารถกรอกเอกสาร VISA Application DS-160 ใหม่ แล้วนำ Confirmation No. ใหม่มาจองวันสัมภาษณ์เลย (แล้วมันจะมีปัญหาอะไรรึป่าวคะ เพราะเราได้กด Submit Application อันแรกไปแล้ว และเข้าใจว่าข้อมูลทั้งหมดถูกส่งไปที่สถานฑูตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)

    นอกจากนี้ เคยได้ศึกษาคำแนะนำของพี่มาบ้างแล้ว ทราบว่าปัจจุบันเราไม่สามารถเข้าไปแก้ไขเลขที่ Confirmation number ในส่วนของรายละเอียดการนัดสัมภาษณ์ตรง Edit Apllication Info แล้ว ถ้าหากมีความจำเป็นต้องแก้ ก็ทำได้เพียงกรอกข้อมูล DS-160 ใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้ง print เอกสารดังต่อไปนี้ออกมา 1. Confirmation page (ที่มี confirmation number : AAxxxxxxxxใหม่) 2. DS-160 Application ฉบับแก้ไข ไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ในวันนัดสัมภาษณ์ (อันนี้ขอถามเป็นความรู้เผื่อไว้ ว่าหนูเข้าใจถูกใช่มั๊ยคะ)

    รบกวนพี่ go visa ด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ ^_______^

    • govisa  On February 27, 2012 at 5:31 am

      น้อง Tintin คะ ถ้ายังไม่ได้ confirm วันนัดสัมภาษณ์ ลองกรอก DS-160 อันใหม่ และลองเข้าไปที่ฟอร์มนัดวันสัมภาษณ์ ลองแก้ไขหมายเลข DS-160 ในฟอร์มนัดวันสัมภาษณ์ดูนะคะ ถ้าทำได้เขียนมาแชร์ประสบการณ์กันด้วยนะคะ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่มีผลอะไร เพราะน้อง Tintin ก็ยังคงใช้หมายเลขเก่าได้ ส่วนวันสัมภาษณ์ในกรณ๊ของน้อง จะนำไปเฉพาะ DS-160 หมายเลขเก่าอย่างเดียวก็ได้ เพราะคำว่า sister เป็นความผิดที่ไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับระบุชื่อน้อง วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทางของน้องผิดค่ะ แต่ถ้าเป็นกังวลก็นำไปทั้งสองใบ ส่วนเวลายื่นให้เอกสารให้เจ้าหน้าที่สถานทูต เจ้าหน้าที่ไม่ขอดู DS-160 Application น้อง Print ออกมาเก็บไว้เพื่อกันลืมว่า น้องได้กรอกอะไรไปบ้างเผื่อกงสุลถามถึงข้อความที่กรอกจะได้อธิบายได้ เพราะน้องเป็นคนกรอกเองค่ะ ส่วนเรื่องที่ว่า เมื่อคลิก submit DS-160 ไปแล้วสถานทูตจะได้รับข้อมูลทันทีเป็นความเข้าใจที่ถูกค่ะ แต่สถานทูตจะยึดข้อมูลที่ถูกที่สุดที่น้องเลือกนำไปใช้ในการ confirm วันนัดสัมภาษณ์ค่ะ

      ว่าแต่ว่าน้อง Tintin ถูกปฏิเสธด้วยสาเหตุใด น้องอย่าลืมหาหลักฐานประกอบไปเพิ่มด้วย อย่าใช้เอกสารชุดเดิมอย่างเดียว เพราะเท่ากับยังไม่ได้แก้ไขปัญหา ด้วยการหาเอกสารชุดใหม่ไปประกอบเพิ่มเติมค่ะ

  • Tintin  On February 27, 2012 at 11:05 pm

    เรียน พี่ go visa ค่ะ

    สรุปว่าหนูก็ตัดสินใจจองวันสัมภาษณ์ไปเลยค่ะ โดยที่ยังไม่ได้แก้เอกสารใดๆ เพราะพอลองเข้าไปใน visa point อีกครั้งระบบได้จำข้อมูล confirmation number หนูไปแล้วตั้งแต่ครั้งแรก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จองวันก็ตาม…ก็เลยตัดสินใจจองวันสัมภาษณ์ไปเลยดีกว่า (หลังจากจองวันได้แล้วก็ลองแอบเข้าไปตรง Edit Apllication Info เห็นมันเป็นตัวหนังสือสีน้ำเงินด้วยค่ะ แต่ไม่กล้าคลิกอะไรลงไป)

    ซึ่งการขอวีซ่าของหนูในครั้งนี้ค่อนข้างเป็น case ที่โหดทีเดียวค่ะ เพราะว่าหนูเคยถูกปฏิเสธวีซ่า (ครั้งก่อนขอแบบท่องเที่ยว) และก็มีพี่สาวแท้ๆ ที่มีใบเขียวอยู่ที่นั่น สำหรับจุดประสงค์ของการไปครั้งนี้ของหนูก็เพื่อไปเรียน ตั้งใจไปศึกษาต่อจริงๆ ไปหาประสบการณ์ เพราะคิดว่าถ้าเรากลับมาเราคงมีชีวิต มีการงานที่มั่นคง เงินเดือนสูงกว่านี้แน่นอน (หนูทำงานมาเกือบจะสองปีแล้วค่ะ) และสนใจไปเรียนต่อด้าน marketing และเท่าที่ศึกษามาถ้าเค้ารู้ว่าเรามีญาติ พี่น้องอยู่ เค้าจะยิ่งคิดว่าเราจะไปอยู่บ้านเค้าอย่างถาวร แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นหนูก็จะพยายามแสดงให้เค้าเห็นว่าเราไม่คิดที่จะไปอยู่บ้านเค้าอย่างแน่นอน และหนูก็ให้ความสำคัญกับการกรอก DS-160 มาก ซึ่งก็ได้กรอกเอกสารตามความเป็นจริงทั้งหมด (และก็ดันสะกดผิดอีก !!!)

    อย่างไรก็ตาม หนูขอเรียนปรึกษาพี่ 1 คำถามในส่วนของข้อมูล Point of Contact Information ได้มั๊ยคะ เนื่องจากคำอธิบายได้บอกว่าให้ใส่ข้อมูลของ contact person or organization ที่เราได้ทำการติดต่อด้วย (ข้อนี้ค่อนข้างลังเลไม่รู้จะใส่อะไรดี จะต้องใส่ข้อมูลพี่สาวหรือโรงเรียน แต่ด้วยจุดประสงค์ของเราก็เพื่อติดต่อขอไปเรียน ดังนั้นหนูจึงใส่รายละเอียดข้อมูลที่อยู่ของรร.+ ชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ที่ออก I20 ให้เราไป) ซึ่งพยายามคิดกลับไปกลับมาว่า มันมีอยู่ข้อนึงที่ถามว่ามีญาติอยู่หรือไม่แล้วหนิ และเราก็ตอบไปด้วยความสัจจริงว่ามี ไม่ได้ปิดบังอะไร 5 555

    คิดมากเกินไป ยิ่งคิดยิ่งเพี้ยนค่ะ !! ยังไงขอคำแนะนำในส่วนนี้ด้วยนะคะ เผื่อถ้าจะแก้ไข จะได้แก้ไขทีเดียวซะเลย

    รบกวนอีกครั้งค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ 😀

    • govisa  On February 28, 2012 at 5:12 am

      น้อง Tintin คะ ขอตอบคำถามตรง Edit Application ถ้าเป็นสัน้ำเงินคลิกเช้าไปดูได้ถ้ามีอะไรต้องแก้ไขค่ะ แต่เท่าที่เห็นจะเป็นการแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับตอนกรอกฟอร์มนัดวันสัมภาษณ์ค่ะ

      ส่วนเรื่องที่ถูกปฏิเสธเพราะมีพี่สาวที่มีกรีนการ์ดอยู่ที่สหรัฐอเมริกา พี่สะดุดใจตรงที่น้องเขียนว่า มีญาติอยู่แล้วหนี แสดงว่า พี่สาวน้องน้องคงจะเคยขอวีซ่านักท่องเที่ยวหรือนักเรียนแล้วเข้าไปอยู่เลยหรือเปล่าคะ การได้กรีนการ์ดของพี่สาวน้องคงจะเกิดขึ้นจากการแต่งงาน เผอิญพี่สาวเป็นพี่สาวแท้ๆของน้อง ทำให้การพิจารณาของกงสุลที่จะเปลี่ยนใจให้เชื่อว่า น้องจะไม่ทำแบบพี่สาวยิ่งลำบากขึ้นมากค่ะ น้องลองขอวีซ่าดูใหม่อีกครั้งตามที่น้องวางแผนไว้ ถ้าไม่ได้รับวีซ่า และน้องอยากเรียนหนังสือในต่างประเทศจริงตามที่เขียนอธิบายมา ก็ยังมีที่อื่นให้ไปเรียนให้สำเร็จตามความตั้งใจของน้องได้ ที่พี่พูดเช่นนี้ไม่ใช่ไม่ให้กำลังใจนะคะ แต่บางกรณีของที่ถูกปฏิเสธวีซ่า มันเป็นเหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนใจกงสุลให้เชื่อว่า น้องจะไม่ทำตนแบบพี่สาวคงทำลำบากค่ะ แม้แต่ทุกวันนี้ บางท่านขอวีซ่านักเรียนไปเรียนภาษา เมื่อได้รับวีซ่าแล้ว ไปเรียนช่วงแรก หลังๆไปเป็นเด็กเสิรฟ์ในร้านอาหารไทย เพราะเรียนไม่ไหวบ้าง ขี้เกียจเรียนบ้าง แต่อยากอยู่ที่อเมริกาเลย เพราะชีวิตเป็นอิสระจากทางบ้าน ก็เหมือนกับหนีนะคะ เหตุการณ์เหล่านี้ยังคงมีปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆค่ะ ดังนั้นกงสุลท่านต้องใช้ความคิดอย่างมากในการพิจารณาไตร่ตรองการขอวีซ่าของแต่ละคนว่า จะเชื่อใจคนไทยได้มากน้อยแต่ไหนว่า จะกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จภารกิจค่ะ ปัจจัยหนึ่งที่เป็นปัญหาของคนไทยคือ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ บางคนอยากไปเรียนที่สหรัฐ เพราะคิดว่าประหยัดมีญาติอยู่ ถ้าไปเรียนที่อื่น ต้องจ่ายแพงกว่านี้ เพราะต้องออกเงินค่าใช้จ่ายเองทุกอย่าง บางคนเรียนสำเร็จ หาลู่ทางอยู่ต่อเพื่อทำงานในสหรัฐอเมริกาเพราะคิดว่าได้รับเงินมากกว่าค่ะ พวกเขาเหล่านั้นอาจจะไม่ได้นึกถึงว่า เมื่อได้รับเงินเข้ามามากก็ต้องมีรายจ่ายเกิดขึ้นมากด้วย

      อนึ่ง กงสุลอาจมีคำถามว่า ครั้งที่แล้วน้องขอวีซ่านักท่องเที่ยว ครั้งนี้เปลี่ยนมาขอเป็นวีซ่านักเรียน เพราะเหตุใด สำหรับการขอวีซ่านักเรียนเที่ยวนี้ พี่ไม่แน่ใจว่า I-20 ของน้องเป็น I-20 รับเข้าไปเรียนภาษาอย่างเดียวหรือเปล่า และเป็นของสถาบันไหน เชื่อถือได้ว่ามีมาตราฐานดีเพียงไร ถ้าหากเป็น I-20 รับเข้าเรียนต่อปริญญาโทเลย น่าจะแสดงเป้าหมายที่ชัดเจนของน้องให้กงสุลเห็นว่า มีความตั้งใจไปเรียนต่อปริญญาโทจริงมากกว่าไปเรียนภาษาอังกฤษก่อน ถ้าน้องได้รับเพียง I-20 เรียนภาษาอย่างเดียว และอธิบายกงสุลว่าจะไปสอบภาษาอังกฤษที่สหรัฐ แล้วค่อยไปหามหาวิทยาลัยเรียนต่อปริญญาโท อย่างหลังนี้ดูเลื่อนลอยมากกว่า เพราะไม่แน่ใจว่า จะต้องใช้เวลาเรียนภาษานานมากน้อยเท่าไร จึงจะสอบ TOEFL และอื่นๆได้ เพื่อสมัครเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯในระดับปริญญาโท ถ้าน้องทำไม่สำเร็จ น้องจะกลับเมืองไทยหรือไม่ค่ะ ประเด็นหลังนี้คือประเด้นสำคัยที่กงสุลนำมาใช้ในการพิจารณาไตร่ตรองกรณีของน้องค่ะ

      ส่วน Contact person or organization ใสชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ที่ออก I-20 และที่อยู่ของโรงเรียนถูกแล้วค่ะ ขอเอาใจช่วยน้อง Tintin นะคะ อย่างไรก็ตาม พี่ขอขอบคุณมาล่วงหน้า ถ้าน้องจะกรุณาแชร์ประสบการณ์ด้วยการเขียนมาบอกเล่ากันนะคะว่า การขอวีซ่าเป็นอย่างไร อย่างน้อยก็เป็นกรณีศึกษาให้ผู้มีปัญหาคล้ายคลึงกับน้องได้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องการขอวีซ่าได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

  • maple  On March 1, 2012 at 4:20 pm

    ขอรายงานผล ค่ะ สรุปเจ้านายได้วีซ่าทั้งครอบครัว ค่ะ
    งานนี้ก็รอดตายอย่างหวุดหวิด
    แต่นายเล่าว่า เค้าเลือกเอา ID อันใหม่ไปสัมภาษณ์น่ะค่ะ
    สรุปก็ไม่ถามอะไรเป็นพิเศษ แค่ทักทายข้อมูลทั่วๆไป
    ถ้าทำให้ใคร คราวหน้าก็คงจะไม่สับสนอีกแล้วค่ะ
    ขอบคุณค่ะที่ให้ทั้งคำตอบและคำปลอบใจ

    • govisa  On March 1, 2012 at 6:00 pm

      ดีใจด้วยค่ะน้อง Maple เมื่อน้องมีประสบการณ์แล้วก็จะทราบว่า น้องสามารถกรอกฟอร์มเองได้ไม่ยากเลย ไม่ต้องเสียงเงินมากมาย ถ้าทำตามขั้นตอน ทางสถานทูตเขาก็พยายามมีคำอธิบายบนเว็บไซต์รวมทั้ง video เพื่อช่วยทำใ้ห้เกิดความเข้าใจได้ และ case เจ้านายน้องก็เป็นไปตามที่พี่บอกน้องแล้วว่า จะได้วีซ่าทั้งครอบครัว เพราะเคยมีวีซ่าแล้วเพียงแต่วีซ่าหมดอายุ ต้องทำใหม่เท่านั้นเองค่ะ คราวหน้าน้องคงช่วยแนะนำเพื่อนๆน้องที่อยากขอวีซ่าไปสหรัฐอเมริกาได้ว่า จะต้องเตรียมอะไรบ้างค่ะ ขอบคุณมากๆอีกครั้งที่เขียนมาให้ทราบค่ะ ขอให้เจ้านายน้องเดินทางปลอดภัยและมีของน่ารักๆมาฝากน้องในฐานะที่ช่วยลุ้นเจ้านายเต็มที่ค่ะ

  • Tintin  On March 1, 2012 at 8:32 pm

    เรียน พี่ go visa ค่ะ

    ขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆ ยังไงหนูจะมาแชร์ประสบการณ์ให้กับเพื่อนๆเผื่อเป็นกรณีศึกษาอย่างแน่นอน ยังไงก็ตามแต่หนูอยากบอกว่า…หนูรู้สึกชื่นชมในตัวพี่มากๆ ที่คอยสละเวลามาตอบข้อสงสัยและแนะนำสิ่งดีๆ ในเรื่องเกี่ยวกับการขอวีซ่า ให้กับผู้ที่ไม่รู้ได้ทราบและเข้าใจขั้นตอน กระบวนการต่างๆ มากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้หนูขอเป็นกำลังใจให้พี่สู้ๆและมุ่งมั่นทำความดีเช่นนี้ต่อไปนะคะ

    Best Regards,
    Tintin 🙂

    • govisa  On March 1, 2012 at 10:30 pm

      ขอบคุณค่ะ น้อง Tintin ขอเอาใจช่วยให้น้อง Tintin ประสบความสำเร็จในการยื่นขอวีซ่าค่ะ

  • alyn  On March 3, 2012 at 8:53 pm

    DS160 จำเป็นจะต้องปริ๊นออกมาทุกหน้าไหมค่ะ
    เพราะ หนูปริ๊นแต่หน้่าConfirmation มาอย่างเดียวค่ะ จะมีนัดสัมภาษณ์ วันที่7มีนานี้แล้วค่ะ

    • govisa  On March 4, 2012 at 7:50 pm

      น้อง Alyn คะ ไม่ต้องกังวลเรื่อง DS-160 application ที่มีหลายหน้า ถ้าลืม print ออกมาแล้วจะกลับไป print ใหม่ แล้ว print ไม่ได้ หรืออีกกรณี print ออกมาแล้วได้จำนวนหน้าขาดไปก้ไม่เป็นไรค่ะ เพราะกงสุลได้รับข้อมูลครบถ้วนนะคะ สิ่งที่ต้องแสดงให้กงสุลในวันสัมภาษณ์ คือ DS-160 Confirmation Number เท่านั้น ที่หลายท่าน print หน้า application ออกมาเพื่อจะได้ไม่ลืมว่า ตนเองกรอกอะไรไปบ้างค่ะ เวลาถูกกงสุลสัมภาษณ์จะได้ตอบได้ตรงกันเท่านั้นเองค่ะ

  • นักรบป่าหวาย  On March 3, 2012 at 9:07 pm

    คือแบบว่า ผมจองตั๋วเครื่องบินไปวันที่ ๒๕ เมษา
    แต่ถามเอเจนซี่ว่าบอกว่าปล่อยคิวซัมภาดช่วงซัมเมอหลังสงการ
    แล้วผมยังไม่รุ้วันสัมภาดเลย ยังงี้จะมีปัญหาไม่มันไหมครับ

    • govisa  On March 4, 2012 at 8:03 pm

      น้องนักรบป่าหวายคะ ที่จริงน้องสามารถขอ username และ password จากเอเจนซี่ โดยอาจจะบอกเขาว่า จะมาช่วยเขากดเข้าไปดูวันนัดสัมภาษณ์ค่ะ ถ้าทำไม่เป็นให้เขาสอนให้ หรือเข้าไปดูที่ http://www.youtube.com/watch?v=0pp9Pb0-qbw&feature=youtu.be น้องสามารถเปิดเข้าไปดูเองได้ตลอด 24 ชั่วโมงว่ามีคิวนัดว่างไหมนะคะ หรือจะเข้าไปดูเองดดย log in เข้าไปที่เว็บไซต์ https://thailand.us-visaservices.com/Forms/SelfServiceLogin.aspx ค่ะ

      ส่วนคิวนัดสัมภาษณ์เวลานี้ทางสถานทูตจะให้คิวพวกที่ขอไป work and travel, คิววีซ่านักเรียนทั้ง F-1 และ J-1 ในปริมาณใกล้เคียงกัน รองลงไปเป็นพวกวีซ่านักธุรกิจ B-1 ค่ะ ถ้าวีซ่านักท่องเที่ยว B-2 อาจจะให้น้อยกว่า 2 กลุ่มแรกค่ะ และวีซ่านักธุรกิจไม่สามารถขอเร่งรัดคิววีซ่าได้เท่าที่พี่สังเกตดูนะคะ เพราะความจำเป็น 2 กลุ่มแรกมีมากกว่าค่ะ ถ้าหากจวนแจจริงๆ น้องคงต้องเลื่อนวันเดินทางค่ะ ปรึกษาเอเจนซี่ขายตั๋วนะคะ ปกติถ้าขอวีซ่านักท่องเที่ยวช่วงที่ไม่ peak มาก คือ ประมาณปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนค่ะ เพราส่วนใหญ่นักศึกษาเปิดเทอมกันแล้ว ส่วนต้นปีจะเป็นคิวของกลุ่มนักศึกษาที่ไปทำงานระหว่างปิดภาคการศึกษาที่เมืองไทยค่ะ

  • iice  On March 4, 2012 at 12:16 am

    พี่ค่ะหนูขอสอบถามหน่อยค่ะ
    คือว่าหนูรีบเข้าไปกรอกDS160 เพื่อเอารหัสไปจองวันสัมพาษณ์เเต่ยังกรอกไม่เสร็จ
    แล้วก็จองวันสัมภาษณ์ได้ หลังจากนั้นได้ยืนยันข้อมูลไปเเต่ confirmation N. ไม่ตรงกัน
    พึ่งมารู้เลยรีบเข้าไปแก้วันนี้และพึ่งยืนยัน(ใบที่รหัสตรง)ไปวันนี้(3มีนา)แต่ในใบนัดเค้าให้แก้ไขข้อมูลครั้งสุดท้ายได้คือวันที่2มีนา จะสอบถามพี่ว่าจะมีปัญหาอะไรรึเปล่าค่ะ
    ขอบคุนมากค่ะ

    • govisa  On March 4, 2012 at 8:19 pm

      น้อง iice คะ ให้นำ DS-160 Confirmation Number ทั้งหมายเลขเก่าและหมายเลขใหม่เข้าไปในวันที่สอบสัมภาษณ์คะ ถ้าเขาถามเหตุผลอธิบายไปตามความเป็นจริงค่ะ และบอกด้วยว่า หมายเลขใหม่น้อง iice มีการแก้ไขข้อมูลที่ผิดให้เป็นถูกต้องด้วยค่ะ ไม่มีปัญหาตรงประเด็นนี้ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น คือ เตรียมเอกสารที่จะนำไปแสดงว่า น้อง iice ไปแล้วจะกลับเมืองไทยไปให้ครบค่ะ

  • iice  On March 4, 2012 at 12:22 am

    เพิ่มเติมค่ะ
    หนูมีแก้ข้อมูลไปด้วย1ที่ค่ะจาก No เป็น yes

    • govisa  On March 4, 2012 at 8:20 pm

      ไม่เป็นปัญหาค่ะ พี่ตอบรวบไปกับคำถามข้อแรกแล้วค่ะ

  • aew  On March 4, 2012 at 2:46 pm

    สวัสดีค่ะ ขอรบกวนปรึกษาหน่อยนะคะ
    1.ดิฉันจะเดินทางไปอเมริกาด้วนกัน 5 คน ประกอบด้วยดิฉัน พี่สาว (นามสกุลเดียวกันแต่คนละทะเบียนบ้านค่ะ) ลุง ป้า และหลาน (เป็นลูกพี่ลูกน้องกับครอบครัวดิฉัน ทั้ง3 คนนามสกุลเดียวกัน แต่หลานอยู่ทะเบียนบ้านแยก) จะต้องทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ แยกเป็น 4 พิน ใช่ไหมค่ะ แล้วมีวิ๊ธีไหนที่จะทำให้ได้วันนัดเดียวกันบ้างมั้ยค่ะ
    2.ตอนนี้ทำการจองวันนัดสัมภาษณ์แล้ว แล่ได้วัน ที่19/04/55 1 คน ,25/04/55 1 คน ,26/04/55 1คน ซึ่งยังเหลือดิฉันยังไม่ได้จองเพราะรอว่าจะมีวันที่เร็วกว่านี้ค่ะ ซึ่งวันที่จองได้ทั้งหมดช้ากว่าวันเดินทางที่ระบุในDS 160 (กำหนดไว้20 เมษา 55 ค่ะ) มีผลอะไรมั้ยค่ะถ้าได้วันสัมภาษณ์ช้ากว่าวันที่ระบุไว้ หรือต้องไปแก้ตรงส่วนไหนค่ะ
    รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ อิ๋วค่ะ

    • govisa  On March 4, 2012 at 8:36 pm

      น้องอิ๋วคะ หลักคิดเรื่องความสัมพันธืมีดังนี้ คือ ความสัมพันธ์ที่ทางสถานทูตกำหนด คือ พ่อ-แม่-ลูก ; สามี-ภรรยา; พี่-น้องกันจริง ทั้งหมดต้องเป็นกรณีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันค่ะ

      1. ลุงและป้าพี่ไม่ทราบความสัมพันธ์ มองได้ 2 กรณีคือ เป็นสามีภรรยากัน หรือ เป็นพี่น้องกันแท้ๆ อยู่ทะเบียนบ้านเดียวกัน ถ้าเป็นตามที่ได้สันนิษฐานไว้ทั้ง 2 กรณีวึ่งน่าจะใช้เพราะบอกมาว่า นามสกุลเดียวกัน คือ ซื้อพินเดียวกันค่ะ
      2. หลาน ต้องซื้อพินแยก เพราะอยู่ทะเบียนบ้านคนละหลังกับลุง-ป้า ซึ่งพี่คาดว่าเป็นลูกของลุง-ป้าใช่ไหมคะ
      3. น้องอิ๋วและพี่สาวเป็นพี่-น้องกันก็จริงแต่อยู่คนละทะเบียนบ้าน ดังนั้นซื้อคนละพินกันค่ะ

      รวมทั้งหมดเป็น 4 พินค่ะ ส่วนวันเดินทางช้ากว่าที่กำหนดใน DS-160 ไม่เป๋นปัญหาเลยค่ะ น้องอิ๋วสามารถอธิบายให้ท่ากงสุลฟังได้ว่า ไม่มีคิวนัดสัมภาษณ์ว่างก่อนหน้านี้เลยค่ะ น้องอิ๋วไม่ต้องเข้าไปแก้ไขใน DS-160 แล้วค่ะ เพราะถ้าจะแก้ ต้องพิมพ์ฟอร์มของทุกคนใหม่หมดแล้วทุกคนจะได้หมายเลขใหม่ ยุ่งวุ่นวายตรงที่ต้องนำทั้ง DS-160 หมายเลขเก่าและหมายเลขใหม่เข้าไปด้วย คนขอวีซ่า 5 คน เตรียมเอกสารก็ยุ่งพอสมควรแล้ว อย่าต้องพิมพ์เพิ่มเรื่องแบบฟอร์มใหม่เลยนะคะ

  • aoii  On March 8, 2012 at 12:07 pm

    สวัสดีค่ะ

    รบกวนปรึกษาเรื่องการแก้ฟอร์ม DS 160 หน่อยค่ะ พอดีว่าใส่ไปในฟอร์มว่าจะเดินทางวันที่ 9 เมษา กลับ 23 เมษา แต่พอจะจองวัน ปรากฎว่า วันสัมภาษณ์ว่าง 23 เมษาเป็นต้นไป แบบนี้จะต้องทำยังไงดีคะ จะแก้ไขแบบฟอร์ม หรือว่ากรอกฟอร์มใหม่? ยังไม่ได้จ่ายเงินและก็ยังไม่ได้จองวันนะคะ ถ้ากรอกฟอร์มใหม่กลัวว่าข้อมูลมันจะไปส่งไปซ้ำกันอะไรรึเปล่า

    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On March 8, 2012 at 10:10 pm

      น้อง Aoii คะ ถ้าน้องยังไม่ได้จ่ายเงินซื้อพินเพื่อจองวันนัดสัมภาษณ์ น้องสามารถกรอกฟอร์มใหม่ได้ค่ะ หรือถ้าน้องจะไม่แก้ไขฟอร์ม Ds-160 ก็ไม่มีปัญหานะคะ เพราะน้องสามารถบอกทางสถานทูตได้ว่า น้องวางแผนจะเดินทางวันที่ 9 เมษายน แต่จองวันนัดสัมภาษณ์ไม่ได้เลย จึงเลื่อนวันเดินทางไปเป็นปลายเดือนเมษายนหรือจะเป็นวันอื่นๆแทนก็ได้ค่ะ

  • POOM  On March 8, 2012 at 6:20 pm

    พี่ govisa ค่ะ หนูมีเรื่องรบกวนค่ะ

    พอดีหนูได้วันนัดสัมภาษณ์วันที่ 19 มีนาคม 2555 ค่ะ ตอนนี้หนูกำลังรวบรวบเอกสารในวันนัดสัมภาษณ์อยู่ค่ะ อยากทราบว่าหลักๆแล้วหนูต้องนำเอกสารอะไรไปบ้างค่ะ หนูยื่นวีซ่าแบบนักท่องเที่ยวค่ะ

    • govisa  On March 8, 2012 at 10:36 pm

      น้อง Poom คะ พี่ไม่ทราบรายละเอียดแบ็คกราวน์ของน้อง และเห็นว่าน้องเพิ่งเขียนมาถามพี่ครั้งแรก พี่ขออธิบายภาพรวมโดยทั่วไปของผู้ขอวีซ่านักท่องเที่ยวคือ
      1. หนังสือเดินทาง
      2. ใบยืนยันหมายเลข DS-160 Confirmation Number ที่กรอกเสร็จแล้วและสั่ง print ออกมา
      3. ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่าจำนวน 4,480 บาท
      4. จดหมายรับรองการทำงานถ้าหากน้องเป็นลูกจ้าง แต่ถ้าน้องเป็นเจ้าของธุรกิจ ให้น้องนำทะเบียนการค้าไปแสดงด้วยค่ะ
      5. จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของน้องเอง และสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคาร
      6. ใบนัดวันสัมภาษณ์วีซ่า
      7. ในกรณีที่บัญชีเงินฝากในธนาคารของน้องมีน้อย อาจใช้จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ปกครอง และสมุดเงินฝากของผู้ปกครองไปเพิ่มด้วยได้ค่ะ หรือถ้าไม่มีหลักฐานข้อนี้เป็นตัวช่วย คงต้องหาดูว่า น้อง Poom มีเพื่อนหรือมีญาติอยู่ในสหรัฐอเมริกา ที่พอจะเขียนจดหมายเชิญน้องไปเที่ยวได้ไหมนะคะ ให้น้องนำจดหมายเชิญไปแสดงประกอบด้วยค่ะ
      8. น้องควรมีการวางแผนด้วยว่า น้องจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เผื่อถูกถามนะคะ
      ถ้ามีข้อมูลที่ต้องการจะบอกพี่เพิ่ม เขียนมาได้อีกนะคะ เพื่อพี่จะได้ตอบเพิ่มเติมไปได้ค่ะ

  • aoiiie  On March 8, 2012 at 9:25 pm

    สวัสดีค่ะ พี่ govisa มีเรื่องอยากจะปรึกษาค่ะ
    1. กรอก DS 160 เรียบร้อยแล้วแต่ว่าใส่วันเดินทางเป็น 9 เมษา – 23 เมษา แต่ว่าได้วันนัดสัมภาษณ์เป็นวันที่ 25 เมษา แบบนี้จะแก้ไขฟอร์มได้มั้ยคะ ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ต้องกรอกฟอร์มใหม่พร้อมกับแนบฟอร์มเดิม แบบนี้เข้าใจถูกต้องใช่มั้ยคะ?

    2. ส่วนตัวแล้วก็ทำงานแล้วนะคะ เงินในบัญชีตัวเลขน่ารักเกิ๊น ทั้งที่ทั้งนั้นการจะที่แพลนจะไปอเมริกาครั้งนี้จะไปเที่ยวโดยมีแฟนเป็นคน support ทุกอย่าง ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ กิน อยู่ ทุกอย่างหมดเลย และในส่วนของคำถามว่าใครเป็นคน support เรา หนูตอบไปว่า other ;( มันจะเป็นปัญหา และน่าเชื่อถือมั้ยคะเนี่ย เพราะเป็นแฟนกันเฉยๆ ไม่ได้เป็นคู่หมั้นอะไรกันนะคะ แบบนี้ต้องทำยังไงดีคะ อ้อ แฟนมี green card แล้วค่ะ
    ต้องเอาหลักฐานอะไรจากแฟนหรือว่าจากหนูเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือมั้ยคะ?

    ปล. หนูเคยเรียนอยู่ยุโรปจนจบ ป.ตรี อันนี้จะเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าจะไม่ไปอยู่ประเทศเค้าเลยมั้ยคะ?

    • govisa  On March 8, 2012 at 10:51 pm

      น้อง Aoiiie คะ
      1. ที่น้องเข้าใจตามที่เขียนมาถามพี่ถูกแล้วค่ะ ถ้าต้องการแก้ไข DS-160 ใหม่ต้องนำทั้งหมายเลข DS-160 ทั้งเก่าและใหม่ไปด้วยค่ะ แต่ถ้าจะไม่แก้ไขก็ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะเป็นความผิดเล็กน้อย และเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของน้อง คือ น้องวางแผนจะเดินทางวันนี้ แต่เผอิญจองคิวนัดวันสัมภาษณ์ไม่ได้เท่านั้นเองค่ะ
      2. การใช้บุคคลที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็น sponsor ต้องมีเหตุผลที่หนักแน่นพอในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างน้องและ sponsor และสาเหตุที่เพื่อนอยากมาเป็น sponsor ให้น้องค่ะ การที่น้องตอบว่าเป็น other ก็จะมีคำถามตามมาว่า other เป็นใคร เช่น parent, sibling เป็นต้นค่ะ ผู้เป็น sponsor ต้องแสดงหลักฐานจดหมายรับรองการทำงาน,จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคาร และสำเนาบัญชีเงินฝาก แบบฟอร์ม I-134 ที่ได้รับการประทับตรา Notary Public เช่น จากทนายความที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา, หลักฐานการเสียภาษีในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่ผ่านมา, จดหมายเชิญจากเพื่อนท่านนี้ให้ไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาค่ะ
      3. เหตุผลเรื่องเรียนจบปริญญาตรีจากยุโรปอาจมีส่วนช่วย แต่เหตุผลเรื่องเพื่อนที่มีกรีนการ์ดมาเป็น sponsor อาจทำให้เกิดการเข้าใจไปอีกทางว่า ใช่แฟนไหม ทำไมไม่ขอวีซ่าคู่หมั้น K-1 แทน นั่นคือประเด็นที่น้องอาจจะถูกซักถามได้ค่ะ

      • aoiiie  On March 9, 2012 at 9:25 pm

        ขอบคุณพี่มากๆเลยนะคะสำหรับคำแนะนำ ตรง sponsor นี่แหละค่ะที่เป็นห่วง แต่เท่าที่เคยทราบและอ่านเจอมาไม่รู้ว่าตอนนี้จะอัพเดตยังไงแล้วบ้างก็คือว่า วีซ่า K-1 หลังจากที่ไปถึงอเมริกาแล้วจะต้องทำการจดทะเบียนสมรสภายใน 90 วัน ซึ่งหนูไม่ได้อยากจะแต่งงานตอนนี้ หนูอาจจะแพลนแต่งงาน แต่ไม่ใช่เร็วๆนี้แน่นอน แบบนี้เหตุผลเพียงพอมั้ยคะ?

      • govisa  On March 11, 2012 at 2:41 pm

        น้อง Aoiiie คะ ตามที่น้องเข้าใจว่า ต้องแต่งงานภายใน 90 วันก็ถูกต้องแล้วค่ะ ส่วนเหตุผลที่น้องบอกมาก็เป็นเหตุผลที่ดีนะคะ อาจจะเสริมบางอย่างเข้าไปได้ เช่น ถ้าคุณแม่หรือคุณพี่ของน้องมีวีซ่านักท่องเที่ยวเข้าสหรัฐอเมริกาแล้ว อาจจะถ่ายสำเนาไปให้กงสุลท่านดูประกอบได้ว่า คุณแม่และพี่ก็จะไปเที่ยวด้วย เพื่อไปช่วยกันดูแฟนน้อง ซึ่งอาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้ค่ะ

      • aoiiie  On March 13, 2012 at 9:05 pm

        ขอบคุณพี่ govisa มากๆๆเลยค๊า แต่ติดที่ว่า ที่บ้านเท่าที่ทราบไม่มีใครเคยไปเลย อิอิ จะมาอัพเดตให้ฟังหลังจากวันสัมภาษณ์นะคะ 🙂

  • ann  On March 13, 2012 at 12:22 am

    พี่ค่ะ รูปที่สแกนลงใน DS 160 ตอนแรกเป็นพื้นสีฟ้า เลยแก้ไขเอาพื้นสีออกใส่พื้นสีขาวไป (ใช้โปรแกรม photoshop) แต่ก็เห็นหน้าชัดเจนไม่ได้เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแต่สีพื้น เพราะตอนแรกอยากจะได้ confirm no. ไปจองวันน่ะคะ่ กลัวเต็มเลยรีบทำเอารูปที่มีในเครื่องอยู่แล้วใช้ไปก่อน กะว่าจะได้วันแล้ว ค่อยไปอัพรูปใหม่ ตอนนี้จองวันได้แล้ว แต่ว่ากลับเข้าไปแก้ไขอัพรูปใหม่ไม่ได้ ทีนี้จะเป็นปัญหาไหมค่ะ ถ้าเราจะเอารูป hard copy ไปให้ในวันสัมภาษณ์แทน หรือ ควรจะเข้าไปแก้ไข แล้ว ใช้ confirm no. ใหม่น่ะค่ะ

    • govisa  On March 13, 2012 at 2:31 am

      น้อง Ann คะ ถ้าน้องสามารถ upload รูปเข้าไปในแบบฟอร์มได้โดยตอนที่ทำการ upload มีตัวอักษรสีเขียวขึ้นมาว่า รูปของน้องใช้ได้แล้ว และมี icon ให้เลือกว่า review ก็แสดงว่า รูปนั้นผ่านแล้วไม่ต้องนำรูปใหม่เข้าไปด้วยค่ะ และไม่ต้องกรอก DS-160 ใหม่ค่ะ

      อนึ่ง ถ้าอยากจะกรอกฟอร์มใหม่และ upload รูปใหม่ก็คงต้องมีเหตุผลอธิบายกับเจ้าหน้าที่ว่า เพราะเหตุใดจึงต้องการนำ DS-160 Confirmation Number มา 2 ใบค่ะ เช่น น้องอาจจะบอกว่า ใบยืนยัน DS-160 ใบแรกรูปไม่สวยคมชัดเท่ากับใบยืนยัน DS-160 ใบหลังเป็นต้นค่ะ

  • jaja_littlestar  On March 18, 2012 at 1:14 am

    สวัสดีค่ะ คือหนูจะกรอก DS 160 ค่ะ แล้วคือว่า ตามแพลน หนู จะอยู่ที่เมกา 2 เดือน ส่วนแม่กับน้องชายจะอยู่ที่เมกา 1 สัปดาห์ ถ้าหนูกรอกแบบนี้ แล้ววีซ่าจะผ่านมั้ยคะ หนูกลัวว่าเค้าจะเข้าใจว่า แม่กับน้องจะปล่อยหนูไว้ที่เมกาเลย พี่ช่วยแนะนำหนูหน่อยได้มั้นคะ กลุ้มใจมากเลยค่ะ T T

    • govisa  On March 18, 2012 at 12:05 pm

      น้อง Jaja จะไปทำอะไรที่อเมริกานานสองเดือนหรือคะ เช่น น้องจะไปเรียนภาษาระหว่างปิดเทอมที่เมืองไทย หรือจะไปทำอะไร น้องไม่ได้เขียนอธิบายมา พี่เลยไม่สามารถวิจารณ์ได้ว่า จะมีปัญหาไหมค่ะ ดังนัน ถ้าคำตอบที่น้องจะชี้แจงท่ากงสุลมีความเป็นเหตุเป็นผล พี่คิดว่า ท่านกงสุลคงไม่เข้าใจผิดคิดว่า คุณแม่กับน้องจะทิ้งน้อง Jaja ไว้ที่อเมริกาหรอกค่ะ อย่ากลุ้มใจไปเลยค่ะ

  • M  On March 18, 2012 at 1:47 am

    สวัสดีครับ คือผมกรอก DS-160 เสร็จเรียบร้อยแล้วรวมถึงซื้อPINการจองสัมภาษณ์ จากไปรษณีย์ รวมถึงจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าในวันเดียวกันที่สถานี และผมก็จองนัดวันสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้วในวันที่ 4 เมษายน 2555
    แต่ปัญหาคือ แผนการเดินทางของผมดันเปลี่ยน จากตอนแรกจากไปสัมมนาที่San Francisco และ บินไป เทรนต่อที่ Houston เป็น เหลือไปเทรนแค่Houston อย่างเดียว
    ผมต้องไปซื้อ PIN + จ่ายค่าธรรมเนียมใหม่และจองวันนัดสัมภาษณ์ใหม่หมดเลยหรือเปล่าครับ หรือ สามารถที่จะซื้อแค่ PIN และทำการจองใหม่ หรือ แค่กรอก DS-160 ใหม่แล้วนำทั้งใบเก่าและใหม่ไปในวันที่4 เมษายน 2555 หรือถ้าไม่ ผมควรจะทำอย่างไรช่วยแนะนำด้วยครับ
    และอีกข้อที่ไม่แน่ใจคือผมจะอยู่ต่อเพื่อท่องเที่ยวอีก 2-3วันหลังจากจบการเทรนอย่างนี้คือผมต้องขอVISA B1/B2 ใช่ไหมครับ และผมจ่ายค่าธรรมเนียม 4,480 บาท ถูกต้องแล้วใช่ไหมครับ……….ขอบคุณครับ

    • govisa  On March 18, 2012 at 12:21 pm

      น้อง M คะพี่ขอตอบทีเดียวเลยนะคะเพราะพี่เห็นคำถามน้องเข้ามาซ้ำกันค่ะ คือ เวลาที่น้องไปสัมมนาและอบรมน้องคงขอเป็นวีซ่า B-1 นักธุรกิจไปใช่ไหมคะ ทีนี้โครงการเปลี่ยนตัดโปรแกรมที่ San Francisco ออกก้ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปทำอะไรกับการกรอก DS-160 ใหม่หรือซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์ใหม่ น้องสามารถ Print เอกสารที่มีแจ้งในตอนแรกว่ามีไปสัมมนาที่ San Francisco และเอกสารภายหลัง เช่น อีเมล์ที่บอกยกเลิกการเดินทางไปสัมมนาที่ San Francisco แนบติดตัวน้องเวลาน้องไปสัมภาษณ์ โดยน้องสามารถตอบคำถามท่านกงสุล(ถ้ามี) ได้ว่า เดิมมีการสัมมนาที่ San Francisco ด้วยต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยผู้จัดรายการสัมมนาและอบรมค่ะ

      ส่วนคำถามที่ว่า ถ้าจะขอไปเที่ยวต่อสัก 2-3 วันหลังอบรมสัมมนาเสร็จก็ไปเที่ยวได้เลยค่ะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ต้องขอวีซ่านักท่องเที่ยวใหม่อีกครั้งนะคะ ถ้าสังเกตดูผู้ที่ได้วีซ่านักธุรกิจกับวีซ่านักท่องเที่ยว เวลาประทับตราวีซ่าอยู่ในหนังสือเดินทางจะเขียนทั้ง B-1/B-2 อยู่แล้วค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าตอนแจ้งเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นเวลาเข้าเมืองสหรัฐฯว่าครั้งนี้น้องเข้ามาในประเทศสหรัฐฯเพื่อประชุม เพื่อดูงาน หรือเพื่อเข้ามาเที่ยวเป็นต้นค่ะ ถ้าเข้ามาประชุม ดูงาน อบรมก็ต้องมีเอกสารของทางฝ่ายอเมริกาที่เชิญน้องเข้าไปเพื่อเข้าไปทำอะไรในอเมริกา แต่ถ้าน้องเข้าไปเที่ยวก็ไม่ต้องมีจดหมายระบุว่า น้องจะเข้าไปอบรมดูงาน หรือไปประชุมอะไรพวกนี้ค่ะ ค่าธรรมเนียมวีซ่า B-1 และ B-2 คือ 4,480 บาทค่ะ

  • M  On March 18, 2012 at 1:53 am

    สวัสดีครับ คือผมกรอก DS-160 เสร็จเรียบร้อยแล้วรวมถึงซื้อPINการจองสัมภาษณ์ จากไปรษณีย์ รวมถึงจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าในวันเดียวกันที่สถานี และผมก็จองนัดวันสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้วในวันที่ 4 เมษายน 2555
    แต่ปัญหาคือ แผนการเดินทางของผมดันเปลี่ยน จากตอนแรกจากไปสัมมนาที่San Francisco และ บินไป เทรนต่อที่ Houston เป็น เหลือไปเทรนแค่Houston อย่างเดียว
    ผมต้องไปซื้อ PIN + จ่ายค่าธรรมเนียมใหม่และจองวันนัดสัมภาษณ์ใหม่หมดเลยหรือเปล่าครับ หรือ สามารถที่จะซื้อแค่ PIN และทำการจองใหม่ หรือ แค่กรอก DS-160 ใหม่แล้วนำทั้งใบเก่าและใหม่ไปในวันที่4 เมษายน 2555 หรือถ้าไม่ ผมควรจะทำอย่างไรช่วยแนะนำด้วยครับ และอีกข้อที่ไม่แน่ใจคือผมจะอยู่ต่อเพื่อท่องเที่ยวอีก 2-3วันหลังจากจบการเทรนอย่างนี้คือผมต้องขอVISA B1/B2 ใช่ไหมครับ และผมจ่ายค่าธรรมเนียม 4,480 บาท ถูกต้องแล้วใช่ไหมครับ……….ขอบคุณครับ

  • M  On March 18, 2012 at 6:03 pm

    ขอบคุณครับ แล้วเรื่องวันเดินทางที่เปลี่ยนหละครับ และอีกอย่างคือผมกรอกใน DS-160ไปแล้วว่าขอvisa type B1/B2 คงไม่เป็นไรใช่ไหมครับ

    • govisa  On March 18, 2012 at 10:10 pm

      น้อง M คะ เรื่องวันเดินทางเปลี่ยนก็ไม่เป็นไร ไม่ถึงขั้นต้องกรอกฟอร์มวีซ่าใหม่ค่ะ ส่วนที่บอกว่า ขอเป็นวีซ่า Type B-1/B-2 ขึ้นอยู่กับว่า วลีที่ขึ้นมาให้น้องเลือกประเภทของวีซ่าตอนน้องกรอกฟอร์ม DS-160 น้องเลือกอะไรไป กล้าวคือ ในกรณีของน้องควรเลือก Business(B-1) เพราะน้องไปสัมมนาและอบรม ส่วนที่ครั้งก่อนพี่ได้อธิบายว่า ไม่ว้าจะเป็นวีซ่านักธุรกิจหรือวีซ่านักท่องเที่ยวก็จะได้ประทับตราในหนังสือเดินทางว่า B-1/B-2 เพื่อให้น้องไม่ต้องเป็นกังวลว่าน้องต้องขอวีซ่านักท่องเที่ยวอีก ถ้าน้องจะต้องการแวะเที่ยว 2-3 วันก่อนกลับไทยค่ะ หรือหากครั้งต่อไปน้องจะเข้าไปเที่ยวอเมริกา น้องก็สามารถใช้วีซ่าเดิมเข้าไปเที่ยวได้ โดยตอนไปเทียวไม่ต้องแสดงจดหมายว่า จะไปประชุมที่ไหนค่ะ

      • M  On March 18, 2012 at 10:43 pm

        แต่ผมดันแจ้งจุดประสงค์การเดินทางเป็นแบบ Business/Personal B1/B2 ไปแล้วน่ะสิครับ แต่ว่าตอนผมกรอกแระเพทการนัดสัมภาษณ์ส่วนนั้นผมกรอกเป็นแบบ Business ไป อย่างนี้คือโอเคไหมครับ

  • M  On March 18, 2012 at 10:45 pm

    กล่าวคือผมกรอกใน DS-160 เป็นแบบ B1/B2 แต่ลงนัดสัมภาษณ์เป็นแบบ Business* น่ะครับ

    • govisa  On March 19, 2012 at 4:43 am

      น้อง M คะ ไม่มีปัญหาค่ะ ในเรื่องที่น้องถามมาค่ะ ขอให้เตรียมเอกสารที่จะยื่นขอวีซ่าให้ครบและตอบคำถามท่านกงสุลให้ชัดเจนทุกคำถามเสียงดังพอที่ท่านกงสุลจะได้ยิน และมีการสบสายตาท่านกงสุลหรือที่เรียกว่า eye contact ด้วยก็พอแล้วค่ะ โชคดีค่ะ

      • M  On March 19, 2012 at 10:23 am

        ขอบคุณครับ เอ่อผมมีอีกอย่างครับ คือผมใส่บ้านเเลขที่ที่ไม่ตรงกับทะเบียนบ้าน แต่ว่าก็คือที่อยู่เดียวกันอย่างนี้ก็ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ ขอบคุณครับ

      • govisa  On March 19, 2012 at 12:13 pm

        น้อง M คะไม่เป็นไรค่ะ ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงค่ะ แต่ถ้าเป็นกรอกชื่อ-สกุล วันเดือนเกิด หมายเลขบัตรประชาชน หรือหมายเลขหนังสือเดินทางไม่ถูกต้อง กลุ่มคำดังกล่าวเป็นความผิดร้ายแรงต้องกรอกใหม่ค่ะ

      • M  On March 19, 2012 at 2:26 pm

        ขอบคุณมากครับ สรุปก็คือผม แค่ต้องนำจดหมายว่าทำถึงยกเลิกการสัมมานาจากทางบริษัท และเหลือแค่ไปเทรนนิ่ง ไปแสดงกงงศุลเท่านั้นใช่ไหมครับ และนอกนั้นก็เอกสารต่างๆตามปกติใช่ไหมครับ ขอบคุณมากๆครับสำหรับคำแนะนำ

      • govisa  On March 19, 2012 at 8:51 pm

        น้อง M คะ สรุปคือ บริษัทของน้องจะส่งน้องไป train อย่างเดียวใช่ไหมคะ ถ้าเป็นอย่างที่พี่เข้าใจให้น้องนำจดหมายที่ระบุให้น้องไป train เรื่องอะไรที่ไหนไปแสดงให้กงสุลดูค่ะ นอกจากนั้นก็จะเป็นเอกสารประกอบอื่นๆ อาทิ หนังสือเดินทาง, ใบเสร็จจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่า 4,480 บาท, จดหมายรับรองการทำงาน, จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของน้องเอง หากบริษัทที่น้องทำงานอยู่รับผิดชอบเรื่องน้องไปอบรม เช่น ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยงก็ควรมีจดหมายจากบริษัทรับรองไปด้วยและแจ้งด้วยว่า จะรับรองเรื่องค่าใช้จ่ายของน้องตั้งแต่ช่วงวันที่เท่าไรถึงวันที่เท่าไรค่ะ ขอให้ผ่านวีซ่าค่ะ

  • jaja_littlestar  On March 19, 2012 at 8:50 pm

    หนูกับแม่จะไปเที่ยวคะพี่ แต่ว่าหนูมีพี่ที่เป็นลูกศิษย์แม่อยู่ที่นู้น แม่กับน้องเลยจะไปไม่นาน เพราะต้องกลับมาทำธุระต่างๆอยู่ แต่ว่าหนูเป็นช่วงปิดเทอม ก็เลยอยากเที่ยวเยอะๆ และพักอยู่กับพี่ที่นู้นค่ะ พี่ที่เค้าเคยทำวีซ่า บอกว่า ให้กรอก 2 อาทิตย์ เหมือนกันทุกคน หนูก็เลยกลัวว่า ตอนบินไปจริงๆ ตม เค้าจะไม่ให้เราเข้ารึป่าว ตอนนี้หนูไม่สบายใจมากๆค่ะ สัมภาษณ์วันที่ 21 นี้แล้วด้วยค่ะ

    • govisa  On March 19, 2012 at 9:31 pm

      น้อง jaja คะ พี่คนที่ช่วยน้องกรอกเขาก็แนะนำถูกต้องแล้วค่ะ คือ ควรจะแจ้งท่านกงสุลให้เหมือนๆกันเพราะเดินทางไปด้วยกันสามคน ส่วนที่น้อง jaja อยากมีวันเที่ยวเที่ยวเพิ่ม ขอให้อดใจรอให้ได้วีซ่าก่อนนะคะ แล้วเวลาบินเข้าไปที่อเมริกา ถ้าน้อง jaja ต้องตอบคำถามเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯค่อยวางแผนกันอีกทีว่า น้องอาจจะตอบเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองว่า น้องจะกลับทีหลังคุณแม่และน้องชายเพราะสาเหตุใดค่ะ อย่างไรก็ตาม เตรียมตัวหัดตอบคำถามเหล่านี้ค่ะ

      1. ทำไมน้องไม่กลับพร้อมคุณแม่และน้องชาย ช่วงเวลาดังกล่าวน้องจะเข้าไปพักอยู่กับใครค่ะ และจะทำอะไรบ้าง
      2. ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองถามถึงจำนวนเงินติดตัวที่เข้าไปอยู่ในสหรัฐเพื่อจะทดสอบว่า น้องมีรายได้มาจากทางไหนที่จะดูแลตนเองได้ค่ะ ก็ต้องอธิบายได้ว่า การไปเทียวครั้งนี้ น้องมีคุณแม่เป็น sponsor ท่านจะดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าเที่ยวต่างๆให้น้องค่ะ

      ขอให้สัมภาษณ์ผ่านค่ะ

  • M  On March 19, 2012 at 10:05 pm

    ขอบคุณครับ สำหรับคำแนะนำ ถ้าเกิดสงสัยอะไรอีกจะขออณุญาติมารบกวนอีกครั้งนะครับ ขอบคุณมากครับ

    • govisa  On March 19, 2012 at 11:39 pm

      ด้วยความยินดีค่ะน้อง M

  • Noon  On March 20, 2012 at 5:05 am

    รบกวนถามด้วยนะคะ พอดีเป็นกลังวลมาก คือคิดว่า กด save application form มาแล้ว แต่พอมาหาในคอมดูอีกที ไม่มีเลยค่ะ แล้วก็ไม่สามารถกลับไป retrieve ได้ เพราะมันขึ้นว่าเราได้ submit ไปแล้วค่ะ มีทางไหนที่จะไปโหลดมามั้ยคะ หรือขอแค่ดูก็พอในสิ่งที่เรากรอกไป คือไม่แน่ใจว่ากรอกไปว่ากลับวันที่เท่าไหร่ ตอนแรกที่กรอกไปยังไม่ทราบวันที่เปิดเทอมอ่ะค่ะ แต่ตอนนี้ทราบแล้ว จองตั๋วไปก่อนแล้วว่าจะกลับวันที่ สิบมิถุนา จำได้ว่า กรอกไปใน ds 160 ว่าจะกลับมิถุนาเนี่ยค่ะ แต่ไม่ทราบว่าวันไหน อีกอย่างคือ จะช่วยรบกวนประเมินสถานการณ์ให้หน่อยน่ะค่ะ ตามประสบการณ์ของพี่ หนูเป็นนิสิตชั้นปีที่สองของจุฬาค่ะ อายุ 20 จะไปเท็กซัสช่วงหยุดซัมเมอร์นี้ เคยได้และไม่ได้มาแล้วอย่างละครั้งค่ะ ล่าสุดได้วีซ่ามาในปี 2009 ไปและกลับมาตามกำหนดเลยค่ะ ปีนี้จะไปด้วยเหตุผลเดิมเลยค่ะ คือไปเยี่ยมญาติและไปเที่ยว อาจจะไปดูลู่ทางต่อโท เพราะมีญาติสนิทเป็น citizen อยู่ที่นั่น ไปสองเดือน แต่คือหนูเรียนสเปนและญาติมีธุรกิจส่วนตัว ไม่รู้เค้าจะกลัวหนูหนีหรือไปทำงานมั้ย คือจะกลับมาเรียนต่อแน่นอนค่ะ ได้ข่าวว่าปีนี้เค้าให้ผ่านเยอะ แต่ก็ยังเป็นกังวลอยู่ ไม่ทราบว่าพี่พอช่วยให้คำแนะนำได้มั้ยคะ ว่าอาจจะโดนถามเรื่องอะไรบ้าง ยังมีอะไรที่ควรเตรียมเพื่อกันไว้บ้าง ตอนนี้มี ใบ confirmation และ ใบนัด ใบเสร็จที่จ่ายที่ไปรษณีย์ และใบเสร็จของตอนแรกที่จ่ายไปก่อนทำการกรอก ds 160 ทรานสคริปต์ และจดหมายรับรองความเป็นนิสิตจากจุฬา จดหมายเรคคอมเมนเดชั่นจากญาติ สเตตเม้นของพ่อแม่ ดังนั้นเลยรบกวนถามนะคะ ตามนี้
    1.รบกวนช่วยประเมินสถานการณ์และให้คำแนะนำด้วยนะคะ
    2.ถ้าคนสนับสนุนทางการเงินไม่ใช่ผู้ปกครองแต่เป็นญาติ ต้องมีสเตทเม้นของญาติด้วยมั้ยคะ
    3. จะมีทางไหนให้ได้ดูฟอร์ม ds-160 ได้มั้ยคะ
    รบกวนด้วยนะคะ คือมีสัมภาษณ์วันที่สามเมษานี้แล้ว จองไปว่าจะบินวันที่ 8 เลยค่ะ คืออยู่ในช่วงสอบแล้วค่อนข้างกังวล ขอบคุณที่ช่วยตอบคำถามด้วยนะคะ

    • govisa  On March 20, 2012 at 8:58 am

      น้อง Noon คะขอตอบคำถามเป็นข้อๆดังนี้คือ
      1. น้องไม่สามารถ retrieve application form ได้หลังจากน้องได้กด submit ไปแล้วค่ะ และจะกลับไป print ก็ไม่ได้ เพราะถ้าจะ print ต้อง print ตั้งแต่ตอนแรกที่กรอกเสร็จและกด submit ค่ะ และน้องจะ print ได้ครั้งเดียวค่ะ
      2. น้องน่าจะมีเหตุผลเพิ่มเติมในการอธิบายว่า ทำไมน้องต้องการไปเที่ยวนานสองเดือนค่ะ กรณีถ้าจะเป็นทที่เที่ยวในรัฐ Texas เหมือนปี 2009 สถานที่ท่องเที่ยวก็ค่อนข้างเหมือนเดิม จะมีแหล่งท่องเที่ยวที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อีกไม่กี่แห่ง พี่ขอแนะนำให้น้องอธิบายทำนองว่า ญาติอาจจะเช่ารถขับไปเที่ยว Florida หรือ California เป็นต้น น้องอยากมีโอกาสไปเที่ยวทางไกลค่ะ จะดูดีกว่าไหม ลองพิจารณานะคะ
      3. พี่สับสนที่น้องบอกว่าตอแรกว่า น้องจะใช้ statement พ่อแม่ ต่อมาตรงช่วงที่ถามพี่เป็นข้อๆถามว่า คนสนับสนุนทางการเงินไม่ใช่ผู้ปกครองแต่เป็นญาติ เอาเป็นว่า กรณีที่น้องจะใช้ sponsor เป็นคนอื่น ใครก็ตามที่เป็น sponsor ให้น้องบอกให้ sponsor เตรียมทั้งจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารและสมุดบัญชีเงินฝากตัวจริงไปด้วย และทางที่ดีควรเตรียมของพ่อแม่ประกอบไปด้วยค่ะ เพราะวัฒนธรรมฝรั่งมองว่า ความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูกมีสูงกว่าญาติระดับอื่นค่ะ กงสุลอาจจะมีการถามพาดพิงถึงรายรับของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ
      พี่อยากให้น้องทำใจให้สบาย ตอบคำถามท่านกงสุลให้ชัดเจน แสดงท่าทีที่แน่วแน่ว่า ต้องกลับมาลงทะเบียนเรียนปีที่สามที่จุฬาค่ะ เช่น อาจแนบ Itinerary ของการเดินทาง, print เอกสารอาจจะเป็นเว็บไซต์ของจุฬาว่า มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมใหม่เมื่อไร ถ้าท่่านกงสุลมีคำถามว่า ทำไมมาเที่ยวอเมริกาครั้งละนานๆ พยายามคิดหาคำตอบที่ดูเข้าท่า เช่น การท่องเที่ยวคือการเรียนรู้ และน้องประทับใจอเมริกามากๆ คิดว่า ยังมีอีกหลายสถานที่ที่น่าไปเที่ยวแต่ยังไม่มีโอกาสไปเที่ยวก็ได้นะคะ เอาใจช่วยค่ะน้อง Noon

  • jaja_littlestar  On March 20, 2012 at 6:47 pm

    ขอบคุณค่ะพี่ พรุ่งนี้สัมภาษณ์แล้วค่ะ คืบหน้ายังไงหนูจะมาบอกนะคะ ตื่นเต้นมาก พี่ที่ช่วยทำวีซ่าเค้าบอกว่า ถ้าได้วีซ่าแล้ว ตอนเดินทางไปถึงอเมริกาแล้ว ค่อยเปลี่ยนวันกลับ สามารถทำแบบนี้ได้มั้ยคะ แล้ว ตม จะปั๊มให้เราอยู่ได้ถึง 2 เดือนรึป่าวคะ ถ้าตั๋วเครื่องบินเราแค่ 2 สัปดาห์ ขอบคุณมากๆค่ะ ^^

    • govisa  On March 20, 2012 at 11:37 pm

      น้อง Jaja คะ พี่คิดว่า ตั๋วเครื่องบินของน้องคงต้องเปลี่ยนแปลงเวลาจะเดินทางออกจากประเทศสหรัฐฯด้วยค่ะ น้องจะซื้อตั๋วแบบคุณแม่และน้องชายไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ตม.จะประทับตราจำนวนเวลาที่จะอยู่ในสหรัฐฯได้นั้น ตั๋วเครื่องบินก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เขาต้องดูด้วยว่า น้องซื้อตั๋วมาจะอยู่นานประมาณกี่วัน กี่เดือน นอกเหนือจากเหตุผลอื่นที่เขาอาจจะสัมภาษณ์น้องที่ด่านตม.ค่ะ อีกประการหนึ่งช่วงกลับของน้องจะไปตรงกับหน้าร้อนของประเทสสหรัฐที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว บางทีการขอเปลี่ยนแปลงวันอาจจะทำไม่ได้ดีนัก เพราะตั่วในวันที่น้องอยากกลับเกิดมีคนเดินทางหนาแน่นมาก ไม่มีที่นั่งให้น้อง หรือลักษณะตั๋วเครื่องบินไม่ยอมให้เปลี่ยนแปลงวันเดินทางกลับ เพราะเป็นตั๋วที่ซื้อมาในราคาถูกมาก หรือ บางสายการบินบอกว่าเปลี่ยนแปลงวันเดินทางกลับได้ แต่ต้องจ่ายค่าเปลี่ยนแปลงนั้จำนวน 3,000 บาทบ้าง เป็นต้น เพราะฉะนั้นตอนซื้อตั๋ว โปรดสอบถามเอเจนซี่ขายตั๋วเครื่องบินให้ถี่ถ้วนด้วยค่ะ ขอให้พรุ่งนี้โชคดีนะคะ และเขียนมาแชร์ประสบการณ์ด้วยนะคะ

  • Yavanart  On March 22, 2012 at 10:18 pm

    สวัสดีค่ะมีเรื่องรบกวนจะถามหน่อยค่ะได้ซื้อpinสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เมื่อวันที่ 8/03/12แต่ยังไม่ได้โทรไปจองวันสัมภาษณ์ เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะและมีขั้นตอนที่ต้องทำอย่างไรบ้างค่ะขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    • govisa  On March 23, 2012 at 3:59 am

      น้อง Yavanart คะ พินที่ใช้นัดทางโทรศัพท์มีอายุการใช้งานนาน 3 เดือน น้องจะโทรนัดวันสัมภาษณ์เมื่อไรก็ได้ภายในสามเดือน โดยน้องโทรไปที่ Call Center หมายเลขโทรศัพท์: 001-800-13-202-2457 น้องควรใช้โทรศัพท์ที่บ้าน หากน้องจะใช้มือถือโทรออก มือถือเครื่องนั้นควรจะมี international roaming เพราะหมายเลขดังกล่าวเป็นหมายเลขโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ แต่ไม่ต้องกังวลว่าผูพูดปลายทางจะเป็นชาวต่างชาติ เพราะผู้พูดปลายทางเป็นเสียงจ้าหน้าที่คนไทยค่ะ ตอบคำถามตามที่เจ้าหน้าที่ถาม เตรียมหนังสือเดินทางไว้ใกล้ตัว และน้องต้องกรอกฟอร์ม DS-160 ให้เรียบร้อยก่อนเพื่อจะได้มีหมายเลข DS-160 Confirmation Number เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เหมือนกับการนัดทางอินเทอร์เน็ต ข้อเสียของการนัดทางโทรศัพท์คือต้องพูดกับเจ้าหน้าที่ในวันเวลาที่ทำการ คือ จันทร์ถึงศุกร์ และระหว่างเวลา 8.00-17.00 น. นอกเวลาทำการแล้วไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนเวลาใช้เวลาในประเทศไทยเป็นหลักค่ะ และเจ้าหน้าที่จะตั้งคำถามน้องทุกคนเหมือนกันตาม list ที่เขาได้รับการฝึกมา ไม่ตอบคำถามนอกประเด็นที่ไม่ได้อยู่ในรายการ ข้อดีของการนัดทางโทรศัพท์ คือ เหมาะกับผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่คล่อง

      น้องจะลองเข้าไปฟังวิธีการนัดสัมภาษณ์จากเว็บไซต์ของ YouTube ที่ทางสถานทูตอเมริกันเจัดทำไว้ค่ะ http://www.youtube.com/watch?v=0pp9Pb0-qbw&feature=youtu.be

  • jaja_littlestar  On March 22, 2012 at 11:45 pm

    สัมภาษณ์มาเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณแม่และน้องชายผ่าน ส่วนหนูไม่ผ่านค่ะ กรอกไป 2 สัปดาห์เหมือนกัน เสียใจมาก พอหนูไม่ได้ไป แม่กับน้องก็ยกเลิกไม่ไปแล้วค่ะ ถามเหตุผลว่าทำไมไม่ให้ไป เค้าก็ไม่บอกค่ะ 😦

  • jaja_littlestar  On March 22, 2012 at 11:48 pm

    หนูเรียนปี 3 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค่ะ ส่วนคุณแม่เป็นคุณครูสอนโรงเรียนยุพราชเชียงใหม่ เค้าไม่ดูเอกสารอะไรเลยค่ะ พวกหนูก็บอกว่าจะไปเที่ยว และไปเยี่ยมคนรู้จักซึ่งเค้าเคยเป็นลูกศิษย์ของแม่ หนูก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เสียใจมากๆค่ะ

    • govisa  On March 23, 2012 at 4:33 am

      น้อง Jaja คะ คนที่ถูกปฏิเสธวีซ่าจากสถานทูตอเมริกันจะไม่เคยได้รับคำตอบจากท่านกงสุลทางวาจาว่า เพราะเหตุใดจึงถูกปฏิเสธวีซ่า กงสุลจะให้อ่านเหตุผลเอาเองจากกระดาษที่ยื่นให้ เหตุผลส่วนใหญ่คือ ไม่ได้แสดงหลักฐานว่ามีความผูกพันกับครอบครัว วัฒนธรรม เศรษฐกิจและสังคมที่จะกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยค่ะ ซึ่งหลายคนไม่เข้าใจว่า คืออะไร ก็คงต้องย้อนกลับไปทบทวนกันตั้งแต่การกรอกคำถามในฟอร์ม DS-160, เอกสารที่ยื่น, และวิธีการตอบคำสัมภาษณ์ทุกคำถาม ผู้ยื่นวีซ่าหลายท่านทั้งที่วีซ่าผ่านและไม่ผ่านมักกล่าวว่า กงสุลไม่ขอดูเอกสารอะไรเลย ที่จริงตอนที่น้องๆยื่นเอกสารไปทั้งทางออนไลน์ และนำไปยื่นวันสัมภาษณ์ระหว่างรอเรียกชื่อสัมภาษณ์นั้น มีเจ้าหน้าที่อ่านตรวจเอกสารอยู่แล้วค่ะ ดูเหมือนพี่เองก็เคยบอกน้องครั้งหนึ่งว่า ที่บอกว่าจะไปอยู่กับพี่สาวที่อเมริกานั้น เราเรียกขานกันแบบคนไทย แต่ฝรั่งไม่นับญาติด้วยวิธีการแบบนั้น เพราะพี่ที่น้องจะไปอยู่ด้วยเป็นแค่ลูกศิษย์ที่เรียนหนังสือกับแม่ ไม่ได้เป็นญาติอะไรของเราาเลย ส่วนรายรับของคุณแม่และจำนวนเงินในบัญชีธนาคารของคุณแม่ก็ต้องดูด้วยว่า พอจะไปเที่ยวด้วยกันสามคนไหมค่ะ แม้ว่าพี่จะไม่เห็นข้อมูลทั้งหมดที่น้องตอบในฟอร์ม DS-160 รวมทั้งไม่เห็นเอกสารที่น้องนำไปใช้ในการยื่นขอวีซ่า พี่ขอให้น้องเขียนมาเล่าคำถามที่กงสุลถามน้องและคุณแม่ทุกคำถาม และคำตอบที่น้องและคุณแม่ตอบกงสุล พี่คงจะช่วยบอกน้องได้บ้างว่า เพราะอะไรน้องจึงถูกปฏิเสธค่ะ และอย่างที่หลายคนที่เคยเข้าไปขอวีซ่าเป็นครอบครัว คือผู้ใหญ่ได้หรือเด็กเล็กได้ แต่ผู้ที่จะเป็นหลักในการเดินทางเช่นน้องไม่ได้ เพราะผู้ใหญ่ที่อายุมากแล้วและเด็กเช่นน้องของน้องที่อยู่ป 2 ก็คงประมาณ 6-7 ขวบ ดูแล้วไม่มีศักยภาพที่จะเข้าไปอยู่อเมริกาเลยค่ะ พี่ไม่ได้บอกว่าน้องมีวัตถุประสงค์จะเข้าไปอยู่เลยนะคะ เพราะน้องต้องกลับมาเรียนต่อปี 4 ค่ะ แต่ความเป็นไปได้ของคนในวัยน้องมีมากกว่าคนอายุเยอะแล้วเช่นคุณแม่หริอผู้อ่อนเยาว์เช่นน้องของน้องค่ะ สรุปนะคะ พี่ขอรายละเอียดมากกว่านี้ คือ เอกสารที่ยื่นและคำถามที่น้องได้รับและการตอบคำถามของน้อง พี่จะได้อธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดนะคะ อย่าเสียใจไปเลยค่ะ เรียนจบและมีงานทำ ยื่นขอวีซ่าไปเที่ยวใหม่ก็ได้ค่ะ เพียงต้องระวังเหตุผลไม่ให้มีจุดอ่อนเหมือนครั้งนี้ ซึ่งพี่ยังตอบไม่ได้จนกว่าน้องจะให้รายละเอียดพี่มากกว่านี้ เพื่อจะได้ระมัดระวังในการขอวีซ่าครั้งหน้าด้วยค่ะ

  • zalaeii  On March 23, 2012 at 4:01 pm

    จะขอยื่นวีซ่าท่องเที่ยวคะ แพลนว่าจะไปประมาณ 10 วันกับเพื่อนๆ แต่ติดปัญหาตรงที่มีพี่สาวแท้ๆ นามสกุลเดียวกันเคยยื่นวีซ่านักเรียนแล้วไปหนีโรบินฮู้ดอยู่ที่นู้นคะ ตอนกรอกข้อมูลใน DS-160 ควรกรอกว่ามีญาติใกล้ชิดอยู่/ หรือว่ากรอกไปว่าไม่มีดีคะ เค้าจะสามารถเช็คได้มั๊ย กลัวว่าถ้าเจอว่ามีพี่หนีไปอยู่แบบผิดกฎหมายแล้วเราจะไม่ผ่านวีซ่า ทั้งๆ ที่เราตั้งใจไปเที่ยวจริงๆ ไม่หนีแน่นอน แต่ถ้ากรอกไม่ว่าไม่มีเค้าจะเช็คได้มั๊ยคะ ควรจะกรอกอย่างไรดีคะ

    • govisa  On March 23, 2012 at 8:41 pm

      น้อง Zalaeii คะ ปัญหาที่น้องถามมาก็เป็นปัญหาที่พี่เกรงว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลในทางลบให้น้องอยู่เหมือนกันค่ะ กงสุลเก็บ record ไว้นานเป็นสิบปีคะ ไม่ต้องห่วงเรื่องกงสุลจะทราบไหมว่า เป็นพี่น้องกันค่ะ ให้น้องสังเกตว่าในแบบฟอร์ม DS-160 ที่กรอก จะมีการถามถึงชื่อคุณพ่อคุณแม่ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกค่ะที่จะไม่ให้กงสุลทราบว่า น้องมีพี่สาวแท้ๆอยู่ที่อเมริกาค่ะ ดังนั้นคำถามที่ถามว่ามีญาติอยู่ที่อเมริกาไหม ก็ต้องตอบว่ามีค่ะ แล้วก็ต้องบอกว่า ขึ้นกับดวงจริงๆค่ะว่าจะได้หรือไม่ได้ พี่เคยพบคนที่มีลักษณะคล้ายกับน้อง คือมีพี่ overstay อยู่ที่อเมริกา มี 1 รายไม่ผ่านวีซ่า อีก 1 รายผ่านวีซ่าค่ะ ส่วนที่เหลือไม่ได้เล่าให้ฟัง พี่คิดว่า ให้น้องเตรียมเอกสารให้ดูชัดเจน โปร่งใสว่า น้องจะไปทำอะไร เช่น ไปเที่ยว 10 วันไปไหนบ้างเขียนเป็นแผนการแต่ละวันในกระดาษ A4 และถ้าน้องมีเงินได้และเงินเก็บในธนาคารเองแต่มีเงินในธนาคารไม่มาก ให้น้องมีเงินช่วยจาก sponsor เช่น พ่อแม่เป็นผู้ช่วยสนับสนุนการเงินก็ดีค่ะ ยิ่งถ้ามีหนึ่งล้านบาทขึ้นไป ก็จะยิ่งดีใหญ่เลยว่า น้องมาจากครอบครัวที่มีฐานะดูแลตนเองได้ คงไม่คิดอยากไปอยู่ที่อเมริกาค่ะ

