รวบรวมคำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับประกันสุขภาพ


นักศึกษาที่ยังไม่ได้ทำประกันสุขภาพ หากยังพอมีเวลา กล่าวคือ ยังไม่ได้เดินทางเข้าไปในสหรัฐอเมริกา น่าจะได้ลองใช้เวลาว่างศึกษาเว็บไซต์ของบางสถานศึกษาเป็นกรณีศึกษาว่า การประกันสุขภาพจะให้ผลดีกับนักศึกษาอย่างไร ในยามเจ็บป่วยต้องไปพบแพทย์ ซึ่งแน่นอนที่สุด นักศึกษาคงต้องพยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรงดีที่สุด เพราะแม้จะมีประกันสุขภาพก็ตาม นักศึกษาก็ยังต้องมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อย เช่น ค่าพบแพทย์ ค่ายา เป็นต้น และถึงแม้ว่า จะได้ทำประกันสุขภาพไปแล้ว ไม่ว่าจะเลือกทำกับบริษัทที่มีเงื่อนไขตกลงร่วมกับมหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่ หรือเลือกทำกับบริษัทประกันสุขภาพอื่นข้างนอกเอง การได้อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ประกันสุขภาพไว้น่าจะเป็นประโยชน์ในเรื่องของการรักษาสิทธิของนักศึกษา อย่างไรก็ตาม บล็อกนี้ พยายามรวบรวมคำศัพท์จากหลายๆแหล่งข้อมูลไว้ให้กรณีนักศึกษาพบข้อติดขัดบางประการ ในการที่จะทำเข้าใจกับความหมายของการประกันสุขภาพ นอกเหนือไปจากนี้ผู้ที่จะให้คำแนะนำนักศึกษาได้ดี คือ  International Student Officer รุ่นพี่คนไทยในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับที่นักศึกษาศึกษาอยู่ หรือเพื่อนๆก็มีส่วนช่วยได้ มีนักศึกษาบางท่าน เวลากลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยจะไปพบแพทย์เพื่อขอตรวจสุขภาพ หรือฉีดวัคซีนต่างๆ เพราะนักศึกษาเหล่านั้นทราบแล้วว่า ค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐอเมริกามีราคาแพง เป็นต้นว่า ค่าไปพบแพทย์ตกประมาณ 100 เหรียญ เป็นต้น ทั้งนี้คงเป็นอัตราค่าบริการของบางรัฐไม่ใช่ทุกรัฐ
ตัวอย่างเว็บไซต์ที่น่าจะเข้าไปศึกษาเช่น

2.  http://www.ciee.org/insurance/downloads/DMB.pdf

3. http://healthcenter.uoregon.edu/insurance/International_benefits.html

4. http://www.indiana.edu/~gpso/health-insurance-glossary-and-faq.php

ดังนั้น เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาเข้าไปเรียนจึงจัดเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดที่จะค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ การเข้ารับบริการ การขอเงินประกันคืน การต่ออายุ การยกเลิก และอื่นๆ ของการประกันสุขภาพที่นักศึกษาควรทราบ นักศึกษาคงต้องตระหนักว่า การมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเองให้ดีที่สุดย่อมเป็นประโยชน์ยามอยู่ห่างไกลจากผู้ปกครองในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หากประสบปัญหาในการทำความเข้าใจภาษาอังกฤษ เว็บไซต์ของคนไทยที่เป็นที่พึ่งนักศึกษาได้คือ เว็บไซต์สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในประเทศที่นักศึกษาไปศึกาาอยู่ เช่น เว็บไซต์ผู้ดูแลนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกา  http://www.oeadc.org/scholars/FAQ/FAQHealthIns?force_toc:int=1  นอกจากนี้ยังมีเว็บไซตือื่นของหน่วยงานในไเมืองไทย เช่น

1. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและประกอบธุรกิจประกันภัย (ศปภ)    http://www.oic.or.th/th/vocab-insur/a-1.htm

2. สมาคมประกันชีวิตไทย  http://www.tlaa.org/www/th/glossary/?faq_g=21

3. ไทยอินชัวร์เรอส์ดาต้าเนท จำกัด http://www.insure.co.th/index.php/ins-word/life-word

รวบรวมคำศัพท์บางคำที่ควรรู้จากแหล่งข้อมูลต่างๆข้างต้น มีดังนี้คือ

คำศัพท์ ความหมาย
accident อุบัติเหตุ
actual charge ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
accelerated endowment การ ที่ผู้เอาประกันชีวิตขอใช้สิทธิ์นำเงินปันผลที่สะสมได้มารวมกับค่าเวนคืน ซึ่งมีจำนวนจำกัดหรือมากกว่าจำนวนเงินเอาประกันภัย เพื่อขอรับเงินเอาประกันภัยก่อนสัญญาครบกำหนด
addendum เอกสารเพิ่มเติมในสัญญา
agent ตัวแทน
aggregate maximum ผลประโยชน์รวมทั้งหมด
application form คำขอเอาประกัน
assured ผู้เอาประกันภัย
assurer ผู้รับประกันภัย
attained age อายุในขณะที่ทำการประกัน หรือขอเปลี่ยนแบบกรมธรรม์
the beneficiary ผู้รับประโยชน์
bonus เงินปันผล
brand-name prescription drug or medicine ใบสั่งยาที่มีชื่อหรือมียี่ห้อ
certificate of prior credible coverage หนังสือรับรองการมีประกันสุขภาพกับบริษัทที่ได้มาตราฐานสากล
claim amount ค่าสินไหมทดแทน
co-insurance , co-assurance ค่าใช้จ่ายสมทบที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบชำระให้แพทย์ซึ่งผู้เอาประกันอาจจะอยู่ในลักษณะคนไข้นอก หรือ คนไข้ในแล้วแต่กรณี ส่วนใหญ่กำหนดเป็นอัตราเปอร์เซนต์ของค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด เช่น 20/80 % ของจำนวนค่ายาที่ไม่เกิน 10,000 เหรียญ หมายความว่า ผู้ป่วยจ่ายเอง 2,000 เหรียญ บริษัทประกันจ่าย 8,000 เหรียญ สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่ไม่เกินกว่า 10,000 เหรียญ หรือ อีกประเภทหนึ่ง 10/90 % ของจำนวนค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่ 10,001-20,000 เหรียญ กล่าวคือ ผู้ป่วยจ่ายเพิ่มอีก 105 ของค่ารักษาพยาบาลที่เกินกว่า 10,000 เหรียญขึ้นไป) และ 100% ของค่ารักษาพยาบาลที่เกินกว่า 20,001 คือ บริษัทประกันภัยจ่ายให้เต็ม หากค่ารักษาพยาลเกินกว่า 20,000 เหรียญขึ้นไป ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันซื้อไว้
concealment การปกปิดความจริง
consideration ค่าต่างตอบแทน เช่น ผู้เอาประกันจ่ายเบี้ยประกัน ผู้รับประกันชดใช้เงินเมื่อเกิดหุการณ์ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา
constant premium เบี้ยประกันคงที่ไม่แปรผันตามเวลา
copay ค่าใช้จ่ายสมทบที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบชำระให้แพทย์ หรือร้านขายยา อาจจะเป็นจำนวนเงินต่อครั้ง จำนวนรวมต่อปี หรือไม่มีเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยซื้อ เช่น การพบแพทย์ บางที่จ่าย 10,15 หรือ 20 เหรียญ , ค่ายาตามคำสั่งแพทย์อาจจะเป็น 5,10,15 หรือ 20 เหรียญต่อครั้งหรือต่อประเภทของยาว่าเป็นยาที่มีหรือไม่มียี่ห้อ
covered medical expenses ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล
covered person ครอบคลุมบุคคลเอาประกัน
death benefit ผลประโยชน์เมื่อถึงแก่กรรม
deductible ค่าเสียหายส่วนแรก หรือจำนวนเงินขั้นต้นที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบจ่ายต่อแพทย์หรือสถานพยาบาลโดยตรงก่อนที่บริษัทประกันจะจ่ายส่วนที่เกินให้ต่อไป จำนวนเงินในส่วนที่เป็น deductible แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ เช่นหากกรมธรรม์กำหนด deductible ไว้ที่ 250 เหรียญต่อปี เมื่อนักศึกษาป่วยไปพบแพทย์เป็นครั้งแรกของปีประกันนั้นๆ นักศึกษาต้องจ่ายค่ารักษาเองจนกว่าจะครบ 250 เหรียญ เมื่อนักศึกษาเจ็บป่วยครั้งต่อๆไปก็ไม่ต้องจ่ายค่า deductible อีก
deferred period ระยะรอรับผลประโยชน์ที่กำหนดระยะเวลาดังกล่าวนับตั้งแต่เกิดทุพพลภาพจะต้องผ่านพ้นไปก่อน จึงจะจ่ายเงินผลประโยชน์ให้
disability benefit ผลประโยชน์เพื่อทุพพลภาพ
disablement benefit เงินจ่ายชดเชยตามกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุบุคคล ประกันความเจ็บป่วย หรือประกันสุขภาพเนื่องจากไม่สามารถประกอบอาชีพได้เต็มที่ หรือบางส่วน ภายในระยะเวลาที่กำหนด
disclosure เปิดเผยความจริง
double indemnity การชดใช้สองเท่า
double insurance การประกันภัยซ้ำซ้อนที่มากกว่า 1 บริษัท
durable medical and surgical equipment อุปกรณ์ทางการแพทย์และศัลยกรรมที่มีความทนทาน สามารถใช้ในการรักษาพยาบาลและมีหาไว้ใช้ประจำในที่พักอาศัยได้
Elective treatment การรักษาพยาบาลประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังจากวันแรกของการมีผลคุ้มครองการมีประกัน เช่น การลดน้ำหนัก การรักษาโรคบกพร่องทางการเรียนรู้  การฉีดวัคซีนชนิดต่างๆ การรักษาโรคภาวะมีบุตรยาก หรือการตรวจร่างกายประจำปี ฯลฯ
emergency กรณีเหตุฉุกเฉิน
emergency medical condition สภาวะทางการแพทย์ฉุกเฉินที่ผู้เจ็บป่วยมีอาการความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
explanation of benefit (EOB) แบบรายงานชี้แจงการจ่ายค่ารักษาพยาบาลของบริษัทประกันสุขภาพส่งให้ผู้ป่วย หรือ สถานพยาบาลทราบว่า บริษัทประกันสุขภาพได้รับแบบ claim การรักษาพยาบาลและดำเนินการให้แล้ว ในแบบฟอร์ม EOB จะมีรายละเอียดวันที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษา รายการที่ได้รับการรักษา จำนวนค่ารักษาพยาบาลในแต่ละรายการซึ่งอาจมีส่วนที่เป็น deductible และ/หรือส่วนที่ประกันสุขภาพไม่จ่ายหรือไม่ครอบคลุม (exclusion) ซึ่งจะให้รายละเอียดของสาเหตุที่ไม่จ่ายเต็มจำนวนในบางรายการให้ผู้ป่วยหรือแพทย์ หรือสถานพยาบาลได้รับทราบ พร้อมทั้งรายละเอียดเลขที่เช็ค และจำนวนเงินที่บริษัทประกันจ่ายคืนไปยังแพทย์ หรือสถานพยาบาล หรือผู้ป่วย (หากผู้ป่วยจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลไปแล้วล่วงหน้า) หากมีจำนวนค่ารักษาพยาบาลที่ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบเอง ผู้ป่วยจะได้ดำเนินการจ่ายยอดคงค้างไปยังแพทย์หรือสถานพยาบาลโดยตรงต่อไป
evidence of health ใบรับรองสุขภาพ
exclusion ส่วนที่ประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมการรักษา ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบจ่ายค่ารักษาพยาบาลคืนให้แพทย์ หรือ สถานพยาบาลโดยตรงเอง
forfeiture การสูญเสียสิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัย
generic prescription drug or medicine ยาตามใบสั่งแพทย์ เช่น ผู้ประกันสุขภาพในระบบกลางจะจ่ายค่ายาธรรมที่ไม่มียี่ห้อ (generic) ในอัตรา 10 เหรียญต่อประเภทยาและต่อครั้ง
grace period ระยะเวลาผ่อนผัน
group life insurance การประกันชีวิตประเภทกลุ่ม
health insurance การประกันสุขภาพ
hospital and medical expenses insurance การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและค่าโรงพยาบาล
