การมีใบขับขี่ในสหรัฐอเมริกา


นักศึกษาไทยที่ไปศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา หากไม่ได้เลือกมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีการคมนาคมหลากหลายประเภท การมีรถยนต์ส่วนตัวนับเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะแต่ละสถานที่มักอยู่ห่างไกลกัน การใช้รถประจำทางไม่สะดวกสบายเหมือนอย่างที่นักศึกษาตั้งความคาดหวังไว้ก่อนหน้าเดินทาง บางเมืองใช้เวลารอรถประจำทางสายเดียวกันครั้งละครึ่งชั่วโมง บางเมือง 45 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงก็มี ผู้ที่มีธุระเร่งร้อนอาจเดินทางไปถึงสถานที่นั้นๆไม่ทันตามเวลานัดหมาย เมื่อต้องการมีรถยนต์ส่วนตัวไว้ใช้เองก็จำเป็นต้องสอบใบขับขี่ในสหรัฐอเมริกา จะใช้ใบขับขี่สากลตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกาไม่ได้

การสอบใบขับขี่ในสหรัฐอเมริกาจะประกอบด้วยการสอบข้อเขียน (Written test) และสอบภาคปฏิบัติ (Drive Test) เหมือนประเทศอื่นๆ ในการสอบข้อเขียน บางรัฐกำหนดไว้ว่า ให้ทำผิดในการสอบข้อเขียนได้ไม่เกิน 3 ข้อ และสอบข้อเขียนได้ไม่เกิน 3 ครั้งติดต่อกัน กรณีสอบข้อเขียนครั้งแรกไม่ผ่าน เมื่อสอบข้อเขียนผ่านจะได้รับ Instruction Permit หรือ Temps บางแห่งเรียก Learner’s Permit ซึ่งจะใช้ขับรถได้ก็ต่อเมื่อมีคนที่ได้รับใบขับขี่โดยสมบูรณ์หรือ Driver License นั่งไปด้วยข้างๆ หรือ บางแห่งกำหนดว่า ต้องมีคนที่ขับรถได้และมีใบขับขี่อายุ 25 ปีขึ้นไปนั่งไปด้วยข้างๆ ห้ามคนที่นั่งไปด้วยข้างๆเป็นคนที่อายุต่ำกว่า 25 ปี เพราะผิดกฎหมาย เมื่อผู้ที่มี Instruction Permit สอบภาคปฏิบัติผ่านจึงจะได้รับ Temporary Driver License ก่อน แต่บางรัฐอาจจะได้รับ Driver License เลย  เช่นเดียวกับการสอบข้อเขียน บางรัฐกำหนดให้สอบแก้ตัวภาคปฏิบัติที่สอบครั้งแรกไม่ผ่าน โดยให้สอบครั้งที่ 2 ได้ หากการสอบภาคปฏิบัติไม่ผ่านทั้ง 2 ครั้ง ต้องสอบข้อเขียนใหม่ เป็นต้น

ขอแนะนำ Power Point ที่ใช้คำอธิบายไม่ยาก พร้อมทั้งมีภาพประกอบและมีการสอนเป็นขั้นตอนชัดเจน ทำให้นักศึกษาที่เพิ่งผ่านมัธยมศึกษาตอนปลายและกำลังเข้าศึกษาระดับ Associate Degreeที่ Santa Monica College เข้าใจได้ง่ายๆ

http://www.smc.edu/EnrollmentDevelopment/IEC/Documents/How-To._Workshops/Apply_for_a_CA_Drivers_License.pdf

นักศึกษาผู้ถือวีซ่า F,M, หรือ J ที่จะสมัครสอบใบขับขี่สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.educationusa.info/files/203841a1-cc13-440c-d90d-6945f111f384/Applying%20for%20a%20Drivers%20License%20or%20State%20ID%20card.pdf

ซึ่งกล่าวไว้พอสรุปได้ดังนี้ คือ

1. ในตอนกรอกแบบฟอร์มขอสอบข้อเขียน นักศึกษาจะต้องมีระยะเวลาที่ยังคงเป็นนักศึกษาอยู่ หรือ หมายเลข Sevis I-901 ของนักศึกษายังมีอายุการใช้งานได้อยู่ ในบางรัฐระบุว่า นักศึกษาต้องเหลือระยะเวลาที่ยังคงเป็นนักศึกษาอยู่อีกอย่างน้อย 6 เดือน

2. นักศึกษาต้องติดต่อหน่วยงานของสถานศึกษาที่ตอบรับนักศึกษาเข้าเรียน Designated School Officials (DSOs) หรือ ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง (Responsible Officers-ROs)เพื่อขอคำแนะนำหรือความช่วยเหลือในการติดต่อกับ Department of Motor Vehicles (DMV) ในรัฐนั้นๆ

3. นักศึกษาต้องรอให้เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาไปแล้วเป็นเวลา 10 วันจึงจะขอสอบใบขับขี่ได้ และจะต้องมั่นใจว่า รายละเอียดชื่อ นามสกุลใน Sevis Number, สถานภาพนักศึกษา , วันเดือนปีเกิด ของนักศึกษาถูกต้องตรงกันกับเอกสารอื่นๆ อาทิ

  • หนังสือเดินทาง
  • ฟอร์ม I-94
  • I-20
  • I-766 ” Employent Authorization Document”(EAD ถ้ามี)
  • I-797 ” Notice of Action (ถ้ามี)”
  • Social Security Number(กรณีไม่มี SSN ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของ SSA ( Social Security Administration หรือ Department of Transportation Office) เพื่อขอจดหมายรับรองประเภท Certification of Non-Eligibility of SSN จาก SSA
  • DMV บางรัฐ ขอดูใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าโทรศัพท์ที่มีชื่อนักศึกษาอยู่บนใบเสร็จ, สัญญาเช่าที่พักที่มีชื่อนักศึกษาอยู่, จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารที่ส่งไปยังที่พักของนักศึกษา เป็นต้น

4. หากรายละเอียดเรื่องชื่อ นามสกุลไม่ตรงกัน ให้ศึกษาเพิ่มเติมวิธีการแก้ไขปัญหาจากเว็บไซต์ข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว หรือ ปรึกษาเจ้าหน้าที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยนั้นๆ ( International Student Officer)

5. นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่ DMV หรือ DPS ที่ใกล้ที่สุด  เพื่อขอสอบข้อเขียน Instruction Permit กรอกแบบฟอร์ม กับเจ้าหน้าที่ จ่ายเงินค่าสอบ หลังจากนั้น ทดสอบสายตาโดยให้มองผ่านกล้อง binocular ว่า สามารถเห็นแสง หรืออ่านตัวอักษรบางตัวอักษรได้ไหม อาจกล่าวได้ว่า เป็นการทดสอบว่าสายตาสั้นใส่แว่นไหม ถ้าต้องใส่แว่น จะมีคำว่า Restrictions หรือ Corrective lenses บนใบขับขี่ด้วย

6. การสอบข้อเขียนอาจจะเป็นการให้ทำข้อสอบบนกระดาษ หรือในคอมพิวเตอร์ขึ้นอยู่กับเครื่องไม้เครื่องมือที่แต่ละรัฐจะมีจัดไว้ให้

7. ถ้าสอบข้อเขียนผ่าน นักศึกษาจะได้ Instruction Permit หรือ Learners Permit ที่จัดส่งไปให้ที่บ้านภายใน 14 วันหลังสอบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐ ถ้าสอบไม่ผ่าน สอบใหม่ได้ในวันเดียวกัน ให้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ ถ้ายังทำไม่ได้อีก สามารถสอบใหม่ได้ในวันรุ่งขึ้น หรือสัปดาห์ถัดไป