  • May  On March 26, 2012 at 1:53 am

    สวัสดีค่ะ มีเรื่องจะรบกวนถามค่ะ ตอนนี้กำลังสัมครเรียนปริญญาโทที่อเมริกาค่ะ และอยากจะไปสัมภาษณ์ที่นั่น ติดตรงที่ว่าจะต้องสัมภาษ์ภายใน 1 – 2 อาทิตย์หลังจากที่รู้ผลว่าจะได้สัมภาษณ์หรือไม่ ซึ่งไม่มีทางขอวีซ่าได้ทันแน่นอน ถ้าจะขอ visa ท่องเที่ยวเผื่อไว้จะได้ไม๊ค่ะพอดีมีญาติที่กำลังเรียนอยู่ที่นั่นด้วย เลยว่าจะบอกว่าไปเยี่ยมญาติค่ะ อีกปัญหาหนึ่งที่กังวลคือ กำลังจะออกจางานกลางเดือนเมษา ซึ่งไม่น่าจะนัดสัมภาษณ์ทันอยู่แล้ว ซึ่งถ้าไม่มีงานก็จะทำให้ได้ visa ยากกว่าเดิม ไม่ทราบว่ามีข้อแนะนำอย่างไรบ้างค่ะ

    • govisa  On March 26, 2012 at 5:21 am

      น้อง May คะ
      1. น้องสามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวได้และน้องยังไม่ต้องลาออกจากงานที่ทำอยู่ในขณะนี้ แต่พี่ไม่ทราบว่าน้องจะได้คิวนัดวันขอสัมภาษณ์วีซ่าทันกับวันที่จะสัมภาษณ์หรือไม่คะ ก็ต้องลองกรอกฟอร์ม DS-160 และลองทำนัดดูว่าจะได้วันไหนค่ะ
      2. ถ้าวันนั้นที่ได้ไม่ถูกใจ เพราะเลยวันสัมภาษณ์ไป วีซ่าท่องเที่ยวประมาณเกิน 90% ไม่สามารถขอ expedite ได้ แต่ผู้ขอวีซ่านักเรียนหรือวีซ่านักธุรกิจขอ expedite มักจะทำได้ เพราะมีตารางเวลาที่จำกัดไว้ว่าต้องไปถึงวันอะไรค่ะ
      3. ถ้าทำทั้ง 2 วิธีแรกไม่ได้ ก็ต้องยอมรับความจริง คือ สอบสัมภาษณ์ด้วยโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ เหมือนนักเรียนหลายๆคนพบมา ไม่ว่าจะเป็น Boston U, Columbia U etc ค่ะ

  • fozetell  On April 2, 2012 at 12:45 pm

    รบกวนค่ะ คือในDS160 หนูกรอกเป็น B1/B2 แต่จริงๆหนูไปเยี่ยมญาติน้ะค้ะ
    แล้วในวันที่เลือดสัมภาษณ์ B2 เยี่ยมญาติตารางไม่ว่างเลย หนูเลยเลือกB1 มีว่างเพียบเลยค่ะ แล้วพอไปสัมภาษณ์จะเป็นไรไหมค่ะ

    • govisa  On April 2, 2012 at 3:12 pm

      น้อง Fozetell คะ ถ้าสถานทูตยังไม่เปลี่ยนแปลงกฎเหมือนปีที่ผ่่านมา คำตอบพี่คืิอน้องเลือกวิธีการอย่างที่น้องทำไม่ได้ค่ะ เพราะถ้าน้องทำได้หนึ่งคน ใครๆก็จะเลียนแบบน้องได้และระเบียบก็จะไม่เป็นระเบียบค่ะ เมื่อปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่สถานทูตไม่ให้น้องคนหนึ่งที่เขียนเข้ามาเล่าในบล็อกนี้เข้าไปสัมภาษณ์ เพราะเลือกวันนัดสัมภาษณ์ไม่ตรงกับประเภทที่จะขอวีซ่า ผู้ที่ขอวีซ่านักธุรกิจจะมีจดหมายเชิญไปประชุม หรือไปดูงานที่ไหนก็ตามในประเทศสหรัฐฯจากหน่วยงานในสหรัฐฯค่ะ น้องคนดังกล่าวไม่มี ต้องออกไปซื้อพินใหม่ค่ะ และพลาดการสัมภาษณ์ในวันนั้น เพราะต้องไปนัดวันสัมภาษณ์ใหม่ให้ถูกประเภทค่ะ อย่างไรก็ตาม ถ้าน้องมีที่พักในกรุงเทพและสามารถเดินทางไปที่สถานทูตได้ อาจจะลองถามเจ้าหน้าที่สถานทูตที่ดูแลคิวนัดสัมภาษณ์ที่หน้าประตูสถานทูตดูอีกครั้งก็ได้ค่ะ หรือจะใช้วิธีการอีเมล์ไปถามที่ visasbkk@state.gov ค่ะ

  • Tintin  On April 3, 2012 at 8:40 pm

    เรียนพี่ govisa ค่ะ

    หนูมาแจ้งผลสัมภาษณ์วีซ่าค่ะ ตามที่หนูเคยเรียนปรึกษาเรื่องกรอก DS160 ผิด ที่สะกดคำว่า SISTER ผิดอ่าค่ะ สรุปหนูก็ตัดสินใจใช้เอกสารชุดเดิม ไม่ได้กรอกใหม่หรือแก้ไขแต่อย่างใด สำหรับการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ก็ถามเรื่องที่หนูเคยถูกปฏิเสธวีซ่า และถามถึงพี่สาวที่มีกรีนการ์ดด้วย ซึ่งเราก็ตอบตามความจริงทุกประการ ผลก็คือท่านพิจารณาให้วีซ่ากับหนูค่ะ ยังไงก็ต้องขอบคุณพี่ go visa ที่ได้ชี้แนะแนวทางแล้วให้คำแนะนำดีๆ กับหนูนะึคะ

    ขอบคุณมากค่ะ 🙂

    • govisa  On April 3, 2012 at 11:29 pm

      น้อง Tintin คะ ดีใจด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะที่ในที่สุดน้องก็ผ่านวีซ่าแล้ว เป็นข่าวดีที่สุดของพี่วันนี้หลังจากที่พี่กลับจากการเดินทางไปทำงานไกล หายเหนื่อยเลยค่ะ ขอบคุณน้อง Tintin มากๆนะคะที่ช่วยส่งข่าว ขอให้น้องตั้งใจไปเรียนหนังสือที่อเมริกาเรียนจบแล้วกลับบ้านเรานะคะ เผื่อวันหลังน้องๆของน้องที่จะตามไปเรียนกันต่อๆไปจะได้ไม่มีอุปสรรคในการขอวีซ่าแบบที่น้องเคยผ่านมาแล้วค่ะ ดีใจด้วยอีกครั้งจริงๆค่ะ ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ

      อนึ่ง หากน้องแวะเข้ามาที่บล็อกนี้อีก พี่จะขอบคุณน้องมากถ้าน้องช่วยบอกด้วยว่า กงสุลถามคำถามอะไรน้องบ้างค่ะ

  • Exempli  On April 7, 2012 at 9:19 pm

    ขอสอบถาม คุณ govisa ครับ
    หากต้องการแก้ไขข้อมูลใน DS-160 โดยนัดสัมภาษณ์ไปแล้วนี่
    เรา print ใบยืนยันใหม่พร้อมใบเก่า ไปในวันสัมภาษได้เลย (ตามที่คุณgovisa อธิบายไว้ข้างบน)
    แล้วชี้แจงให้เจ้าหน้าที่ทราบตรงนั้นได้เลยเหรอครับ
    เจ้าหน้าที่เค้าจะยอมรับฟังใช่ไหมครับ เพราะมันดูกระทันหันไปหน่อย กลัวเค้าไม่ฟัง
    แล้วต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ส่วนไหนเหรอครับ
    เจ้าหน้าที่ด้านนอก หรือเจ้าหน้าที่กงสุลผู้สัมภาษณ์

    พอดีผมเพิ่งไปสัมภาษณ์มาเมื่อวันที่2 เมษา แล้วถูกปฏิเสธ
    เลยกลับมาเตรียมเอกสารเพิ่ม จะกลับไปลองอีกรอบครับ
    แต่ก็มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนข้อมูลอีกแล้ว แย่เลย

    ผมสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ วันนั้นไปเจอเจ้าหน้าที่ด้านนอกเค้าก็ไม่ค่อยถามอะไรเลยครับ
    แค่ดูๆตรวจๆเอกสาร ส่วนได้คุยจริงๆก็กับกงสุลฝรั่งลย
    แต่เค้าก็ถามเราไม่กี่คำเอง แล้วก็โดนปฏิเสธมา

    เท่าที่อ่านมาของคนอื่นๆที่กรุงเทพ เหมือนจะได้คุยกับเจ้าหน้าที่ด้านนอกมากหน่อย

    อยากทราบว่าที่ชี้แจงเหตุผลที่เปลี่ยน DS160 ควรบอกตรงไหนครับ

    ช่วยแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ

    • govisa  On April 7, 2012 at 11:14 pm

      น้อง Exempli คะ สำหรับ DS-160 ที่กรอกผิดหลังจากได้วันนัดสัมภาษณ์แล้ว น้องกรอก DS-160 ใหม่เพื่อแก้ไขความผิดพลาด เวลานำ DS-160 Confirmation ทั้งหมายเลขเก่าและใหม่ไปแสดงนั้น เจ้าหน้าที่คนไทยจะถามก่อนเป็นด่านแรกว่า เพราะเหตุใดจึงต้องนำมาทั้งสองหมายเลข น้องอธิบายเหตุผลไป ท่านเจ้าหน้าที่ก็อาจจะมี remark ให้กงสุลท่านทราบ หรือหากไม่มี remark ท่านกงสุลอาจจะถามกับตัวน้องเองอีกครั้ง ให้น้องอธิบายเหตุผลท่านกงสุลไปนะคะ

      ส่วนการที่น้องถูกปฏิเสธ และครั้งนี้จะกลับเข้าไปขอใหม่เป็นครั้งที่สองนั้น พี่ไม่สามารถวิเคราะห์เหตุผลได้ เพราะน้องไม่ได้ให้รายละเอียดของคำถามและคำตอบที่น้องโต้ตอบกับท่านกงสุล รวมทั้งเอกสารที่น้องนำไปแสดง พี่ขอให้น้องลองทบทวนเหตุการณ์ครั้งแรก ลองตั้งสมมติฐานว่า ถ้าน้องต้องขึ้นศาล น้องจะตอบคำถามอย่างไรที่จัดว่าเป็นหตุเป็นผลดูน่าเชื่อถือว่า น้องเป็นฝ่ายถูกไม่ใช่ฝ่ายผิดค่ะ ขอให้น้องโชคดีนะคะ

      • Exempli  On April 7, 2012 at 11:58 pm

        ขอบคุณครับ
        และขอมาเล่ารายละเอียดครับ

        เอกสารประกอบที่ผมเตรียมไปวันน้้น
        มีใบรับรองการเป็นนศ.ปี3 จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ใบทรานสคริป
        มีจดหมายรับรองบัญชี จากธนาคาร และสมุดเงินฝากและกองทุนเล่มจริง
        ทั้งของผมและของแม่ (แม่เป็นสปอนเซอร์)
        passport เล่มเก่า ที่เคยได้วีซ่า เคยไปเที่ยว 10 ปีที่แล้ว

        ตอนเข้าไปพิมพ์นิ้วมือในห้อง เจ้าหน้าที่ไทยก็ถามแค่ว่าเรียนปีอะไร และขอpassportเก่าไป
        แล้วเค้าก็บอกมาว่า “สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษนะครับ”
        ผมก็เลยถามไปว่า เป็นภาษาไทยได้ไหม
        เค้าตอบกลับมาว่า ขอภาษาอังกฤษเถอะ ตอนนั้นผมก็ งงๆนิดหน่อยแต่ก็คิดว่าไหว เลยตกลงไป
        กับเจ้าหน้าที่ไทยมีแค่นี้

        จนมาถึงตอนเข้าไปเจอเจ้าหน้าที่ฝรั่ง
        ทักทายกันเสร็จ คำถามแรกเค้าถามว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่
        ผมก็ตอบว่าเรียนปี 3 คณะ…. ม.เชียงใหม่

        แล้วเค้าก็ถามทำไมถึงอยากไป ไปทำอะไร
        ผมก็ตอบไป คือ ญาติผมเคยทำงานอยู่โน่นหลายสิบปี
        ตอนนี้เกษียรแล้วกลับมาอยู่ไทยได้หลายปีแล้ว
        แล้วตอนนี้จะกลับไปทำธุระ แล้วเที่ยวต่อสักพัก เลยชวนผมไปเที่ยวด้วย
        แล้วเค้าก็ถามความสัมพันธ์ ผมก็อธิบาย ว่าเป็นน้องสาวของย่า
        หรือก็คือ น้าแท้ๆของพ่อ อายุมากแล้วครับ 70 กว่าปี

        คำถามต่อมา ถามว่าไปพักกับใคร
        ผมมีญาติที่โน่นอีกคน ก็บอกว่าไปพักกับคนนี้ ตามที่อยู่ที่กรอกไป
        (ญาติคนนี้เคยเป็นโรบินฮู้ดตอนวัยรุ่น แต่ต่อมาแต่งงานได้เป็น LPR – ไม่รู้ตรงนี้รึเปล่าทำให้เค้าสงสัยว่าผมอาจจะไปแนวเดียวกัน)
        เค้าถามต่อว่า กับคนนี้เป็นอะไรกัน ผมก็ตอบว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องของพ่อผม

        ต่อมาเค้าถามถึงค่าใช้จ่าย
        ผมก็ตอบว่าแม่เป็นสปอนเซอร์ เค้าก็ถามว่าแม่ทำอาชีพอะไร ผมตอบไปว่าที่บ้านเป็นร้านค้า แล้วให้เอกสารการเงินเค้าไปดู
        คือสมุดบัญชีมีหลายเล่มมาก รวมสิบกว่าเล่ม กระจายๆ
        บางเล่มเงินเยอะ บางเล่มเงินน้อย และสมุดกองทุนก็รายละเอียดเยอะ อ่านค่อนข้างยาก
        ผมเห็นเค้าเปิดดูแค่สองสามเล่มเท่านั้น ไม่รู้เห็นแค่ไหน

        แล้วเค้าก็ถามว่า พ่อทำอาชีพอะไร ผมก็ตอบว่าทำเหมือนแม่
        ที่บ้านเป็นธุรกิจของครอบครัว ทำด้วยกัน
        แต่ผมไม่มีเอกสารของพ่อเลย ที่จริงทะเบียนการค้าเป็นชื่อพ่อ แต่ไม่ได้เอาไปโชว์
        มารู้ตัวทีหลังจริงๆว่าสะเพร่ามากๆ อาจจะเป็นตรงนี้ที่ไม่ชัดเจนพอ
        ตอนแรกคิดว่าแม่สปอนเซอร์ เอาแค่ของแม่ไปก็พอ แต่เค้ากลับถามเรื่องพ่อด้วย

        แค่นี้แหละครับ เค้าดูสมุดบัญชีไม่กี่เล่ม แล้วก็ทำหน้าเฉยๆ จากตอนแรกก็ยิ้มแย้ม
        เอกสารอื่นๆเค้าดูเร็วมาก อ่านผ่านๆ ใบรับรองนศ. จดหมายของธนาคาร แทบไม่อ่านเลย

        จากนั้นก็บอกผม Sorry แล้วยื่นใบปฏิเสธให้ผม

        ตอนนี้ที่เดาไว้ เหตุผลที่ไม่ได้
        1. ญาติที่โน่นเคยเป็นโรบินฮู้ด อาจโดนสงสัย
        2. ข้อมูลของพ่อ และธุรกิจไม่ชัดเจนพอ

        ไม่ได้เตรียมตัวไปคุยอังกฤษ แต่ก็คุยได้รู้เรื่อง ผมเข้าใจทุกคำถาม ตอบได้
        แต่ก็งงเหมือนกันว่าเจ้าหน้าที่ทำไมถึงขอให้ผมคุยอังกฤษ

        —————
        รบกวนคุณ govisa ช่วยวิเคราะห์ด้วยครับ ว่าทำไมไม่ได้
        แล้วช่วยแนะนำด้วยครับ ว่าควรเตรียมอะไรเพิ่มเติมให้เข้มแข็งที่สุด
        ผมกะจะเอาเอกสารเกี่ยวกับธุรกิจและข้อมูลของพ่อไปเพิ่ม
        และจะให้ญาติผมที่เป็น citizen เขียนจดหมายไปอธิบายรายละเอียดดีไหมครับ
        หรือผมควรจะเขียนจดหมายชี้แจงส่วนของตัวเอง ว่าเรียนปี3แล้ว อีกปีเดียวจะจบ ยังไงก็ต้องกลับมาเรียน จะเปิดเทอมเดือนมิถุนา กลับมาก่อนหน้านั้นแน่นอน

        ช่วยแนะนำด้วยครับ จะไปลุ้นอีกรอบ
        คงมีโอกาสได้ไปแค่ช่วงนี้เท่านั้น ปีหน้าเรียบจบคงต้องหางานทำหรือหาที่เรียนต่อ คงไม่น่ามีเวลาว่างๆแล้ว

        จริงๆกลับมาทบทวนดูก็พบว่าสะเพร่าไปมาก น่าจะเตรียมตัวดีกว่านี้

        ข่วยแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ

      • govisa  On April 8, 2012 at 9:04 am

        น้อง Exempli คะ ที่เจ้าหน้าที่ให้น้องพูดภาษาอังกฤษ พี่สันนิษฐานว่า เพราะเจ้าหน้าที่เห็นน้องเป็นนักศึกษา น่าจะมีความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษได้ดีในระดับหนึ่งค่ะ และยังเป็นการทดสอบด้วยว่า ถ้าน้องจะเข้าไปเที่ยวและมีความจำเป็นต้องไปไหนเองคนเดียว จะช่วยเหลือตนเองได้ดีมากน้อยอย่างไรค่ะ

        ส่วนคำถามเกี่ยวกับญาติก็น่าจะเป็นประเด็นหนึ่ง พี่จึงเตือนน้องๆหลายคนว่า ถ้ามีโอกาสไดวีซ่าเข้าไปในสหรัฐอเมริกาแล้ว อย่าพยายามทำอะไรผิดกฎหมาย เช่น อยู่เกินกว่าเวลาที่อิมมิเกรชั่นกำหนดให้อยู่ เพราะนอกจากจะเป็นผลไม่ดีกับตนเองแล้ว ยังอาจมีผลกระทบต่อยาติผู้ใกล้ชิดกับตัวเราด้วยค่ะ อันที่จริงแล้วถ้าญาติไม่ได้มีนามสกุลเดียวกับน้องก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอ่ยถึงเขาก็ได้คะ เพราะฝรั่งเขามีวัฒนธรรมในการนับญาติต่างจากของไทยอยู่ค่ะ และในส่วนที่เขาถามว่าไปทำอะไร ควรชี้แจงสั้นๆว่า ไปเป็นเพื่อนเดินทางกับคุณย่า คุณย่าอายุมากแล้ว แต่อยากกลับไปเที่ยวอเมริกาอีกครั้ง น้องจึงถือโอกาสไปเที่ยวด้วย ไม่ต้องอธิบายมากว่า ญาติเคยทำงานอยู่ที่โน่นและเกษียณแล้ว เพราะน้องไม่ใช่คุณย่า ถ้ากงสุลสัมภาษณ์คุณย่าๆจึงตอบตรงจุดนั้นค่ะ น้องต้องรู้จักเลี่ยง คิดก่อนตอบว่า คำตอบเราจะต้องไม่ไปเพิ่มความไม่ไว้วางใจให้กับกงสุลว่า เราจะไม่กลับประเทศไทยหรือไม่นะคะ เหตุการณ์มันผ่านไปแล้วอย่าไปคิดมาก แต่จงใช้เหตุการณ์นั้นเป็นบทเรียนและหาทางแก้ไขปัญหาแล้วกันนะคะ สิ่งที่น้องต้องทำเพิ่มคือ

        1. เมื่อแจ้งไปแล้วว่าจะไปพักบ้านญาติที่เคยเข้าไปในประเทศสหรัฐฯแบบโรบินฮู้ด ก็คงต้องตอบไปแบบเดิม ซึ่งขอแนะนำสำหรับคนที่เข้ามาอ่านคนอื่นๆว่า ถ้าญาติคนนั้นไม่ได้นามสกุลเดียวกับเรา อาจจะให้คำตอบแบบเลี่ยงไปว่า เป็นเพื่อนกับคุณย่าที่เราจะเดินทางไปพร้อมกันก็ได้ค่ะ
        2. ให้น้องแต่งจดหมายในนามของคุณพ่อคุณแม่ และให้คุณพ่อคุณแม่เซ้นต์ชื่อด้วย อธิบายว่า คุณพ่อคุณแม่มีอาชีพอะไร ขายอะไร มีรายรับต่อปีประมาณเท่าไร มีลูกกี่คน มีใครที่ยังเรียนหนังสืออยู่ การที่คุณพ่อคุณแม่มีภาระเรื่องลูกที่ต้องรับผิดชอบน้อยก็จะทำให้เงินในบัญชีถ้ามีน้อยก็จะดูเหมือนมีเงินไม่มากไม่น้อย มีฐานะไม่ลำบาก เพราะดูแลน้องคนเดียว แต่ถ้ามีลูก 2 คน ก็ยังดุไม่มีภาระมากนัก เพราะผู้ปกครองมีธุรกิจส่วนตัวด้วยกันทั้งคู่ ในเนื้อความจดหมาย คุณพ่ออาจกล่าวถึงคุณย่าว่า คุณย่าอยากจะกลับไปเที่ยวอเมริกา และถือโอกาส reunion กับเพื่อนรุ่นเดียวกับคุณย่า แต่คุณพ่อเป็นห่วงการเดินทางคนเดียวของคุณย่า เพราะคุณย่าอายุมากแล้ว จึงอยากให้น้องไปเป็นเพื่อนร่วมเดินทางด้วยค่ะ ส่วนน้องเป็นนักศึกษาปีที่ 3 และจะขึ้นชั้นเรียนปีที่ 4 ในเดือนมิถุนายน 2555 คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้น้องเรียนจบปริญญาตรีที่เมืองไทยแน่นอนค่ะ ก่อนจบจดหมายน้องควรจะสรุปเงินที่มีอยู่ในบัญชีธนาคารทั้งของฝั่งคุณพ่อและคุณแม่ว่า มี total amount คนละเท่าไรค่ะ การนำสมุดบัญชีไปให้เขาดูหลายเล่มอาจจะดูว่าทำให้เรามีสถานภาพทางการเงินที่ดูดี แต่ถ้ากงสุลท่านดูแล้วไม่เข้าใจ กลับสร้างปัญหาให้เรามากกว่านะคะ เพราะส่วนใหญ่เขาจะดูบรรทัดสุดท้ายกันว่า มียอดเงินเท่าไร และอาจจะมีการดูภาพรวมใหญ่ๆว่า ในช่วงที่ผ่านมามีเงินเข้า-ออกหมุนเวียนเป็นเลขกี่หลัก ดูน่าเชื่อถือไหมนะคะ พี่แนะนำให้เลือกบุ๊คเล่มที่มีตัวเลขเยอะหน่อยสักเล่มสองเล่มก็พอแล้วค่ะ ก่อนจบบรรทัดสุดท้ายบอกด้วยว่า คุณพ่อคุณแม่ยินดีสนับสนุนให้น้องไปเที่ยวในสหรัฐฯ เพื่อจะได้เป็นแรงจูงใจให้อยากเรียนต่อปริญญาโท หลังจากปริญญาตรีที่เมืองไทยแล้วก็ได้นะคะ และอย่าลืมเอาทะเบียนการค้าของคุณพ่อไปด้วยค่ะ
        3. จดหมายที่น้องจะเขียนในนามของน้อง ก็คงพูดว่า น้องเคยมีวีซ่านักท่องเที่ยว เมื่อ 10 ปีที่แล้ว และเคยมีโอกาสไปเที่ยวกี่ครั้ง น้องกลับเมืองไทยทุกครั้งหลังจากเที่ยวเสร็จ ครั้งนี้จะไปเที่ยวในรัฐที่ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว เช่น น้องวางแผนจะไปเที่ยวชมสถานที่ชืออะไรบ้างเป็นต้น ที่เหลือก้ต้องดูแลคุณย่าบ้างเวลาท่านไปซื้อของที่ไหนก็ตามค่ะ การไปเที่ยวของน้องไม่น่าจะเกินหนึ่งเดือน เพราะต้องดูวงเงินในบัญชีธนาคารที่คุณพ่อคุณแม่น้องมีด้วยค่ะ เป็นต้นว่า มีหนึ่งล้านอาจจะอยู่เที่ยวได้นานหนึ่งเดือน แต่ถ้ามีประมาณห้าแสน น่าจะขอเข้าไปเที่ยวประมาณ 10-15 วันพอแล้วค่ะ

      • Exempli  On April 9, 2012 at 1:18 am

        ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

        ผมไปโพสถามหลายๆที่ แต่ก็ไม่ค่อยได้คำตอบที่ละเอียด
        โชคดีจริงๆที่ได้มาเจอเว็ปพี่

        ขอบคุณมากๆครับ

      • govisa  On April 9, 2012 at 8:15 am

        น้อง Exempli คะ สอบสัมภาษณ์รอบใหม่ขอให้ตั้งใจเตรียมเอกสารไปให้ครบ อย่าคิดว่า คนอื่นเขาโพสต์กันว่า อันโน้นอันนี้ไม่จำเป็น พี่ขอให้น้องคิดว่า เตรียมตัวไปให้ดีและพร้อมที่สุด ถ้าไม่ได้รับวีซ่า จะได้ไม่เสียใจมาก เพราะถือว่า น้องได้เตรียมตัวมาอย่างดีที่สุดแล้ว เหมือนเราแต่งตัวไป present ผลงานก่อนเรียนจบนะคะ พี่ขอให้น้องโชคดี ได้ผลอย่างไร เขียนมาให้อ่่านกันบ้างนะคะ

      • Exempli  On April 23, 2012 at 12:24 pm

        พี่ Govisa ครับ ไปสัมภาษณ์รอบสองมาแล้วครับ
        ได้วีซ่าแล้วครับ

        ผมเตรียมเอกสารไปเต็มที่ มีจดหมายเขียนไปชี้แจง
        ครั้งนี้เค้าำไม่ถามเลยว่าจะสัมภาษณ์ภาษาอะไร
        พอเข้าไปเจอท่านกงสุลเค้าก็พูดภาษาไทยใส่เราเลย
        คุยแป๊ปเดียว ประมาณ 2-3 นาที เค้าก็ตกลงให้เลย ดีใจมากครับ

        ขอบคุณพี่มากจริงๆครับ สำหรับคำแนะนำ

        ขอบคุณครับ.

      • govisa  On April 23, 2012 at 9:57 pm

        ดีใจด้วยค่ะ น้อง Exempli แล้วเที่ยวนี้ท่่านกงสุลถามคำถาม2-3 นาทีพอเฉลยได้ไหมคะว่า ท่านถามอะไรบ้างคะ อย่างไรก็ตาม ขอให้ไปเที่ยวอเมริกากับคุณย่าให้สนุกค่ะ

      • Exempli  On April 23, 2012 at 11:25 pm

        ครับ
        คำถามคล้ายที่เจอครั้งแรกเลยครับ แต่ถามน้อยกว่าเดิมอีก
        กงสุลคนละท่านกับครั้งที่แล้วครับ

        ถามว่า
        1. จะไปทำอะไร
        2. พ่อแม่(สปอนเซอร์) ทำอาชีพอะไร
        3. คนที่จะไปพักด้วยเป็นอะไรกัน

        แค่นี้เองครับ จากนั้นเค้าก็ขอดูเอกสาร
        ของผมคราวนี้เตรียมไปชุดใหญ่พอสมควร
        เค้าเปิดดูคร่าวๆทั่วๆ และก็ตกลงให้วีซ่าผมเลย ใช้เวลาแป๊ปเดียวครับ

        ขอขอบคุณพี่อีกครั้งครับ.

      • govisa  On April 23, 2012 at 11:57 pm

        ขอบคุณค่ะน้อง Exempli ที่กรุณาแชร์ข้อมูลให้พี่ๆ น้องๆ และท่านอื่นๆที่เข้ามาอ่าน จะได้เก็บไว้ใช้เป็นบทเรียนที่ปรับให้เหมาะในการเตรียมตัวของแต่ละท่านค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ^_^

      • Exempli  On April 25, 2012 at 12:17 am

        ขอรบกวนพี่อีกครั้งครับ

        พอจะมีคำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมืองบ้างมั้ยครับ

        มีของอะไรที่ไม่ควรพกไปบ้างรึป่าวครับ

        เราแค้ไปเที่ยวนี้ไม่ต้องพกเอกสารอื่นๆไปเลยใช่มั้ยครับ
        (มีแค่พาสปอร์ทกับตั๋วขากลับก็พอ)

        หรือมีปัญหาอะไรที่คาดว่าจะพบ รบกวนขอคำแนะนำด้วยครับ

        ขอบคุณมากครับ.

      • govisa  On April 25, 2012 at 5:44 am

        น้อง Exempli ลองเข้าไปอ่านที่เขียนไว้ใน blog นี้ภายใต้หัวข้อ Pre-departure เช่น เรื่อง ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา , สิ่งของที่นำเข้าได้และไม่ควรนำเข้าสหรัฐฯ หรือจะเข้าไปดูที่ 2 เว็บไซต์นี้คือ http://www.cbp.gov/ และ http://www.tsa.gov/travelers/index.shtm เป็นต้นค่ะ ส่วนคำถามที่มักจะถูกถามกันคือ
        1. เดินทางเข้าสหรัฐมาทำอะไร
        2. จะไปพักที่ไหน ตอบให้ตรงกับที่น้องกรอกใน I-94 ซึ่งแอร์โฮสเตสจะแจกให้บนเครื่อง เช่นคตอบว่า พักบ้านเพื่อนคุณย่า
        3. จะมาสักกี่วัน
        4. มีเงินติดตัวเดินทางมาเท่าไร เช่นตอบว่ามีเงินสดเท่าไรแต่ว่าเราก็มีบัตรเครดิตมาด้วย
        5. จะไปเที่ยวที่ไหนบ้างหรือมีญาติไหม เป็นคำถามที่อาจจะเจอได้ค่ะ ส่วน 4 คำถามแรกเป็นคำถามหลักๆทั่วไปค่ะ
        อย่าตอบอะไรที่เสี่ยงๆ เช่น จะมาอยู่นานสามเดือน ดูเหมือนน้องเป็นคนที่ไม่มีงานทำที่เมืองไทย เขาอาจคิดเป็นอย่างอื่นได้ว่า จะไปหาทางอยู่บ้านเมืองเขาหรือเปล่านะคะ อย่างคุณย่าอาจตอบได้ เพราะท่านอายุมากแล้ว คงไม่ต้องกลับไปทำงาน ส่วนของน้องอาจเป็นลักษณะลางานเพื่อเข้าไปท่องเที่ยวพักผ่อนสักระยะหนึ่งเท่านั้น ดูความเป็นเหตุเป็นผลในการตอบคำถามด้วยค่ะไม่ยากเหมือนตอบคำถามกงสุลค่ะ โชคดีในการเดินทางนะคะ

  • blue  On April 7, 2012 at 10:24 pm

    ้ขอสอบถามคุณ govisa ค่ะ
    DS-160 มันมีวันหมดอายุไหมค่ะ
    เรากรอกไว้ตั้งแต่เดือนที่แ้ล้ว ตอนนี้ยังหาวันนัดสัมภาษณ์ไม่ได้เลยค่ะ
    มีคนบอกว่ามันมีอายุ 30 วัน ท่าเป็นแบบนั้นจริง 16 เดือนนี้ DS-160 เราก็จะหมดอายุ
    แล้วแบบนี้ เรา ต้องกรอก DS-160 ใหม่แล้วก็ ซื้อพินใหม่ด้วยใช่ไหมค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On April 7, 2012 at 11:03 pm

      น้อง Blue คะ ตอนที่กรอกฟอร์ม DS-160 ยังไม่เสร็จดี น้องจะเห็นมีข้อความเขียนไว้ว่า ฟอร์มนี้จะหมดอายุในอีกสองปีข้างหน้า ดังตัวอย่างพี่ลองกรอกฟอร์ม DS-160 วันนี้ ฟอร์มจะระบุวันที่จะหมดอายุเป็น 04/30/2014
      https://ceac.state.gov/GENNIV/General/complete/complete_personal.aspx?node=Personal1
      พี่คิดว่า น้องอย่ากังวลไปเลยค่ะ สิ่งที่จะต้องกังวลว่า มีวันหมดอายุคือพินที่ใช้นัดวันสัมภาษณ์มีอายุ 3 เดือน ถ้าภายในสามเดือนยังหาวันที่จองนัดสัมภาษณ์ไม่ได้ น้องต้องซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์ใหม่ค่ะ ส่วนฟอร์ม DS -160 มีน้องบางคนกรอกเสร็จเรียบร้อยนัดวันสัมภาษณ์เสร็จพบว่า ตนเองกรอกข้อมูลบางอย่างผิด ก็ยังต้องกรอกใหม่ แล้วนำทั้ง Ds-160 ใบใหม่และใบเก่าเข้าไปในสถานทูตด้วยค่ะ

  • blue  On April 8, 2012 at 1:22 am

    ขอบคุณมากเลยค่ะ กังวลมาก ใจจริงเจอ วันนัดสัมภาษณืว่างทุกวันที่เข้าไปดู แต่ไม่กล้ากด
    เพราะกลัว DS จะหมดอายุ 555 พลาดเลยอ่ะ TwT

    • govisa  On April 8, 2012 at 8:16 am

      น้อง Blue อย่าลังเลใจเลยค่ะ ยิ่งเข้าเดือนมิถุนายน คิวจะยิ่งแน่นมากกว่านี้นะคะ เพราะหลายสถานที่เรียนในอเมริกาจะทยอยส่ง I-20 กลับมาให้นักเรียนนักศึกษา เพื่อเตรียมตัวขอวีซ่านักเรียนกันแล้วค่ะ เท่าที่เคยสัมผัสมานานหลายปีแล้ว ใครที่จะขอวีซ่านักท่องเที่ยว จะหาคิววีซ่านักท่องเที่ยวว่างยากมากก็ในช่วงปลายมิถุนายนต่อต้นเดือนสิงหาคมค่ะ

      • BJ  On April 22, 2012 at 8:15 am

        คือได้กรอก DS160 เรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้ซื้อพินและนัดสัมภาษณ์ อยากจะแก้ไขเปลี่ยนวันเดินทางและจะใส่ชื่อที่อยู่เจ้านายเก่าเป็นผู้หญิง(คนเมกัน)เป็นบุคคลอ้างอิงที่อาศัยอยู่ในเมกา ไม่ทราบว่าต้องกรอกใหม่เลยใช่ไหมคะ กลัวข้อมูลมันจะซ้ำซ้อนคะ และทางสหรัฐจะมองว่ามีการบิดเบือนข้อมูลรึป่าว

      • govisa  On April 22, 2012 at 8:33 pm

        ถูกต้องค่ะ น้อง BJ กรอก DS-160 ใหม่ เพราะน้อง submit ไปแล้วแก้ไขไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ submit จึงจะแก้ไขได้ค่ะ ส่วนเรื่องข้อมูลบิดเบือนไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นนะคะ เพราะเราอาจกรอกผิดได้ค่ะ และถ้ายังไม่ได้นัดก็ยิ่งเป็นการดี เพราะจะได้ใช้หมายเลข DS-160 ใหม่ไปเลยค่ะ

  • poring  On April 23, 2012 at 7:08 pm

    สวัสดีค่ะ ขอความรบกวนช่วยตอบคำถามหน่อยนะคะ ตอนนี้หนูได้ทำการจองวันการสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว วันที่ 3พค นี้ แต่ติดปัญหาที่ว่าต้องการจะแก้ไข DS-160 เนื่องจากว่าในการกรอกครั้งแรก หนูโกหกเรื่องไม่มีพี่สาวอาศัยที่อเมริกาอะค่ะ พี่สาวไปเรียนได้1ปีค่ะ ลงเรียน collage เดียวกัน และจะไปพักบ้านพี่อะค่ะ (ตอนแรกได้คำแนะนำว่า อย่าบอกว่ามีญาติอาศัยที่นู่น จะผ่านง่ายT^T) ปรากฏว่าหลังจากที่คอนเฟิร์มไป พี่สาวเพิ่งจะมาบอกว่าควรกรอกตามความจริง เพราะถ้าเค้าเช็คนามสกุลกับcollage ก็จับได้อะค่ะ …ตอนนี้พยายามกลับไปแก้ไข ช่องที่ให้ใส่หมายถึง DS-160 อันใหม่ ก็เป็นช่องเทาๆพิมพ์ไม่ได้อะค่ะ *****จึงจะถามว่าถ้าทำอันใหม่แล้วปรินท์ไปให้เค้าดู มันจะดูว่าเราตั้งใจบิดเบือนมั๊ยคะ เพราะเป็นข้อมูลที่สำคัญเลย หรือว่าจะปล่อยผ่านไป แล้วไปวัดดวงดีคะ T^T

    • govisa  On April 23, 2012 at 10:22 pm

      น้อง Poring คะ ถ้าเป็นพี่น้องกันจริงๆ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไม่กล่าวถึงพี่สาวค่ะ เมื่อแก้ไข DS-160 อันเดิมไม่ได้ ให้น้องกรอก DS-160 ใหม่แล้ว Print DS-160 Confirmation หมายเลขใหม่นำไปแสดงพร้อมหมายเลข DS-160 Confirmation Number อันเดิมค่ะ อย่าใช้คำพูดรุนแรงว่า น้องโกหกเลยนะคะ เอาเป็นว่า ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ น้องฟังคนอื่นเล่าและอ่านมากจนทำให้กังวลมาก และคิดว่า ถ้าเลือกไม่บอกว่ามีพี่สาวกำลังเรียนอยู่ที่อเมริกาจะดูดี แต่กรณีของน้องนี้ไม่บอก ไม่ได้ก็เท่านั้นเองนะคะ อย่างลงโทษตัวเองมากไปเลยค่ะ ไปเตรียมเอกสารให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเตรียมตัวตอบคำถามด้วยการตั้งใจฟังคำถามอย่างมีสมาธิ และตั้งใจตอบเต็มที่ว่า น้องตั้งใจจะไปทำอะไรนะคะ เมื่อเสร็จภารกิจแล้วจะกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยค่ะ โชคดีค่ะ

      • poring  On April 24, 2012 at 12:22 am

        ขอบคุณสำหรับคำแนะนำและคำอวยพรมากๆค่ะ ^^ ขอถามเพิ่มเติมค่ะ ถ้าหนูบอกเหตุผลที่แก้ DS-160 อันใหม่ว่า ตอนแรกเข้าใจคำถามผิดว่า “ถามถึงญาติที่เป็น citizen หรืออาศัยอยู่ที่นั่นมานาน” ก็เลยไม่ได้กรอก เพราะว่าพี่สาวถือวีซ่านักเรียน เพิ่งไปอยู่ได้ปีเดียว ไม่ได้ permanent แล้วพี่ก็จะกลับมาไทยในปีนี้อะค่ะ เพราะเหลืออีกสี่เดือนพี่ก็จะจบคอร์สเรียน(อันนี้สามารถตรวจสอบกับทางมหาลัยได้ค่ะ) หนูเลยไม่ได้กรอกข้อมูลญาติลงไป … เหตุผลประมาณนี้พี่ว่าเพียงพอมั๊ยอะคะ ขอบคุณมากๆอีกทีค่ะ ^^

      • govisa  On April 24, 2012 at 5:36 am

        ใช้ได้ค่ะน้อง Poring ถ้ากงสุลท่านถามน้องนะคะ แต่ถ้าไม่ได้ถาม อย่าไปพูดถึงนะคะ เหมือนกับว่าอะไรที่ท่านไม่สงสัยอย่าไปจุดให้สงสัยค่ะ

  • Fozetell  On April 23, 2012 at 11:36 pm

    หนูจะต้องไปสัมภาษวันที่25นี้แล้วค่่ะ แต่อยากทราบว่าเอกสารที่ต้องเอาไปมี่อะไรบ้างค่่ะ ขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยวไปเยี่ยมญาติกะคุณป้าค่่ะ

    • govisa  On April 24, 2012 at 12:09 am

      วีซ่านักท่องเที่ยวมีเอกสารดังทั่วๆไปดังนี้คือ
      1. ใบยืนยันหมายเลข DS-160
      2. หนังสือเดินทาง
      3. ค่าธรรมเนียมวีซ่าจ่ายที่ไปรษณีย์ถ้าน้องจ่ายตอนนี้คือ 5,120 บาท ถ้าจ่ายก่อนหน้า 13 เมษายนคือ 4,480 บาทโดยประมาณ
      4. จดหมายรับรองการทำงาน(ถ้าทำงานแล้ว) ถ้ายังเรียนหนังสืออยู่ จดหมายรับรองความเป็นนักศึกษาและ transcript
      5. จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของตนเองและบุ๊คบัญชีเงินฝาก(ถ้าทำงานแล้ว) แต่ถ้าบัญชีมีน้อย นำจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ปกครองไปเพิ่มด้วยได้ หากยังเรียนอยู่ให้นำจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ปกครองและบัญชีตัวจริงไปด้วยค่ะ ถ้าผู้ปกครองทำธุรกิจส่วนตัว นำทะเบียนการค้าไปด้วย แต่ถ้าท่านทำงานเป็นลูกจ้าง มีจดหมายรับรองเงินเดือนผู้ปกครองไปด้วยก็ดี น้องจะได้ไม่ต้องแอธิบายมากว่า ผู้ปกครองทำอาชีพอะไร มีรายรับเท่าไรค่ะ
      6. ใบยืนยันการนัดหมาย จะนำใบที่ซื้อพินนัดถ้าตัดจากบัตรเครดิตก็คือ print เก็บไว้ไปด้วยก็ดีค่ะ ไม่ได้ print ไว้ก็บอกไปว่า ไม่ได้นำมาด้วยค่ะ
      7. ถ้าน้องสามารถพิมพ์รายการว่า แผนการเดินทางท่องเที่ยวของน้องจะไปที่ไหนบ้างก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ตอบตะกุกตะกักว่า จะไปไหนบ้างค่ะ

  • poring  On April 30, 2012 at 6:28 pm

    ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ ^^ แต่คือพี่หมายถึงให้หนูทำฉบับที่สองไป แต่ว่าอย่าเพิ่งยื่นให้ท่าน จนกว่าท่านจะสงสัยหรือเปล่าคะ หรือว่าให้แนบฉบับที่สองไปกับเอกสารให้ท่านกงสุลตรวจตั้งแต่แรกเลยค่ะ

    • govisa  On April 30, 2012 at 9:50 pm

      น้อง Poring คะ พี่หมายความว่า ให้น้องกรอก DS-160 ใหม่ และเพิ่มเติมชื่อพี่สาวลงได้วยเพื่อยื่นให้เจ้าหน้าที่ที่สถานทูตในวันสอบสัมภาษณ์ค่ะ น้องเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจเอกสารในตอนแรกที่น้อง Poring เดินเข้าไปในสถานทูตอาจจะถามว่า ทำไมน้องถึงต้องมี DS-160 สองหมายเลข น้องค่อยตอบว่า น้องลืมใสชื่อพี่สาวไปค่ะ หลังจากนั้นเมื่อไปยืนต่อหน้ากงสุล ขึ้นอยู่กับว่า ท่านกงสุลจะมีคำถามพาดพิงไปถึงพี่สาวไหม เป็นต้นว่า ท่านกงสุลอาจจะถาม ตอนนี้พี่สาวกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเรียนอยู่ขอให้น้องสอบถามชื่อสถานที่เรียนจากพี่สาว เผื่อจะได้มีคำตอบที่ชัดเจนถูกต้องให้ท่านกงสุลได้ทราบค่ะ ถ้าท่านถามว่า พี่สาวจะกลับไทยเมื่อไร ค่อยตอบเดือนที่พี่สาวจะกลับให้ท่านทราบค่ะ รู้ผลวันที่ 3 พฤษภาคมแล้วส่งข่าวกันบ้างนะคะ โชคดีค่ะ

      • poring  On May 6, 2012 at 1:06 pm

        มารายงานผลค่ะ ผ่านแล้วนะคะ ^^ เฮ้อ โล่งอกเลยค่ะ…ต้องขอบคุณคำแนะนำของ Govisa มากๆเลย ช่วยได้เยอะจริงๆ ขอแชร์ประสบการณ์นะคะ สำหรับใครที่ต้องการแก้เอกสาร DS-160 หลังจองไปแล้ว ก็อย่าเพิ่งตกใจให้ทำอันใหม่แล้ว นำใบconfirm อันใหม่ไปยื่นกับพนักงานเก็บเอกสารคนไทยได้เลยค่ะ ไม่มีตรวจสอบหรือถามอะไรทั้งนั้น ไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ ขอแค่เราพูดความจริงๆนะคะ ขอบคุณ Govisa อีกทีนะคะ ^^

      • govisa  On May 6, 2012 at 1:37 pm

        ขอบคุณค่ะน้อง Poring พี่ดีใจด้วยที่น้องสอบสัมภาษณ์วีซ่าผ่านแล้ว ท่านกงสุลถามคำถามน้องมากไหมคะ พอบอกคร่าวๆได้ไหมว่า ท่านถามอะไรบ้างเผื่อเป็นประโยชน์กับน้องท่านอื่นค่ะ ขอให้ประสบความสำเร็จในการไปเรียนต่อที่อเมริกาด้วยค่ะ

      • poring  On May 6, 2012 at 2:24 pm

        ค่ะ วันนั้นราบรื่นในทุกขั้นตอน ผ่านไปแบบงงๆ เหมือนกันค่ะ ^^” วันที่ไปได้เข้าไปในนั้นประมาณ 9 โมง แต่นั่งรอประมาณ 10 โมงครึ่งถึงจะได้สัมภาษณ์

        ท่านกงสุล:สวัสดีครับ จะไปทำอะไรที่อเมริกาครับ (ท่านพูดภาษาไทย)
        poring: จะไปเรียน Intensive English course ที่… (ตอบเป็นภาษาอังกฤษไป คิดว่าถ้าเราพูดได้หน่อย ก็พูดกับท่านไปเลยค่ะ)

        …. แล้วก็สนทนาอังกฤษกันตลอดค่ะ
        ท่านกงสุล: ไปเรียน 1 ปีหรอ
        poring: ค่ะ
        ท่านกงสุล: แต่ในนี้ระบุว่า 2 ปี (ชี้ที่ใบ i20 ค่ะ)
        poring: (ตกใจนิดนึงค่ะ ไม่ได้เตรียมมา 55) เริ่มต้นคิดว่า 1 ปีเพียงพอแล้วสำหรับฉัน แต่ถ้าฉันสอบไม่ผ่าน level ก็สามารถเรียนต่อได้อีก 1 ปี

        ท่านกงสุล: มีแพลนหลังจากกลับมาไหม
        poring: ค่ะ อยากลองสมัครเป็น cabin crew

        ท่านกงสุล : คุณเรียนจบจาก.. สาขาอะไร (ดูใบ transcript เราค่ะ)
        poring: computer science

        ท่านกงสุล: มีพี่น้องอยู่ที่อเมริกาไหม
        poring: มีค่ะ พี่สาว

        ท่านกงสุล: อยู่ที่ไหน
        poring: เท็กซัสค่ะ เรียนที่มหาลัยเดียวกัน

        ท่านกงสุล: พี่สาวไปอยู่นานหรือยังครับ
        poring: 1 ปีค่ะ

        ท่านกงสุล: ใครเป็น sponser ส่งพี่สาวไปเรียนครับ
        poring: (ฟังผิดค่ะ ตอบsponser ของตัวเองที่เป็นน้า ท่านเลยย้ำว่าพี่สาวอีกที) คุณแม่ค่ะ
        ท่านกงสุล: แสดงว่าคุณแม่รักพี่สาวมากกว่าคุณหรอ ^^
        poring: (ขำค่ะ ท่านตลกดี) ไม่ใช่ค่ะ น้าต้องการช่วยคุณแม่ แม่มีเงินไม่พอที่จะส่งฉัน

        ท่านกงสุล: น้าทำอาชีพอะไร
        poring: ครู แต่ตอนนี้ early retire แล้ว

        ท่านกงสุล: ขอดูเอกสารของน้าหน่อยครับ
        poring: ยื่นให้ทั้ง ใบsponser statement บัตรข้าราชการ ใบสมรส

        ท่านก็ตรวจสอบสักพักค่ะ ให้แสกนนิ้วโป้งขวา คืนเอกสารของน้า ก็เสร็จสิ้้นค่ะ

        โดยภาพรวมเป็นการสัมภาษณ์ที่ไม่เครียดเลยค่ะ ท่านอารมณ์ดีค่ะ ^^
        ฝากให้คนที่จะไปสัมภาษณ์ เตรียมตัวให้ดี อย่าเครียดค่ะ เคสของดิฉัน มีแต่คนว่าโหด เพราะน้าเป็นสปอนเซอร์ และมีพี่อยู่ที่่นั่น แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ
        ที่สำคัญ อย่าลืมกินข้าวเช้านะคะ เพราะกว่าจะได้สัมภาษณ์ก็จะเที่ยงแล้วเดี่๋ยวจะหิวค่ะ
        โชคดีค่ะ

      • govisa  On May 6, 2012 at 8:58 pm

        ขอบคุณน้อง Poring นะคะที่กรุณาแชร์ประสบการณ์ อ่านแล้วรู้สึกอย่างเดียวกับน้อง คือ ท่านกงสุลดูใจดีและไม่น่ากลัวอย่างที่หลายๆคนกลัวค่ะ ถ้าน้องๆทุกคนตั้งใจเตรียมเอกสารกันไปให้ครบพร้อม และทราบแผนการที่เราจะไปอย่างแน่ชัด พี่คิดว่า ทุกคนสามารถผ่านวีซ่าได้ค่ะ ขอให้น้องเดินทางถึง Texas โดยปลอดภัยและกลับมาสอบเป็น cabin crew ได้สมใจปรารถนาค่ะ

  • Boeing  On May 10, 2012 at 2:24 am

    สวัสดีคะ รบกวนสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลที่ต้องกรอกในฟอร์ม DS-160 เนื่องจากจะยื่นวีซ่าแบบ B2 เพื่อไปท่องเที่ยว แล้วลองโหลดตัวอย่างคู่มือการกรอกแบบฟอร์มมาจากเวปของสถานฑูตซึ่งจะมีระบุไว้ว่าให้กรอกข้อมูลว่าเราเคยไปต่างประเทศในช่วงห้าปีที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้ามีให้ระบุด้วย……. แต่พอเริ่มไปกรอกเองจริงๆ กลับไม่เห็นมีคำถามดังกล่าวให้กรอกเลยคะ เลยอยากรู้ว่าแบบฟอร์มมีการเปลี่ยนแปลงคำถามบางส่วนไปแล้วหรือว่าเรากรอกผิดตรงไหนรึเปล่าคะ งงมากเลย

    (พอดีว่าเคยไป ญี่ปุ่นและอังกฤษมาก่อนคะ เลยอยากให้มีคำถามข้อนี้อยู่ด้วย เพราะแอบหวังเล็กๆ ว่ามันจะช่วยให้วีซ่าผ่านง่ายขึ้น ^^)

    ขอบคุณคะ

    • govisa  On May 10, 2012 at 5:51 am

      น้อง Boeing คะ คำถามที่ถามมาจะอยู่หลังคำถามที่ถามเกี่ยวกับการศึกษา ประมาณคำถามที่ถามว่า did you have your studies beyond secondary institutions? อะไรทำนองนี้ ถ้าตอบว่า No จะไม่พบคำถามเกี่ยวกับการไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างค่ะ แต่บางครั่งที่้่เคยมีประสบการณ์ในการกรอกให้เพื่อนด้วยการตอบว่า yes และใส่รายละเอียดเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่จบปริญญาตรีไป ก็ไม่พบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เคยไปเที่ยว ตรงจุดนี้อย่าไปกังวลเลยค่ะ แนะนำให้นำหนังสือเดินทางทุกเล่มที่มีไปด้วยค่ะ เมื่อเปิดหนังสือเดินทางจะเห็นวีซ่าที่มีและเคยใช้เข้าประเทศอื่นค่ะ

  • Opel  On May 19, 2012 at 4:54 pm

    เข้ามาขอบคุณเว็บไซต์นี้นะคะ ไม่เคยกรอกคำร้องแบบออนไลน์มาก่อน วีซ่าเดิมที่มีเป็นรุ่นเก่าตั้งแต่ปี95 ช่วยได้มากเลยค่ะรวมทั้งเรื่องการจองวันนัดสัมภาษณ์ด้วย อยากจะขอแชร์ประสบการณ์นะคะ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ขอวีซ่าเมื่อสิบกว่าปีก่อน และครั้งล่าสุด สิ่งที่ทำเหมือนเดิมคือตอบทุกอย่างตามความจริง ไม่โกหกรวมทั้งมีหลักฐานยืนยันว่าเราต้องกลับมาแน่นอน ตัวเลขในบัญชีก็ไม่สำคัญนักค่ะ เพราะขอครั้งแรกมีเงินอยู่ไม่มาก ส่วนครั้งนี้ กงสุลไม่ขอดูเลย อันนี้ในกรณีวีซ่าท่องเที่ยวนะคะ ถ้าป็นวีซ่านักเรียนเรื่องค่าใช้จ่ายจำเป็นแน่นอนค่ะ ขอให้ผู้ที่กำลังจะขอวีซ่าทำตามขั้นตอนทุกอย่างจะทราบว่าไม่ยากจนเกินไปค่ะ แต่ใช้เวลาเยอะพอสมควร อีกนิดเรื่องการจองคิวนัดสัมภาษณ์ รอบแรกได้ 18มิถุนายน รอช่วงกลางคืนราวสี่ทุ่มไปแล้ว ก็มีสีเขียวหลายวันทีเดียว เลยได้วันที่10 พ.ค. มาแทน และสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

    • govisa  On May 19, 2012 at 7:45 pm

      น้อง Opel คะ ดีใจด้วยค่ะที่วีซ่าผ่านแล้ว และขอขอบคุณมากๆสำหรับคำแนะนำที่มีให้น้องๆท่านอื่นเพิ่มเติมด้วยนะคะ พี่ดีใจที่พี่ได้มีโอกาสช่วยน้องๆที่ได้เข้ามาอ่านบล็อกนี้ค่ะ การขอวีซ่าประเทศอื่นๆก็ตาม ถ้าน้องๆพยายามทำตามที่เว็บไซต์สถานทูตต่างๆแนะนำไว้ น้องๆจะรู้สึกว่า น้องพอทำเองได้และไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรือกลัวว่าจะกรอกเองไม่ได้ หรือ เตรียมเอกสารไม่ถูกค่ะ ขอให้น้องเดินทางปลอดภัยและเที่ยวให้สนุกนะคะ

  • dizzy  On May 22, 2012 at 5:23 pm

    พี่ค่ะถ้าเราจองวีซ่าเรียบร้อยแล้วจ่ายเงินที่ ไปรษณีย์ pay at postเรียบร้อยแล้วต้องเข้าไปconfirmครั้งสุดท้ายที่website thailand-us visa servise อีกไหมค่ะ เพราะตอนนี้เข้า web ไม่ได้เลย

    • govisa  On May 22, 2012 at 8:50 pm

      ไม่ต้อวทำอะไรแล้วค่ะน้อง dizzy โชคดีนะคะ อย่าลืมส่งข่าวมาให้ทราบด้วยนะคะว้า วีซ่าผ่านแล้วหรือยังค่ะ

  • nichakul  On May 26, 2012 at 11:45 pm

    ถ้าหากว่าสามารถแก้ไขเลข confirmation number ได้อยู่ก็ไม่ต้อง print อันเก่าไปให้สถานทูตใช่ปาวคะ

    • govisa  On May 27, 2012 at 1:07 pm

      ใช่ค่ะ น้อง Nichakul

      • nichakul  On May 27, 2012 at 2:03 pm

        ขอถามอีกทีนะคะ คือว่า จะไปอเมริกาก่อนไป exchange ประมาณ 1 เดือน และหลังจาก exchange. อึกประมาณ 2 อาทิตย์ อยากทราบว่า ตรง length of stay in USA อ่ะค่ะ ต้องใส่ กี่วันอ่อคะ

        ขอบคุนค่ะ 🙂

      • govisa  On May 28, 2012 at 5:37 am

        น้อง Nichakul คะ พี่ไม่เข้าใจคำถามของชัดเจนนัก นัองถามว่า หลังจาก Exchange อีกประมาณ 2 อาทิตย์ หมายความว่าอย่างไรคะ พี่สันนิษฐานว่า น้องเข้าไปครั้งแรกด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ต่อมาจะเข้าด้วยวีซ่าไปโครงการแลกเปลี่ยน อาจจะเป็นไป work and travel ของเด็กอินเตอร์ หรือ โครงการแลกเปลี่ยนลักษณะอื่นๆว่า ควรมีระยะห่างของเวลาเข้าประเทศต่างกันเท่าไรใช่ไหมคะ ที่จริงไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว อยู่ที่เหตุผลมากกว่า เวลาที่น้องตอบคำถามเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ(ตม.) น้องต้องอธิบายได้ว่า เข้ามาในประเทศสหรัฐฯด้วยระยะเวลาที่ห่างกันกับเวลาที่ออกไปจากประเทศสหรัฐเพียงสองอาทิตย์เพราะเหตุใดค่ะ ส่วนมากนักธุรกิจที่ต้องมีการบินเข้าออกบ่อยเขาอาจจะมีจดหมายเชิญประขุม หรือเชิญไปดูงานชี้แจงกับตม.สหรัฐฯ ในกรณีที่ถามมา จะชี้แจงได้ไหมว่า ตอนไปเที่ยวเป็นการไปเที่ยวแบบรวมญาติ จำเป็นต้องไปกับญาติๆ ครั้งที่ 2 เป็นโครงการแลกเปลี่ยนที่สมัครไว้นานแล้วค่ะ

      • nichakul  On May 28, 2012 at 6:47 am

        ขอโทษทีคะพอดีหนูพิมตกไปคะ คือหนูจะไปเที่ยวอเมริกาก่อน 1 เดือรน แล้วไปเรียนแลกเปลี่ยนที่แคนาดาคะ แล้วหลังจากนั้นอยากกลับไปเที่ยวอเมริกาอีกรอบก่อนจะกลับ แล้วจะจองตั๋วเครื่องบินกลับจากอเมริกาเลยอ่ะคะ ยังงี้ต้องใส่ length of stay เท่าไหร่หรอคะ

      • nichakul  On May 28, 2012 at 6:47 am

        ขอโทษทีคะพอดีหนูพิมตกไปคะ คือหนูจะไปเที่ยวอเมริกาก่อน 1 เดือรน แล้วไปเรียนแลกเปลี่ยนที่แคนาดาคะ แล้วหลังจากนั้นอยากกลับไปเที่ยวอเมริกาอีกรอบก่อนจะกลับ แล้วจะจองตั๋วเครื่องบินกลับจากอเมริกาเลยอ่ะคะ ยังงี้ต้องใส่ length of stay เท่าไหร่หรอคะ….ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

      • govisa  On May 28, 2012 at 9:44 pm

        น้อง Nichakul คะ ครั้งแรกที่น้องจะแวะเที่ยวอเมริกานาน 1 เดือนนั้น น้องคงกรอกในฟอร์ม DS-160 ว่า น้องจะเข้าไปเที่ยวอเมริกาวันที่เท่าไร และกะว่าจะอยู่นานกี่วัน น้องสามารถใส่ 1 เดือนได้ถ้า statement ของ sponsor น้องมีมากเช่นมีประมาณหลักแสนแก่ถึงใกล้หลักหนึ่งล้านบาท เมื่อน้องผ่านการสัมภาษณ์วีซ่า น้องจะได้วีซ่าที่มีอายุนานประมาณ 5 ปีก่อน แต่ก็มีหลายๆคนที่ขอวีซ่านักท่องเที่ยวครั้งแรกผ่านได้วีว่าที่มีอายุนาน 10 ปีเลยค่ะ เมื่อน้องไปเรียนแลกเปลี่ยนที่แคนาดา พี่ไม่ทราบว่าไปนานแค่ไหน สมมติว่าไปนาน 1 ปี หลังจากเสร็จสิ้นโครงการแลกเปลี่ยน น้องก็มีสิทธิ์แวะเที่ยวอเมริกาได้อีกครั้งก่อนกลับบ้านที่ไทยค่ะ ครั้งที่สองนี้น้องไม่ต้องขอวีซ่าใหม่แล้วจึงไม่มีเรื่องระเวลาที่อยู่ในสหรัฐนานเท่าไรที่น้องต้องกรอกค่ะ ส่วนตอนเวลาเข้าเมืองน้องยื่นเอกสาร I-94 ให้เจ้าหน้าที่ตม. ใน I-94 ไม่ได้ถามระยะเวลาที่จะพักว่าจะอยู่นานเท่าไร ยกเว้นตม.จะสัมภาษณ์น้อง ตอนนั้นน้องค่อยคิดตอบคำถามอีกครั้งว่า จะอยู่เที่ยวที่อเมริกานานเท่าไร พี่คิดว่า ไม่น่าจะอยู่นานเกิน 2 เดือนนะคะ เพราะพี่ไม่ทราบว่า น้องจะต้องกลับมารายงานที่สถานศึกษาเดิมในเมืองไทย หรือต้องกลับมามาลงทะเบียนเรียนต่อที่เมืองไทยอีกไหมนะคะ

  • เอเอ  On May 30, 2012 at 10:55 pm

    คุณ govisa คะ หาคำถามเกี่ยวกับประวัติการศึกษา หรือประเทศที่เคยไปเที่ยวเท่าไหร่ก็ไม่เจอค่ะ มีแต่ถาม primary occupational ค่ะ แล้วก็จบเลย จริงๆอยากตอบค่ะ เพราะก็เคยไปเที่ยวพอสมควร และจบปริญญาโท คิดว่าจุดนี้น่าจะช่วยได้ แต่ไม่มีให้ตอบ ไม่มีให้add ข้อมูลเพิ่มเลยจริงๆค่ะ เปิดย้อนกลับไปกลับมาหลายรอบมากค่ะ ตอนแรกก็ไม่กังวล ไปๆมาๆชักจะกังวลแล้วสิคะ แล้วสรุปว่ากรณีของคุณ boeing เป็นอย่างไรบ้างแล้วคะ รบกวนช่วยคิดหาคำตอบด้วยค่ะ ไม่รู้จะถามใครแล้วค่ะ งงมากเลย แง….

    • govisa  On May 30, 2012 at 11:18 pm

      น้องเอเอคะ คำถามประวัติการศึกษาจะมาถึงก่อนคำถามเรื่องงาน ถ้าหากน้องตอบคำถามที่ถามว่าน้องผ่านการศึกษาระดับหลัง secondary studies หรือไม่ว่า no จะผ่านไปสู่คำถามเรื่องงานเลยค่ะ แต่ถ้าตอบ yes จะมีคำถามว่าเรียนระดับมหาวิทยาลัยที่ไหน และเคยไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง ถ้าน้องเผอิญ submit และทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ไปเรียบร้อยแล้ว คำแนะนำทำได้ 2 อย่างคือ กรอก DS-160 ใหม่และนำ DS-160 หมายเลขใหม่แนบไปกับหมายเลขเก่าที่ใช้ทำการนัดวันสัมภาษณ์ไปในวันสอบสัมภาษณ์ด้วยค่ะ หรือสอง เขียน resume เหมือนตอนสมัครงานแนบไปเอกสารขอวีซ่ายื่นให้กงสุลพิจารณา รวมทั้งทำ list ว่าเคยไปเที่ยวที่ไหน เมื่อไร ไปนานเท่ไร แนบไปด้วยก็ได้ค่ะ

      อนึ่งพี่ตอบคำถามน้อง Boeing ไปแล้วในวันเดียวกัน แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับจากน้อง Boeing หากน้องสนใจคุยกับน้อง Boeing พี่แนะนำให้น้องลองอีเมล์ไปคุยกับน้อง Boeing ตามอีเมล์ที่ปรากฏอยู่ในกระทู้นะคะว่า น้องเขาจะสะดวกให้ข้อมูลหรือไม่ แต่โดยส่วนตัวพี่ พี่จะตอบคำถามให้น้องๆทุกคน และขออนุญาตที่จะไม่เข้าไปสอบถามเป็นการส่วนตัวกับอีเมล์น้องๆโดยตรงค่ะ หากน้องท่านนั้นๆไม่ติดต่อกลับมานะคะ

      • เอเอ  On June 6, 2012 at 10:12 pm

        ขอบคุณมากค่ะ แต่ลองกรอก ds160 ใหม่อีกรอบแล้ว สมัครแบบ b2 นะคะ ก็ไม่พบคำถามเกี่ยวกับการศึกษา หรือprevious workค่ะ แต่พอลองคลิ๊กดูเล่นๆ สมมุติว่าเป็น investor หรือ student จะมีเรื่องประวัติการศึกษา กับประวัติการทำงานขึ้นมาให้กรอกอ่ะค่ะ เป็นไปได้หรือไม่คะว่าประเภท b2 เขาได้ตัดคำถามเหล่านี้ออกไปแล้วอะค่ะ ขอบคุณค่ะ

      • govisa  On June 6, 2012 at 11:05 pm

        น้องเอเอคะ อย่าไปกังวลกับคำถามเรื่องประวัติการศึกษาและสถานที่ที่เคยไปมาแล้วค่ะ เพราะมีหลายคนที่ไม่พบกับคำถามข้อนั้นคล้ายกรณีของน้องค่ะ ถ้าเราปฏิบัติทุกขั้นตอนในการกรอกแล้ว ไม่มีปัญหาแน่นอนในการเข้าไปสัมภาษณ์ค่ะ มีบางคนเคยพูดกันว่า เหมือนเป็นการสุ่มถามคำถามนี้ค่ะ วีซ่านักเรียนของน้องบางท่านที่กรอกขอวีซ่าได้แล้วและไม่พบคำถามข้อนี้ก็มีค่ะ หากเป็นกังวล ให้น้องแนบรายละเอียดประวัติการศึกษาคล้าย resume และประวัติการเดินทางไปแต่ละประเทศในปีต่างๆตลอด 10 ปีที่ผ่านมาให้กงสุลดูในวันยื่นเอกสารสัมภาาษณ์ด้วยได้ค่ะ

  • เอเอ  On May 30, 2012 at 11:08 pm

    รบกวนอีกคำถามนะคะ ไปเที่ยวอย่างเดียว นี่เป็นประเภท B2ใช่ไหมคะ แล้วประเภทที่เขาขอ b1ควบb2 นี่หมายถึงอะไรอะคะ คืออ่านตามที่เขาอธิบายพอจะเข้าใจ แต่สงสัยว่า ในกรณีเราไปเที่ยวเราจะapplyเป็น b1/b2 ได้ไหมอะคะ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On May 30, 2012 at 11:20 pm

      B-1 คือวีซ่านักธุรกิจ B-2 คือวีซ่านักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เวลาที่น้องผ่านวีซ่านักท่องเที่ยวได้รับหนังสือเดินทางคืน น้องลองเปิดดูที่หน้าที่ได้รับวีซ่า จะเขียนว่า B-1/B-2 ค่ะ น้องเอเอ

  • patty  On May 30, 2012 at 11:11 pm

    นู๋ขอสอบถามหน่อยค่ะ กรอกDS160 คอนเฟิรมเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ไม่ได้ปริ้นไว้ กะว่าจะปริ้นที่ทำงาน สรุปว่าเข้าไปจะปริ้นแล้วก็ไม่สามารถปริ้นได้ นู๋จองวันสัมภาษณ์แล้วด้วย นู๋จะทำยังไงดีค่ะขอคำแนะนำหน่อยนะค่ะ ขอบคุนค่าา

    • govisa  On May 30, 2012 at 11:40 pm

      ให้ลองเข้าไป https://ceac.state.gov/GENNIV/common/Recovery.aspx อีกครั้งและใส่รหัส AA002….. โปรดสังเกตว่าในคอมพิวเตอร์ของน้องจะต้องไม่ใช้ program chrome เครื่องคอมพิวเตอร์น้องใช้ Internet Explorer หรือ Firefox หรือ Safari ได้ค่ะ แต่ถ้าลองแล้วยังทำไม่ได้อีก ให้น้องกรอก DS-160 ใหม่ แล้วนำ DS-160 Confirmation Number ใหม่ไปแสดงพร้อมอธิบายด้วยว่า เข้าไปหน้าที่พี่อธิบายข้างต้นแล้ว print ไม่ได้ ถ้าคอมน้องขึ้นตัวอักษรในหน้าที่เข้าไม่ได้ว่าอย่างไร ให้น้อง print หน้านั้นออกมาประกอบด้วยก็ดีค่ะ เพื่อเป็นหลักฐานเวลาอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้น้องต้องกรอก DS-160 ใหม่ค่ะ

  • Dang  On June 2, 2012 at 9:16 pm

    ขอสอบถามหน่อยค่ะ กลุ้มใจมากเพราะ confirm นัดสัมภาษณ์วันที่ 7 มิ.ย. 55 นี้แล้ว แต่เพิ่งมาเช็คดูว่ากรอกใบ DS-160 ใส่เลขที่พาสปอร์ตถูกต้อง แต่ใสวัน Issue Date และวัน Expiry Date ผิด ไปเอาวันที่ของบัตรประชาชนมาแทน ถือว่าเป็นสาระสำคัญหลักมั้ยคะ ต้องกรอกใบใหม่หรือไม่คะ

    • govisa  On June 2, 2012 at 9:52 pm

      ใช่ค่ะน้อง Dang น้องต้องกรอก DS-160 ใหม่ แล้ว Print ใบยืนยันใบใหม่แนบไปกับใบยืนยันใบเก่า เวลาไปสัมภาษณ์ในวันที่ 7 มิถุนายนค่ะ

  • Super  On June 2, 2012 at 9:32 pm

    รบกวนพี่ Govisa ด้วยครับ

    พอดีว่าผมเพิ่งไปสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนมา สมัครไปเรียนภาษา 6 เดือนแต่โดนปฎิเสธ
    เพราะเหตุผล 214b โดยที่ผมให้คุณลุง เป็น sponsor ให้ ซึ่งคนละนามสกุลกัน แต่ผมทำงานกับคุณลุงมา 3 ปีแล้่ว เหตุผลที่คุณลุงเป็น sponsor ให้เพราะว่าพ่อแม่ หญ่ากัน และอยู่กับคุณลุงมานานแล้ว

    แต่ตอนไปขอก็นำเอกสาร ทะเบียนการค้าคุณลุง statement ทั้งหมดไป และเจ้าหน้าที่ถามหา จดหมายรับรองจากคุณลุง(แต่ผมไม่ได้นำไปด้วยเพราะไม่ทราบว่าต้องมีจดหมาย)

    และตอนสัมภาษณ์ ท่างกงศุลก็ถามแต่ว่าใครเป็น sponsor และขอดูเอกสาร

    แล้วก็โดน ปฎิเสธครับ

    ตอนนี้เครียดมากเลยครับอยากทราบว่าพอจะมีโอกาสไหมโดยให้คุณลุงเป็น sponsor เพราะคุณลุงก็เคยส่ง ลูกไปเรียนที่อเมริกา ทุกคนแล้วผ่าน

    รบกวนปรึกษาที่ Go visa ด้วยครับ

    • govisa  On June 2, 2012 at 10:25 pm

      น้อง Super ค่ะ ถ้าน้องจะยื่นวีซ่าครั้งที่สอง ให้น้องทำจดหมายที่เขียนในนามคุณลุงและให้คุณลุงเซ็นต์ชื่อ เพื่อยืนยันว่าคุณลุงยินดีรับผิดชอบน้อง Super ทั้งค่าเรียน ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัวของน้อง ควรแจ้งในจดหมายด้วยว่า คุณลุงมีรายรับจากธุรกิจประเภทใดและมีรายรับประมาณปีละเท่าไรค่ะ สาเหตุที่ลูกคุณลุงผ่านวีซ่าไม่ได้หมายความว่า คุณลุงเป็น Sponsor ให้น้องแล้ว เหตุการณ์ไปขอวีซ่าของน้องจะราบรื่นเหมือนของลูกคุณลุงค่ะ เหตุผลของลูกคุณลุงที่ผ่านวีซ่า ประเด็นหนึ่งคือ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลุงและลูกคุณลุงใกล้ชิดกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณลุงและน้องซึ่งเป็นหลาน เป็นไปได้ไหมคะที่น้องจะลองถามว่า คุณพ่อหรือคุณแม่ใครคนใดคนหนึ่งจะช่วยเป็น Sponsor เพิ่มให้น้องอีกคนได้ไหมคะ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า น้องยังมีความผูกพันที่จะต้องกลับมาดูแลคุณพ่อหรือคุณแม่เมื่อเรียนจบแล้วค่ะ

  • Super  On June 3, 2012 at 9:24 pm

    ขอบคุณ มากครับ สำหรับคำแนะนำ ตอนนี้หดหู่มากครับ เดี่ยวผมจะลองใหม่อีกครั้ง แล้วผมจะมารายงานน่ะครับ

    ขอบพระคุณพี่ Govisa สำหรับคำแนะนำดีๆครับ

  • Super  On June 4, 2012 at 12:49 pm

    พี่ Govisa ครับ รบกวนอีกครั้ง ที่พี่แนะนำให้คุณพ่อเป็น สปอร์นเซอร์ร่วม เนื่องจากคุณพ่อทำงานบริษัท และมีเงินเก็บไม่มากเพียงหลักแสน ยังงี้ควรเตรียมเอกสารอะไรไปบ้างครับ ต้องใช้ใบรับรองจากธนาคารไหมครับ แล้วควรกรอกข้อมูลยังไงดีครับ

    ผมรบกวนพี่ Govisa ด้วยครับ

    • govisa  On June 4, 2012 at 10:20 pm

      น้อง Super คะ เอกสารของคุณพ่อใช้จดหมายรับรองจากที่ทำงานของคุณพ่อเพื่อรับรองตำแหน่งงานและเงินเดือนที่ได้รับค่ะ ขอให้คุณพ่อเตรียมจดหมายรับรองฐานะการเงินจากบัญชีในธนาคารของคุณพ่อและบุ๊คบัญชีเงินฝากเตรียมไปด้วยค่ะ
      หมายเหตุ ตรงที่กรอกว่าใครเป็น sponsor หากใส่ชื่อคุณลุงไปและไม่ได้ add ชื่อ Sponsor ให้เตรียมหลักฐานของคุณพ่อไป พร้อมทั้งมีจดหมายแนะนำ(ที่พี่แนะนำน้องให้เขียนในตอนแรกที่น้องถามเข้ามา)ว่า คุณลุงมีรายรับจากทางใดและทำไมถึงยินดีเป็น Sponsor ให้น้อง โดยน้องเขียนทำนองว่า We the undersigned, Mr……. and Mr……are the uncle and father of Mr.Super respectively.และก็เริ่มอธิบายไปทีละท่านว่าแต่ละท่านเป็นอะไรกับ Mr.Super มีรายรับจากทางใด ประมาณการรายรับปีละเท่าไร หรือถ้าเป็นลูกจ้างของหน่วยงานก็อธิบายว่า ตำแหน่งอะไรอยู่หน่วยงานใดค่ะ มีเงินเดือนต่อปีเท่าไร สรุปว่า เราทั้งสองยินดี support Mr.Super ทั้งค่าใช้จ่ายในการเรียนและค่ากินอยู่ระหว่างศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐฯ และพอน้องลงท้ายว่า Yours faithfully, ให้น้องทำที่ให้เซ็นต์ชื่อได้ทั้งสองท่านคือคุณพ่อและคุณลุง อย่างไรก็ตาม การสมัครไปเรียนภาษาอย่างเดียวจะเป็น case ทีค่อนข้างถูกปฏิเสธวีซ่าได้ง่ายเมื่อเทียบกับการสมัครได้รับ I-20 รับเข้าเรียนต่อตรี หรือ โท หรือเอกค่ะ เพราะมีเป้าหมายปลายทางที่ชัดเจน ส่วนภาษาอาจเกิดความไม่แน่นอนว่า จะเรียนต่อ หรือจะไปทำอะไรอย่างอื่นหรือเปล่าเมื่อจบคอร์สเรียนภาษา ดังนั้น เวลาเตรียมเอกสารวีซ่าของผู้ที่ไปเรียนภาษาเฉยๆควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและมีแผนการที่จะไปเรียนที่ชัดเจนเมื่อถูกสัมภาษณ์วีซ่าค่ะ

  • k  On June 5, 2012 at 2:54 pm

    สวัสดีค่ะคุณGovisa ขอสอบถามค่ะ คือว่าสามีมีวีซ่า10 ปีแล้ว แล้วเขาเรียนจบที่อเมริกา ค่ะ ที่นี้เขาจะพาดิฉันไปเที่ยว14 วันจะไปเยี่ยมอาจารย์ที่เคยสอนเขาด้วยค่ะแต่เราไม่ได้ให้อาจารย์เขียนจดหมายเชิญเรานะค่ะ
    1.ดิฉันเคยขอวีซ่าเมื่อ 11 ปี ก่อน และครั้งนี้สามีเป็นคนกรอกข้อมูลของดิฉันแต่เขาลืมไปว่าดิฉันเคยขอวีซ่ามาก่อนแล้วถูกปฎิเศษ ดิฉันนัดสัมภาษณ์วันที่ 18 มิถุนายน2555 อย่างนี้ดิฉันจะต้องกรอกDS-160 ใหม่หรือเปล่าค่ะ และกรอกว่ามีคนรู้จักอยู่ที่อเมริกาด้วยแต่พวกเราคงไม่ได้ไปเจอพวกเขาหรอกค่ะไม่มีเวลาเพราะที่เราไปมันไกลกันค่ะ
    2. ดิฉันทำธุรกิจของตัวเอง และแจ้รายได้ไป 50,000บาท สุมดบัญชีธนาคารก็มีเงินเข้าออกหลักหมื่น หลักแสนค่ะ และตอนนี้ก็มีเงินอยู่ในธนาคาร ประมาณ 600,000 บาท
    3. ดิฉันต้องเอาหลักฐานฉโนดบ้านและคอนโด ที่ดิน ทะเบียนรถ ใบซื้อทอง และหลักฐานผ่อนบ้านกับธนาคารอยู่2 หลัง ประกันชีวิตด้วย
    4. เอกสารของบริษัทค่ะ
    5. เอกสารของสามีใหม่(เราไม่ได้จดทะเบียนกันค่ะอยู่กันมา10 ปี)จะเป็นจดหมายว่าเราจะไปเที่ยวกับเขาสามีคนไทยนะค่ะ(ดิฉันต้องเอาหนังสือเดินทางตัวจริงของสามีไปให้เขาดูหรือเปล่าค่ะ
    6.รายละเอีดยว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง พักโรงแรมอะไรแต่ยังไม่ได้จองนะค่ะ (ต้องรอว่าดิฉันจะขอวีซ่าผ่านหรือเปล่า) จะไปปลายตุลาคมกลับวันที่14 พ.ย 2555
    7.หนังสือเดินทางดิฉันเอาเล่มเก่าไปให้เขาดูทั้งหมดเลยหรือเปล่าค่ะ

    ดิฉันต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมอะไรอีกมั้ยค่ะ
    ขอบคุณมาก
    k

    • govisa  On June 5, 2012 at 10:25 pm

      คุณ K คะ พี่ไม่ทราบว่า คุณ K ถูกปฏิเสธมานานกี่เดือน หรือ กี่ปีแล้ว และด้วยเหตุผลอะไร อย่างไรก็ตาม เท่าที่คุณ K เขียนมาดูเหมือนว่า สามีคนแรกของคุณ K จะเป็นชาวต่างชาติ หากเป็นเพราะเหตุผลที่ทางสถานทูตมีบันทึกไว้ว่า คุณ K ควรขอวีซ่าประเภท K-1 เพราะคุณ K สมรสกับชาอเมริกัน ครั้งนี้คุณ K ควรจะมีทะเบียนหย่าไปแสดงด้วยค่ะ หากฐานะการเงินของคุณ K ดีพอที่จะแสดงว่า คุณ K มีฐานะที่ไม่ลำบากที่จะไปท่องเที่ยวนานประมาณ 14 วัน ก็ไม่จำเป็นต้องมีจดหมายเชิญมาจากอาจารย์ค่ะ สำหรับคำตอบของคำถามคุณ K เท่าที่พี่พอจะช่วยแนะนำให้ได้นะคะ

      1.คุณ K สามารถกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่อีกครั้งได้และ print ใบยืนยันหมายเลข DS-160 ใบใหม่ที่แก้ไขแล้วไปแสดงพร้อมหมายเลข DS-160 ใบเก่าที่ใช้ในการนัดวันสัมภาษณ์ค่ะ
      2.หลักฐานทางการเงินก็ดูมั่นคงดีอยู่นะคะสำหรับการเดินทางประมาณ 14 วันค่ะ
      3.คุณ K จะนำหลักฐานทั้งหมดที่แจ้งมาไปแสดงด้วยก็ได้ค่ะ แต่กงสุลจะให้น้ำหนักกับเงินหกแสนที่มีอยู่ในธนาคารค่อนข้างมากกว่า เพราะมีสภาพคล่องสูงกว่าหลักฐานประเภทอื่นๆค่ะ
      4.ถ้าหมายถึงจดหมายรับรองการทำงานจากบริษัทถูกต้องค่ะ
      5.ที่แจ้งมาทั้งหมดเกี่ยวกับสามีใหม่ใช้ได้ค่ะ และหากทำได้มีจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของสามีใหม่ว่าจะ support คุณ K ไปแสดงด้วยก็ดีค่ะ หากกงสุลสงสัยเรื่องการไม่ได้จดทะเบียนสมรส คุณ K มีรูปถ่ายคู่หรือรูปถ่ายงานเลี้ยงฉลองการอยู่ด้วยกันกับสามีใหม่จะเป็นในหมู่ญาติหรือเพื่อนฝูงไปแสดงให้กงสุลดูประกอบว่าคุณ K แต่งงานกับสามีใหม่แล้วก็ดีค่ะ
      6.ควรมีรายละเอียดการเดินทางและท่องเที่ยวตามที่คุณ K แจ้งมาถูกต้องค่ะ
      7.นำหนังสือเดินทางไปทั้งหมดก็ได้ค่ะ เพื่อแสดงว่า เคยไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างในต่างประเทศค่ะ
      โชคดีค่ะ

      • K  On June 11, 2012 at 12:13 am

        พี่ govisa ค่ะขอบคุณมากค่ะที่ตอบให้ค่ะ วีซ่าของkถูกปฎิเสธมา11ปีแล้วค่ะและตอนนั้นที่ขอคือสามีเก่าเป็นคนไทยไปทำงานที่อเมริกาค่ะแต่ตอนนั้นเราหย่ากันแล้วแต่เขาต้องการให้kพาลูกๆๆไปเที่ยวกันแต่ขณะนั้นลูกๆๆก็อายุ6กับ7ขวบค่ะช่วงเด็กปิดเทอมพอดีค่ะและหลักฐานอะไรหลายอย่างก็น่าจะถูกปฎเสธค่ะตอนนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกปฎิเสธ แต่พอkได้มาอ่านพี่ตอบปัญหาของแต่ล่ะคนเลยเข้าใจค่ะคิดว่าทางสถานฑูตไม่ให้ก็คงคิดว่าเราจะไม่กลับแน่นอน แต่ขอไปครั้งนั้นก็ไม่ได้มีจุดประสงค์ว่าจะไม่กลับนะค่ะแต่ด้วยเหุตผลหลาย ก็เลยถูกปฎิเสธแต่สามีเก่าก็ไปอยู่ได้แปดเดือนก็กลับมาแล้วค่ะ
        ข้อ4 คือk มีบริษัทเป็นของตัวเองค่ะทำเกี่ยวกับเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเป็นบริษัทเล็กๆๆค่ะเอกสารต้องมีอะไรบ้างค่ะ และต้องทำจดหมายไม่เข้าใจค่ะ อันนี้ คือkทำคนเดียวค่ะลักษณะงานคือลูกค้าสั่งทำตามใบสั่งซื้อค่ะ

        ข้อ5 ค่าใช้จ่ายในการเดินสามีกรอกว่าช่วยกันทั้งสองคน อย่างนี้ต้องเอาจดหมายรับรองฐานการเงินของสามีด้วยใช้มั้ยค่ะหรือไม่ต้องค่ะ
        ข้อ7 คือหนังสือเดินทางเล่มเก่านานเป็น”นาง”ค่ะ แต่เล่มใหม่เปลี่ยนเป็น”นางสาว” มีหนังสือรับรองจากทางราชการเป็นภาษาไทยอันนี้k ต้องแปลงเป็นภาษาอังกฤษหรือเปล่าค่ะแต่ถ้าจะต้องแปลงต้องเป็นทางการหรือแปลกันเองค่ะ.
        ข้อ8สามีกรอกไปว่าจำวันเกิดคุณพ่อไม่ได้อันนี้จะมีผลหรือเปล่าค่ะ
        ข้อ9ต้องเอาเอกสารการหย่ากับสามีเก่าไปด้วยหรือเปล่าค่ะ kมีลูกสาวสองคนค่ะkเป็นผู้ปกครองลูกๆก็อยู่กับkค่ะตอนนี้ลูกสาวเรียนอยู่ม.5ม.6ค่ะ
        ขอขอบพระคุณมากค่ะ

      • govisa  On June 11, 2012 at 10:30 am

        คุณ K คะ พอเข้่าใจที่คุณ K ถูกปฏิเสธวีซ่าในครั้งแรกที่ไปขอค่ะ ขอตอบคำถามเลยนะคะ
        4.พี่ไม่ทราบว่าคุณ K เป็นเจ้าของธุรกิจ คิดว่า เป็นพนักงานของบริษัท จึงให้ทำจดหมายรับรองเงินเดือนและตำแหน่งงานจากบริษัทค่ะ หากเป็นเจ้าของ ให้นำใบจดทะเบียนการค้าไปด้วยเผื่อต้องแสดงให้ท่่านกงสุลดูค่ะ
        5.ใช่ค่ะ
        7.ควรแปลไปด้วยค่ะจะแปลเองก็ได้ และนำไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์อยู่ในกรมกงสุล ที่ไปทำหนังสือเดินทางค่ะ
        8.ไม่มีปัญหาค่ะ
        9.ต้องนำหลักฐานการหย่าไปด้วย และมีรูปถ่ายการแต่งงานกับสามีใหม่ไปประกอบด้วยหากไม่ได้จดทะเบียนสมรสค่ะ ควรมีสำเนาหนังสือเดินทางของสามีใหม่และวีซ่าเข้าอเมริกาของสามีใหม่ติดไปด้วยค่ะ กงสุลจะได้เข้าใจว่าทำไมสามีใหม่จึงมาเป็น sponsor ร่วมค่ะ

      • k  On January 26, 2015 at 9:07 pm

        สวัสดีค่ะคุณ govisa k.เคยเข้ามาถามเรื่องขอวีซ่าของตัวดิฉันเองครั้งก่อนปี 2012 แต่ตอนนี้จะเรียนถามเรื่องจะขอวีซ่าให้ลูกสาว 1)ตอนนี้ลูกสาวอายุ18 กับ19 ปี เรียนอยู่มหาลัยปีหนึ่ง คือจะขอวีซ่าท่องเที่ยวเพื่อไปเที่ยว เยี่ยมสามีและไปดูมหาลัยเพื่อจะไปต่อโทที่นั่น ขอไป 1 เดือน (เมื่อก่อนลูกสาวเคยขอวีซ่าเมื่อ12-13ปีที่แล้ว และถูกปฎิเสธ แต่ลูกสาวลืมกรอกและต้องเข้าไปแก้หรือป่าวคะเพราะจ่ายตังไปแล้วแต่ยังไม่นัดสัมภาษณ์ 2)หลานสาวจบป.โทและมีงานทำแล้ว แต่ขอเพื่อไปท่องเที่ยวขอไป 15 วัน แต่หลานเคยไปเที่ยวที่อิสลาเอลมา 15วัน เมื่อเดือนพฤศจิกา 2557 กรณีของหลานจะขอยากไหม?(เพราะไปเที่ยวทางตะวันออกกลาง 3)ตัวดิฉันได้วีซ่ามา10ปี เคยเดินทางไปอเมริกามาแล้ว ในกรณีนี้ลูกสาวไปขอวีซ่าตัวดิฉันต้องไปด้วยหรือเปล่าค่ะและถ้าไม่ต้องไปด้วยต้องเตรียมเอกสารของดิฉันมีอะไรบ้าง ดิฉันมีบริษัทของตัวเอง ดิฉันหย่ากับสามีเก่าและเป็นผู้ปกครองเด็ก และมีสามีใหม่ คนไทยแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ตอนนี้เรียนดร.อยู่ที่อเมริกา ต้องมีเอกสารอะไรเกี่ยวกับสามีใหม่มั้ยค่ะ 4) มีจดหมายรับรองจากมหาวิทยาลัยทั้ง4 คนร่วมดิฉันด้วย ที่สามีเรียนอยู่ค่ะ 5)วันไปสัมภาษณ์หลานสาวและลูกสาวต้องเข้าสัมภาษณ์ด้วยกันได้มั้ย แต่คนละนามสกุลและไม่ได้อยู่ทะเบียนบ้านเดียวกันแต่นามสกุลเดียวกันกับดิฉันค่ะ

        รบกวนคุณgovisa ช่วยตอบด่วนด้วยค่ะ
        ขอบพระคุณอย่างสูง

      • govisa  On January 26, 2015 at 9:58 pm

        คุณ K คะ ลูกสาวอายุ 18 ปีแล้วที่อเมริกาเค้าถือว่าโตแล้วคุณแม่ไม่ต้องเข้าไปด้วยค่ะ คุณแม่ควรจะถ่ายเอกสารหนังสือเดินทางคุณแม่ หน้าวีซ่าเข้าอเมริกาของคุณแม่ให้ลูกสาวไปด้วยค่ะ ส่วนลูกสาวควรจะขอจดหมายรับรองความเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่เรียนปี1และขอ transcript แนบไปด้วยกงสุลจะได้ทราบว่าปัจจุบันลูกสาวเรียนชั้นปีอะไรอยู่มหาวิทยาลัยอะไรในไทยค่ะ
        ส่วนการที่ลืมแจ้งว่าเคยถูกปฏิเสธวีซ่าสามารถแก้ไขได้ด้วยการกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่ค่ะ และในวันสัมภาษณ์ให้นำ DS-160 Confirmation Number ทั้งเก่าและใหม่ไปด้วยค่ะ

        กรณีหลานสาวเคยไปเที่ยวอิสราเอลไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุมัติวีซ่าหรือไม่ค่ะ ตามหลักการของประเทศสหรัฐฯ สหรัฐเค้าเป็นประเทศที่ไม่ได้แบ่งแยกสีผิว เชื้อชาติ สัญชาติ เค้าปฏิบัติต่อคนทุกชาติเท่าเทียมกันค่ะ

        ขอให้คุณเตรียมตัวลูกสาวและหลานสาวให้ดีว่า จะตอบกงสุลว่าแผนการเดินทางครั้งนี้คืออะไร วางแผนจะไปเมืองอะไรบ้าง หรือจะไปแวะชมมหาวิทยายาลัยชื่ออะไรค่ะ ใครเป็นสปอนเซอร์ จะไปพักที่ไหน อยู่นานเท่าไร ของหลานสาวก็ต้องมีจดหมายรับรองการทำงานและเงินเดือนไปด้วยค่ะ

        กรณีเอกสารของสามีใหม่หากคุณ K ต้องการชี้แจงความสัมพันธ์กับสามีใหม่เพื่อเป็นเอกสารประกอบให้ลูกสาวและหลานสาวนำติดตัวไปด้วยในวันสัมภาษณ์ พี่คิดว่า หลักฐานรูปถ่ายคู่ที่ใช้ชีวิตกันตอนคุณทั้งสองอยู่ที่เมืองไทย และแสกนจดหมายตอบรับของสถานศึกษาที่สามีใหม่เรียนอยู่แนบไปด้วยพร้อมทั้งสามีใหม่อาจจะเขียนจดหมายเชิญคุณ K ให้คุณ K ลูกสาวและหลานสาวไปพักที่ที่พักของสามีคุณ K ด้วยก็ยิ่งดีค่ะ

        หลานสาวกับลูกสาวคงไม่ได้เข้าไปสัมภาษณ์พร้อมกันเพราะคนละคุณพ่อคุณแม่และไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันค่ะ แต่มีสิทธิ์ที่จะเข้าแถวเดียวกันหรือยืนใกล้ๆกันได้ เพียงแต่สัมภาษณ์คนละทีค่ะ

      • K  On June 22, 2012 at 10:35 pm

        สวัสดีค่ะคุณgovisa. Kไปสัมภาษณ์มาแล้วค่ะ ผ่านแล้วค่ะได้10ปีค่ะได้กงสุลหล่อมากสัมภาษณ์
        ต้องขอขอบคุณคุณgovisa. มากๆที่ให้คำแนะนำที่ดี.

      • govisa  On June 23, 2012 at 9:38 am

        ยินดีด้วยค่ะคุณ K กรณีของคุณ K ก็คงจะเป็นกำลังใจที่ดีให้คนที่เคยถูกปฏิเสธวีซ่ากันมาแล้วยังมีกำลังใจเพิ่มขึ้นได้ว่า ถ้ามีการเตรียมหาเอกสารเพิ่มที่ดี และมีเหตุผลที่จะโน้มน้าวให้ท่านกงสุลเห็นว่า เรามีเหตุผลที่จะเดินทางไปทำภารกิจนั้นๆจริงๆก็จะทำให้เราได้รับวีซ่าผ่านได้ไม่ยากค่ะ เสียดายที่คุณ K ไม่ได้เล่ามาว่า กงสุลท่านถามคำถามอะไรที่พาดพิงไปถึงการถูกปฏิเสธวีซ่าครั้งก่อนไหมคะ ถ้าแวะเข้ามาอ่านบล็อกนี้อีกนะคะ พี่จะขอขอบคุณคุณ k มากๆค่ะ ถ้าคุณ K จะกรุณาเขียนมาแชร์ประสบการณืในวันสัมภาษณ์ให้ผู้ถูกปฏิเสธท่านอื่นๆมีกำลังใจและความกล้าหาญที่จะกลับเข้าไปยื่นขอวีซ่าอีกครั้งค่ะ ขอบคุณอีกครั้งที่บอกมาว่าได้วีซ่าแล้วค่ะ ขอให้เที่ยวอเมริกาให้สนุกนะคะ

  • paula  On June 6, 2012 at 3:21 am

    สวัสดีค่ะ เพิ่งสมัครวีซ่าอเมริกาครั้งแรกค่ะ และได้confirmedนัดสัมภาษณ์วันที่ 6 ก.ค. 55 เรียบร้อยแล้ว เพิ่งมาอ่านกระทู้ของหลายๆท่าน ทำให้ทราบว่าตัวเองใส่ข้อมูลพลาดไปคือ ใส่ชือ ที่อยุ่ เบอร์ติดต่อของเพื่อนที่เป็นคนอเมริกันที่อยู่อลาสก้าค่ะ แต่ว่าไม่ได้เดินทางคนเดียวน่ะค่ะมีหลานชายไปด้วย 1 คนค่ะ ขอให้ข้อมูลเบื้องต้นน่ะค่ะ ดิฉันเดินทางไปต่างประเทศเกือบทุกปี จะมีทั้งญี่ปุ่น 2 ครั้ง เกาหลี จีน ฮองกง มาเก๊า มาเลเซีย อียิปต์ และเพิ่งได้เช้งเกนประเทศเชคมาค่ะ มีคำถามค่ะ (กังวลมากเพราะอ่านหลายท่านบอกว่าไม่ควรรุ้จักใครในอเมริกา)และใน book bank มีไม่ถึง 6 หลักค่ะ แต่มีใบรับรองงานซึ่งทำงานที่นี่มา8 ปีแล้วค่ะ จะมั่นคงพอไหมค่ะ
    1) จำเป็นไหมที่ต้องขอจดหมายรับรอง(เชิญ)จากเพื่อนต่างชาติคนนี้ (ในใบสมัครเขียนว่าไปพักกับเขาค่ะ แต่ออกค่าใช้จ่ายเอง)หรือว่าไม่ต้องก็ได้ค่ะ
    2) จะเดินทางช่วงสงกรานต์ปี 56 ไม่ทราบว่านัดสัมภาษณ์เร็วไปหรือไม่ ควรเลื่อนนัดเป็น สิงหาหรือไม่ค่ะ เพราะในใบรับนัดสามารถเปลียนแปลงได้ถึงวันที่ 26 ส.ค. 55 ค่ะ
    รบกวนช่วยตอบด้วยน่ะค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On June 6, 2012 at 5:49 am

      น้อง Paula คะ การใส่ชื่อคนรู้จักที่เป็นคนอเมริกัน เพราะเป็นเพื่อนและเป็นข้อมูลที่ในแบบฟอร์มสอบถามถามมาก็มีเหตุผลอยู่ค่ะ หากน้องตอบคำถามท่านกงสุลได้ดีว่าเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่ได้ต้องการไปอยู่ที่อเมริกา น้องเองก็เคยเดินทางไปหลายแห่งแล้วกลับประเทศไทยทุกครั้งที่เสร็จสิ้นการเดินทางก็ไม่น่าจะมีปัญหานะคะ สิ่งที่พี่เห็นว่า อาจจะเป็นจุดอ่อนของน้อง คือ เงินในบัญชีธนาคารที่เป็นเลขหลักหมื่น พี่คิดว่าน้อยเกินไป ควรมีเป็นเลขหลักแสน หลานชายที่ไปด้วยมีวีซ่าเข้าอเมริกาหรือยังคะ ถ้ามีแล้วให้ถ่ายสำเนาเอกสารแนบไปด้วยว่า จะไปเที่ยวกับหลานชายท่านนี้ และควรมีหลักฐานเชื่อมโยงหรืออธิบายได้ว่า เป็นหลานชายทางใด เช่น เป็นลูกของพี่ชายหรือพี่สาว อาจจะดูจากทะเบียนบ้านของหลานชายที่ระบุว่า พ่อแม่เขาชื่ออะไร ซึ่งจะเชื่อมโยงไปได้ว่า พ่อแม่ของพ่อหลาน หรือแม่หลานเป็นชื่อพ่อแม่เดียวกันกับน้อง Paula ค่ะ
      คำถามที่หนึ่งที่ถามมา ควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีจดหมายเชิญ เพราะเงินในบัญชีธนาคารของน้องมีน้อยเกินที่จะทำให้กงสุลมั่นใจว่าจะมีพอที่จะไปเที่ยวในอเมริกาค่ะ
      คำถามที่สอง เรื่องการขอวีซ่าตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อไปเที่ยวสงกรานต์ปีหน้า ถ้าน้องจะให้เหตุผลว่า การขอนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าช่วงต้นปีเกรงว่าจะไม่ค่อยมีคิวนัดสัมภาษณ์สำหรับ B-2 มากนักก็มีเหตุผลอยู่ เพราะนักศึกษาที่ขอวีซ่าไป Work and Travel ช่วงนั้นมีมากค่ะ แต่พี่อยากให้เลื่อนวันนัดออกไป เพื่อเตรียมเอกสารวีซ่าให้พร้อมกว่านี้ เป็นต้นว่า จดหมายเชิญไปพักอย่างอย่างเดียว ไม่ต้องให้ทางเพื่อนออกค่าเที่ยวให้ก็ได้มั๊งคะ เพราะการเตรียมอย่างหลังด้วยจะยุ่งยากสำหรับเพื่อนพอสมควรค่ะ กล่าวคือ เพื่อนคงต้องแสดงฐานะทางการเงิน การเสียภาษี แหล่งที่มาของรายได้ พี่อยากให้น้องลองทบทวนดูว่า จะให้พี่แท้ๆของน้องหรือพ่อแม่ช่วยเป็น sponsor ร่วมกับน้องด้วยจะดีกว่าไหมนะคะ

      • paula  On June 6, 2012 at 1:52 pm

        ขอบคุณค่ะพี่govisa สำหรับเรื่องหลานชาย มีทะเบียนด้วยอยู่ในเล่มเดียวกันค่ะ ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องนี้ ส่วนจดหมายเชิญจะบอกให้เพื่อนช่วยทำให้สำหรับพักค้างแรมอย่างเดียวค่ะ จะได้ไม่ยุ่งยากค่ะ เกรงใจเขาเหมือนกัน สำหรับเรื่องเงินคาดว่าคงต้องที่บ้านเป็น sponsor ให้แน่นอนค่ะ 🙂 ได้ฟังคำตอบแล้วอุ่นใจค่ะ จะได้เตรียมเอกสารให้พร้อมกว่านี้ ขอบคุณอีกครั้งน่ะค่ะ

      • govisa  On June 6, 2012 at 9:29 pm

        ด้วยความยินดีค่ะน้อง Paula

      • Paula  On July 20, 2012 at 10:21 pm

        ไปทำวีซ่าที่สถานทูตอเมริกามาแล้วค่ะเมื่อวันที่18 ก.ค. 55 ดีใจมากที่ผ่านค่ะ วันนี้กลับบ้านเห็นซองสีเหลืองรีบเปิดดูทันที อยากกรี๊ดดังๆไม่ใช่ดีใจอะไรน่ะค่ะแต่เป็นเพราะว่าทำไมได้แค่1ปี เราทำพลาดอะไรไป ตอนนี้ทราบจุดบกพร่องแล้วค่ะเลยรีบมาบอกเพื่อนๆที่กำลังจะไปสัมภาษ์น่ะค่ะ คือว่า
        1 ถ้าเพื่อนๆลงว่ามีเพื่อนชาวต่างชาติไปแล้ว ตอนสัมภาษณ์อย่าบอกว่ารู้จักทางอินเตอร์เน็ตน่ะค่ะ ให้บอกว่าเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทีค่ะ (บางครั้งบอกความจริงไปก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ)
        2 อย่างที่คุณ govisa แนะนำควรมีเงินในบัญชีมากๆค่ะ จะเป็นbook ประจำ,ออมทรัพย์ มีกี่เล่มเอาไปเผื่อให้หมดค่ะ เพราะบางครั้งเขาก็ขอดูค่ะ
        ขอให้ทุกท่านโชคดีได้ 10 ปีกันน่ะค่ะ (ที่เสียใจเพราะทำวีซ่าที่นี่ขั้นตอนเยอะมากๆๆแถมต้องคอย 3 ชั่วโมงครึ่งถึงจะได้สัมภาษณ์อีก ไม่เหมือน ยุโรปหรือเอเซีย รวดเร็วแถมค่าใช้จ่ายถูกกว่ามากๆๆค่ะ

      • govisa  On July 21, 2012 at 1:25 am

        น้อง Paula คะ ยินดีด้วยนะคะที่น้องผ่านการสัมภาษณ์และได้รับวีซ่าแล้วค่ะ ถ้าได้มีโอกาสเข้าไปเที่ยวในข่วงหนึ่งปีข้างหน้าและกลับมาประเทศไทยหลังจากเที่ยวเสร็จ น้องก็จะมีประวัติว่าเคยเข้าไปเที่ยวและปฏิบัติตนถูกต้องตามกฎหมายอเมริกัน เมื่อจะเข้าไปเที่ยวครั้งต่อๆไปอีกที่ประเทศสหรัฐฯและจะต้องขอวีซ่านักท่องเที่ยวใหม่อีกครั้ง พี่คิดว่าน้องคงจะได้วีซ่าที่มีอายุนาน 10 ปีค่ะ
        อนึ่ง พี่ไม่ทราบว่า น้องถูกถามอะไรบ้าง แต่สันนิษฐานจากที่น้องเขียนมา น้องคงจะถูกถามว่า รู้จักเพื่อนฝรั่งคนนั้นได้อย่างไร การที่น้องตอบว่า รู้จักกันผ่านอินเทอร์เน็ตก็อาจจะคล้ายกับบางท่านที่เคยเขียนมาถาม พี่คิดว่า กงสุลท่านก็สมัยใหม่พอที่จะยอมรับความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนในลักษณะใหม่เช่นที่น้องกล่าวมาค่ะ กงสุลท่านก็ให้โอกาสน้องพิสูจน์ความตั้งใจจริงว่า ไปเที่ยวแล้วจะกลับมาประเทศของตนด้วยการให้วีซ่าหนึ่งปีก่อน ถ้าผู้ยื่นขอวีซ่าปฏิบัติตนตามกฎ ครั้งต่อไปก็จะได้รับความไว้วางใจจากสถานทูตให้ได้วีซ่านานขึ้นค่ะ พี่เข้าใจความรู้สึกของน้องและเห็นใจกงสุลค่ะ เคยมีผู้ยื่นขอวีซ่าจำนวนหนึ่งที่เมื่อได้มีโอกาสเข้าสหรัฐฯแล้วและทำตนผิดระเบียบด้วยการหาทางพยายามอยู่ที่อเมริกาเลย อาจจะสร้างความรู้สึกไม่สบายใจใ้ห้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกงสุลตอนสอบสัมภาษณ์เพื่ออนุมัติวีซ่าด้วยเช่นกัน ดูแล้วงานสัมภาษณ์วีซ่าเป็นงานที่หนักจริงๆค่ะ คนที่ทำหน้าที่เป็นกงสุลเหล่านี้ก็ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการพิจารณาผู้ยื่นขอวีซ่าแต่ละท่านค่ะ เพราะเห็นหน้าและตอบคำถามกันคนละไม่นาน แต่ต้องใช้วิจารณญาณว่า ควรจะให้หรือไม่ให้วีซ่าค่ะ

    • k  On January 26, 2015 at 10:01 pm

      พึงเข้ามาเห็นวันนี้ค่ะ ขอโทษมากๆๆค่ะ เรื่องที่ถูกปฏิเสธวีซ่าเมื่อ11ปีก่อน ท่านกงสุลก็ถามดิฉัน ว่าทำไมคุณถึงถูกปฎิเสธท่านถามเรา ดิฉันก็ตอบว่าเอกสารหลักฐานต่าง และ การเงินของดิฉันไม่พอเพียงอันนี้ดิฉันผิดเอง ท่านถามแค่นี้ แล้วท่านก็ให้มา 10 ปี ดิฉันยังถามท่านว่า ดิฉันได้เหรอค่ะ ท่านบอกทำไมจะไม่ได้ล่ะ!!!! ท่านกงสุลท่านนี้หล่อมาก วันนั้นสัมภาษณ์คนแรกด้วยค่ะ ถ้าได้มารู้จักคุณgovisa ตั้งแต่11ปีที่แล้วคงจะไม่ถูกปฎิเสธ เพราะเราไม่รู้อะไรจริงๆไม่มีที่ศึกษาข้อมูลและเราเองก็ไปขอแบบไม่รู้เรื่องจริงๆก็สมคารถูกปฎิเสธ
      ค่ะ

      ดิฉันขอโทษคุณgovisa มากๆๆค่ะ สองปีนะคะนี้ พึงเข้าอ่านวันนี้

      • govisa  On January 29, 2015 at 9:00 pm

        คุณ K ได้วีซ่ามาก็ถือว่าโชคดีแล้วค่ะ คราวนี้ก็คงจะมีประสบการณ์ในการเตรียมเอกสารให้ทั้งลูกสาวและหลานสาวได้ ขอให้ลูกสาวและหลานสาวโชคดีเหมือนคุณ K ค่ะ

  • เพลิน เพลิน  On June 8, 2012 at 12:41 pm

    สอบถามหน่อยค่ะ
    1.พอดีกรอกds160 และ submit เรียบร้อย พอมาตรวจพบว่าใส่ข้อมูลใน additional point of contact information ผิด จำเป็นต้องกรอก ds 160 ใหม่รึเปล่าคะ
    2.ยังไม่ได้นัดวันสัมภาษณ์ค่ะ เลยอยากจะทราบว่า ถ้าต้องกรอกฟอร์มใหม่แล้วจะต้องใช้ confirmation number อันไหนในการยื่นขอวีซ่าคะ กลุ้มใจจัง

    • govisa  On June 9, 2012 at 9:41 pm

      น้องเพลินเพลินคะ ถ้ายังไม่ได้จองวันนัดสัมภาษณ์ กรอก DS-160 ใหม่ก็ได้ค่ะ และที่จริงคำถามที่ถามมาว่าจะใช้หมายเลขไหนในการนัดสัมภาษณ์ คำตอบคือ ถ้าน้องใช้หมายเลขใหม่นัดสัมภาษณ์ได้ก็ใช้หมายเลข DS-160 ใหม่ไปค่ะ แต่ถ้าบังเอิญได้ใช้หมายเก่าเข้าไปกรอกตอนเตรียมจะนัดวันสัมภาษณ์ และจ่่ายเงินค่าทำนัดวันสัมภาษณ์ด้วยบัตรเครดิตไปแล้ว และเข้าไปแก้ไขหมายเลข DS-160 ไม่ได้ ให้น้องนำหมายเลข DS-160 ทั้งใบใหม่และไปเก่าไปด้วยในวันสอบสัมภาษณ์ และถ้าน้องแก้ไขหมายเลข DS-160 ในการจองวันนัดได้ก็ให้เลือกใช้หมายเลข Ds-160 ใหม่ไปค่ะ

  • C  On June 11, 2012 at 3:07 pm

    อยากสอบถามว่าข้อมูลที่กรอกใน DS-160 หัวข้อ U.S.contact หนูระบุชื่อมหาวิทยาลัยและที่อยู่ที่จะไปเรียนต่อโท โดย submit ไปแล้ว แต่ข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยส่ง I-20มาให้เค้าระบุชื่อเจ้าหน้าที่ของ International Student Services กับที่อยู่ซึ่งไม่ตรงกับที่กรอกไป แบบนี้จะต้องกรอก DS-160 ใหม่หรือเปล่าค่ะ และอีกคำถามหนึ่งคือเคยขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาตอนเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น แล้วเค้าบอกว่าให้กลับมาขอที่เมืองไทย แบบนี้เรียกว่าถูกปฏิเสธวีซ่าหรือเปล่าคะ แล้วถ้าไม่ได้กรอกไปว่าเคยถูกปฏิเสธ เค้าจะเช็คได้หรือเปล่าคะ

    • govisa  On June 11, 2012 at 8:06 pm

      น้อง C คะ แสดงว่า น้องกรอก DS-160 ก่อนได้รับ I-20 ทำให้น้องไม่ทราบว่า ชื่อเจ้าหน้าที่ International Student Services คือชื่ออะไร และที่อยู่มหาวิทยาลัยที่บอกว่าไม่เหมือนกัน อาจเป็นไปได้ค่ะ พี่ไม่ทราบว่า น้องนำที่อยู่ของมหาวิทยาลัยมาจากส่วนไหนของเว็บไซต์ หรือนำมาจากการโต้ตอบทางอีเมล์ เช่น นำมาจากที่อยู่ของคณะที่จะไปเรียน หรือนำมาจากบางหน่วยงานที่อยู่บนเว็บไซต์ เป็นไปได้ไหมว่า ใน I-20 ใช้ที่อยู่ของ International Student Office ค่ะ

      ส่วนการขอวีซ่าตอนไปเรียนที่ญี่ปุ่นเพื่อไปเที่ยวสหรัฐฯที่จริงก็ทำได้นะคะ เหมือนนักเรียนที่ไปเรียนที่สหรัฐฯจะขอวีซ่าเข้าญี่ปุ่นเพื่อท่องเที่ยว โดยนักเรียนขอวีซ่าจากสภานทูตประเทศนั้นๆในประเทศสหรัฐฯก็ทำได้เช่นกันค่ะ พี่ไม่แน่ใจว่า เขามีเหตุผลอื่นหรือเปล่าที่บอกให้น้องกลับมายื่นที่ประเทศไทยค่ะ น้องมีเอกสารไม่ครบหรือเปล่าคะ น้องเคยลองถามเพื่อนๆหรือมีเพื่อนๆที่เรียนอยู่ในประเทศญี่ปุ่นและต้องการขอวีซ่าไปเที่ยวในประเทศสหรัฐฯไหมคะ ผลลัพธ์ในการขอวีซ่าเป็นอย่างไรคะ

      อย่างไรก็ตามให้น้องสำรวจหนังสือเดินทางเล่มที่เคยไปเรียนญี่ปุ่นและขอวีซ่าจะเข้าสหรัฐฯ มีรอยถูกประทับตราจากสถานทูตพร้อมวันที่หรือเปล่าคะ ถ้ามีก็แปลว่า น้องถูกปฏิเสธวีซ่า พี่แนะนำให้น้องกรอก DS-160 ใหม่ แก้ไขเรื่อง US Contact ให้เรียบร้อยไปเลย เพราะไหนๆก็ต้องกรอกฟอร์มใหม่แล้วนะคะ และตรงที่เคยขอวีซ่าไหม ให้แจ้งความจริงไปว่าเคยขอวีซ่า ยิ่งถ้ามีการประทับตราวันที่ที่ยื่นขอวีซ่า และบอกให้กลับไปขอที่ประเทศของตน ยิ่งต้องใส่ไปเลยว่า น้องเคยถูกปฏิเสธวีซ่าแล้วค่ะ

  • C  On June 12, 2012 at 7:56 pm

    ลองเช็คในหนังสือเดินทางแล้ว ไม่มีรอยประทับตราจากสถานฑูตเลยค่ะ จำได้ว่าได้กระดาษมาใบหนึ่งแต่จำเนื้อหาในนั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่มีรอยประทับตรา ก็น่าจะไม่เคยถูกปฎิเสธวีซ่า..พอดี ตอนที่ไปขอวีซ่าตอนนั้นใกล้จะกลับเมืองไทยแล้ว แต่ไม่อยากบินไปบินมา เลยคิดว่าจะขอวีซ่าจากที่ญี่ปุ่น เพื่อเดินทางไปเที่ยวอเมริกาก่อนแล้วค่อยกลับเมืองไทยทีเดียว

    ส่วนเรื่องที่อยู่ที่กรอกใน DS-160 พอดีใช้ที่อยู่ของคณะที่เรียน จึงมิใช่ที่อยู่ของ International Student Services ที่ระบุมาใน I-20 เหตุผลที่ใช้ที่อยู่คณะที่เรียน เพราะเจ้าหน้าที่ที่ติดต่อ เค้าให้ข้อมูลใน I-20 มาแค่ SEVIS ID กับ SCHOOL CODE เพื่อให้ไปทำนัดก่อน ส่วนตัวจริงส่งตามมาทีหลังเพราะเค้ากลัวว่าจะทำวีซ่าไม่ทัน หนูก็เลยใส่ US Contact เป็นชื่อมหาวิทยาลัย กับที่อยู่มหาวิทยาลัยไป แล้วอย่างนี้ต้องกรอกที่อยู่ใน DS-160 ใหม่ เป็นที่อยู่ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้ตรงกับใน I-20 หรือเปล่าค่ะ หรือหนูจะใช้ที่อยู่คณะที่เรียนได้หรือเปล่าคะ

    • govisa  On June 12, 2012 at 9:27 pm

      น้อง C คะ ไม่ต้องกรอฟอร์ม DS-160 ใหม่ print อีเมล์ที่ทางมหาวิทยาลัยส่งมาให้น้องเป็นหลักฐาน อีเมล์ฉบับที่บอกให้น้องนำ SEVIS ID กับ School Code ไปทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ก่อนที่ I-20 ตัวจริงจะถูกส่งมาถึงน้องที่เมืองไทย ถ้าทางสถานทูตถามให้นำอีเมล์ฉบับนั้นให้กงสุลดูนะคะ เพราะน้องไม่สามารถนำโทรศัพท์มือถือตลอดจนเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเข้าไปในบริเวณสถานทูตได้ พี่จึงแนะนำให้น้อง print อีเมล์ฉบับนั้นออกมาค่ะ ส่วนถ้ากงสุลท่านถามถึงเรื่องการขอวีซ่าที่ประเทศญี่่ปุ่น (อาจจะเป็นไปได้ที่ทางสานทูตสหรัฐฯในญี่ปุ่นเขียนคอมเม้นท์เก็บไว้ใน record ของน้อง) ส่วนใหญ่สถานทูตจะเก็บหลักฐานไว้ประมาณ 10 ปีเป็นอย่างน้อยค่ะ น้องก็ชี้แจงท่านไปเหมือนที่อธิบายมาให้พี่อ่าน คือ น้องกำลังจะกลับเมืองไทยเพราะเรียนจบแล้ว เพียงอยากแวะเที่ยวแอลเอ อาจจะเป็นดิสนีย์แลนด์หรืออะไรก็ว่าไปนะคะ แต่น้องเตรียมเอกสารไปยื่นไม่ครบ จึงได้รับคำแนะนำให้กลับมาขอที่ประเทศไทยค่ะ หรือเป็นทำนองว่า น้องกำลังจะกลับประเทศไทยอยู่แล้ว ทางสถานทูตเลยแนะนำให้กลับมาขอที่ประเทศไทยค่ะ อ่านดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการขอวีซ่าครั้งนี้นะคะ

  • C  On June 12, 2012 at 10:16 pm

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมตัวก่อนเข้าสัมภาษณ์นะคะ…ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย ส่วนคำชี้แจงท่านกงสุลที่พี่แนะนำมาทั้งสองกรณี ก็เป็นความจริงทั้งสองอย่างเลยค่ะ เพราะหนูก็อยากแวะเที่ยวก่อนกลับเมืองไทยด้วย และสถานฑูตญี่ปุ่นก็อาจเห็นว่าเอกสารยังไม่เพียงพอด้วย หนูก็จะเรียนท่านกงสุลไปตามความจริงทุกประการ และหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นและได้เดินทางไปเรียนต่อภายในกำหนดค่ะ..ขอบคุณอีกครั้งนะคะ 🙂

    • govisa  On June 12, 2012 at 11:33 pm

      ขอให้โชคดีนะคะน้อง C และน้อง C อย่าลืมเขียนมาแชร์ประสบการณ์กันบ้างนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าเช่นกันค่ะ

  • Pim  On June 16, 2012 at 12:12 am

    สวัสดีค่า จะรบกวนถามค่า คือตอนกรอก work/ educational/ training แล้วพอใส่ previous work แล้วหลังจากนั้น คลิก next มันข้ามไป security เลยค่ะ ไม่มีให้กรอก Have you attended any educational institutions other than elementary school? และคำถามอื่นๆเกี่ยวกับ Additional Work/Education/Training Information ไม่ทราบว่าทำอย่างไรได้บ้างคะ

    และเราจำเป็นต้องกรอกงานที่เคยทำให้ครบมั้ยคะ เขียนแค่งานล่าสุดที่เคยทำก่อนลาออกได้มั้ยคะ

    ขอบคุณมากค่า

    • govisa  On June 16, 2012 at 8:16 pm

      น้อง Pim คะ ขอโทษที่พี่ตอบน้องช้าไปค่ะ พี่อยากบอกว่า อย่ากังวลเลยค่ะ ถ้าน้องเข้าไปอ่านในกระทู้ที่หลายคนเคยเขียนมาถามพี่เกี่ยวกับคำถามข้อนี้ แสดงว่า ไม่ได้มีน้องคนเดียวที่พบปัญหานี้ มีหลายคนที่พบปัญหาแบบเดียวกันกับน้องค่ะ ให้น้องคิดว่าเรา ได้ทำตามระบบที่โปรแกรมทางสถานทูตเซ็ตไว้เป็นขั้นตอนแล้ว ไม่ควรจะมีปัญหา หากยังวิตกกังวอยู่ ให้เขียน resume ขึ้นมาคล้าย resume สมัครงานว่า เราเคยเรียนที่ไหนมาบ้างระหว่างปีค.ศ.อะไรถึงค.ศ.อะไร ได้คดีกรีเรียกว่าอะไร และเคยผ่านการทำงานที่ไหนมาบ้าง ชื่อที่ทำงาน ปี ค.ศ.ที่ทำและลาออก ตำแหน่งงาน และเงินเดือนสุดท้ายตอนทำงานที่นั่น ส่วนที่ที่เคยไปเที่ยว ก็ใส่ list ไปเลยว่า ปีไหนเคยไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง นำหนังสือเดินทางเล่มเก่าไปด้วยค่ะ ส่วนที่ถามว่า ใส่เที่ทำงานล่าสุดไปก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะน้องจะมี resume แนบไปพร้อม DS-160 Confirmation Number ในวันสัมภาษณ์ด้วยค่ะ

      • Pim  On June 16, 2012 at 9:56 pm

        เพิ่งได้ลองถามเพื่อนๆค่ะ หลายคนบอกว่า ไม่มีส่วนนี้ให้กรอกเหมือนกันค่ะ เลยจองวันสัมภาษณ์ไปแล้วค่า ที่พี่แนะนำว่าให้นำ resume ไปเป็น option ใช่มั้ยคะ
        ปกติไม่ต้องเตรียมไปใช่มั้ยคะ ขอบคุณมากนะคะ

  • Pim  On June 16, 2012 at 2:08 am

    ได้ลองเข้าไปเริ่มต้นกรอกอันใหม่แล้วก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมค่ะ ขอคำแนะนำด้วยนะคะ 🙂

  • Pim  On June 16, 2012 at 2:09 am

    เข้าไปเริ่มต้นกรอกอันใหม่แล้วก้ยังเป้นเหมือนเดิมค่า รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ 🙂

    • govisa  On June 16, 2012 at 8:16 pm

      ตอบแล้วนะคะ น้อง Pim และขอโทษอีกครั้งที่ตอบช้าค่ะ

  • topping  On June 16, 2012 at 2:17 am

    สวัสดีคะ มีปัญหาจะรบกวนถามคะ เนื่องจากตอนที่เข้าจองวันนัดสัมภาษณ์รีบกรอกข้อมูลเพื่อเอา confirmation number ไปจองวันสัมภาษณ์ แต่ตอนหลังต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใน DS160 เลยเข้าไปกรอกข้อมูลและได้ confirmation number ใหม่มา เราสามารถปริ้นใบเก่าและใบใหม่ไปในวันสัมภาษณ์ได้ และอธิบายเหตุผลที่เรามี 2 ใบ โดยเค้าจะเลือกเอาใบใหม่ที่สุดไปใช้ตอนสัมภาษณ์ และจะไม่มีผลต่อการสัมภาษ์ของเราใช่มั้ยคะ
    ถ้าไปในโครงการแลกเปลี่ยน และระบุว่าไปกับเพื่อนสองคน แต่เพื่อนลงข้อมูลวันเดินทางไม่ตรงกับเราคือเรากรอกว่าเดินทางวันที่ 5 แต่เพื่อนกรอกเดินทางวันที่ 3 จะมีปัญหาอะไรมั้ยคะ
    และสุดท้ายอยากถามประสบการณ์คนที่เคยไปสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่คะ ว่าได้ยากมั้ย

    • govisa  On June 16, 2012 at 8:25 pm

      น้อง Topping คะ ให้น้องนำ DS-160 Confirmation Number ไปทั้งหมายเลขเก่าและใหม่ค่ะ พี่คิดว่ากงสุลท่านรับฟังเหตุผลของน้องว่า เพราะเหตุใดจึงต้องมี Ds-160 มาสองหมายเลขค่ะ ส่วนวันเดินทางไม่เป็นไร ขึ้นอยู่กับวิธีการตอบคำถามอย่างมีมุขค่ะ น้องอาจอธิบายได้ว่า ตั๋วยังไม่ confirm เพราะช่วงเวลาดังกล่าว คือ กลางเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม ตั๋วเครื่องบินไปอเมริกาแน่นมากๆค่ะ (นี่เป็นเรื่องจริงค่ะ) ดังนั้นเราคาดว่าจะเป็น 3 แต่ agent ที่จองตั๋วทำไว้เป็น 2 วันคือ 3 กับ 5 ค่ะ

      ส่วนการสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ไม่น่าจะยากมากค่ะ พี่เคยอ่านจากผู้ที่โพสต์เข้ามาแชร์ประสบการณ์ที่นี่ และจากเว็บอื่นๆ เช่น พันธ์ทิพย์ค่ะ จำนวนคนเข้าไปนัดสอบสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่มีจำนวนน้อยกว่าที่กรุงเทพ บรรยากาศในห้องสัมภาษณ์และคำถามในการสัมภาษณ์มีความกดดันน้อยกว่าค่ะ

  • Pim  On June 16, 2012 at 10:04 pm

    เพิ่งถามเพื่อนๆดูค่ะ มีคนที่ไม่ได้กรอกส่วนนี้หลายคน เลยคิดว่าไม่น่าจะเป็นไรแล้วค่ะ
    ที่พี่แนะนำเรื่องให้นำ resume ไป คือไม่จำเป็น แต่เป็น option ใช่มั้ยคะ ขอบคุณมากค่า

    • govisa  On June 17, 2012 at 10:13 am

      ใช่ค่ะ น้อง Pim เป็น option อย่างที่น้องเข้าใจค่ะ เพราะพี่เข้าใจความรู้สึกวิตกกังวลกลัวและอื่นอีกมากมายจนกว่าจะสัมภาษณ์ผ่านและรู้ผลสัมภาษณ์ จึงจะกินได้นอนได้อย่างปกติเหมือนเดิม จึงเขียนมาให้กำลังใจว่า เรามีทางแก้ไขทางอื่น คือเขียนเป็น resume ไป ซึ่งก็มีบางคนเขามีอยู่แล้วและเขารู้สึกสบายใจที่จะเอาไปเพิ่มเพื่อให้ดูว่า เขามีการเตรียมตัวมาอย่างดีค่ะ อย่างไรก็ตาม พี่ขออวยพรให้น้องเป็นอีกคนหนึ่งที่โชคดีผ่านการสัมภาษณ์วีซ่าค่ะ ถ้ามีเวลาเขียนมาเล่าด้วยนะคะว่า กงสุลสัมภาษณ์อะไรบ้าง และผลสัมภาษณ์เป็นอย่างไรค่ะ

  • Pumz  On June 16, 2012 at 11:31 pm

    รบกวนสอบถามค่ะ ถ้าแฟนอยู่อเมริกาเป็นคนไทยมีกรีนคาร์ด เขียน จดหมายเชิญมาแล้วเขียนว่าเป็นผู้สปอนเซอร์เราทุกอย่าง จดหมายเค้าส่งมาให้แล้วแนบมามีใบเสียภาษีแต่ไม่มีใบรับรองรายได้ แบบนี้เพียงพอไหมคะ

    • govisa  On June 17, 2012 at 10:08 am

      น้อง Pumz คะ ถือว่า ยังยื่นหลักฐานไม่ครบค่ะ แฟนต้องมีจดหมายรับรองการทำงาน ถ้าแฟนเป็นลูกจ้าง ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจ มีใบรับรองที่มาของรายได้ ให้แฟนปรึกษาทนายความทางโน้นได้ค่ะ รวมทั้งมีจดหมายรับรองจากธนาคาร และสำเนาบัญชีเงินฝากธนาคาร และกรอกแบบฟอร์ม I-130 มาให้เรียบร้อยด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม แม้มีเอกสารครบ น้องก็ต้องเตรียมคำตอบทำนองว่า ถ้าเป็นแฟนกัน ทำไมไม่ให้แฟนทำเอกสารมาเพื่อขอ K-1 visa ไปซึ่งน้องก็ต้องหาเหตุผลดีๆมาสนับสนุนว่า ทำไมยังไม่พร้อมที่จะยื่น K-1 visa ค่ะ

  • Pumz  On June 17, 2012 at 10:27 am

    หนูไปเยี่ยมเค้า 10 วัน น่ะค่ะ ไม่ได้ไปอยู่เลย เรายังไม่ได้แต่งงานกัน ตั้งใจจะแต่งต้นปีหน้าค่ะ ก้อต้องเตรียมให้ครบตามที่บอกด้วยใช่ไหมคะ หนูทำงานเป็น sales and marketing ที่ กทม มา 5ปี แล้ว ไปเยี่ยมเดี๋ยวก้อกลับมาทำงานต่อค่ะ

    • govisa  On June 17, 2012 at 9:01 pm

      น้อง Pumz คะ การที่น้องให้แฟนเป็น sponsor ให้ทุกอย่างทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ จำเป็นต้องให้แฟนเตรียมเอกสารให้ครบ เพื่อแสดงถึงฐานะของแฟนว่า แฟนประกอบอาชีพอะไร มีรายรับประมาณเท่าไร เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้รัฐบาลอเมริกัน และที่สำคัญสามารถดูแลและรับผิดชอบน้องได้ตลอด 10 วันที่น้องจะไปพักอยู่ด้วยค่ะ และก็แน่นอนกงสุลคงถามถึงความสัมพันธ์ระหว่าน้องกับแฟน พร้อมทั้งมีคำถามอื่นๆที่อาจเกี่ยวข้องกับแผนการในอนาคตระหว่างน้องกับแฟนค่ะ อย่างไรก็ตาม ถ้าน้องทำงานมานาน 5 ปี มีเงินเก็บในบัญชีธนาคารจำนวนเป็นเลขหลักแสน เป็นต้นว่า ประมาณ 4-5 แสนบาท ถ้าไม่อยากรบกวนให้แฟนต้องเตรียมเอกสารมาก น้องน่าจะใช้จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของน้องเองได้ โดยไม่ต้องแสดงหลักฐานจากทางแฟน และจดหมายเชิญจากแฟนค่ะ น้องอาจจะแจ้งกงสุลว่า น้องจะเดินทางร่วมไปกับบริษัททัวร์ชื่อนี้ ระหว่างวันที่นี้ถึงวันที่นี้ ไปไหนกันบ้าง โดยน้องอาจจะนำโบร์ชัวร์ของบริษัททัวร์นั้นให้กงสุลดูได้ค่ะ น้องลองวิเคราะห์และตัดสินใจเองนะคะ

  • topping  On June 17, 2012 at 12:23 pm

    ขอบคุณพี่มากคะ ที่มาช่วยตอบคำถาม

    • govisa  On June 17, 2012 at 8:43 pm

      ยินดีให้ความช่วยเหลือน้องค่ะ น้อง Topping

  • topping  On June 18, 2012 at 4:21 pm

    ถ้าได้ทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนระยะสั้น (1เดือน) โดยมีหนังสือจากทางคณะออกให้ว่าช่วยออกค่าใช้จ่ายให้จำนวนหนึ่ง จำเป็นต้องใช้ statement ของผู้ปกครองมั้ยคะ

    • govisa  On June 18, 2012 at 7:06 pm

      น้อง Topping คะ การใช้จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ปกครองและแสดงบัญชีเงินฝากของผู้ปกครอง เป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่มีนัยยะบอกว่า น้องยังมีความผูกพันอยู่กับครอบครัว เศรษฐกิจ และสังคมไทยอยู่ค่ะ แม้จะไปแค่เดือนเดียว ทางทุนคงแสดงจดหมายรับรองการเงินว่ารับผิดชอบเพียงเดือนเดียวค่ะ แต่ถ้าน้องมีจดหมายรับรองจากทางบ้านด้วยอาจเป็นตัวช่วยให้จำนวนระยะเวลาที่จะได้รับวีซ่าให้อยู่ในประเทศสหรัฐฯมีระยะเวลาที่นานกว่าจดหมายจากคณะเพียงอย่างเดียวค่ะ

  • C  On June 21, 2012 at 9:51 am

    ได้วีซ่าเรียบร้อยแล้วค่ะ ท่านกงศุลใจดีมากเลย บรรยากาศการสัมภาษณ์ก็เลยสบายๆ ท่านไม่ถามถึงเรื่องที่ไปขอวีซ่าตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น ถามแต่ว่าจะไปเรียนอะไรที่อเมริกา ใครเป็นsponsorให้ แล้วหลังจากเรียนจบกลับมาจะทำอะไรต่อ ประมาณนี้ค่ะ..

    ขอบคุณสำหรับทุกๆคำแนะนำนะคะ

  • Fern  On June 21, 2012 at 1:35 pm

    พี่ค่ะ คือ หนูกรอกข้อมูลในDS160ให้ครอบครัวผิดค่ะ ทั้งเรื่องการสะกดชื่อและเรื่องกำหนดการเดินทาง ซึ่งหนูได้ทำการ submit ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำเรื่องขอนัดสัมภาษณ์
    1) ไม่ทราบว่าหนูสามารถกลับไปแก้ไขข้อมูลใหม่ได้ไหมค่ะ แล้วถ้าหนูต้องการเลื่อนกำหนดวันเดินทางให้เร็วขึ้น จากวันที่1ตุลาคม2012นี้ มาเป็นช่วงเดือนสิงหาคม 2012 ไม่ทราบว่าจะได้ไหมค่ะ
    2) จริงหรือเปล่าค่ะ ที่คนที่เกษียณอายุราชการแล้วมีโอกาสจะไม่ผ่านการสัมภาษณ์สูง คือ คุณแม่ของหนูจะเกษียณในเดือนกันยายน 2012 นี้ค่ะ

    • govisa  On June 21, 2012 at 8:52 pm

      น้อง Fern คะ
      1. ถ้าน้องยังไม่ได้ทำการนัดวันสัมภาษณ์ ให้น้องกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่ และใช้หมายเลข DS-160 อันใหม่ทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ แต่ถ้ามีการผิดพลาดไป ด้วยการจองวันนัดสัมภาษณ์ไปแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร ให้น้องกรอก DS-160 ใหม่และ print DS-160 Confirmation Number หมายเลขใหม่ออกมา ในวันสัมภาษณ์ให้นำทั้งหมายเลขเก่าที่ใช้ในการจองวันนัดสัมภาษณ์และหมายเลขใหม่ที่แก้ไขแล้วเข้าไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ที่สถานทูตค่ะ ส่วนเรื่องวันเดินทาง อย่าได้เป็นกังวลว่าจะต้องตรงกันกับวันที่กรอกไปในฟอร์มวีซ่า อาจมีการขยับเลื่อนเข้าหรือเลื่อนออกได้ค่ะ สิ่งที่น้องไม่ควรกรอกผิดเลย คือ ชื่อและนามสกุลของผู้ยื่น รวมทั้งรายละเอียดของผู้ยื่นขอวีซ่าค่ะ
      2. ไม่จริงค่ะ เพียงแต่เป็นเรื่องพูดกันปากต่อปากว่า ถ้าไม่ได้ทำงานแล้ว เดี๋ยวกงสุลไม่เชื่อว่า มีฐานะทางสังคมมั่นคงดี อาจจะทำให้กงสุลกลัวว่าไปแล้วไม่กลับ ที่จริงพี่อยากบอกว่าเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลมากกว่า ถ้าผู้สูงอายุท่านนั้น ไม่เคยเก็บเงินเก็บทอง พูดง่ายๆว่า มีเงินในบัญชีน้อยมากถึงไม่มีเงินเหลือเก็บอยู่ในบัญชีเลย และถ้ามีลูกหลานเปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่อเมริกาอีก case แบบนี้ก็เสี่ยงอยู่ว่า จะอยากไปอยู่กับลูกหลานทางโน้นหรือไม่ค่ะ เพราะอยู่เมืองไทยเป็นคนไม่มีอะไรเลยค่ะ แบบนี้อาจจะเรียกได้ว่า เป็น case ที่ดูน่ากลัว คือ ดูแล้วไม่น่าเชื่อถือว่า จะมีความสามารถดูแลตนเองได้ในระหว่างไปท่องเที่ยวในสหรัฐฯค่ะ แต่ถ้าผู้สูงอายุท่านนั้นมีเงินเหลือเก็บในบัญชีบ้าง เช่น มีสักประมาณ 6-7 แสน ก็ยังดูน่าเชื่อถืออยู่นะคะ ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องวีซ่าค่ะ ยิ่งถ้าไม่มีญาติอยู่ในสหรัฐฯเลย ก็ไม่มีเหตุปัจจัยอะไรที่ผู้สูงอายุท่านนั้นจะอยากอยู่ที่สหรัฐฯค่ะ

  • Fern  On June 26, 2012 at 11:38 am

    ขอบคุณพี่มากนะคะที่เข้ามาช่วยตอบคำถามให้อย่างละเอียด ตอนนี้คุณแม่สบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ

  • แฟร์  On June 26, 2012 at 11:43 am

    ถ้าเราต้องการปริ้นรายละเอียดที่เรากรอกให้ DS-160 เราจะปริ้นจากตรงไหนได้คะ
    (เราคอนเฟิร์มไปแล้ว แต่อยากปริ้นรายละเอียดมาอ่านอีกทีคะ)

    • govisa  On June 26, 2012 at 7:27 pm

      น้องแฟร์คะ คำถามน้องเหมือนคำถามน้อง Fern คือ น้องไม่สามารถ print DS-160 Application ออกมาได้แล้วค่ะ เพราะน้องจะต้อง print ทันทีที่น้อง confirm and submit ไปแล้วค่ะน้องจะทดลองทำดูก็ได้คือ เข้าไปที่เว็บไซต์ https://ceac.state.gov/genniv/General/complete/complete_gettingstarted.aspx?node=GetStarted คลิกเลือก retrieve application ใส่รหัส AA002…….กรอกรหัสตามที่โปรแกรมกำหนด ลองดูว่าจะคลิก application ได้ไหมค่ะ เวลาสัมภาษณ์ไม่ได้ใช้ DS-160 Application ค่ะ

  • Fern  On June 26, 2012 at 11:52 am

    พี่ค่ะ ถ้าหนูต้องการปริ้นข้อมูลที่ได้กรอกไว้ในแบบฟอร์มมาอ่าน หนูต้องปริ้นยังไงค่ะ คือ ตอนที่ทำไม่มีเครื่องปริ้น ก็เลยไม่ได้ปริ้นออกมาหลังกด submit ได้แต่ส่ง confirmation number เข้าเมลล์ตัวเองค่ะ (ตอนนี้ปริ้นได้แต่ใบนี้อ่ะค่ะ)

    • govisa  On June 26, 2012 at 7:20 pm

      น้อง Fern คะ ถ้าไม่ได้ print ออกมาตั้งแต่แรก น้องจะ print ไม่ได้แล้วค่ะ เพราะจะต้อง print หลังคลิก confirm and submit ถ้าคิดจะมา print ภายหลังจะทำไม่ได้ค่ะ น้องอาจจะลองเข้าไปที่ https://ceac.state.gov/genniv/General/complete/complete_gettingstarted.aspx?node=GetStarted
      คลิกเลือก retrieve application ใส่รหัส DS-160 Confirmation Number และอื่นๆตามที่โปรแกรมสั่งให้น้องกรอก ถ้าคลิกเลือก application แล้วยอมให้ print ก็แปลว่าน้องโชคดีมากค่ะ พี่จะบอกว่า อย่ากังวลเลยถ้า print ไม่ได้ พยายามนึกว่าเรากรอกอะไรไปบ้างจะได้สบายใจค่ะ อย่าไปเครียดมาก เตรียมเอกสารอย่างอื่นให้ดีที่สุดค่ะ

  • ao  On July 3, 2012 at 3:32 am

    เนื่องจากเป็นการขอครั้งแรก แล้วไม่มีประสบการณ์ จึงขอถามเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง คือ มีการกรอกข้อมูล DS160 พร้อมกับมีการนัดวันสัมภาษณ์ไว้เรียบร้อยตั้งแต่เดือน พค. มีนัดสัมภาษณ์วันที่ 9 กค นี้ แต่ยังไม่ได้มีการปริ้น confirmation DS160 ปัญหาคือ ตอนนี้ได้ทำการเข้าไปปริ้น แต่ไม่สามารถเข้าไปยังข้อมูลได้ ไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหาจากระบบ หรือลืมคำตอบ คำถามคือ
    1. จำเป็นไหม ที่ต้องอีเมลล์ไปถาม visasbkk@state.gov เพื่อแจ้งปัญหา ก่อนทำ DS160 ใหม่
    2. กรณีกรอก DS160 ใหม่ เอกสารที่นำไปจะมี ใบยืนยันการนัดสัมภาษณ์ซึ่งระบุหมายเลยเก่า พร้อมกับ confirmation DS160 ใบใหม่ ถูกต้องไหมคะ (เพราะ confirmation อันเก่า ปริ้นไม่ได้)
    3.ใบ confirmation DS160 คือ ใบที่ออกมามี barcord พร้อมกับรูป ใช่หรือไม่
    4. กรณีไม่ได้กรอกเอกสารใหม่ สามารถใช้ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์แทนได้หรือไม่ เพราะในใบนั้นระบุ application ID

    • govisa  On July 3, 2012 at 5:32 am

      น้อง Ao คะ พี่เข้าใจว่าสิ่งที่น้อง print ไม่ได้คือ Application form มาแน่ใจยิ่งขึ้นเมื่ออ่านคำถามไปเรื่อยๆในข้อ 3 และข้อ 4 ขอตอบความสงสัยของน้องดังนี้คือ

      1. ในการยื่นเอกสารวันนัดสัมภาษณ์ สิ่งที่ต้องยื่นให้กงสุลดูคือ DS-160 Confirmation Number ที่มีรูปน้องและบาร์โค้ด มีรายละเอียดเกี่ยวกับตัวน้อง เช่นหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด ฯลฯ
      2. ไม่ต้องยื่น Application form ของ DS-160 ให้กงสุลดู หลายท่าน Print Application form ออกมาเก็บไว้เพื่ออ่านเอง กฎในการ Print คือ ถ้าน้องจะ print ต้อง print ตั้งแต่ตอนแรกที่ทำเสร็จ ถ้าจะกลับมา print ในวันหลังจะ print ไม่ได้แล้วค่ะ
      3. หมายเลข Application ID กับหมายเลข DS-160 Confirmation Number คือหมายเลขเดียวกัน

      น้องไม่ต้องเป็นกังวลจนถึงต้องกรอก DS-160 ใหม่เลยค่ะ ใช้หมายเลข DS-160 เดิมได้ค่ะ ส่วนคำถามที่ถามว่า ถ้าจะกรอกข้อมูลใหม่และยื่นพร้อมทั้งหมายเลขเก่าและใหม่ถูกต้องแล้วค่ะ คือทำได้ แต่เราจะใช้ในกรณีที่เรากรอกข้อความผิดและเป็นความผิดหลักๆเกี่ยวกับข้อมูลของตัวเราเองค่ะ

  • peehub  On July 10, 2012 at 11:59 pm

    รบกวนถามคะ เรากรอก ds-160 และยืนยันวันนัดสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว ได้คิวนัดสัมภาษณ์วันที่ 6 สิงหาคม 55 จะเดินทางวันที่ 21-28 ตุลาคม 2555
    – แต่มีข้อมูลที่ผิดอยู่ตรงวันเริ่มทำงานคือ 1 พ.ค. 55 แต่จริงๆแล้วเราเริ่มทำงานที่นี่ตั้งแต่เดือนกันยายน 54 แต่พอเดือนพฤษภาคม 55 เราสอบเปลี่ยนตำแหน่งได้ จะดูว่าทำงานมาเวลาน้อยเกินไปมั้ยคะ และหนังสือรับรองการทำงานระบุวันเริ่มทำงานตั้งแต่กันยายน 54 ซึ่งจะไม่ตรงกะข้อมูลที่กรอก ds-160 ควรทำการไปแก้ไขให้ตรงกันหรือเปล่า และกรอกemailของเพื่อนที่เรียนต่อปริญญาเอกที่เราจะไปพักด้วยผิดคะ
    – แล้วอีกกรณีคือดิฉันจะไปเที่ยวกะสามีคนไทย สามีมีวีซ่าแล้ว 10 ปีและเพิ่งไปมาเมื่อเดือนมิถุนายน 55 จดทะเบียนสมรสตั้งแต่ปี 52 แต่ดิฉันไม่ได้เปลี่ยนคำนำหน้าและนามสกุลจะมีปัญหามั้ยคะ มีบุตรแล้ว 1 คนรบกวนช่วยแนะนำด้วยคะ จองตั๋วเครื่องบินไป-กลับเรียบร้อยแล้วด้วยคะ

    • govisa  On July 11, 2012 at 5:41 am

      น้อง Peehub คะ ถ้าจะไม่ให้รู้สึกไม่สบายใจกรอก DS-160ใหม่ที่ถูกต้อง และถ้าลืมกรอกชื่อผู้ที่จะร่วมเดินทางไปด้วยคือสามี ให้กรอกให้เรียบร้อยด้วยนะคะ อย่าลืมนำหมายเลข DS-160 ทั้งใหม่และเก่าไปด้วย แนะนำให้ถ่ายเอกสารที่จะเป็นหลักฐานของสามีหรือจะนำหนังสือเดินทางสามีไปด้วยก็ได้เพื่อให้กงสุลเห็นว่าเราเดินทางพร้อมสามี ส่วนมีลูกด้วยกันก็นำใบเกิดลูกไปแสดง พร้อมทั้งทะเบียนสมรส(ถ้าจดทะเบียนสมรส)เพราะน้องยังไม่ได้เปลี่ยนนามสกุล ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรแสดงว่า น้องกับผู้ที่จะเดินทางร่วมกับน้องมีความสัมพันธ์กันในฐานะอะไรค่ะ

  • peehub  On July 12, 2012 at 7:50 am

    แล้วอย่างดิฉันใช้การจองแบบโทรนัดสัมภาษณ์ จะเหมือนกับจองทางอินเตอร์เน็ตมั้ยค่ะ เพราะเค้าส่งemailยืนยันมา ซึ่งมีรหัสหมายเลขds-160ระบุไว้ ถ้ากรอกใหม่ก็จะไม่ตรงกับอันเดิมไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ

    • govisa  On July 12, 2012 at 5:35 pm

      น้อง Peehub คะ การนัดวันสัมภาษณ์ด้วยการนัดหมายทางโทรศัพท์กับทางอินเทอร์เน็ตเหมือนกันทุกประการค่ะ ต่างกันที่ราคาค่าใช้จ่ายในการทำวันนัดและการเข้าไปดูวันนัดสัมภาษณ์ที่ว่างและเปิดให้จอง ทางอินเทอร์้เน็ตมีความได้เปรียบกว่าที่ผู้จะทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เพราะผู้ที่จะขอวีซ่าสามารถ log in ในเว็บไซต์นัดวันสัมภาษณ์เพื่อเข้าไปดูตารางนัดได้ 24 ชั่วโมง และตลอด 7 วัน ในขณะที่การนัดทางโทรศัพท์จะต้องโทรในเวลาทำการที่กำหนด และได้เฉพาะวันทำการ โทรติดต่อไม่ได้ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ค่ะ

      ถ้าจะกรอก DS-160 ใหม่ก็จะได้หมายเลขใหม่ไม่ตรงกับ DS-160 ที่อยู่ในอีเมล์ที่คอนเฟิร์มวันนัดสัมภาษณ์มาให้น้องค่ะ นั่นคือความหมายที่พี่แนะนำให้น้องนำหมายเลข DS-160 ทั้งของใหม่และของเดิมไปทั้งสองใบในวันสัมภาษณ์ค่ะ

  • peehub  On July 12, 2012 at 9:35 pm

    ขอบคุณนะค่ะสำหรับคำแนะนำ วันที่ 6 สิงหา เดือนหน้าจะแจ้งผลนะค่ะ

    • govisa  On July 13, 2012 at 5:26 am

      โชคดีนะคะน้อง Peehub พี่จะคอยฟังข่าวค่ะ

  • JongJIt V  On July 14, 2012 at 4:36 pm

    อยากทราบเกี่ยวกับการขอวีซ่านักเรียน จะเดินทาง 3 ส.ค เหลือเวลาอีก 2 อาทิตย์ แต่ตอนนี้ทำวีซ่าเป็นนักท่องเที่ยวเสร็จเรียบร้อยแล้วเพราะกลัวว่าจะไม่ทัน แต่ได้ i-20มาพอดี จะเปลี่ยนได้ไหมค่ะ หรือต้องขอใหม่ เป็นเด็กอายุ 15 ค่ะ ขอบคุณคะ

    • govisa  On July 14, 2012 at 8:30 pm

      น้อง JongJIT คะ ถ้าน้องจะไปเรียนหนังสือ เมื่อได้รับ I-20 มาแล้ว น้องคงต้องขอวีซ่านักเรียน F-1 ค่ะ วีซ่านักท่องเที่ยว B-2 ตามกฎหมายเรียนหนังสือเกิน 18 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไม่ได้ค่ะ เหลือเวลาอีกสองอาทิตย์น้องก็คงต้องกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ตอนนี้ และทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ไป น้องสามารถขอ expedite วันนัดสัมภาษณ์วีซ่าได้แต่ต้องยืนอยู่บนเหตุผล หมายความว่า น้องต้องสแกนหน้าแรก I-20 เข้าไปให้สถานทูตดูว่า I-20 ของโรงเรียนน้องระบุให้เข้าประเทศอย่างช้าไม่เกินวันที่เท่าไรค่ะ ดังนั้นถ้าน้องบอกว่าจะเดินทางวันที่ 3 สิงหาคม แต่ถ้าใน I-20 ระบุว่านักเรียนสามารถเข้าประเทศได้ก่อนล่วงหน้าไม่เกิน 20 สิงหาคม ทางสถานทูตอาจจะให้คิวเร่งรัดวีซ่าน้องออกมาเป็น 15 สิงหาคม ซึ่งน้องก็คงต้องยอมรับข้อเสนอนั้น พี่คิดว่า น้องหาวันเดินทางใหม่อาจจะง่ายกว่าหาวันจองนัดสัมภาษณ์วีซ่า (แม้ว่าช่วงนี้ตั๋วจะแน่นก้ตามค่ะ) พี่เข้าใจว่า การเปลี่ยนวันที่เดินทางจะต้องมีค่าใช้จ่ายให้ทางสายการบินค่ะ เท่าที่พี่ทราบคิวนัดสัมภาษวีซ่านักเรียนช่วงนี้แน่นมากๆค่ะ ไม่สามารถคาดเดาได้ค่ะว่า น้องจะได้วันนัดสัมภาษณ์วันที่เท่าไรค่ะ ลองทำดูนะคะ เอาใจช่วยค่ะ

      อนึ่งถ้าหากจะถามว่า น้องเข้าไปด้วยวีซ่าท่องเที่ยวก่อนแล้วไปทำเรื่องเปลี่ยนสถานภาพวีซ่าเป็นวีซ่านักเรียนได้ไหม พี่ขอเรียนให้ทราบว่า ทำได้แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานค่ะ อย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไปนะคะ และอาจต้องขอความช่วยเหลือจากสำนักงานทนายความที่สหรัฐฯหากทำเองไม่ถูกค่ะ

      • JongJIt V  On July 14, 2012 at 11:14 pm

        ขอบคุณค่ะสำหรับคำแนะนำ ถ้าต้องเดินทางวันที่3แน่นอน เพราะจะไปพร้อมกับคุณลุงเพื่อที่จะไปเยี่ยมเพื่อนที่นั่น อย่างนั้นตอนนี้สมัครF1ไว้ได้ไหมแล้วจะมีผลกับวีซ่านักท่องเที่ยวที่เพิ่งได้หรือไม่ (แล้วค่อยกลับมาเมืองไทยขอวีซ่านักเรียนใหม่อีกที ตอนปลายเดือนสิงหา เพราะโรงเรียนเปิดประมาณกันยาค่ะ แล้วค่อยบินไปเองอีกรอบดีไหมค่ะ)

      • govisa  On July 15, 2012 at 9:22 am

        น้อง JongJIT คะ จะทำตามที่น้องอธิบายพี่มาก็ได้ค่ะ ไม่มีผลกระทบกับวีซ่านักท่องเที่ยว (B-2) ถ้าน้องเข้าประเทศสหรัฐฯด้วยวีซ่านักเรียน(F-1) อิมมิเกรชั่นจะดูว่า น้องปฏิบัติตามกฎการเข้าเมืองของวีซ่านักเรียน คือ จะเข้าก่อนหน้าสถานศึกษาเปิดได้ไม่เกิน 30 วันรวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หากเข้าประเทศสหรัฐฯเกินกำหนดแม้แต่วันเดียวก็ต้องเดินทางออกไปนอกประเทศสหรัฐฯก่อน อิมมิเกรชั่นไม่ให้น้องๆนอนค้างรอที่สนามบินเหมือนที่น้องบางคนเคยเขียนถามมาค่ะ

        อนึ่ง น้องต้องกะจังหวะให้ดีด้วยว่า น้องจะกลับมาหลังจากเที่ยวเสร็จ เพื่อสอบสัมภาษณ์วีซ่าให้ทันตามที่กำหนดนัดไว้นะคะ น้องบางคนที่ไม่ได้มีคนรู้จักอยู่ที่อเมริกาอาจจะไม่อยากทำอย่างที่น้องบอกพี่มา เพราะต้องประหยัดเงินค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะ

  • Benz  On July 18, 2012 at 8:23 am

    เมื่อวานและวันนี้เข้าเวปนัดสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาไม่ได้เลยค่ะ เกิดอะไรขึ้นค่ะ พอจะทราบข้อมูลมั๊ยะค่ะ
    และอีกคำถามค่ะเรื่องวีซ่า ถ้าในวันสัมภาษณ์พาสปอร์ตมีอายุเกิน 6 เดือน แต่วันไปจริงมีอายุไม่เกิน 6 เดือน เพื่อนแนะนำว่าควรไปทำพาสปอร์ตใหม่เลย แต่ในใบนัดและ ds160 เป็นหมายเลขพาสปอร์ตเดิม เพื่อนบอกให้ถือไปได้ 2 เล่ม ถ้าผ่านให้พาสปอร์ตเล่มใหม่ไป เป็นไปได้รึป่าวค่ะในกรณีนี้ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On July 18, 2012 at 5:00 pm

      น้อง Benz คะ การเข้าเว็บไซต์นัดวันสัมภาษณ์เป็นปรากฏการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกิดจากเว็บไซต์นัดวันสัมภาษณ์เองค่ะ ต้องลองทิ้งไว้สักพัก ส่วนใหญ่ไม่เกินหนึ่งวันก็จะกลับมาใช้ได้อีกค่ะ
      ส่วนการที่หนังสือเดินทางจะมีอายุไม่ถึงหกเดือนนั้น ให้น้องทำหนังสือเดินทางใหม่และกรอก DS-160 ใหม่ print DS-160 Confirmation Number หมายเลขใหม่ออกมาและนำไปยื่นในวันสัมภาษณ์พร้อมหมายเลข DS-160 หมายเลขเก่า อย่าลืมนำหนังสือเดินทางเล่มเก่าเข้าไปด้วยพร้อมทั้งอธิบายเจ้าหน้าที่ที่สถานทูตว่า เกรงว่าจะได้วันนัดช้าจึงรีบกรอกเอกสารไปก่อน และไปทำหนังสือเดินทางทีหลังค่ะ

  • jongjit v  On July 18, 2012 at 9:02 am

    เด็กอายุ 15 และ 13 ผู้ชายเดินทางเองด้วยวีซ่านักเรียน ผ่านตม.อเมริกา ได้ไหมค่ะ ต้องมีคนพาไปหรือเปล่า

    • govisa  On July 18, 2012 at 5:05 pm

      น้อง Jongjit v คะ ถ้าเด็กทั้งสองท่านเป็นลูกของน้อง และน้องมีความมั่นใจว่าเด็กมีความพร้อมที่จะตอบคำถามเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯเองและแก้ไขสถานการณ์เองได้ คำถามเช่น เด็กทั้งสองท่่านเข้ามาทำอะไรในประเทศสหรัฐฯ พร้อมทั้งเด็กสามารถไปรับกระเป๋าเดินทางเอง ไปพบกับกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อยื่นเอกสารเกี่ยวกับ custom เองได้ ก็ปล่อยให้เด็กเดินทางไปกันเองได้ค่ะ โดยน้องไม่ต้องไปส่งค่ะ

      อนึ่ง น้องควรตรวจสอบกับสายการบินที่น้องจะซื้อตั่วให้เด็กใช้ในการเดินทางด้วยว่า เขามีกฎระเบียบอย่างไรสำหรับเด็กที่จะเดินทางเองคนเดียว พี่จะส่งลิงก์ของบางของสายการบินมาให้ดังนี้ คือ

      1. Delta : http://www.delta.com/planning_reservations/special_travel_needs/services_for_children/children_traveling_alone/index.jsp
      2. United: https://www.united.com/web/en-US/content/travel/specialneeds/minors/default.aspx?Mobile=1

      หรือ ลองเข้าไปอ่านเรื่องกฎระเบียบความปลอดภัยในการเดินทางทางเครื่องบินที่ http://www.airsafe.com/kidsafe/kidrules.htm หรือเคล็ดลับ 10 ประการในการเดินทางของเด็ก หากผู้ปกครองมั่นใจในวุฒิภาวะของเด็ก และไม่เป็นการผิดกฎระเบียบของสายการบินนั้นๆ ผู้ปกครองก็ควรจะสอนเด็กให้เข้าใจถึงวิธีการวางตนเมื่ออยู่บนเครื่องบิน ทั้งไม่เป็นการรบกวนผู้อื่นระหว่างเดินทาง และในขณะเดียวกันก็ดูแลตนเองได้ไม่ถูกผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่คนอื่นเอาเปรียบด้วย http://www.airsafe.com/kidsafe/kidsolo.htm

  • Elep  On July 18, 2012 at 10:40 am

    พี่คะ หนูอยากทราบว่า ทำไมหนู create account แล้ว เมื่อคืนวันจันทร์และก็จองวันสัมภาษณ์แล้ว (แต่ยังไม่ใช่วันที่ต้องการ คือ จองไว้ก่อน) พอเมื่อคืนจะ login ก็เข้าไม่ได้เลย พอใส่ username กับ password มันก้อขึ้นว่า Feature not found. Please try again later ตลอดเลยค่ะจนถึงเช้านี้ อย่างนี้คือ PIN หนูมีปัญหาหรือเปล่าคะ แล้วพอมีวิธีแก้ไขไหมคะ
    ช่วยตอบด้วยนะคะ (เครียดมากๆเลย) ขอบคุณมากค่ะ

    • govisa  On July 18, 2012 at 5:16 pm

      น้อง Elep คะ พี่สันนิษฐานว่า อาจจะเป็นน้องรีบคีย์เลยใส่ตัวอักษรใน username หรือ password พลาดไปหรือเปล่าค่ะ แต่พอไปอ่านที่น้อง Benz ถามเข้ามา น้อง Benz พูดถึงเหตุการณ์เข้าเว็บนัดสัมภาษณ์วันนี้ไม่ได้ พี่จึงคิดว่าเป็นที่ตัวระบบของเว็บไซต์นัดวันสัมภาษณ์แล้วค่ะ เพราะเคยมีปรากฏการณ์ทำนองนี้ และสักพักเว็บจะกลับมาใช้ได้อีกครั้งค่ะ ถ้ากากไม่ใช่ทั้งสองเหตุผลคงต้องเขียนปัญหาไปที่ visasbkk@state.gov ค่ะ หรือถ้าจะต้องการความเร็วไม่อยากรอคำตอบก็ต้องยอมจ่ายเงินค่าซื้ิอพินใหม่ ซึ่งคำตอบหลังอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีนักค่ะ

  • Benz  On July 18, 2012 at 10:54 pm

    ขอบคุณพี่มากนะค่ะ สำหรับคำแนะนำ ส่วนเวปก็ยังเข้าไม่ได้เหมือนเดิม 2 วันแล้วค่ะ แต่จะลองเข้าเรื่ิอยตามที่พี่แนะนำค่ะ เพราะต้องจองให้เพื่อนที่จะไปด้วยกัน ส่วนถ้าตัวเองไปสัมภาษณ์แล้วจะมาอัพเดตให้ค่ะ ลุ้นมากค่ะ

  • Benz  On July 19, 2012 at 12:45 am

    มาอัพเดตเพื่ินๆค่ะ เผื่อเป็นประโยชน์ ตอนนี้เวปนัดสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาเข้าได้แล้วนะค่ะ เพิ่งเข้าได้ตอนเที่ยงคืนค่ะ วันนัดสิงหานี้ตั้งแต่ 21 ยังว่างนะค่ะ รีบด่วนค่ะ ดีใจมากจองให้เพื่อนได้แล้วค่ะ

    • govisa  On July 19, 2012 at 5:40 am

      น้อง Benz คะ ขอบคุณที่เขียนมาบอกนะคะ เพราะหลายๆคนที่เข้ามาอ่านจะได้ทราบว่า เว็บนัดสัมภาษณ์ช่วงที่มีการนัดหมายหนาแน่นในบางครั้งจะเกิดอาการอย่างที่น้องพบได้ คือ เข้าไม่ได้เหมือน server ล่มประมาณนั้นค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าของเว็บจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อสงสัยว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านเราเสียหรือเปล่าค่ะ ดีใจด้วยที่น้องเข้าเว็บนัดได้แล้วและจองวันนัดได้แล้วค่ะ มีอะไรสงสัยเขียนมาถามได้อีกค่ะ

  • jongjit v  On July 20, 2012 at 8:26 am

    ขอรบกวนเพิ่มเติมนะคะ คือตอนนี้นัดวันสัมภาษณ์ให้หลาน 2 คนได้แล้ว สำหรับF1วีซ่า ในวันที่ 24/7 นี้ ถ้าได้F1แล้ว วีซ่านักท่องเที่ยวของเขาที่ได้รับก่อนหน้านี้จะถุกยกเลิกไหมค่ะ และใน I-20 ระบุวันที่ report to school no later than 5/9/12 แสดงว่าเขาจะเดินทางไปพร้อมกับคุณลุงวันที่ 3 สิงหา ไมได้ใช่ไหมค่ะ เพราะเกิน 30 วันและเดือนสิงหามี 31 วัน เพราะฉะนั้นเขาจะเดินทางได้เร็วที่สุดวันไหนค่ะ ถ้าจะเดินทางวันที่3 เราควรจะใช้วีซ่านักท่องเที่ยวแทน แล้วให้บินกลับมาแล้วค่อยบินไปอีกทีด้วยวีซ่านักเรียน หรือว่าอยู่ต่อได้เลยค่ะ ฟังดูน่าเวียนหัวนะค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงดี เพราตั๋วก็ซื้อแล้ว คุณลุงก็เปลี่ยนแปลงการเดินทางไม่ได้ ขอบคุณมากนะค่ะที่ช่วยเหลือ

    • govisa  On July 20, 2012 at 7:34 pm

      น้อง Jongjit v คะ ขอตอบคำถามเป็นข้อๆดังนี้คือ

      1. เมื่อหลานทั้งสองได้รับวีซ่านักเรียน วีซ่านักท่องเที่ยวไม่ได้ถูกยกเลิก ถ้าเราใช้วีซ่านักเรียนเข้าประเทศ เราจะอยู่ในประเทศสหรัฐฯในฐานะนักเรียน วีซ่านักท่องเที่ยวจะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อนักเรียนทั้งสองท่านเรียนจบ เช่น สมมติหลักสูตร 1 ปี กลับมาเรียนต่อที่ประเทศไทยและวันหลังอยากจะกลับเข้าไปเที่ยวประเทศสหรัฐฯใหม่โดยวีซ่านักท่องเที่ยวของหลานทั้งสองยังไม่หมดอายุ หลานทั้งสองก็ยังมีสิทธิที่จะเข้าไปในประเทศสหรัฐฯในฐานะนักท่องเที่ยวได้ค่ะ

      2.วันที่ที่ระบุใน I-20 ถ้าเป็น 5/9/12 แปลว่าวันที่ 9 พฤษภาคม 2012 ซึ่งเลยมาแล้ว น่าจะเป็นวันที่ 9/5/12 มากกว่า เพราะจะหมายความว่า วันที่ 5 กันยายน 2012 คนอเมริกันจะวางเดือนไว้ข้างหน้าวันที่ค่ะ ถ้าเดินทางพร้อมลุงวันที่ 3 สิงหาคมแปลว่าเข้าไปในประเทศสหรัฐฯก่อนล่วงหน้าวันเปิดเรียนประมาณ 34 วันค่ะ ถือว่าผิดกฎหมายการเข้าเมืองของวีซ่าประเภทนักเรียนค่ะ ถ้าถามว่าเขาควรจะเดินทางวันไหนดี น่าจะเป็น 7 สิงหาคมค่ะ นับไปถึง 5 กันยายนจะได้ 30 วันพอดีค่ะ

      3. ถ้าจะเดินทางวันที่ 3 สิงหาคมด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว คำตอบคือได้ค่ะ แต่หลังจากเที่ยวเสร็จไม่มีสิทธิ์เรียนหนังสือ เพราะเป็นวีซ่านักท่องเที่ยว ต้องทำเรื่องเปลี่ยนสถานภาพเป็นใช้สิทธิ์ของวีซ่านักเรียน โดยการกรอกฟอร์ม I-539 เพื่อยื่นเรื่องไปที่ CNMI ต้องชำระค่าธรรมเนียมคนละ 290 ดอลลาร์สหรัฐ ใช้เวลารอฟังผลการพิจารณาไม่ต่ำกว่า 2 เดือนขึ้นไปค่ะ อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=94d12c1a6855d010VgnVCM10000048f3d6a1RCRD&vgnextchannel=db029c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD
      ขึ้นอยู่กับว่าเด็กจะดำเนินเรื่องเองได้ไหมด้วยค่ะ หรือต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่น้องรู้จัก

      4. การตัดสินใจของเรื่องนี้อยู่ที่ผู้ปกครอง เพราะน้องก็เขียนมาบอกพี่อยู่แล้วว่า ถ้าเดินทาง 3 สิงหาคมเกรงว่าจะเกิน 30 วันแปลว่า น้องทราบกฎการเข้าเมืองของวีซ่านักเรียนอยู่แล้ว ดังนั้นจะตัดสินใจเป็นวันที่ 3 สิงหาคมทำไปเพื่ออะไร ถ้าลุงมีธุระจะรีบไปก็ให้ลุงเดินทางไปคนเดียว ส่วนน้อง Jongjit ก็ขอวีซ่านักท่องเที่ยวไปส่งคุณหลานทั้งสอง ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับของน้อง Jongjit คนเดียวน่าจะถูกกว่าซื้อไปกลับอีก 2 ใบให้หลานทั้งสองคนค่ะ เพราะเขาทั้งสองคนก็ต้องจ่ายราคาค่าตั๋วเครื่องบินเท่าผู้ใหญ่อยู่แล้ว หรือ จะลองปรึกษาเอเจนซี่ขายตั๋วเลื่อนการเดินทางของทั้งสามท่านออกมาและยอมจ่ายค่าเปลี่ยนตั๋วอีกคนละ 3-4 พันบาท 3 คน คำนวณออกมา 3 คนอาจจะอยู่ราว 12,000 บาท ก็ยังถูกกว่าซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับให้หลานทั้งสองคนไปเที่ยวอเมริกาก่อนเสร็จแล้วกลับมาไทยแล้วกลับไปอเมริกาใหม่ค่ะ ถ้าจะเลื่อนวันเดินทางก็รีบตัดสินใจ เพราะตั๋วเครื่องบินช่วงเดือนสิงหาคมแน่นพอสมควรค่ะ

  • palm  On July 22, 2012 at 1:49 pm

    -ต้องจ่ายค่า sevis fee ก่อน จึงจะกรอกข้อมูล ds-160 เสร็จได้ใช่มั้ยคะ
    -เลข application ID ตอนกรอก ds-160 คือเลขเดียวกันกับ confirmation number รึป่าวคะ ถ้าใช่ เรายังกรอก ds-160 ไม่เสร็จ ก็ทำการนัดสัมภาษณ์ก่อนโดยใช้เลขนี้ได้ใช่มั้ยคะ

    • govisa  On July 22, 2012 at 9:02 pm

      น้อง Palm คะ เวลากรอกฟอร์ม DS-160 เมื่อถุงคำถามที่ถามว่า Sevis Number ของน้อง ให้น้องนำหมายเลข N000..ที่อยู่เหนือบาร์โค้ดในหน้าแรกของ I-20 มากรอก เพราะหมายเลขดังกล่าวคือหมายเลข Sevis I-901 ของน้องค่ะ ดังนั้นน้องอาจจะกรอกฟอร์ม Ds-160 ให้เสร็จก่อนโดยเมื่อถึงเวลาต้องตอบคำถามว่า ชำระค่า Sevis หรือยัง ให้เลือกตอบว่า yes คือจ่ายแล้วค่ะ เมื่อกรอกฟอร์ม Ds-160 เสร็จค่อยจ่ายเงินค่า Sevis ผ่านหน้าเว็บไซต์ http://www.fmjfee.com ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นกังวล จะชำระค่า Sevis ก่อนกรอกฟอร์ม DS-160 ก็ได้ แล้วแต่น้องจะเลือกค่ะ

  • stormax  On July 24, 2012 at 2:26 pm

    พอดีว่ากรอกประเภทวีซ่าให้น้าผิดไป ควรจะเป็น B2 แต่ดันเป็น B1 แล้วพอถึงวันนัดเมื่อวานนี้ถูกปฏิเสธ มันเสียเวลามากเลยครับ รอคิวมาเป็นเดือนแต่ดันผิด แต่ก็นะความผิดเราเองจะไปโทษใครได้ แต่ว่าไม่มีทางแก้ไขให้มันง่ายกว่านี้แล้วเหรอครับ หรือว่าต้องทำใหม่หมดทุกขั้นตอนอย่างเดียว แล้วต้องทำไงต่อครับ ช่วยแนะนำด้วยครับ พอดีน้าจะต้องเดินทางปลายสิงหานี้แล้วกลัวไม่ทันมากๆ เลย อีกอย่างต้องไปขอวีซ่าแคนาดาด้วย สามารถใช้ PIN เดิมได้ไหมครับ เพราะมันยังไม่หมดอายุอ่ะ ถ้าไม่ได้ก็เหมือนทิ้งเงินไปเฉยๆ เลยอ่ะครับ
    เครียดมากเลยครับ

    • govisa  On July 24, 2012 at 7:38 pm

      น้อง Stormax คะ
      1. พินเดิมที่ใช้นัดใช้ไม่ได้แล้วค่ะ เพราะน้องได้เข้าไปยื่นเอกสารแล้ว และถ้าดูตามกำ น้องจะเห็นหลังจากที่เรา confirm วันนัดสัมภาษณ์ไปแล้ว พินจะมีอายุอยู่ได้อีกประมาณ 10 วัน ดูได้ที่ http://bangkok.usembassy.gov/root/pdfs/pinhowto_english2.pdf ค่ะ
      2. น้องต้องกรอก DS-160 ใหม่เลือกนัดสัมภาษณ์แบบนักท่องเที่ยวคือ B-2 เพราะถ้าเป็น B-1 นักธุรกิจ น้องจะต้องเตรียมเอกสารอีก เช่นจดหมายเชิญประชุม หรือ จดหมายไปอบรมระยะสั้น เช่น 15 วัน เป็นต้นค่ะ
      3. เมื่อกรอก Ds-160 เสร็จ ได้ DS-160 Confirmation Number ให้น้องจองนัดวันสัมภาษณ์ให้คุณน้า
      4. เตรียมเอกสาร เช่น จดหมายรับรองการทำงาน,ถ้าไม่ใช่ลูกจ้างเป็นเจ้าของธุรกิจ นำใบทะเบียนการค้าไปด้วย, จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารและบุ๊คบัญชีเงินฝากตัวจริง ถ้าคุณน้าพูดภาษาอังกฤษไม่คล่องให้ทำใบรายการว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างให้คุณน้าติดตัวไปด้วยเผื่อถูกซักถาม ถ้าพูดภาษาอังกฤษคล่องใช้ตอบคำถามเอาค่ะ
      หมายเหตุ พี่ไม่อยากพูดให้เสียกำลังใจ แต่ก็อยากบอกให้เผื่อใจว่า อาจจะไปไม่ทันปลายสิงหาคมค่ะ เพราะพี่ไม่ทราบว่าคุณน้าจะได้คิวนัดวันไหน ส่วนใหญ่ในช่วงเดือนที่การจองคิวหนาแน่น วีซ่านักท่องเที่ยวมักจะไม่ได้รับการอนุญาตให้ expedite หรือเร่งรัดวันนัดสัมภาษณ์ เมื่อเปรียบเทียบกับวีซ่าประเภทอื่นๆค่ะ แต่ไม่ลองก็ไม่รู้ ถ้าได้วันนัดไม่ถูกใจ ลองเขียนอีเมล์ชี้แจงแผนการเดินทางและบอกกงสุลไปเลยว่า ต้องไปขอวีซ่าเข้าแคนาดา นัดเพื่อนที่อยู่ทั้ง 2 ประเทศทำแผนการเดินทางท่องเที่ยวแล้วค่ะ เอาใจช่วยให้เลื่อนนัดได้ค่ะ

  • Benz  On July 24, 2012 at 11:25 pm

    พออ่านคำถามคุณ stormax เลยงงค่ะ เรื่องประเภทวีซ่า ในใบ confirmation ds160 เขียนเป็นประเภทวีซ่าที่เราขอคือ B1/B2 นั่นคือ หมายถึงวีซ่าท่องเที่ยวรึป่าวค่ะ หรือว่าหนูกรอกข้อมูลผิด ส่วนในใบนัด เขียนวีซ่าเป็นประเภท visitor for tourism/Family visit นั่นคือ ท่องเที่ยวใช่ป่าวค่ะ ตอนนี้กังวลไปหมดเลยค่ะ เนื่องจากนับวันรอสัมภาษณ์แล้ว

    • govisa  On July 25, 2012 at 5:32 am

      น้อง Benz คะ ตอนกรอกฟอร์ม DS-160 มีส่วนที่ต้องชี้แจงว่าเราต้องการขอวีซ่าประเภทอะไรซึ่งถ้าเป็นไปเที่ยวหรือไปธุรกิจจะอยู่ในหมวด B คือ Visitor เหมือนกัน เพียงแต่ B มีหลายประเภทคือ visitor for tourism/family visit อย่างที่น้องเข้าใจถูกแล้วค่ะ และก็ยังจะมี visitor ในฐานะ Business กับ visitor ไปรักษาตัวซึ่งถ้าไม่อ่านให้ละเอียดอาจจะกรอกผิดได้ค่ะ พี่คิดว่า ในกรณีของน้อง Stormax กงสุลคงไม่ได้เป็นปฏิเสธด้วยเหตุผลที่แก้ไขเหตุการณืไม่ได้ค่ะ เพียงแต่ปฏิเสธเพราะเลือกประเภทวีซ่ามาผิดค่ะ และเนื่องจากขอผิดประเภท ทำให้ได้คิววันนัดสัมภาษณ์ผิดประเภทด้วยค่ะ คิวนัดของกลุ่มนักท่องเที่ยวกับนักธุรกิจจะมีความแตกต่างนิดหน่อย ตรงที่เขาจะให้คิวนัดสัมภาษณ์นักธุรกิจมากกว่านักท่องเที่ยวเท่านั้นเองค่ะ

  • Chanisa  On July 27, 2012 at 1:54 pm

    เรียน พี่govisa
    ดิฉันพึ่งไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนมาค่ะเมือ่วันที่ 25 กค.นี้ จะขอรบกวนสอบถามค่ะ
    1. ถ้าดิฉันเดินทางไปต่างประเทศต้องแปลเป็นทะเบียนสมรสเป็นภาษาอังกฤษหรือไม่ค่ะ เพราะตอนที่จดทะเบียนสมรสแจ้งว่าขอใช้ นามสกุลเดิม และคำนำหน้าชื่อเป็นนางสาวอย่างเดิม(บางคนบอกว่าให้พกทะเบียนสมรสไปด้วยตอนเดินทาง)
    2.ดิฉันกับแฟนมีลูกด้วยกัน 1 คนเกิดที่ประเทศไทยค่ะ ต้องแปลสูติบัตรเช่นเดียวกันหรือเปล่าค่ะถ้าเอาลูกไปด้วย
    3.ถ้าแปลแล้วให้กระทรวงต่างประเทศรับรองการแปล อยากทราบว่าแปลทะเบียนสมรส หรือสูติบัตรมีอายุการแปลหรือไม่ค่ะ หรือว่าสามารถใช้ได้ตลอดอายุเลย
    4.หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว แฟนต้องไปแจ้งสถานะการสมรสที่สถานทูตหรือเปล่าค่ะว่ามีการสมรสแล้วที่ประเทศไทย เพื่อแจ้งให้ทางประเทศอเมริกาทราบถึงสถานะของแฟน
    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On July 27, 2012 at 9:26 pm

      น้อง Chanisa คะ เว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพ http://bangkok.usembassy.gov/service/marriage.html (หรือ http://thai.bangkok.usembassy.gov/service/marriage.html) มีคำอธิบายเกี่ยวข้องกับการแต่งงานกับพลเมืองอเมริกันในประเทศไทยดังนี้คือ

      ก่อนที่จะไปจดทะเบียนสมรสกัน ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือ ที่ว่าการเขตของไทย ฝ่ายที่เป็นพลเมืองอเมริกันควรจะเตรียมเอกสารไปให้ทางสถานทูตอเมริการับรองด้วยโดยมีขั้นตอน คือ

      1. กรอกหนังสือรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯกำหนด แบบฟอร์มหนังสือรับรอง http://bangkok.usembassy.gov/root/pdfs/marriage_affidavit.pdf ตัวแบบฟอร์มที่ดาวน์โหลดออกมากรอกแล้วต้องนัดวันเวลากับสถานทูตแผนก US Citizen Services เพื่อเข้าไปทำ Notary Public เสียค่าใช้จ่าย 50 US$ รวมทั้งนำหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายไทยไปให้สถานทูตดู อาทิ อาจจะมีใบเกิดของน้อง Chanisa หรือถ้าหากเคยมีการหย่าร้างก็ควรมีการแปลทะเบียนหย่าและรับรองการแปลจากกรมกงสุลด้วยค่ะ ฯลฯ

      2. มีหนังสือรับรองที่รับรองการแปล หน่วยงานรับรองการแปล คือ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมกงสุล
      Legalization Division
      Department of Consular Affairs
      Ministry of Foreign Affairs
      3rd Floor, 123 Chaeng Wattana Road
      Tung Song Hong, Laksi District, Bangkok
      Tel: 02-575-1057-8, Fax: 02-575-1054

      3. นำแบบฟอร์มในข้อ 1 และเอกสารสนับสนุนอื่นๆ เช่น หนังสือเดินทางอเมริกันของสามี บัตรประชาชน ใบรับรองความเป็นโสดของสามี หรือหากสามีเคยผ่านการหย่าร้างก้ควรมีหลักบานการจดทะเบียนหย่า เพื่อแสดงความบริสุทธิืใจว่า ไม่ได้จดทะเบียนซ้อนค่ะ นำเอกสารทั้งหมดไปจดทะเบียนสมรส ณ ที่ที่ว่าการเขต หรือที่ว่าการอำเภอของทางประเทศไทย การจดทะเบียนสมรสในลักษณะดังกล่าวจึงจะถือได้ว่า ได้รับการรับรองว่าถูกต้องตามหลักกฎหมายของประเทสสหรัฐอเมริกา

      อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์จดทะเบียนได้ผ่านไปแล้วขอให้เช้าวันจันทร์ 30 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ น้อง Chanisa กรุณาโทรศัพท์ไปสอบถามความถูกต้องเรื่องการสมรสอีกครั้งที่แผนก US Citizen Services (http://bangkok.usembassy.gov/service.html) ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-205-4049 ระหว่างเวลา 7.30-11.00 น.และ 13.00-14.00 น.ว่าควรทำอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่าค่ะ

      ส่วนคำถามที่ถามเรื่องการแปลสูติบัตรของลูกและทะเบียนสมรส ควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแปลเก็บไว้และต้องได้รับการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมกงสุล กระทรวงการต่างประเทศค่ะ ส่วนในวันหลังถ้าจะมีการขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐก็จะเป็นการขอวีซ่าประเภท K-3 ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
      http://travel.state.gov/visa/immigrants/types/types_2993.html เริ่มด้วยการกรอกฟอร์ม I-130 และ I-129F และเตรียมเอกสาร

      You, the foreign-citizen spouse, (and eligible children applying for K-4 visas) will be required to bring the following forms and documents to the visa interview:

      1. Two (2) Nonimmigrant Visa Applications, Form DS-156 (prepared in duplicate.) NOTE: K-3/K-4 visa applicants should not fill in Form DS-160, Online Nonimmigrant Visa Application
      2. One (1) Application For Immigrant Visa and Alien Registration, Form DS-230, Part I (You are not required to complete Part II.)
      K Visa applicants applying at U.S. Consulate General Montreal and U.S. Consulate General Ciudad Juarez have different application form requirements. Review information on the U.S. Consulate General Montreal or U.S. Consulate General Ciudad Juarez website to learn which forms you must complete.

      3. A passport valid for travel to the United States and with a validity date at least six months beyond your intended period of stay in the U.S. (unless country-specific agreements provide exemptions)
      4. Birth certificate
      5. Marriage certificate for the marriage to the U.S. citizen spouse
      6. Divorce or death certificate(s) of any previous spouse(s)
      7. Police certificates from your present country of residence and all countries where you have lived for 6 months or more since age 16. (Police certificates are also required for accompanying children age 16 or older.)
      8. Medical examination (vaccinations are optional, see below)
      9. Evidence of financial support (Form I-134, Affidavit of Support may be requested)
      10. Two (2) 2×2 photographs. See the required photo format explained in Photograph Requirements
      11. Evidence of relationship with your U.S. citizen spouse
      12. Payment of fees, as explained below (240 US$)

      หากไม่ถนัดอ่านภาษาอังกฤษ พี่ขอแนะนำเว็บไซต์ที่เขียนได้ดีเกี่ยวกับการขอวีซ่า K-3 คือ การขอวีซ่าสำหรับคนที่มีคู่สมรสเป็นชาวอเมริกันได้ที่ http://www.usvisa4thai.com/board/viewtopic.php?f=14&t=15572

  • Khuanrat  On July 29, 2012 at 11:07 am

    กำลังจะเดินทางไปดูงานที่อเมริกาค่ะ(เป็นพยาบาล)
    ในครั้งแรกที่กรอกข้อมูล DS160 ตรงส่วรเลขที่หนังสือเดินทางได้กรอกเลขที่หนังสือเดินทางบุคคลทั่วไปไปค่ะ เพราะระยะเวลาไม่พอทำหนังสือเดินทางข้าราชการแน่นอน
    แต่ตอนนี้ทางหน่วยงานเร่งเรื่องให้จนสามารถได้หนังสือเดินทางข้าราชการมาเรียบร้อยและ
    หนังสือนำจากทางกระทรวงตปท.ก็เขียนว่า อนุญาติให้ LT….(เป็นทหารค่ะมียศทางราชการด้วย) ถือหนังถือเดินทางเล่มนี้ ไปเข้าศึกษาดูงานที่… น่ะคะ
    ในกรณีนี้หนูต้องเข้าไปกรอกข้อมูล DS160 ใหม่ให้เป็นเลขที่หนังสือเดินทางราชการยังไม่ถึงวันสุดท้ายของการนัดแต่ระบบไม่อนุญาตให้แก้ไขข้อมูลในจุดนี้ค่ะ) แล้วถือใบข้อมูลใหม่ไปคู่กับใบเก่าใช่ไหมคะ

    • govisa  On July 29, 2012 at 1:10 pm

      น้อง Khuanrat คะ ถ้าน้องจะเดินทางไปปฏิบัติงานในหน้าที่ ใช้หนังสือเดินทางของราชการดีกว่าคะ ให้น้องกรอก Ds-160 ใหม่อีกครั้ง และถือ DS-160 Confirmation Number ไปทั้งของใหม่และเก่า ถ้าถูกสอบถามถึงเหตุผล ก็ชี้แจ้งเจ้าหน้าที่สถานทูตตามที่น้องบอกพี่มา ฟังดูมีเหตุผลอยู่ค่ะ เพราะเราต้องรีบจองวันนัดสัมภาษณ์ดี๋ยวจะไม่ได้วันนัดสัมภาษณ์ก่อนเปิดเรียนค่ะ ได้ผลวีซ่าเป็นอย่างไร เขียนมาแชร์ประสบการณ์บ้างนะคะ

  • Khuanrat  On July 29, 2012 at 1:54 pm

    ขอถามเพิ่มอีกข้อนะคะ
    มีพี่ที่ทำงานที่เคยไปมาก่อนและเจอเหตุการณ์เดียวกันเล่าให้ฟังว่า กรณีของหนูเป็นการไปดูงานระยะสั้นที่รพ.1 เดือนและสอบสัมภาษณ์ชิงทุนของรพ.ไปเอง และลักษณะการไปคือไปในเชิงดูงาน ดูสถานที่ ไม่ใช่ลักษณะไปเรียนเป็นคอร์สหรือไปทำงาน สามารถถือหนังสือเดินทางธรรมดาไปได้ เพียงแต่ให้หน่วยงานช่วยรับรองเอกสารให้และนำไปประกอบกันถ้าสถานทูตถามให้ชี้แจงไปตามจริงว่าเราทำพาสปอร์ตราชการไม่ทัน แต่บังเอิญว่าหน่วยช่วยจึงได้มาก่อนกำหนดและประสงค์ให้ใช้พาสปอร์ตเดิมในการทำวีซ่า
    และพี่เขายังบอกอีกว่าถ้าไปโดยใช้พาสปอร์ตราชการไปต้องทำเรื่องต่างหาก มีการกรอกเอกสารในส่วนอื่นเพิ่มและต้องแจ้งเปลี่ยนประเภทวีซ่าจากที่ขอไปB1/B2 เป็นวีซ่าราชการแบบ J หรืออื่นๆ (ให้ไปศึกษาเพิ่มเองพี่เขาไม่แน่ใจเหมือนกัน)
    ตอนนี้หนูมีใบตอบรับจากทางรพ.UMC ใบรับรองเงินเดือน/ทุนจากรพ. สเตทเมนท์ และหนังสือนำจากกระทรวงต่างประเทศ(ที่เป็นปัญหาว่าทำให้เอกสารไม่ตรงในตอนนี้) พี่คิดว่าหนูยังมีหลักฐานอะไรที่ควรนำไปเพิ่มเติมอีกไหมคะ
    หนูจะไปเดือนกย.นี้แล้วค่ะ นัดสัมภาษณ์วันที่ 14 สค. (พาสปอร์ตราชการเพิ่งได้มาวันศุกร์นี้เองค่ะ)
    หนูไม่มีปัญหาหากต้องทำเรื่องหรือต้องกรอกเอกสารใหม่ กลัวเพียงแต่จะทำเรื่องขอวีซ่าไม่ผ่านและต้องกลับมาทำใหม่ซึ่งต้องเขียนรายงานชี้แจงหน่วย/ผู้ให้ทุนค่ะ ซึ่งปัญหาข้อนี้หน้ากลัวว่าไม่ผ่านวีซ่าเสียอีกค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On July 29, 2012 at 10:27 pm

      น้อง Khuanrat คะ

      1.คำตอบรับจาก UMC ที่น้องได้รับมา บรรทัดบนสุดเขียนว่าอะไรคะ เช่น เขียนว่า Certificate of Eligibility for Exchange Visitor(J-1) Status หรือเขียนว่า Certificate of Eligibility for Non-immigrant(F-1) Status จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยซึ่งน้องไม่ได้บอกชื่อเต็มของมหาวิทยาลัยมาว่าเป็น University of Maryland at College Park หรือ University of Missouri at Columbia ควรจะเป็นตัวกำหนดว่าน้องควรจะขอวีซ่าประเภท J-1 หรือ F-1 ส่วนคำถามที่พูดถึงการเปลี่ยนวีซ่าจาก B1/B2 ไปเป็นวีซ่าราชการแบบ J วีซ่าราชการแบบ J ไม่มีค่ะ เพราะคนที่ไม่ได้ทำงานรับราชการก็จะสามารถขอวีซ่าแบบ J ได้ค่ะ เช่น พวกนักเรียนทุนที่ไปเรียนนานเกิน 1 ปี หรือวีซ่าของเด็กมหาวิทยาลัยที่ไปในรายการ Work and Travel ก็จะได้วีซ่าประเภท J-1 หาก UMC ไม่ได้ส่งฟอร์มที่มีข้อความแบบใดแบบหนึ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เพียงแต่ส่งจดหมายเชิญไปอบรมแบบธรรมดามา น้องสามารถขอวีซ่านักธุรกิจ B-1 เพื่อไปอบรมหรือไปประชุมได้ค่ะ ดุเอกสารให้ดีค่ะ เพราะจะมีผลกระทบต่อการจองวันนัดสัมภาษณ์เข้าไป ถ้าหากน้องจะต้องขอวีซ่าประเภท J-1 แต่น้องทำคิวนัดสัมภาษณ์แบบ B1/B2 ไปแล้วก็จะไม่สามารถเข้าไปสัมภาษณ์ได้ในวันนั้น เพราะถือว่า น้องยื่นเรื่องเข้ามาผิดประเภทค่ะ แนะนำให้ซื้อพินนัดสัมภาษณ์และทำคิวนัดวันสัมภาษณ์ใหม่ ไม่เช่นนั้นก็ต้องยกเลิกวันนัดเก่าและลองดูว่าจะแก้ไขประเภทของการขอวีซ่าได้ไหม ถ้าแก้ไขไม่ได้ ซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์ใหม่ง่ายที่สุดค่ะ

      2. ความแตกต่างระหว่างวีซ่านักธุรกิจ B-1 ที่ไปดูงาน คือไม่ได้มีเงื่อนไขว่า จะต้องเดินทางเข้าประเทศก่อนวันที่กำหนดมาในจดหมายตอบรับได้ไม่เกิน 30 วัน และการที่จะอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะอยู่ได้นานเท่าไร ขึ้นอยู่กับการตอบคำถามสัมภาษณ์ระหว่างน้องกับเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ บางคนยื่นจดหมายประชุมให้ เจ้าหน้าที่ประทับตราลงวันที่ที่น้องต้องออกจากประเทศสหรัฐฯภายใน 1 เดือนเศษก็มี บางคนได้รับการประทับตราให้อยู่ได้ 3 เดือน หากน้องกล่าวถึงวีซ่าประเภท J วีซ่าประเภทนี้จะใช้กฎเดียวกันกับวีซ่านักเรียน F-1 คือ น้องจะเข้าประเทศก่อนหน้าวันไปเข้าอบรมได้ไม่เกิน 30 วัน และเมื่อเสร็จภารกิจ 1 เดือน น้องจะมีเวลาเก็บของ 30 วันก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา โปรดอ่านเพิ่มเติมที่ http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_1267.html/#24

      พี่คัดบางส่วนมาเป็นตัวอย่างค่ะ How Long Am I Permitted to Stay in the U.S. After My Program Has Ended?
      The initial admission of an exchange visitor, spouse and children may not exceed the period specified on Form DS-2019, plus a period of 30 days only for domestic travel and/or to prepare for and depart from the U.S.

      จากคำถามครั้งแรกของน้องที่บอกว่า กระทรวงต่างประเทศเขียนว่า อนุญาตให้ LT…ถือหนังสือเดินทางเล่มนี้ไปเข้าศึกษาดูงานที่ …..ถ้าน้องต้องการให้ถูกต้องตามระเบียบการลาของข้าราชการไทยก็ใช้หนังสือเดืนทางตามที่ราชการกำหนดค่ะ และกรอก DS-160 ใหม่ไป พร้อมทั้งสามารถตอบคำถามเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯได้ว่า ทำไมต้องถือหมายเลข DS-160 Confirmation Number มาทั้งใบใหม่และใบเก่าค่ะ ส่วนเวลาที่น้องได้รับวีซ่าจากสถานทูตสหรัฐๆ ให้สังเกตในหนังสือเดินทางจะไม่มีการเขียนยศทางทหารของประเทศไทยลงไปในหน้าวีซ่า แต่จะเขียนว่าเป็น Mr. Mrs. หรือ MS. ค่ะ

      ส่วนคำถามเรื่องเอกสารเพิ่ม พี่แนะให้นำบุ๊คบัญชีเงินฝากของน้อง หรือถ้าของน้องมีเงินใบัญชีน้อย อาจจะใช้ของผู้ปกครองแนบไปให้เขาดูด้วยว่า หากเกิดอุบัติเหตุใดๆ ญาติๆที่บ้านของน้องยินดี support น้องเต็มที่ค่ะ

      • khuanrat  On July 30, 2012 at 7:35 am

        ขอบคุณมากค่ะพี่ กระจ่างมากเลย ของหนูคงเป็นแค่B1 จริงๆเพราะเป็นแค่จม เชิญไปอบรมธรรมดาค่ะ
        อีกสองอาทิตย์สัมภาษณ์แล้ว ได้ความว่าอย่างไรจะมาแชร์แน่นอนค่ะ^^

      • govisa  On July 30, 2012 at 7:35 pm

        เอาใจช่วยน้อง Khuanrat นะคะ พี่มั่นใจว่า case น้องไม่มีปัญหา วีซ่าผ่านแน่นอนค่ะ เพราะไปตามคำเชิญของสถานศึกษาค่ะ

  • Khuanrat  On July 29, 2012 at 2:55 pm

    ขอแถมอีกหนึ่งข้อคำถามค่ะ แล้วในกรณีเช่นนี้หนูควรจะทำอย่างไรกับการจองตั๋วเครื่องบินดีคะ จองไปกับเอเจนซี่เรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้โอนเงิน เขาใช้แต่ชื่อในการจองไม่ได้ขอเลขที่พาสปอร์ตเราไปใช้จอง แต่เท่าที่หนูเคยเดินทางไปตปท.มาแค่คำนำหน้าMrs, Ms ไม่ตรงก็ถือว่าไม่ใช่บุคคลเดียวกันทำให้มีปัญหาไม่สามารถเดินทางได้ แต่อันนี้มันเป็นยศต่างกันตรงLT.กับMs. มันคงเป็นปัญหาแน่นอน แล้วหนูจะทำยังไงดี ตอนนี้เครียดมากค่ะ เครียดจนรู้สึกเสียใจที่ได้ทุน
    ขอบคุณพี่ีทีมงานมากค่ะที่ช่วยตอบคำถาม พวกพี่ช่วยคนที่กำลังจะเป็นบ้าไว้ได้มากจริงๆค่ะ
    ปล.ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากด้านบนค่ะ หนังเชิญที่หนูได้จากUMC เป็นหนังสือเชิญมาดูงานในส่วนหอผู้ป่วยกับERประมาณนี้ค่ะ ไม่ได้มีส่วนใดของจม.ที่บอกว่าต้องไปกรอกข้อมูลในส่วน I 2019หรืออื่นเหมือนคนอื่น(ตามที่ลองรีวิวคำถามย้อนหลังดู)เลยค่ะ

    • govisa  On July 29, 2012 at 10:47 pm

      ให้น้อง Khuanrat เช็คกับเอเจนซี่ที่น้องบอกว่า จองตั๋วเรียบร้อยแล้วนั้นว่า ใน e-ticket ใส่ยศนำหน้าทางทหารของน้องหรือเปล่านะคะ ถ้าหากเขาใส่ น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายว่า น้องควรใช้หนังสือเดินทางราชการ เพราะหนังสือเดินทางไทยระบุยศทางทหารของน้องค่ะ ถ้าหนังสือที่น้องได้รับมาไม่ได้เขียนบรรทัดบนสุดเหมือนที่พี่บอกไปแล้วก็เป็นอันว่า น้องต้องขอวีซ่าประเภท B-1 แบบนักธุรกิจ คือไปดูงาน, ไปประชุมค่ะ

      หมายเหตุ พี่ขอส่งลิงก์ที่เป็นตัวอย่างของฟอร์มจดหมายตอบรับที่เรียกว่า DS-2019 เพื่อขอวีซ่าประเภท J-1 จากเว็บไซต์ของ U.of Pennsylvania ค่ะ http://www.upenn.edu/oip/isss/ds2019 มาให้ดูประกอบกับจดหมายตอบรับที่มีอยู่ในมือน้องค่ะ ขอให้เดินทางไปอบรมดูงานได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์กลับมาช่วยสังคมบ้านเรานะคะ หากมีอะไรสงสัยเขียนมาถามอีกนะคะ และถ้ารู้ผลวีซ่าแล้ว เขียนมาแชร์ประสบการณ์กันบ้างนะคะ

  • chai  On August 1, 2012 at 9:34 pm

    กรอกเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานผิด ไม่ทราบว่าทางสถานทูตเช็คไปที่ทำงานหรือเปล่า ต้องแก้ไขหรือกรอกds160.ใหม่

    • govisa  On August 1, 2012 at 10:40 pm

      น้อง Chai คะ หมายเลขโทรศัพท์ไม่นับว่าเป็นความผิดร้ายแรง ไม่ต้องกรอก DS-160 ใหม่ค่ะ ให้น้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตอนตรวจเอกสารก็ได้ว่ากรอกหมายเลขผิดค่ะ ความผิดร้ายแรงที่ควรกรอกฟอร์มใหม่ คือ เขียนชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด หมายเลขหนังสือเดินทางผิด ความผิดเหล่านี้นับว่าผิดแรง เพราะทำให้ข้อมูลของผู้ยื่นผิดเป็นคนละคน ต้องกรอก DS-160 ใหม่ค่ะ

      • peehub  On August 6, 2012 at 9:04 pm

        มาแจ้งผลการสัมภาษณ์วีซ่า ประเภท B2 ผ่านแล้วค่ะได้มา 10 ปี ที่เคยมาสอบถาม govisa เรื่องกรอก DS-160 ผิดสามารถแก้ไขได้หรือไม่อ่ะค่ะ เจ้าหน้าที่ฝรั่งผู้หญิง พูดภาษาไทยชัด ถามไม่กี่คำถามด้วยค่ะ 1.ไปทำอะไร 2.ไปกะใคร 3.สามีเคยไปมาแล้วกี่ครั้ง 4.แต่งงานแล้วมีบุตรมั้ย ให้ผ่านเลยค่ะ ไม่ขอดูบัญชี ดูแค่เอกสารรับรองการทำงานของดิฉันและสามี สำเนาทะเบียนสมรส จดหมายเชิญจากเพื่อนเท่านี้ค่ะ ดีใจมากลุ้นและเตรียมเอกสารมาเป็นเดือน เจ้าหน้าที่ที่ดิฉันสัมภาษณ์ใจดี พูดเพราะ และสวย พูดจาดีกว่าเจ้าหน้าที่ไทยที่สัมภาษณ์ด่านแรกอีกค่ะ

      • govisa  On August 6, 2012 at 10:28 pm

        พี่ขอแสดงความยินดีกับน้อง Peehub ด้วยค่ะที่วีซ่าผ่านแล้ว และขอให้เดินทางไปท่องเที่ยวกับครอบครัวอย่างมีความสุขมากๆค่ะ ขอบคุณน้องมากๆที่น้องเขียนมาแชรืประสบการณ์ค่ะ

  • me_may  On August 9, 2012 at 7:29 pm

    สวัสดีคะ พี่govisa มีคำถามเบื่้องต้นน่ะค่ะ สำหรับการกรอก ds-160 ตอนนี้มาติดอยู่ที่ u.s contact ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะไม่มีใครที่รู้จักเลย อีกคำถามนะคะ ด้านค่าใช้จ่ายควรตอบยังไงดี เพราะส่วนตัวทำงานบ้านแฟน ก็กะใช้จดรับรองจากบ้านแฟน (เค้าจดทะเบียนรูปแบบบริษัท) กะมีบัญชีออมทรัพย์ น่าจะประมาณ 4 แสน (2 บัญชีรวมกัน นะคะ) กะว่าจะไป ประมาณ 6 เดือน ตรงนี้เราต้องให้แม่เป็นสปอนเซอร์เพิ่มอีกป่ะคะ ถ้าจะให้เป็นเราต้องกรอกอะไรเพิ่มใน ds-160 อีกคะ ขอบคุณนะคะ
    ปล.อาจมีคำถาม มารบกวนเรื่อยๆนะคะ

    • govisa  On August 9, 2012 at 9:35 pm

      น้อง Mayjira คะ US Contact คือชื่อคนที่เป็นบุคคลอ้างอิงได้ในสหรัฐฯ น้องบอกว่าไม่รู้จักใครเลย ขณะเดียวกันก็จะไปอยู่ที่อเมริกานาน 6 เดือน มีเงินในบัญชี 400,000 บาท ซึ่งน่าจะพออยู่ได้ประมาณ 3 เดือนเองเพราะน้องไม่รู้จักใครก็ต้องจ่ายเองทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นค่าโรงแรม ค่าอาหาร ค่าเดินทางและฯลฯ ค่ะ เวลาที่เหลืออีก 3 เดือนน้องจะเอาเงินจากที่ไหนมาทำให้กงสุลเชื่อมั่นในฐานะทางการเงินของน้องดีคะ ถ้าน้องจะบอกกงสุลว่าน้องไม่รู้จักใครเลยในอเมริกา

      พี่ยังไม่ทราบเลยว่า น้องจะเดินทางเองคนเดียว หรือไปกับบริษัททัวร์คะ ถ้าเดินทางเองคนเดียว กงสุลท่านอาจมีคำถามอื่นๆ เช่น น้องเคยเดินทางคนเดียวไปประเทศไหนมาก่อนหรือเปล่า เป็นต้นค่ะ พี่แนะนำให้น้องใช้บัญชีแม่ช่วยเป็น sponsor เพิ่มด้วยค่ะ โดยน้องสามารถนำเอกสารทางการเงินของแม่ไปให้กงสุลดูเพิ่ม หรือ น้องออาจจะร่างจดหมายแทนคุณแม่และให้แม่เซ็นต์ชื่อ เนื้อความในจดหมายเขียนทำนองว่าแม่มีอาชีพอะไร มีรายรับต่อปีประมาณเท่าไร ยินดีเป็น sponsor ให้ลูกสาวได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาที่อเมริกาประมาณ 6 เดือนหลังจากทำงานหนักมานานกี่ปีแล้วเป็นต้นค่ะ ส่วนใน DS-160 มีที่ให้ใส่ว่าใครเป็น sponsor ได้เพียงคนเดียวค่ะ

  • me_may  On August 9, 2012 at 7:44 pm

    *แก้ไขคะ ไปประมาณ 1 เดือน ค่ะ

    • govisa  On August 9, 2012 at 9:38 pm

      น้อง Mayjira คะ พี่เพิ่งเห็นว่าน้องมีคำถามเข้ามาเพิ่มเติมค่ะ ถ้าน้องแจ้งว่าไปเพียง 1 เดือน ค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ จำนวนเงิน 400,000 บาทในบัญชีน่าจะพออยู่ค่ะ แต่ถ้าจะให้ดูหนักแน่นและดูมีความน่าเชื่อถือว่า ต้องกลับมาดูแลผู้ปกครองหลังเที่ยวเสร็จ ให้น้องเอาบัญชีของคุณแม่ช่วยสนับสนุนเพิ่มด้วยก็ได้ค่ะ

  • Memay  On August 10, 2012 at 12:29 am

    พี่Govisaขอบคุณนะคะที่เข้ามาตอบให้ค่ะ ตามแผนคือเมย์จะเดินทางไปกะแฟน 2 คน ไปเองค่ะ แล้วเมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา เพิ่งเดินทางไปเกาหลี (ไปเอง) โดยส่วนตัวเมย์ ได้เปลี่ยนชื่อมา แต่ถ้าชื่อเดิม เมย์ เคยไปออสเตรเลีย 2 ครั้ง ครั้งแรก ไป 5 สัปดาห์. ครั้งที่2 ไปมา 5 เดือน ตรงนี้ มันจาทำให้เราได้วีซ่าง่ายขึ้นป่ะคะ แล้วเราต้องัอาพาสปอร์ตเล่มเก่าไปแสดงให้เค้าดูรึป่าวคะ ส่วนเรื่องที่จะให้แม่เป็นสปอนเซอร์นี่ ในแบบฟอร์มเรา ก็เลือก ว่ามีสปอนเซอร์ แล้วเราต้องทำไงต่อคะ ต้องไปขอสเตจเมนท์จากแบงค์ (เป็นอังกฤษ?) กะสมุดบัญชีของแม่ ไปให้เค้าดูด้วยป่ะคะ แล้วแม่ต้องเซนต์อะไรด้วยไหม? ถามเยอะหน่อยนะคะ รบกวนพี่อีกทีนะคะ ( อาจมีตามมาอีกคะ)- -”
    ขอบคุณมากๆค่ะ

    • govisa  On August 10, 2012 at 5:33 am

      น้อง Mayjira คะ ถ้าน้องเคยมีหลักฐานว่า มีการเดินทางไปต่างประเทศมาแล้วกลับประเทศไทยนับเป็นหลักฐานที่ดีนะคะว่า เรายึดความถูกต้องตามกฎหมายว่า ไปเที่ยวแล้วต้องกลับประเทศของตนเองค่ะ ให้น้องนำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อไปให้กงสุลดูด้วย ควรจะแปลและนำไปรับรองที่กรมกงสุลตรงที่น้องไปทำหนังสือเดินทางให้เรียบร้อยด้วยค่ะ ส่วน sponsor ถ้าหากน้องทำงานแล้ว น้องก็ต้องยื่นบุ๊คบัญชีของน้องด้วยนะคะ ส่วนจะให้แม่เป็น sponsor ร่วมด้วยให้แม่ขอจดหมายรับรองฐานะการเงินจากะนาคารของแม่และนำบุ๊คบัญชีตัวจริงของแม่ไปแสดงด้วย และถ้าไม่คิดว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรมากมายและพอถึงเวลาสัมภาษณ์ กงสุลอาจจะไม่ได้ดู จึงไม่เตรียมไป พี่คิดว่า เตรียมเอกสารไปให้พร้อมและสมบูรณ์ดีกว่า พี่ขอแนะนำให้นำหลักฐานแสดงว่า แม่ทำงานอะไรไปเผื่อด้วย เพราะพี่ไม่มีโอกาสทราบเลยว่า case ของน้องกงสุลอาจจะถามแหล่งที่มาของรายได้ของ sponsor ด้วยไหมค่ะ ถ้าหากถูกถามน้องก็หยิบเอกสารชิ้นนั้นให้กงสุลพิจารณา เช่น จดหมายรับรองการทำงานของแม่ ถ้าแม่เป็นลูกจ้าง ถ้าแม่เป็นเจ้าของธุรกิจ ให้นำใบทะเบียนการค้าไปให้ดูค่ะ อีกสิ่งหนึ่งที่ควรเตรียมคือ แผนการเดินทางไปเที่ยวว่าจะไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างอย่างคร่าวๆค่ะ ยังไม่ต้องทำแบบที่บริษัททัวร์ทำคือมีชื่อโรงแรมไปด้วย แต่ถ้าหากเตรียมงานแบบฝรั่งเดินทางไปท่องเที่ยวก็ทำไปเลยได้ค่ะ ยิ่งดีใหญ่เลยค่ะ แสดงว่า เรามีการวางแผนที่ดีนะคะ

  • jeab  On August 12, 2012 at 3:57 am

    สวัสดีค่ะพี่govisa คือจะไปสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาในเดือนตุลาคือส่วนตัวไม่ได้ทำงาน คืออยู่บ้านเลี้ยงลูกเฉยๆ พอดีป้าของแฟนอยากไปเที่ ยวเมกา(เค้าเห็นเราอยากไปเที่ยวด้วย)ป้าก็เลยชวนไปป้าอายุ85 ยังแข็งแรง ยังเที่ยวไหวอ่ะค่ะและป้าเค้าเป็นคนออกค่าทัวว์ให้เรากับลูก(ลูกอายุ2ขวบ)คือไม่ได้ทำงานเลยไม่มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเป็นรายเดือนส่วนมากแฟนเค้าให้เป็นเงินสดไว้ใช้จ่ายในบ้านอ่ะค่ะ และแฟนเค้าทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศที่ยะลา แต่รับเงินเดือนโดยไม่ได้ผ่านบัญชีและแฟนไม่ได้ไปด้วย เพราะตอนนี้แฟนอยู่ที่แคนนาดา เราจะไปเที่ยวกัน 3 คน กับทัวว์โดยมีคุณป้าของแฟนเป็นสปอนเสอหลักค่ะ ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนตัวบางอย่างก็จะขอแฟนเพิ่มอีก เลยกลัวว่าจะมีผลไรกับวีซ่ารึป่าวน่ะคะ จะเดินทาง1อาทิตย์คุณป้าเข้ามีเงินสดในบัญชีประมาณ300,000 และมีฉลากออมสินอีก 2,000,000 และมีค่าเช้าบ้านรายเดือนอีก นิดหน่อยไม่รู้ว่าจะสามาถคอบคุมให้เรากับลูกได้หรือป่าวแล้วต้องขอหนังสือรับรองการทำงานของสามีไปด้วยหรือไม่ คือกังวลน่ะค่ะ ขอบคุณค่า ช่วยตอบด้วยนะคะ

    • govisa  On August 12, 2012 at 10:26 pm

      น้อง Jeab คะ ให้น้องขอเอกสารจากทางแฟนเพิ่มเติมด้วยนะคะ เพราะเงินในบัญชีของคุณป้าจำนวน 500,000 บาท ในความคิดเห็นของพี่ ดูแล้วไม่น่าจะพอที่จะให้คุณป้าเป็น sponsor คนเดียวค่ะ เอกสารจากทางสามีที่น้องควรนำไปแสดงด้วยคือ
      1. ทะเบียนสมรส
      2. จดหมายรับรองการทำงานของสามีว่า ทำงานตำแหน่งงานอะไร ตั้งแต่เมื่อไร และรับเงินเดือนเดือนละเท่าไรค่ะ
      3. จดหมายรับรองฐานะการเงินจากะนาคารของบัญชีสามี พร้อมบุ๊คบัญชีเงินฝากตัวจริงของบัญชีเล่มนั้น
      4. สูติบัตรของลูก
      5. นำใบรายการทัวร์ที่ระบุว่าออกเดินทางเมื่อไร ไปเที่ยวที่ไหนบ้างของบริษัททัวร์นั้นไปแสดงด้วยนะคะ
      ขอให้น้อง Jeab โชคดีค่ะ

  • golf  On August 15, 2012 at 1:28 pm

    เรียน จนท รบกวนช่วยตอบคำถามให้ด้วยครับ
    ผมมีภรรยาเป็นชาวจีน (กวางเจา) ได้สมรสและจดทะเบียนที่เมืองไทย ภรรยาไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ไทย แต่มี วีซ่า 1 ปี non-immigrant visa ส่วนตัวผมมีวีซ่าอเมริกาอยู่แล้ว ถึงปี 2015
    ไม่ทราบว่าภรรยาผมจะสามารถยื่นวีซ่าที่ประเทศไทยได้หรือไม่ครับ

    • govisa  On August 15, 2012 at 8:16 pm

      น้อง Golf คะ ถ้าแฟนน้องแสดงใบทะเบียนสมรสกับหลักฐานการทำงานของน้องซึ่งเป็นสามี เช่น จดหมายรับรองการทำงาน จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคาร บุ๊คแบงค์ของน้อง Golf เพื่อให้ทางกงสุลเห็นว่า ภรรยาน้องอยู่ที่เมืองไทยมานานเท่าไรแล้ว และสามีก็มีหลักฐานที่มั่นคงในเมืองไทย แฟนน้องสามารถขอวีซ่าเข้าอเมริกาที่กรุงเทพได้ค่ะ

  • jane  On August 22, 2012 at 6:21 pm

    ได้วันสัมภาษณ์หลังวันที่กำหนดการเดินทางที่ระบุไว้ใน DS160 ควรเข้าไปกรอก DS160 ใหใหม่ใช่หรือป่าวค่ะ และตอนเลือกประเภทวีซ่า เลือก B1/B2 แต่ตอนจองวันสัมภาษณ์มีให้เลือกอย่างเดียว จึงเลือก B2 ได้หรือป่าวค่ะ

    • govisa  On August 22, 2012 at 7:23 pm

      น้อง Jane คะไม่ต้องกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่เพราะวันทีนัดที่ได้ไม่ตรงกับวันที่ระบุว่าจะเดินทาง น้องสามารถแจ้งกงสุลได้ว่า ไม่มีคิวนัดสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่างเลยค่ะ

      ส่วนประเภทวีซ่าไม่ทราบว่าตอนแรกที่ให้เลือกว่าจะเลือกวีซ่าประเภทอะไรนั้น น้องคลิกเลือกอะไรคะ เพราะจะมีคำศัพท์ให้เลือก เช่น Business, pleasure หรือ Treatment ซึ่งทั้ง 3 ประเภทอยู่ในหมวด B เพียงแต่ถ้าไป Business จะเป็น B-1 ส่วนที่เหลือเป็น B-2 ถ้าน้องเลือกไปถูกแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เพราะตอนกรอกฟอร์นัดวันสัมภาษณ์เหมือนเขาจะตั้งโปรแกรมให้เอื้อกับตอนกรอกค่ะ ถ้าเรากรอกว่าไปเที่ยว ตรงนัดก็จะมีให้เลือกคือ B-2 ค่ะ

  • jane  On August 22, 2012 at 9:13 pm

    แบบนี้ค่ะ
    the list of purposes of trip to the U.S : TEMP.BUSINESS PLEASURE VISITOR (B)
    purpose of trip to the U.S.(1) : BUSINESS & TOURISM (TEMPORARY VISITOR ) Specify : (B1/B2)

    แต่ตอนเลือกจองวันสัมภาษณ์เลือก B2 ค่ะ

    • govisa  On August 23, 2012 at 5:27 am

      น้อง Jane น้องเลือกถูกแล้วค่ะ ไม่ต้องทำอะไรอีกค่ะเพราะนักท่องเที่ยวจะอยู่ในประเภท B-2 เมื่อน้องได้รับวีซ่าหน้าวีซ่าเข้าอเมริกาในหนังสือเดินทางของน้องจะมีคำว่า ประเภทวีซ่าของน้องคือ B-1/B-2 ค่ะ

  • ปุ๊ก  On August 23, 2012 at 5:07 pm

    ได้ทำการกรอกข้อมูลจนเสร็จแล้ว และได้ Confirmation No. มาแล้ว แต่ผู้เดินทางมีบัตรเอเปคการ์ดจึงไม่ต้องทำการนัดล่วงหน้า แต่ต้องการแก้ไขข้อมูลใหม่ แต่เนื่องด้วยไฟล์ที่เซฟไว้หายไป (ช่วงแก้ไขข้อมูล) ก็เลยกรอกใบสมัครใหม่ค่ะจะมีปัญหาอะไรไหมค่ะ และค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปตั้งแต่มกราคมยังสามารถนำไปยื่นได้อีกไหมค่ะ หรือต้องเสียค่าธรรมเนียมใหม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • govisa  On August 23, 2012 at 8:39 pm

      น้องปุ๊กคะ ถ้ามีบัตร APEC ไม่ต้องนัดล่วงหน้าค่ะ แต่จะต้องเข้าไปในสถานทูตระหว่างเวลา 7.30-10.00 น.เท่านั้นนะคะ ถ้า file ของน้องหาย และน้องยังไม่ได้ print confirmation number ออกมา ให้น้องกรอกฟอร์มใหม่และ print confirmation number หมายเลขใหม่ออกมา เพื่อความสบายใจของน้อง น้องจะนำหมายเลขเก่าติดตัวไปในวันนัดสัมภาษณ์ด้วยก็ได้ หากมีการพูดถึงหมายเลขเก่า ก็ให้เหตุผลไปว่า file เก่าหายไปค่ะ แต่กรณีของน้อง พี่คิดว่าหมายเลขเก่าไม่มีผลอะไรกับน้อง เพราะน้องไม่ต้องใช้หมายเลข DS-160 ไปทำการนัดวันสัมภาษณ์ น่าจะใช้หมายเลขใหม่อย่างเดียวด้วยซ้ำไปค่ะ

      • ปุ๊ก  On August 24, 2012 at 7:50 am

        และส่วนเรื่องใบเสร็จค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปตั้งแต่มกรา ยังใช้ได้อยู่ใช่ไหมค่ะ
        ขอบคุณค่ะ

      • govisa  On August 24, 2012 at 7:30 pm

        น้องปุ๊กคะอย่ากังวลเรื่องราคาถ้ามีการปรับราคาขึ้น ทงสถานทูตจะให้น้องจ่ายเงินเพิ่มค่ะ ส่วนใบเสร็จจะมีอายุการใช้งานได้ประมาณ 1 ปีหลังจากซื้อค่ะ

  • nicky  On August 27, 2012 at 1:04 pm

    สวัสดีค่ะ คุณ govisa
    ที่บอกว่า เข้าไปนัดวันใหม่ได้ให้เร็วขึ้น ทำได้ยังไงค้ะ
    แล้วเคยเต็มแล้วทำไมถึงว่าง
    เห็นน้องคนหนึ่งเขียนว่าเข้าไปตอนประมาณ สี่ทุ่ม จะว่างอะค่ะ
    รบกวนตอบด้วยน้ะค้ะ เพิ่งส่ง DS160 เมื่อคืนจองได้ 1 ต.ค แน่าค่ะ นานมาก

    • govisa  On August 27, 2012 at 8:36 pm

      น้อง Nikky คะ การจะเข้าไปนัดวันสัมภาษณ์ใหม่ หมายความว่า น้อง Nikky จองวันนัดสัมภาษณ์ได้แล้วแต่ไม่ถูกใจ อยากเลื่อนให้เร็วขึ้น จะต้องเข้าไป log on ในหน้าวันนัดสัมภาษณ์และทำการ delete วันนัดสัมภาษณ์เดิมทีได้จองไว้ก่อน อย่าลืม print การยกเลิกวันนัดเดิมออกมาด้วยค่ะ หลังจากนั้นจึงเข้าไป reschedule วันนัดสัมภาษณ์ใหม่ จะเห็นตารางปฏิทินนัดสัมภาษณ์อีกครั้ง ส่วนที่คนเขาเขียน Post ว่าเข้าไปจองตอนสี่ทุ่ม ได้วันนัดเร็วขึ้น ต้องเรียนให้ทราบว่า แล้วแต่ดวงค่ะ เพราะบางทีเข้าไปตอนดึกแต่ทาง outsource ของสถานทูตเขายังไม่ปล่อยวันที่ล็อตใหม่ออกมาก็ไม่มีวันที่เร็วขึ้นกว่าเดิมให้จองค่ะ การ delete วันนัดสัมภาษณ์เดิมและแก้ไขวันนัดสัมภาษณ์ใหม่สามารถทำได้สองครั้งด้วยพินนัดสัมภาษณ์เดิม ถ้ามากกว่าสองครั้ง ต้องซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์ใหม่ค่ะ

  • nicky  On August 28, 2012 at 12:45 pm

    ขอบคุณมากๆค่ะคุณgovisa
    มีอีกอย่างที่อยากให้คุณ govisa ช่วยวิเคราะห์ ที่คาดว่าจะเป็นประเด็นให้ไม่ผ่านค่ะอยากถามความเห็นน้ะค้ะ
    คือว่า nikky มีใบรับรองการทำงาน 2 ใบ บริษัทเดี่ยวกันใบแรกเริ่มงานนับจาก ปี
    Apr ‘ 2003 ถึง Dec’2011 และใบที่2 เริ่มงาน Mar 1 2012 ถึงปัจจุบัน
    สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจาก บริษัทถูกนำ้ท่วมไม่สามารถแบกรับภาระพนักงานพันกว่าคนได้จึงจ้างพนักงานออกหมดทั้งบริษัท แต่ได้เลือกพนักงานที่จะเก็บไว้ set up บริษัทกันใหม่จำนวนหนึ่ง แต่วันบันจุใหม่ไม่ติดต่อกันเว้น 2 เดือน ม.ค.กพ. (ในความเป็นจริงเข้าทำงานตลอดรวมทั้ง ม.ค-ก.พ. บริษัทจ่ายเงิ