hospital cash insurance การประกันภัยค่ารักษาพยาบาลแบบเงินสด โดยผู้รับประกันจะจ่ายเงินให้ผู้เอาประกันที่เป็นคนไข้ของโรงพยาบาลตามจำนวนเงินที่กำหนดไว้ โดยไม่คำนึงว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจะมากน้อยเพียงใด
incurred but not reported (I.B.N.R.) เกิดแล้วยังไม่รายงาน
injury การบาดเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุรวมถึงอาการกำเริบจากการบาดเจ็บดังกล่าว
in-network สถานพยาบาลในระบบ ค้นหาชื่อ แพทย์ สถานพยาบาลหรือร้านขายยาที่อยู่ในระบบได้จากเว็บไซต์ของบริษัทที่เลือกซื้อประกันสุขภาพ หากไม่สามารถพบแพทย์หรือสถานพยาบาลที่อยู่ในระบบภายในรัศมี 25 หรือ 30 ไมล์ (ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของบริษัทประกันสุขภาพ) จากที่อยู่ของตน สามารถหาชื่อแพทย์ หรือสถานพยาบาลใดก็ได้ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในระบบ
Installment  premium เบี้ยประกันภัยผ่อนชำระ
the insured ผู้เอาประกันภัย
the insurer ผู้รับประกันภัย
in patient ผู้ป่วยไข้ใน
lapse ขาดอายุ
limit ขีดจำกัด ความรับผิดสูงสุดของผู้รับประกันภัยตามที่กำหนดไว้ในสัญญาประกันภัย
loss of limb การสูญเสียอวัยวะ แขนขา
medically necessary ที่จำเป็นทางการแพทย์
morbidity table ตารางแสดงความร้ายแรงของโรคต่างๆ
negotiated charge ค่าใช้จ่ายสูงสุดที่สถานพยาบาลตกลงที่จะให้บริการเพื่อประโยชน์ของผู้เอาประกัน
non-medical insurance การประกันชีวิตโดยไม่ตรวจสุขภาพ
non-preferred care แพทย์ หรือ พยาบาลนอกระบบ
non-preferred care provider(non-preferred provider) แพทย์ หรือ สถานพยาบาลนอกระบบ
non-preferred pharmacy เภสัชกร หรือ ร้านขายยานอกระบบ ที่ไม่ได้จ่ายยาตามใบสั่งแพทย์ ตามข้อกำหนด
out of network แพทย์ หรือ สถานพยาบาลนอกระบบ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนที่เรียกว่า deductible, copay หรือ coinsurance ในส่วนที่มากขึ้นกว่าการไปเข้ารับการรักษาจากแพทย์หรือสถานพยาบาลในระบบ (in network) เช่น อาจจะมีค่า deductible 250 เหรียญ ยกเว้นกรณีที่เป็นเหตุฉุกเฉินเมื่อเข้าไปรักษาในสถานพยาบาลนอกระบบ อาจได้รับการยกเว้นส่วนที่เป็น deductible
Over counter drugs ร้านขายยา
Partial disablement ทุพพลภาพบางส่วน
Permanent disablement ทุพพลภาพถาวร
Permanent health insurance การประกันสุขภาพแบบถาวร
pharmacy ร้านขายยา
physician แพทย์ที่มี licensed ประจำรัฐนั้นๆ หรือ practitioner ที่ได้รับการยอมรับทางกฎหมายว่าสามารถให้การรักษาพยาบาลเยี่ยงแพทย์ได้
policy กรมธรรม์
Pre-certification for non-emergency inpatient admission ระเบียบของบริษัทประกันสุขภาพที่กำหนดให้ผุ้ป่วยที่แพทย์ หรือ สถานพยาบาลให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยไข้ใน ทั้งนี้ผู้ป่วย และ/หรือสถานพยาบาลต้องแจ้งให้บริษัทประกันทราบล่วงหน้าก่อนผู้ป่วยจะไปเข้ารับการรักษาอย่างน้อย 3-5 วันเพื่อขอ Pre-Authorization จากบริษัทประกันฯเพื่อบริษัทประกันนจะได้มีโอกาสสอบถามแพทย์หรือสถานพยาบาลถึงขั้นตอนการรักษา ซึ่งอาจมีทางเลือกของการรักษาได้หลายทางขึ้นอยู่กับความเร่งด่วน หรือความจำเป็น แล้วแต่กรณีโดยแพทย์หรือสถานพยาบาลจะให้รายละเอียดและเหตุผลเพิ่มเติมว่าทำไมถึงเลือกวิธีการรักษาเฉพาะทางนั้นๆ กรณีที่นักศึกษาไม่ได้แจ้งให้บริษัทประกันฯทราบเพื่อขอ Pre-Authorization ก่อนเข้ารับการรักษา นักศึกษาอาจมีค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบเองเพิ่มเติม นอกเหนือจาก deductible, copay และ coinsurance ของค่ารักษาพยาบาลตามกำหนดของกรมธรรม์
Pre-existing condition อาการเจ็บป่วยที่มีอยู่ก่อนการทำประกันสุขภาพ
Preferred care แพทย์หรือสถานพยาบาลในระบบ
Preferred care provider( preferred provider) แพทย์หรือสถานพยาบาลในระบบ
Preferred pharmacy เภสัชกรในระบบ
premium เบี้ยประกันภัย
Prescription ใบสั่งยาตามแพทย์สั่ง
Proof of coverage letter หนังสือรับรองการมีประกันสุขภาพ
Reasonable charge ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม
registration การสมัคร
renewal การต่ออายุ
Return commission ค่าบำเหน็จจ่ายคืนเมื่อมีการยกเลิกกรมธรรม์
Routine physical exam การตรวจร่างกายทั่วไปประจำปี
sickness โรคต่างๆ หรือ อาการเจ็บป่วย หรือ การตั้งครรภ์
Single premium เบี้ยประกันภัยชำระเพียงครั้งเดียว
Social security number เลขบัตรประกันสังคม
Sum insured ทุนประกัน หรือจำนวนเงินเอาประกัน
Temporary disablement ทุพพลภาพชั่วคราว
Total disablement ทุพพลภาพสิ้นเชิง
Utmost good faith ความสุจริตใจอย่างยิ่ง ผู้เสนอขอเอาประกันภัยต้องเปิดเผยถึงข้อเท็จจริงให้ผู้รับประกันภัยทราบ เพื่อเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจของผู้รับประกันภัยว่า จะรับประกันภัยหรือไม่ และหากรับประกันภัยจะมีเงื่อนไขอย่างไร
Waiting period ช่วงระยะเวลารอคอย เช่นกรมธรรม์สถานศึกษากำหนด waiting period ไว้ 6 เดือนหากนักศึกษาเริ่มป่วยวันที่15 มิถุนายนและแพทย์กำหนดให้นักศึกษาไปตรวจปลการรักษาทุก 6 เดือนเป็นเวลาอีก 6 เดือน หาคภาคการศึกษาใหม่เปิดเรียนวันที่ 1 กันยายนและนักศึกษาเริ่มมีประกันกับสถานศึกษาตั้งแต่วันเปิดภาคเรียน ค่ารักษาพยาบาลข้างต้นนักศึกษาจะไม่สามารถส่งไปเบิกคืนจากบริษัทประกันสุขภาพได้จนกว่าจะล่วงเลยกำหนด 6 เดือนนับจากวันที่เริ่มป่วย ดังนั้น นักศึกษาจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเองตั้งแต่วันที่เริ่มป่วยคือวันที่ 15 มิถุนายนถึงวันที่ 14 ธันวาคม ถึงแม้ว่า นักศึกษาจะเริ่มมีประกันของสถานศึกษาในวันที่ 1 กันยายนก็ตามในช่วงย้ายสถานศึกษาก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสูญญากาศของการประกัน เนื่องจากสถานศึกษาแต่ละแห่งเปิดและปิดภาคการศึกษาไม่พร้อมกัน เช่น สถานศึกษาเดิมทำประกันสุขภาพให้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม แต่สถานศึกษาใหม่เริ่มเปิดภาคและทำประกันให้นักศึกษาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน หากนักศึกษาเจ็บป่วยในระหว่าง เดือนสิงหาคม นักศึกษาต้องรับผิดชอบจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเอง เนื่องจากไม่มีประกันสุขภาพในช่วงนั้น
Waiver of premium Disability benefit การยกเว้นเบี้ยประกันเพราะทุพพลภาพ
Weight and height table ตารางน้ำหนักและส่วนสูง
Written premium จำนวนเบี้ยประกันภัยทุกประเภทที่บริษัทประกันชีวิตได้รับ
Willful misconduct ความประพฤติผิดโดยจงใจ

Copyright © 2010-2011 GoVisa All rights reserved

.

Advertisements
Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Comments

  • kay kk  On August 22, 2011 at 9:47 pm

    I would like to share my experience when I went to study MBA in USA a few years ago. I have ringing ear problem. It’s like too much ear wax blocking my hearing. It may be rediculous ,but not funny for me as a patient. I brought medicine to drop my ears to move ear wax out ,but it’s not working. Even worse, I started to felt painful to my left ear on August 14, so I wanted to see the doctor by using my health insurance. Unfortunately, visiting the doctor here needs to make appointment and my health insurance will be expired on Aug 19 ,so I needed to see doctor asap. I called several doctors but they are not available before Aug 19 ( after Aug19 I must pay by myself) until I got a doctor ,P., expert in ear problem. She ‘s available on this Friday.

    However, I felt so painful that I couldn’t stand aymore then in the evening, I went to that hospital, that Dr P. works , but I didn’t see her , I went to emergency unit instead. I ‘m not sure if health insurance company will pay this medical expense for me or not . At that time, I didnt concern anymore. I only want to releive my pain. In the emergency room, I was treated as general patient. However, I felt that they didnt treat me well because I can’t hear with my 2 ears clearly. The nurse cured the left ear clear ,but she let me go back home. I claimed that how I go back home although my right ear is not clear ,so she cured my right ear next ,but it is still not working. Then she said you can meet the doctor on Friday ,so That’s all for tonight , go home. By the way, the curement is just dropping medecine to break ear wax and flush with water injection. They dont use insturment drawing it like the hospital in BKK . If they do like this , I can do it at home. At that night , I didnt pay anything ,just wait for bill and claim to health insurance company. I need to find if I have to pay by myself or not.
    After going back home, later this morning , Dr P. called me and claimed that if I still want to see her tomorrow (on Friday), I must pay $125 only in CASH because she claimed that it is pre-existing expense or I cancel this appointment and find another doctor instead. I dont know what pre-exitsing is. My ear problem never happened before I broght this health insurance from the first university I attended the ESL program .

    In the health insurance agreement , we both students and the language school understood that students pay only $50 for each disease or injury and the health insurance company pay the rest of medical expenses. I’m so wondering why I need to pay such high money $125. I dont mind about paying money, just want to know why ? it ‘s not informed in the agreement. Then, I went to first university where I studied ESL program to consult about this problem. Nobody can help me much. The staff called this doctor ( Dr.P.)on my behalf,but the doctor can’t explain about pre-existing expense ,just repeat that I need to pay if I want her to cure my ears. The ESL program staff just advised me to wait for new health insurance that I will get from the university which admitted me as MBA student soon and find a new doctor to cure my ears next. I paid full cost $222 of health insurance fee and agreed with the conditions in the agreement. I should not be treated like this. It’s unfair. Rigt now , my right ear is still ringing… and I dont hear as clear as I should be.

  • kay kk  On August 22, 2011 at 10:01 pm

    ขอกลับมาแชร์ประสบการณ์ต่อ เรื่องไปหาหมอที่ Cook County Hospital มาให้ฟังครับ (เรื่องเกิดมานาน 3-4 ปีมั๊ง เล่าเท่าที่พอจำได้จากบันทึกเก่าๆครับ)

    Cook County Hospital เป็น รพ.ของรัฐ ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งครับ เป็นเหมือนศิริราช บ้านเราคือ เป็น รร แพทย์ ไปด้วยในตัว อยู่ในสังกัดของ UIC ครับ ดังนั้น คนไข้ก็เยอะมากๆ เป็นธรรมดา คนไข้ส่วนใหญ่ 90% คือ คนผิวดำ กับ เม็กซิกัน สำหรับคนเอเซียน้อยมากๆ การเข้ารับการรักษามีขั้นตอน สรุปง่ายดังนี้นะครับ
    1) ก็ต้องไปลงทะเบียนทำประวัติผู้ป่วยก่อนครับ ใช้บัตรอะไรก็ได้ ที่มีชื่อเราเป็นภาษาอังกฤษ มีรุป เรา จะรัฐออกให้ หรือ รร หรือ ยู ออกให้ก็ได้ครับ ใช้พาสปอร์ตได้ครับ จากนั้น จนท จะให้ สายคล้องข้อมือหลวมๆ เป็นพลาสติกสีส้ม พร้อมป้ายชื่อเรา ไว้ตลอดจะได้ทราบว่าคนนี้คนไข้นะ
    2) จากนั้นไปนั่งรอ เพื่อถูก เรียกชื่อเราเป็นครั้งแรก เราก็จะถูกเรียกไปตามช่องที่เขาบอกไว้ ที่เป็นเบอร์ จนท ก็จะถามประวัติการป่วย การรักษาการใช้ยาของเรา เป็นข้อมูลทางสุขภาพร่างกาย เราล้วนๆ ครับ ไม่เกิน ห้านาทีเสร็จ …ซึ่ง รอนานมากครับกว่าจะถูกเรียกชือ
    3) จากนั้นก็ไปนั่งรอที่เดิมอีกครับ เพื่อรอโดนเรียกเป็นครั้งที่สอง ไปตามช่องหน้าต่าง นั่นหล่ะครับ เพื่อทำ paper work จนท ก็จะให้เรากรอกประวัติที่อยู่ ข้อมูลด้านการทำงาน อาชีพ ครอบครัว แต่งงาน โสด รายได้ทำนองนี้ และเซ็นยินยอมว่าจะจ่ายค่ารักษาที่เกิดขึ้น ทำนองนี้ ผมก็ถามถึงเรือง ขอยกเว้นหรือลดหย่อนค่ารักษาได้มั้ย เพราะผมเป็น นร อินเตอร์ ไมมีรายได้ เขาก็ให้ เอกสารผม มากรอกว่า หากมี bill ค่ารักษามาที่บ้านก็ ให้ทำเรืองตามนี้ ส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่ ทาง รพ ต้องการ แล้วรออนุมัติ ซื้งอาจได้หรือไม่ก็ได้
    4) จากนั้นก็ไปนั่งรอๆๆๆ อีก.. เพื่อ รอ พยาบาลเรียกชื่อ เข้าไปห้องของทีมแพทย์ที่ทำการรักษา
    5) พอพยาบาลเรียกชื่อ เราก็ตามพยาบาลเข้าไปในห้องดังกล่าว เหมือนเป็นอีกแผนกนึง เหมือน แผนกฉุกเฉิน ใน รพ บ้านเราครับ มี ห้องย่อยๆ สิบกว่าห้อง พร้อมเตียง ไฟส่อง มีเครืองมือปั้มหัวใจทุกห้อง พยาบาลก็ให้ผมไปนั่ง รอบนเตียงในห้อง อีก สามสิบนาที แพทย์จึงเข้ามาดูอาการผม
    6) แพทย์ ก็เข้ามาทักทาย กันเอง ถามมีอาการอะไร เกิดเมือไร ผมก็เล่าไปตามเรืองที่เกิดขึ้น หมอถามประวัติการป่วย การรักษา การใช้ยา แพ้ยาอะไรมั้ย มีอาการแบบนี้บ้างมั้ย แล้วก็ กดตามร่างกาย โน่นนี่ เหมือนเช็คระบบประสาทว่าเราตอบสนองมั้ย แล้วก็ตรวจหูเรา แล้วก็ บอกว่า เป็นไงแล้วตอนนี้ แล้วให้ ไปอีกห้องนึง เพื่อทำการล้างหู
    7) ผมไปอีกห้องนึง หมอก็ให้ผมเปลี่ยนเสื้อ ใส่เสื่อคนไข้ เพราะ ล้างหูแล้ว หมอเกรงว่า เสื้อผมจะเลอะเทอะเปียก ตอนเปลี่ยนเสื้อ หมอก็ให้ความเป็นส่วนตัวดีนะครับ คือออกไปแล้วปิดม่านให้ จากนั้นหมอก็ เตรียม อุปกรณ์การล้างซึ่ง มี syringe ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ผสมน้ำ 50:50 ซึ่งขั้นตอนนี้ ผมแปลกใจที่ หมอ ทำเองหมดเลยคนเดียว ไม่มีพยาบาลมาช่วยเหมือน รพ ของเอกชน อาจเป็นได้ว่าค่าแรงแพงเลยไม่ได้จ้าง จนท หลายคน
    ตั้งแต่ หมอเจอผม หมอจะบอกผมทุกขั้นตอนว่า จะทำอะไรต่อไป เดี๋ยวหมอมานะ ทำนองนี้ ซึ่ง ผมรู้สึกได้ถึง ความเอาใจใส่ เข้าใจจิตใจคนไข้ ความเป็นมืออาชีพ ผมสงสัยอะไร ผมถาม หมอก็จะอธิบายผมตลอดว่าคืออะไร ยังไง คอยฟังผมพูดช้าๆ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่ดีมากๆ เลย อาจเพราะมันเป็น รร แพทย์ ด่วยมั้งครับ หมอที่นี่ เจอคนไข้มากมาย เจอมาหลาย case ความเก่ง ความเข้าใจจิตใจคนไข้ก็เลยมีอยู่มาก หมอจะมีความกระตือรือล้น ทำอะไรกระฉับกระเฉง
    8) พอหมอล้างหูผมเสร็จ ก็ ให้ หมออีกท่านนึงซึ่่ง ดูท่าทางอาวุโสกว่า มาตรวจอีกที ว่าโอเคมั้ย ทำนองนี้ หมออีกท่านก็บอกอืม โอเค หมอคนที่ตรวจผมก็ บอกว่าจะสั่่งยานะ คืออะไร เพื่ออะไร รักษาอะไร ใช้ยายังไง เข้าใจง่าย
    9) จนท รพ ก็บอกผมเรืองการรับยา ว่า ผมต้องมารับยาอีกวันนึง ตอนรับยาก็ทำตาม step ที่มีใบแจ้งไว้ให้ แผนก Pharmacy แค่นี้ พอ bill มาที่บ้านก็มาชำระเงิน
    10) วันนี้ผมเพิ่งไปรับยา คนเยอะมาก แต่ยังดี ที่ผมเข้าคิว ไม่นานนัก แค่ สามสิบนาทีก็รับยาแล้ว ซึ่งขั้นตอนจริงๆ คงต้องมี่รับใบสั่งยา จาก จนท คนนึง แล้วส่งไปให้แผนกยา จากนั้นก็รอ มารับ ยา ผมอธิบายขั้นตอนไม่ถูกแต่มันเป็นคิวเข้าแถวที่ยาวๆ เหมือนกัน ผมเองยัง งงๆ เลย เข้าคิวผิดแถวนี้ แบบรอไปอีก 1 วันได้เลยนะครับ

    สรุป จากที่ผมไปถึง รพ 12.30 ลงทะเบียนทำประวัติ ทำ paper work ได้พบหมอจริงๆ 21.45 จากน้นล้างหูอะไรเสร็จ ออกจาก รพ ตอน 22.15 นั่งรถไฟกลับถึงบ้าน เกือบ ห้าทุ่ม.. นี่คือ ประสบการณ์ที่ผมหาไม่ได้จากเมืองไทยครับ หาก ไม่รู้ขั้นตอน ภาษาไม่เก่ง อ่านป้าย ภาษาทางการแพทย์ไม่ออก เสร็จครับไม่ต้องหาหมอ
    จริงๆ ผมไป emergency department ก่อนเพื่อลงทะเบียนแต่จนท ส่งผมออกไปลงทะเบียน อีกแผนก ASC จำตัวเต็มไม่ได้แล้วครับ เหมือนแผนกผู้ป่วยนอกบ้านเราหล่ะ ผมไปเข้าคิวรอ 1 ชม พอถึงตาผม จนท บอกไม่รับแล้วคนไข้เยอะแล้วหมอตรวจไม่หมดด้วย มาใหม่พรุ่งนี้หรือไปลงทะเบียน emergency department แทน ผมก็บอกเพิ่งโดนส่งมาเนี่ยะ เขาบอกงั้นจะโทรไปให้ แล้วไปลงทะเบียนที่โน่น ก็อ่ะ ย้อนกลับไปอีก เข้าคิวอีก 15 นาที เพิ่งได้ ลงทะเบียน

    สภาพ รพ ก็เป็นตึกทันสมัยดีครับ คนไข้เยอะ คนยากจน homeless เม็กซิกัน กลิ่นกายกลิ่นอะไรปนกันมั่วไปหมด ได้ยินมาว่า เฉลี่ยๆ รอ สิบ ชม กว่าได้พบหมอครับ
    เล่าแล้วก็จะยาวอีกเรืองที่ รอ นี่ ผม มองนาฬิกาตลอด ในใจก็นึกว่า ไหนๆ จะเสียเวลาทั้งวัน ก็อยากรู้เหมือนกันว่า รพ ของรัฐที่ เมกา จะมีสภาพเป็นอย่างไร

    ผม รอตั้งแต่บ่ายโมงกว่าๆ จากที่ ลงทะเบียนแล้ว ผมก็ทั้งนั่งรอ ยืนรอ บิดไปบิดมา มองไปก็เจอแต่คนไข้ กับ จนท นั่งโต๊ะที่คอย ซักถามคนไข้ตอนเรียกชื่อ ตอนทุ่มนึง ก็มี จนท คนนึง สังเกตว่าผมมองเขานั่งทำงานถามคนไข้อยู่ เขาก็คงเห็นผมมายืนนานแล้ว เขาถามผมว่า ยูได้เรียกชื่อยัง มาตั้งแต่เมือไร ผมบอกยังเลย มาตั้งแต่เที่ยง (เวอร์นิดๆ ) เค้าก็ โหห จริงเหรอ ก็เลยโทรไปหา จนท อีกคน บอกว่า เดี๋ยวช่วยเรียก ชื่อคนนี้นะ ก็นั่นหล่ะ เรืองผมถึงได้ดำเนินไปทำ paper work ได้ไม่งั้นก็ สี่ทุ่มยังไม่ได้ทำ paper work เลยมั้ง

    • govisa  On August 22, 2011 at 10:22 pm

      ขอบคุณน้อง Kay KK ที่ช่วยเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาให้น้องๆฟังมากๆค่ะ พี่ก็หวังว่า ข้อมูลที่มีอยู่ในบล็อกนี้จะช่วยให้น้องๆที่กำลังจะเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา หรือที่อยู่ในอเมริกาแล้ว ใช้เป็นกรณีศึกษา ยามเกิดปัญหาขึ้นกับตัวเองค่ะ แม้เหตุการณ์จะไม่ซ้ำกัน แต่ก็คงจะมีเกร็ดจากเรื่องที่น้อง Kay เล่าเป็นอุทาหรณ์ให้หลายๆคนได้ใช้เป็นข้อคิด หรือเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้บ้างค่ะ ขอบคุณน้อง Kay อีกครั้งนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: