การเก็บภาษี Sales Tax ในประเทศสหรัฐอเมริกา


ภาษี sale Tax เป็นภาษีที่เก็บจากการขายสินค้าและบริการ  ส่วนใหญ่เวลานักท่องเที่ยวไปเที่ยวประเทศสหรัฐฯ หรือนักศึกษาไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐฯ เวลาไปซื้อของใช้ เช่น อาหารและของใช้ประจำวัน จะพบว่าสินค้าที่ซื้อไปมีการคิดภาษีสินค้าชิ้นนั้น ซึ่งอัตราการเรียกเก็บจากผู้บริโถคอาจจะมีจำนวนไม่เท่ากัน การเก็บภาษี sale tax แบ่งแออกเป็น 3 ประเภท คือ

  • vender tax เก็บจากผู้ทำธุรกิจ
  • consumer tax เก็บจากผู้ซื้อ
  • combination vendor-consumer tax ผู้บริโภคเป็นผู้จ่ายค่าภาษี

สถิติต่างๆเกี่ยวกับภาษี Sales Tax

หรือ http://www.usa-sales-use-tax-e-commerce.com/table_sales_rates.asp

  • ประชาชนอเมริกันต้องจ่ายภาษีทั้ง State tax และ Local Tax เมือง Birmingham และเมือง Montgomery ในรัฐ Alabama จัดเป็นเมืองที่จ่ายค่าภาษีทั้ง State และ Local Tax สูงที่สุด โปรดอ่านเพิ่มเติมได้ที่                       http://taxfoundation.org/article/sales-tax-rates-major-us-cities

 

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

Advertisements
Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Comments

  • Tee  On August 13, 2012 at 11:59 am

    เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการเก็บภาษี Sales Tax เพื่อประโยชน์ของน้องๆเวลาซื้อสินค้า น้องๆหลายคนอาจจะเกิดข้อสงสัยว่า
    1. หากเป็นการซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ออนไลน์เช่น Amazon หรือ เวบไซต์ร้านค้ายี่ห้อใดๆก็ตามออนไลน์ จะถูกเรียกเก็บภาษี Sales Tax หรือไม่? ในอัตราเท่าใด ?
    2. หากซื้อสินค้าในร้านค้า และไม่ถือกลับบ้าน แต่ให้ร้านค้านั้นๆส่งสินค้าผ่าน ไปรษณีย์ United States Postal Service (USPS), หรือ UPS, FedEx ไปที่ปลายทางต่างเมือง ต่างรัฐ จะถูกเรียกเก็บภาษีอย่างไร?
    เรื่องนี้หากน้องๆทราบก็จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย เนื่องจากทั้งสองกรณีด้านบนมีความเหมือนกันในความแตกต่าง กล่าวคือ มีการส่งสินค้าที่ซื้อผ่านไปรษณีย์ซึ่งจะมีการสร้าง shipment ขึ้น
    ในประเทศสหรัฐ กฎหมายเกี่ยวกับการเสียภาษี Sales Tax ในกรณีที่มีการส่งไปรษณีย์สินค้าที่ซื้อนั้น กำหนดให้ผู้ซื้อต้องเสียภาษีเท่ากับอัตราที่เมืองปลายทางได้กำหนดไว้ และ เฉพาะกรณีที่เมืองนั้นๆมีร้านค้าของบริษัท ที่เป็นผู้ขายสินค้าชิ้นนั้นๆตั้งอยู่
    ถ้าฟังแล้วลงๆ ลองอ่านตัวอย่างสถานการณืด้านล่างจะเข้าใจครับ….
    ตอบปัญหาที่ 1.สมมติว่า น้องๆซื้อกระเป๋ายี่ห้อ Tumi จากเวบไซต์ http://www.tumi.com (ซึ่งเป็นเวบไซต์ของบริษัทTumi) และให้ส่งกระเป๋าที่ซื้อทางไปรษณีย์มาปลายทางที่ อยู่ในเมือง Chicago รัฐ Illinois เนี่องจากเมือง Chicago มี shop ของ Tumi (ร้านค้าของบริษัท Tumi) ตั้งอยู่ในตึก Water Tower Place จึงต้องเสียภาษี Sales Tax ที่อัตรา 9.5% ตามที่เมือง Chicago ได้กำหนดไว้ (ไม่ว่าน้องจะอยู่ที่ใดตอนสั่งสินค้าชิ้นดังกล่าวผ่านเวบไซต์ออนไลน์ก็ตาม)
    ตรงกันข้าม หากน้องสั่งซื้อกระเป๋า Tumi ใบเดียวกันจากเวบไซต์ http://www.tumi.com (ซึ่งเป็นเวบไซต์ของบริษัทTumi) และให้ส่งกระเป๋าใบที่ซื้อทางไปรษณีย์ไปที่เมือง Madison รัฐ Wisconsin ซึ่งไม่มี shop ของ Tumi ซึ่งเป็นร้านค้าของบริษัท Tumi ตั้งอยู่ ก็จะไม่ถูกเก็บภาษี Sales Tax ครับ
    ดังนั้นหลายบริษัทที่ทำเวบไซต์ซื้อ-ขายออนไลน์ เช่น http://www.amazon.com จึงมีความได้เปรียบบริษัทเจ้าของBrandหรือห้างสรรพสินค้าที่เปิดหน้าร้านในหลายๆเมือง เนื่องจาก amazon.com ไม่เปิดหน้าร้านของตนเอง แต่ใช้วิธีการส่งสินค้าผ่านทางไปรษณีย์ไปยังผู้ซื้อ ทำให้สินค้าที่สั่งจากเวบไซต์ amazon.com ส่วนใหญ่ ผู้ซื้อไม่ถูกเก็บภาษี sales tax เช่นผู้ซื้อ สั่งซื้อกระเป๋า Tumi จากเวบไซต์ amazon.com ซึ่งบริษัท Amazon เป็นผู้ขาย (แทนที่จะสั่งผ่านเวบไซต์ http://www.tumi.com ของบริษัท Tumi ซึ่งบริษัทดังกล่าวมี shop หรือหน้าร้านในเมือง Chicago) แล้วให้ส่งพัสดุไปรษณีย์ไปยัง address ในเมือง Chicago ก็จะไม่ต้องเสียภาษี sales tax ครับ (กระเป๋า Tumi รุ่นเดียวกัน สั่งจากผู้ขายคนละคน แม้ส่งไปรษณีย์มาที่ address ในเมืองเดียวกัน ซึ่งมี Shop หน้าร้านของบริษัท Tumi ตั้งอยู่ กลับไม่ต้องเสียภาษี Sales Tax)

    จุดนี้ยังเป็นช่องโหว่ ของการเรียกเก็บภาษี Sales Tax ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบทางการค้าของเวบไซต์ประเภท Online Marketplace (เช่น Amazon, eBay) และทำให้ห้างจำนวนมากต้องปิดตัวลงเนื่องจากผู้ซื้อหันไปสั่งสินค้าผ่านเวบไซต์ประเภทดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลอาจจะมีการออกกฎหมายมาแก้ไขในอนาคตอันใกล้
    ตอบปัญหาที่ 2.หลายคนอาจจะมีข้อสงสัยตามปัญหาที่ 2. ซึ่งเกิดขึ้นในความเป็นจริงบ่อยครั้ง ยกตัวอย่างเช่นน้องๆที่เรียนที่ University of Wisconsin at Madison (UW Madison) เมือง Madison เป็นเมืองที่สะอาด ทุกอย่างมีระเบียบ ปลอดภัย แต่ข้อเสียคือเป็นเมืองเงียบๆไม่ค่อยมีห้างให้ shopping เสียเท่าไหร่ น้องๆเลยขับรถหรือนั่งรถบัสมาเมือง Chicago ซึ่งอยู่ห่างกันไม่มากเพื่อ shopping ในช่วงวันหยุด
    สินค้า Brandname ดังๆ มักจะมีร้านค้าของตนเองในเมืองใหญ่ๆ และมีเวบไซต์ของตนเองให้สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยเช่นกัน ขออนุญาตยกตัวอย่างสินค้าชิ้นเดิม คือกระเป๋ายี่ห้อ Tumi น้องๆอาจจะมาเที่ยวชิคาโก แล้วจะซื้อกระเป๋าทำงานยี่ห้อ Tumi ที่ Shop Tumi
    กรณีนี้ ถ้าน้องๆ ไม่ต้องรีบใช้กระเป๋าในทันที พี่ขอแนะนำให้ลองสอบถามทางร้านค้าดูครับ ว่าเขามีนโยบายให้สั่งสินค้าที่หน้าร้าน จ่ายเงิน แล้วไม่ถือกลับ แต่ให้ส่งไปรษณีย์ไปให้ผู้ขายที่ต่างเมืองแทนหรือไม่? (ส่วนใหญ่จะทำได้) ถ้าพนักงานที่ shop Tumi เขาเปิด shipment เพื่อส่งกระเป๋าใบที่ซื้อที่ shop ทางไปรษณีย์ไปที่หอพักของน้องในเมือง Madison รัฐ Wisconsin ให้ได้ ก็จะเข้าข้อยกเว้นที่น้องจะไม่ถูกเก็บภาษี Sales Tax ครับ
    Shop ดังๆ ส่วนใหญ่มักจะมีข้อเสนอ “Free Shipping” อยู่แล้วครับ หรือไม่ถ้าเขาจะเก็บค่าจัดส่งไปรษณีย์ ก็ลองคำนวนเปรียบเทียบดูครับ ว่าค่าจัดส่ง จะถูกกว่า Sales Tax ที่ต้องเสียหรือไม่ ? (กระเป๋าใบละ $500 ไม่ถูกเก็บ Sales Tax 9.5% ก็ประหยัดไปได้ $47.5 นะครับ แถมไม่ต้องถือกลับบ้านให้ลำบากตอนขึ้นรถบัสด้วย)
    แนะนำให้ทำเฉพาะร้านค้าที่เชื้อใจได้เท่านั้นนะครับ ถ้าเป็นร้านค้าเล็กๆ ควรจะซื้อแล้วหิ้วกลับเลยโดยเสีย Sales Tax จะดีกว่าครับ การเสียภาษี ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหน้าที่ที่ทุกคนจะต้องปฏิบัตินะครับ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทำผิดกฎหมาย แต่วิธีการตามที่อธิบายข้างต้น หากยังไม่มีการแก้ไขหลักเกณฑ์การเก็บ Sales Tax สำหรับสินค้าที่มีการส่งไปต่างรัฐ ก็ไม่ได้เป็นการทำผิดกฎหมายแต่ประการใดครับ เพียงแค่เราเลือกทำตามกฎหมายด้วยวิธีที่เราจะได้ประโยชน์สูงสุด จะได้ช่วยประหยัดเงินคุณพ่อคุณแม่ครับ สุดท้ายนี้ขอให้น้องๆช่วยคุณพ่อคุณแม่ โดยใช้จ่ายและshoppingเท่าที่จำเป็นนะครับ ขอฝากไว้เท่านี้ก่อนครับ

    • govisa  On August 13, 2012 at 12:08 pm

      ขอบคุณน้อง Tee ที่ติดตามบล็อกพี่นะคะ และมีคำแนะนำดีๆเพิ่มเติมมาเสมอให้กับน้องๆท่านอื่นๆที่กำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศสหรัฐฯหรือที่กำลังจะเตรียมตัวเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐฯก็ตามค่ะ

  • Khak  On November 11, 2012 at 2:14 pm

    Sale tax คิดต่อชิ้นหรือต่อครั้งที่ซื้อ

    • govisa  On November 11, 2012 at 3:01 pm

      น้อง Khak คะ
      1. คิด sale tax ของสินค้าต่อหนึ่งชิ้นค่ะ
      2. หากเมื่อสินค้าที่ซื้อมามีปัญหา ต้องการนำไปขอคืนสินค้า จะได้เงินค่า sale tax กลับคืนมาด้วยค่ะ
      3. ในกรณีซื้อสินค้าออนไลน์ และมีการชิปปิ้งจากรัฐหนึ่งไปยังรัฐที่น้องอยู่ หากรัฐที่น้องอยู่มีสินค้าตัวนั้นเปิดขายในร้านที่มีตัวตนตั้งอยู่ สินค้าที่น้องสั่งซื้อออนไลน์นั้นจะถูกเก็บ sale tax ในอัตราของ sale tax ในรัฐที่น้องพักอยู่ค่ะ การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่ไม่ถูกหักค่า sale tax คือ สินค้าชิ้นนั้นจะต้องไม่มีวางขายในร้านที่อยู่ในเมืองที่น้องอยู่ค่ะ

  • Toon  On December 4, 2013 at 11:43 pm

    กรณีสั่งสินค้าจาก amazon.com แล้วมีการเรียกเก็บ sale tax เกิดจากสาเหตุอะไรคะ

    • govisa  On December 6, 2013 at 5:28 am

      น้อง Toon สั่งซื้อของจากประเทศไทยหรือจากรัฐอะไรในอเมริกาคะ ถ้าสั่งซื้อจากอเมริกา ให้อ่านรายละเอียดจากเว็บไซต์ของ amazon ที่จะบวกค่า sale tax ของรัฐนั้นๆ มีประมาณ 16 รัฐนะคะ http://www.amazon.com/gp/help/customer/display.html?nodeId=468512 หากสั่งซื้อสินค้า เช่น Kindle เข้ามาที่ประเทศไทยจะคิด tax ประมาณ 10% ค่ะ ลองเข้าไปคิดคำนวร tax จากเว็บไซต์ amazon ได้ที่ http://www.dutycalculator.com/popular-import-items/import-duty-and-taxes-for-amazon-kindle/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: