ชมนิทรรศการศึกษาต่อประเทศสหรัฐอเมริกาออนไลน์ 15 กันยายน 2555


บริษัท Hobsons Virtual Student Fairs (VFS) ได้จัดรูปแบบนิทรรศการออนไลน์เพื่อให้ผู้สนใจไปศึกษาต่อประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีโอกาสพบปะตัวแทนมหาวิทยาลัยใน 27 รัฐ และสนทนาสดผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยของ VFS ผู้ปกครองและนักศึกษาที่สนใจงานนิทรรศการดังกล่าวสามารถเข้าไปลงทะเบียนชม’งานตามวันและเวลาจัดงานได้ที่   http://www.hobsonsevents.com/

สำหรับประเทศไทย นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเยี่ยมชมบูธของสถานศึกษาต่างๆที่เข้าร่วมงาน สนทนา videochat กับอาจารย์และนักศึกษาปัจจุบันของสถานศึกษาแห่งนั้น ดู video webcast ของนักศึกษาปัจจุบัน  และชิงทุนการศึกษาจำนวน 3000 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ปกครองและนักศึกษาที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ ” CLICK HERE TO REGISTER” ที่เว็บไซต์   http://www.hobsonsevents.com/new-asia?AffiliateKey=13982&AffiliateData=        งานจะเริ่มวันเสาร์ที่ 15 กันยายน ระหว่างเวลา 13.00-19.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย

นักศึกษาสามารถเข้าไปคลิกหารายชื่อมหาวิทยาลัยได้จากภาพในแผนที่

หรือจะศึกษาจากราบชื่อที่ได้รวบรวมไว้ดังต่อไปนี้คือ

State

College/University

Level

1.Washington Highline Community College UG
2.Oregon Willamette University MBA G
3.California Alliant International University UG,G
California State University/Northridge UG
Cal Poly San Luis Obispo UG
Claremont Graduate University UG,G
University of San Diego UG,G
U. of Southern California, Social Work G
4.Arizona American Eng&Culture, Arizona State U UG,G
Arizona State University G
5.Texas University of Texas/Tyler G
6.South Dakota Dakota State University UG
7.North Dakota North Dakota State University UG,G
University of North Dakota G
8.Florida University of South Florida UG
St.Thomas University UG
Stetson University UG
9.Georgia Georgia State University MBA G
Mercer University UG
10.South Carolina Presbyterian College UG
University of South Carolina UG,G
11.North Carolina Appalachian State University UG
Elon University UG
University of North Carolina/Charlotte G
12.Missouri Park University UG
13.Illinois Adler School of Professional  Psychology UG
Illinois State University UG,G
Southern Illinois University/Carbondale UG,G,ESL
14.Indiana Huntington University UG
Marian University UG
15.Kentucky University of Kentucky UG
16.Ohio Cleveland Institute of Art UG
Miami University UG,G
University of Findlay UG,G
University of Cincinnati UG,G,ESL
17.Michigan Eastern Michigan University UG,G
Saginaw Valley State University UG
18.West Virginia West Liberty University UG
19.Pennsylvania Harrisburg Area Community College UG
La Salle University UG
University of Pittsburgh, Katz School of Business UG
20.Maryland John Hopkins Carey School of Business UG
21.New Jersey Caldwell College UG,G
Felician College UG,G
22.New Jersey Monmouth University UG,G
Rutgers University/News Brunswick UG
23.New York Alfred State College, SUNY College of Technology UG
Clarkson University-MBA G
CUNY Borough of Manhattan Community College UG
Brooklyn College CUNY UG,G
Hofstra University UG,G
Iona College UG
Long Island University/Brooklyn UG,G
Long Island University/CW Post UG,G
Manhattanville College UG
New York Institute of Technology UG,G
Pratt Institute UG
St. John’s University UG,G
Stony Brook University SUNY UG
24.Connecticut Post University UG
Sacred Heart University UG,G
25.Massachusetts Fisher College UG
School of the Museum of the Fine Arts UG
26.New Hampshire Colby-Sawyer College UG
27.Maine Colby College UG

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

กฎเกณฑ์ใหม่ในการเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาที่นักเรียนนักศึกษาควรทราบ


ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2555 กองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาหรือ U.S.Customs and Border Protection(CBP) จะไม่มีการประทับตรา D/S หรือ Duration of Status ลงบน I-20 และ DS-2019 ให้วีซ่าประเภท F, M และ J อีกต่อไป การหยุดการประทับตราดังกล่าวเป็นขั้นตอนหนึ่งในการปฏิรูปการเปลี่ยนแปลงจากระบบกระดาษเอกสารสู่ระบบการตรวจคนเข้าเมืองแบบออนไลน์หรือ USCIS Electronic Immigration System หรือเรียกสั้นๆว่า USCIS ELIS หากนักศึกษาท่านใดประสบปัญหาในการติดต่อขอทำใบขับขี่หรือการขอมี Social Security Number ให้นักศึกษาติดต่อนัดหมายออนไลน์ผ่าน InfoPass และนำฟอร์ม I-20 หรือ Ds-2019 ไปที่ USCIS ท้องถิ่นที่อยู่ไม่ไกลไปจากสถานศึกษาแห่งนั้นเพื่อขอให้ประทับตราลงบน I-20 หรือ DS-2019

http://www.cbp.gov/xp/cgov/travel/travel_news/cbp_i20_stamp.xml

ช่วงการเปลี่ยนผ่านเพื่อการปฏิรูปนี้จะเสร็จสิ้นลงในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 ผู้ที่อยู่ในข่ายต้องกรอกฟอร์ม USCIS ELIS ให้ศึกษาคู่มือการเปลี่ยนแปลงมาใช้ระบบการตรวจคนเข้าเมืองออนไลน์ 10 ขั้นตอนนับตั้งแต่ คำแนะนำทั่วไปจนกระทั่งถึง แบบฟอร์มข้อกำหนดและองค์กรที่อ้างอิงได้ที่

http://www.uscis.gov/USCIS/USCIS%20ELIS/Resources/Instructions/ELIS_I-539_Part1.pdf

หรือจะลองอ่านคำถามยอดนิยม FAQ อธิบายแต่ละขั้นตอนโดยหน่วยงาน CBP

http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=c5f924fa49716310VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel

=c5f924fa49716310VgnVCM100000082ca60aRCRD

ซึ่งประกอบด้วย

1. การเรียนรู้เกี่ยวกับ USCIS ELIS

2. การใช้ USCIS ELIS

3. การชำระเงิน

4. การทำงานร่วมกับทนายความและตัวแทนที่ได้รับการรับรอง

หรือจะศึกษาจาก Fact Sheet  USCIS ELIS ของวีซ่าชั่วคราวประเภทนักเรียน

http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=1a191d9c18f67310VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel

=8a2f6d26d17df110VgnVCM1000004718190aRCRD

อนึ่ง เว็บไซต์ของแต่ละมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาทุกแห่งได้จัดทำคำชี้แจงเรื่องนี้ให้นักศึกษาใหม่ และนักศึกษาเก่าที่จะกลับเข้าไปศึกษาใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับทราบในเว็บไซต์ของสถานศึกษาตนเอง เช่น Princeton University :  http://www.princeton.edu/intlctr/news/

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

หาที่เรียนต่อในประเทศญี่ปุ่นด้วยวิธีง่ายๆ


การเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศมีปัจจัยหลายอย่างมากมายเป็นตัวกำหนดในการตัดสินใจเลือกประเทศใดประเทศหนึ่งที่จะไปศึกษาต่อ อาทิ เช่น ความชอบส่วนตัว, เกณฑ์การรับเข้าศึกษาต่อ, ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา ค่าใช้จ่ายในการศึกษา ตลอดจนการปรับตัวให้เข้ากับแนวคิดการเข้ารวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  สำหรับผู้สนใจในเรื่องราว ภาษา วัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณี วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความทันสมัยของคนญี่ปุ่น คงต้องการเลือกที่จะเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากจะได้รับวิทยาการและความรู้แล้ว ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานอย่างน้อยสองปีขึ้นไป จะทำให้นักศึกษามีโอกาสได้ซึมซับสิ่งละอันพันละน้อยที่กล่าวมาข้างต้นได้

วิธีการค้นหาสถานที่เรียนต่อในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนภาษา วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย หน่วยงานที่มีชื่อเรียกว่า องค์กรสนับสนุนการศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Student Services Organization) ได้วางแนวทางในการวางแผนการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นโดยการจัดทำเป็นหนังสือคู่มือชี้แจงรายละเอียดพร้อมแนะนำเว็บไซต์ในการค้นหาสถานศึกษาอย่างละเอียดดังนี้

1. คู่มือการวางแผนศึกษาในประเทศญี่ปุ่น     http://www.jasso.go.jp/study_j/documents/sgtj2011start_thai.pdf

2. รุ้จักประเทศญี่ปุ่นและเสน่ห์ของญี่ปุ่น  http://www.jasso.go.jp/study_j/documents/sgtj2011chap01_thai.pdf

2. รู้จักขั้นตอนการวางแผน การเลือกสถานศึกษา และการติดต่อสถานศึกษา     http://www.jasso.go.jp/study_j/documents/sgtj2011chap02_thai.pdf

3. รู้จักสถานศึกษาในประเทศญี่ปุ่นประเภทต่างๆ    http://www.jasso.go.jp/study_j/documents/sgtj2011chap03_thai.pdf

วิธีการหาสถานศึกษาที่มีเปิดสอนในหลักสูตรที่สนใจจะไปเรียนต่อ ศึกษาจากเว็บไซต์ต่างๆ ต่อไปนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์นี้ http://www.g-studyinjapan.jasso.go.jp/univ_search/

ภายหลังจากคลิกเลือกตามเงื่อนไขที่กำหนด จะได้รายชื่อมหาวิทยาลัยดังนี้คือ

4. รู้จักการใช้ชีวิต ที่พัก ค่าครองชีพ ค่าเล่าเรียน ทุนการศึกษา   http://www.jasso.go.jp/study_j/documents/sgtj2011chap04_thai.pdf

5. รู้จักรายละเอียดอื่นๆ   http://www.jasso.go.jp/study_j/documents/sgtj2011chap05_thai.pdf

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

TLS Contact คืออะไร


TLS Contact เป็นโครงงานหนึ่งของบริษัท Teleperformance ตามคำจำกัดความของวิกิลีกส์ Teleperformance เป็นศูนย์ให้บริการลูกค้าหรือเอาท์ซอร์ส ที่บริการการสนับสนุนทางเทคนิค การจัดเก็บหนี้ สื่อสังคม และ คอลเซ็นเตอร์  Daniel Julien ผู้จัดตั้งศูนย์นี้ขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2521 (ค.ศ.1978) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ศูนย์นี้ได้รับรางวัลในปีพ.ศ.2554 (ค.ศ.2011) ด้านการเป็นผู้นำในการให้บริการเอาท์ซอร์ส จาก CRM Magazine  http://www.destinationcrm.com/Images/ArticleImages/ArticleImage.10459.jpg

งานอีกด้านหนึ่งของ TLS Contact ที่มีส่วนสัมพันธ์กับการติดต่อบุคคลทั่วโลก คือ การรับยื่นเอกสารวีซ่าของหลายสถานทูตทั้งในทวีปเอเซีย ยุโรป อาฟริกาเหนือ และเอเซียตะวันออกกลาง เพื่อให้ผู้ที่ต้องการใช้บริการการยื่นเอกสารขอวีซ่าได้ทราบว่ามีประเทศใดบ้างที่ใช้บริการจากศูนย์ TLS Contact ขอแนะนำการใช้เว็บไซต์ http://corp.tlscontact.com/?locale=en  ซึ่งกล่าวถึงประเทศที่ใช้บริการการรับยื่นเอกสารวีซ่าของ TLS Contact ไว้ดังนี้ คือ

ถ้าคุณกำลังมองหาข้อมูลการยื่นขอวีซ่า “คลิกที่นี่ ” ซึ่งภายหลังจากคลิกที่นี่เหนือภาพลูกโลกที่มีธงชาติประเทศต่างๆ จะมีข้อความให้เลือกประเทศที่ต้องการจะเดินทางไปเยือน  หรือ Visiting Country กับ ประเทศที่เป็นพลเมือง คือ Resident Country หากคลิกเลือก Visiting Country เป็นประเทศฝรั่งเศส และลองคลิกไปที่ Resident Country ว่ามีประเทศใดบ้างที่พลเมืองประเทศนั้นสามารถใช้บริการของ TLS Contact ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศสได้ จะพบว่ามีประเทศไทยติดอยู่ในกลุ่ม 9 ประเทศที่จะใช้บริการของ TLS Contact  ประเทศที่จัดว่าเป็น Visiting Country ที่ใช้ศูนย์ TLS Contact ในการยื่นคำร้องแบบฟอร์มขอวีซ่า มีด้วยกัน 6 ประเทศ คือ แคนาดา เดนมาร์ค ฝรั่งเศส อิตาลี สวีเดน และสวิสเซอร์แลนด์

บางประเทศเช่น ประเทศสวีเดน จะมีพลเมืองในประเทศอียิปต์เท่านั้นที่สามารถใช้บริการ TLS Contact ได้

ย้อนกลับไปที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเราเป็นพลเมืองประเทศไทย คลิกเลือกลูกศรที่อยู่ด้านข้างคำว่า Resident Country จะนำเราไปสู่ลิงก์หน้าเว็บไซต์การขอวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศสจากผู้ที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

เมื่อไรต้องขอTransit Visa


วีซ่าระยะสั้นที่อนุญาตให้คนเดินทางเดินทางผ่านเข้าไปประเทศหนึ่งก่อนที่จะเดินทางไปสู่ประเทศเป้าหมายปลายทางมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง คือ

1. Airport Transit Visa  หรือ Airside Transit Visa คือ วีซ่าใช้แวะเปลี่ยนเครื่องบินที่สนามบินในกลุ่มประเทศ Schengen โดยจะอนุญาตให้ผู้เดินทางเดินทางเข้าไปในเขตที่ใช้เป็นเส้นทางเดินทางระหว่างประเทศ (International Zone) ของสนามบิน และอยู่ที่สนามบินจนกระทั่งถึงเวลาเที่ยวบินที่จะออกเดินทางไปยังประเทศจุดหมายปลายทาง คนไทยไม่อยู่ในรายการที่ต้องทำวีซ่าประเภทนี้

ผู้ทีมีสัญชาติดังต่อไปนี้เท่านั้นที่ต้องยื่นขอวีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่องในสนามบิน  Angola, Cameroon, Republic of Congo (Congo-Brazzaville), Cote d´Ivoire, Cuba, Dominican Republic, Guinea-Bissau, Haiti, India, Mali, Mauritania, Senegal, Sudan, South Sudan, Chad, Togo.

ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มมากกว่านี้ ลองเข้าไปศึกษาคำอธิบายได้ทีเว็บไซต์การขอวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศส https://www.tlscontact.com/th2fr/help.php?id=airport_transit_visa&l=th

อนึ่ง คนไทยไม่ต้องทำ Airport Visa และ Transit Visa ในกลุ่มประเทศเชงเก้น แต่ถ้ามีความต้องการเดินทางเข้าไปในประเทศกลุ่มเชงเก้นมากกว่าหนึ่งประเทศ คนไทยหรือคนต่างชาติอื่นต้องทำวีซ่าเชงเก้นเลย ดูจากตัวอย่างจากเว็บไซต์สถานทูตฝรั่งเศศในประเทศสหรัฐอเมริกา http://www.consulfrance-washington.org/spip.php?article383

และเว็บไซต์สถานทูตเนเธอร์แลนด์ในประเทศอังกฤษ http://www.dutchembassyuk.org/consular/index.php?i=133

เมื่อคลิกที่ “require a Schengen Visa” จะเห็นมีชื่อประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องขอ Schengen Visa ด้วย

2. Transit Visa คือ วีซ่าที่อนุญาตให้คนเดินทางผ่านประเทศนั้นๆเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามตามรายละเอียดของการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีเงื่อนไขกำหนดว่า หากคนเดินทางจะเดินทางไปประเทศแคนาดา โดยสายการบินที่เลือกใช้บริการต้องบินผ่านเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อน คนเดินทางจะต้องทำ Transit Visa เพื่อขอเดินทางผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศแคนาดา คนเดินทางสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://travel.state.gov/visa/temp/types/types_4383.html   เพื่อศึกษารายละเอียดเรื่องการขอ Transit Visa และการเตรียมเอกสารขอวีซ่า

หมายเหตุ  หากคนเดินทางมีวีซ่าประเภท B เช่น B-1 หรือ B-2 หรือ B-1/B-2  เพื่อเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขอ Transit Visa เพื่อเดินทางผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาอีก

2. ประเทศแคนาดา หากคนเดินทางจำเป็นต้องเดินทางผ่านเขตแดนประเทศแคนาดาไม่เกิน 48 ชั่วโมง เพื่อเข้าไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คนเดินทางจะต้องทำ Transit visa ซึ่ง Transit Visa ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ คำอธิบายเกี่ยวกับ Transit Visa ของประเทศแคนาดาศึกษาได้ที่เว็บไซต์   http://www.canadainternational.gc.ca/costa_rica/visas/temporary-resident-temporaire.aspx?lang=eng&view=d

อย่างไรก็ตาม ประเทศแคนาดามีการอนุญาตให้คนเดินทางเดินทางผ่านประเทศแคนาดาได้โดยไม่ต้องมี Transit visa หรือเรียกชื่อโครงการนี้ว่า Transit Without Visa Program(TWOV) โดยจะมีหลักการพิจารณาคุณสมบัติของ TMOV ตามที่กำหนดไว้ที่เว็บไซต์  http://www.cbsa-asfc.gc.ca/travel-voyage/twov-tsv/it-iiv-eng.html

1. เป็นคนที่มีสัญชาติต่อไปนี้ คือ อินโดนีเซีย ไทย ไต้หวัน และ ฟิลิปปินส์

2. ผ่านสนามบินที่ได้กำหนดไว้ คือ

**Vancouver International Airport in British Columbia, Canada.

** Toronto Lester B. Pearson International Airport (Terminal 1 only)

3. ใช้สายการบินเฉพาะที่กำหนดไว้

** Air canada

** Jazz Aviation LP

** Cathay Pacific

** China Airlines

** Philippine Airlines

** Air China

3. ประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์   จากเว็บไซต์ http://www.immi.gov.au/visitors/transit/no-visa.htm   คนเดินทางที่ต้องเดินทางผ่านประเทศออสเตรเลียไปยังประเทศนิวซีแลนด์ คนเดินทางสามารถใช้ Transit without visa arrangements ได้หากแวะประเทศออสเตรเลียไม่เกิน 8 ชั่วโมง

จากเว็บไซต์  http://www.immi.gov.au/visitors/transit/  การขอ Transit Visa สำหรับประเทศออสเตรเลียหมายความว่า  คนเดินทางจะเดินทางเข้าไปในประเทศออสเตรเลียไม่เกิน  72  ชั่วโมง หรือ  3 วัน หรือ น้อยกว่านั้น

4. ประเทศญี่ปุ่น มี ข้อกำหนดการเข้าประเทศระยะสั้น ไม่เกิน 15 วัน ไว้ 2 ประเภทคือ Shore Pass กับ Transit Visa จากเว็บไซต์การประชุมสุขภาพระหว่างประเทศเว็บไซต์หนึ่งที่ได้กล่าวอ้างอิงถึงข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น

http://www.hl7.org/documentcenter/public_temp_379511C6-1C23-BA17-0CB052FE454367CE/calendarofevents/wgm/kyoto052009/A%20Guide%20to%20Japanese%20Visas%20-%20Exemption%20of%20Visas.pdf

ทำให้พอสรุปความหมายของ Shore Pass และ Transit Visa ได้ดังนี้ คือ

Shore Pass  อนุญาตให้คนเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเพื่อช้อปปิ้งก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามได้ด้วยระยะเวลาไม่เกิน  72  ชั่วโมงหรือ 3 วัน โดยคนเดินทางสามารถขอ Shore Pass ได้ที่สนามบินหรือท่าเรือ และมีเงื่อนไขกำหนดว่าจะต้องพักอยู่ในโรงแรมในละแวกเดียวกันกับสนามบินหรือท่าเรือ

Transit Visa   จากเว็บไซต์การประชุมด้านสุขภาพระดับโลกดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับเว็บไซต์ Japan National Tourism Organization:  http://www.jnto.go.jp/eng/ttp/sg/05-EntryProcedures/MediumIndex/02-Visas/A-Visa.html  ได้อธิบายเกี่ยวกับ Transit Visa ไว้เป็น 2 ประเภท คือ

  • ความหมายที่ 1 อนุญาตให้ชาวต่างประเทศเข้าไปในประเทศญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 15 วัน และชาวต่างชาติท่านนั้นจะต้องมีตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วเดินเรือที่แสดงว่าจะต้องเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม และใช้สายการบินเดียวกันหรือเรือบริษัทเดียวกันออกเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามโดยอาจจะออกเดินทางจากสนามบินที่ไม่ใช่สนามบินเดียวกันกับสนามบินแรกที่แวะเข้าประเทศญี่ปุ่น หรือท่าเรือที่ไม่ใช่ท่าเรือแห่งเดียวกับท่าเรือแห่งแรกที่แวะประเทศญี่ปุ่น
  • ความหมายที่ 2 อนุญาตให้คนเดินทางไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยทางเครื่องบินหรือเรือเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามโดยแวะที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน และเดินทางโดยใช้สนามบินหรือท่าเรือในบริเวณใกล้เคียงกับแห่งแรกที่แวะเข้าประเทศญี่ปุ่น เช่น ขาเข้าประเทศญี่ปุ่นใช้สนามบินนาริตะ ขาออกจากประเทศญี่ปุ่นใช้สนามบินฮาเนดะ เป็นต้น Transit Visa ในความหมายที่ 2 นี้ จะมีระยะเวลาการได้รับอนุญาตเพียง 3 วัน

 อนึ่ง ไม่สามารถขอ Transit Visa ได้ หากเป็นการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นที่สนามบินนาริตะ และเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นที่สนามบินคันไซ

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนไทยที่สนใจเรื่อง Transit Visa เพราะค่าธรรมเนียม Transit Visa ประเทศญี่ปุ่น มีราคาถูก คือ 260 บาท ขอแนะนำให้โทรศัพท์ไปสอบถามความชัดเจนกับสถานกงสุลญี่ปุ่น หรือ สอบถามกับ JVAC  ว่า วัตุประสงค์ของคนเดินทางจัดอยู่ในวีซ่าประเภทท่องเที่ยว หรือ Transit Visa ได้ตามที่อยู่ต่อไปนี้

ข้อสรุป เนื่องจากมีประเทศต่างๆมากมายที่น่าสนใจเดินทางไปท่องเที่ยว การพิจารณาว่า คนเดินทางต้องทำ Transit Visa หรือไม่นั้น ให้คนเดินทางตรวจสอบจากเว็บไซต์ของสถานทูต และสอบถามสายการบินก่อนการยืนยันเที่ยวบินและชำระค่าตั๋วเครื่องบิน เพราะไม่ใช่ทุกประเทศที่กำหนดเงื่อนไขให้ คนไทยต้องทำ Transit Visa

Copyright © 2010-2012 GoVisa All rights reserved

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 104 other followers