8. ในปัจจุบันเว็บไซต์ของ DMV หลายๆแห่งจะมีการให้ download กฎจราจร หรือ ตัวอย่างข้อสอบพร้อมเฉลยไว้ให้ศึกษา ตัวอย่าง DMVที่รับ California  http://dmv.ca.gov/pubs/interactive/tdrive/exam.htm  DMV ของบางเมือง เช่น Los Angeles จะมีข้อสอบที่แปลเป็นภาษาไทยด้วย สำหรับจำนวนข้อสอบมีแตกต่างกันไป บางรัฐมี 25 ข้อ บางรัฐมี 36 ข้อ เป็นต้น

หมายเหตุ ในบางรัฐการสมัครสอบข้อเขียนอนุญาตให้ทำการนัดสอบออนไลน์ไปที่ DMV ได้ เพราะมีผู้มาสมัครสอบหนาแน่นและมีเจ้าหน้าที่จำนวนน้อย  เช่น การสอบใบขับขี่ในรัฐ California ค่าสมัครสอบข้อเขียนในรัฐ California ประมาณ 31 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคา ณ เดือนมิถุนายน 2555) ผู้สอบจะทราบผลในวันเดียวกับที่สอบว่า สอบผ่านหรือสอบไม่ผ่าน

ตัวอย่างเว็บไซต์  DMV ที่เมือง Los Angeles http://www.dmv.ca.gov/dl/dl_info.htm#2500  อนึ่ง รัฐต่างๆจะไม่อนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติสอบใบขับขี่ได้ กรณีนักศึกษาต่างชาติเหลือระยะเวลาอีกเล็กน้อยที่จะเดินทางกลับประเทศของตนเองหลังจบการศึกษา เช่น เว็บไซต์ของ Duke University  http://www.studentaffairs.duke.edu/ihouse/nc-drivers-license-and-lessons   

เมื่อสอบข้อเขียนผ่านไปได้ บางเมืองมีกฎว่า ต้องเพักไว้นาน 30 วันจึงจะสมัครสอบ Drive Test หรือบางแห่งใช้คำว่า Road Test ได้เช่นเดียวกัน เว็บไซต์มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกามักจะมีคำชี้แจงเรื่องการสอบทั้งข้อเขียนและปฏิบัติ เช่นเว็บไซต์ University of Michigan http://internationalcenter.umich.edu/life/license.html จากเว็บดังกล่าวมีคำอธิบายเพิ่มเติมว่า หากนักศึกษาเคยมีใบขับขี่แล้วในประเทศของตนเอง ให้แปลใบขับขี่นั้นเป็นภาษาอังกฤษ รายละเอียดการแปลศึกษาเพิ่มเติมที่  http://www.michigan.gov/documents/Translators_Resource_List_95124_7.pdf  ผู้มีใบแปลใบขับขี่จากในประเทศของตน ก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องรอให้ครบ 30 วันจึงจะสอบภาคปฏิบัติได้  ดังนั้น นักศึกษาควรปรึกษากับเจ้าหน้าที่ International Student Officer เป็นกรณีๆไป เพราะกฎเกณฑ์แต่ละรัฐแตกต่างกันออกไปบ้างเล็กน้อย เมื่อนักศึกษาจะสอบ Drive Test ให้นักศึกษาเตรียมตัวดังนี้ คือ

1. download คู่มือการสอบ Drive test จาก DMV หรือจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย (ถ้ามี) เช่น ของ University of Michigan ระบุว่า การสอบ Drive test หรือ Road Test ใช้เวลา 45 นาที ถึง 1ชั่วโมง 15 นาที บางรัฐอาจใช้เวลาน้อยกว่านี้ เช่น ใช้เวลา 20 นาที   http://www.michigan.gov/documents/ROAD_SKILLS_TEST_STUDY_GUIDE_05-02_21935_7.pdf

