เอกสารที่นักศึกษาควรถือออกมาจากสหรัฐฯเมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน


เมื่อนักศึกษาไทยที่อยู่ในประเทศสหรัฐเมริกาจะเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อไปท่องเที่ยวในประเทศอื่นๆหรือเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน สิ่งที่นักศึกษาจะต้องไม่ลืมคือ ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติ (International Student Office) ทราบทุกครั้ง นอกจากเพื่อจะได้รับคำเตือนในเรื่องเอกสารที่ควรนำติดตัวออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังต้องให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยแห่งนั้นเซ็นต์ชื่อกำกับใน I-20 หน้าที่ 3 ด้ว

International Student Office ของทุกสถานศึกษาจะถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวไว้ในหน้าเว็บไซต์ของตน เพียงแต่นักศึกษาบางท่านอาจจะไม่ทราบเรื่องดังกล่าว หรือไม่ค่อยได้ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่หน่วยงานนี้ อาจจะทำให้ลืมเอกสารสำคัญในการเดินทางกลับเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ตัวอย่างของบางมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับคำอธิบายในเรื่องนี้ เช่น University of Nevada/Reno ในข้อที่ 4  http://www.unr.edu/oiss/resources/travel

UNO1

มหาวิทยาลัย Depaul      http://oiss.depaul.edu/FAQ/index.asp

Dep

สรุป เอกสารที่นักศึกษาต้องนำติดตัวออกมาด้วยทุกครั้งที่มีการเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา คือ

1. I-20

2. บัตรประจำตัวนักศึกษา

3. บัตรประกันสุขภาพ

4. หลักฐานทางการเงิน เช่น จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ที่เป็น sponsor

5. หลักฐานการว่าจ้างงาน หากนักศึกษาทำงานนอกแคมปัสมหาวิทยาลัย

6. ลายเซ็นต์ของเจ้าหน้าที่ International Student Office ของสถานศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในหน้าที่ 3

7. ใบเสร็จ Sevis I-901

หากใบเสร็จ Sevis I-901 หาย นักศึกษาสามารเข้าไปเช็ค status ของนักศึกษาได้ที่เว็บไซต์ https://www.fmjfee.com/i901fee/dhs/loadSearchPage.do กรอกหมายเลข Sevis I-901 ของนักศึกษา ชื่อ-นามสกุลของนักศึกษาและวันเดือนปีเกิด เมื่อคลิก check status แล้ว มีข้อความแสดงว่า ยังคงสถานภาพนักศึกษาที่ชำระค่า Sevis แล้ว ให้ print หน้าดังกล่าวออกมาเป็นหลักฐานในการกลับเข้าประเทศอีกครั้งด้วย

ถ้านักศึกษาไม่ได้นำเอกสารดังกล่าวติดตัวออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา และนักศึกษาทราบก่อนล่วงหน้าเดินทางกลับเข้าประเทศสหรัฐฯหลายสัปดาห์ นักศึกษาควรติดต่อทางอีเมล์กลับไปยัง International Student Office ของมหาวิทยาลัยตน เพื่อขอความช่วยเหลือในการออกเอกสารให้นักศึกษา หากดำเนินการไม่ทัน หรือนักศึกษาเพิ่งทราบว่า ต้องใช้เอกสารดังกล่าวก่อนหน้าการเดินทางไม่กี่วัน ให้นักศึกษาเข้าไปอ่านข้อมูลการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ได้ที่เว็บไซต์ http://studyinthestates.dhs.gov/2012/12/f-and-m-students-what-you-need-to-know-about-holiday-travel

DHS

นั่นก็คือ นักศึกษาจะต้องกรอก ฟอร์ม I-515A นักศึกษาจะได้รับฟอร์มดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา ซึ่งหมายความว่า นักศึกษาจะได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐฯได้ 30 วัน เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยที่นักศึกษากำลังศึกษาอยู่ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยจะช่วยเหลือ และแนะนำเรื่องการตระเตรียมเอกสารดังกล่าวให้เรียบร้อย หากไม่รีบดำเนินการ นักศึกษาจะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาได้

หมายเหตุ คำอธิบายเกี่ยวกับแบบฟอร์ม 515A จะอยู่ที่หน้าเว็บไซต์                  http://studyinthestates.dhs.gov/515a ซึ่งนักศึกษาจะต้องกรอกฟอร์ม 515A และแนบเอกสารอื่นส่งกลับไปก่อนวันหมดอายุที่กำหนดไว้ใน I-94 ที่

Student and Exchange Visitor Program
DHS/ICE
ATTN: SEVIS/I-515A Processing Team
500 12th Street SW STOP 5600
Washington, DC 20536-5600

Copyright © 2010-2013 GoVisa All rights reserved.

แนะนำสมาคม NAAB เพื่อเรียนต่อสถาปัตยกรรมศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา


การศึกษาต่อสายวิชาชีพต่างๆ ในระดับอุดมศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา อาทิ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาตร์ แพทยศาสตร์ ฯลฯ  นักศึกษาจะต้องให้ความสนใจในการตรวจสอบการรับรองวิทยฐานะทางวิชาชีพ (Professional Accreditation) ของสถานศึกษาแห่งนั้นๆ ร่วมไปกับการตรวจสอบว่าสถานศึกษาแห่งนั้นๆว่าได้รับการรับรองตัวมหาวิทยาลัย (Institution Accreditation ) ด้วย เมื่อจะทำการส่งสมัครเข้าศึกษาต่อ  การได้รับการรับรองทั้งตัวมหาวิทยาลัยและทางวิชาชีพจะมีความสำคัญมากเมื่อนักศึกษาต้องการไปศึกษาต่อสายวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสาธารณะ (Public Safety) ซึ่งได้เคยกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวมาแล้วภายใต้หัวข้อ  ” การรับรองวิทยฐานะสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ (Accreditation) ” เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553 แล้ว

การรับรองวิทยฐานะทางวิชาชีพจะมีผลต่อการสมัครงานหลังจากจบการศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงว่า สถาบันดังกล่าวมีการควบคุมมาตราฐานหลักสูตรการเรียนการสอนให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับได้ว่ามีมาตราฐานทางการศึกษาที่ดี

สำหรับผู้สนใจศึกษาต่อวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ขอแนะนำเว็บไซต์ National Architectural Accrediting Board หรือ NAAB  http://www.naab.org/architecture_programs/

NAAB1

มีสถานศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการรับรองการเรียนการสอนวิชาชีพสถาปัตยกรรมศาสตร์จาก NAAB จำนวน 123 แห่งกับอีก 6 สถาบัน โดยแบ่งเป็นระดับปริญญาตรีจำนวน 58  แห่ง ระดับปริญญาโทจำนวน   95  แห่ง และระดับปริญญาเอกจำนวน 1  แห่ง  หลักสูตรที่ได้รับการรับรองทั้งหมดมีจำนวน 154 หลักสูตร

วิธีการค้นหารายชื่อสถานศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ได้รับการรับรองในแต่ละระดับ และในเมืองหรือในรัฐที่สนใจจะไปศึกษาต่อ  นักศึกษาสามารถเข้าไปค้นหาได้ภายใต้หัวข้อ ” Find a NAAB Accredited Program

NAAB2

ตัวอย่าง  การค้นหาสถานศึกษาที่มีเปิดสอนวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ในระดับปริญญาตรีในรัฐ California มีทั้งหมด 7 แห่ง

NAAB3

สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาในรายละเอียดเกณฑ์การใช้พิจารณาการรับรองมหาวิทยาลัย ขั้นตอนการพิจารณาการรับรอง และการายงานข่าวความเคลื่อนไหวการรับรอง สามารถศึกษารายละเอียดดังกล่าวภายใต้หัวข้อ  ” Accreditation

อนึ่ง เว็บไซต์ NAAB จะแสดงรายชื่อสถานศึกษาในประเทศแคนาดาที่มีหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ได้รับการรับรองจาก Canadian Architectural Certificate Board หรือ CACB

NAAB4

และ Canberra Accord ซึ่งเป็นความตกลงร่วมกันของหน่วยงานที่ได้รับการรับรองและตรวจสอบของประเทศออสเตรเลีย แคนาดา จีน เกาหลี เม็กซิโก สหรัฐอเมริกาและสมาคมสถาปัตย์แแห่งเครือจักรภพ ซึ่งให้สัตยาบันและประกาศความเท่าเทียมกันของวิชาชีพสถาปัตยกรรม

NAAB5

Copyright © 2010-2013 GoVisa All rights reserved.

มหาวิทยาลัยใดบ้างที่ไม่ใช้คะแนนสอบ SAT


SAT  หรือ Scholastic Aptitude Test เป็นข้อสอบมาตราฐานที่ใช้วัดความรู้ด้านภาษาและคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยผลคะแนน SAT จะใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการส่งสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในประเทศสหรัฐอเมริกา นักเรียนที่ต้องการสมัครสอบ SAT สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ College Board:   http://sat.collegeboard.org/home?affiliateId=nav&bannerId=h-satb

SAT

ข้อสอบจะมี 2 ชนิดคือ

1. SAT Reasoning Test หรือ SAT I

2. SAT Subject Test หรือ SAT II ซึ่งประกอบด้วยหมวดวิชาภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์,ประวัติศาสตร์, วิทยาศาสตร์, และ ภาษาต่างประเทศ

โดยทั่วไปนักเรียนจะสอบเฉพาะ SAT I ซึ่งผลคะแนนที่ได้รับ จะถูกนำไปพิจารณาประกอบร่วมกับคะแนนสอบ TOEFL และเกรดเฉลี่ยสะสมที่เรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมา เพื่อชี้วัดว่า นักเรียนมีคุณสมบัติที่จะส่งสมัครวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยระดับที่มีการแข่งขันสูงได้หรือไม่

นักเรียนบางท่านที่อ่อนวิชาภาษาอังกฤษมักจะมีอาการไม่มั่นใจว่า ตนเองพร้อมจะสอบ SAT หรือไม่ นักเรียนกลุ่มนี้จะสนใจหาข้อมูลว่า มีวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยใดบ้างที่ไม่ต้องยื่นคะแนนสอบ SAT เว็บไซต์ Fairtest  http://www.fairtest.org/university/optional    หรือ         http://fairtest.org/sites/default/files/OptionalPDFHardCopy.pdf

fairtest

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved.

เมื่อไรที่ต้องขอทำTransfer SEVIS


นักศึกษาที่เดินทางเข้าไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการเปลี่ยนย้ายสถานศึกษาใหม่ จะเป็นเพราะเรียนจบหลักสูตร ไม่ชอบสภาพแวดล้อมในรัฐนั้น หรือตามเพื่อนไปเรียนในรัฐเดียวกัน ฯลฯ การโอนย้ายหรือโอนถ่ายข้อมูล Sevis เพื่อให้นักศึกษายังคงใช้หมายเลขประจำตัวเดิมและยังคงรักษาสถานภาพในเรื่องระยะเวลาของวีซ่านักเรียนเดิมได้นั้น นักศึกษาจำเป็นต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติทั้งของสถานศึกษาใหม่และสถานศึกษาเก่าให้ได้รับทราบความประสงค์ของนักศึกษา พร้อมทั้งติดต่อที่เรียนใหม่ให้ได้รับการตอบรับด้วย เพื่อดำเนินการขออนุญาตโอนย้ายหมายเลข Sevis I-901 เดิมไปยังสถานศึกษาใหม่

การโอนย้ายหมายเลข Sevis I-901 หรือที่เรียกว่า SEVIS  Transfer Students จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อนักศึกษาท่านนั้นอยู่ในสถานะต่อไปนี้คือ  (Ref: http://ois.indiana.edu/currentstudents/f-1/status/transfer_in.php)

  • ต้องเดินทางเข้าไปลงทะเบียนเรียนในประเทศศหรัฐอเมริกาก่อนหน้านี้แล้ว และกำลังจะทำเรื่องย้ายไปเรียนที่สถานศึกษาแห่งใหม่ นักศึกษาจะต้องให้ International Student Office ของสถานศึกษาปัจจุบันที่กำลังเรียนอยู่โอนย้ายฐานข้อมูล Sevis ไปยังสถานศึกษาใหม่
  • เรียนจบจากสถานศึกษาแห่งหนึ่ง และวางแผนจะไปเริ่มเรียนอีกหลักสูตรหนึ่งในสถานศึกษาแห่งใหม่ จะต้องทำการติดต่อถ่ายโอนฐานข้อมูล Sevis ภายในเวลา 60 วัน โดยจะต้องไปลงทะเบียนเรียนที่สถานศึกษาแห่งใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 5 เดือนหลังจากจบจากสถานศึกษาเก่า
  • เรียนจบจากสถานศึกษาแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางออกมานอกประเทศสหรัฐไม่เกิน 5 เดือน และต้องการกลับไปศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาใหม่ จึงจะมีสิทธิ์ในการถ่ายโอนข้อมูลในหมายเลข Sevis ได้ หากอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกานานเกินกว่า 5 เดือน สถานศึกษาใหม่จะออก I-20 ใหม่ พร้อมหมายเลข Sevis I-901 ใหม่ ซึ่งนักศึกษาต้องชำระค่าธรรมเนียม Sevis I-901 ใหม่
  • เรียนจบหลักสูตรแล้วและกำลังใช้สิทธิ์ในการทำงาน OPT ในประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ แต่มีความต้องการเรียนหลักสูตรอื่นต่อไปอีก โปรดรับทราบว่า เมื่อแจ้งให้ International Student Office แห่งเก่าโอนย้ายข้อมูล Sevis ไปยังสถานศึกษาใหม่หรือหลักสูตรใหม่ จะมีผลกระทบให้ระยะะเวลการทำงานภายใต้ OPT สิ้นสุดลงทันทีเมื่อสถานศึกษาใหม่ได้รับข้อมูล Sevis I-901 เดิมของนักศึกษา ดังนั้นถ้ามีแผนการศึกษาต่อหลังจากจบ OPTจะต้องวางแผนล่วงหน้าให้ International Student Office โอนข้อมูล Sevis ไปยังโปรแกรมใหม่และให้นักศึกษาได้รับการเห็นชอบในเรื่องการโอนย้าย Sevis ภายในระยะเวลา 60 วันหลังจากสิ้นสุดโครงการ OPT หรือหลังจากที่หมายเลข EAD หมดอายุลง

หมายเหตุ การโอนย้ายหมายเลข Sevis I-901 ไปยังสถานศึกษาใหม่ไม่ได้หมายความรวมไปถึงการโอนย้ายวิชาเรียน

ข้อดีของการโอนย้ายหมายเลข Sevis ไปยังสถานศึกษาแห่งใหม่ (https://internationalaffairs.uchicago.edu/page/transferring-your-sevis-record-another-us-school)

1. ไม่จำเป็นต้องออกไปนอกประเทศสหรัฐเพื่อขอวีซ่าและกลับเข้ามาในประเทศสหรัฐใหม่ ตราบใดที่นักศึกษายังคงลงทะเบียนเรียนเรียนต่อไปอีกภายในช่วง 5 เดือนหลังจากจบการเรียนในสถาบันแห่งแรก

2. การโอนย้ายหมายเลข Sevis จะทำให้นักศึกษายังคงสถานภาพความเป็นนักศึกษาได้อยู่อีกหากวีซ่านักเรียนยังไม่หมดอายุ

3. ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใหม่ตราบใดที่หมายเลข Sevis เดิมยังมีอายุอยู่

4. ถ้าเป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลาในสถาบันเก่ามาเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี เมื่อย้ายมาอยู่สถานศึกษาใหม่และย้ายหมายเลข Sevis เดิมมาด้วย ก็จะทำให้นักศึกษายังคงใช้สิทธิ์ในการทำงานนอกมหาวิทยาลัยภายใต้เงื่อนไขของ OPT, CPT ได้อยู่

ขั้นตอนในการโอนย้ายหมายเลข Sevis I-901

1. กรอกฟอร์มที่เรียกว่า ” Transfer Form ” แบบฟอร์มนี้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์หน้าที่เป็นของหน่วยงาน International Student Office ของแต่ละมหาวิทยาลัย เช่น ของมหาวิทยาลัยชิคาโก

https://internationalaffairs.uchicago.edu/sites/internationalaffairs.uchicago.edu/files/uploads/docs/transfer_in_form.pdf

U.chi

2. International Student Office ของสถานศึกษาเก่าจะส่ง Fax หรือส่ง transfer form ที่กรอกสมบูรณ์แล้วไปยังสถานศึกษาใหม่ และ International Student Office ของสถานศึกษาใหม่จะลงบันทึก และเตรียมที่จะออก I-20 จากสถานศึกษาใหม่ ซึ่งหมายความว่า นักศึกษาต้องเตรียมส่งเอกสารในข้อ 3 เพิ่มเติมแล้วแต่แต่ละสถาบัน

3. ควรเตรียมเอกสารต่อไปนี้ไว้ให้สถานศึกษาแห่งใหม่ บางแห่งอาจจะให้ส่งไปที่ International Student Office บางแห่งอาจจะให้ส่งเอกสารเหล่านี้ไปที่ Academic Unit

  • สำเนาหนังสือเดินทาง
  • สำเนาหน้าวีซ่านักเรียนพร้อม I-94
  • สำเนา I-20 ของสถานศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่
  • Affidavit of Support หรือฟอร์มทางการเงิน (Financial Resources Statement) ที่ชี้แจงแหล่งที่มาทางการเงินของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่รับนักศึกษาเข้าเรียน
  • จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารที่มีอายุไม่เกินหกเดือนระบุว่า มีเงินในบัญชีจำนวนกี่หมื่นเหรียญตามจำนวนค่าใช้จ่ายของสถานศึกษาแห่งใหม่ที่แจ้งไว้

ระยะเวลาในการโอนย้ายฐานข้อมูลหมายเลข  Sevis นั้น สถานศึกษาแต่ละแห่งจะใช้เวลานานไม่เกิน 1 สัปดาห์  อย่างไรก็ตามโปรดปรึกษากับเจ้าหน้าที่ International Student Office ของแต่ละสถานศึกษา รมทั้งช่วงจังหวะการเหลื่อมล้ำเวลาในการจบจากหลักสูตรหนึ่งเพื่อไปลงทะเบียนเรียนอีกหลักสูตรหนึ่ง ดังข้อมูลในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย IUPUI  เพราะกรณีศึกษาของนักศึกษาแต่ละคนอาจจะมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน http://iservices.iupui.edu/visas/F-1/transfer-procedures/I-20/index.html

I78

หากต้องการศึกษาเรื่องการโอนย้าย Sevis ให้ละเอียดมากกว่านี้ นักศึกษาสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของ Homeland Security Department ว่าด้วยเรื่อง Transfers for F-1 Students http://www.ice.gov/sevis/f_1_transfers.htm#_Toc174419532

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved.

วีซ่าเชงเกน


วีซ่าเชงเกน (Schengen Visa) เป็นความตกลงของบรรดาประเทศสมาชิกในเขตเชงเกนที่อนุญาตให้ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าไปในกลุ่มประเทศสมาชิกเชงเกนไม่ต้องขอวีซ่าจากทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของเขตเชงเกน อาทิ ผู้เดินทางสามารถเลือกที่จะขอวีซ่าจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศประเทศแรกที่ผู้เดินทางมีวัตถุประสงค์จะเดินทางเข้าไปก่อนประเทศอื่น หรือขอวีซ่าจากประเทศที่ผู้เดินทางจะใช้เวลาอยู่ในประเทศแห่งนั้นนานกว่าประเทศอื่นๆ ผู้เดินทางจะได้รับวีซ่านานไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลานาน 6 เดือน และสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าแบบเดินทางเข้า-ออกครั้งเดียว (Single Entry) หรือเดินทางเข้า-ออกหลายครั้ง(Multiple Entry) ก็ได้

ประเทศสมาชิกในเขตเชงเกนมีอยู่ทั้งหมด 26 ประเทศ  ศึกษาเพิ่มเติมได้จากแผนที่ในเว็บไซต์ของสหภาพยุโรป http://ec.europa.eu/dgs/home-affairs/what-we-do/policies/borders-and-visas/schengen/index_en.htm

  • สมาชิกในปัจจุบันที่เป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปมีทั้งหมด ดังนี้  คือ ออสเตรีย เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี ไอซแลนด์ อิตาลี กรีซ ลัตเวีย ลิกเตนสไตน์ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลต้า เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวาเกีย สโลวีเนีย สเปน และสวีเดน สวิสเซอร์แลนด์
  • สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ บัลแกเรีย และ โรมาเนียซึ่งต่างเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกประเทศเชงเกน

วีซ่าเชงเกนมีทั้งหมด 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่

1. วีซ่าประเภท A  หรือ วีซ่าสนามบิน (Airport Transit Visa) ตามคำจำกัดความในหน้าเว็บไซต์การขอวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศส  https://www.tlscontact.com/th2fr/help.php?id=airport_transit_visa&l=th

วีซ่าสนามบิน คือ วีซ่าการเดินทางผ่านพื้นที่นานาชาติของเขตท่าอากาศยาน(วีซ่าสนามบิน) นั้นจำเป็นสำหรับผู้เดินทางบางสัญชาติ ซึ่งใช้ในการอนุญาตให้เข้าถึง หรือ การรอ อยู่ในเขตพื้นที่นานาชาติของเขตท่าอากาศยาน แต่วีซ่าดังกล่าวนั้นไม่ได้รวมถึงการมีสิทธิในการเข้าพำนักในเขตเชงเกน ประเทศในเขตเชงเกน

2. วีซ่าประเภท B  หรือ วีซ่าทรานซิท (Transit Visa)  คือ วีซ่าที่อนุญาตให้คนเดินทางผ่านประเทศนั้นๆเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามตามรายละเอียดของการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง วีซ่าประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 5 วัน หมายถึง ผู้เดินทางต้องการจะเดินทางไปยังประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกเชงเกน แต่จำเป็นต้องเดินทางผ่านเข้าไปในประเทศเชงเกน ไม่ว่าจะเป็นทางรถยนต์ ทางเครื่องบิน ผู้เดินทางจะต้องขอมีวีซ่าทรานซิส

3. วีซ่าประเภท C (Short-Term Stay Visa)  วีซ่าเพื่อการพำนักระยะสั้น เช่น วีซ่าเพื่อวัตถุประสงค์ท่องเที่ยว วีซ่าประเภทนี้อยู่ในสหภาพยุโรปได้ไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 6 เดือน (ซึ่งหมายความว่า จะใช้เวลาเข้าไปท่องเที่ยวกี่ครั้งก็ได้ใน 6 เดือน แต่จะต้องไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 6 เดือน)

4. วีซ่าประเภท D (Long Stay Visa) เป็นวีซ่าที่อยู่ได้นานเกินกว่า 3 เดือน ได้แก่ วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน หรือวีซ่าสำหรับคนที่เกษียณแล้ว  เป็นต้น

หลักฐานทั่วๆไปในการยื่นขอวีซ่าของแต่ละสถานทูตจะมีลักษณะคล้ายๆกัน อาจจะมีบ้างที่บางสถานทูตจะต้องการเอกสารอื่นเพิ่มเติมเป็นพิเศษ อาทิเช่น สำหรับการขอวีซ่าเพื่อไปศึกษาต่อในประเทศนั้นๆ เอกสารทั่วไปได้แก่

1. แบบฟอร์มการขอวีซ่า ซึ่งผู้ขอต้องกรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาท้องถิ่นประเทศนั้นๆ

2. แบบสอบถามเกี่ยวกับการเดินทาง (Appendix B)

3. ใบแสดงถึงสมาชิกในครอบครัว (Appendix D)

4. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

5. สำเนาหนังสือเดินทาง รวมถึงหน้าที่มีการต่ออายุ/การเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)

6. รูปถ่ายแบบไบโอเมตริก หรือบางสถานทูตอาจจะกำหนดขนาด  2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ ศึกษาลักษณะรูปถ่ายจากเว็บไซต์ที่แต่ละสถานทูตกำหนด เช่น เว็บไซต์สถานทูตเยอรมนีกำหนดเรื่องรูปถ่ายไว้ที่

http://www.bangkok.diplo.de/contentblob/3431148/Daten/2062571/Fotomustertafeldownloaddatei.pdf

7. แบบฟอร์มหนังสือเชิญจากผู้รับรอง (Reference Bilaga E/ Appendix E) ซึ่งระบุชื่อผู้ได้รับเชิญ 1 คน  ต่อ 1 แบบฟอร์ม

8. หลักฐานการทำงานที่ระบุรายได้ของผู้ที่เป็น Sponsor หรือหลักฐานทางการเงินของ Sponsor เช่น จดหมายรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคารและสมุดบัญชีเงินฝากที่แสดงการเคลื่อนไหวทางการเงินย้อนหลังสามเดือนหรือหกเดือนแล้วแต่แต่ละสถานทูต พร้อมสำเนา

9. หลักฐานการทำงานที่ระบุรายได้และระบุว่าจะกลับมาทำงานที่เดิม

10.หลักฐานการประกันการสุขภาพและอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางตลอดระยะเวลาที่ขอพำนัก วงเงินคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 30,000 ยูโร ก่อนที่จะซื้อประกันจากบริษัทประกัน จะต้องแน่ใจว่าบริษัทนั้นจะคืนเงินให้หากวีซ่าของท่านถูกปฏิเสธ

11. หลักฐานการสำรองเที่ยวบิน ระบุวันเดินทางทั้งไปและกลับ

12.ค่าธรรมเนียมวีซ่าโดยทั่วไป 60 ยูโร แล้วแต่อัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละวัน และบางสถานทูตอาจจะมีค่าดำเนินการให้กับหน่วยงานกลาง เช่น VFS , TLS Contact ที่เป็นผู้รับเอกสารวีซ่า หรือมีค่าจัดส่งหนังสือเดินทางกลับทางไปรษณีย์ EMS หรือ บริการ SMS ติดตามใบสมัคร เป็นต้น รายละเอียดอยู่ในเว็บไซต์ของแต่ละสถานทูต

*หากผู้ขออายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องนำสำเนาใบสูติบัตร สำเนาใบอุปการะบุตร และหนังสือยินยอมอย่างเป็นทางการจากผู้ปกครองที่ระบุว่าให้บุคคลนั้นเดินทางไปต่างประเทศได้มาแสดงด้วย*

เว็บไซต์คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยจะเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีในเรื่องที่อยู่ของสถานทูตแต่ละประเทศในสหภาพยุโรป หากมีข้อสงสัยในเรื่องการเตรียมเอสารวีซ่า อาจจะใช้วิธีการโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลก่อน         http://eeas.europa.eu/delegations/thailand/eu_travel/embassies/index_th.htm

eeas

 ตารางข้างล่างจะแสดงเว็บไซต์ที่ใช้ในการค้นหารายละเอียดเรื่องการทำวีซ่าของแต่ละประเทศสมาชิกกลุ่มเชงเกน

 

ชื่อประเทศ

เว็บไซต์

1 Austria http://www.bmeia.gv.at/th/botschaft/bangkok/ratgeber/reisen-nach-oesterreich/visa-informationen.html
2 Begium http://www.vfsglobal.com/belgium/thailand/thai/allaboutyourvisas.html
3 Czech http://www.mzv.cz/bangkok/th/x2005_09_20/index.html
4 Denmark http://vfsglobal-denmark.com/thailand/thai/index.html
5 Estonia http://www.finland.or.th/public/default.aspx?nodeid=35097&contentlan=25&culture=th-TH
6 Finland http://www.finland.or.th/public/default.aspx?nodeid=35097&contentlan=25&culture=th-TH
7 France https://www.tlscontact.com/th2fr/help.php?id=schengen_area&l=th
8 Germany http://www.bangkok.diplo.de/Vertretung/bangkok/th/04/Schengen/0-Schengenvisa-seite.html
9 Greece http://www.vfsglobal.com/Greece/uae/allaboutyourvisas.html
10 Hungary http://www.mfa.gov.hu/kulkepviselet/TH/th/th_konzuliinfo/th_visa_information.htm
11 Iceland http://vfsglobal-denmark.com/thailand/thai/iceland_boyfriendgirlfriend.html
12 Italy http://www.vfsglobal.com/italy/thailand/thai/index.html
13 Latvia http://www.mfa.gov.hu/kulkepviselet/TH/th/th_konzuliinfo/detailed_rules_of_applying_for_a_schengen_visa.htm
14 Lichtenstein https://www.tlscontact.com/th2ch/help.php?l=th
15 Lithuania http://www.bangkok.diplo.de/Vertretung/bangkok/th/04/Schengen/0-Schengenvisa-seite.html
16 Luxembourg http://bangkok.mae.lu/en/Visa-to-Luxembourg   ใช้โปรแกรม Internet Explorer only
17 Malta http://www.bmeia.gv.at/th/botschaft/bangkok/ratgeber/reisen-nach-oesterreich/vertretungsregeln-fuer-malta-slowenien.html
18 Netherlands http://www.vfsglobal.com/netherlands/thailand/thai/allaboutyourvisas.html
19 Norway http://www.vfsglobal.com/norway/thailand/thai/
20 Poland http://bangkok.msz.gov.pl/en/consular_information/visa_information/visa_requirements;jsessionid=A220C13FFD403BC514ACE8F2300F1FAD.cmsap2p ใช้โปรแกรม Internet Explorer only
21 Portugal  ไม่ปรากกเว็บไซต์ของสถานทูตโดยตรงในเรื่องวีซ่า
22 Slovakia http://www.slovakia.org/visainfo.htm
23 Slovenia http://www.bmeia.gv.at/th/botschaft/bangkok/ratgeber/reisen-nach-oesterreich/vertretungsregeln-fuer-malta-slowenien.html
24 Spain http://www.vfsglobal.com/spain/thailand/Thai/allaboutyourvisas.html
25 Sweden http://www.vfsglobal.com/sweden/thailand/thai/index.html
26 Switzerland https://www.tlscontact.com/th2ch/login.php?l=th

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved.