ทุนการศึกษา Lotus III Project


โครงการ LotusIII เป็นโครงการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมทั้งประเทศ จีน เวียดนาม กัมพูชา สหภาพพม่า อินโดนีเซียและประเทศไทย โดยทุนที่ให้นี้จะให้นักศึกษาได้ไปเรียนต่อทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกแล้วแต่ผู้สมัครต้องการจะเลือกสมัคร http://www.lotus.ugent.be/index.asp

1.

Lotus1

2. Lotus2

โดยคุณสมบัติของ ผู้สมัคร ( http://www.lotus.ugent.be/index.asp?p=873&a=1361) คือ

1. เป็นคนในสัญชาติใดสัญชาติหนึ่งของ 6 ประเทศ คือ จีน เวียดนาม กัมพูชา สหภาพพม่า อินโดนนีเซีย และประเทศไทย

2. เป้าหมายกลุ่มที่ 1 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว

3. เป้าหมายกลุ่มที่ 2 ไม่ใช่นักศึกษาที่เรียนจบปริยญาตรีจากมหาวิทยาลัยกลุ่มพันธมิตรก็ได้

3. เป้าหมายกลุ่มที่ 3 เป็นนักศึกษาที่ด้อยโอกาส อาทิ อาจจะเป็นผู้ลี้ภัยด้วยปัญหาทางสังคมการเมือง

สาขาวิชาที่ผู้สมัครทุนสามารถเลิอกไปศึกษาต่อได้ คือ

01: Agricultural Sciences
02: Architecture, Urban and Regional Planning
04: Business Studies and Management Sciences
05: Education, Teacher Training
06: Engineering, Technology
07: Geography, Geology
10: Law
12: Medical Sciences
13: Natural Sciences
14: Social Science
16: Other Areas of Study
ส่วนทุนการศึกษาจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามในรูปภาพข้างล่างนี้ ( http://www.lotus.ugent.be/index.asp?p=876&a=1361 คือ
lotus3
ายชื่อมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ คือ
University
สำหรับผู้สนใจจะปิดรับสมัครวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 11.00 น.ตามเวลาในประเทศเบลเยี่ยม http://www.lotus.ugent.be/index.asp ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่  http://www.lotus.ugent.be/index.asp?p=1367&a=884
เอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ http://www.lotus.ugent.be/index.asp?p=895&a=884
1.   สำเนาหนังสือเดินทาง
2.   รูปถ่าย
3.   ผลสอบภาษาอังกฤษ
4.   Transcript
5.    จดหมาย Recommendation
ผู้สนใจหาข้อมูเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นมาของ LOTUS I ,LOTUS II จนกระทั่งมาถึง LOTUS III สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่
Copyright © 2010-2013 GoVisa All rights reserved.

2012 Review


The WordPress.com stats helper monkeys prepared a 2011 annual report for this blog.

1.

Report1

2

Report2

3.

Report3

4.

Report4

Copyright © 2010-2013 GoVisa All rights reserved.

เอกสารที่นักศึกษาควรถือออกมาจากสหรัฐฯเมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน


เมื่อนักศึกษาไทยที่อยู่ในประเทศสหรัฐเมริกาจะเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อไปท่องเที่ยวในประเทศอื่นๆหรือเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน สิ่งที่นักศึกษาจะต้องไม่ลืมคือ ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติ (International Student Office) ทราบทุกครั้ง นอกจากเพื่อจะได้รับคำเตือนในเรื่องเอกสารที่ควรนำติดตัวออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังต้องให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยแห่งนั้นเซ็นต์ชื่อกำกับใน I-20 หน้าที่ 3 ด้ว

International Student Office ของทุกสถานศึกษาจะถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวไว้ในหน้าเว็บไซต์ของตน เพียงแต่นักศึกษาบางท่านอาจจะไม่ทราบเรื่องดังกล่าว หรือไม่ค่อยได้ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่หน่วยงานนี้ อาจจะทำให้ลืมเอกสารสำคัญในการเดินทางกลับเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ตัวอย่างของบางมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับคำอธิบายในเรื่องนี้ เช่น University of Nevada/Reno ในข้อที่ 4  http://www.unr.edu/oiss/resources/travel

UNO1

มหาวิทยาลัย Depaul      http://oiss.depaul.edu/FAQ/index.asp

Dep

สรุป เอกสารที่นักศึกษาต้องนำติดตัวออกมาด้วยทุกครั้งที่มีการเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา คือ

1. I-20

2. บัตรประจำตัวนักศึกษา

3. บัตรประกันสุขภาพ

4. หลักฐานทางการเงิน เช่น จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ที่เป็น sponsor

5. หลักฐานการว่าจ้างงาน หากนักศึกษาทำงานนอกแคมปัสมหาวิทยาลัย

6. ลายเซ็นต์ของเจ้าหน้าที่ International Student Office ของสถานศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในหน้าที่ 3

7. ใบเสร็จ Sevis I-901

หากใบเสร็จ Sevis I-901 หาย นักศึกษาสามารเข้าไปเช็ค status ของนักศึกษาได้ที่เว็บไซต์ https://www.fmjfee.com/i901fee/dhs/loadSearchPage.do กรอกหมายเลข Sevis I-901 ของนักศึกษา ชื่อ-นามสกุลของนักศึกษาและวันเดือนปีเกิด เมื่อคลิก check status แล้ว มีข้อความแสดงว่า ยังคงสถานภาพนักศึกษาที่ชำระค่า Sevis แล้ว ให้ print หน้าดังกล่าวออกมาเป็นหลักฐานในการกลับเข้าประเทศอีกครั้งด้วย

ถ้านักศึกษาไม่ได้นำเอกสารดังกล่าวติดตัวออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา และนักศึกษาทราบก่อนล่วงหน้าเดินทางกลับเข้าประเทศสหรัฐฯหลายสัปดาห์ นักศึกษาควรติดต่อทางอีเมล์กลับไปยัง International Student Office ของมหาวิทยาลัยตน เพื่อขอความช่วยเหลือในการออกเอกสารให้นักศึกษา หากดำเนินการไม่ทัน หรือนักศึกษาเพิ่งทราบว่า ต้องใช้เอกสารดังกล่าวก่อนหน้าการเดินทางไม่กี่วัน ให้นักศึกษาเข้าไปอ่านข้อมูลการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ได้ที่เว็บไซต์ http://studyinthestates.dhs.gov/2012/12/f-and-m-students-what-you-need-to-know-about-holiday-travel

DHS

นั่นก็คือ นักศึกษาจะต้องกรอก ฟอร์ม I-515A นักศึกษาจะได้รับฟอร์มดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา ซึ่งหมายความว่า นักศึกษาจะได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐฯได้ 30 วัน เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยที่นักศึกษากำลังศึกษาอยู่ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยจะช่วยเหลือ และแนะนำเรื่องการตระเตรียมเอกสารดังกล่าวให้เรียบร้อย หากไม่รีบดำเนินการ นักศึกษาจะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาได้

หมายเหตุ คำอธิบายเกี่ยวกับแบบฟอร์ม 515A จะอยู่ที่หน้าเว็บไซต์                  http://studyinthestates.dhs.gov/515a ซึ่งนักศึกษาจะต้องกรอกฟอร์ม 515A และแนบเอกสารอื่นส่งกลับไปก่อนวันหมดอายุที่กำหนดไว้ใน I-94 ที่

Student and Exchange Visitor Program
DHS/ICE
ATTN: SEVIS/I-515A Processing Team
500 12th Street SW STOP 5600
Washington, DC 20536-5600

Copyright © 2010-2013 GoVisa All rights reserved.

แนะนำสมาคม NAAB เพื่อเรียนต่อสถาปัตยกรรมศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา


การศึกษาต่อสายวิชาชีพต่างๆ ในระดับอุดมศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา อาทิ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาตร์ แพทยศาสตร์ ฯลฯ  นักศึกษาจะต้องให้ความสนใจในการตรวจสอบการรับรองวิทยฐานะทางวิชาชีพ (Professional Accreditation) ของสถานศึกษาแห่งนั้นๆ ร่วมไปกับการตรวจสอบว่าสถานศึกษาแห่งนั้นๆว่าได้รับการรับรองตัวมหาวิทยาลัย (Institution Accreditation ) ด้วย เมื่อจะทำการส่งสมัครเข้าศึกษาต่อ  การได้รับการรับรองทั้งตัวมหาวิทยาลัยและทางวิชาชีพจะมีความสำคัญมากเมื่อนักศึกษาต้องการไปศึกษาต่อสายวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสาธารณะ (Public Safety) ซึ่งได้เคยกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวมาแล้วภายใต้หัวข้อ  ” การรับรองวิทยฐานะสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ (Accreditation) ” เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553 แล้ว

การรับรองวิทยฐานะทางวิชาชีพจะมีผลต่อการสมัครงานหลังจากจบการศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงว่า สถาบันดังกล่าวมีการควบคุมมาตราฐานหลักสูตรการเรียนการสอนให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับได้ว่ามีมาตราฐานทางการศึกษาที่ดี

สำหรับผู้สนใจศึกษาต่อวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ขอแนะนำเว็บไซต์ National Architectural Accrediting Board หรือ NAAB  http://www.naab.org/architecture_programs/

NAAB1

มีสถานศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการรับรองการเรียนการสอนวิชาชีพสถาปัตยกรรมศาสตร์จาก NAAB จำนวน 123 แห่งกับอีก 6 สถาบัน โดยแบ่งเป็นระดับปริญญาตรีจำนวน 58  แห่ง ระดับปริญญาโทจำนวน   95  แห่ง และระดับปริญญาเอกจำนวน 1  แห่ง  หลักสูตรที่ได้รับการรับรองทั้งหมดมีจำนวน 154 หลักสูตร

วิธีการค้นหารายชื่อสถานศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ได้รับการรับรองในแต่ละระดับ และในเมืองหรือในรัฐที่สนใจจะไปศึกษาต่อ  นักศึกษาสามารถเข้าไปค้นหาได้ภายใต้หัวข้อ ” Find a NAAB Accredited Program

NAAB2

ตัวอย่าง  การค้นหาสถานศึกษาที่มีเปิดสอนวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ในระดับปริญญาตรีในรัฐ California มีทั้งหมด 7 แห่ง

NAAB3

สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาในรายละเอียดเกณฑ์การใช้พิจารณาการรับรองมหาวิทยาลัย ขั้นตอนการพิจารณาการรับรอง และการายงานข่าวความเคลื่อนไหวการรับรอง สามารถศึกษารายละเอียดดังกล่าวภายใต้หัวข้อ  ” Accreditation

อนึ่ง เว็บไซต์ NAAB จะแสดงรายชื่อสถานศึกษาในประเทศแคนาดาที่มีหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ได้รับการรับรองจาก Canadian Architectural Certificate Board หรือ CACB

NAAB4

และ Canberra Accord ซึ่งเป็นความตกลงร่วมกันของหน่วยงานที่ได้รับการรับรองและตรวจสอบของประเทศออสเตรเลีย แคนาดา จีน เกาหลี เม็กซิโก สหรัฐอเมริกาและสมาคมสถาปัตย์แแห่งเครือจักรภพ ซึ่งให้สัตยาบันและประกาศความเท่าเทียมกันของวิชาชีพสถาปัตยกรรม

NAAB5

Copyright © 2010-2013 GoVisa All rights reserved.

มหาวิทยาลัยใดบ้างที่ไม่ใช้คะแนนสอบ SAT


SAT  หรือ Scholastic Aptitude Test เป็นข้อสอบมาตราฐานที่ใช้วัดความรู้ด้านภาษาและคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยผลคะแนน SAT จะใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการส่งสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในประเทศสหรัฐอเมริกา นักเรียนที่ต้องการสมัครสอบ SAT สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ College Board:   http://sat.collegeboard.org/home?affiliateId=nav&bannerId=h-satb

SAT

ข้อสอบจะมี 2 ชนิดคือ

1. SAT Reasoning Test หรือ SAT I

2. SAT Subject Test หรือ SAT II ซึ่งประกอบด้วยหมวดวิชาภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์,ประวัติศาสตร์, วิทยาศาสตร์, และ ภาษาต่างประเทศ

โดยทั่วไปนักเรียนจะสอบเฉพาะ SAT I ซึ่งผลคะแนนที่ได้รับ จะถูกนำไปพิจารณาประกอบร่วมกับคะแนนสอบ TOEFL และเกรดเฉลี่ยสะสมที่เรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมา เพื่อชี้วัดว่า นักเรียนมีคุณสมบัติที่จะส่งสมัครวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยระดับที่มีการแข่งขันสูงได้หรือไม่

นักเรียนบางท่านที่อ่อนวิชาภาษาอังกฤษมักจะมีอาการไม่มั่นใจว่า ตนเองพร้อมจะสอบ SAT หรือไม่ นักเรียนกลุ่มนี้จะสนใจหาข้อมูลว่า มีวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยใดบ้างที่ไม่ต้องยื่นคะแนนสอบ SAT เว็บไซต์ Fairtest  http://www.fairtest.org/university/optional    หรือ         http://fairtest.org/sites/default/files/OptionalPDFHardCopy.pdf

fairtest

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 104 other followers