เว็บไซต์นี้จะมีแบบฝึกหัดและข้อสอบที่ผู้สอบควรทราบว่า การสอบจะเน้นให้ผู้สอบเรียนรู้การขับประเภทใดบ้าง เพื่อให้สอบผ่านภาคปฏิบัติ นักศึกษาสามารถนำไปลองศึกษาดูเป็นกรณีศึกษาได้ หรือจะค้นหาจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่ตนเองกำลังศึกษาอยู่ก็ได้

2. ฝึกซ้อมการหัดขับรถประมาณ 2-3 สัปดาห์ จนมั่นใจว่า มีความพร้อมที่จะไปสอบ เช่น หัดขับในลักษณะต่างๆ อาทิ ขับเข้าที่จอดรถ ขับขึ้นเขา ลงเขา จอดรถ การเปลี่ยนเลน การจำกัดความเร็วในการขับรถ การหยุด ณ ป้าย Stop sign ฯลฯ นักศึกษาอาจเป็นคนจัดตารางสอบล่วงหน้า หรือ walk-in เข้าไปที่ DMV เพื่อสอบในตอนเช้าเลย ซึ่งขึ้นอยู่กับกฎระเบียบแต่ละรัฐ ไม่เหมือนกัน

3. เมื่อสอบขับผ่านแล้ว จะได้รับใบขับขี่เลย หรือบางรัฐใช้วิธีการจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ ถ้าสอบไม่ผ่าน สามารถเตรียมตัวสอบใหม่ได้อีกภายในหนึ่งสัปดาห์ เมื่อนักศึกษาได้รับใบขับขี่แล้ว นักศึกษาสามารถใช้ใบขับขี่เป็นเหมือนบัตรแสดงตน( Identification Card )ได้อีกด้วย

แนะนำเว็บไซต์สำหรับค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัย คือ

Copyright © 2010-2011 GoVisa All rights reserved.

Advertisements
Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Comments

  • Tee Thamanit  On August 13, 2011 at 9:38 am

    ขอเพิ่มเติมที่พี่ govisa เขียนไว้ครับ หากเป็นไปได้ก็ควรเข้าไปศึกษาข้อบังคับเพิ่มเติมซึ่งแต่ละรัฐจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไป โดยพิมพ์ชื่อรัฐนั้นๆตามด้วยคำว่า DMV หรือ RMV เช่น Illinois DMV, Massachusetts RMV เป็นต้น และเข้าไปศึกษาข้อมูลในหมวดหมู่ Driver’s License หรือ Driving Test ครับ

    กรณีตัวอย่างที่อาจแตกต่างไปจากข้อมูลข้างต้นอยู่บ้าง อย่างเช่นกฎของรัฐ Illinois นักเรียนต่างชาติผู้ถือวีซ่า F-1 ที่ต้องการสอบใบขับขี่ต้องเข้ามาในประเทศแล้วอย่างน้อย 1 เดือน และระยะเวลาในการเรียนที่ปรากฎในI-20ต้องอย่างน้อยหนึ่งปีขึ้นไป และ ระยะเวลานับจากวันที่สอบใบขับขี่จนถึงวันสุดท้ายของI-20ต้องเหลือไม่น้อยกว่า6เดือน ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่สามารถเข้ารับการสอบใบขับขี่ได้ ซึ่งมีข้อยกเว้นเพียงกรณีเดียวคือกรณีที่นักเรียนต่างชาติคนนั้นๆมี SSN (social security number) ก็จะได้รับการยกเว้น การไปสอบที่Illinoisจะเข้มงวดมากในเรื่องที่จะต้องใช้รถคนอื่นที่มีประกันและจะต้องมีคนมีใบขับขี่ขับรถไปส่งที่จุดจอดเตรียมสอบ ห้ามขับเองเด็ดขาด สำหรับรัฐIllinoisนักเรียนต่างชาติสามารถทำได้เพียงTemporary Visitor Driving License อายุสูงสุดไม่เกินวันสุดท้ายของการเรียนและไม่เกิน1ปี ซึ่งไม่สามารถใช้แทนIDได้ (บนบัตรจะพิมพ์ไว้ชัดแจ้งว่า “not valid for identification”) ซึ่งหากนำไปใช้ในการเช่ารถนอกรัฐ เช่นเวลาไปเที่ยว อาจจะถูกปฎิเสธไม่ให้เช่าได้เช่นกัน ส่วนรัฐMassachusettsแตกต่างจากIllinoisคือRMVจะออกเป็นบัตรที่เหมือนกันกับคนอเมริกันทั่วไป ไม่มีการใช้temporary cardและบัตรมีอายุ5ปี แต่การสอบจะต้องจองวัน เมื่อผ่านข้อเขียนแล้วต้องรอคิวเพื่อสอบปฎิบัติ บางรัฐก็จะมีข้อกำหนดให้ต้องเข้าเรียนขับรถเป็นเวลากี่ชม.ก่อนถึงจะเข้ารับการสอบได้ก็มีเป็นต้นครับ

    ดังนั้นหากน้องๆต้องการไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยใด โดยเฉพาะโรงเรียนที่ต้องการการเดินทางโดยใช้รถ ก็ควรจะตรวจสอบกฎเกณฑ์อย่างละเอียดเสียก่อนครับ

    พี่แนะนำให้น้องๆทุกคนที่คิดจะซื้อรถและขับรถที่นั่น ควรเตรียมใบขับขี่สากลจากไทยไปด้วยเลยตั้งแต่ต้น เพื่อตัดปัญหาเรื่องการเช่ารถ และการไม่มีรถใช้ในช่วงแรกๆ แต่ระยะเวลาที่สามารถใช้ใบขับขี่สากลจากไทยนั้นในแต่ละรัฐก็จะอนุญาติให้ใช้ในระยะเวลาแตกต่างกันไปเช่นกันครับ

    ————————-
    กรณีนักเรียนต่างชาติที่ไม่มี SSN (Social Security Number)

    ข้อควรระวังอีกเรื่องคือการสอบใบขับขี่สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ไม่มี SSN จะต้องไปทำเอกสารชื่อ Denial Social Security Number (Denial SSN) ที่สำนักงาน Social Security Office ในท้องถิ่นเพื่อเป็นการยืนยันว่าตนเป็นผู้ที่ไม่มี SSN

    การจะได้เอกสาร Denial SSN ดังกล่าวจะต้องมีจดหมายที่ส่งมาถึงตนเองเช่นจดหมายทั่วไปจากธนาคาร หรือบิลต่าน้ำ ไฟ โทรศัพท์ ที่ส่งมาถึงโดยที่มีชื่อและที่อยู่ของตนเองเพื่อเป็นการยืนยันที่อยู่ บางรัฐอาจถามหาจดหมายรับรองจากโปรแกรมที่เรียน หรืออาจขอดู Apartment Lease Agreement หากกรณีเป็นเช่นนี้ เท่ากับว่าน้องๆก็ไม่สามารถสอบใบขับขี่ได้ถ้าหากยังไม่ได้รับจดหมายที่เป็นบิลเดือนแรกๆ เป็นต้น

    เมื่อได้รับจดหมาย Denial SSN แล้วก็ให้นำเอกสารอื่นๆได้แก่ I-20, Passport ไปติดต่อที่ DMV หรือ RMV เพื่อเข้ารับการสอบใบขับขี่ การไปสอบควรไปแต่เช้า เพื่อที่ว่าหากสอบข้อเขียน (ซึ่งเป็นmultiply choiceสอบในคอมพิวเตอร์) จะได้สอบปฏิบัติในวันเดียวกัน หากรัฐนั้นๆอนุญาต

    การเตรียมตัวเข้าสอบข้อเขียน ทางRMV (Registry of Motor Vehicles), DMV (Department of Motor Vehicle) (แล้วแต่ว่ารัฐไหนจะเรียกชื่ออย่างไร) จะมีคู่มือที่พิมพ์แจกหรือบางรัฐอาจให้ซื้อ ที่น้องๆสามารถไปรับได้ที่ RMV,DMV office หรือบางรัฐอาจวางแจกไว้ที่Walmartเป็นต้น การอ่านควรจะใส่ใจในคำถามท้ายบทเป็นพิเศษ และควรจำป้ายต่างๆให้ได้ทั้งหมดครับ

    • govisa  On August 13, 2011 at 3:40 pm

      ขอบคุณมากค่ะ น้อง Tee ถ้ามีน้องคนไหนเคยสอบใบขับขี่ในรัฐอื่นๆจะช่วยกรุณาแบ่งปันประสบการณ์ในรัฐที่ตนเคยสอบ พี่ก็ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้แทนน้องๆที่ยังไม่ได้ไปสอบใบขับขี่ในรัฐที่กำลังศึกษาอยู่ค่ะ

  • Attasit Fong  On August 24, 2011 at 10:44 pm

    ผมขอถือโอกาสเพิ่่มข้อมูลว่า
    1. NC สามารถสอบ Driver’s License ได้…
    อนึ่ง ในเวปของ Duke University จะแนะนำนักศึกษาต่างชาติให้ไปทำ State ID Card (ไม่ต้องสอบ) หรือ Learner’s permit ทันทีที่พร้อม ไม่ว่านักศึกษาจะขับรถหรือไม่ก็ตาม (เนื่องจากความสะดวกที่ว่า State ID หรือ Learner’s permit สามารถใช้ทดแทนพาสปอร์ตในกรณีเดินทางภายในประเทศสหรัฐฯ,นักศึกษาไม่ต้องถือพาสปอร์ตออกนอกบ้าน เสี่ยงต่อการสูญหาย)

    2. SSN or Certification of Non-Eligibility of SSN ไม่ต้องใช้ครับ(สำหรับ North Carolina)

    3. แนะนำ ให้ทำ ใบขับขี่สากล (ใช้คู่กับใบขับขี่ไทย) ไปด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถ เช่ารถขับได้

  • Thanit nit  On August 24, 2011 at 10:56 pm

    ผมมาขอ แชร์เรื่อง การสอบใบขับขี่ ที่อเมริกาด้วยครับ ท๊๋ San Francisco
    เอกสารที่ใช้ แค่เอา passport กับ I-20 ไปก็ทำได้เลยครับ
    ข้อสอบ มีเป็นภาษาไทย แต่ผมไม่รู้ว่าเมืองอื่นมีหรือเปล่านะครับ
    ขอใบ certificate driver license international จากประเทศไทยเตรียมมาด้วยนะครับ ขอได้ที่หมอชิต สามารถทำได้เลย โดยบอกเค้าว่า ขอใบรับรอง driver license international ถ้าใช้คำว่า certificate เจ้าหน้าที่บางคนอาจไม่รู้คำนี้นะครับ

  • Tee Thamanit  On August 25, 2011 at 9:39 pm

    เห็นกระทู้เกี่ยวกับ State ID อยากเพิ่มเติมเกี่ยวกับรัฐ Illinois (IL) และ Massachusetts (MA)

    นักเรียนต่างชาติสามารถทำ State ID ของรัฐ​MAได้ แต่สำหรับILไม่สามารถทำได้ State ID มีไว้เพื่อจุดประสงค์ในการแสดงตนเท่านั้น แทนการใช้ Passport (เพื่อไม่เป็นการสับสนกับใบขับขี่) State ID ไม่สามารถใช้เป็นใบขับขี่ได้ครับ

    การทำใบขับขี่สากลในประเทศไทย ต้องเป็นบุคคลที่มีใบขับขี่ไทยมาแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งปี ขอได้ที่หมอชิตครับ การใช้ในอเมริกาต้องใช้ควบคู่ไปกับใบขับขี่ไทย หากน้องๆที่ต้องการใช้ใบขับขี่อินเตอร์ ควรจะตรวจสอบกฎหมายของรัฐนั้นๆ เนื่องจากบางรัฐอนุญาตให้ใช้ได้ในเวลาที่จำกัดเท่านั้น การเช่ารถต้องมีบัตรเครดิตบนชื่อของตัวเองนะครับ ซึ่งควรทำไปด้วยจากเมืองไทย เพราะการทำบัตรเครดิตของธนาคารอเมริกาต้องมี SSN หากน้องๆใช้บัตรเดบิต มักถูกปฎิเสธการให้เช่ารถครับ

    • govisa  On August 25, 2011 at 10:15 pm

      ขอบคุณมากค่ะน้อง Tee ถ้ามีคำแนะนำเพิ่มเติมเรื่องอื่นๆ เขียนแนะนำมาได้เสมอนะคะ

  • AUM  On May 14, 2012 at 10:38 am

    ที่ Los Angeles ไม่ต้องไปขอ Danial SNN ก็สอบใบขับขี่ได้ครับ ส่วน Expiration Date เนี่ยบอกไม่ได้จริงๆว่าจะได้กัน 1 ปี หรือ 5 ปี เพราะว่าเพื่อนผมบางคนมาเรียนต่อโท ใน I-20 อยู่ได้ 5 ปี แต่ใบขับขี่ได้ปีเดียว
    แนะนำนะครับว่าถ้าจะซื้อรถที่ California เราสมารถใช้ International Driver License ได้แค่ 10 วันเท่านั้น นับจากวันที่ Immigration Stamp ที่ LAX ทางที่ดี ควรรีบไปสอบใบขับขี้จะปลอดภัยที่สุด
    ถ้าสามารถขอใบรับรองการขับขี่กับกรมขนส่งที่เมืองไทยว่าเราขับรถมาแล้วกี่ปี ก็จะมีผลดีในการไปทำประกันรถด้วยนะ เพราะว่าที่นั่นเค้าเข้มงวดมากเรื่องประสบการ์ในการขับรถ
    ขับรถก็ระวังๆกันหน่อยนะ กฎหมายเค้าเอาจริง จับจริง ปรับจริง ขึ้นศาลจริง แล้วก็ติดคุกจริงๆ

    • govisa  On May 14, 2012 at 9:08 pm

      ขอบคุณนะคะที่ช่วยให้รายละเอียดเพิ่มเติมค่ะ ขอให้น้องๆเช็คดูกฎและระเบียบของเมืองและรัฐที่น้องๆได้ไปศึกษากันเพิ่มเติมด้วย เพราะบางแห่งอาจมีกฎระเบียบพิเศษแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยค่ะ

  • Ken  On August 28, 2013 at 1:14 am

    ถ้าวีซ่าหมดอายุ ต่อใบขับขี่ได้มั้ยครับ

    • govisa  On August 28, 2013 at 5:24 am

      คำถามน้อง Ken ไม่ได้ระบุชื่อประเทศว่าจะขอใบขับขี่ประเทศอะไร พี่คิดว่าน้องหมายถึงประเทศสหรัฐน ถ้าวีซ่าหมดอายุหมายความว่า น้องไม่มีสิทธิ์อยู่ที่ประเทศสหรัฐฯ ยกเว้นกรณีวีซ่านักเรียนน้องยังมีสิทธิ์อยู่เรียนต่อได้แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่น้องบินออกนอกประเทศสหรัฐฯ น้องจะต้องขอวีซ่าใหม่เพื่อกลับเข้าไปเรียนต่อในสหรัฐถ้ายังเรียนไม่จบนะคะ คำถามที่ว่าจะต่ออายุใบขับขี่ได้ไหม ถ้าวีซ่าหมดอายุ และรัฐที่น้องอยู่ขอดูหนังสือเดินทางด้วยนอกเหนือจาก ID ของนักเรียน น้องก็คงต่ออายุใบขับขี่ไม่ได้ค่ะ ลองถาม DMV ในรัฐของน้องด้วยอีกครั้งค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: